Share

บทที่ 3

Author: หมิงหมิง
จากนั้น ฉันก็กดออกจากแชตกลุ่ม

คืนนั้นเอง ถานอวิ๋นเซิ่นก็โทรศัพท์กระหน่ำมาจนสายแทบไหม้

เขาคาดคั้นถามว่าประโยคที่ฉันส่งไปหมายความว่ายังไง แล้วก็บังคับให้ฉันขอโทษเว่ยเยว่

ฉันบล็อกเบอร์ของเขาไป เพราะขี้เกียจจะสนใจ

นึกไม่ถึงเลยว่าวันต่อมา ถานอวิ๋นเซิ่นกับเว่ยเยว่จะมาดักรอฉันอยู่หน้าโรงพยาบาล

พอเห็นหน้าฉัน เขาก็ปารูปถ่ายปึกหนึ่งฟาดใส่หน้าผากฉันอย่างแรง

“เจี่ยนหนิง! เธอนี่มันสกปรกจริง ๆ!”

“มิน่าล่ะเมื่อวานถึงได้รีบขอเลิกกับฉันนัก ที่แท้ก็เพราะถูกเยว่เยว่มองออก เลยรู้ตัวว่าปอกลอกเงินฉันไม่ได้แล้ว ถึงได้รีบไปหาเหยื่อรายต่อไปนี่เอง!”

เว่ยเยว่กอดอกมองฉันด้วยความสะใจบนความทุกข์ของคนอื่น

“ตาแก่อายุเกือบห้าสิบแล้ว เธอก็ยังไม่รังเกียจอีกนะ”

“เพื่อเงินแล้ว ทำได้ทุกอย่างจริง ๆ สินะ!”

มุมรูปถ่ายแหลมบาดหน้าผากฉันจนเกิดปวดแปลบขึ้นมาในทันที

ฉันเหลือบมองรูปถ่ายบนพื้น

เป็นรูปที่ถูกถ่ายไว้ตอนที่พ่อมารับฉันกลับบ้านเมื่อคืนนี้

เมื่อวานมีแค่เว่ยเยว่ที่ตามฉันออกไป รูปพวกนี้ต้องเป็นฝีมือเธอแน่ ๆ

ฉันไม่ได้ปั้นหน้าดีใส่ แต่จ้องเว่ยเยว่แล้วเอ่ยเสียงเย็นชา

“ก่อนจะปราบของปลอม ก็น่าจะสืบดูเครือข่ายความสัมพันธ์ของอีกฝ่ายก่อนไหม?! ถานอวิ๋นเซิ่น คนในรูปนี้พ่อของฉัน!”

ฉันคิดว่าถานอวิ๋นเซิ่นพอรู้ความจริงแล้ว อย่างน้อยก็น่าจะรู้สึกผิดบ้าง

ใครจะรู้ว่าเขากลับแค่นหัวเราะเสียงเย็น ถูกล้างสมองไปหมด ไม่เชื่อคำพูดฉันเลยสักครึ่งคำ

“เยว่เยว่สืบมาหมดแล้ว ผู้ชายคนนี้คือมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองจิง! การแอบอ้างความสัมพันธ์ก็เป็นมุกเดิม ๆ ที่ไฮโซจอมปลอมอย่างเธอชอบใช้ไม่ใช่หรือไง!”

เว่ยเยว่ควงแขนเขา ถอนหายใจพลางบอกว่าเขาน่าสงสารที่เกือบโดนฉันหลอกเอา

เธอมองโทรศัพท์มือถือของฉันพร้อมกับพูดยุแยงขึ้นมาอีกว่า

“อาเซิ่น พวกไฮโซจอมปลอมแบบนี้มักจะเลือกเป้าหมายไว้ปอกลอกทีละหลาย ๆ คน นายลองเช็กโทรศัพท์เธอดูสิ”

“ไม่แน่ว่าอาจจะเมมเบอร์พวกป๋าที่คอยเลี้ยงดูไว้หลายคนก็ได้”

ถานอวิ๋นเซิ่นคว้าข้อมือฉันไว้แน่น แล้วกระชากโทรศัพท์ไปจากมือฉันอย่างแรง

เขารีบกวาดตามองหารายชื่อผู้ติดต่อ แล้วโชว์รายชื่อที่เมมไว้ว่า “พี่ใหญ่” กับ “พี่รอง” ให้ฉันดูด้วยความโกรธเกรี้ยว

ฉันเพิ่งจะอ้าปากบอกว่านั่นคือพี่ชายแท้ ๆ ของฉัน

เขากลับจ้องฉันเขม็งด้วยสายตาเย็นชา สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความรังเกียจและความโกรธจัด

“เป็นเรื่องจริงซะด้วยสิ!”

“เยว่เยว่พูดถูกจริง ๆ! เธอมาทำตัวใสซื่อต่อหน้าฉัน แต่ที่แท้ก็เป็นแค่ผู้หญิงร่านที่อาศัยเปลือก “ไฮโซจอมปลอม” มาคอยอ่อยผู้ชายไปทั่ว!”

“เจี่ยนหนิง! เงินที่ฉันจ่ายให้เธอภายในหนึ่งปีมานี้ เอาคืนมาให้ฉันให้หมดเดี๋ยวนี้!”

ความโกรธเหล่านั้นมลายหายไปจนหมดสิ้นเพราะประโยคสุดท้ายนี้

ฉันหลุดหัวเราะหยันออกมา

ที่แท้ก็เป็นเพราะอยากได้เงินคืน

พอลองคำนวณดูดี ๆ แล้ว ตลอดหนึ่งปีที่คบกันมา ฉันเสียเงินให้ถานอวิ๋นเซิ่นไปมากกว่าที่เขาจ่ายให้ฉันตั้งเยอะ

ฉันแย่งโทรศัพท์คืนมา ประสานสายตากับเขาอย่างเย็นชา

“อยากได้เงินเหรอ สักแดงเดียวก็ไม่มีให้หรอก”

“แต่ถ้านายอยากสะสางเรื่องความสัมพันธ์ครั้งนี้ว่าใครกันแน่ที่นอกใจ ฉันก็ยินดีจะคิดบัญชีกับนายให้ชัดเจน!”

เมื่อได้ยินเสียงคำรามด้วยความโกรธดังมาจากด้านหลัง ฉันก็เดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง

หลังออกจากห้องผ่าตัด ผู้อำนวยการก็เรียกฉันเข้าไปในห้องทำงาน แล้วยื่นกระทู้แฉอันหนึ่งให้ฉันดู

[หมอเจี่ยนในโรงพยาบาลระดับสามแห่งหนึ่งเป็น “ไฮโซจอมปลอม” หน้าเนื้อใจเสือ!]

[ต่อหน้าคนไข้ทำทีเป็นหมอแสนดี แต่ความจริงแล้วคบซ้อนทีละสามสี่คน โดนคนอื่นเล่นจนพรุนไปหมดแล้ว!]

[คนไข้ในโรงพยาบาลต้องระวังตัวไว้ให้ดีนะ ที่เธอเข้าใกล้คุณอาจเพราะจ้องจะเอาเงินของคุณก็ได้!]

กระทู้นี้ถูกดันจนติดเทรนด์ฮิตไปแล้ว

ใต้กระทู้เต็มไปด้วยข้อความด่าทอและสาปแช่ง แถมยังมีคนตัดต่อ “รูปหน้าศพ” ของฉันมาโพสต์ลงในช่องคอมเมนต์อีกด้วย

ผู้อำนวยการเอ่ยด้วยสีหน้าอึมครึม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กระชากหน้ากากยัยปากแจ๋ว   บทที่ 10

    ตอนนั้นเขาคุกเข่าลงกับพื้น ตบหน้าตัวเองครั้งแล้วฉาดเล่าพร่ำบอกว่าตัวเองหน้ามืดตามัวไปชั่วขณะถึงได้ยักยอกเงินของบริษัท อ้อนวอนขอให้ฉันช่วยอุดรอยรั่วให้เขาแถมยังทิ้งหลักฐานพวกนี้ไว้ที่ฉัน เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากฉันเวลาผ่านไปไม่ทันไรเขากลับลืมไปซะสนิทฉันเอาหลักฐานไปให้ผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ ของถานซื่อกรุ๊ปเดิมทีผู้ถือหุ้นพวกนี้ก็ผูกใจเจ็บอยู่แล้วพอรู้ว่าถานอวิ๋นเซิ่นเคยยักยอกเงินบริษัท จนทำให้โปรเจกต์มูลค่าหลายสิบล้านต้องพังไม่เป็นท่าก็ไปจ้างพวกนักเลงที่ไม่กลัวตายมาหลายคน ลักพาตัวถานอวิ๋นเซิ่นไปจากใต้จมูกตำรวจในคืนนั้นเลยถานอวิ๋นเซิ่นหายตัวไปหนึ่งสัปดาห์เต็ม ๆไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปไหนมีคนบอกว่าเขาถูกคู่อริตามมาล้างแค้น ยิ่งไปกว่านั้นยังมีข่าวลือว่าเขาไปล่วงเกินตระกูลเจี่ยน ตระกูลเจี่ยนเลยจัดการฆ่าเขาไปแล้วพ่อกับพวกพี่ชายมาถามฉันว่าเป็นฝีมือของฉันหรือเปล่าฉันจัดการเตรียมเอกสารสำหรับขึ้นศาล พยักหน้าแล้วก็ส่ายหน้า“ใช่ค่ะ แล้วก็ไม่ใช่ด้วย พ่อคะ พี่ใหญ่ พี่รอง พวกพี่จัดการแค่เรื่องของบริษัทก็พอแล้ว ถานอวิ๋นเซิ่นจะมีคนจัดการเขาเอง”พวกเขาถึงได้พยักหน้าด้วยความอกสั่น

  • กระชากหน้ากากยัยปากแจ๋ว   บทที่ 9

    ฉันดูข่าวถึงได้รู้ว่าบริษัทเล็ก ๆ ของถานอวิ๋นเซิ่นล้มละลายไปแล้วได้ยินมาว่าเป็นเพราะพ่อใช้บังคับกดดันและเข้าซื้อกิจการในราคาต่ำ เขาเลยไม่ได้ผลประโยชน์อะไรกลับไปเลยแถมยังถูกทนายฟ้องร้องในชั้นศาล เรียกร้องให้ชดใช้เงินสองล้านห้าแสนที่ฉันให้เขาไปตอนที่ยังคบกันอยู่ฉันลอบสะใจอยู่ลึก ๆนึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะสงบเสงี่ยมอยู่ได้ไม่ถึงสองวัน ก็หาเรื่องป่วนขึ้นมาอีกแล้วหนึ่งวันก่อนขึ้นศาล ตำรวจได้สั่งปิดบริษัทในเครือตระกูลเจี่ยนทั้งหมดอ้างว่ามีคนแจ้งเบาะแสว่าครอบครัวเราพัวพันกับการหลีกเลี่ยงภาษี ตอนนี้กำลังสั่งปิดเพื่อตรวจสอบ ช่วงเวลานี้ทุกโปรเจกต์จึงต้องหยุดชะงักลงทั้งหมดบริษัทของตระกูลเจี่ยนปิดไปแค่วันเดียวก็ต้องสูญเงินเป็นล้าน นับประสาอะไรกับการถูกสั่งปิดเป็นเวลาครึ่งเดือนฉันแค่เดาก็รู้ว่าเบื้องหลังเรื่องนี้ต้องมีคนคอยเล่นตุกติกอยู่แน่ ๆแล้วก็เป็นอย่างที่คิด พอสืบดูก็พบว่าคนบงการอยู่เบื้องหลังก็คือถานอวิ๋นเซิ่นนั่นเองตั้งแต่ตอนที่ถานอวิ๋นเซิ่นถูกพ่อฉันบังคับซื้อบริษัทไปเขาก็เริ่มเผยแพร่ข้อมูลเท็จจำนวนมากบนอินเทอร์เน็ต หาว่าพอฉันผลาญเงินเขาจนหมดก็ถีบหัวส่งเขาแถมยังบอกอีกว่าตร

  • กระชากหน้ากากยัยปากแจ๋ว   บทที่ 8

    ฉันทิ้งท้ายไว้ด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดไร้ซึ่งการต่อรองเหมือนกับเขาไม่มีผิดเพี้ยนจากนั้นทนายก็ก้าวเข้ามาจัดการรวบรวมข้อมูลเรื่องกระทู้บนอินเทอร์เน็ตฉันปาหลักฐานตัวคนโพสต์ใส่ตัวเว่ยเยว่อย่างแรง พร้อมกับยื่นจดหมายฟ้องร้องให้เธอไปสองฉบับ“เว่ยเยว่ ข้อความบิดเบือนความจริงที่เธอโพสต์ลงบนอินเทอร์เน็ตส่งผลกระทบต่อฉันแล้ว ฉันจะให้ทนายของฉันฟ้องร้องเธอตามกฎหมาย!”“แล้วก็พฤติกรรมอาชญากรรมของสตูดิโอเธอที่กลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์และชักนำกระแสสังคม ฉันก็จะให้ตำรวจจัดการด้วยเหมือนกัน!”“เธอเตรียมตัวติดคุกได้เลย!”คนที่มุงดูเหตุการณ์อยู่ในโรงพยาบาลหลายคนก็เข้าใจแล้วว่าเรื่องราวเป็นมายังไง ต่างพากันมาขอโทษฉันแต่ผู้อำนวยการก็ยังไม่ได้ยกเลิกคำสั่งพักงานของฉันเหตุผลที่ผู้อำนวยการให้มาก็คือเพราะเรื่องบนอินเทอร์เน็ตมันบานปลายไปกันใหญ่แล้วต่อให้โรงพยาบาลจะออกมาชี้แจงหรือพูดเข้าข้างฉัน ก็ยังมีชาวเน็ตอีกกลุ่มใหญ่ที่คอยจะหาเรื่องอยู่ดีฉันไม่ได้บ่นอะไร ก็ถือซะว่าใช้โอกาสจากเรื่องนี้ให้ตัวเองได้หยุดยาวพักผ่อนก็แล้วกันจะว่าไป ตั้งแต่ที่ฉันตัดสินใจเลือกเป็นหมออย่างไม่ลังเลในตอนนั้นจนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาหกปี

  • กระชากหน้ากากยัยปากแจ๋ว   บทที่ 7

    “งั้นผมจะพูดตรง ๆ เลยก็แล้วกัน เจี่ยนหนิงต้องแต่งงานกับผม ใครใช้ให้ตอนที่คบกันหนึ่งปีมานี้เธอผลาญเงินผมไปตั้งเยอะล่ะ ถ้าไม่ยอมแต่งงานกับผม ผมจะแฉเรื่องนี้เดี๋ยวนี้!”“จะบอกว่าพอเธอผลาญเงินผมจนหมดก็ชิ่งหนี คนรวยอย่างพวกคุณห่วงชื่อเสียงกันที่สุดไม่ใช่หรือไง!”“ผมอยากจะรู้นักว่าถึงตอนนั้นใครยังจะเอาเจี่ยนหนิงอีก! ไม่แน่ว่าเธออาจต้องลดตัวไปแต่งงานกับพวกกรรมกรหาเช้ากินค่ำ พวกคุณทำใจได้เหรอ ตอนนี้ตกลงให้เธอแต่งงานกับผมซะ นี่เป็นทางเลือกเดียวของพวกคุณ”พี่รองถลึงตาใส่เขาด้วยความโกรธจัด พร้อมกับด่าไปว่าหน้าด้านมิน่าล่ะในเน็ตถึงบอกกันว่าห้ามใช้เงินของผู้ชายจน ๆ เด็ดขาดฉันเพิ่งจะเข้าใจก็วันนี้แหละว่าคำพูดนี้มันมีเหตุผลมากขนาดไหนพ่อเกลียดที่สุดก็คือการที่มีคนเอาลูกมาข่มขู่เขา เขาแอบปรึกษาผู้ช่วยเรื่องการบังคับซื้อกิจการบริษัทของหมอนั่นเรียบร้อยแล้วแต่เพื่อฉัน พ่อจึงฝืนยิ้มเพื่อให้ถานอวิ๋นเซิ่นสงบลงก่อน“มีอะไรก็ค่อย ๆ คุยกันเถอะ ว่ามาสิ คุณต้องการเงินเท่าไหร่ถึงจะยอมปล่อยหนิงหนิงไป”ถานอวิ๋นเซิ่นชูนิ้วชี้ขึ้นมา เป็นสัญลักษณ์เลขหนึ่งพ่อของฉันคิดว่าเป็นเงินห้าล้าน กำลังจะยิ้มแล้วให้ผ

  • กระชากหน้ากากยัยปากแจ๋ว   บทที่ 6

    “ตอนนั้นผมก็ถูกเธอหลอกเหมือนกัน เธอปอกลอกเงินผมไปไม่ใช่น้อย ๆ พวกคุณตาสว่างมองเห็นธาตุแท้ของเธอตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไปหรอกนะ”“ผมหาทนายไว้เรียบร้อยแล้ว เรามาฟ้องร้องเธอด้วยกันเถอะ พวกคุณเลิกพูดเข้าข้างเธอได้แล้ว!”คำพูดเหล่านี้ช่างฟังดูเหมือนหวังดีเสียเหลือเกินคนที่ไม่รู้คงคิดว่าตอนฉันคบกับเขา ฉันผลาญเงินเขาไปตั้งเท่าไหร่พี่ใหญ่ทนฟังคนอื่นพูดจาว่าร้ายฉันไม่ได้มากที่สุดเขากระชากคอเสื้อของถานอวิ๋นเซิ่น แล้วเหวี่ยงหมัดใส่ไม่ยั้ง“สารเลว! หนิงหนิงเป็นเด็กดีรู้ความมาตั้งแต่เด็ก เป็นเด็กดีที่ใคร ๆ ก็ชื่นชมมาตลอด แกบอกว่าเธอหวังเงินแก?! เงินกระจอก ๆ ของแกยังไม่พอซื้อเสื้อผ้าให้เธอสักตัวด้วยซ้ำ!”พี่รองเองก็เข้าไปผสมโรงด้วยเหมือนกันเหลือเพียงเว่ยเยว่ที่ยังคงคอยพูดยุยงปลุกปั่นความโกรธแค้นของฝูงชนอยู่ด้านข้างฉันประสานสายตากับเธอ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“พอได้แล้ว เว่ยเยว่ เธอคิดจะปั่นหัวถานอวิ๋นเซิ่นไปถึงเมื่อไหร่”“พวกเขาคือพี่ชายของฉัน แต่เพราะพวกเขาเป็นลูกภรรยาเก่าของพ่อ เราก็เลยคนละนามสกุลกัน”“แทนที่จะมาคอยยุทุกคนอยู่ตรงนี้ สู้เอาเวลาไปอธิบายปัญหาเรื่องสตูดิโอของเธอดีก

  • กระชากหน้ากากยัยปากแจ๋ว   บทที่ 5

    เว่ยเยว่กับถานอวิ๋นเซิ่นต่างก็ยืนอึ้งอยู่กับที่ มองผู้ชายตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ“คุณ...คุณคือตัวแทนการค้าแห่งเอเชีย มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองจิงที่ติดอันดับฟอร์บส์ไม่ใช่เหรอคะ?! จะเป็นพ่อของเจี่ยนหนิงไปได้ยังไง!”“นี่พวกคุณคงไม่ได้เตี๊ยมกันมาแสดงละครหรอกใช่ไหม! เจี่ยนหนิง นี่เธอแอบบอกเขาล่วงหน้าให้มาเล่นละครกับเธอใช่ไหม!”สีหน้าของพ่อฉันยิ่งมืดครึ้มลงกว่าเดิม เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา“เธอคิดว่าฉันจำเป็นต้องเสียเวลามาหลอกคนที่ไม่เกี่ยวข้องสองคนด้วยหรือไง”“พวกเธอทำอะไรหนิงหนิงของเรา?!”พี่ใหญ่เดินมาข้างกายฉัน เมื่อเห็นรอยฝ่ามือแดงเถือกบนใบหน้าฉันก็ของขึ้นทันทีเขาคว้าข้อมือของเว่ยเยว่ไว้ แล้วซักไซ้อย่างดุดัน“เธอเป็นคนตบเหรอ?! ตอนหนิงหนิงอยู่บ้าน เราทะนุถนอมอย่างกับไข่ในหิน เธอกล้าลงมือกับหนิงหนิงเชียวเหรอ!”เว่ยเยว่ตกใจกลัวกับท่าทีดุดันนี้ เธอรีบหลบไปอยู่หลังถานอวิ๋นเซิ่นมองด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าถานอวิ๋นเซิ่นหวาดกลัวผู้ชายตรงหน้า แต่ก็ไม่อยากแสดงความขี้ขลาดต่อหน้าฉัน จึงปกป้องเว่ยเยว่ไว้ด้านหลังอย่างแน่นหนา“คุณใช้ท่าทีแบบนี้หมายความว่ายังไง?! เจี่ยนหนิงเป็นคนล่อลวงพวกคุ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status