LOGIN“ขวัญ… ไปซื้อของกับพวกฉันไหม”
“เอ่อ… คือ… เราติดธุระน่ะแพรววา”
เป็นเวลาเกือบสี่โมงเย็นที่หญิงสาวทั้งสี่พากันเดินออกมาจากห้องเรียนรวมหลังอาจารย์เพิ่งสอนเสร็จ จากตอนแรกที่ตั้งใจไว้ว่าเย็นนี้จะไปเดินซื้อของที่ตลาดเสื้อผ้าใกล้ ๆ และทานมื้อเย็นกันครบกลุ่ม
เห็นทีคงต้องล้มเลิกความคิดนั้นไปก่อน เพราะหลังจากขวัญญาดาตอบคำถามเมื่อครู่กลับไป แพรววา ใยบัว และใบปอต่างพากันทำหน้างองุ้ม
วันนี้ขวัญญาดาไม่ว่างอีกแล้ว
“แต่วันนี้แกไม่ได้ไปทำงานไม่ใช่เหรอ”
“เรามีนัดกับคนที่มหาลัยนี่แหละ”
“ฮะ! อะไรนะขวัญ”
“อย่— อย่าเพิ่งเข้าใจผิด”
ขวัญญาดารีบแก้ต่างทันที เพราะทั้งสายตาและท่าทางของเพื่อนทั้งสามที่มองมานั้น หญิงสาวรู้ได้ทันทีว่าพวกเธอกำลังคิดอะไร
“เราหาคนมาช่วยเรื่องต่อชิปเฉย ๆ อย่าเข้าใจผิด”
“…”
“แล้วก็... พวกแกอย่าโกรธเราเลยนะ”
แทนที่เพื่อนจะโกรธ แต่พวกเธอต่างพากันหัวเราะชอบใจ เพราะทุกครั้งยามขวัญญาดาตั้งใจอธิบายอะไรออกมาสักอย่าง บวกกับหน้าตาใสซื่อมันช่างเป็นภาพน่ามอง ชวนให้เอ็นดู
แล้วใครจะไปโกรธลง
เพราะขวัญญาดาก็ตัวเท่านี้
หลังจากขวัญญาดาแยกย้ายกับเพื่อน เธอก็มาที่คาเฟตั้งอยู่ในละแวกใกล้มหาลัย เพราะนัดกับใครอีกคนซึ่งทักเข้ามาให้ความช่วยเหลือไว้ พอหญิงสาวเดินเข้ามาในร้าน เธอกดส่งข้อความไปหาคนเมื่อคืนทันทีว่ามาถึงแล้ว และอีกฝ่ายก็ตอบกลับมาในระยะเวลาที่รวดเร็วไม่ถึงสิบวินาทีเสียด้วยซ้ำ
ผมนั่งอยู่โต๊ะในสุด คุณเดินเข้ามาเลย
ใบหน้าหวานเกลี้ยงเกลาละสายตาออกจากโทรศัพท์ในมือ ก่อนจะเคลื่อนสายตาไปยังโต๊ะมุมในสุดของร้าน และพบกับแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งตอบกลับมาเมื่อครู่ หากแต่หลังจากที่ขวัญญาดาเห็นด้านหลังของคนที่นั่งหันหลังให้ เธอก็ชะงักไปเพราะคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
แต่กลับนึกไม่ออก
เกือบหนึ่งนาทีที่ขวัญญาดาเอาแต่ยืนนิ่ง กระทั่งเธอสลัดความคิดอันฟุ้งซ่านในหัวออก แล้วเดินเข้าไปหาผู้หวังดีที่อาสาช่วยเหลือเธอในครั้งนี้
“สวัสดีค่ะ ขอโทษที่มาช้—”
“...”
“คุณ…”
ขวัญญาดาชะงักอีกครั้ง ประโยคที่เธอเตรียมจะเอ่ยพูดออกมาถูกกลืนกลับเข้าไปในลำคอ เมื่อสายตาสอดประสานเข้ากับใครอีกคนที่ติดอยู่ในห้วงความทรงจำของเธอมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา
“เธอ…”
และดูเหมือนว่ากรณ์ดนัยเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เพราะหญิงสาวที่โพสต์หาคนช่วยทำงานในกลุ่มมหาวิทยาลัย สุดท้ายก็กลายเป็นหนึ่งในบรรดาผู้หญิงที่เขาเคยคั่วมาแล้ว
บ้าชะมัด
ทำไมถึงเป็นยัยจืดนี่ได้วะ
“ขอ— ขอโทษค่ะ ฉันเดินมาผิดโต๊ะ”
“จิ๊… เดี๋ยวก่อน!”
ในตอนที่ขวัญญาดาเตรียมเดินออกไปจากตรงนี้ คำพูดไม่สบอารมณ์ของกรณ์ดนัยก็เอ่ยขัดขึ้นมา เป็นผลพวงให้ปลายเท้าของหญิงสาวหยุดเคลื่อนไหว ทว่าเธอกลับไม่ได้หันไปมองชายหนุ่มอีก
เพราะขวัญญาดาทำตัวไม่ถูก เธอทั้งตกใจ แปลกใจ และสับสนไปหมดว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้กลายเป็นคนคนเดียวกันกับคืนนั้นไปได้
โชคชะตากำลังเล่นตลกอะไรกับเธออยู่กันแน่
“ฉันนั่งรอเธอเกือบชั่วโมง ใจคอจะเดินหนีไปง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ”
“...”
“ใจร้ายเกินไปหน่อยมั้ง”
เพราะประโยคนั้น ขวัญญาดาจึงทำใจดีสู้เสือ ค่อย ๆ หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของประโยคนั้นอีกครั้ง และแน่นอนว่าเธอหลีกเลี่ยงที่จะสบตากับอีกฝ่ายตรง ๆ
“ไม่— ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ”
“เอาเถอะ นั่งก่อนสิ อยากสั่งเครื่องดื่มอะไรไหม”
กรณ์ดนัยยอมรับว่าวินาทีแรกเมื่อเห็นว่าเป็นผู้หญิงที่เคยร่วมหลับนอนกับตัวเองมาแล้ว ชายหนุ่มจึงรู้สึกหงุดหงิดและไม่
สบอารมณ์อย่างถึงขีดสุด เนื่องจากจุดประสงค์หลักที่เขายอมสละเวลาเสนอหน้ายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
ก็เพราะแค่ต้องการใช้เรื่องงานเป็นข้ออ้างเพื่อหลอกฟันก็เท่านั้น แต่พอผลสุดท้ายกลับกลายเป็นยัยนี่ ด้วยความที่เขาถือคติไม่บริโภคอาหารซ้ำ
กรณ์ดนัยเลยค่อนข้างหัวเสีย
“ฉันไม่ดื่มน้ำหวานค่ะ”
ขวัญญาดาตอบขณะยังก้มหน้า รู้สึกเกร็งอย่างบอกไม่ถูกที่ต้องมานั่งอยู่ตรงหน้าผู้ชายคนนี้ ส่วนกรณ์ดนัยนั้นกลับคิดสวนทาง เพราะจากตอนแรกที่เขาค่อนข้างรู้สึกหัวเสีย แต่เมื่อเห็นท่าทางของหญิงสาว กลับมีความรู้สึกอยากแกล้งขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“เอาแต่ก้มหน้า ฉันไม่กัด”
“...”
“ทำเหมือนเป็นคนอื่นไปได้ ทั้ง ๆ ที่เรา—”
“หยุ— หยุดนะคะ”
เรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว จะมารื้อฟื้นความหลังอีกทำไม ขวัญญาดารีบเงยหน้าขึ้นจากมือที่ประสานกันอยู่บนหน้าตักทันที ทำให้เธอเห็นว่าตอนนี้คนตรงหน้ากำลังยกยิ้มมุมปากราวกับสะใจที่ได้แกล้งเธอ
กระทั่งกรณ์ดนัยผละริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า มือหนาถูกยกขึ้นมาเกลี่ยปอยผมให้คนรัก ก่อนจะจัดการจูบหน้าผากของเธอไปอีกหนึ่งครั้ง แล้วขยับร่างกายให้ขวัญญาดาเอนลงไปแนบแผ่นหลังกับขอบอ่าง“หนาวไหมคะ”“...”“ถ้าหนาวเราไปต่อกันที่เตียงไหม หืม”ขวัญญาดาทำเพียงส่ายหน้าเป็นคำตอบ หญิงสาวเม้มปากเข้าหากันเล็กน้อยยามที่เจ้าของถ้อยคำเมื่อครู่จับขาทั้งสองข้างของเธอแยกออกจากกัน ก่อนเจ้าตัวจะแทรกร่างกายเข้ามาแนบชิดยิ่งกว่าเดิมใต้หว่างขา “อ๊ะ— กรณ์คะ”ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เสียงครางหวานระรื่นหูดังขึ้นมา เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่มันเกิดขึ้นระหว่างกรณ์ดนัยดันส่วนแข็งขืนเข้ามาภายในช่องทางคับแน่นของเธออีกรอบ ซึ่งร่างกายของขวัญญาดาก็ยังคงตอบสนองต่อสัมผัสได้เป็นอย่างดี มันทั้งบีบรัด หดตัว และขมิบเสียจนสีหน้าของกรณ์ดนัยแสดงออกมาว่ารู้สึกดีมากขนาดไหน“เธอกำลังทำให้กรณ์เป็นบ้า อืม... เสียวฉิบ”ท่อนเนื้อถูกครอบคลุมด้วยความนุ่มหยุ่นที่แม้กรณ์ดนัยจะยังไม่ได้ขยับเคลื่อนไหว หากแต่ความเสียวซ่านนั้นส่งผลให้ร่างกำยำกระตุกเบา ๆ เขายิ้มให้กับคนที่ช้อนสายตามองขึ้นมา ก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะโน้มลงไปแนบริมฝีปากบนอวัยวะเดียวกันอีกครั้
“ชอบไหมคะ”เสียงอ่อนโยนพร้อมกับร่างกายถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง เรียกให้ขวัญญาดาละความสนใจจากทัศนียภาพเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยภูเขาเขียวขจี ก้มมองแขนแกร่งสอดแทรกเข้ามาที่เอวบางของเธอ“ชอบค่ะ ที่นี่สวยและบรรยากาศดีมาก ๆ”“ถ้าชอบงั้นกรณ์จะมาสร้างบ้านที่นี่ เป็นเรือนหอของเราดีไหมคะ”“เวอร์แล้วค่ะกรณ์”ขวัญญาดาได้ยินเสียงหัวเราะจากคนด้านหลัง และสัมผัสได้ว่าอีกคนโอบกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นกว่าเดิมอีกนิด ก่อนบรรยากาศจะกลับมาปกคลุมไปด้วยความเงียบชั่วขณะหนึ่ง เมื่อบทสนทนาเมื่อครู่ไม่ได้ถูกสานต่อ เวลาหกโมงเย็น พระอาทิตย์คล้อยต่ำลงจนใกล้จะลาลับขอบฟ้า บรรยากาศที่เขาใหญ่วันนี้เย็นกำลังดี ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปเมื่อวานก่อนหน้านี้ กรณ์ดนัยบอกกับขวัญญาดาว่าจะนำดอกไม้มาไหว้มารดาเหมือนที่เคยทำในทุก ๆ ปีเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนนี้คนทั้งคู่ถึงมายืนกอดกันกลมเกลียวที่ระเบียงของโรงแรมสุดหรู ซึ่งเป็นโรงแรมในเครือของบริษัทคุณดิเรกผู้เป็นพ่อของคนที่ยังกอดขวัญญาดาเอาไว้แน่น“เดี๋— เดี๋ยวค่ะกรณ์”ความเงียบที่ปกคลุมมาเนิ่นนานนับหลายนาทีถูกทำลายลงด้วยเสียงของขวัญญาดา เมื่อมือของคนด้านหลังเลื่อนลงต่ำ ส่งสัญญาณถึงอะไรบางอย
ขวัญญาดาไม่มั่นใจว่าสิ่งนั้นเรียกว่าอะไร แต่ทันทีที่คนด้านบนกดปุ่ม แรงสั่นสะเทือนเบา ๆ จากเครื่องมือชิ้นเล็กก็เริ่มต้นทำงาน มิหนำซ้ำกรณ์ดนัยยังสาธิตให้ดูว่ามันปรับระดับความแรงได้หลายระดับ พลันให้หญิงสาวเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอด้วยหัวใจที่เริ่มสั่นสะท้านขวัญญาดาไม่ใช่เด็กอมมือเธอรู้ว่าอุปกรณ์ในมือของคนรักคืออะไร“กรณ์… มันสั่นแรงไปหรือเปล่าคะ”ขวัญญาดาถามเสียงสั่น พลางมองเจ้าเครื่องมือตัวจิ๋วที่ดูเหมือนจะสร้างความกระเส่าได้มากกว่าที่เธอคิด“ลองดูก่อนไหม ถ้าไม่ชอบกรณ์จะปิดทันทีเลย”กรณ์ดนัยปลอบเสียงอ่อนโยน ก่อนจะขยับตัวลงมาซุกไซ้ลำคอขาว มือหนาค่อย ๆ เลื่อนอุปกรณ์ตัวนั้นลงไปเบื้องล่าง แทรกผ่านร่างกายของทั้งคู่ที่ยังบดเบียดกันอยู่ ทันทีที่ความสั่นสะเทือนสัมผัสเข้ากับติ่งเนื้ออ่อนไหว ขวัญญาดาก็สะดุ้งสุดตัว แผ่นหลังบางแอ่นโค้งเข้าหาแผงอกแกร่งอัตโนมัติ เสียงครางกระเส่าหลุดลอดจากริมฝีปากอย่างกลั้นไม่อยู่“อื้อ กร— กรณ์ มันแปลก ๆ ค่ะ”“แปลกยังไง หืม… เสียวใช่ไหมคะ”ริมฝีปากหนาพรมจูบตามไหล่มนหลังพูดจบ ขณะปลายนิ้วยังคอยบังคับเครื่องมือชิ้นนั้นให้เน้นย้ำในจุดที่ทำให้ขวัญญาดาสั่นสะท้าน พร้อมกับ
“อึก— เดี๋ยวก่อนค่ะ”เสียงอ่อนพร้อมกับมือบางยกขึ้นดันแผงอกแกร่งให้ออกห่าง ทำให้คิ้วหนาของกรณ์ดนัยขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจนัก เพราะเหตุการณ์ไม่กี่วินาทีก่อนหน้า ชายหนุ่มกำลังโน้มใบหน้าประกบจูบคนรัก“ทำไมคะ?”ขวัญญาดาเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ขณะสายตาระหว่างคนทั้งคู่ยังคงสอดประสานกันในระยะห่างเพียงน้อยนิด เธอไม่ชินเลยสักครั้งเวลากรณ์ดนัยใช้คะขา ไม่ใช่เพราะมันไม่ดีเพียงแต่เธอเขินจนทำตัวไม่ถูกต่างหาก“กรณ์ดื่มมาเหรอ ขวัญได้กลิ่น”“นิดเดียวค่ะ กรณ์แวะไปงานวันเกิดเพื่อนที่เคยเรียนสาขาเดียวกันมา”ไม่เพียงแค่ตอบคำถาม ใบหน้าหล่อเหลายังโน้มลงจนใกล้กับคนใต้ร่างมากกว่าเดิม ใช้จมูกคลอเคลียบริเวณผิวแก้มที่มีกลิ่นหอม สูดรับกลิ่นเฉพาะตัวของคนรัก กลิ่นที่กรณ์ดนัยหลงใหลเสมอมา ถึงขั้นว่าเขาเสพติดกลิ่นตัวของขวัญญาดาไปแล้วถ้าวันไหนไม่ได้หอมวันนั้นชายหนุ่มจะไม่มีแรงใช้ชีวิตทันที“กรณ์ขอนะ จะทำเบา ๆ ค่ะ”เพราะขวัญญาดารู้ว่าเธอปฏิเสธความต้องการของแฟนหนุ่มไม่ได้ เธอจึงปล่อยให้ทุกอย่างเลยตามเลย จนไม่กี่นาทีถัดมา สองร่างที่นอนเกยกันอยู่บนโซฟาต่างเปลือยเปล่า ไร้ซึ่งสิ่งปกคลุม “อืม…”ภายในห้องรับแขกของคอนโด บัด
อีกด้านหนึ่งบริเวณดาดฟ้าของโรงพยาบาล ซึ่งถูกจัดเป็นสวนสาธารณะจำลองขนาดย่อม นานหลายนาทีแล้วที่ขวัญญาดายืนเอาหน้าโต้ลม เนื่องจากตอนนี้อากาศในยามสี่โมงเย็นเป็นใจ ทั้งบริเวณนี้ยังไม่มีใครพลุกพล่านคงเพราะที่นี่เป็นโรงพยาบาลเอกชนใจกลางเมืองที่ค่ารักษาค่อนข้างสูง จึงทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่มีแต่พวกคนรวย ไม่ได้วุ่นวายเหมือนกับโรงพยาบาลรัฐบาล ที่ก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป“...”เปลือกตาสีอ่อนค่อย ๆ ปิดลงอย่างเชื่องช้ายามสายลมอ่อนพัดโชยกระทบใบหน้า ซึมซับกับบรรยากาศเย็นเยียบหลังพายุฝนสงบลงไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้า ขณะที่ภายในใจของขวัญญาดานั้นกำลังคิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเธอรักกรณ์ดนัยขวัญญาดาไม่มั่นใจสักเท่าไรนักว่าความรู้สึกเหล่านี้ที่เธอมีให้ต่ออีกฝ่ายมันชัดเจนขึ้นมาเมื่อไร เพราะเมื่อเธอรู้ตัวอีกที กรณ์ดนัยก็มีอิทธิพลกับความรู้สึกไปแล้ว แม้ที่ผ่านมาหญิงสาวจะพยายามหลายครั้งที่จะตัดใจแต่เมื่อวันเวลาผ่านพ้นไป ขวัญญาดาตระหนักได้ว่าความพยายามทั้งหมดของเธอเพื่อที่จะเลิกรักผู้ชายคนนั้น ไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้ง แม้ภายในใจจะรู้ดีอยู่เต็มอกว่าการกระทำที่ผ่านมาของกรณ์ดนัยนั้นม
“ค่อย ๆ นะคะ ระวังลวกปาก”เสียงหวานเอ่ยขึ้นในตอนที่ขวัญญาดาตักข้าวต้มปลาไปจ่ออยู่ตรงริมฝีปากของคนที่บัดนี้มีผ้าก๊อซพันเอาไว้รอบศีรษะ ซึ่งไม่มีคำพูดใดตอบกลับมา เพราะคนป่วยนั้นค่อย ๆ ทานข้าวต้มที่วันนี้มีพยาบาลจำเป็นมาป้อนให้ถึงเตียง“เอาอีกไหมคะ”“ขอน้ำก่อนได้ไหม”ขวัญญาดารีบวางช้อนลง ก่อนจะหยิบเอาแก้วน้ำขึ้นไปให้ตามคำขอ รอให้กรณ์ดนัยดูดน้ำจากหลอดจนพอใจ แล้วเตรียมจะป้อนข้าวต่อ หากแต่ประโยคถัดมาของชายหนุ่ม ทำเอาทุกการกระทำของเธอหยุดชะงัก“ขอโทษนะ”เรียวคิ้วของขวัญญาดาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนภายในห้องพักสำหรับผู้ป่วยวีไอพีจะถูกครอบงำด้วยความเงียบชั่วขณะหนึ่ง เมื่อถ้อยคำเมื่อครู่ของกรณ์ดนัยนั้นไม่ได้ถูกสานต่อ มีเพียงแค่สองสายตาที่สอดประสานกันเอาไว้แนบแน่นจนเมื่อเวลาผ่านพ้นไปเกือบนาที ซึ่งเหมือนจะเนิ่นนานสำหรับคนทั้งคู่ ก็เป็นฝ่ายของกรณ์ดนัยที่ละสายตา เลือกจะเหม่อมองออกไปยังทัศนียภาพของเมืองหลวงด้านนอกหน้าต่างแทน แล้วเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเบาหวิว“ขอบคุณที่มาอยู่ดูแล เธอกลับเลยก็ได้นะ”“...”“ฉันไม่อยากรบกวน ขอบคุณจริง ๆ นะ”มันเป็นเรื่องยากที่กรณ์ดนัยจะเอ่ยถ้อยคำนั้นออกมา หากแต







