Share

บทที่ 0002

last update Dernière mise à jour: 2024-11-11 15:07:20

เมอร์ลินได้เข้าร่วมรับประทานอาหารมื้อเย็นกับครอบครัวโรนัลเดลที่มากันอย่างพร้อมหน้า เขานั่งข้างโจไซอาห์ที่เป็นว่าที่สามีแต่ตรงข้ามกลับมีเหล่าพี่ชายที่เกิดจากภรรยาแฝดพี่นั่งมองมาที่เขา สายตาอยากรู้อยากเห็นนั่นทำเมอร์ลินอึดอัดพอสมควร

“คนนี้น่ะเหรอที่จะแต่งงานกับพี่ชาย” เวโรนิก้าพูดขึ้นขณะเท้าคางมองหน้าว่าที่พี่สะใภ้อย่างเมอร์ลินด้วยรอยยิ้ม เมอร์ลินมองหน้าเธอด้วยความไม่พอใจก่อนหันมอง

โจไซอาห์ที่เอาแต่นั่งเงียบ

“คุณช่วยพูดอะไรหน่อยสิครับ” แอบสะกิดใต้โต๊ะแต่โจไซอาห์ก็ไม่สนใจ เมินเขาที่ต้องการความช่วยเหลือก็เลยแปะโป้งไว้ในใจว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้แค้น

“แต่ดูดีอยู่นะ ดูดีกว่าผู้ชายที่พี่โจซเคยควง” เอมมิเลียพูดต่อแต่เมอร์ลินกำหมัดแน่น กล้าดียังไงถึงเอาเขาไปเปรียบเทียบกับผู้ชายระดับนั้นกัน

“ขอโทษนะครับเลดี้ ผมว่าเหล่าเลดี้คงเข้าใจอะไรผิดไป ระดับผมน่ะเหนือกว่าผู้ชายที่คุณคนนี้ควงราวฟ้ากับเหว ได้โปรดอย่าเอาไปเปรียบเทียบให้ผมดูต่ำแบบนั้นสิครับ” พูดจบเมอร์ลินก็ยิ้มจนตาเป็นสระอิแต่นั่นดูยังไงก็เป็นยิ้มที่ส่งสารมาบอกว่าขืนเอาไปเปรียบอีกครั้ง ผมฆ่าพวกเธอแน่

“เฮ้! ผู้ชายที่ฉันควงมันก็อยู่ระดับเดียวกับนายทั้งนั้น” แต่พอพาดพิงถึงเหล่าคู่ขาก็เหมือนจะไปทำให้โจไซอาห์ไม่พอใจ เขาไม่ได้โกรธเพราะคู่ขาถูกเปรียบเทียบแต่โจไซอาห์รู้สึกว่าตนเองกำลังถูกเมอร์ลินด่าว่าไม่มีปัญญาหาได้ดีกว่านี้

“จริงเหรอ? เทียบเท่าผมที่มาจากคาร์ลอฟได้จริง ๆ น่ะเหรอ? เห~ ทำเอาอยากเจอเลยนะเนี่ย ผมขอพบได้หรือเปล่าครับ คน ระ ดับ เดียว กับ ผม นั่นน่ะ” เมอร์ลินหันมองหน้าโจไซอาห์แล้วยิ้มให้ ทางโจไซอาห์ถึงกับคิ้วกระตุกที่ถูกกระตุกหนวดแบบนี้ แต่เขาก็เถียงไม่ออกว่าคนที่เขาควงอยู่ระดับเดียวกับเมอร์ลิน แต่พอเห็นความมั่นนั่นแล้วมันก็ชวนให้เขาอารมณ์เสียชอบกล

“เอาล่ะ เริ่มทานกันได้แล้ว คุยไปทานไปแล้วกัน” และคนปิดศึกที่กำลังจะเริ่มก็คือนายเหนือหัวของโรนัลเดล เอเวอร์เร็ตต์ โรนัลเดล เขาดูหนุ่มกว่าอายุทั้งที่มีเมียสองและลูกหก แต่พอนึกภาพพ่อตัวเอง... ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่แต่ทางนั้นจะดูมีอายุมากกว่าทางนี้เล็กน้อยถึงปานกลาง(?)

มื้อเย็นของโรนัลเดลที่มีสมาชิกใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เมอร์ลินปะทะฝีปากกับว่าที่สามีโจไซอาห์บ่อยครั้งรวมถึงฝาแฝดเวโรนิก้าและเอมมิเลีย ส่วนเหล่าพี่ชายทั้งสามเพียงแค่มองดูเท่านั้น ทว่าสายตาที่มองเมอร์ลินมันเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นกับผู้ชายที่สามารถตั้งท้องได้ มองราวกับเขาเป็นตัวประหลาดซึ่งไม่ต่างจากสายตาของคนในคาร์ลอฟเลยสักนิด

“เหล่าคุณชายมีอะไรอยากถามหรือเปล่าครับ?” เมอร์ลินวางช้อนวางส้อมในมือแล้วดื่มน้ำ เช็ดปาก ก่อนเอ่ยถามเหล่าพี่ใหญ่ที่นั่งตรงข้าม

“เอ่อ...” เป็นรามิเอลที่รู้สึกตัวว่าเขาเสียมารยาทต่อเมอร์ลิน แต่ไม่ทันที่จะได้เอ่ย

ขอโทษ เมอร์ลินก็พูดขึ้นมาก่อน

“หากสงสัยว่าผมเป็นผู้ชายที่สามารถท้องได้จริง ๆ หรือไม่ รอวันเข้าหอแล้วกันครับแล้วถ้าน้องชายของคุณชายมีน้ำยามากพอ คงติดในเร็ววัน ผมขออนุญาตลุกจากโต๊ะอาหารนะครับท่านเอเวอร์เร็ตต์” เมอร์ลินลุกขึ้นแล้วโค้งให้ก่อนเดินออกกมาท่ามกลางสายตาหลายสิบคู่ พอเมอร์ลินออกไปแล้ว เอเวอร์เร็ตต์ก็ถอนหายใจก่อนตำหนิลูกชายทั้งสามคน

“พวกลูกเสียมารยาทต่อเมอร์ลินเกินไปแล้ว มองเขาด้วยสายตาแบบนั้นมันก็ไม่ต่างจากที่คาร์ลอฟเลยน่ะสิ” เอเวอร์เร็ตต์พอรู้สถานการณ์ของเมอร์ลินมาบ้าง แล้วที่เขาส่งเอกสารขอแต่งงานก็เพื่อช่วยเมอร์ลินเท่านั้น ไม่ได้สนใจเรื่องที่ว่าเมอร์ลินท้องได้เลยสักนิด

“ขอโทษครับพ่อ” รามิเอล เจฟรีย์ พอร์ช เอ่ยขอโทษขึ้นมาพร้อมกัน

“คนที่ลูกต้องขอโทษคือเมอร์ลิน ไม่ใช่พ่อ”

โจไซอาห์เพียงฟังอย่างเงียบ ๆ แล้วทานอาหารตรงหน้าจนอิ่มก่อนจะขอตัวกลับคฤหาสน์ของตนเอง ระหว่างที่เดินออกมาก็ได้ยินเสียงของเมอร์ลินยืนตีกับการ์ดของพ่อเขาอยู่ ทั้งที่ความสูงห่างจากการ์ดหลายสิบเซนติเมตรแต่ก็ไม่มีความเกรงกลัวอยู่เลย

“ฉันพูดเป็นสิบ ๆ รอบแล้วว่าอยากกลับห้อง! หูพวกนายมันหนวกหรือไงถึงมาทำขวางทางกันแบบนี้น่ะไอ้พวกเวรนี่!”

“...”

“หลบไปสิไอ้พวกยักษ์รันเซีย!”

“ที่พวกเขาไม่หลบนายก็เพราะนายมากับฉันก็ต้องกลับพร้อมฉัน” โจไซอาห์เดินเข้ามา เหล่าการ์ดพากันค้อมศีรษะให้แล้วหลบทาง เมอร์ลินรีบก้าวยาว ๆ ไปตามถนนอย่างหัวเสีย ตามจริงเขาควรขึ้นรถกอล์ฟที่จอดรออยู่แต่เมอร์ลินอยากจะเดินย่อยอาหารไปในตัว

“..ดูมันสิ” เมอร์ลินพึมพำหลังเห็นรถกอล์ฟที่โจไซอาห์นั่งวิ่งผ่านไป ไม่คิดจะรับเลยสินะหรือต่อให้รับจริง ๆ แล้วเขาปฏิเสธก็ตามแต่อย่างน้อยก็มีมารยาทถามไถ่กันบ้างสิ

เมอร์ลินถอนหายใจแล้วมองดูดอกไม้ข้างทาง ดอกไม้นานาพันธุ์ถูกปลูกเรียงตามข้างทางเดินดูสวยงามและราคาของสายพันธุ์พวกนี้ก็คงจะแพงไม่ต่างกัน เป็นถึงโรนัลเดลเลยนะ คงไม่มีอะไรที่ราคาธรรมดาอยู่แล้ว คิดว่านะ พอกลับมาถึงห้องก็ล็อกประตูแล้วอาบน้ำแต่งกายเข้านอนทันที จนกว่าจะถึงวันแต่งงาน เมอร์ลินตั้งใจจะขังตัวเองอยู่แต่ในห้องนี้เท่านั้น

วันแต่งงาน

3 วันที่หมกตัวอยู่แต่ในห้องผ่านไปไวจนเมอร์ลินตั้งตัวไม่ทัน วันนี้มีทั้งช่างแต่งหน้า ช่างทำผม ชุดแต่งงานที่ถึงแม้จะเป็นสูทสีขาวแต่ก็ต้องมีคนมาแต่งให้ ทุกอย่างนี้ถูกจัดการโดยแม่ของโจไซอาห์ทั้งสิ้น เธอดีกับเมอร์ลินมาก ๆ ดีจนเมอร์ลินเอาไปเปรียบเทียบกับแม่แท้ ๆ ของตนเองบ่อยครั้งและทุกครั้ง แม่ของโจไซอาห์ก็ชนะหมดทุกยก

“ผิวหน้าดีมากเลยนะคะเนี่ย ไม่ทราบว่าคุณชายใช้ครีมตัวไหนอยู่หรือคะ” ช่างแต่งหน้าเอ่ยถามอย่างสนอกสนใจ

“ไม่ครับ ผมไม่ใช้” เมอร์ลินตอบตามจริง เขาเกลียดการทาครีมเพราะเคยทาหน้าแล้วมันเหนอะ ๆ ชอบกล จากนั้นมาก็แค่ล้างหน้า เช็ดหน้าให้แห้ง แค่นี้ก็พอ อ้อ กินอาหารเสริมที่มันมีคุณสมบัติบำรุงผิวเข้าไปด้วย แต่เขาก็กินแบบไม่หวังผลแต่เหมือนมันจะดีกว่าที่คิดแฮะ “รบกวนช่วยเร่งมือด้วยนะครับ ผมอยากแต่งให้มันจบ ๆ ไปสักที” คำพูดที่ตรงไปตรงมาของเมอร์ลินทำเอาบรรยากาศรอบข้างเงียบกริบและไร้ซึ่งเสียงพูดคุยใด ๆ

ใบหน้าของเมอร์ลินถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางมีราคา แต่พอเมอร์ลินเห็นหน้าตาของตัวเองในกระจก... “แต่งใหม่ด้วยครับ แต่งแรงขนาดนี้ทั้งที่ใส่สูทขาว สูทนะครับ ไม่ใช่ชุดแต่งงานกระโปรงยาวเป็นกิโลและผมเป็นผู้ชาย ถ้าแต่งยากก็ไม่ต้องแต่ง หน้าสดผมก็ดูดีกว่าตอนนี้เสียอีก” เขาไม่ชอบเลยที่แต่งหน้าเขาราวกับเขาเป็นผู้หญิง ผู้ชายก็ควรแต่งหน้าบาง ๆ เท่านั้นหรือไม่ก็ไม่ต้องแต่งมัน ช่างแต่งหน้ารีบทำตามที่เมอร์ลินต้องการและการแต่งหน้าในรอบที่สองก็พึงพอใจมาก ง่าย ๆ คือแทบมองไม่ออกว่าแต่งหรือไม่แต่ง

ต่อไปเป็นหน้าที่ของช่างทำผม เดิมทีเมอร์ลินมีผมทรงคอมม่าที่ปล่อยผมปรกหน้าอยู่เสมอ ตอนนี้ส่วนนั้นถูกจัดเซ็ตขึ้นอย่างเรียบร้อยเปิดเผยเครื่องหน้าทั้งหมดให้ผู้คนได้เชยชม เมอร์ลินมีใบหน้าที่หล่อเหลาและออกสวยหากมองดูอย่างตั้งใจ แต่เมื่อไหร่ที่มีคนชมว่าเขาสวย หมัดหนัก ๆ ตามฉบับคาร์ลอฟจะพุ่งตรงแบบไม่ให้ได้ตั้งตัวกันเลยเชียว

“อา อึดอัดเป็นบ้า” พึมพำกับตัวเองหลังจากใส่สูทแต่งงานสีขาวเรียบร้อยแล้ว คนที่คอยช่วยแต่งตัวถึงกับทำสีหน้าไม่ถูกเมื่อได้ยินเมอร์ลินพูดแบบนั้น แต่ก็ไม่กล้าอ้าปากถามว่าอยากให้แก้อะไรไหม เมอร์ลินมองตัวเองในกระจกพลางเบ้ปาก นี่ฉันต้องแต่งงานจริง ๆ เหรอเนี่ย เมอร์ลินคิดในใจขณะมองเงาของตนเองที่สะท้อนมา

“ได้เวลาแล้วครับคุณชายเมอร์ลิน” ไทกิเป็นคนมาตามเมื่อใกล้ถึงเวลา เมอร์ลินเดิน

ออกจากห้องไปโดยมีไทกิเดินตามหลัง ไทกิมองแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยความมั่นใจพลางคิดว่าคนคนนี้ช่างเหมาะสมกับเจ้านายของเขา จากการที่กล้าเผชิญหน้าโดยไร้ซึ่งความหวาดกลัว แต่ไทกิก็กังวลว่าความมั่นใจนั้นจะสร้างเรื่องให้พวกเขาหรือเปล่า... อาจจะไม่ใช่ในเร็ว ๆ นี้แต่หมายถึงในอนาคตน่ะนะ

สถานที่จัดงานแต่งมันช่างเรียบง่ายและมีแขกไม่มาก แขกส่วนใหญ่เป็นผู้นำตระกูลอื่น ๆ ที่เชื่อมสัมพันธไมตรีกับโรนัลเดลและคาร์ลอฟ ส่วนสถานที่ก็เป็นสนามหน้าคฤหาสน์หลักของโรนัลเดลที่มีความกว้างพอจัดงานแต่ง จริง ๆ จะจัดให้ยิ่งใหญ่สมเกียรติก็ย่อมได้แต่โจไซอาห์กับเมอร์ลินไม่ต้องการ เมื่อนั่งรถกอล์ฟมาถึงสถานที่จัดงานแล้ว ต่อไปคือเดินไปตามพรมแดงที่ปลายทางนั้นมีโจไซอาห์ยืนอยู่

“ทำไมเจ้านายนายถึงใส่สูทดำแล้วฉันใส่สีขาวล่ะ” ถามไทกิที่เดินมาหยุดข้างหลัง

“เอ่อ พอดีสีดำเป็นสีโปรดของคุณชาย”

“เฮ้ ฉันก็ชอบสีดำนะแต่ทำไมต้องเอาชุดสีขาวมาให้ฉัน?” หันมองไทกิอย่างไม่พอใจและแน่นอนว่าไทกิที่ไม่รู้เรื่องกลายเป็นสนามอารมณ์แบบงง ๆ เมอร์ลินถอนหายใจก่อนเตรียมก้าวไปตามพรมแดงที่โรยด้วยดอกกุหลาบ

“นี่ค่ะ” แต่ก่อนจะได้ขยับกายก็มีเด็กผู้หญิงผมบลอนด์ นัยน์ตาสีฟ้า เดินเข้ามาพร้อมยื่นช่อดอกไม้ให้ เมอร์ลินมองช่อดอกไม้สลับกับหน้าสวย ๆ ของเด็กน้อยก่อนเอ่ยถามไปว่า

“แต่งกับมาเฟียทั้งทีไม่ได้ถือปืนหรอกหรือไง? เผื่อเจ้าบ่าวทำตัวไม่สบอารมณ์จะได้ยิงทิ้ง” พูดจบก็ยิ้มหวานพร้อมทำมือรูปปืนยิงเข้าที่ขมับของตนเอง เด็กน้อยเริ่มเบะเพราะต่อให้เมอร์ลินจะยิ้มแต่สายตาไม่ได้ยิ้มเลย เมอร์ลินรีบรับช่อดอกไม้มาก่อนที่เด็กน้อยจะร้องไห้ ไทกิกุมขมับก่อนพาเด็กน้อยคนนี้หนีไป แน่นอนว่าประโยคที่เมอร์ลินพูดย่อมได้ยินกันทั้งงาน ก็นะ ไม่ได้เบาเสียงเลยนี่นา

“ผมถูกใจลูกสะใภ้คนแรกของเราแฮะ” เอเวอร์เรตต์กระซิบกับภรรยาทั้งสองและแน่นอนว่าพวกเธอก็ชอบเมอร์ลินมากเช่นกัน

“น้องคิดว่าหนูลินต้องเอาโจซอยู่แน่ค่ะ” อเดล ภรรยาแฝดน้องพูดขึ้นอย่างภาคภูมิขณะมองเมอร์ลินและลูกชายที่ยืนหันหน้าเข้าหากัน ตามจริงทั้งสองต้องจับมือแต่เหมือนจะไม่อยากโดนตัวกันมาก ช่อดอกไม้ในมือเลยกลายเป็นสะพานให้พวกเขา เมอร์ลินจับทาง

โจไซอาห์จับทาง แถมยังมองหน้ากันราวกับจะฆ่าจะแกงกัน

“แต่พี่คิดว่าคฤหาสน์ลูกโจซแตกแน่ ๆ จ้ะ” อลิซ ภรรยาแฝดพี่ตอบน้องสาว พอได้ภรรยาว่าแบบนั้น เอเวอร์เร็ตต์ก็หัวเราะแล้วมองดูสถานการณ์ต่อไป เขาชอบใจกับประโยคนั้นของเมอร์ลินมาก แต่งกับมาเฟียทั้งทีไม่ได้ถือปืนหรอกหรือไง? เผื่อเจ้าบ่าวทำตัวไม่สบอารมณ์จะได้ยิงทิ้ง ช่างเหมาะสมกับโจไซอาห์จริง ๆ เหล่าพี่ชายและน้องสาวก็พากันหัวเราะเหมือนกันตอนได้ยินแล้วพอมองหน้าโจไซอาห์ สีหน้าหงุดหงิดนั่นทำพวกเขาสนุกมากขึ้นไปอีก

“เป็น...”

“รับครับ / รับครับ” บาทหลวงที่ต้องทำหน้าที่เพิ่งเปล่งเสียงออกมาไม่ถึงหนึ่งประโยค คู่บ่าวสาวตรงหน้าก็ตอบรับกันไปแล้ว ส่วนบาทหลวงก็ลนลานทำอะไรไม่ถูกเพราะเมอร์ลินและโจไซอาห์ตอบรับกันอย่างรวดเร็วทั้งที่ตนยังไม่ได้เอ่ยอะไรเลย แหวนแต่งงานที่ต้องผลัดกันสวมนั้นถูกหยิบออกมาจากกล่องกำมะหยี่ โจไซอาห์หยิบแหวนแล้วสวมลงบนนิ้วของเมอร์ลินแต่แค่ตรงปลายเล็บเท่านั้น เมอร์ลินหมุนควงนิ้วพอให้แหวนไหลลงมาก่อนจะจับดันลงจนสุดโคนนิ้ว พอต้องสวมแหวนให้โจไซอาห์ เมอร์ลินก็ทำแบบเดียวกัน

“จ จูบกันได้!” ในเมื่อข้ามพิธีกันอย่างรวดเร็วและมาถึงขั้นต่อไปอย่างไม่ทันตั้งตัว บาทหลวงก็ไม่ยอมให้ทั้งสองแย่งหน้าที่อีกแล้ว แต่ทว่าทั้งคู่กลับยืนนิ่ง มองหน้ากันท่ามกลางความเงียบที่ค่อย ๆ ปกคลุม ในตอนนั้นเองที่โจไซอาห์เป็นคนทำลายความเงียบของงาน

“ฉันจะไม่เสียศักดิ์ศรีจูบผู้ชายที่หน้าตาขี้เหร่เด็ดขาด” พูดจบก็หมุนตัวหันหลังให้เตรียมเดินออกจากงาน เมอร์ลินที่ได้ยินถึงกับสติขาดผึง ช่อดอกไม้ในมือที่เหล่าสาว ๆ ต่างรอคอย ถูกขว้างออกไปด้วยแรงทั้งหมดที่มี

ผัวะ!

และมันก็เข้าเต็ม ๆ ที่ศีรษะของโจไซอาห์พร้อมด้วยถ้อยคำหยาบคายที่ตวาดออกมาอย่างโกรธเคือง

“คุณหล่อตายล่ะไอ้ฉิบหาย! หน้าตาก็หาได้ตามข้างทางยังจะมั่นหน้าอีกนะครับ! ไปสิ ไปจูบกับคู่ขาระดับล่างแล้วติดเชื้อตายไปเลยไอ้สามีเฮงซวย!” เมอร์ลินโกรธจนหน้าแดง นอกจากจะไม่ชอบให้ใครบอกว่าสวยแล้ว เมอร์ลินก็ไม่ชอบให้ใครมาว่าเขาขี้เหร่ด้วยเช่นกัน

“ค ค คุณชายเมอร์ลินครับ จ ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ” การ์ดที่ทำหน้าที่อารักขารีบเข้ามาห้ามเมอร์ลินแต่กลับซวยโดนด่าไปด้วย ไทกิกับโรมันผู้เป็นมือซ้ายรีบขยับเข้าไปประชิดตัวเจ้านายเผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน บรรยากาศรอบข้างตอนนี้เงียบสงัดมีเพียงเสียงกร่นด่าของ

เมอร์ลินและเสียงกลั้นขำของเหล่าทายาทโรนัลเดล แม้แต่เอเวอร์เร็ตต์ยังเสียความเยือกเย็นยามเห็นฉากหายากที่สามารถเรียกได้ว่า ตำนานงานแต่งของทายาทโรนัลเดล อย่างเต็มปาก น่าเสียดายที่ไม่ได้จ้างช่างภาพมา จะหาตอนนี้ก็พลาดฉากเด็ดไปแล้วด้วยสิ

“...เพิ่งจบพิธีไม่ถึงห้านาที นายก็อยากตายแล้วหรือไง!” โจไซอาห์หมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็วแล้วพุ่งเข้าไปหาเมอร์ลินแต่ไทกิกับโรมันเข้าล็อกแขนไว้ได้ทัน ทว่าเมอร์ลินกลับยกขาขึ้นพร้อมขยับปลายเท้าชี้หน้าสามีป้ายแดง

“คิดว่ากลัวหรือไง เข้ามาสิครับคุณสามี เข้ามาเลย ภรรยาป้ายแดงคนนี้จะศัลยกรรมหน้าให้ใหม่เอง” กระดิกเท้ายิก ๆ แล้วเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งยโส ริมฝีปากยกยิ้ม สายตาเหยียดหยาม โจไซอาห์ได้แต่กัดฟันกรอดแล้วพยายามดิ้นให้หลุดจากไทกิและโรมัน

“อึก ค คุณชายครับ ได้โปรดใจเย็นก่อน” ไทกิเริ่มจะจับไม่อยู่จึงหวังให้เจ้านายเขาใจเย็นลง

“ฉันโดนเหยียบย่ำขนาดนั้นแกยังจะให้ฉันใจเย็นอยู่อีกเหรอวะ!” ตวาดใส่มือขวาคนสนิทก่อนตวัดสายตามองเมอร์ลินที่ยังใช้สายตาเหยียดหยามมองมาที่เขา

“เอาล่ะ พอกันได้แล้ว” เอเวอร์เร็ตต์ที่ถูกภรรยาไล่ให้มาหยุดสงครามของสามีภรรยาป้ายแดงกล่าวขึ้นแล้วเดินมาหยุดตรงกลางระหว่างเมอร์ลินและลูกชาย “ขอจบงานแต่งแต่เพียงเท่านี้ เชิญแขกผู้มีเกียรติทุกท่านดื่มด่ำกับอาหารที่ทางโรนัลเดลจัดเตรียมไว้ให้ ส่วนเจ้าบ่าวทั้งสองคนก็แยกย้ายไปสงบสติอารมณ์เสียเถอะ” เอเวอร์เร็ตต์แทบหลุดขำตอนเห็นหน้าลูกชาย เมอร์ลินชูนิ้วกลางให้สามีแล้วเดินออกจากงานไปโดยมีการ์ดสามคนวิ่งตามหลัง

“ผมอยากย้ายคฤหาสน์ ขอหลังใหม่ให้ผม” โจไซอาห์กัดฟันบอกกับบิดาที่ยืนมองหน้าเขายิ้ม ๆ หงุดหงิดเมอร์ลินไม่พอยังต้องมาหงุดหงิดคนตรงหน้าที่เอาแต่ยิ้มไม่หยุด สนุกหรือไงที่เห็นลูกชายถูกเหยียดหยามแบบนี้

“ไม่เอาน่า สามีภรรยาไม่ควรแยกกันอยู่ ยิ่งแต่งงานใหม่ ๆ รสชาติของข้าวใหม่ปลามันก็ยังไม่ได้ลิ้มลองกันเลย”

“พ่อดูจะสนุกนะครับที่เห็นลูกชายโดนดูถูกขนาดนี้! แล้วข้าวใหม่ปลามันอะไรของพ่อ?” โจไซอาห์สะบัดแขนเชิงบอกให้ไทกิกับโรมันปล่อย ทั้งสองผละออกก่อนค้อมศีรษะให้แล้วแยกตัวออกไปให้พ่อลูกได้คุยกัน

“คู่แต่งงานใหม่ก็แบบนี้ล่ะนะ รสชาติอันหอมหวาน น่าคิดถึงจริง ๆ”

“พ่ออย่าเอางานแต่งของตัวเองมาเทียบกับงานห่วย ๆ นี่นะครับ”

“พอเข้าห้องหอเดี๋ยวแกก็รู้เอง” เอเวอร์เร็ตต์ตบไหล่ลูกชายเบา ๆ แล้วเดินไปหาภรรยาก่อนจะโอบเอวพากลับเข้าไปในคฤหาสน์เพื่อไปพบปะกับเหล่าแขกผู้มีเกียรติ โจไซอาห์พ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดก่อนมองเหล่าพี่ชายและน้องสาวที่พากันหัวเราะทันทีที่สบตา เขาจะไม่มีวันลืมความอัปยศในวันนี้เด็ดขาด ไม่มีวัน

และหลังจากที่ถึงเวลาเข้าห้องหอ พวกเขาก็ได้สร้างวีรกรรมห้องหอรอหมอมารักษา ไม่รู้ว่าทะเลาะกันท่าไหนถึงได้เลือดตกยางออก ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน โจไซอาห์และเมอร์ลินก็ได้มีคืนแรกด้วยกันและแน่นอนว่าเกิดจากความสมยอมของทั้งสองคน

สามีก็อยาก ภรรยาก็อยาก

แม้จะผ่านมาหนึ่งเดือนหลังแต่งงานก็ตาม ห้องหอก็ได้ทำหน้าที่ของมันเสียทีและยังยาวนานถึงสามวันราวกับว่าความต้องการที่อัดอั้นมาตลอดได้ถูกปลดปล่อยในสามวันนั้น นอกจากนั้นแล้วเมอร์ลินยังรู้สึกแปลกใจที่หลังจากแต่งงาน

โจไซอาห์ก็ไม่ได้ไปนอนกับคู่ขาคนไหน เมอร์ลินไม่สนใจด้วยซ้ำถ้าสามีจะไปนอนกับใครเพราะไม่คิดจะมีอะไรกันอยู่แล้ว ถึงท้ายที่สุดจะใช้ห้องหอคุ้มก็ตามน่ะนะ แต่ถึงจะเร่าร้อนกันมาตลอดสามวัน... วันที่สี่ก็กลับมาตีกันจนห้องหอกลายเป็นสนามรบอีกครั้ง... ใช่แล้วล่ะ

สงครามระหว่างสามี โจไซอาห์ โรนัลเดล และภรรยา เมอร์ลิน โรนัลเดล ก็ได้ดำเนินมาตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ได้แต่งงานกันมา...

ปัจจุบัน

แต่งงานกันมาได้ 5 ปีแล้วและแม้จะนอนห้องเดียวกันมาตลอด สงครามระหว่างสามีภรรยาก็ไม่เคยลดลง นับวันมีแต่จะเพิ่มขึ้นแถมบางครั้งก็เลือดตกยางออก แต่ก็น่าแปลกที่คนได้เลือดกลับเป็นสามีเพียงคนเดียว ส่วนทางคนภรรยาอย่างมากก็แค่รอยช้ำเขียวหรือรอยนิ้วมือตามแขนและขา บ้างก็รอยฟันกัด บ้างก็ริมฝีปากที่เลือดซิบ ในตอนเริ่มแรกของสงคราม มันย่อมเป็นเรื่องที่น่าตกใจสำหรับคนในคฤหาสน์ แต่เพียง 1 ปีเท่านั้น แค่ 1 ปี... พวกเขาก็ชาชินและคอยซื้ออุปกรณ์ทำแผลกับยามาเติมทุกครั้งไป

“น่าเบื่อเกินไปแล้ว... นี่คุณมีแพลนจะพาผมไปเที่ยวบ้างไหมครับ?” เมอร์ลินบ่นแล้วเอ่ยถามคนข้างกายที่เอาแต่อ่านเอกสารงาน ไถจอไอแพดดูหุ้นที่แสนน่าเบื่อ

“ฉันไม่ได้มีหน้าที่พานายเที่ยว” โจไซอาห์ตอบกลับ

“ลืมไปครับว่าคุณสามีแสนเฮงซวยมีหน้าที่เอาผมอย่างเดียว” ส่งยิ้มหวาน ๆ ไปให้ก่อนลุกขึ้นนั่งแล้วคว้าแผงยาคุมที่วางอยู่มา ก่อนแกะเม็ดยาโยนเข้าปาก เมอร์ลินเคี้ยวยาราวกับมันเป็นขนมแต่ก็เคี้ยวได้ทีสองทีก่อนกลืนมันลงไป โจไซอาห์ปรายตามองแผงยาคุมในมือเมอร์ลินแล้วเลื่อนสายตากลับมองเอกสารในมือตามเดิม

เรื่องที่ว่าเมอร์ลินท้องได้จริงหรือไม่นั่น ตอนนี้ก็ยังไม่มีใครเชื่อ ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่สนใจเลยจะถูกกว่า ทุกคนล้วนคิดว่าคาร์ลอฟบ้าและยังเห็นเมอร์ลินเป็นตัวตลกตอนประกาศกร้าวให้เอายาคุมมาให้ ในตอนที่ไม่มีใครสนใจเรื่องยาคุม คนที่ซวยโดนพาลก็คือเขา แต่ที่ติดใจคงเป็นสีหน้าที่ดูหวาดกลัวและริมฝีปากได้รูปที่เอาแต่พร่ำขอยาคุมอยู่ตลอดเวลา เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นมุมอ่อนแอของเมอร์ลิน

แต่เวลามันก็ผ่านมา 5 ปีแล้ว เมอร์ลินยังไม่หยุดกินยาคุมในทุกครั้งที่มีเซ็กซ์กัน เขาเคยแอบเจาะถุงยางเพราะอยากจะรู้ว่าจะท้องจริงหรือไม่แต่เมอร์ลินดันตรวจถุงยางทันทีที่สุขสม พอรู้ว่าเขาเจาะถุงยางก็โวยวายและตีกันจนได้ โจไซอาห์เลยไม่ได้พิสูจน์สักทีว่าสรุปแล้วมันเรื่องจริงหรือเรื่องหลอกกันแน่

“นายท้องได้จริง ๆ น่ะเหรอ?” อยู่ ๆ ก็ถามออกไปแบบไม่ทันให้เมอร์ลินตั้งตัว

“...จริงสิ พวกคุณไม่เชื่อใช่ไหมครับ”

“มันน่าเหลือเชื่อเกินไปที่ผู้ชายอย่างนายจะท้องได้เหมือนกับผู้หญิง”

“เพราะงั้นตอนผมขอยาคุมถึงได้มองผมเป็นตัวตลกกันสินะครับ” เมอร์ลินหัวเราะแล้วมองแผงยาคุมในมือก่อนจะโยนลงพื้นห้อง เขาหันมองหน้าคนข้างกายพร้อมยิ้มให้แล้วพูดออกไปด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่า “เอางี้ไหมครับ ไหน ๆ ผมกับคุณก็แต่งงานกันมาห้าปี เรามามีลูกกันสักคนดีไหม?”

“...ว่าไงนะ?” โจไซอาห์มองหน้าเมอร์ลินด้วยความตกใจ

“จากนี้เป็นต้นไปผมจะไม่กินยาคุม คุณห้ามใส่ถุงยาง ห้ามปล่อยนอก ต้องปล่อยในทุกครั้งแล้วมาดูกันว่าผู้ชายตรงหน้าคุณมันท้องได้จริงหรือไม่จริง” พูดจบก็ลงจากเตียงทั้งที่ไร้อาภรณ์สวมใส่ก่อนหายเข้าไปในห้องน้ำ โจไซอาห์ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน เขาหลุบสายตาลงมองแผงยาคุมบนพื้นห้องแล้วดึงสายตากลับมองไปยังประตูห้องน้ำที่ปิดสนิท สีหน้าและน้ำเสียงของเมอร์ลินเมื่อครู่ ทำไมดูจริงจังจนเขาแอบขนลุกกันนะ
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • What is a divorce? [Mpreg]   บทที่ 0274

    ฝ่ามือเรียวที่เหี่ยวย่นตามวัยวางกรอบรูปกรอบใหม่ลงบนโต๊ะที่อัดแน่นด้วยกรอบรูปมากมาย เศษกระดาษที่ถูกตัดถูกขยำรวบใส่ถังขยะ ก่อนจะยกถังขยะนั้นกลับไปไว้ที่ของมัน มารีแอนน์มองภาพเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันหลังให้เมื่อมีเสียงเรียก ประตูบ้านถูกเปิดออกพร้อมแสงสว่างของช่วงสายสาดส่องเข้ามาด้านในกรอบรูปที่ติ

  • What is a divorce? [Mpreg]   บทที่ 0273

    “พี่เมอร์ลิน เอ่อ ยินดีด้วยนะครับกับการแต่งงาน” อูรีเอลเอ่ยอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ“เออ ขอบใจ” และเมอร์ลินก็ขอบใจห้วน ๆ เพราะยังไม่ชอบหน้าอูรีเอลเหมือนเคย“ผมรู้ว่านายเกลียดผม แต่ช่วยรับของขวัญชิ้นนี้ได้หรือเปล่า?” อิการาชิพูดขึ้นมาก่อนวางกล่องบางอย่างที่มีขนาดเท่าฝ่ามือลง เมอร์ลินไม่ได้แสดงท่าทางรังเกีย

  • What is a divorce? [Mpreg]   บทที่ 0272

    เมื่อได้เวลาอันสมควร เรเธเซียก็ถูกเมอร์ลินอุ้มพามาที่กลางสนาม จากซุ้มแต่งงานกลายเป็นโต๊ะที่มีเค้กช็อกโกแลตและลูกสตอเบอร์รี่วางเรียงเป็นชั้น ๆ บนเค้กมีเทียนเลขสามปักอยู่พร้อมตัวอักษร HBD.SIASIA เขียนอยู่ ผู้คนมากมายที่รายล้อมล้วนเป็นคนที่รักหนูน้อยเรเธเซียคนนี้ แต่เสียใจด้วยที่ในสายตาของเรเธเซียมีแต่

  • What is a divorce? [Mpreg]   บทที่ 0271

    “แต่เรเธเซียคงยังไม่รู้สินะว่าตัวเองจะเป็นพี่สาวแล้ว” พอพูดแล้วก็หันมองเจ้าหญิงน้อยที่สนใจแต่เล่นกับคุณลุงมาเวอริค เมอร์ลินยิ้มบางก่อนสายตาจะสะดุดกับใบหน้าที่ดูซีดเล็กน้อยของอิการาชิ ตามจริงไม่จำเป็นต้องใส่ใจ แต่เขาก็ไม่อยากให้ใครมาตายในที่ของเขา เมอร์ลินจึงขอตัวแล้วเดินเข้ามาหาพี่ชาย“จะตายเหรอ? ถ้

  • What is a divorce? [Mpreg]   บทที่ 0270

    ‘ถ้าเซียเซียเห็นดาดี๊กับมามี๊จุ๊บ ๆ กัน เซียเซียต้องปิดตาแบบนี้นะคะ’ทั้งบอกและทำให้ดูเป็นตัวอย่าง การอบรมของคุณอาฝาแฝดก็เลยประสบความสำเร็จ ยกเว้นโอนิกซ์ที่ยืนจ้องตาแป๋ว ซึ่งแน่นอนว่ารามิเอลกับอิดอนได้แต่กำหมัดอยากซัดหน้าโจไซอาห์เหลือเกินช่วงเวลานี้นับเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขรองลงมาจากตอนเห็นหน้าลู

  • What is a divorce? [Mpreg]   บทที่ 0269

    โจไซอาห์ทำให้พี่ชายอย่างมาเวอริครู้สึกอุ่นใจที่จะฝากน้องชาย แม้ความเป็นจริงเขาจะไม่มีสิทธิ์เข้ายุ่งเพราะทั้งคู่เคยแต่งงานกันแล้ว แต่พอได้รับหน้าที่พี่ชายจากเมอร์ลิน ความหวงน้องมันก็ทำงานเกินหน้าตาทันที“พ่อได้ยินและได้รับรู้ถึงความรักที่ลูกมีต่อภรรยา ขอให้พระเจ้าทรงมอบพรแด่ลูก” บาทหลวงกล่าวขึ้นพร้อม

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status