登入ตอนนั้นเขาคุกเข่าลงกับพื้น ตบหน้าตัวเองครั้งแล้วฉาดเล่าพร่ำบอกว่าตัวเองหน้ามืดตามัวไปชั่วขณะถึงได้ยักยอกเงินของบริษัท อ้อนวอนขอให้ฉันช่วยอุดรอยรั่วให้เขาแถมยังทิ้งหลักฐานพวกนี้ไว้ที่ฉัน เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากฉันเวลาผ่านไปไม่ทันไรเขากลับลืมไปซะสนิทฉันเอาหลักฐานไปให้ผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ ของถานซื่อกรุ๊ปเดิมทีผู้ถือหุ้นพวกนี้ก็ผูกใจเจ็บอยู่แล้วพอรู้ว่าถานอวิ๋นเซิ่นเคยยักยอกเงินบริษัท จนทำให้โปรเจกต์มูลค่าหลายสิบล้านต้องพังไม่เป็นท่าก็ไปจ้างพวกนักเลงที่ไม่กลัวตายมาหลายคน ลักพาตัวถานอวิ๋นเซิ่นไปจากใต้จมูกตำรวจในคืนนั้นเลยถานอวิ๋นเซิ่นหายตัวไปหนึ่งสัปดาห์เต็ม ๆไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปไหนมีคนบอกว่าเขาถูกคู่อริตามมาล้างแค้น ยิ่งไปกว่านั้นยังมีข่าวลือว่าเขาไปล่วงเกินตระกูลเจี่ยน ตระกูลเจี่ยนเลยจัดการฆ่าเขาไปแล้วพ่อกับพวกพี่ชายมาถามฉันว่าเป็นฝีมือของฉันหรือเปล่าฉันจัดการเตรียมเอกสารสำหรับขึ้นศาล พยักหน้าแล้วก็ส่ายหน้า“ใช่ค่ะ แล้วก็ไม่ใช่ด้วย พ่อคะ พี่ใหญ่ พี่รอง พวกพี่จัดการแค่เรื่องของบริษัทก็พอแล้ว ถานอวิ๋นเซิ่นจะมีคนจัดการเขาเอง”พวกเขาถึงได้พยักหน้าด้วยความอกสั่น
ฉันดูข่าวถึงได้รู้ว่าบริษัทเล็ก ๆ ของถานอวิ๋นเซิ่นล้มละลายไปแล้วได้ยินมาว่าเป็นเพราะพ่อใช้บังคับกดดันและเข้าซื้อกิจการในราคาต่ำ เขาเลยไม่ได้ผลประโยชน์อะไรกลับไปเลยแถมยังถูกทนายฟ้องร้องในชั้นศาล เรียกร้องให้ชดใช้เงินสองล้านห้าแสนที่ฉันให้เขาไปตอนที่ยังคบกันอยู่ฉันลอบสะใจอยู่ลึก ๆนึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะสงบเสงี่ยมอยู่ได้ไม่ถึงสองวัน ก็หาเรื่องป่วนขึ้นมาอีกแล้วหนึ่งวันก่อนขึ้นศาล ตำรวจได้สั่งปิดบริษัทในเครือตระกูลเจี่ยนทั้งหมดอ้างว่ามีคนแจ้งเบาะแสว่าครอบครัวเราพัวพันกับการหลีกเลี่ยงภาษี ตอนนี้กำลังสั่งปิดเพื่อตรวจสอบ ช่วงเวลานี้ทุกโปรเจกต์จึงต้องหยุดชะงักลงทั้งหมดบริษัทของตระกูลเจี่ยนปิดไปแค่วันเดียวก็ต้องสูญเงินเป็นล้าน นับประสาอะไรกับการถูกสั่งปิดเป็นเวลาครึ่งเดือนฉันแค่เดาก็รู้ว่าเบื้องหลังเรื่องนี้ต้องมีคนคอยเล่นตุกติกอยู่แน่ ๆแล้วก็เป็นอย่างที่คิด พอสืบดูก็พบว่าคนบงการอยู่เบื้องหลังก็คือถานอวิ๋นเซิ่นนั่นเองตั้งแต่ตอนที่ถานอวิ๋นเซิ่นถูกพ่อฉันบังคับซื้อบริษัทไปเขาก็เริ่มเผยแพร่ข้อมูลเท็จจำนวนมากบนอินเทอร์เน็ต หาว่าพอฉันผลาญเงินเขาจนหมดก็ถีบหัวส่งเขาแถมยังบอกอีกว่าตร
ฉันทิ้งท้ายไว้ด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดไร้ซึ่งการต่อรองเหมือนกับเขาไม่มีผิดเพี้ยนจากนั้นทนายก็ก้าวเข้ามาจัดการรวบรวมข้อมูลเรื่องกระทู้บนอินเทอร์เน็ตฉันปาหลักฐานตัวคนโพสต์ใส่ตัวเว่ยเยว่อย่างแรง พร้อมกับยื่นจดหมายฟ้องร้องให้เธอไปสองฉบับ“เว่ยเยว่ ข้อความบิดเบือนความจริงที่เธอโพสต์ลงบนอินเทอร์เน็ตส่งผลกระทบต่อฉันแล้ว ฉันจะให้ทนายของฉันฟ้องร้องเธอตามกฎหมาย!”“แล้วก็พฤติกรรมอาชญากรรมของสตูดิโอเธอที่กลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์และชักนำกระแสสังคม ฉันก็จะให้ตำรวจจัดการด้วยเหมือนกัน!”“เธอเตรียมตัวติดคุกได้เลย!”คนที่มุงดูเหตุการณ์อยู่ในโรงพยาบาลหลายคนก็เข้าใจแล้วว่าเรื่องราวเป็นมายังไง ต่างพากันมาขอโทษฉันแต่ผู้อำนวยการก็ยังไม่ได้ยกเลิกคำสั่งพักงานของฉันเหตุผลที่ผู้อำนวยการให้มาก็คือเพราะเรื่องบนอินเทอร์เน็ตมันบานปลายไปกันใหญ่แล้วต่อให้โรงพยาบาลจะออกมาชี้แจงหรือพูดเข้าข้างฉัน ก็ยังมีชาวเน็ตอีกกลุ่มใหญ่ที่คอยจะหาเรื่องอยู่ดีฉันไม่ได้บ่นอะไร ก็ถือซะว่าใช้โอกาสจากเรื่องนี้ให้ตัวเองได้หยุดยาวพักผ่อนก็แล้วกันจะว่าไป ตั้งแต่ที่ฉันตัดสินใจเลือกเป็นหมออย่างไม่ลังเลในตอนนั้นจนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาหกปี
“งั้นผมจะพูดตรง ๆ เลยก็แล้วกัน เจี่ยนหนิงต้องแต่งงานกับผม ใครใช้ให้ตอนที่คบกันหนึ่งปีมานี้เธอผลาญเงินผมไปตั้งเยอะล่ะ ถ้าไม่ยอมแต่งงานกับผม ผมจะแฉเรื่องนี้เดี๋ยวนี้!”“จะบอกว่าพอเธอผลาญเงินผมจนหมดก็ชิ่งหนี คนรวยอย่างพวกคุณห่วงชื่อเสียงกันที่สุดไม่ใช่หรือไง!”“ผมอยากจะรู้นักว่าถึงตอนนั้นใครยังจะเอาเจี่ยนหนิงอีก! ไม่แน่ว่าเธออาจต้องลดตัวไปแต่งงานกับพวกกรรมกรหาเช้ากินค่ำ พวกคุณทำใจได้เหรอ ตอนนี้ตกลงให้เธอแต่งงานกับผมซะ นี่เป็นทางเลือกเดียวของพวกคุณ”พี่รองถลึงตาใส่เขาด้วยความโกรธจัด พร้อมกับด่าไปว่าหน้าด้านมิน่าล่ะในเน็ตถึงบอกกันว่าห้ามใช้เงินของผู้ชายจน ๆ เด็ดขาดฉันเพิ่งจะเข้าใจก็วันนี้แหละว่าคำพูดนี้มันมีเหตุผลมากขนาดไหนพ่อเกลียดที่สุดก็คือการที่มีคนเอาลูกมาข่มขู่เขา เขาแอบปรึกษาผู้ช่วยเรื่องการบังคับซื้อกิจการบริษัทของหมอนั่นเรียบร้อยแล้วแต่เพื่อฉัน พ่อจึงฝืนยิ้มเพื่อให้ถานอวิ๋นเซิ่นสงบลงก่อน“มีอะไรก็ค่อย ๆ คุยกันเถอะ ว่ามาสิ คุณต้องการเงินเท่าไหร่ถึงจะยอมปล่อยหนิงหนิงไป”ถานอวิ๋นเซิ่นชูนิ้วชี้ขึ้นมา เป็นสัญลักษณ์เลขหนึ่งพ่อของฉันคิดว่าเป็นเงินห้าล้าน กำลังจะยิ้มแล้วให้ผ
“ตอนนั้นผมก็ถูกเธอหลอกเหมือนกัน เธอปอกลอกเงินผมไปไม่ใช่น้อย ๆ พวกคุณตาสว่างมองเห็นธาตุแท้ของเธอตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไปหรอกนะ”“ผมหาทนายไว้เรียบร้อยแล้ว เรามาฟ้องร้องเธอด้วยกันเถอะ พวกคุณเลิกพูดเข้าข้างเธอได้แล้ว!”คำพูดเหล่านี้ช่างฟังดูเหมือนหวังดีเสียเหลือเกินคนที่ไม่รู้คงคิดว่าตอนฉันคบกับเขา ฉันผลาญเงินเขาไปตั้งเท่าไหร่พี่ใหญ่ทนฟังคนอื่นพูดจาว่าร้ายฉันไม่ได้มากที่สุดเขากระชากคอเสื้อของถานอวิ๋นเซิ่น แล้วเหวี่ยงหมัดใส่ไม่ยั้ง“สารเลว! หนิงหนิงเป็นเด็กดีรู้ความมาตั้งแต่เด็ก เป็นเด็กดีที่ใคร ๆ ก็ชื่นชมมาตลอด แกบอกว่าเธอหวังเงินแก?! เงินกระจอก ๆ ของแกยังไม่พอซื้อเสื้อผ้าให้เธอสักตัวด้วยซ้ำ!”พี่รองเองก็เข้าไปผสมโรงด้วยเหมือนกันเหลือเพียงเว่ยเยว่ที่ยังคงคอยพูดยุยงปลุกปั่นความโกรธแค้นของฝูงชนอยู่ด้านข้างฉันประสานสายตากับเธอ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“พอได้แล้ว เว่ยเยว่ เธอคิดจะปั่นหัวถานอวิ๋นเซิ่นไปถึงเมื่อไหร่”“พวกเขาคือพี่ชายของฉัน แต่เพราะพวกเขาเป็นลูกภรรยาเก่าของพ่อ เราก็เลยคนละนามสกุลกัน”“แทนที่จะมาคอยยุทุกคนอยู่ตรงนี้ สู้เอาเวลาไปอธิบายปัญหาเรื่องสตูดิโอของเธอดีก
เว่ยเยว่กับถานอวิ๋นเซิ่นต่างก็ยืนอึ้งอยู่กับที่ มองผู้ชายตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ“คุณ...คุณคือตัวแทนการค้าแห่งเอเชีย มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองจิงที่ติดอันดับฟอร์บส์ไม่ใช่เหรอคะ?! จะเป็นพ่อของเจี่ยนหนิงไปได้ยังไง!”“นี่พวกคุณคงไม่ได้เตี๊ยมกันมาแสดงละครหรอกใช่ไหม! เจี่ยนหนิง นี่เธอแอบบอกเขาล่วงหน้าให้มาเล่นละครกับเธอใช่ไหม!”สีหน้าของพ่อฉันยิ่งมืดครึ้มลงกว่าเดิม เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา“เธอคิดว่าฉันจำเป็นต้องเสียเวลามาหลอกคนที่ไม่เกี่ยวข้องสองคนด้วยหรือไง”“พวกเธอทำอะไรหนิงหนิงของเรา?!”พี่ใหญ่เดินมาข้างกายฉัน เมื่อเห็นรอยฝ่ามือแดงเถือกบนใบหน้าฉันก็ของขึ้นทันทีเขาคว้าข้อมือของเว่ยเยว่ไว้ แล้วซักไซ้อย่างดุดัน“เธอเป็นคนตบเหรอ?! ตอนหนิงหนิงอยู่บ้าน เราทะนุถนอมอย่างกับไข่ในหิน เธอกล้าลงมือกับหนิงหนิงเชียวเหรอ!”เว่ยเยว่ตกใจกลัวกับท่าทีดุดันนี้ เธอรีบหลบไปอยู่หลังถานอวิ๋นเซิ่นมองด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าถานอวิ๋นเซิ่นหวาดกลัวผู้ชายตรงหน้า แต่ก็ไม่อยากแสดงความขี้ขลาดต่อหน้าฉัน จึงปกป้องเว่ยเยว่ไว้ด้านหลังอย่างแน่นหนา“คุณใช้ท่าทีแบบนี้หมายความว่ายังไง?! เจี่ยนหนิงเป็นคนล่อลวงพวกคุ







