ศิษย์ทรพี ชาตินี้ข้าจะไม่รักเจ้า

ศิษย์ทรพี ชาตินี้ข้าจะไม่รักเจ้า

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-10
Oleh:  Sapphiros S. N.Ongoing
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
36Bab
8Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

'เสิ่นซิงอี' มีศิษย์ที่รักเอ็นดูดั่งลูกในไส้นาม 'ลี่จิ่น' หลังลี่จิ่นออกท่องยุทธภพก็กลับมาด้วยชื่อทรราช ยึดครองโลกจับเขาเป็นเตาอุ่นเตียง เขาจึงย้อนกลับไปและตัดใจไม่รับลี่จิ่นเป็นศิษย์เพื่อเปลี่ยนอนาคต

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ ชาตินี้ข้าจะไม่รักเจ้า

บทนำ

ชาตินี้ข้าจะไม่รักเจ้า

เสิ่นซิงอีหยัดกายขึ้นจากพื้นห้องเย็นเฉียบอันถูกละเลงไปด้วยสีชาดของโลหิตและกลิ่นคาวราคะ แต่ไม่ว่าสภาพพื้นจะเละเทะมากเพียงใด ก็ไม่อาจเทียบเท่ากับสภาพร่างของเขาในตอนนี้ได้

ครานี้ก็ลงเอยเช่นเดิม มือสั่นเทิ้มรวบผ้าห่มย้อมสีเลือดคลุมกาย ลากสังขารอันบอบช้ำเดินกะเผลกไปยังชั้นหนังสือ ทุกย่างก้าวล้วนสร้างความร้าวระบมดั่งกล้ามเนื้อทุกมัดฉีกขาด เลือดแดงฉานลากเป็นสายตามทางที่เขาเดิน แต่เสิ่นซิงอีไม่สนใจว่า เขาจะทิ้งร่องรอยไว้หรือไม่ ไม่ว่าอย่างไร อีกเพียงไม่กี่อึดใจเขาก็จะไม่อยู่ที่นี่แล้ว

มือเรียวที่มิอาจควบคุมไม่ให้สั่นเอื้อมหยิบม้วนคัมภีร์ที่แอบซ่อนไว้ในมุมมืดของชั้นหนังสือเก่าคร่ำครึ สายตาว่างเปล่ากวาดมองอักขระที่มองมานับสิบครั้ง โลหิตผสมเศษเสี้ยวแก่นปราณและน้ำตาอุ่นป้ายวนทวนย้อนกระแสอักษร ปากซีดร่ายถ้อยคำเดิม ๆ ที่ท่องจนขึ้นใจด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ เขาเหนื่อยเหลือเกิน นี่ก็ครั้งที่สิบแล้วที่เขาต้องมาทำอะไรเช่นนี้

เสิ่นซิงอี หรือผู้อาวุโสหนิงเฉินแห่งสำนักเซียนแก้วเจ็ดประการ อันเป็นชื่อที่เขาได้รับมาจากอาจารย์เฉินกวงเมื่อครั้งได้รับการยกย่องให้เป็นปรมาจารย์มนตราและขึ้นเป็นเจ้ายอดเขามณีรัตนะต่อจากเฉินกวงผู้เป็นอาจารย์ เสิ่นซิงอีตั้งมั่นในการฝึกตน บำเพ็ญเพียรจนถึงขั้นหลอมแก่นปราณระดับสาม อันมีเพียงแค่สามคนในสำนักเท่านั้นฝึกตนจนไปถึงขั้นนั้นได้ กลายเป็นผู้บรรลุขั้นหลอมแก่นปราณที่มีอายุน้อยที่สุด และเป็นความหวังในการเลื่อนขั้นขึ้นเป็นขั้นก่อกำเนิดคนแรกของสำนัก กระนั้น ผู้อาวุโสหนิงเฉินก็มิได้บำเพ็ญเพียรจนปล่อยปละละเลยหน้าที่ของตน

เจ้ายอดเขามีหน้าที่ต้องรับศิษย์สายตรงเพื่อบ่มเพาะผู้บำเพ็ญเพียรรุ่นเยาว์ให้กับสำนักและปลุกปั้นเจ้ายอดเขารุ่นถัดไปจากตน ตั้งแต่ประจำตำแหน่งมา เสิ่นซิงอีก็เข้าร่วมการสอบคัดเลือกศิษย์เข้าสำนัก รวมถึงการทดสอบศิษย์ฝ่ายนอกและฝ่ายในทุกครั้ง รับศิษย์ขึ้นเขามณีรัตนะอยู่ไม่ขาด บางปีที่เหล่าศิษย์มีพรสวรรค์ก็รับมาถึงสามคน บางปีที่ไม่มีใครมีแววก็ไม่ได้รับเลย จนถึงตอนนี้ ผู้อาวุโสเสิ่นได้ชี้แนะศิษย์ไปแล้วถึงสิบสี่คน ส่วนใหญ่สำเร็จวิชาออกเดินทางท่องยุทธภพเพื่อตามหามรรคาของตนในโลกอันกว้างไกล เหลือเพียงศิษย์อายุน้อยไม่กี่คนบนยอดเขามณีรัตนะ

ในปีนั้น เสิ่นซิงอีก็ได้ต้องตาเด็กชายผู้หนึ่ง เด็กชายผู้นั้นเป็นเด็กกำพร้าเนื้อตัวสกปรกมอมแมม ทว่า ด้วยวัยเพียงห้าปีกลับปีนขึ้นเขาแก้วพันสารทิศอันมีภูมิประเทศเลวร้ายจนคนธรรมดาไม่สามารถก้าวก่ายได้สำเร็จ นับเป็นการผ่านบททดสอบคัดเลือกศิษย์เข้าสำนักแก้วเจ็ดประการ

นอกจากอายุที่น้อยมากแล้ว เด็กชายก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเหนือผู้อื่น ยังรวบรวมลมปราณไม่ได้ กระดูกยังไม่แข็งดีด้วยซ้ำ การที่เขาปีนขึ้นเขาแก้วพันสารทิศมาได้นับเป็นโชคช่วยอย่างแท้จริง

แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาใสกระจ่างแสนหนักแน่นคู่นั้น เสิ่นซิงอีก็รู้สึกต้องชะตาเป็นอย่างยิ่ง จึงจูงมือเล็กมอมแมมขึ้นยอดเขามณีรัตนะ รับเป็นศิษย์สายตรงโดยไม่ต้องผ่านการฝึกตนเป็นศิษย์ฝ่ายนอกและฝ่ายในก่อน

ลี่จิ่นคือชื่อที่เขามอบให้ศิษย์ใหม่ตัวน้อย ผู้อาวุโสหนิงเฉินรักเอ็นดูศิษย์น้อยผู้นี้ราวกับเป็นลูกในไส้ ได้สิ่งใดมาก็ประเคนให้ลี่จิ่นทุกอย่าง ทรัพยากรบำเพ็ญเพียรของศิษย์ผู้นี้บางอย่างถึงกับดีกว่าเจ้าสำนักเสียด้วยซ้ำ จนกลายเป็นข้อครหา โดนคนในสำนักทัดทานอยู่หลายครั้ง แต่ผู้อาวุโสหนิงเฉินหาได้สนใจไม่

ลี่จิ่นเองก็เป็นเด็กที่ร่าเริงและเชื่อฟังอาจารย์เป็นที่สุด ทุกคำสอนของอาจารย์ล้วนจำฝังใจไม่มีลืม เด็กชายเติบโตภายใต้การชี้แนะของเสิ่นซิงอีเป็นอย่างดี เก่งกาจจนได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะแห่งยุค อายุสิบปีสำเร็จขั้นหลอมแก่นปราณระดับหนึ่ง อายุสิบสองปีสำเร็จวิชากระบี่ผลึกแก้วของสำนักแก้วเจ็ดประการ อายุสิบห้าปีเอาชนะในการประลองยุทธภพครั้งใหญ่ที่รวบรวมศิษย์จากทุกสำนักในโลกบำเพ็ญเพียรแดนมนุษย์ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในใต้หล้า สร้างชื่อเสียงให้สำนัก นำความภาคภูมิใจกลับมาฝากอาจารย์ เมื่อเติบใหญ่ก็ลงเขาไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ตามหามรรคาตามธรรมเนียมปฏิบัติของสำนัก ทิ้งให้อาจารย์ยืนมองตามทางที่เขาจากไปถึงสามวันสามคืนกว่าจะยอมขยับตัว

ทางด้านเสิ่นซิงอีผู้ไร้ศิษย์คนโปรดข้างกายก็ใจลอยจนไม่เป็นอันฝึกวิชา วัน ๆ เอาแต่นั่งคอยข่าวคราวจากศิษย์รัก ส่งผลให้ระดับบำเพ็ญเพียรย่ำอยู่กับที่ เหล่าผู้อาวุโสและเจ้าสำนักพยายามพูดให้เขากลับมาอยู่กับร่องกับรอยมากเท่าใดก็ไม่เป็นผล จึงได้แต่ปล่อยให้เจ้ายอดเขาผู้เคยเป็นความหวังระดับก่อกำเนิดของสำนักนั่งยิ้มแย้มกับเรื่องราวการพิชิตยุทธภพของศิษย์รัก คุยโวเล่าวีรกรรมอันผาดโผนที่ได้ฟังมาอีกทีให้ลูกศิษย์บนยอดเขาฟังจนศิษย์ยอดเขามณีรัตนะแทบไม่ได้ร่ำเรียนกันแล้ว

เจ้ายอดเขาผู้ไม่สามารถออกจากที่พำนักโดยไร้เหตุจำเป็นไม่รู้ ทั่วทั้งยุทธภพก็ไม่เพียงพอให้ลี่จิ่นได้พิชิต ไม่ว่าโลกบำเพ็ญเพียรจะมีกี่ดินแดน กี่เผ่าพันธุ์ ลี่จิ่นก็ไปถล่มอย่างไร้ผู้ที่จะต้านทานเขาได้ ชื่ออัจฉริยะแห่งยุคของลี่จิ่นแปรเปลี่ยน จากอันดับหนึ่งในใต้หล้ากลายเป็นผู้พิชิตโลกยุทธภพ และในท้ายที่สุด จากผู้พิชิตโลกยุทธภพก็กลายเป็นทรราช

ทรราชครอบครองทุกดินแดนในโลกบำเพ็ญเพียรสำเร็จก็กลับมายังจุดเริ่มต้นของตนเอง สำนักแก้วเจ็ดประการ มิใช่เพื่อเยี่ยมเยียนรากเหง้าแลผู้มีพระคุณ มิใช่เพื่อนำเกียรติยศมาให้อาจารย์ชื่นชม แต่เพื่อยึดครองสำนักเซียนอันดับหนึ่งในใต้หล้ามาเป็นของตน

ลี่จิ่นตั้งตนเป็นราชาแห่งโลกบำเพ็ญเพียร ตั้งสำนักแก้วเจ็ดประการเป็นพระราชวัง ใช้ยอดเขามณีรัตนะเป็นเรือนนอน จับศิษย์พี่ศิษย์น้องเป็นทาสรับใช้ ล้างครูอาจารย์ผู้เฝ้ารอวันหวนคืนของเขาจนไม่เป็นอันกินอันนอน ผู้อาวุโสหนิงเฉิน เจ้ายอดเขามณีรัตนะได้รับตำแหน่งใหม่

เตาอุ่นเตียงขององค์ราชา

เสิ่นซิงอีโดนทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจจนพังทลายสิ้น แต่ในใจก็ยังรักลี่จิ่นเหมือนเลือดเนื้อของตน ดวงใจที่แตกสลายสับสนจนไม่สามารถประกอบร่างเป็นชิ้นดีได้ เขาไม่รู้ว่าต้องทำเช่นไรจึงจะดึงเด็กชายตัวน้อยผู้มีดวงตากระจ่างใสออกมาจากปีศาจทรชน

แต่ผู้อาวุโสหนิงเฉินมีคำพูดที่ใช้สอนศิษย์ทุกคนตามที่เขาได้รับการสั่งสอนจากอาจารย์เฉินกวงมาก่อน

‘ทุกข้อปัญหาย่อมต้องมีข้อแก้ไขเสมอ’

ข้อผิดพลาดเดียวของลี่จิ่นคือการขังเขาไว้ในเรือนบนยอดเขามณีรัตนะของตนเอง เสิ่นซิงอีขุดวิชาลับจากคัมภีร์ต้องห้ามที่อาจารย์เฉินกวงทิ้งไว้ ปลดผนึกด้วยโลหิตจากจินตานที่ถูกทำลาย ปลุกอาคมด้วยน้ำตาแห่งกาลเวลา ย้อนเวลากลับไปเพื่อหวังแก้ไขทุกสิ่งทุกอย่าง

เพื่อพาลี่จิ่นคนเดิมกลับมา

เสิ่นซิงอีย้อนกลับไปยังวันที่เขาพบลี่จิ่นเป็นครั้งแรก กลับไปยังช่วงเวลาที่ตราตรึงสลักลึกในใจของเขามากที่สุด ชั่วขณะที่เขาสบเข้ากับดวงตากระจ่างใสคู่นั้น…

ทุกครั้งที่กลับไป อาจารย์ผู้รักศิษย์ผู้นี้ไม่คลาย ไม่เคยทำใจเกลียดศิษย์ตัวน้อยที่ยังไร้เดียงสา มิได้รู้เรื่องราวในชาติก่อน ๆ ได้ลง เสิ่นซิงอีเริ่มต้นด้วยการรับเด็กชายผู้ถูกทอดทิ้งไร้ที่พึ่งพิงขึ้นยอดเขามณีรัตนะเช่นเคย ทว่า เขาปรับเปลี่ยนแนวทางในการเลี้ยงดูศิษย์เพื่อหวังว่าลี่จิ่นในอนาคตจะไม่เดินในเส้นทางแห่งทรราช ทั้งให้ลี่จิ่นไปฝึกตนในฐานะศิษย์ฝ่ายนอกด้วยตัวเองก่อนหลายปีจึงค่อยรับขึ้นยอดเขา ทั้งปฏิบัติต่อลี่จิ่นไม่ต่างศิษย์ทั่วไป มิได้ยกทรัพยากรชั้นเลิศแลของวิเศษให้ดั่งเคย ทั้งทำตัวเหินห่างเย็นชา แต่ไม่ว่าชาติไหน ความรักใคร่เอ็นดูในความทรงจำก็ยังไม่จางหาย แม้จะพยายามปฏิเสธ คนภายนอกก็ยังคงมองออกว่าเขาแอบเอียงเอนไปทางลี่จิ่นมากกว่าศิษย์คนอื่น จนในชาติที่เก้า เสิ่นซิงอีก็ตัดสินใจมอบความรักให้ลี่จิ่นจนถึงขีดสุด สนับสนุนจนเกินตัวราวกับมารดาเลี้ยงลูกในไส้ แม้กระทั่งตามลี่จิ่นลงเขาไปท่องยุทธภพด้วยเขาก็ทำมาแล้ว

สุดท้าย ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม ในทุกชาติ เสิ่นซิงอีจบที่เป็นเตาอุ่นเตียงให้กับทรราชซ้ำ ๆ จนใจเริ่มจะด้านชา เขากำผ้าห่มลากขาเดินเข้าหอหนังสือ เปิดคัมภีร์ลับ ร่ายคาถาที่ท่องได้โดยไม่ต้องอ่านครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อย้อนกลับไปสบกับดวงตากระจ่างใสอันกลายเป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจให้เขายังคงพยายามแก้ไขเรื่องนี้ต่อ

บางที เขาอาจจะแค่อยากกลับไปสบกับดวงตาคู่นั้นตลอดไป บางที… ข้อปัญหาบางอย่างอาจไม่มีข้อแก้ไขอย่างที่อาจารย์เฉินกวงว่าไว้

บางที… เขาอาจจะรู้ตัวอยู่แล้วว่าไม่สามารถพาลี่จิ่นกลับมาได้

ดวงตาใสกระจ่างที่แสนหนักแน่นเกินวัยจ้องสบกลับมา แม้จะอยู่ห่างไกลนับลี้จนเด็กน้อยผู้ไร้วรยุทธ์ไม่ควรจะมองเห็นก็ตาม

เขากลับมาแล้ว จินตานยังดีอยู่ในร่าง ลมปราณยังคงไหลเวียนตามเส้นลมปราณ ร่างกายโปร่งเบาสบาย มิได้เจ็บเจียนตายและชุ่มโชกโลหิต เสิ่นซิงอีถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่แล้วก็ต้องหลับตาลง ปิดกั้นมิให้ตนมองสบกับความกระจ่างใสแสนไร้เดียงสา ที่จะนำพาความสิ้นหวังไร้ทางออกมาสู่เขาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

เสิ่นซิงอีเป็นปรมาจารย์มนตรา แต่เรื่องอาคมเขากลับอยู่ในระดับรากหญ้าไม่ต่างจากศิษย์ฝ่ายนอก ทำเอาอาจารย์เฉินกวงผู้ได้ชื่อว่าเป็นปรมาจารย์อาคมปวดเศียรทุกครั้ง ก่อนยกยอดเขามณีรัตนะให้ยังตัดพ้อว่า ถึงคราวสิ้นสูญของอาคมสำนักแก้วเจ็ดประการที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานแล้วอีกต่างหาก

ดังนั้น เสิ่นซิงอีจึงไม่เข้าใจกลไกการทำงานของ ‘อาคมหวนจารึกสู่อักษร’ ที่เขาใช้ย้อนเวลามาเก้าครั้งแล้วนัก และความไม่เข้าใจก็กลายเป็นความเจ็บใจ

เหตุใดเขาถึงต้องกลับมายังช่วงเวลาที่มีความสุขสูงสุดในชีวิตอันยาวนาน เพียงเพื่อที่จะถูกผู้ที่มอบความสุขให้กับเขาพังมันลงกับมือ ทำไมเขาต้องทนทุกข์ให้ศิษย์เนรคุณทำร้ายซ้ำ ๆ เพียงเพื่อช่วยศิษย์รักที่มิอาจพากลับมาได้…

“ศิษย์พี่เสิ่น สีหน้าท่านดูไม่ค่อยดี”

เสียงเอ้อระเหยของผู้อาวุโสหลินด้านข้างปลุกให้เสิ่นซิงอีได้สติกลับมา

“ข้า… ช่วงนี้ข้าฝึกตนมากไปเล็กน้อย” เสิ่นซิงอีตอบเสียงเรียบกลบเกลื่อนความขมขื่นในใจ

“เช่นนั้นรึ เมื่อครู่ข้าเห็นท่านจ้องเด็กคนนั้นอยู่นาน ก็นึกว่าศิษย์พี่เสิ่นจะรับศิษย์ใหม่มาเป็นศิษย์สายตรงเป็นครั้งแรกแล้วเสียอีก ข้าก็คิดอยู่ว่าท่านมิชมชอบเด็กเล็กมิใช่หรอกรึ”

“ข้าไม่รับศิษย์ที่มีอายุน้อย เพราะยังอยู่ในวัยที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์จิตใจให้นิ่งสงบได้ก็เท่านั้น มิได้ไม่ชอบอย่างที่เจ้าคิด” เสิ่นซิงอีเหยียดยิ้มเศร้าสร้อย หลินจงไห่ไม่รู้ เขานั้นรับศิษย์อายุน้อยผู้นี้ขึ้นเขามาเก้ารอบแล้ว

“เช่นนั้นรึ…”

เสียงเอ้อระเหยพลันแผ่วค่อย นัยน์ตาสีนิลกลายเป็นวังวนแห่งน้ำวนไร้ก้นบึ้ง หลินจงไห่เดินในมรรคาแห่งผู้พยากรณ์ตามธรรมเนียมของเจ้าแห่งยอดเขาปริณายกรัตนะ เสิ่นซิงอีรู้ว่านี่ไม่ใช่ความผิดปกติอันใด แต่เป็นอาการเมื่อเขาจะแถลงคำพยากรณ์ออกมา

ทว่า ก่อนหน้านี้ ทั้งเก้าชาติที่ผ่านมา หลินจงไห่ไม่เคยพยากรณ์ในวันสอบคัดเลือกศิษย์นี้

ผู้พยากรณ์หันขวับมาทางเสิ่นซิงอี เขาอ้าปากค้างปลดปล่อยเสียงที่ไม่ได้เปล่งจากลำคอของตนออกมา

“วิญญาณของเจ้าบรรจุความทรงจำไว้มากเกินไป ครั้งนี้ครั้งสุดท้ายแล้ว”

เสิ่นซิงอีตกตะลึง ผู้ทวนกระแสแห่งโลกย้อนเวลากลับมาตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งคำพยากรณ์ที่ไม่เคยได้รับ คำพยากรณ์ที่เป็นดั่งฝาปิดโลงตอกย้ำความพยายามอันสูญเปล่าตลอดเก้าชาติของเขา

ครั้งสุดท้าย… หมายถึงชาติสุดท้าย? เขาจะไม่สามารถย้อนกลับมาแก้ไขอดีตได้อีก?

“เหตุใดจึงถึงหน้าซีดเช่นนั้นเล่า ท่านไม่สบายจริง ๆ นั่นแหละ ผู้บำเพ็ญเพียรระดับหลอมแก่นปราณไม่ได้ป่วยไข้กันได้ง่าย ๆ ท่านให้ศิษย์พี่คังตรวจดูอาการหน่อยดีหรือไม่?”

หลินจงไห่กลับมายืนยิ้มดังเดิม ผู้พยากรณ์ระดับสูงนั้นจะมีชั่วจังหวะที่แถลงคำทำนายออกมาแก่ผู้ที่บังเอิญพบเห็นโดยไม่รู้ตัว โดยที่ตัวผู้พยากรณ์เองก็จำเหตุการณ์ไม่ได้แม้แต่น้อย

และคำพยากรณ์ที่มาโดยมิได้ตระเตรียม มิได้มีพิธีกรรม เป็นคำพยากรณ์ที่แม่นยำที่สุด

เสิ่นซิงอีตัดสินใจ ชายเสื้อสีขาวสะอาดสะบัดตามการเคลื่อนไหว ผู้อาวุโสหนิงเฉินก้าวขึ้นกระบี่ประจำกาย

“ปีนี้ ข้า ผู้อาวุโสหนิงเฉิน ปิดเขาไม่รับศิษย์”

ลี่จิ่นเอ๋ย อาจารย์ตัดใจที่จะช่วยเจ้าแล้ว

ชาตินี้ข้าจะไม่รักเจ้า

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
36 Bab
บทนำ ชาตินี้ข้าจะไม่รักเจ้า
บทนำชาตินี้ข้าจะไม่รักเจ้าเสิ่นซิงอีหยัดกายขึ้นจากพื้นห้องเย็นเฉียบอันถูกละเลงไปด้วยสีชาดของโลหิตและกลิ่นคาวราคะ แต่ไม่ว่าสภาพพื้นจะเละเทะมากเพียงใด ก็ไม่อาจเทียบเท่ากับสภาพร่างของเขาในตอนนี้ได้ครานี้ก็ลงเอยเช่นเดิม มือสั่นเทิ้มรวบผ้าห่มย้อมสีเลือดคลุมกาย ลากสังขารอันบอบช้ำเดินกะเผลกไปยังชั้นหนังสือ ทุกย่างก้าวล้วนสร้างความร้าวระบมดั่งกล้ามเนื้อทุกมัดฉีกขาด เลือดแดงฉานลากเป็นสายตามทางที่เขาเดิน แต่เสิ่นซิงอีไม่สนใจว่า เขาจะทิ้งร่องรอยไว้หรือไม่ ไม่ว่าอย่างไร อีกเพียงไม่กี่อึดใจเขาก็จะไม่อยู่ที่นี่แล้วมือเรียวที่มิอาจควบคุมไม่ให้สั่นเอื้อมหยิบม้วนคัมภีร์ที่แอบซ่อนไว้ในมุมมืดของชั้นหนังสือเก่าคร่ำครึ สายตาว่างเปล่ากวาดมองอักขระที่มองมานับสิบครั้ง โลหิตผสมเศษเสี้ยวแก่นปราณและน้ำตาอุ่นป้ายวนทวนย้อนกระแสอักษร ปากซีดร่ายถ้อยคำเดิม ๆ ที่ท่องจนขึ้นใจด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ เขาเหนื่อยเหลือเกิน นี่ก็ครั้งที่สิบแล้วที่เขาต้องมาทำอะไรเช่นนี้เสิ่นซิงอี หรือผู้อาวุโสหนิงเฉินแห่งสำนักเซียนแก้วเจ็ดประการ อันเป็นชื่อที่เขาได้รับมาจากอาจารย์เฉินกวงเมื่อครั้งได้รับการยกย่องให้เป็นปรมาจารย์มนต
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-10
Baca selengkapnya
บทที่ 1 ความมุ่งมั่นของดอกท้อ
บทที่ 1ความมุ่งมั่นของดอกท้อชุดคลุมยาวสีขาวสะอาดพลิ้วสไว โฉบอ้อล้อไปกับสายลมเหนือเมฆา เจ้ายอดเขากระโดดลงจากกระบี่ประจำกาย เท้าแตะพื้นหญ้าเบาเท่ากลีบท้อร่วงหล่น กระบี่ซือโฉวบินเข้าฝักข้างเอวผู้เป็นนาย ผ้าแพรที่ปลายดาบปลิวปรายดั่งหางปลาว่ายไปในอากาศ เสิ่นซิงอีมองศิษย์สายตรงออกมายืนคำนับต้อนรับเขากลับยอดเขา เวลานี้ยอดเขามณีรัตนะเหลือศิษย์ที่ยังรั้งฝึกตนอยู่เพียงแค่สองคนเท่านั้น“ยินดีต้อนรับอาจารย์กลับยอดเขาขอรับ” โจวเซี่ยนประสานมือค้อมกายคารวะอาจารย์อย่างแข็งขัน ในขณะที่ซุนผิงค้อมกายไปก็แอบเอียงหน้าขึ้นมาเหล่มองข้างหลังอาจารย์ไป โจวเซี่ยนเห็นดังนั้นก็จับหลังคอศิษย์น้องกดให้เขาก้มเคารพอาจารย์ให้ดี“ไม่ต้องมองหาแล้ว วันนี้อาจารย์มิได้พาศิษย์น้องมาทักทายพวกเจ้า” เหมือนเมื่อก่อน…“ศิษย์ไร้ความสำรวม ขออภัยขอรับ อาจารย์!” ซุนผิงค้อมตัวลงต่ำกว่าเก่าด้วยรู้ความผิด แต่ในน้ำเสียงกลับแฝงความเสียดายไว้อย่างปิดไม่มิด“ช่างเถิด ลุกขึ้นได้แล้ว”“ขอรับ!”ศิษย์ทั้งสองกลับมายืนเต็มความสูง นัยน์ตาเรียบเฉยแอบสั่นไหวเล็กน้อย ยามนี้เจ้าลูกศิษย์ทั้งสองยังเป็นเพียงเด็กหนุ่มไร้เดียงสา สูงยังไม่ถึงคางของเขาเสี
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-10
Baca selengkapnya
บทที่ 2 ผู้อาวุโสหนิงเฉินรับศิษย์
บทที่ 2ผู้อาวุโสหนิงเฉินรับศิษย์ผู้บำเพ็ญเพียรรูปงามก้าวเท้าออกจากถ้ำอันก่อร่างมาจากผลึกแก้วส่องประกายจรัสเจ็ดสีแห่งเขาแก้วพันสารทิศ ท่ามกลางสีสันละลานตาชุดขาวสะอาดไม่ได้ดูหม่นลงเลย กลับยิ่งดูโดดเด่นขึ้นมาอยู่เหนือแสงสะท้อนจากแก้วทุกผลึก แพขนตางอนงามค่อย ๆ ลืมขึ้น นัยน์ตาที่มีกลีบดอกท้อโปรยปรายอยู่ภายในเปิดต้องแสงอาทิตย์สาดส่องที่ไม่ได้รับมานานถึงห้าปีเต็ม ผู้อาวุโสหนิงเฉินออกจากการปิดด่านแล้ว“อาซิง เจ้าออกจากด่านแล้ว” กระบี่กรีดผ่าอากาศดังลั่นดั่งฟ้าร้อง ผู้บำเพ็ญเพียรผู้สูงสง่าก้าวลงมาจากกระบี่คู่กาย ต้อนรับการกลับมาของศิษย์น้องเสิ่นซิงอีประสานมือคำนับผู้มาใหม่ “คารวะศิษย์พี่เยี่ยน ข้าเพิ่งจะก้าวเท้าออกจากถ้ำผลึกเจ็ดสี ท่านก็มาถึงเสียแล้ว ท่านรวดเร็วถึงเพียงนี้ คนจากยอดเขาอัสสรัตนะจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน”เยี่ยนอวิ๋นหลงรีบประคองศิษย์น้องลุกขึ้น “ที่นี่มีแค่เราสองคนเจ้าจะพิธีรีตองไปใย”ปากบางยกยิ้ม “พี่เยี่ยน”เยี่ยนอวิ๋นหลงหัวเราะชอบใจพลางกอดคอศิษย์น้องรัก “ก่อนหน้านี้ จู่ ๆ เจ้าก็ปิดด่าน มิได้บอกกล่าวผู้ใด ข้าเป็นห่วงจึงคอยเฝ้าดูรอวันที่เจ้าเดินออกมา”เสิ่นซิงอีได้ฟังก็ซาบซึ้งใ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-10
Baca selengkapnya
บทที่ 3 ศิษย์สำนักวันสุดท้าย
บทที่ 3ศิษย์สำนักวันสุดท้ายลมพัดเอื่อยพาให้รู้สึกสงบใจดั่งผิวน้ำไร้ระลอกคลื่น สมองโล่งโปร่งจนความคิดแจ่มชัด เสิ่นซิงอีวางหมากสีขาวบนกระดาน“ข้าชนะแล้ว”หลินจงไห่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย “ศิษย์พี่เสิ่น หลังออกจากด่านครานั้นท่านก็ทำตัวว่างเสียเหลือเกิน นี่ก็กระดานที่สิบแล้ว ท่านจะรั้งอยู่บนยอดเขาปริณายกรัตนะอีกนานแค่ไหนกันแน่?”“จนกว่าข้าจะชนะเจ้า” ปากบางเหยียดยิ้มพอใจ “รีบยอมรับความพ่ายแพ้เสียเถิด ศิษย์น้องหลิน”กระดานหมากที่ดูเหมือนกับตายแล้ว กลับถูกหลินจงไห่ทำลายด้วยการลงเพียงหมากเดียว “ศิษย์พี่เสิ่นยังเป็นพวกคิดหน้าคิดหลังไม่รอบคอบเช่นเคย”“ครั้งนี้ไม่เป็นเช่นนั้นหรอก” เสิ่นซิงอียกยิ้มกริ่ม เขาวางแผนมาดีมาก แผนการที่ถูกขัดเกลามากว่าเก้าชาติจนมาถึงชาติที่สิบนี้หลังออกจากด่านก็ผ่านมาแล้วห้าปี ตลอดห้าปีมานี้ เสิ่นซิงอีทั้งคอยสอดส่องความเป็นไป ทั้งแอบลงมือขัดขวางการบำเพ็ญเพียรของลี่จิ่นด้วยตัวเอง ผู้อาวุโสหนิงเฉินผู้มีกริยาสำรวมสูงส่งกลับทำตัวเหมือนโจร ร่ายมนตร์พรางกาย ย่องเข้ากระท่อมศิษย์ฝ่ายนอกไร้ชื่อ แอบเปลี่ยนเนื้อหาในตำราฝึกตนของลี่จิ่น ริบหินปราณและทรัพยากรฝึกตนอันแสนล้ำค่าเอา
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-10
Baca selengkapnya
บทที่ 4 ครึ่งเผ่าฟ้าครึ่งเผ่าพิภพ
บทที่ 4ครึ่งเผ่าฟ้าครึ่งเผ่าพิภพ“สถานการณ์เป็นอย่างไร?” เสิ่นซิงอีใช้วิชาตัวเบาวิ่งไปควบคุมกระบี่และร่ายมนตราสังหารสัตว์อสูรที่กำลังทำลายบ้านเรือนของชาวบ้านไป มนตราสาดแสงสีดอกท้อร่วมกับประกายจากกระบี่และความพลิ้วไหวของผ้าแพรงดงามราวกับดูการแสดงเต้นรำท่ามกลางดอกไม้ไฟ“พบฝูงสิงโตหางหนามบุกทำลายคลังเสบียงของหมู่บ้านและสังหารชาวบ้านไปยี่สิบสองรายขอรับ พวกข้าช่วยกันสังหารมันจากทางทิศตะวันออกมาถึงบริเวณใจกลางหมู่บ้านก็ประมาณสิบห้าตัวได้แล้ว ทุกตัวล้วนเป็นสัตว์อสูรระดับสูง” โจวเซี่ยนรายงานพลางแกว่งกระบี่เผื่อในส่วนของศิษย์น้องผู้หลบตัวสั่นอยู่ข้างหลังไปด้วยคิ้วเรียวขมวดมุ่น “สิงโตหางหนามเป็นสัตว์อสูรที่ออกล่าตามลำพัง ไม่ชอบการรวมฝูงเนื่องจากจะเป็นการรุกรานอาณาเขตกันเอง อีกทั้งแม้จะหิวโหยมากเพียงใดส่วนมากก็จะไม่ออกมาบุกรุกมนุษย์ถึงนอกถิ่นที่อยู่ของมัน เพราะจะเป็นการละทิ้งอาณาเขตเสี่ยงต่อการถูกแย่งชิง เรื่องนี้ไม่ปกติแล้ว”เสิ่นซิงอีแตะเท้าเพียงเบา ๆ ส่งร่างกระโดดขึ้นไปยืนบนหลังคาบ้าน มือร่ายลมปราณสีดอกท้อขึ้นมาจ่อที่ปาก“ดอกท้อโปรยปราย”ผู้บำเพ็ญเพียรรูปงามในชุดขาวบริสุทธิ์เป่าลมปราณในมือก
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-10
Baca selengkapnya
บทที่ 5 ศิษย์สายตรงยอดเขามณีรัตนะ
บทที่ 5ศิษย์สายตรงยอดเขามณีรัตนะสุราดอกท้อชั้นเลิศกรอกเข้าไปในริมฝีปากสีกลีบท้อที่บวมเจ่ออย่างน่ารังแกเป็นไหที่สาม ขนตาพริ้งพรายปรือลงตามสติที่เลือนราง ยามที่ยังมีจินตานอาจารย์ของเขาก็คออ่อนมากแล้ว นับประสาอะไรกับในยามนี้ที่เขาทำลายเม็ดโอสถสีท้อไปแล้ว ซ้ำยังย่ำยีร่างกายของผู้บำเพ็ญเพียรพิการจนไม่มีส่วนใดเว้นว่างจากรอยบอบช้ำร่างที่อ่อนระทวยคล้ายใกล้จะสิ้นลมคาอ้อมกอดของเขาสำลักไอเอาน้ำสุราที่ถูกจับกรอกออกมา สุราที่เหลือรินรดท่วมดวงหน้างามล้ำซ้ำเติมสภาพแสนน่าเวทนา มือแกร่งจับกรอบหน้าเรียวสวย บีบอย่างแรงบังคับให้ปากบางอ้าออกอีกครั้ง“ดื่มเข้าไปอีกสิ เสิ่นซิงอี นี่เป็นสุราที่หมักมาจากดอกท้อเซียนที่เจ้าชอบนักหนาเชียว ข้ายกต้นท้อเซียนทั้งต้นนั้นให้กับเจ้า แต่หลังจากข้าทำลายจินตานของเจ้า ทำให้เจ้ากลายเป็นดั่งคนพิการก็ไม่สามารถกินผลท้อเซียนที่ต้องใช้ปราณในร่างซึมซับได้ ข้าจึงสั่งให้คนนำดอกท้อเซียนเหล่านั้นไปหมักเป็นสุราที่คนพิการอย่างเจ้ากินได้โดยเฉพาะ อย่าทำลายน้ำใจของข้านักสิ อาจารย์”น้ำตาไหลรินจากดวงตาเมล็ดซิ่งคู่งาม ภายในนั้นไม่เหลือร่องรอยของดอกท้อโปรยปรายอันเป็นสัญลักษณ์แห่งตบะทั้งชี
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-10
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ความโกรธของลี่จิ่น
บทที่ 6ความโกรธของลี่จิ่นภาพจำของผู้อาวุโสหนิงเฉินแห่งยอดเขามณีรัตนะในสายตาของศิษย์สำนักแก้วเจ็ดประการทุกคน คือบุรุษรูปงามผู้มักสวมชุดคลุมสีขาวสะอาดอันเป็นสัญลักษณ์แห่งยอดเขามณีรัตนะ นอกจากนี้เขายังมีกิริยาวาจาที่สำรวม มิชมชอบการพูดคุยสนทนาไร้สาระ ทั้งยังเป็นอัจฉริยะด้านการบำเพ็ญเพียร หนึ่งในสามของผู้ไปถึงขั้นหลอมแก่นปราณระดับสาม ไม่พอ เขายังเป็นปรมาจารย์มนตรา มรรคาที่หาได้ยากในสำนักที่ขึ้นชื่อเรื่องวิชากระบี่ ยามต่อสู้ก็งดงามสะกดทุกสายตาดั่งต้องมนตร์ จนได้รับสมญานาม ‘หมื่นดารา พันบุปผา’ เหล่าศิษย์จึงยกย่องเขาเป็นดั่งเทพเซียน เป็นบุคคลตัวอย่างที่พึงดำเนินรอยตามแต่ศิษย์เหล่านั้นหารู้ไม่ว่า ภาพลักษณ์สำรวมวาจาใจของผู้อาวุโสเสิ่น เป็นเพียงเพราะเขาขี้เกียจจะฟังการร่ายเปิดงานที่ยืดยาวของเจ้าสำนักในงานประชุม ในการประลองส่วนใหญ่ก็ขี้คร้านจะดูชมการประลองของศิษย์ไร้ฝีมือ จึงใช้เวลาในการปรากฏตัวนอกยอดเขามณีรัตนะส่วนใหญ่นั่งหลับไม่ก็ยืนหลับ รอจนมีศิษย์พี่ศิษย์น้องที่รู้นิสัยกันดีมาปลุกแล้วจึงกลับยอดเขาก็เท่านั้นและในเวลานี้ ผู้อาวุโสหนิงเฉินก็กำลังทำสิ่งที่ตรงข้ามกับคำว่าสำรวม จนเรียกได้ว่า พ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-10
Baca selengkapnya
บทที่ 7 เผ่าฟ้ามาเยือน
บทที่ 7เผ่าฟ้ามาเยือนเสิ่นซิงอีนอนจนแผ่นหลังชาหนึบไปหมด พักหลังมานี้เขาเก็บตัวอยู่แต่ในเรือนเพราะไม่อยากออกไปพบหน้าลี่จิ่น พอจะฝึกวิชาจิตใจก็ว้าวุ่นอลหม่านจนตั้งสมาธิไม่ได้ หรือว่าเขาควรจะไปสงบใจใต้ต้นท้อเซียนพันปีเหมือนที่แล้วมากันคิดยังไม่ตก พลันป้ายรัตนะเจ็ดสีอันเป็นป้ายประจำตัวเจ้ายอดเขาก็ส่องแสงสว่าง เสิ่นซิงอีรีบถ่ายเทลมปราณเข้าไปเพื่อตอบรับการติดต่อเข้ามาทันที“เจ้ายอดเขาเสิ่น นี่ข้าเอง”“ท่านเจ้าสำนัก มีธุระอันใดหรือขอรับ การประชุมเจ้ายอดเขามิใช่เดือนหน้าหรอกรึ?”“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก มีแขกจากอารามหมื่นพระพุทธกรมาขอพบคนของยอดเขาเจ้า”“อารามหมื่นพระพุทธกร?” เสิ่นซิงอีมุ่นหัวคิ้ว อารามหมื่นพระพุทธกรคือสำนักสงฆ์ที่ฝึกตนโดยมุ่งเน้นวิถีเผ่าฟ้า เนื่องจากอารามตั้งอยู่บนเทือกเขาโลกนาถอันอยู่สูงเสียดฟ้าเทียมเมฆจึงใกล้ชิดกับเผ่าฟ้ามากที่สุด ยามเมื่อเผ่าฟ้าต้องการถ่ายทอดข้อความลงมายังแดนมนุษย์ก็มักจะส่งสารผ่านอารามหมื่นพระพุทธกรนี้เรื่องนี้เห็นจะหนีไม่พ้นต้องเกี่ยวข้องกับการที่ลี่จิ่นปลุกพลังสายเลือดเผ่าฟ้าขึ้นมาเป็นแน่“ถูกแล้ว ไต้ซือเริ่นจยาพาคนจากเผ่าฟ้ามาที่สำนักแก้วเจ็ดประการของ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-10
Baca selengkapnya
บทที่ 8 ยั่วยุถึงยอดเขามณีรัตนะ
บทที่ 8ยั่วยุถึงยอดเขามณีรัตนะหากข่าวเรื่องลี่จิ่นเป็นครึ่งเผ่าฟ้าแพร่สะพัดแล้ว ข่าวเรื่องที่เขาจะกราบอาจารย์คนที่สองแพร่สะพัดยิ่งกว่า ไม่ว่าจะศิษย์ฝ่ายนอก ศิษย์ฝ่ายใน หรือศิษย์สายตรงทั้งเจ็ดยอดเขาต่างก็ก่นด่าสาปส่งศิษย์อกตัญญู ไร้จริยธรรมคิดล้มล้างครูแม้เสิ่นซิงอีจะดีใจที่ทุกคนในสำนักเห็นด้วยกับเขา แต่ผู้ที่ถูกว่ากล่าวก็ยังคงเป็นศิษย์ยอดเขามณีรัตนะของเขา ผู้คนสาปส่งคนแล้วก็ย่อมพาลมาสงสัยถึงการดูแลศิษย์ของเขาว่าเหตุใดจึงบ่มเพาะศิษย์เนรคุณเช่นนี้ขึ้นมาได้ผู้อาวุโสผู้สำรวมกิริยาวาจาย่อมขี้คร้านจะไปอธิบายเรื่องราวน่าหงุดหงิดให้คนอื่นฟัง หากแต่เสิ่นซิงอีสำรวมจนกลายเป็นไม่ทันคน ไม่ใช่ว่าผู้อื่นจะคิดเหมือนเขาเสียทั้งหมด เผ่าฟ้าผู้นั้นมิได้ปรากฏขึ้นเป็นชาติแรก เขามีนามว่า หรงหนานเกิง และหรงหนานเกิงผู้นี้คือขั้วตรงข้ามของเสิ่นซิงอีโดยแท้ปีกทองสยายอวดโฉมให้ทั่วทั้งสำนักได้ยินยล เผ่าฟ้าที่มักถือตนกลับพูดคุยกับศิษย์ในสำนักแดนมนุษย์อย่างเป็นกันเอง เรียกได้ว่าผ่านมาไม่กี่วัน ศิษย์สำนักแก้วเจ็ดประการก็รู้สึกใกล้ชิดกับเผ่าฟ้าผู้นี้มากเสียกว่าผู้อาวุโสหนิงเฉินที่พำนักอยู่บนยอดเขามณีรัตนะตลอดเวลา
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-10
Baca selengkapnya
บทที่ 9 การประลองถึงชีวิต
บทที่ 9การประลองถึงชีวิตศึกชิงศิษย์ที่แต่เดิมเป็นเพียงการทะเลาะวิวาทน่าขายหน้าในชาติอื่น กลายเป็นการประลองใหญ่โตในชาติที่สิบ สนามประลองก็ย้ายไปยังลานประลองหลักในพื้นที่ตำหนักกลางหาว เพื่อให้เหล่าศิษย์ผู้เรียกร้องให้เกิดการต่อสู้ครั้งนี้มาเป็นสักขีพยาน ปรมาจารย์มนตราปะทะเผ่าฟ้า เรื่องน่าสนใจเช่นนี้ เจ้ายอดเขาและผู้อาวุโสทุกคนล้วนออกจากที่พำนักมาจับจองที่นั่ง ศิษย์ที่ออกท่องยุทธภพไม่รู้ไปได้ยินข่าวคราวมาจากไหนถือโอกาสกลับสำนักมาร่วมชมการประลองด้วย ไม่ใช่เพียงเท่านี้ อารามหมื่นพุทธกรก็ขนบรรดาผู้อาวุโสมาเพื่อรองรับการลงมาเยือนของเผ่าฟ้าถึงห้าคน จากที่ในชาติก่อน ๆ มีเพียงเผ่าฟ้าคนเดียวเท่านั้นลงมาเป็นประจักษ์พยานแน่ล่ะ ก่อนหน้านี้ เสิ่นซิงอีเล่นประกาศเสียเอิกเกริกว่าจะสังหารเผ่าฟ้า การประลองเดือดปะทุกลายเป็นการประลองถึงชีวิต เรื่องใหญ่โตเช่นนี้คงจะดึงดูดความสนใจจากเผ่าฟ้าได้ไม่มากก็น้อยผู้อาวุโสหนิงเฉินเดินขึ้นลานประลองด้วยอากัปกิริยาสงบนิ่งดุจน้ำค้างกลางใบบัว เสิ่นซิงอีไร้ซึ่งความกังวล แต่ภายใต้สีหน้าเรียบเฉยกลับกักเก็บความอับอายถึงขีดสุดเอาไว้ ตั้งแต่ในชาติแรกเป็นต้นมาเคยเกิดเหตุการณ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-10
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status