Short
กระชากหน้ากากยัยปากแจ๋ว

กระชากหน้ากากยัยปากแจ๋ว

By:  หมิงหมิงCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
10Chapters
1.3Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เพื่อนสมัยเด็กของแฟนแนะนำตัวเองตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันว่าเธอคือ “มือปราบไฮโซจอมปลอม” ที่เก่งกาจที่สุด บนโต๊ะอาหารเธอเอาแต่สั่งสอนฉันไม่หยุดหย่อน “ผู้หญิงเราน่ะไม่ควรแต่งตัวจัดเกินไปนะคะ ถ้าไม่ใช่อาเซิ่นบอกเองว่าเธอเป็นแฟนเขา ฉันคงจัดเธอไปอยู่ในกลุ่มพวกไฮโซจอมปลอมที่ฉันเคยแฉไปแล้วแน่ ๆ” แฟนของฉันก็พยักหน้าเห็นด้วยรัว ๆ “เธอแต่งตัวฉูดฉาดเกินไปจริง ๆ นั่นแหละ ฟังที่เยว่เยว่บอกแล้วเอาไปปรับปรุงหน่อยเถอะ” ฉันขี้เกียจจะใส่ใจจึงหาข้ออ้างไปเข้าห้องน้ำ แต่กลับได้ยินผลการประเมิน “ไฮโซจอมปลอม” ของเว่ยเยว่ดังมาจากหลังประตู “อาเซิ่น ท่าเดินกับวิธีพูดของผู้หญิงคนนี้มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าผ่านการฝึกมาแบบพวกไฮโซจอมปลอม ที่เธอเข้าใกล้นายก็เพื่อเงินของนายทั้งนั้นแหละ!” “ทั้งนาฬิกาปาเต็กฟิลิปป์ กระเป๋าแอร์เมสรุ่นลิมิเต็ด แล้วก็รถสปอร์ตราคาหลายสิบล้านของเธอ หมอที่ไหนจะจ่ายไหว” ฉันโกรธจนไฟลุกโชน อดรนทนต่อไปไม่ได้อีกแล้ว จึงหมุนตัวเดินไปโทรศัพท์หาพ่อซึ่งเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง “พ่อคะ โอนเงินให้หนูสักสองร้อยห้าสิบล้านสิคะ หนูจะไปซื้อสตูดิโอ “มือปราบไฮโซจอมปลอม” จะได้ให้ยัยนั่นรู้ซะบ้างว่าคนรวยก็มีลูกสาวได้เหมือนกัน!”

View More

Chapter 1

บทที่ 1

“ถ้านายไม่เชื่อ เดี๋ยวฉันจะช่วยหยั่งเชิงเธอให้ นายจะได้ตาสว่างมองเห็นธาตุแท้ของผู้หญิงหิวเงินคนนี้!”

หลังจากวางสาย เสียงที่หนักแน่นของเว่ยเยว่ก็ดังมาจากในห้องอาหารส่วนตัว

ส่วนถานอวิ๋นเซิ่นก็กำลังพยักหน้าให้เธอด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเชื่อใจ

ฉันละอยากรู้นักว่าเว่ยเยว่จะหยั่งเชิง “ไฮโซตัวจริง” อย่างฉันยังไง

ตอนที่ผลักประตูเดินเข้าไป เว่ยเยว่กำลังหิ้วกระเป๋าแอร์เมสของฉันขึ้นมาพิจารณาไปมา น้ำเสียงของเธอแฝงแววสั่งสอน

“ฉันจะบอกอะไรให้นะ ผู้หญิงอย่างพวกเธอน่ะอย่าไปชอบแข่งขันกันให้มากนักเลย ก้าวแรกของการตกต่ำไปเป็นไฮโซจอมปลอมก็คือการจงใจสร้างเปลือกนอกให้ตัวเองนี่แหละ”

“กระเป๋าใบนี้ของเธอ เช่ามาใช่ไหม”

ฉันแทบจะอดขำไม่ได้

กระเป๋าใบนี้เป็นรุ่นลิมิเต็ดที่ฉันไปซื้อมาจากช็อปเชียวนะ

แค่ซื้อของพ่วงก็ทำเอาฉันหมดเงินไปเกือบหนึ่งล้านแล้ว

เว่ยเยว่เห็นฉันไม่พูดอะไรก็คิดไปเองว่าแทงใจดำฉันเข้าให้แล้ว

เธอแสดงสีหน้าเหมือนจะบอกว่า “ฉันว่าแล้วเชียว” ก่อนตวัดสายตาไปมองนาฬิกาปาเต็กฟิลิปป์ของฉัน

“นาฬิกาเรือนนี้ของเธอ ให้ฉันช่วยประเมินดูหน่อยได้ไหม”

“อย่าเข้าใจผิดนะ ฉันแค่กลัวเธอจะโดนหลอกให้เอาเงินไปซื้อของปลอมมา กระเป๋าใบนี้ยังเป็นของปลอมเลย...”

สายตาที่ถานอวิ๋นเซิ่นมองฉันแฝงไปด้วยความหวาดระแวงไปแล้ว เขาออกคำสั่ง

“เยว่เยว่ก็หวังดีกับเธอนั่นแหละ รีบเอาให้เขาดูสิ”

นาฬิกาเรือนนี้เป็นของขวัญเลื่อนตำแหน่งที่พี่ชายคนโตให้ฉันมาเมื่อเดือนก่อน

นาฬิกาเต็มตู้ของเขามีแต่ราคาหลายสิบล้านทั้งนั้น

ถ้าเว่ยเยว่ยังประเมินออกมาว่าเป็นของปลอมอีก

นั่นก็คงพิสูจน์ได้แค่ว่า “มือปราบตัวปลอม” อย่างเธอต่างหากที่เป็นของปลอม

ฉันถอดนาฬิกาส่งให้เธอ พร้อมกับรอยยิ้มประดับบนใบหน้า

“ได้สิ นาฬิกาเรือนนี้เป็นรุ่นลิมิเต็ดเชียวนะ เธออย่าประเมินพลาดล่ะ”

เว่ยเยว่รีบรับนาฬิกาไปตรวจดูอย่างละเอียดถี่ถ้วน ฉันจับสังเกตเห็นแววตาอิจฉาที่พาดผ่านดวงตาของเธอได้อย่างชัดเจน

ชัดเจนเลยว่าเธอประเมินออกแล้วว่านาฬิกาเรือนนี้เป็นของแท้ แต่เธอกลับพูดว่า

“ตายจริง อาเซิ่น แฟนของนายยังจะอ้างว่าเป็นรุ่นลิมิเต็ดเพื่อตบตาให้รอดตัวไปอีกนะ ความจริงแล้วมันก็แค่ของปลอมนั่นแหละ”

“ฉันว่าผู้หญิงที่ฐานะทางบ้านธรรมดา ๆ การงานก็งั้น ๆ อย่างเธอ จะซื้อของปลอมพวกนี้มาเสริมหน้าตาไปทำไม”

“หรือว่าเธอคิดจะใช้ของปลอมพวกนี้ไปตกคุณชายเศรษฐี ปอกลอกเงินของเขาหรือไง”

ท่าทีดูถูกเหยียดหยามในคำพูดเหล่านี้มันชัดเจนเสียจนไม่รู้จะชัดยังไงแล้ว

ชั่วขณะนั้น สายตาของคนบนโต๊ะอาหารที่มองฉันจากตอนแรกที่เคยชื่นชมก็เปลี่ยนไป

ถานอวิ๋นเซิ่นปรายตามองฉันด้วยความดูแคลน เอ่ยด้วยน้ำเสียงรังเกียจ

“ทำไมเธอถึงได้รักความฟุ้งเฟ้อแบบนี้! อุตส่าห์คิดว่าเธอจะไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นแท้ ๆ !”

“ดูท่าพวกเธอก็หวังแต่เงินของฉันกันทั้งนั้น!”

เมื่อเห็นสีหน้ารังเกียจของเขา ฉันก็รู้สึกหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
10 Chapters
บทที่ 1
“ถ้านายไม่เชื่อ เดี๋ยวฉันจะช่วยหยั่งเชิงเธอให้ นายจะได้ตาสว่างมองเห็นธาตุแท้ของผู้หญิงหิวเงินคนนี้!”หลังจากวางสาย เสียงที่หนักแน่นของเว่ยเยว่ก็ดังมาจากในห้องอาหารส่วนตัวส่วนถานอวิ๋นเซิ่นก็กำลังพยักหน้าให้เธอด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเชื่อใจฉันละอยากรู้นักว่าเว่ยเยว่จะหยั่งเชิง “ไฮโซตัวจริง” อย่างฉันยังไงตอนที่ผลักประตูเดินเข้าไป เว่ยเยว่กำลังหิ้วกระเป๋าแอร์เมสของฉันขึ้นมาพิจารณาไปมา น้ำเสียงของเธอแฝงแววสั่งสอน“ฉันจะบอกอะไรให้นะ ผู้หญิงอย่างพวกเธอน่ะอย่าไปชอบแข่งขันกันให้มากนักเลย ก้าวแรกของการตกต่ำไปเป็นไฮโซจอมปลอมก็คือการจงใจสร้างเปลือกนอกให้ตัวเองนี่แหละ”“กระเป๋าใบนี้ของเธอ เช่ามาใช่ไหม”ฉันแทบจะอดขำไม่ได้กระเป๋าใบนี้เป็นรุ่นลิมิเต็ดที่ฉันไปซื้อมาจากช็อปเชียวนะแค่ซื้อของพ่วงก็ทำเอาฉันหมดเงินไปเกือบหนึ่งล้านแล้วเว่ยเยว่เห็นฉันไม่พูดอะไรก็คิดไปเองว่าแทงใจดำฉันเข้าให้แล้วเธอแสดงสีหน้าเหมือนจะบอกว่า “ฉันว่าแล้วเชียว” ก่อนตวัดสายตาไปมองนาฬิกาปาเต็กฟิลิปป์ของฉัน“นาฬิกาเรือนนี้ของเธอ ให้ฉันช่วยประเมินดูหน่อยได้ไหม”“อย่าเข้าใจผิดนะ ฉันแค่กลัวเธอจะโดนหลอกให้เอาเงินไป
Read more
บทที่ 2
ฉันคิดว่าถานอวิ๋นเซิ่นก็แค่คนหูเบา แต่อย่างน้อยก็น่าจะมีความสามารถในการแยกแยะเรื่องพื้นฐานอยู่บ้างถึงยังไงพวกเราก็คบกันมาเกือบหนึ่งปีแล้ว ฉันเป็นคนยังไงเขาจะไม่รู้เชียวเหรอแต่สุดท้ายความเป็นจริงก็สาดน้ำเย็นเจี๊ยบรดใส่หน้าฉันฉันขมวดคิ้ว รู้สึกไม่พอใจเช่นเดียวกัน“ถานอวิ๋นเซิ่น ใครเป็นแฟนนายกันแน่ เธอพูดแค่ประโยคเดียวก็เชื่อแล้วเหรอ”“ในเมื่อเป็นแบบนี้ ฉันว่ามื้อนี้ก็ไม่มีความจำเป็นต้องกินต่อแล้วละ”ฉันลุกขึ้นยืน ถือกระเป๋าเตรียมจะเดินออกไป แต่เว่ยเยว่ก็พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มจอมปลอมอีกว่า“จะรีบไปไหนล่ะ หรือว่ารถสปอร์ตที่จอดอยู่ข้างล่างนั่นหมดเวลาเช่าแล้ว เลยจะอาศัยข้ออ้างนี้เอารถไปคืนเหรอ”ฉันหมดความอดทนอย่างถึงที่สุด จึงซักไซ้กลับไปว่า“เธอเอาอะไรมาพูดว่ารถฉันเป็นรถเช่า”เว่ยเยว่ลูบหลังถานอวิ๋นเซิ่นเพื่อให้เขาใจเย็นลง พลางอธิบายด้วยรอยยิ้มเสแสร้งว่า“ลูกไม้ตื้น ๆ ของเธอ มาอยู่ต่อหน้ามือปราบอย่างฉัน แค่มองปราดเดียวก็จับได้แล้ว”“อาเซิ่นบอกฉันตั้งนานแล้วว่าพวกเธอรู้จักกันเพราะอุบัติเหตุรถชน นี่มันมุกเดิม ๆ ที่พวกไฮโซจอมปลอมชอบใช้กันไม่ใช่หรือไง”หลังจากร่ายยาวข้อสันนิษฐานที
Read more
บทที่ 3
จากนั้น ฉันก็กดออกจากแชตกลุ่มคืนนั้นเอง ถานอวิ๋นเซิ่นก็โทรศัพท์กระหน่ำมาจนสายแทบไหม้เขาคาดคั้นถามว่าประโยคที่ฉันส่งไปหมายความว่ายังไง แล้วก็บังคับให้ฉันขอโทษเว่ยเยว่ฉันบล็อกเบอร์ของเขาไป เพราะขี้เกียจจะสนใจนึกไม่ถึงเลยว่าวันต่อมา ถานอวิ๋นเซิ่นกับเว่ยเยว่จะมาดักรอฉันอยู่หน้าโรงพยาบาลพอเห็นหน้าฉัน เขาก็ปารูปถ่ายปึกหนึ่งฟาดใส่หน้าผากฉันอย่างแรง“เจี่ยนหนิง! เธอนี่มันสกปรกจริง ๆ!”“มิน่าล่ะเมื่อวานถึงได้รีบขอเลิกกับฉันนัก ที่แท้ก็เพราะถูกเยว่เยว่มองออก เลยรู้ตัวว่าปอกลอกเงินฉันไม่ได้แล้ว ถึงได้รีบไปหาเหยื่อรายต่อไปนี่เอง!”เว่ยเยว่กอดอกมองฉันด้วยความสะใจบนความทุกข์ของคนอื่น“ตาแก่อายุเกือบห้าสิบแล้ว เธอก็ยังไม่รังเกียจอีกนะ”“เพื่อเงินแล้ว ทำได้ทุกอย่างจริง ๆ สินะ!”มุมรูปถ่ายแหลมบาดหน้าผากฉันจนเกิดปวดแปลบขึ้นมาในทันทีฉันเหลือบมองรูปถ่ายบนพื้นเป็นรูปที่ถูกถ่ายไว้ตอนที่พ่อมารับฉันกลับบ้านเมื่อคืนนี้เมื่อวานมีแค่เว่ยเยว่ที่ตามฉันออกไป รูปพวกนี้ต้องเป็นฝีมือเธอแน่ ๆฉันไม่ได้ปั้นหน้าดีใส่ แต่จ้องเว่ยเยว่แล้วเอ่ยเสียงเย็นชา“ก่อนจะปราบของปลอม ก็น่าจะสืบดูเครือข่ายความสั
Read more
บทที่ 4
“เจี่ยนหนิง พักงานไปสักระยะเถอะครับ”ฉันจิกเล็บเข้าไปในฝ่ามืออย่างแรง พยายามอธิบายเพื่อปกป้องตัวเอง“ผู้อำนวยการคะ กระทู้นี้ไม่ใช่เรื่องจริงนะคะ อีกอย่างตอนนี้ยังเป็นช่วงสำคัญในการเลื่อนตำแหน่งของฉัน...”ผู้อำนวยการถอนหายใจ “ผมจะไม่รู้ได้ยังไงล่ะครับว่าไม่ใช่เรื่องจริง เมื่อเช้านี้สายด่วนของโรงพยาบาลแทบไหม้ไปหมดแล้ว พวกเขาบีบให้เราออกมาชี้แจงให้ได้”“ส่วนเรื่องการประเมินเลื่อนตำแหน่ง เอาไว้รออีกห้าปีก็แล้วกันครับ”หยาดน้ำตารื้นขึ้นมาคลอเบ้าอย่างห้ามไม่อยู่เรื่องการประเมินเลื่อนตำแหน่ง ฉันรอมาถึงห้าปีแล้วยังมีอีกกี่ห้าปีให้รอได้อีกเหรอคนที่โพสต์กระทู้นี้เดาได้ไม่ยากเลย มันเป็นสไตล์การทำเรื่องพรรค์นี้ของเว่ยเยว่อยู่แล้วเธอคิดจะทำให้ฉันไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดไปตลอดชีวิตเลยสินะฉันฝืนทนความปวดร้าวในใจ ถูกบังคับให้ยอมรับความจริงข้อนี้แล้วเดินออกจากห้องทำงานมาญาติคนไข้ที่เดินสวนมาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เงื้อมือขึ้นตบหน้าฉันฉาดใหญ่ พร้อมกับด่าทอด้วยความเดือดดาล“หมอที่ชีวิตส่วนตัวเละเทะอย่างเธอไม่คู่ควรจะอยู่ในโรงพยาบาล! เมื่อกี้มีคนบอกฉันว่าที่เธอคอยเอาอกเอาใจพ่อฉันทั้งวันก็เ
Read more
บทที่ 5
เว่ยเยว่กับถานอวิ๋นเซิ่นต่างก็ยืนอึ้งอยู่กับที่ มองผู้ชายตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ“คุณ...คุณคือตัวแทนการค้าแห่งเอเชีย มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองจิงที่ติดอันดับฟอร์บส์ไม่ใช่เหรอคะ?! จะเป็นพ่อของเจี่ยนหนิงไปได้ยังไง!”“นี่พวกคุณคงไม่ได้เตี๊ยมกันมาแสดงละครหรอกใช่ไหม! เจี่ยนหนิง นี่เธอแอบบอกเขาล่วงหน้าให้มาเล่นละครกับเธอใช่ไหม!”สีหน้าของพ่อฉันยิ่งมืดครึ้มลงกว่าเดิม เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา“เธอคิดว่าฉันจำเป็นต้องเสียเวลามาหลอกคนที่ไม่เกี่ยวข้องสองคนด้วยหรือไง”“พวกเธอทำอะไรหนิงหนิงของเรา?!”พี่ใหญ่เดินมาข้างกายฉัน เมื่อเห็นรอยฝ่ามือแดงเถือกบนใบหน้าฉันก็ของขึ้นทันทีเขาคว้าข้อมือของเว่ยเยว่ไว้ แล้วซักไซ้อย่างดุดัน“เธอเป็นคนตบเหรอ?! ตอนหนิงหนิงอยู่บ้าน เราทะนุถนอมอย่างกับไข่ในหิน เธอกล้าลงมือกับหนิงหนิงเชียวเหรอ!”เว่ยเยว่ตกใจกลัวกับท่าทีดุดันนี้ เธอรีบหลบไปอยู่หลังถานอวิ๋นเซิ่นมองด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าถานอวิ๋นเซิ่นหวาดกลัวผู้ชายตรงหน้า แต่ก็ไม่อยากแสดงความขี้ขลาดต่อหน้าฉัน จึงปกป้องเว่ยเยว่ไว้ด้านหลังอย่างแน่นหนา“คุณใช้ท่าทีแบบนี้หมายความว่ายังไง?! เจี่ยนหนิงเป็นคนล่อลวงพวกคุ
Read more
บทที่ 6
“ตอนนั้นผมก็ถูกเธอหลอกเหมือนกัน เธอปอกลอกเงินผมไปไม่ใช่น้อย ๆ พวกคุณตาสว่างมองเห็นธาตุแท้ของเธอตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไปหรอกนะ”“ผมหาทนายไว้เรียบร้อยแล้ว เรามาฟ้องร้องเธอด้วยกันเถอะ พวกคุณเลิกพูดเข้าข้างเธอได้แล้ว!”คำพูดเหล่านี้ช่างฟังดูเหมือนหวังดีเสียเหลือเกินคนที่ไม่รู้คงคิดว่าตอนฉันคบกับเขา ฉันผลาญเงินเขาไปตั้งเท่าไหร่พี่ใหญ่ทนฟังคนอื่นพูดจาว่าร้ายฉันไม่ได้มากที่สุดเขากระชากคอเสื้อของถานอวิ๋นเซิ่น แล้วเหวี่ยงหมัดใส่ไม่ยั้ง“สารเลว! หนิงหนิงเป็นเด็กดีรู้ความมาตั้งแต่เด็ก เป็นเด็กดีที่ใคร ๆ ก็ชื่นชมมาตลอด แกบอกว่าเธอหวังเงินแก?! เงินกระจอก ๆ ของแกยังไม่พอซื้อเสื้อผ้าให้เธอสักตัวด้วยซ้ำ!”พี่รองเองก็เข้าไปผสมโรงด้วยเหมือนกันเหลือเพียงเว่ยเยว่ที่ยังคงคอยพูดยุยงปลุกปั่นความโกรธแค้นของฝูงชนอยู่ด้านข้างฉันประสานสายตากับเธอ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“พอได้แล้ว เว่ยเยว่ เธอคิดจะปั่นหัวถานอวิ๋นเซิ่นไปถึงเมื่อไหร่”“พวกเขาคือพี่ชายของฉัน แต่เพราะพวกเขาเป็นลูกภรรยาเก่าของพ่อ เราก็เลยคนละนามสกุลกัน”“แทนที่จะมาคอยยุทุกคนอยู่ตรงนี้ สู้เอาเวลาไปอธิบายปัญหาเรื่องสตูดิโอของเธอดีก
Read more
บทที่ 7
“งั้นผมจะพูดตรง ๆ เลยก็แล้วกัน เจี่ยนหนิงต้องแต่งงานกับผม ใครใช้ให้ตอนที่คบกันหนึ่งปีมานี้เธอผลาญเงินผมไปตั้งเยอะล่ะ ถ้าไม่ยอมแต่งงานกับผม ผมจะแฉเรื่องนี้เดี๋ยวนี้!”“จะบอกว่าพอเธอผลาญเงินผมจนหมดก็ชิ่งหนี คนรวยอย่างพวกคุณห่วงชื่อเสียงกันที่สุดไม่ใช่หรือไง!”“ผมอยากจะรู้นักว่าถึงตอนนั้นใครยังจะเอาเจี่ยนหนิงอีก! ไม่แน่ว่าเธออาจต้องลดตัวไปแต่งงานกับพวกกรรมกรหาเช้ากินค่ำ พวกคุณทำใจได้เหรอ ตอนนี้ตกลงให้เธอแต่งงานกับผมซะ นี่เป็นทางเลือกเดียวของพวกคุณ”พี่รองถลึงตาใส่เขาด้วยความโกรธจัด พร้อมกับด่าไปว่าหน้าด้านมิน่าล่ะในเน็ตถึงบอกกันว่าห้ามใช้เงินของผู้ชายจน ๆ เด็ดขาดฉันเพิ่งจะเข้าใจก็วันนี้แหละว่าคำพูดนี้มันมีเหตุผลมากขนาดไหนพ่อเกลียดที่สุดก็คือการที่มีคนเอาลูกมาข่มขู่เขา เขาแอบปรึกษาผู้ช่วยเรื่องการบังคับซื้อกิจการบริษัทของหมอนั่นเรียบร้อยแล้วแต่เพื่อฉัน พ่อจึงฝืนยิ้มเพื่อให้ถานอวิ๋นเซิ่นสงบลงก่อน“มีอะไรก็ค่อย ๆ คุยกันเถอะ ว่ามาสิ คุณต้องการเงินเท่าไหร่ถึงจะยอมปล่อยหนิงหนิงไป”ถานอวิ๋นเซิ่นชูนิ้วชี้ขึ้นมา เป็นสัญลักษณ์เลขหนึ่งพ่อของฉันคิดว่าเป็นเงินห้าล้าน กำลังจะยิ้มแล้วให้ผ
Read more
บทที่ 8
ฉันทิ้งท้ายไว้ด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดไร้ซึ่งการต่อรองเหมือนกับเขาไม่มีผิดเพี้ยนจากนั้นทนายก็ก้าวเข้ามาจัดการรวบรวมข้อมูลเรื่องกระทู้บนอินเทอร์เน็ตฉันปาหลักฐานตัวคนโพสต์ใส่ตัวเว่ยเยว่อย่างแรง พร้อมกับยื่นจดหมายฟ้องร้องให้เธอไปสองฉบับ“เว่ยเยว่ ข้อความบิดเบือนความจริงที่เธอโพสต์ลงบนอินเทอร์เน็ตส่งผลกระทบต่อฉันแล้ว ฉันจะให้ทนายของฉันฟ้องร้องเธอตามกฎหมาย!”“แล้วก็พฤติกรรมอาชญากรรมของสตูดิโอเธอที่กลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์และชักนำกระแสสังคม ฉันก็จะให้ตำรวจจัดการด้วยเหมือนกัน!”“เธอเตรียมตัวติดคุกได้เลย!”คนที่มุงดูเหตุการณ์อยู่ในโรงพยาบาลหลายคนก็เข้าใจแล้วว่าเรื่องราวเป็นมายังไง ต่างพากันมาขอโทษฉันแต่ผู้อำนวยการก็ยังไม่ได้ยกเลิกคำสั่งพักงานของฉันเหตุผลที่ผู้อำนวยการให้มาก็คือเพราะเรื่องบนอินเทอร์เน็ตมันบานปลายไปกันใหญ่แล้วต่อให้โรงพยาบาลจะออกมาชี้แจงหรือพูดเข้าข้างฉัน ก็ยังมีชาวเน็ตอีกกลุ่มใหญ่ที่คอยจะหาเรื่องอยู่ดีฉันไม่ได้บ่นอะไร ก็ถือซะว่าใช้โอกาสจากเรื่องนี้ให้ตัวเองได้หยุดยาวพักผ่อนก็แล้วกันจะว่าไป ตั้งแต่ที่ฉันตัดสินใจเลือกเป็นหมออย่างไม่ลังเลในตอนนั้นจนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาหกปี
Read more
บทที่ 9
ฉันดูข่าวถึงได้รู้ว่าบริษัทเล็ก ๆ ของถานอวิ๋นเซิ่นล้มละลายไปแล้วได้ยินมาว่าเป็นเพราะพ่อใช้บังคับกดดันและเข้าซื้อกิจการในราคาต่ำ เขาเลยไม่ได้ผลประโยชน์อะไรกลับไปเลยแถมยังถูกทนายฟ้องร้องในชั้นศาล เรียกร้องให้ชดใช้เงินสองล้านห้าแสนที่ฉันให้เขาไปตอนที่ยังคบกันอยู่ฉันลอบสะใจอยู่ลึก ๆนึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะสงบเสงี่ยมอยู่ได้ไม่ถึงสองวัน ก็หาเรื่องป่วนขึ้นมาอีกแล้วหนึ่งวันก่อนขึ้นศาล ตำรวจได้สั่งปิดบริษัทในเครือตระกูลเจี่ยนทั้งหมดอ้างว่ามีคนแจ้งเบาะแสว่าครอบครัวเราพัวพันกับการหลีกเลี่ยงภาษี ตอนนี้กำลังสั่งปิดเพื่อตรวจสอบ ช่วงเวลานี้ทุกโปรเจกต์จึงต้องหยุดชะงักลงทั้งหมดบริษัทของตระกูลเจี่ยนปิดไปแค่วันเดียวก็ต้องสูญเงินเป็นล้าน นับประสาอะไรกับการถูกสั่งปิดเป็นเวลาครึ่งเดือนฉันแค่เดาก็รู้ว่าเบื้องหลังเรื่องนี้ต้องมีคนคอยเล่นตุกติกอยู่แน่ ๆแล้วก็เป็นอย่างที่คิด พอสืบดูก็พบว่าคนบงการอยู่เบื้องหลังก็คือถานอวิ๋นเซิ่นนั่นเองตั้งแต่ตอนที่ถานอวิ๋นเซิ่นถูกพ่อฉันบังคับซื้อบริษัทไปเขาก็เริ่มเผยแพร่ข้อมูลเท็จจำนวนมากบนอินเทอร์เน็ต หาว่าพอฉันผลาญเงินเขาจนหมดก็ถีบหัวส่งเขาแถมยังบอกอีกว่าตร
Read more
บทที่ 10
ตอนนั้นเขาคุกเข่าลงกับพื้น ตบหน้าตัวเองครั้งแล้วฉาดเล่าพร่ำบอกว่าตัวเองหน้ามืดตามัวไปชั่วขณะถึงได้ยักยอกเงินของบริษัท อ้อนวอนขอให้ฉันช่วยอุดรอยรั่วให้เขาแถมยังทิ้งหลักฐานพวกนี้ไว้ที่ฉัน เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากฉันเวลาผ่านไปไม่ทันไรเขากลับลืมไปซะสนิทฉันเอาหลักฐานไปให้ผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ ของถานซื่อกรุ๊ปเดิมทีผู้ถือหุ้นพวกนี้ก็ผูกใจเจ็บอยู่แล้วพอรู้ว่าถานอวิ๋นเซิ่นเคยยักยอกเงินบริษัท จนทำให้โปรเจกต์มูลค่าหลายสิบล้านต้องพังไม่เป็นท่าก็ไปจ้างพวกนักเลงที่ไม่กลัวตายมาหลายคน ลักพาตัวถานอวิ๋นเซิ่นไปจากใต้จมูกตำรวจในคืนนั้นเลยถานอวิ๋นเซิ่นหายตัวไปหนึ่งสัปดาห์เต็ม ๆไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปไหนมีคนบอกว่าเขาถูกคู่อริตามมาล้างแค้น ยิ่งไปกว่านั้นยังมีข่าวลือว่าเขาไปล่วงเกินตระกูลเจี่ยน ตระกูลเจี่ยนเลยจัดการฆ่าเขาไปแล้วพ่อกับพวกพี่ชายมาถามฉันว่าเป็นฝีมือของฉันหรือเปล่าฉันจัดการเตรียมเอกสารสำหรับขึ้นศาล พยักหน้าแล้วก็ส่ายหน้า“ใช่ค่ะ แล้วก็ไม่ใช่ด้วย พ่อคะ พี่ใหญ่ พี่รอง พวกพี่จัดการแค่เรื่องของบริษัทก็พอแล้ว ถานอวิ๋นเซิ่นจะมีคนจัดการเขาเอง”พวกเขาถึงได้พยักหน้าด้วยความอกสั่น
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status