Short
รอยร้าวในสายเลือด

รอยร้าวในสายเลือด

By:  มู่หือCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
8Chapters
2.6Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ตอนฉันอายุเจ็ดขวบ พ่อประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต แม่พาฉันไปแต่งงานใหม่กับรักแรกของเธอ ในการกินข้าวร่วมกันมื้อแรกหลังย้ายเข้าบ้าน พ่อคนใหม่ได้ประกาศกฎใหม่ของบ้าน [ต่อจากนี้ไป บ้านของเราจะใช้ระบบหารจ่าย] ฉันคีบเนื้อวัวกินไปหนึ่งชิ้น พ่อคนใหม่กลับให้เด็กเจ็ดขวบอย่างฉันจ่ายค่าอาหารให้เขาหนึ่งหมื่นห้าพันบาท ฉันมองดูพี่สาวต่างพ่อที่กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย “พี่สาวก็กินเนื้อวัวเหมือนกัน ทำไมพ่อถึงไม่ให้พี่สาวจ่ายค่าข้าวด้วยล่ะคะ?” “เพราะพี่สาวเป็นสายเลือดแท้ ๆ ของพ่อ พ่อรักพี่สาว พี่สาวเลยมีสิทธิพิเศษทางสายเลือดยังไงล่ะ” พ่อใหม่ตอบ ฉันปรายตามองไปทางแม่ พ่อใหม่จึงอธิบายต่อ “แม่ของแกเป็นภรรยาของพ่อ พ่อรักแม่ แม่ก็เลยมีสิทธิพิเศษเหมือนกัน” “ส่วนแก เราไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกัน ทั้งยังไม่มีความผูกพันใด ๆ ฉันจึงไม่มีหน้าที่ที่จะต้องเลี้ยงดูแก”

View More

Chapter 1

บทที่ 1

เพื่อสานต่อนโยบายหารจ่ายในบ้านของพ่อใหม่

ข้าวของทุกอย่างในบ้านล้วนถูกติดป้ายราคา

บนประตูตู้เย็นมีป้ายราคาติดเอาไว้

แอปเปิ้ล: 25 บาท/ผล

นม: 20 บาท/กล่อง

อาหารเหลือ: 10 บาท/ที่

……

แม่และพี่สาวต่างก็มีอภิสิทธิ์

พวกเขาสามารถเปิดตู้เย็นได้อย่างตามใจชอบ

ฉันอยากเปิดตู้เย็นบ้าง แต่ฉันไม่มีเงินจ่ายส่วนแบ่งของตัวเอง

พ่อใหม่เอ่ยปากอย่างเย็นชาว่า

“ไม่มีเงินแล้วยังอยากจะกินของพวกนี้อีกเหรอ?”

ฉันอึกอัก ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี

เขาแสร้งทำเป็นใจกว้าง “ช่างเถอะ ลงบัญชีไว้ก่อน แล้วแกค่อยไปเซ็นสัญญากู้ยืมเงินส่วนตัวกับพ่อและแม่แล้วกัน”

“ดอกเบี้ยคิดตามเรตสินเชื่อความเสี่ยงสูง วันละหนึ่งในพันส่วน คิดไปจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ พอโตเป็นผู้ใหญ่หาเงินได้แล้ว ค่อยเอามาคืนพ่อกับแม่”

ดังนั้น

ฉันจึงต้องหารค่าไฟทุกหน่วยในบ้าน หารข้าวทุกเม็ดในบ้าน หรือแม้กระทั่งหารค่าใช้จ่ายที่พ่อแม่ตั้งใจพาพี่สาวไปเที่ยว…

เพราะระบบหารจ่ายในครอบครัว

ยังไม่ทันบรรลุนิติภาวะ ฉันก็มีหนี้ก้อนโตกับทางบ้านกว่าสามล้านบาทแล้ว

เพื่อให้เป็นหนี้น้อยลง ฉันจึงกินอยู่อย่างประหยัดมัธยัสถ์

ถึงขั้นไปเก็บเสื้อผ้าและรองเท้าเก่าที่พี่สาวทิ้งแล้วจากกองขยะ บางครั้งก็ยังไปเดินขอทานขอข้าวกินตามข้างถนน

แต่ต่อให้ฉันจะประหยัดแค่ไหน

ในช่วงฤดูหนาวที่ไข้หวัดใหญ่ระบาดหนัก

ฉันก็ยังล้มป่วยจนได้

ปรอทวัดไข้อ่านค่าได้สามสิบเก้าจุดแปดองศา

ตัวฉันร้อนผ่าวราวกับก้อนถ่าน

และก็เป็นไปตามคาด สิ่งแรกที่พ่อและแม่ของฉันทำก็คือหยิบสมุดบัญชีออกมา กดเครื่องคิดเลขคำนวณอย่างรวดเร็ว แล้วปรินต์สัญญากู้ยืมฉบับใหม่ออกมา

“เมิ่งเมิ่ง จะไปโรงพยาบาลก็ได้ แต่แกต้องรู้นะว่าค่ารักษาพยาบาลเดี๋ยวนี้มันเหมือนหลุมดำที่ถมไม่เต็ม ค่าลงทะเบียน เจาะเลือด ให้น้ำเกลือ ถ้าไม่มีสักห้าพันบาทก็คงไม่พอหรอก”

“เมิ่งเมิ่งตกลงกับพ่อแม่ไว้แล้ว ว่าค่าใช้จ่ายในบ้านเราใช้ระบบหารจ่าย ส่วนค่าใช้จ่ายฉุกเฉินส่วนตัว อย่างตอนที่เมิ่งเมิ่งป่วยเป็นไข้ แกต้องออกค่าใช้จ่ายเองนะ”

แต่ฉันไม่มีปัญญาจ่ายเองหรอก

ดังนั้น ฉันจึงต้องเซ็นสัญญากู้ยืมกับพ่อแม่อีกครั้ง

……

ทว่าสุดท้ายแล้ว

พ่อกับแม่ก็ไม่ได้พาฉันไปโรงพยาบาล

เพราะพ่อบอกว่าไปโรงพยาบาลมันแพงเกินไป

เป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากร

พ่อลงไปที่ร้านขายยาใต้ตึก ซื้อยาลดไข้มาหนึ่งกล่อง และยาแก้อักเสบอีกหนึ่งกล่อง

รวมเป็นเงินทั้งหมดสองร้อยยี่สิบห้าบาท

พ่อถือยาเดินเข้ามาในห้องของฉัน

โดยมีแม่เดินตามมาด้านหลัง

“โธ่ เมิ่งเมิ่ง ถึงแม้แกจะไม่ใช่สายเลือดแท้ ๆ ของพ่อ แต่ก็ใช่ว่าพ่อจะไม่รักแกนะ ยานี่พ่อสำรองเงินจ่ายไปก่อน บวกค่าเหนื่อยเดินไปซื้ออีกยี่สิบห้าบาท รวมทั้งหมดเป็นสองร้อยห้าสิบบาท”

พ่อวางยาไว้ที่หัวเตียง

แล้วยื่นกระดาษกับปากกามาให้

“แกเซ็นสัญญากู้ยืมเงินก่อนเถอะ เซ็นเสร็จแล้วจะได้กินยา”

แต่ฉันไข้ขึ้นสูงจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้นแล้ว

“แม่คะ…”

ฉันร้องเรียกแม่ด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

แต่แม่กลับเบือนหน้าหนี ปากก็พึมพำว่า

“รีบเซ็นเถอะเมิ่งเมิ่ง เซ็นแล้วกินยาจะได้หาย”

ฉันฝืนทนต่อความทรมานจากพิษไข้ด้วยมือที่สั่นเทา

แล้วเขียนชื่อของตัวเองลงบนสัญญากู้ยืมด้วยลายมือที่บิดเบี้ยว

แต่ในวินาทีถัดมาหลังจากที่ฉันเซ็นชื่อเสร็จ เสียงของพี่สาวก็ดังมาจากนอกประตู

“คุณพ่อ! คุณแม่คะ! นิ้วหนูโดนบาด! เจ็บจังเลยค่ะ!”

แม่กระเด้งตัวขึ้นราวกับติดสปริง แล้ววิ่งพุ่งไปหาพี่สาวที่อยู่ในห้องครัว

น้ำเสียงของแม่เต็มไปด้วยความร้อนรนและปวดใจ

“เป็นอะไรไปลูกรักของแม่?”

“โอ๊ย มาให้แม่ดูเร็ว! เลือดออกเหรอ? พ่อ ไป ๆ ๆ ให้พ่อพาลูกรักไปทำแผลที่โรงพยาบาลแล้วฉีดยากันบาดทะยักเถอะ! แผลแบบนี้จะว่าเล็กก็เล็กจะว่าใหญ่ก็ใหญ่ ระวังอย่าให้ติดเชื้อเด็ดขาดเชียว!”

เมื่อได้ยินเสียงพ่อสตาร์ทรถอย่างรีบร้อนดังมาจากนอกหน้าต่าง

ฉันที่นอนอยู่บนเตียงก็ทำได้เพียงปล่อยให้น้ำตาไหลอาบหน้า

ฉันไม่เข้าใจเลย

ทำไมตอนที่ฉันไข้ขึ้นสูงถึงสี่สิบองศา ถึงได้กินแค่ยาเม็ดราคาสองร้อยห้าสิบบาท แถมยังต้องเซ็นสัญญากู้ยืมเพื่อจ่ายเงินเองอีก

ในขณะที่พี่สาวแค่ผิวหนังถลอกที่นิ้ว กลับได้นั่งรถไปฉีดยากันบาดทะยักที่โรงพยาบาลฟรี ๆ?

พี่สาวที่ได้รับการประคบประหงมจากคนทั้งบ้าน เห็นฉันสับสนหนัก

จึงยิ้มแป้นแล้วพูดกับฉันว่า

“ก็เพราะฉันเป็นสายเลือดแท้ ๆ ของคุณพ่อ คุณพ่อก็เลยรักฉันน่ะสิ”

“ส่วนแม่ของเธอก็รักคุณพ่อของฉัน ดังนั้นเมื่อรักใครก็ต้องเผื่อแผ่ความรักไปถึงคนรอบข้างเขาด้วย แม่ของเธอเลยรักฉันมากที่สุดยังไงล่ะ!”

เพราะพี่สาวเป็นสายเลือดแท้ ๆ ของพ่อ

ดังนั้นพี่สาวจึงได้รับความรักจากพ่อ และได้รับความรักจากแม่ที่รักพ่อ ได้รับความรักจากพวกเขาทั้งสองคน

ส่วนฉันเป็นแค่สายเลือดแท้ ๆ ของแม่

แล้วเมื่ออายุมากขึ้นเรื่อย ๆ

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

Petch
Petch
ดีครับ อ่านสนุก
2026-07-13 15:07:23
0
0
8 Chapters
บทที่ 1
เพื่อสานต่อนโยบายหารจ่ายในบ้านของพ่อใหม่ข้าวของทุกอย่างในบ้านล้วนถูกติดป้ายราคาบนประตูตู้เย็นมีป้ายราคาติดเอาไว้แอปเปิ้ล: 25 บาท/ผลนม: 20 บาท/กล่องอาหารเหลือ: 10 บาท/ที่……แม่และพี่สาวต่างก็มีอภิสิทธิ์พวกเขาสามารถเปิดตู้เย็นได้อย่างตามใจชอบฉันอยากเปิดตู้เย็นบ้าง แต่ฉันไม่มีเงินจ่ายส่วนแบ่งของตัวเองพ่อใหม่เอ่ยปากอย่างเย็นชาว่า“ไม่มีเงินแล้วยังอยากจะกินของพวกนี้อีกเหรอ?”ฉันอึกอัก ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดีเขาแสร้งทำเป็นใจกว้าง “ช่างเถอะ ลงบัญชีไว้ก่อน แล้วแกค่อยไปเซ็นสัญญากู้ยืมเงินส่วนตัวกับพ่อและแม่แล้วกัน”“ดอกเบี้ยคิดตามเรตสินเชื่อความเสี่ยงสูง วันละหนึ่งในพันส่วน คิดไปจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ พอโตเป็นผู้ใหญ่หาเงินได้แล้ว ค่อยเอามาคืนพ่อกับแม่”ดังนั้นฉันจึงต้องหารค่าไฟทุกหน่วยในบ้าน หารข้าวทุกเม็ดในบ้าน หรือแม้กระทั่งหารค่าใช้จ่ายที่พ่อแม่ตั้งใจพาพี่สาวไปเที่ยว…เพราะระบบหารจ่ายในครอบครัวยังไม่ทันบรรลุนิติภาวะ ฉันก็มีหนี้ก้อนโตกับทางบ้านกว่าสามล้านบาทแล้วเพื่อให้เป็นหนี้น้อยลง ฉันจึงกินอยู่อย่างประหยัดมัธยัสถ์ถึงขั้นไปเก็บเสื้อผ้าและรองเท้าเก่าที่พี่ส
Read more
บทที่ 2
สิ่งที่ฉันได้รับคือหนี้สินที่พอกพูนขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับก้อนหิมะกลิ้งฉันไม่มีเวลาเข้าสังคมในโรงเรียนเลยแม้ว่าจะใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วก็ตามทุกวันฉันยังคงใช้เวลาช่วงพักเที่ยงไปเก็บของเก่า ช่วยเพื่อนซื้อข้าว หรือแม้แต่แอบอยู่มุมสนามเพื่อรับจ้างคัดลายมือแก้โทษให้พวกเด็กหลังห้องที่ไม่อยากทำการบ้าน ในราคาพันตัวอักษรต่อยี่สิบห้าบาทแต่ฉันไม่คาดคิดเลยว่า พี่สาวจะพาเพื่อนร่วมชั้นมาต้อนฉันที่กำลังเก็บขวดน้ำแร่จนมุมอยู่ที่ซอกกำแพงพี่สาวล้วงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อนักเรียนมันคือสัญญากู้ยืมเงินที่ฉันเพิ่งเซ็นให้พ่อไปเมื่อวานซืนบนนั้นเขียนไว้ว่ารายละเอียดการขอกู้ยืมเงินล่วงหน้าเพื่อเป็นค่าผ้าอนามัยของเดือนหน้า“เห็นไหม? ฉันไม่ได้โกหก! ที่ฉันพูดมาเป็นความจริงทั้งหมด หลินเมิ่งเมิ่งถึงขนาดต้องเขียนสัญญากู้ยืมเงินพ่อฉันเพื่อไปซื้อผ้าอนามัยเลยนะ”“น้องสาวบุญธรรมของฉันอายุแค่นี้ ไม่รู้จักทำตัวให้ดี เป็นหนี้บ้านเราตั้งสามล้านกว่าบาทแล้ว”“ตัวผลาญเงินแบบนี้ ยังไม่ทันหาเงินได้ก็เริ่มสร้างหนี้แล้ว ไม่รู้ว่าลับหลังจะใช้เงินมือเติบขนาดไหน”“ฉันพูดเรื่องจริงทั้งนั้น! ใครจะคบกับเธอ
Read more
บทที่ 3
“พ่อกับแม่ปรึกษากันแล้ว มุมตรงระเบียงนั่นเดี๋ยวจะกั้นไว้ แล้วเอาเตียงพับไปวางให้แกนอน”ระเบียงงั้นเหรอ?นั่นมันที่ที่ลมพัดโกรกในหน้าหนาวและแดดเปรี้ยงในหน้าร้อน แถมยังไม่มีอะไรบังเลยสักนิดเมื่อเห็นฉันร้องไห้โวยวาย พ่อกับแม่ก็ยังคงมีท่าทีแข็งกร้าว ทุกคำพูดล้วนบีบบังคับให้ฉันรู้จักความ น้ำเสียงนั้นเด็ดขาดจนไม่อาจโต้แย้งได้“เดิมทีพอมีสมาชิกใหม่ ค่าใช้จ่ายในบ้านก็ต้องรัดเข็มขัด เมิ่งเมิ่ง ตอนนี้แกก็ใกล้จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จแล้ว มีความสามารถพอที่จะไปทำงานหาเงินเหมือนผู้ใหญ่ได้แล้วนะ”“หลังจากสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีหน้าเสร็จ ขอให้แกสละสิทธิ์เรียนต่อ แล้วออกไปทำงานหาเงินมาใช้หนี้ให้พ่อกับแม่ซะ!”ไม่ได้นะ!ฉันต้องเรียนต่อ!คุณครูบอกไว้ว่า การเรียนคือทางรอดเดียวของฉันฉันพยายามโต้แย้งอย่างมีเหตุผลแต่กลับถูกแม่ตบหน้าด้วยความโมโหพ่อกับแม่หยิบสมุดบัญชีปกดำพร้อมกับปึกสัญญาเงินกู้ที่มีลายเซ็นของฉันโยนลงตรงหน้าฉัน“ทำความเข้าใจซะใหม่นะ แกไม่ใช่สายเลือดแท้ ๆ ของพ่อ ครอบครัวเราไม่มีหน้าที่ต้องเลี้ยงดูส่งเสียแกจนโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เราใช้ระบบแชร์มาตั้งหลายปี แกไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่า
Read more
บทที่ 4
เพราะฉันไม่เคยขัดใจพ่อกับแม่ และไม่เคยใช้น้ำเสียงเย็นชากับพวกเขาเลยในวินาทีนั้น แม่จึงรู้สึกว่าฉันเป็นคนแปลกหน้า“เมิ่งเมิ่ง ฉันเป็นแม่แกนะ! แม่กำลังท้องกำลังไส้ ให้แกช่วยนวดขาแค่นี้ แกกำลังพูดอะไรของแกน่ะ?”“แม่ลูกสายเลือดเดียวกันก็ต้องคิดเงินให้ชัดเจน แม่ไม่มีสิทธิพิเศษความเป็นแม่สำหรับหนู นี่คือสิ่งที่พ่อกับแม่สอนหนูเอง”ฉันเริ่มเลียนแบบท่าทีที่พ่อกับแม่เคยทำ โดยการคิดเล็กคิดน้อยกับทุกสิ่งทุกอย่างทุกสิ่งทุกอย่างสามารถตีค่าออกมาเป็นตัวเงินได้“รินน้ำ มีค่าบริการห้าสิบบาท นวดขาสิบห้านาที ราคาเริ่มต้นสองร้อยห้าสิบบาท เนื่องจากเป็นช่วงกลางคืน ต้องจ่ายทิปอีกร้อยห้าสิบบาท รวมทั้งหมดสี่ร้อยห้าสิบบาท”แม่โกรธจัดจนคว้าหมอนปาใส่ฉันฉันเบี่ยงตัวหลบหมอนใบนั้นอย่างเย็นชา หมอนจึงร่วงลงไปบนพื้น“แน่นอนว่าถ้าแม่จะให้หนูเก็บหมอนคืนให้ ต้องจ่ายเพิ่มอีกยี่สิบห้าบาท”ฉันจดบัญชีเพิ่มไปอีกรายการด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีอีกแล้วการตอบสนองทุกความต้องการของแม่เหมือนตอนเด็ก ๆ“แม่เลือกที่จะไม่รับบริการก็ได้นะคะ ยังไงคนที่เจ็บก็คือแม่ คนที่ทรมานก็คือสายเลือดแท้ ๆ ของพ่อที่อยู่ในท้องของแม่”พูดจบ
Read more
บทที่ 5
ฉันพยักหน้าอย่างสงบนิ่ง “ค่ะ”หลังจากนั้น ทั้งสองคนก็ไม่มีอะไรจะพูดกันอีกวินาทีที่หันหลังเดินออกจากบ้าน ฉันลูบคลำบัตรประจำตัวผู้เข้าสอบในกระเป๋าเสื้อครึ่งเดือนต่อมา ผลสอบก็ประกาศออกมาฉันได้ 685 คะแนน ติดอันดับท็อปห้าสิบของมณฑลพี่สาวได้ 280 คะแนน แม้แต่เกณฑ์ขั้นต่ำของระดับอนุปริญญาก็ยังไม่ถึงวันที่ตรวจสอบคะแนนบรรยากาศภายในบ้านอึมครึมจนชวนให้รู้สึกอึดอัดแทบขาดใจพ่อจ้องมองคะแนนของพี่สาวที่ทิ่มแทงสายตาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ แววตายิ่งมายิ่งดูมืดมน“เป็นไปไม่ได้! ครูคนตรวจข้อสอบต้องทำผิดพลาดแน่ ๆ!”ทว่าแม่กลับมีปฏิกิริยารุนแรงยิ่งกว่าพ่อ เธอแผดเสียงกรีดร้องขึ้นมา“ลูกรักออกจะฉลาดขนาดนั้น เป็นไปได้ยังไงที่จะสอบได้คะแนนแค่นี้?”“เมิ่งเมิ่ง... ปกติเมิ่งเมิ่งไม่ค่อยพูดค่อยจา จะสอบได้คะแนนสูงขนาดนี้ได้ยังไง? แอบ... แอบโกงข้อสอบหรือเปล่า?” แม่ตวัดสายตาที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยมามองฉันพ่อ แม่ ไม่มีใครในบ้านสักคนที่ใส่ใจฉัน ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้ว่าฉันสอบได้ที่หนึ่งของระดับชั้นที่โรงเรียนฉันมองกลับไปยังสายตาที่เต็มไปด้วยความแคลงใจของแม่เปลวไฟแห่งความผูกพันสายใยครอบครัวสาย
Read more
บทที่ 6
ตอนที่ฉันเดินผ่านแม่น้ำตาของแม่ร่วงหล่นราวกับไข่มุกขาดสาย“เมิ่งเมิ่ง...” เธอพยายามเอื้อมมือมาดึงชายเสื้อฉัน “แกอย่าไปเลยนะ ถ้าแกไปแล้วแม่จะทำยังไง? แม่ยังตั้งท้องน้องชายแท้ ๆ ของแกอยู่นะ...”ฉันหยุดฝีเท้าลงทว่าไม่ได้หันกลับไปมองแม่อีก“แม่คะ” ฉันเรียกเบา ๆ“นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่หนูเรียกคุณว่าแม่”พูดจบ ฉันก็ปัดมือเธอออกอย่างแผ่วเบาประตูใหญ่ปิดลงเสียงดัง “ปัง”ชั่วพริบตานั้นฉันได้ยินเสียงขว้างปาข้าวของด้วยความโมโหเดือดดาลดังมาจากด้านหลังแต่ฉันก็ไม่ได้หันหลังกลับไปอีกแสงแดดด้านนอกช่างสว่างจ้าเหลือเกินจ้าเสียจนน้ำตาของฉันไหลพรากนี่คือหยาดน้ำตาหยดสุดท้ายที่ฉันจะหลั่งให้กับบ้านหลังนี้นับจากนี้เป็นต้นไป เงินทุกบาททุกสตางค์และความพยายามทุกหยาดเหงื่อ จะเป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียวตลอดสี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัยฉันต้องหาเงินมาเลี้ยงดูตัวเองฉันใช้ชีวิตราวกับเครื่องจักรหาเงินที่ไม่มีวันหยุดพักเมื่อหลุดพ้นจากการสูบเลือดสูบเนื้อของครอบครัวเดิมแล้ว ฉันก็พบว่าการหาเงินนั้นไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยช่วงปีหนึ่ง ฉันอาศัยบารมีจากการสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้อันดับท็อปห้าสิบของมณฑล รับ
Read more
บทที่ 7
“แม่รู้ว่าเมื่อก่อนทำผิดต่อแก แต่ในโลกนี้ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่หวังดีหรอก ตอนนี้แกหาเงินได้แล้ว ช่วย... ช่วยให้แม่ยืมสักสองแสนห้าหมื่นบาทได้ไหม? แม่จะเขียนสัญญากู้ยืมให้! คิดดอกเบี้ยมาได้เลย!”เมื่อได้ยินคำว่า “สัญญากู้ยืม” ฉันก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา“แม่ ลืมไปแล้วเหรอคะ? บ้านเราใช้ระบบหารจ่ายนะคะ”“ว่าไงนะ?”“ในเมื่อเป็นระบบหารจ่าย งั้นเราก็ต้องทำตามกฎของตลาด”ฉันส่งยิ้มให้กับภาพสะท้อนอันงดงามและทะมัดทะแมงของตัวเองบนกระจกหน้าต่าง แล้วเริ่มคิดเล็กคิดน้อยกับทุกสรรพสิ่งอีกครั้ง“ตอนนี้ฉันเป็นกลุ่มคนที่มีความมั่งคั่งสูง เงินของฉันจะลงทุนเฉพาะในสินทรัพย์คุณภาพดีเท่านั้น ส่วนพวกคุณ...”ฉันหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเน้นทีละคำ“พวกคุณคือสินทรัพย์ติดลบ ความเสี่ยงสูงเกินไป ฉันไม่ลงทุนด้วย”พูดจบ ฉันก็วางสายไปพร้อมกับบล็อกเบอร์ของแม่หน้าจอโทรศัพท์ดับลง สะท้อนให้เห็นใบหน้าอันเย็นชาของฉันลุงจางกับแม่พบว่าไม้อ่อนใช้ไม่ได้ผล จึงเปลี่ยนมาใช้ไม้แข็งทันทีครึ่งเดือนต่อมา ฉันได้รับหมายศาลลุงจางกับแม่ฟ้องร้องฉันโดยเรียกร้องให้ฉันจ่ายค่าเลี้ยงดูเดือนละหนึ่งหมื่นบาทไม่เพียงแค
Read more
บทที่ 8
……ลุงจางกุมหน้าอก ชี้หน้าฉัน “แก... แก...”สิ้นเสียง “พรวด” เขาก็หายใจไม่ทัน แล้วหมดสติไปทันทีลุงจางถูกส่งตัวเข้าห้องไอซียูอย่างเร่งด่วนหมอบอกว่าเขามีเลือดออกในสมองเฉียบพลัน อาการอยู่ในขั้นวิกฤต ต้องผ่าตัดด่วน และยังต้องพักรักษาตัวในห้องผู้ป่วยหนักค่ามัดจำล่วงหน้า ห้าแสนบาทค่าผ่าตัดและค่ารักษาต่อเนื่อง อย่างน้อยหนึ่งล้านห้าแสนบาทพอพี่สาวได้ยินตัวเลขนี้ก็ตกใจจนทำโทรศัพท์ตก หันหลังวิ่งหนีไป อ้างว่าจะกลับไปเอาบัตรประกันสุขภาพ แต่ผลคือหายหน้าไปถึงสามวันจางจื่อหานยังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล ได้แต่ร้องไห้งอแงจะกินเคเอฟซีโถงทางเดินในโรงพยาบาลเหลือเพียงแม่คนเดียว เธอจับแขนเสื้อฉันไว้ด้วยความลนลาน คุกเข่าลงกับพื้นแล้วโขกศีรษะให้ฉัน“เมิ่งเมิ่ง! แม่ขอร้องล่ะ! แกมีเงิน ช่วยพ่อแกหน่อยเถอะ! ยังไงเขาก็เป็นรักแรกของแม่ เป็นพ่อของแกนะ แถมเขายังเป็นเสาหลักของครอบครัว ถ้าเขาไม่อยู่ แล้วแม่กับน้องชายแท้ ๆ ของแกจะอยู่กันยังไง?”ฉันมองดูผู้หญิงที่กำลังทำตัวต่ำต้อยอยู่ตรงหน้าหลายสิบปีที่ผ่านมา เพื่อเอาใจรักแรกในวัยเยาว์ของตัวเอง เอาใจลูกสาวของรักแรกในวัยเยาว์ เธอถึงกับยอมลดทอนคุณค่าของตัวเอง
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status