LOGIN"เมื่อไอดอลดับแสง ตื่นอีกครั้งในร่างคนอื่นพร้อมพิษร้าย ทางรอดเดียวคือการสัมผัสจาก 'คู่หมั้น' ที่ผูกพันกันด้วยหน้าที่... สัมผัสที่เริ่มต้นเพื่อเอาชีวิตรอด กำลังจะปลุกความรู้สึกที่ทั้งสองไม่เคยคาดคิด" ----------------------------------------- ❄️ ลมหนาว (เมฆินทร์) ❄️ เมฆินทร์ - ไอดอลชื่อดังที่เคยอยู่บนจุดสูงสุดของวงการ กลับต้องเผชิญกับโชคชะตาพลิกผัน เมื่อเขาฟื้นขึ้นมาในร่างของ "ลมหนาว" เป็นสถานการณ์ที่เหลือจะเชื่อ! แต่ที่น่าปวดหัวไปกว่านั้น.. เขาต้องมาเผชิญกับเพศรองที่ทำให้ร่างกายนี้มีความผิดปกติจนต้องหาหนทางในการรักษา หนีให้พ้นจากความเจ็บปวดและทรมาน ☁️ น่านฟ้า ☁️ เฟรชชี่สุดหล่อของคณะ ผู้ที่คาดเดาอารมณ์และความคิดได้ยาก ครอบครัวของเขาได้จัดแจงการหมั้นหมายที่มาพร้อมหน้าที่สำคัญในการรักษาพิษจากเวน่อมสเตเมนให้กับลมหนาว แม้จะรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นดอกไม้พิษบนแผ่นหลังอีกฝ่าย แต่สัมผัสที่เริ่มต้นจากหน้าที่... กำลังจะปลดล็อกความรู้สึกที่ถูกเก็บงำไว้ในใจของเขาออกมาอีกครั้ง
View More
เสียงดนตรีดังไปทั่วฮอลล์จัดงานอันหรูหรา แสงสปอตไลท์นับสิบดวงแกว่งไปมาราวกับเริงระบำ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเหล่าศิลปินและแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานประกาศรางวัลที่ใหญ่ที่สุดในรอบปี
เมฆินทร์ หรือ คิน นั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้แถวหน้าสุด หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ถึงแม้จะพยายามเก็บอาการด้วยรอยยิ้มอันสมบูรณ์แบบตามแบบฉบับซูเปอร์สตาร์ผู้เคยผ่านเวทีมานับไม่ถ้วนแล้วก็ตาม
“ตื่นเต้นเหรอเรา” เสียงทุ้มที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นข้างตัว
เลโอ พระเอกที่เคยร่วมแสดงซีรีส์วายด้วยกันจนสร้างชื่อเสียงอันโด่งดังเอ่ยถาม อีกทั้งยังเลื่อนมือมาวางบนหน้าตักของเมฆินทร์แล้วตบลงเบา ๆ ราวกับจะช่วยให้คนข้างตัวได้ผ่อนคลายมากขึ้น แม้ว่าเมฆินทร์จะเก็บอาการความตื่นเต้นต่อหน้าคนอื่น ๆ แต่เขามักจะมองออกเสมอ เพราะพวกเขาร่วมงานกันมาหลายต่อหลายครั้งจนสนิทสนมกันมาก รวมถึงเป็นคู่จิ้นที่เหล่าแฟนคลับให้การสนับสนุนมาตั้งแต่ซีรีส์ของพวกเขายังไม่ออนแอร์ ผ่านมาเกือบสองปีแล้ว พวกเขาก็ยังได้ร่วมงานกันอยู่เรื่อย ๆ
“นิดหน่อยครับ จริง ๆ คินลุ้นมากกว่า” ตอบพลางหันไปยิ้มให้ เมื่อปีที่แล้วเมฆินทร์ก็มีชื่อเสนอเข้าชิงรางวัล แต่เขากลับไม่ได้รางวัลนี้มาครอบครอง ในปีนี้เขาก็ยังถูกเสนอชื่ออีก จะว่าแอบหวังว่าปีนี้จะเป็นชื่อของเขาสักทีก็คงใช่
“ต้องได้อยู่แล้วน่า... รางวัลนี้ถ้าไม่ใช่ของเรา ก็ไม่รู้ใครจะเหมาะสมได้รางวัลไป”
เมฆินทร์สบตากับเลโอ พยักหน้าตอบเบา ๆ แต่ในใจยังคงสั่นไหวด้วยความตื่นเต้นอยู่ดี เขาเหลือบมองไปยังเวทีที่ในขณะนี้กำลังฉายภาพและแนะนำผลงาน ประวัติคร่าว ๆ ของผู้เข้าร่วมชิงรางวัลทั้ง 5 คน โดยตรงกลางเวทีนั้นมีโพเดียมคริสตัลที่วางถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติรอให้เจ้าของขึ้นไปหยิบมัน
ที่นั่นคือเป้าหมาย คือบทพิสูจน์ของหยาดเหงื่อแรงกายทั้งหมดที่เขาทุ่มเทมาตลอดทั้งปี รวมทั้งตั้งใจทำผลงานทุกอย่างออกมาให้เพอร์เฟกต์
“และสำหรับรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของค่ำคืนนี้!” เสียงของพิธีกรหญิงเอ่ยขึ้น ทำเอาบรรยากาศภายในฮอลล์นั้นเงียบกริบลงทันทีเมื่อเธอเว้นจังหวะการพูด
“รางวัลศิลปินยอดเยี่ยมแห่งปี... ผู้ที่ได้รับรางวัลได้แก่” ก่อนจะมีเสียงดนตรีของการประกาศผลดังขึ้นสร้างความตื่นเต้นจนแทบหยุดหายใจ แสงสปอตไลท์สาดส่องไปยังผู้เข้าชิงรางวัลทั้ง 5 คน
“เมฆินทร์ จากไลท์นิ่งออลสตาร์ เอนเตอร์เทนเมนท์ค่า!!”
สิ้นเสียงพิธีกร เมฆินทร์ยิ้มกว้างออกมาด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอดวงตาสวย เขาลุกขึ้นยืนอย่างสง่าผ่าเผย ก่อนจะหันไปโค้งตัวอย่างมีมารยาทให้กับนักแสดงท่านอื่น ๆ ที่อยู่ภายในฮอลล์ พร้อมกับเสียงปรบมือแสดงความยินดีกึกก้อง เลโอลุกขึ้นยืนพลางสวมกอดแสดงความยินดีกับเขา ก่อนจะผายมือให้เกียรติ
เมฆินทร์ก้าวเดินไปยังบันไดข้างเวที แต่ละก้าวที่เหยียบย่างขึ้นไปนั้นเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ นี่คือบันไดแห่งความสำเร็จที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีทั้งความขยัน, มุ่งมั่น, อดทน, เพียรพยายาม ซึ่งคือเส้นทางแห่งความฝันที่นับจากนี้ไปเขาจะทุ่มเทให้กับมันมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมแน่นอน
‘แม่ครับ... แม่เห็นคินไหม... คินทำได้แล้วนะ’ เขาบอกกับคนบนฟ้าในใจ
เมื่อร่างสูงสง่าในชุดสูทแบรนด์ดังสีขาวบริสุทธิ์ก้าวขึ้นไปหยุดอยู่บนเวที แสงไฟทั้งหมดก็สาดส่องมายังเขาราวกับอวยพรให้กับความสำเร็จในครั้งนี้ เมฆินทร์เอื้อมมือไปคว้าจับถ้วยรางวัลตรงหน้า เขายิ้มพลางชื่นชมความสวยงามของถ้วยรางวัลคริสตัลสักพัก ก่อนจะขยับไมโครโฟนให้ได้ระดับ สูดลมหายใจเพื่อบรรเทาความตื่นเต้นที่ยังไม่จางหาย รวบรวมคำพูดทั้งหมดที่เขาอัดอั้นอยู่ในใจ
“ผม... ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณสำหรับถ้วยรางวัลอันทรงเกียรตินี้ครับ” น้ำเสียงของเมฆินทร์สั่นเครือเล็กน้อย เขาเว้นวรรคเพื่อควบคุมจังหวะให้น้ำเสียงกลับมาเป็นปกติ ก่อนจะเริ่มกล่าวต่อไป
“ขอบคุณทางค่ายไลท์นิ่งออลสตาร์ที่มอบโอกาสให้เด็กธรรมดา ๆ คนนึงได้ทำตามความฝันของตัวเอง ขอบคุณพี่หลิน ผู้จัดการสุดสวยของผมที่คอยดูแลมาตลอด แม้ว่าผมจะดื้อไปบ้าง หรือท้อไปบ้าง แต่เขาก็ไม่เคยทิ้งผมไปไหนเลยครับ เป็นผู้จัดการที่ดีมากจริง ๆ”
กล้องที่อยู่ภายในงานฉายภาพของเจ้าของค่ายที่นั่งยิ้มแสดงความยินดีให้กับศิลปินในสังกัด ก่อนจะตัดภาพไปที่ผู้จัดการสาวที่ตอนนี้ยืนอยู่ข้างเวทีตรงบันไดทางขึ้น เธอปลื้มปิติที่ศิลปินของเธอพูดถึง ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาที่บัดนี้ไหลลงมาอาบข้างแก้ม
“ขอบคุณพี่เลโอครับ พี่เป็นคนที่คอยให้คำแนะนำในเรื่องของการแสดง หรือในเรื่องอื่น ๆ คอยให้คำปรึกษากับผมเสมอมา” เมฆินทร์หันไปมองที่เลโอพลางผายมือออกไปทางด้านที่เขานั่งอยู่ เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับที่เข้ามาชมงานประกาศรางวัลได้เป็นอย่างดี
“และที่สำคัญที่สุด... ขอบคุณทุกคนที่อยู่ตรงนี้ ขอบคุณแฟนคลับที่เป็นท้องฟ้าที่แสนจะอบอุ่นให้ดวงดาวเล็ก ๆ แบบผมได้ส่องแสง ขอบคุณทุกความรักทุกกำลังใจที่มอบให้ พวกคุณคือแรงผลักดันที่สำคัญให้ผมอยากตอบแทนด้วยผลงานที่ดียิ่งขึ้น” เขาโบกมือให้กับแท่งไฟสีฟ้ารูปก้อนเมฆที่กำลังสว่างไสวตามจุดต่าง ๆ ของฮอลล์ ก้มศีรษะโค้งตัวลงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา
“สุดท้ายนี้… ผมขอมอบรางวัลที่มีค่าให้กับครอบครัวของผม โดยเฉพาะคุณแม่ ถึงแม้ว่าท่านจะไม่ได้อยู่ตรงนี้เพื่อดูความสำเร็จของผม แต่ผมเชื่อว่าท่านกำลังมองและแสดงความยินดีให้กับผมจากบนฟ้า ผมสัญญาว่าจะทำงานให้หนักขึ้นไปอีก เพื่อให้ได้ผลงานที่ดีมาตอบแทนทุกคน ขอบคุณครับ!”
สิ้นเสียงของเมฆินทร์ เสียงปรบมือดังกึกก้องยาวนานกว่าครั้งไหน ๆ เขาโค้งขอบคุณไปตลอดทางที่เดินไปสุดขอบเวที จนกระทั่งแสงไฟค่อย ๆ ดับลง และเข้าสู่ช่วงการประกาศรางวัลอื่นต่อไป
“เป็นการกล่าวขอบคุณที่ซึ้งมาก ไม่คิดเลยว่านายจะพูดถึงพี่ด้วย” เมื่อลงจากเวทีมา เลโอก็เอ่ยขึ้นทันที จะว่าแซวก็ไม่เชิง แต่เขาทราบซึ้งแทบจะทุกคำพูดและรู้ว่าเมฆินทร์กล่าวออกมาจากใจ
“พี่ก็เป็นคนสำคัญของผมนะ จะไม่พูดถึงได้ยังไง”
หลังจากนั้นบรรยากาศก็เต็มไปด้วยความชื่นมื่น เหล่านักแสดงและศิลปินที่มาร่วมงานต่างทยอยกันเข้ามาแสดงความยินดีกับเมฆินทร์หลังจบงาน เขายกมือไหว้และกล่าวขอบคุณผู้ใหญ่อย่างนอบน้อม และเปลี่ยนรอยยิ้ม สวมกอด และสนทนากันอย่างออกรสออกชาติกับศิลปินรุ่นเดียวกัน ในวันนี้ถือเป็นวันที่เขามีความสุขที่สุดเลยก็ว่าได้
“คิน พี่ว่าเรากลับกันเลยดีกว่า ต้องตื่นเช้ามืดนะ” พี่หลิน ผู้จัดการส่วนตัวเดินแทรกเข้ามาเมื่อเห็นว่าในตอนนี้คนรอบตัวของเมฆินทร์เริ่มลดน้อยลง จริง ๆ ไม่อยากขัดในวันที่น่ายินดีแบบนี้ แต่ตอนนี้เวลาก็ปาเข้าไปเกือบตีหนึ่งแล้ว และเช้ามืดที่เธอว่าคือตีสี่ กว่าจะถึงคอนโดของเมฆินทร์ แล้วได้นอนพักผ่อน ไม่รู้จะได้หลับถึงสองชั่วโมงไหม
“ครับพี่หลิน ผมขอตัวก่อนนะ แล้วเจอกัน” เมฆินทร์ตอบรับ พลางบอกลาเลโอและคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่ด้วยกัน
ค่ำคืนอันหนักหน่วงผ่านพ้นไป... แทนที่ด้วยแสงแรกของรุ่งอรุณที่ค่อย ๆ สาดส่องเข้ามาทางช่องว่างของผ้าม่าน เสียงคลื่นลมที่เคยบ้าคลั่งในความรู้สึก บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงเสียงขับกล่อมที่แผ่วเบาและสม่ำเสมอ แสงสีทองอ่อนละมุนอาบไล้ไปทั่วห้อง ขับไล่ความมืดมิดและความสับสนของราตรีกาลให้เลือนหาย เหลือทิ้งไว้เพียงความสงบและบรรยากาศของการเริ่มต้นใหม่อย่างแท้จริง น่านฟ้าลืมตาขึ้นช้า ๆ เป็นคนแรก เขามองเห็นเพียงกลุ่มผมสีบลอนด์ทองที่ซบอยู่บนตัวเขาอย่างอ่อนแรง ลมหายใจที่สม่ำเสมอของคนในอ้อมกอดบ่งบอกว่าอีกฝ่ายกำลังหลับสนิทและไม่เจ็บปวดอีกต่อไป มือหนาค่อย ๆ ยกขึ้นไปลูบกลุ่มผมนั้นอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอมที่สุด ในใจของเขาเต็มไปด้วยความโล่งใจที่สามารถช่วยคนรักของเขาได้ เขารู้แล้วว่าการรักษาได้ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น... เมื่อเห็นว่าทุก
เมฆินทร์นอนหอบตัวโยน ดวงตาเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสแห่งความสุข ความเจ็บปวดจากพิษทุเลาลงไปวูบหนึ่ง... แต่แล้วมันก็กลับคืนมาพร้อมกับความต้องการที่มากกว่าเดิม คล้ายยังไม่ได้รับการเติมเต็มหรือการรดน้ำให้เติบโตอย่างเหมาะสม เขารู้แล้ว... การปลดปล่อยเพียงภายนอกมันไม่เพียงพออีกต่อไป ร่างกายต้องการการเยียวยาที่ 'ลึกซึ้ง' ยิ่งกว่านี้ ด้วยแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ เมฆินทร์ใช้แขนยันตัวเองขึ้น ดึงน่านฟ้าเข้ามาบดจูบอย่างดูดดื่มและเร่าร้อน ก่อนจะพลิกร่างสูงของคนน้องที่กำลังตกใจกับการกระทำนั้นให้นอนลงบนเตียงแทนที่ตัวเอง สองมือของเขาสอดประสานเข้ากับฝ่ามือของน่านฟ้าแล้วยึดไว้กับเตียง ก่อนจะเป็นฝ่ายกดจูบไปตามลำคอแกร่ง เคลื่อนกายไล้ริมฝีปากลงมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ไหปลาร้า แผ่นอกกว้าง และกล้ามท้องที่แน่นไปด้วยมัดกล้ามจนน่าหลงใหล
เพียงเท่านั้น น่านฟ้าก็ดันร่างของลมหนาวให้นอนหงายราบไปกับพื้นเตียงอย่างนุ่มนวล เขาขึ้นไปคร่อมทับร่างนั้นไว้ ปลายนิ้วลากไล้ตั้งแต่ข้อมือบางจวบจนฝ่ามือทาบทับสอดประสานกันแน่น มืออีกข้างประคองใบหน้าที่เห่อร้อนพลางเกลี่ยไล้อย่างอ่อนโยน แล้วประทับจูบลงไปอีกครั้ง... จูบที่เต็มไปด้วยความรัก, ความปรารถนาที่จะปกป้อง, และคำสัญญาที่ไม่มีเสียง เมฆินทร์ค่อย ๆ หลับตาลงเผยอริมฝีปากรับจูบจากน่านฟ้าอย่างเต็มใจ ซึมซับทุกสัมผัสที่เขารับรู้ได้ว่ามันทั้งอ่อนโยนและลึกซึ้ง แต่ความหอมหวานก็คงอยู่ได้ไม่นาน เขาวาดวงแขนขึ้นโอบรอบลำคอของน่านฟ้าพลางสอดมือเข้าใต้กลุ่มผม กดคนด้านบนให้จูบแนบแน่นมากขึ้น ในขณะเดียวกันเป็นฝ่ายสอดเรียวลิ้นร้อนเกี่ยวตวัดในโพรงปากอุ่น เร่งเร้าจังหวะจูบให้รุนแรงตามความต้องการของร่างกาย ยิ่งได้รับสัมผัสที่แนบแน่นและอุ่นร้อนจากคนน้องเหมือนเป็นยารักษาที่ช่วยบรรเทาความเจ็บป
เสียงของพราวฟ้าดังก้องในความทรงจำ ทำให้เขารู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว... 'นี่คือโซ่ตรวนเส้นใหม่ที่หนักอึ้งกว่าเดิม และเราก็เป็นคนลากน่านฟ้าเข้ามาเจ็บปวดกับมันด้วย' "ทำไม..." เสียงแหบพร่าของเมฆินทร์ดังขึ้นทำลายความเงียบ เขายังคงซบหน้าอยู่กับหมอน ไม่ได้หันกลับมา ถึงจะรู้สึกผิดที่น่านฟ้าจะต้องมาลำบาก แต่ก็อยากรู้เหตุผลที่น่านฟ้าเลือกกระทำลงไปในแบบนั้น เขารู้ว่าตัวเองทั้งการกระทำและความรู้สึกกำลังย้อนแย้งไปหมด "ทำไมนายไม่ไล่เธอไปตั้งแต่แรก" น่านฟ้ากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิด ซบใบหน้าลงกับกลุ่มผมสีบลอนด์ทองประกายเบจนั้นหวังปลอบประโลม ก่อนจะสารภาพความจริงที่หนักอึ้งอยู่ในใจออกม