ศิษย์ทรพี ชาตินี้ข้าจะไม่รักเจ้า

ศิษย์ทรพี ชาตินี้ข้าจะไม่รักเจ้า

last updateآخر تحديث : 2026-01-10
بواسطة:  Sapphiros S. N.مستمر
لغة: Thai
goodnovel16goodnovel
لا يكفي التصنيفات
36فصول
339وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

'เสิ่นซิงอี' มีศิษย์ที่รักเอ็นดูดั่งลูกในไส้นาม 'ลี่จิ่น' หลังลี่จิ่นออกท่องยุทธภพก็กลับมาด้วยชื่อทรราช ยึดครองโลกจับเขาเป็นเตาอุ่นเตียง เขาจึงย้อนกลับไปและตัดใจไม่รับลี่จิ่นเป็นศิษย์เพื่อเปลี่ยนอนาคต

عرض المزيد

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
36 فصول
บทนำ ชาตินี้ข้าจะไม่รักเจ้า
บทนำชาตินี้ข้าจะไม่รักเจ้าเสิ่นซิงอีหยัดกายขึ้นจากพื้นห้องเย็นเฉียบอันถูกละเลงไปด้วยสีชาดของโลหิตและกลิ่นคาวราคะ แต่ไม่ว่าสภาพพื้นจะเละเทะมากเพียงใด ก็ไม่อาจเทียบเท่ากับสภาพร่างของเขาในตอนนี้ได้ครานี้ก็ลงเอยเช่นเดิม มือสั่นเทิ้มรวบผ้าห่มย้อมสีเลือดคลุมกาย ลากสังขารอันบอบช้ำเดินกะเผลกไปยังชั้นหนังสือ ทุกย่างก้าวล้วนสร้างความร้าวระบมดั่งกล้ามเนื้อทุกมัดฉีกขาด เลือดแดงฉานลากเป็นสายตามทางที่เขาเดิน แต่เสิ่นซิงอีไม่สนใจว่า เขาจะทิ้งร่องรอยไว้หรือไม่ ไม่ว่าอย่างไร อีกเพียงไม่กี่อึดใจเขาก็จะไม่อยู่ที่นี่แล้วมือเรียวที่มิอาจควบคุมไม่ให้สั่นเอื้อมหยิบม้วนคัมภีร์ที่แอบซ่อนไว้ในมุมมืดของชั้นหนังสือเก่าคร่ำครึ สายตาว่างเปล่ากวาดมองอักขระที่มองมานับสิบครั้ง โลหิตผสมเศษเสี้ยวแก่นปราณและน้ำตาอุ่นป้ายวนทวนย้อนกระแสอักษร ปากซีดร่ายถ้อยคำเดิม ๆ ที่ท่องจนขึ้นใจด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ เขาเหนื่อยเหลือเกิน นี่ก็ครั้งที่สิบแล้วที่เขาต้องมาทำอะไรเช่นนี้เสิ่นซิงอี หรือผู้อาวุโสหนิงเฉินแห่งสำนักเซียนแก้วเจ็ดประการ อันเป็นชื่อที่เขาได้รับมาจากอาจารย์เฉินกวงเมื่อครั้งได้รับการยกย่องให้เป็นปรมาจารย์มนต
اقرأ المزيد
บทที่ 1 ความมุ่งมั่นของดอกท้อ
บทที่ 1ความมุ่งมั่นของดอกท้อชุดคลุมยาวสีขาวสะอาดพลิ้วสไว โฉบอ้อล้อไปกับสายลมเหนือเมฆา เจ้ายอดเขากระโดดลงจากกระบี่ประจำกาย เท้าแตะพื้นหญ้าเบาเท่ากลีบท้อร่วงหล่น กระบี่ซือโฉวบินเข้าฝักข้างเอวผู้เป็นนาย ผ้าแพรที่ปลายดาบปลิวปรายดั่งหางปลาว่ายไปในอากาศ เสิ่นซิงอีมองศิษย์สายตรงออกมายืนคำนับต้อนรับเขากลับยอดเขา เวลานี้ยอดเขามณีรัตนะเหลือศิษย์ที่ยังรั้งฝึกตนอยู่เพียงแค่สองคนเท่านั้น“ยินดีต้อนรับอาจารย์กลับยอดเขาขอรับ” โจวเซี่ยนประสานมือค้อมกายคารวะอาจารย์อย่างแข็งขัน ในขณะที่ซุนผิงค้อมกายไปก็แอบเอียงหน้าขึ้นมาเหล่มองข้างหลังอาจารย์ไป โจวเซี่ยนเห็นดังนั้นก็จับหลังคอศิษย์น้องกดให้เขาก้มเคารพอาจารย์ให้ดี“ไม่ต้องมองหาแล้ว วันนี้อาจารย์มิได้พาศิษย์น้องมาทักทายพวกเจ้า” เหมือนเมื่อก่อน…“ศิษย์ไร้ความสำรวม ขออภัยขอรับ อาจารย์!” ซุนผิงค้อมตัวลงต่ำกว่าเก่าด้วยรู้ความผิด แต่ในน้ำเสียงกลับแฝงความเสียดายไว้อย่างปิดไม่มิด“ช่างเถิด ลุกขึ้นได้แล้ว”“ขอรับ!”ศิษย์ทั้งสองกลับมายืนเต็มความสูง นัยน์ตาเรียบเฉยแอบสั่นไหวเล็กน้อย ยามนี้เจ้าลูกศิษย์ทั้งสองยังเป็นเพียงเด็กหนุ่มไร้เดียงสา สูงยังไม่ถึงคางของเขาเสี
اقرأ المزيد
บทที่ 2 ผู้อาวุโสหนิงเฉินรับศิษย์
บทที่ 2ผู้อาวุโสหนิงเฉินรับศิษย์ผู้บำเพ็ญเพียรรูปงามก้าวเท้าออกจากถ้ำอันก่อร่างมาจากผลึกแก้วส่องประกายจรัสเจ็ดสีแห่งเขาแก้วพันสารทิศ ท่ามกลางสีสันละลานตาชุดขาวสะอาดไม่ได้ดูหม่นลงเลย กลับยิ่งดูโดดเด่นขึ้นมาอยู่เหนือแสงสะท้อนจากแก้วทุกผลึก แพขนตางอนงามค่อย ๆ ลืมขึ้น นัยน์ตาที่มีกลีบดอกท้อโปรยปรายอยู่ภายในเปิดต้องแสงอาทิตย์สาดส่องที่ไม่ได้รับมานานถึงห้าปีเต็ม ผู้อาวุโสหนิงเฉินออกจากการปิดด่านแล้ว“อาซิง เจ้าออกจากด่านแล้ว” กระบี่กรีดผ่าอากาศดังลั่นดั่งฟ้าร้อง ผู้บำเพ็ญเพียรผู้สูงสง่าก้าวลงมาจากกระบี่คู่กาย ต้อนรับการกลับมาของศิษย์น้องเสิ่นซิงอีประสานมือคำนับผู้มาใหม่ “คารวะศิษย์พี่เยี่ยน ข้าเพิ่งจะก้าวเท้าออกจากถ้ำผลึกเจ็ดสี ท่านก็มาถึงเสียแล้ว ท่านรวดเร็วถึงเพียงนี้ คนจากยอดเขาอัสสรัตนะจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน”เยี่ยนอวิ๋นหลงรีบประคองศิษย์น้องลุกขึ้น “ที่นี่มีแค่เราสองคนเจ้าจะพิธีรีตองไปใย”ปากบางยกยิ้ม “พี่เยี่ยน”เยี่ยนอวิ๋นหลงหัวเราะชอบใจพลางกอดคอศิษย์น้องรัก “ก่อนหน้านี้ จู่ ๆ เจ้าก็ปิดด่าน มิได้บอกกล่าวผู้ใด ข้าเป็นห่วงจึงคอยเฝ้าดูรอวันที่เจ้าเดินออกมา”เสิ่นซิงอีได้ฟังก็ซาบซึ้งใ
اقرأ المزيد
บทที่ 3 ศิษย์สำนักวันสุดท้าย
บทที่ 3ศิษย์สำนักวันสุดท้ายลมพัดเอื่อยพาให้รู้สึกสงบใจดั่งผิวน้ำไร้ระลอกคลื่น สมองโล่งโปร่งจนความคิดแจ่มชัด เสิ่นซิงอีวางหมากสีขาวบนกระดาน“ข้าชนะแล้ว”หลินจงไห่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย “ศิษย์พี่เสิ่น หลังออกจากด่านครานั้นท่านก็ทำตัวว่างเสียเหลือเกิน นี่ก็กระดานที่สิบแล้ว ท่านจะรั้งอยู่บนยอดเขาปริณายกรัตนะอีกนานแค่ไหนกันแน่?”“จนกว่าข้าจะชนะเจ้า” ปากบางเหยียดยิ้มพอใจ “รีบยอมรับความพ่ายแพ้เสียเถิด ศิษย์น้องหลิน”กระดานหมากที่ดูเหมือนกับตายแล้ว กลับถูกหลินจงไห่ทำลายด้วยการลงเพียงหมากเดียว “ศิษย์พี่เสิ่นยังเป็นพวกคิดหน้าคิดหลังไม่รอบคอบเช่นเคย”“ครั้งนี้ไม่เป็นเช่นนั้นหรอก” เสิ่นซิงอียกยิ้มกริ่ม เขาวางแผนมาดีมาก แผนการที่ถูกขัดเกลามากว่าเก้าชาติจนมาถึงชาติที่สิบนี้หลังออกจากด่านก็ผ่านมาแล้วห้าปี ตลอดห้าปีมานี้ เสิ่นซิงอีทั้งคอยสอดส่องความเป็นไป ทั้งแอบลงมือขัดขวางการบำเพ็ญเพียรของลี่จิ่นด้วยตัวเอง ผู้อาวุโสหนิงเฉินผู้มีกริยาสำรวมสูงส่งกลับทำตัวเหมือนโจร ร่ายมนตร์พรางกาย ย่องเข้ากระท่อมศิษย์ฝ่ายนอกไร้ชื่อ แอบเปลี่ยนเนื้อหาในตำราฝึกตนของลี่จิ่น ริบหินปราณและทรัพยากรฝึกตนอันแสนล้ำค่าเอา
اقرأ المزيد
บทที่ 4 ครึ่งเผ่าฟ้าครึ่งเผ่าพิภพ
บทที่ 4ครึ่งเผ่าฟ้าครึ่งเผ่าพิภพ“สถานการณ์เป็นอย่างไร?” เสิ่นซิงอีใช้วิชาตัวเบาวิ่งไปควบคุมกระบี่และร่ายมนตราสังหารสัตว์อสูรที่กำลังทำลายบ้านเรือนของชาวบ้านไป มนตราสาดแสงสีดอกท้อร่วมกับประกายจากกระบี่และความพลิ้วไหวของผ้าแพรงดงามราวกับดูการแสดงเต้นรำท่ามกลางดอกไม้ไฟ“พบฝูงสิงโตหางหนามบุกทำลายคลังเสบียงของหมู่บ้านและสังหารชาวบ้านไปยี่สิบสองรายขอรับ พวกข้าช่วยกันสังหารมันจากทางทิศตะวันออกมาถึงบริเวณใจกลางหมู่บ้านก็ประมาณสิบห้าตัวได้แล้ว ทุกตัวล้วนเป็นสัตว์อสูรระดับสูง” โจวเซี่ยนรายงานพลางแกว่งกระบี่เผื่อในส่วนของศิษย์น้องผู้หลบตัวสั่นอยู่ข้างหลังไปด้วยคิ้วเรียวขมวดมุ่น “สิงโตหางหนามเป็นสัตว์อสูรที่ออกล่าตามลำพัง ไม่ชอบการรวมฝูงเนื่องจากจะเป็นการรุกรานอาณาเขตกันเอง อีกทั้งแม้จะหิวโหยมากเพียงใดส่วนมากก็จะไม่ออกมาบุกรุกมนุษย์ถึงนอกถิ่นที่อยู่ของมัน เพราะจะเป็นการละทิ้งอาณาเขตเสี่ยงต่อการถูกแย่งชิง เรื่องนี้ไม่ปกติแล้ว”เสิ่นซิงอีแตะเท้าเพียงเบา ๆ ส่งร่างกระโดดขึ้นไปยืนบนหลังคาบ้าน มือร่ายลมปราณสีดอกท้อขึ้นมาจ่อที่ปาก“ดอกท้อโปรยปราย”ผู้บำเพ็ญเพียรรูปงามในชุดขาวบริสุทธิ์เป่าลมปราณในมือก
اقرأ المزيد
บทที่ 5 ศิษย์สายตรงยอดเขามณีรัตนะ
บทที่ 5ศิษย์สายตรงยอดเขามณีรัตนะสุราดอกท้อชั้นเลิศกรอกเข้าไปในริมฝีปากสีกลีบท้อที่บวมเจ่ออย่างน่ารังแกเป็นไหที่สาม ขนตาพริ้งพรายปรือลงตามสติที่เลือนราง ยามที่ยังมีจินตานอาจารย์ของเขาก็คออ่อนมากแล้ว นับประสาอะไรกับในยามนี้ที่เขาทำลายเม็ดโอสถสีท้อไปแล้ว ซ้ำยังย่ำยีร่างกายของผู้บำเพ็ญเพียรพิการจนไม่มีส่วนใดเว้นว่างจากรอยบอบช้ำร่างที่อ่อนระทวยคล้ายใกล้จะสิ้นลมคาอ้อมกอดของเขาสำลักไอเอาน้ำสุราที่ถูกจับกรอกออกมา สุราที่เหลือรินรดท่วมดวงหน้างามล้ำซ้ำเติมสภาพแสนน่าเวทนา มือแกร่งจับกรอบหน้าเรียวสวย บีบอย่างแรงบังคับให้ปากบางอ้าออกอีกครั้ง“ดื่มเข้าไปอีกสิ เสิ่นซิงอี นี่เป็นสุราที่หมักมาจากดอกท้อเซียนที่เจ้าชอบนักหนาเชียว ข้ายกต้นท้อเซียนทั้งต้นนั้นให้กับเจ้า แต่หลังจากข้าทำลายจินตานของเจ้า ทำให้เจ้ากลายเป็นดั่งคนพิการก็ไม่สามารถกินผลท้อเซียนที่ต้องใช้ปราณในร่างซึมซับได้ ข้าจึงสั่งให้คนนำดอกท้อเซียนเหล่านั้นไปหมักเป็นสุราที่คนพิการอย่างเจ้ากินได้โดยเฉพาะ อย่าทำลายน้ำใจของข้านักสิ อาจารย์”น้ำตาไหลรินจากดวงตาเมล็ดซิ่งคู่งาม ภายในนั้นไม่เหลือร่องรอยของดอกท้อโปรยปรายอันเป็นสัญลักษณ์แห่งตบะทั้งชี
اقرأ المزيد
บทที่ 6 ความโกรธของลี่จิ่น
บทที่ 6ความโกรธของลี่จิ่นภาพจำของผู้อาวุโสหนิงเฉินแห่งยอดเขามณีรัตนะในสายตาของศิษย์สำนักแก้วเจ็ดประการทุกคน คือบุรุษรูปงามผู้มักสวมชุดคลุมสีขาวสะอาดอันเป็นสัญลักษณ์แห่งยอดเขามณีรัตนะ นอกจากนี้เขายังมีกิริยาวาจาที่สำรวม มิชมชอบการพูดคุยสนทนาไร้สาระ ทั้งยังเป็นอัจฉริยะด้านการบำเพ็ญเพียร หนึ่งในสามของผู้ไปถึงขั้นหลอมแก่นปราณระดับสาม ไม่พอ เขายังเป็นปรมาจารย์มนตรา มรรคาที่หาได้ยากในสำนักที่ขึ้นชื่อเรื่องวิชากระบี่ ยามต่อสู้ก็งดงามสะกดทุกสายตาดั่งต้องมนตร์ จนได้รับสมญานาม ‘หมื่นดารา พันบุปผา’ เหล่าศิษย์จึงยกย่องเขาเป็นดั่งเทพเซียน เป็นบุคคลตัวอย่างที่พึงดำเนินรอยตามแต่ศิษย์เหล่านั้นหารู้ไม่ว่า ภาพลักษณ์สำรวมวาจาใจของผู้อาวุโสเสิ่น เป็นเพียงเพราะเขาขี้เกียจจะฟังการร่ายเปิดงานที่ยืดยาวของเจ้าสำนักในงานประชุม ในการประลองส่วนใหญ่ก็ขี้คร้านจะดูชมการประลองของศิษย์ไร้ฝีมือ จึงใช้เวลาในการปรากฏตัวนอกยอดเขามณีรัตนะส่วนใหญ่นั่งหลับไม่ก็ยืนหลับ รอจนมีศิษย์พี่ศิษย์น้องที่รู้นิสัยกันดีมาปลุกแล้วจึงกลับยอดเขาก็เท่านั้นและในเวลานี้ ผู้อาวุโสหนิงเฉินก็กำลังทำสิ่งที่ตรงข้ามกับคำว่าสำรวม จนเรียกได้ว่า พ
اقرأ المزيد
บทที่ 7 เผ่าฟ้ามาเยือน
บทที่ 7เผ่าฟ้ามาเยือนเสิ่นซิงอีนอนจนแผ่นหลังชาหนึบไปหมด พักหลังมานี้เขาเก็บตัวอยู่แต่ในเรือนเพราะไม่อยากออกไปพบหน้าลี่จิ่น พอจะฝึกวิชาจิตใจก็ว้าวุ่นอลหม่านจนตั้งสมาธิไม่ได้ หรือว่าเขาควรจะไปสงบใจใต้ต้นท้อเซียนพันปีเหมือนที่แล้วมากันคิดยังไม่ตก พลันป้ายรัตนะเจ็ดสีอันเป็นป้ายประจำตัวเจ้ายอดเขาก็ส่องแสงสว่าง เสิ่นซิงอีรีบถ่ายเทลมปราณเข้าไปเพื่อตอบรับการติดต่อเข้ามาทันที“เจ้ายอดเขาเสิ่น นี่ข้าเอง”“ท่านเจ้าสำนัก มีธุระอันใดหรือขอรับ การประชุมเจ้ายอดเขามิใช่เดือนหน้าหรอกรึ?”“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก มีแขกจากอารามหมื่นพระพุทธกรมาขอพบคนของยอดเขาเจ้า”“อารามหมื่นพระพุทธกร?” เสิ่นซิงอีมุ่นหัวคิ้ว อารามหมื่นพระพุทธกรคือสำนักสงฆ์ที่ฝึกตนโดยมุ่งเน้นวิถีเผ่าฟ้า เนื่องจากอารามตั้งอยู่บนเทือกเขาโลกนาถอันอยู่สูงเสียดฟ้าเทียมเมฆจึงใกล้ชิดกับเผ่าฟ้ามากที่สุด ยามเมื่อเผ่าฟ้าต้องการถ่ายทอดข้อความลงมายังแดนมนุษย์ก็มักจะส่งสารผ่านอารามหมื่นพระพุทธกรนี้เรื่องนี้เห็นจะหนีไม่พ้นต้องเกี่ยวข้องกับการที่ลี่จิ่นปลุกพลังสายเลือดเผ่าฟ้าขึ้นมาเป็นแน่“ถูกแล้ว ไต้ซือเริ่นจยาพาคนจากเผ่าฟ้ามาที่สำนักแก้วเจ็ดประการของ
اقرأ المزيد
บทที่ 8 ยั่วยุถึงยอดเขามณีรัตนะ
บทที่ 8ยั่วยุถึงยอดเขามณีรัตนะหากข่าวเรื่องลี่จิ่นเป็นครึ่งเผ่าฟ้าแพร่สะพัดแล้ว ข่าวเรื่องที่เขาจะกราบอาจารย์คนที่สองแพร่สะพัดยิ่งกว่า ไม่ว่าจะศิษย์ฝ่ายนอก ศิษย์ฝ่ายใน หรือศิษย์สายตรงทั้งเจ็ดยอดเขาต่างก็ก่นด่าสาปส่งศิษย์อกตัญญู ไร้จริยธรรมคิดล้มล้างครูแม้เสิ่นซิงอีจะดีใจที่ทุกคนในสำนักเห็นด้วยกับเขา แต่ผู้ที่ถูกว่ากล่าวก็ยังคงเป็นศิษย์ยอดเขามณีรัตนะของเขา ผู้คนสาปส่งคนแล้วก็ย่อมพาลมาสงสัยถึงการดูแลศิษย์ของเขาว่าเหตุใดจึงบ่มเพาะศิษย์เนรคุณเช่นนี้ขึ้นมาได้ผู้อาวุโสผู้สำรวมกิริยาวาจาย่อมขี้คร้านจะไปอธิบายเรื่องราวน่าหงุดหงิดให้คนอื่นฟัง หากแต่เสิ่นซิงอีสำรวมจนกลายเป็นไม่ทันคน ไม่ใช่ว่าผู้อื่นจะคิดเหมือนเขาเสียทั้งหมด เผ่าฟ้าผู้นั้นมิได้ปรากฏขึ้นเป็นชาติแรก เขามีนามว่า หรงหนานเกิง และหรงหนานเกิงผู้นี้คือขั้วตรงข้ามของเสิ่นซิงอีโดยแท้ปีกทองสยายอวดโฉมให้ทั่วทั้งสำนักได้ยินยล เผ่าฟ้าที่มักถือตนกลับพูดคุยกับศิษย์ในสำนักแดนมนุษย์อย่างเป็นกันเอง เรียกได้ว่าผ่านมาไม่กี่วัน ศิษย์สำนักแก้วเจ็ดประการก็รู้สึกใกล้ชิดกับเผ่าฟ้าผู้นี้มากเสียกว่าผู้อาวุโสหนิงเฉินที่พำนักอยู่บนยอดเขามณีรัตนะตลอดเวลา
اقرأ المزيد
บทที่ 9 การประลองถึงชีวิต
บทที่ 9การประลองถึงชีวิตศึกชิงศิษย์ที่แต่เดิมเป็นเพียงการทะเลาะวิวาทน่าขายหน้าในชาติอื่น กลายเป็นการประลองใหญ่โตในชาติที่สิบ สนามประลองก็ย้ายไปยังลานประลองหลักในพื้นที่ตำหนักกลางหาว เพื่อให้เหล่าศิษย์ผู้เรียกร้องให้เกิดการต่อสู้ครั้งนี้มาเป็นสักขีพยาน ปรมาจารย์มนตราปะทะเผ่าฟ้า เรื่องน่าสนใจเช่นนี้ เจ้ายอดเขาและผู้อาวุโสทุกคนล้วนออกจากที่พำนักมาจับจองที่นั่ง ศิษย์ที่ออกท่องยุทธภพไม่รู้ไปได้ยินข่าวคราวมาจากไหนถือโอกาสกลับสำนักมาร่วมชมการประลองด้วย ไม่ใช่เพียงเท่านี้ อารามหมื่นพุทธกรก็ขนบรรดาผู้อาวุโสมาเพื่อรองรับการลงมาเยือนของเผ่าฟ้าถึงห้าคน จากที่ในชาติก่อน ๆ มีเพียงเผ่าฟ้าคนเดียวเท่านั้นลงมาเป็นประจักษ์พยานแน่ล่ะ ก่อนหน้านี้ เสิ่นซิงอีเล่นประกาศเสียเอิกเกริกว่าจะสังหารเผ่าฟ้า การประลองเดือดปะทุกลายเป็นการประลองถึงชีวิต เรื่องใหญ่โตเช่นนี้คงจะดึงดูดความสนใจจากเผ่าฟ้าได้ไม่มากก็น้อยผู้อาวุโสหนิงเฉินเดินขึ้นลานประลองด้วยอากัปกิริยาสงบนิ่งดุจน้ำค้างกลางใบบัว เสิ่นซิงอีไร้ซึ่งความกังวล แต่ภายใต้สีหน้าเรียบเฉยกลับกักเก็บความอับอายถึงขีดสุดเอาไว้ ตั้งแต่ในชาติแรกเป็นต้นมาเคยเกิดเหตุการณ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status