INICIAR SESIÓNอีกด้านหนึ่งภายในโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ เวลาเที่ยงกว่า บรรยากาศภายในโรงอาหารคลาคล่ำด้วยเหล่าบรรดานักศึกษาทั้งในคณะและต่างคณะที่แวะเวียนมาทานมื้อกลางวันที่นี่ เพราะถ้าพูดถึงอาหารที่อร่อยที่สุดในมหาวิทยาลัย
โรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ขึ้นชื่อเรื่องนี้ที่สุด
“คืนนี้เอาไง ออกไหมสรุป”
บริเวณโต๊ะตรงมุมเสาด้านในสุด บัดนี้ถูกจับจองด้วยกลุ่มนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ปีสุดท้ายสามคน ซึ่งใครต่างก็รู้กันดีว่าโต๊ะนี้คือโต๊ะประจำของพวกเขา หรือที่ใครต่างก็ขนานนามว่ากลุ่มรวมของแรร์คณะ
“ไอ้กรณ์ สรุปออกไหม”
ดูเหมือนว่าคำถามของเขตครามจะส่งไปไม่ถึงคนที่กำลังคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากอีกตามเคย เพราะอดีตเดือนคณะนอกจากจะไม่ได้สนใจสถานการณ์รอบตัว หูทั้งสองข้างยังถูกสวมทับด้วยหูฟังบลูทูทรุ่นล่าสุด ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิงจนอินทัชที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ต้องถือวิสาสะเป็นฝ่ายถอดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นั่นออกข้างหนึ่ง
“ทำห่าอะไรของมึง” กรณ์ดนัยจิ๊ปากพร้อมตวัดสายตามองตัวต้นเหตุด้วยความหัวเสียเล็กน้อย
“พวกกูถามว่าคืนนี้มึงจะออกไหม”
“...”
“แต่กูว่าพักตับพักไตกันบ้างก็ดีนะ อาทิตย์ที่แล้วแม่งออกทุกวันเลย”
“พี่กรณ์คะ…”
หากแต่ยังไม่ทันที่กรณ์ดนัยจะได้ตอบคำถาม บทสนทนาภายในกลุ่มก็ถูกขัดจังหวะลงด้วยถ้อยคำเมื่อครู่ของหญิงสาวที่กำลังยืนทำหน้าเศร้าหมองอยู่ตรงหน้า และเมื่อกรณ์ดนัยเห็นว่าเธอคืออดีตแฟน ชายหนุ่มก็เลิกคิ้วขึ้นมาด้วยความแปลกใจ
“น้ำหวานขอคุยกับพี่กรณ์หน่อยได้ไหมคะ”
เพียงเพราะคำร้องขอและสายตาอ้อนวอนนั้น ในเวลาไม่กี่นาทีถัดมา กรณ์ดนัยก็ย้ายตัวเองจากโรงอาหารมานั่งอยู่บนโต๊ะม้าหินอ่อนภายในสวนที่อยู่ไม่ไกลจากโรงอาหารมากนัก โดยมีน้ำหวานนั่งร้องไห้อยู่ข้าง ๆ เป็นเวลาเกือบสิบนาที
เธอเอาแต่ร้องไห้
ไม่พูดอะไรออกมาสักคำจนชายหนุ่มเริ่มรำคาญ
“สรุปมีเรื่องอะไรจะคุยกับพี่”
“...”
“เอาแต่ร้องไห้แล้วเมื่อไรจะคุยกันรู้เรื่อง”
ใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบน้ำตาค่อย ๆ หันไปมองชายหนุ่มข้างกาย พร้อมกับมือบางเลื่อนไปกอบกุมมือของกรณ์ดนัยแน่น ซึ่งการกระทำนั้นของหญิงสาว ทำให้กรณ์ดนัยเลี่ยงไม่ได้ที่จะหันมาสบตากับเธอ
หงุดหงิด บอกตามตรงว่ายิ่งเห็นน้ำตาของน้ำหวาน มันยิ่งทำให้ความหงุดหงิดของเขาเพิ่มขึ้นไปอีก
“ฮึก… น้ำหวานขอโทษ— ขอโทษที่บอกเลิกพี่กรณ์”
“...”
“เรากลับมารักกันได้ไหมคะ น้ำหวานรู้แล้วว่าขาดพี่กรณ์ไม่ได้จริง ๆ”
ร่างเล็กขยับเข้าซบใบหน้าลงกับหัวไหล่กว้าง หวังให้ชายหนุ่มใจอ่อน เพราะก่อนหน้านี้ที่น้ำหวานจะตัดสินใจมาคุย เธอมั่นใจว่าคนอย่างกรณ์ดนัยก็ขาดเธอไม่ได้เหมือนกัน แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนอย่างไรก็ตาม
“กลับมาคืนดี? ง่ายไปหรือเปล่า”
คำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปาก เรียบเฉยจนคนฟังใจหาย เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น มันสวนทางกับความคิดของเธออย่างสิ้นเชิง ไม่เพียงแค่คำพูดเท่านั้น กรณ์ดนัยยังสะบัดไหล่ออกอย่างไร้เยื่อใย
“แต่— พี่กรณ์คะ”
“เธอเป็นคนบอกเลิกพี่เองนะ ตอนนี้จะมาเรียกร้องอะไร”
กรณ์ดนัยปัดมือของน้ำหวานที่เตรียมจะเอื้อมมาจับมืออีกรอบออก ใบหน้าคมคายยังคงความเรียบเฉยเอาไว้ แม้จะไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ แต่กลับดูน่ากลัวในสายตาของน้ำหวานจนหญิงสาวต้องก้มหน้าร้องไห้ หวังใช้ความสงสารเป็นสิ่งสุดท้ายเพื่อยื้อให้
กรณ์ดนัยกลับมา
“ฮึก— ฮือ…”
กรณ์ดนัยไม่รู้ว่าเขาถอนหายใจออกมาเป็นครั้งที่เท่าไร นับตั้งแต่มานั่งอยู่ตรงนี้ รู้เพียงแค่ว่าทอดถอนหายใจออกมาหนักมากกว่าทุกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทางไม่ได้ทุกข์ร้อน และไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับการที่น้ำหวานนั่งร้องไห้บีบน้ำตาตรงนี้เลยสักนิด
กรณ์ดนัยถือคติว่าจะไม่กลับไปกินของซ้ำ
น้ำหวานก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ชายหนุ่มจะไม่กลับไปซ้ำรอบที่สองอีก
“พี่ว่าเราคุยกันไม่รู้เรื่อง อีกอย่างพี่ไม่อยากเสียเวลา”
“...”
“ฟังนะน้ำหวาน พี่ไม่มีวันกลับไปคบกับเธอแน่นอน
มูฟออนเถอะ”
ร่างสูงหมุนตัวเดินออกมาจากตรงนั้นทันที โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดทิ้งท้ายของตัวเองสร้างความเสียใจให้กับเธอมากเพียงใด แล้วอย่างไรต่อ ในเมื่อเรื่องนี้มันไม่ใช่กรณ์ดนัยที่เป็นฝ่ายผิด น้ำหวานแท้ ๆ ที่เป็นฝ่ายบอกเลิกเขาก่อน
คราวนี้จะมาเรียกร้องอะไร
น่ารำคาญเป็นบ้า
ระหว่างทางเดินกลับไปหาเพื่อนที่โรงอาหารคณะ
กรณ์ดนัยก็ควักเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดแก้เบื่อ โดยไม่ได้คิดถึงผู้หญิงคนนั้นอีก ทว่าในตอนที่ปลายนิ้วกดเข้ามาในโซเชียลมีเดีย ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับกระทู้หนึ่งซึ่งโพสต์ในกลุ่มมหาวิทยาลัยเด้งขึ้นมาหน้าฟีดพอดี
ขอความช่วยเหลือหน่อยค่ะ กำลังทำโพรเจกต์จบ ต้องใช้ microcontroller
แต่เราไม่ค่อยถนัดเรื่องต่อวงจรไฟฟ้าเท่าไร มีใครเคยทำหรือพอจะแนะนำได้ไหมคะ
กรณ์ดนัยไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงกดดูโพรไฟล์ของเจ้าของกระทู้ ที่ไม่ได้ลงรูปเห็นหน้าเต็ม ๆ แต่เพียงเพราะอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง ชายหนุ่มจึงคิดอยากหาอะไรสนุกทำแก้เบื่อ จึงไม่รอช้ากดส่งข้อความหาเธอ
: ผมพอจะแนะนำได้ครับ
กระทั่งกรณ์ดนัยผละริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า มือหนาถูกยกขึ้นมาเกลี่ยปอยผมให้คนรัก ก่อนจะจัดการจูบหน้าผากของเธอไปอีกหนึ่งครั้ง แล้วขยับร่างกายให้ขวัญญาดาเอนลงไปแนบแผ่นหลังกับขอบอ่าง“หนาวไหมคะ”“...”“ถ้าหนาวเราไปต่อกันที่เตียงไหม หืม”ขวัญญาดาทำเพียงส่ายหน้าเป็นคำตอบ หญิงสาวเม้มปากเข้าหากันเล็กน้อยยามที่เจ้าของถ้อยคำเมื่อครู่จับขาทั้งสองข้างของเธอแยกออกจากกัน ก่อนเจ้าตัวจะแทรกร่างกายเข้ามาแนบชิดยิ่งกว่าเดิมใต้หว่างขา “อ๊ะ— กรณ์คะ”ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เสียงครางหวานระรื่นหูดังขึ้นมา เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่มันเกิดขึ้นระหว่างกรณ์ดนัยดันส่วนแข็งขืนเข้ามาภายในช่องทางคับแน่นของเธออีกรอบ ซึ่งร่างกายของขวัญญาดาก็ยังคงตอบสนองต่อสัมผัสได้เป็นอย่างดี มันทั้งบีบรัด หดตัว และขมิบเสียจนสีหน้าของกรณ์ดนัยแสดงออกมาว่ารู้สึกดีมากขนาดไหน“เธอกำลังทำให้กรณ์เป็นบ้า อืม... เสียวฉิบ”ท่อนเนื้อถูกครอบคลุมด้วยความนุ่มหยุ่นที่แม้กรณ์ดนัยจะยังไม่ได้ขยับเคลื่อนไหว หากแต่ความเสียวซ่านนั้นส่งผลให้ร่างกำยำกระตุกเบา ๆ เขายิ้มให้กับคนที่ช้อนสายตามองขึ้นมา ก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะโน้มลงไปแนบริมฝีปากบนอวัยวะเดียวกันอีกครั้
“ชอบไหมคะ”เสียงอ่อนโยนพร้อมกับร่างกายถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง เรียกให้ขวัญญาดาละความสนใจจากทัศนียภาพเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยภูเขาเขียวขจี ก้มมองแขนแกร่งสอดแทรกเข้ามาที่เอวบางของเธอ“ชอบค่ะ ที่นี่สวยและบรรยากาศดีมาก ๆ”“ถ้าชอบงั้นกรณ์จะมาสร้างบ้านที่นี่ เป็นเรือนหอของเราดีไหมคะ”“เวอร์แล้วค่ะกรณ์”ขวัญญาดาได้ยินเสียงหัวเราะจากคนด้านหลัง และสัมผัสได้ว่าอีกคนโอบกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นกว่าเดิมอีกนิด ก่อนบรรยากาศจะกลับมาปกคลุมไปด้วยความเงียบชั่วขณะหนึ่ง เมื่อบทสนทนาเมื่อครู่ไม่ได้ถูกสานต่อ เวลาหกโมงเย็น พระอาทิตย์คล้อยต่ำลงจนใกล้จะลาลับขอบฟ้า บรรยากาศที่เขาใหญ่วันนี้เย็นกำลังดี ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปเมื่อวานก่อนหน้านี้ กรณ์ดนัยบอกกับขวัญญาดาว่าจะนำดอกไม้มาไหว้มารดาเหมือนที่เคยทำในทุก ๆ ปีเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนนี้คนทั้งคู่ถึงมายืนกอดกันกลมเกลียวที่ระเบียงของโรงแรมสุดหรู ซึ่งเป็นโรงแรมในเครือของบริษัทคุณดิเรกผู้เป็นพ่อของคนที่ยังกอดขวัญญาดาเอาไว้แน่น“เดี๋— เดี๋ยวค่ะกรณ์”ความเงียบที่ปกคลุมมาเนิ่นนานนับหลายนาทีถูกทำลายลงด้วยเสียงของขวัญญาดา เมื่อมือของคนด้านหลังเลื่อนลงต่ำ ส่งสัญญาณถึงอะไรบางอย
ขวัญญาดาไม่มั่นใจว่าสิ่งนั้นเรียกว่าอะไร แต่ทันทีที่คนด้านบนกดปุ่ม แรงสั่นสะเทือนเบา ๆ จากเครื่องมือชิ้นเล็กก็เริ่มต้นทำงาน มิหนำซ้ำกรณ์ดนัยยังสาธิตให้ดูว่ามันปรับระดับความแรงได้หลายระดับ พลันให้หญิงสาวเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอด้วยหัวใจที่เริ่มสั่นสะท้านขวัญญาดาไม่ใช่เด็กอมมือเธอรู้ว่าอุปกรณ์ในมือของคนรักคืออะไร“กรณ์… มันสั่นแรงไปหรือเปล่าคะ”ขวัญญาดาถามเสียงสั่น พลางมองเจ้าเครื่องมือตัวจิ๋วที่ดูเหมือนจะสร้างความกระเส่าได้มากกว่าที่เธอคิด“ลองดูก่อนไหม ถ้าไม่ชอบกรณ์จะปิดทันทีเลย”กรณ์ดนัยปลอบเสียงอ่อนโยน ก่อนจะขยับตัวลงมาซุกไซ้ลำคอขาว มือหนาค่อย ๆ เลื่อนอุปกรณ์ตัวนั้นลงไปเบื้องล่าง แทรกผ่านร่างกายของทั้งคู่ที่ยังบดเบียดกันอยู่ ทันทีที่ความสั่นสะเทือนสัมผัสเข้ากับติ่งเนื้ออ่อนไหว ขวัญญาดาก็สะดุ้งสุดตัว แผ่นหลังบางแอ่นโค้งเข้าหาแผงอกแกร่งอัตโนมัติ เสียงครางกระเส่าหลุดลอดจากริมฝีปากอย่างกลั้นไม่อยู่“อื้อ กร— กรณ์ มันแปลก ๆ ค่ะ”“แปลกยังไง หืม… เสียวใช่ไหมคะ”ริมฝีปากหนาพรมจูบตามไหล่มนหลังพูดจบ ขณะปลายนิ้วยังคอยบังคับเครื่องมือชิ้นนั้นให้เน้นย้ำในจุดที่ทำให้ขวัญญาดาสั่นสะท้าน พร้อมกับ
“อึก— เดี๋ยวก่อนค่ะ”เสียงอ่อนพร้อมกับมือบางยกขึ้นดันแผงอกแกร่งให้ออกห่าง ทำให้คิ้วหนาของกรณ์ดนัยขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจนัก เพราะเหตุการณ์ไม่กี่วินาทีก่อนหน้า ชายหนุ่มกำลังโน้มใบหน้าประกบจูบคนรัก“ทำไมคะ?”ขวัญญาดาเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ขณะสายตาระหว่างคนทั้งคู่ยังคงสอดประสานกันในระยะห่างเพียงน้อยนิด เธอไม่ชินเลยสักครั้งเวลากรณ์ดนัยใช้คะขา ไม่ใช่เพราะมันไม่ดีเพียงแต่เธอเขินจนทำตัวไม่ถูกต่างหาก“กรณ์ดื่มมาเหรอ ขวัญได้กลิ่น”“นิดเดียวค่ะ กรณ์แวะไปงานวันเกิดเพื่อนที่เคยเรียนสาขาเดียวกันมา”ไม่เพียงแค่ตอบคำถาม ใบหน้าหล่อเหลายังโน้มลงจนใกล้กับคนใต้ร่างมากกว่าเดิม ใช้จมูกคลอเคลียบริเวณผิวแก้มที่มีกลิ่นหอม สูดรับกลิ่นเฉพาะตัวของคนรัก กลิ่นที่กรณ์ดนัยหลงใหลเสมอมา ถึงขั้นว่าเขาเสพติดกลิ่นตัวของขวัญญาดาไปแล้วถ้าวันไหนไม่ได้หอมวันนั้นชายหนุ่มจะไม่มีแรงใช้ชีวิตทันที“กรณ์ขอนะ จะทำเบา ๆ ค่ะ”เพราะขวัญญาดารู้ว่าเธอปฏิเสธความต้องการของแฟนหนุ่มไม่ได้ เธอจึงปล่อยให้ทุกอย่างเลยตามเลย จนไม่กี่นาทีถัดมา สองร่างที่นอนเกยกันอยู่บนโซฟาต่างเปลือยเปล่า ไร้ซึ่งสิ่งปกคลุม “อืม…”ภายในห้องรับแขกของคอนโด บัด
อีกด้านหนึ่งบริเวณดาดฟ้าของโรงพยาบาล ซึ่งถูกจัดเป็นสวนสาธารณะจำลองขนาดย่อม นานหลายนาทีแล้วที่ขวัญญาดายืนเอาหน้าโต้ลม เนื่องจากตอนนี้อากาศในยามสี่โมงเย็นเป็นใจ ทั้งบริเวณนี้ยังไม่มีใครพลุกพล่านคงเพราะที่นี่เป็นโรงพยาบาลเอกชนใจกลางเมืองที่ค่ารักษาค่อนข้างสูง จึงทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่มีแต่พวกคนรวย ไม่ได้วุ่นวายเหมือนกับโรงพยาบาลรัฐบาล ที่ก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป“...”เปลือกตาสีอ่อนค่อย ๆ ปิดลงอย่างเชื่องช้ายามสายลมอ่อนพัดโชยกระทบใบหน้า ซึมซับกับบรรยากาศเย็นเยียบหลังพายุฝนสงบลงไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้า ขณะที่ภายในใจของขวัญญาดานั้นกำลังคิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเธอรักกรณ์ดนัยขวัญญาดาไม่มั่นใจสักเท่าไรนักว่าความรู้สึกเหล่านี้ที่เธอมีให้ต่ออีกฝ่ายมันชัดเจนขึ้นมาเมื่อไร เพราะเมื่อเธอรู้ตัวอีกที กรณ์ดนัยก็มีอิทธิพลกับความรู้สึกไปแล้ว แม้ที่ผ่านมาหญิงสาวจะพยายามหลายครั้งที่จะตัดใจแต่เมื่อวันเวลาผ่านพ้นไป ขวัญญาดาตระหนักได้ว่าความพยายามทั้งหมดของเธอเพื่อที่จะเลิกรักผู้ชายคนนั้น ไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้ง แม้ภายในใจจะรู้ดีอยู่เต็มอกว่าการกระทำที่ผ่านมาของกรณ์ดนัยนั้นม
“ค่อย ๆ นะคะ ระวังลวกปาก”เสียงหวานเอ่ยขึ้นในตอนที่ขวัญญาดาตักข้าวต้มปลาไปจ่ออยู่ตรงริมฝีปากของคนที่บัดนี้มีผ้าก๊อซพันเอาไว้รอบศีรษะ ซึ่งไม่มีคำพูดใดตอบกลับมา เพราะคนป่วยนั้นค่อย ๆ ทานข้าวต้มที่วันนี้มีพยาบาลจำเป็นมาป้อนให้ถึงเตียง“เอาอีกไหมคะ”“ขอน้ำก่อนได้ไหม”ขวัญญาดารีบวางช้อนลง ก่อนจะหยิบเอาแก้วน้ำขึ้นไปให้ตามคำขอ รอให้กรณ์ดนัยดูดน้ำจากหลอดจนพอใจ แล้วเตรียมจะป้อนข้าวต่อ หากแต่ประโยคถัดมาของชายหนุ่ม ทำเอาทุกการกระทำของเธอหยุดชะงัก“ขอโทษนะ”เรียวคิ้วของขวัญญาดาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนภายในห้องพักสำหรับผู้ป่วยวีไอพีจะถูกครอบงำด้วยความเงียบชั่วขณะหนึ่ง เมื่อถ้อยคำเมื่อครู่ของกรณ์ดนัยนั้นไม่ได้ถูกสานต่อ มีเพียงแค่สองสายตาที่สอดประสานกันเอาไว้แนบแน่นจนเมื่อเวลาผ่านพ้นไปเกือบนาที ซึ่งเหมือนจะเนิ่นนานสำหรับคนทั้งคู่ ก็เป็นฝ่ายของกรณ์ดนัยที่ละสายตา เลือกจะเหม่อมองออกไปยังทัศนียภาพของเมืองหลวงด้านนอกหน้าต่างแทน แล้วเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเบาหวิว“ขอบคุณที่มาอยู่ดูแล เธอกลับเลยก็ได้นะ”“...”“ฉันไม่อยากรบกวน ขอบคุณจริง ๆ นะ”มันเป็นเรื่องยากที่กรณ์ดนัยจะเอ่ยถ้อยคำนั้นออกมา หากแต







