LOGIN“ผมว่าหลังจากที่คุณออกไปกับผม หลังคาบ้านคุณต้องถล่มแน่นอน” ชรินหันมามองหน้าเขาด้วยความไม่เข้าใจ
“ทำไมคุณคิดแบบนั้น” ชรินถามด้วยท่าทางไม่พอใจ เพราะเหมือนเขาจงใจที่จะให้เธอกับพี่สาวทะเลาะกัน
“เปล่านี่ ผมก็แค่รู้สึกว่าพี่สาวคุณออกท่าทางจะห่วงผมมากกว่าที่คุณซึ่งเป็นคู่หมั้นของผมซะอีก” ณภัทรยังหยอกเย้าเธอไม่หยุด เหมือนมันเป็นเรื่องสนุกของเขา
“คุณคิดมากเกินไปค่ะ พี่ณินจะหวงคุณทำไมคะ”
“ไม่รู้สิครับ ผมอาจจะคิดมากไปก็ได้” ณภัทรยักไหล่แล้วเปิดประตูรถให้ชริน เขาผายมือเชิญเธอเข้าไปนั่งในรถด้วยท่าทางยียวน
“เชิญครับ ว่าที่เจ้าสาวของผม” ชรินขึ้นรถแต่โดยดี เธอหันไปมองในบ้านก็เห็นญาณินยืนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า ณภัทรขับพาเธอออกไปจากบ้านพร้อมผิวปากอย่างคนอารมณ์ดี
“กรี๊ด!” เสียงกรีดร้องดังลั่นบ้าน ญาดาเอามือปิดหูแทบไม่ทัน
“โอ๊ย! หูฉันจะแตก แก่จะกรี๊ดหาพระแสงอะไรยัยณิน”
“คุณแม่อนุญาตให้มันออกไปกับคุณณภัทรได้ยังไงคะ คุณแม่ก็รู้ว่าณินชอบคุณณภัทร” พอพูดถึงจุดนี้ญาดาถึงขนาดเกาหัวแกรกๆ
“แล้วแกรู้หรือเปล่ายัยณิน ว่าชรินจะแต่งงานกับคุณณภัทร แล้วแกก็เป็นคนที่ไม่ยอมแต่งกับเขาเอง แกจะให้ฉันทำยังไงล่ะ”
“คุณแม่ก็เปลี่ยนเจ้าสาวสิคะ” ในที่สุดญาณินก็พูดในสิ่งที่ตนเองต้องการออกมา
“จะบ้าเหรอ ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอก ก็ฉันตกลงกับเขาไปแล้วว่าจะยกยัยชรินให้แต่งงานกับเขา ถ้าแกไม่เป็นบ้าไปซะก่อน แกก็ได้แต่งงานกับเขาไปแล้ว แกนั่นแหละที่บอกว่าเขาไม่หล่อ แกค้านหัวชนฝายังไงก็ไม่ยอมแต่งกับเขา จนฉันต้องไปบังคับชรินแต่งกับเขาแทน แล้วทีนี้จะมาโวยวายเอาอะไรอีก”
“กรี๊ด!” เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ดังกว่าเดิม
“คุณแม่จะซ้ำเติมณินทำไมคะ ทำไมคุณแม่ไม่หาทางช่วยณินละคะ”
“แกจะไปเสียดายอะไรกับผู้ชายแค่คนเดียว แกหาคนที่หล่อกว่านี้ รวยกว่านี้อีกมีถมเถไป” คำพูดของญาดาทำให้ญาณินนิ่งงันไปทันที
“แต่ณินจะไม่ยอมให้ยัยชรินได้สิ่งที่ควรจะเป็นของณินไปอย่างมีความสุขหรอกค่ะ ณินจะเอาคืนทุกอย่าง เพราะยังไงทุกอย่างมันก็ควรจะเป็นของณิน ไม่ใช่ของของมัน” ญาณินประกาศกร้าวพร้อมใบหน้าโกรธจัด เธอโกรธจนตัวสั่นเหมือนเจ้าเข้า
“แกบ้าไปใหญ่แล้วยัยณิน แม่เลิกพูดกับแกแล้ววันนี้ แม่เหนื่อย แม่จะไปพักผ่อน” ญาดารีบเดินขึ้นบันไดไปชั้น 2 ของบ้านเพราะเบื่อลูกสาวของตัวเองที่เอาแต่ใจเหมือนเด็กๆ
“ให้แกกลับมาก่อนเถอะยัยชริน ฉันจัดการกับแกแน่” ใบหน้าและแววตาแข็งกร้าวบ่งบอกว่าเธอจะไม่ยอมแพ้ศึกในครั้งนี้เด็ดขาด เรื่องอะไรเธอต้องยอมแพ้ในเมื่อความจริงคนที่จะต้องแต่งงานกับณภัทรคือเธอ
ทั้งสองคนนั่งนิ่งไม่มีใครเอ่ยปากอะไรหลังจากล้อรถเคลื่อนออกมาจากบ้านจนเกิดความอึดอัดภายในรถยนต์คันหรู ชรินตัดสินใจเอ่ยถาม
“เราจะไปที่ไหนคะ นี่มันก็ดึกมากแล้ว”
“พรุ่งนี้คุณไม่ต้องไปทำงาน อยู่ดึกสักหน่อยจะเป็นไรไป ผมจะพาคุณไปดูเรือนหอ” ชรินหันหน้ามองเขาอีกครั้ง เธอเริ่มไม่ไว้ใจในความเจ้าเล่ห์ของณภัทรแล้ว เพราะทุกครั้งที่เธออยู่กับเขา เธอจะรู้สึกไม่เป็นตัวเองและรู้สึกไม่ปลอดภัยจนบอกไม่ถูก
“ฉันไม่เคยรู้ว่าคุณทำเรือนหอไว้ คุณไม่เคยบอกพ่อแม่ฉัน”
“ผมมีบ้านหลังหนึ่ง เป็นของแม่ผม ท่านเก็บเอาไว้ให้เป็นเรือนหอให้ผม เป็นของขวัญวันแต่งงานของพวกเรา”
“แล้วทำไมเราต้องไปตอนกลางคืนคะ”
“ไปตอนกลางวันจะสนุกอะไร” เขาพูดจบแล้วเร่งความเร็วของรถ เหงื่อเริ่มซึมบนใบหน้าขาวผ่อง เธอรู้สึกกังวลในท่าทีของณภัทร กลัวใจของเขาจริงๆ เธอนั่งนิ่งไปจนถึงบ้านหลังหนึ่งที่เปิดไฟสว่างไว้รอบบ้าน ดูสวยงามและทันสมัย ณภัทรเลี้ยวรถเข้าไปจอดข้างในลานบ้าน โดยมีชายวัย 60 กว่า เดินออกมาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“สวัสดีครับคุณณภัทร ผมเตรียมห้องไว้แล้ว ยายแป้นก็ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วครับ”
“เตรียมห้องไว้ทำไมคะ” ชรินถามออกไปด้วยความตื่นตระหนก
“ไว้ให้คุณกับผมไง” เขาตอบหน้าตาเฉย
“ไหนคุณบอกว่าจะไปส่งฉันก่อนเที่ยงคืนไงคะ”
“ผมโทรไปบอกแม่คุณก็ได้ว่าคืนนี้คุณจะไม่กลับบ้าน”
“ไม่ได้นะคะ” เธอแทบจะตะคอกใส่หน้าเขา จนณภัทรหันกลับมามองเธอ ด้วยใบหน้าที่ไม่พอใจนัก
“คุณจะไปส่งฉันก่อนเที่ยงคืนตามที่คุณรับปากไว้ ไม่อย่างนั้นฉันจะเชื่อคำพูดลูกผู้ชายอย่างคุณได้ยังไง”
“คุณก็ไม่ต้องเชื่อสิ ไม่เห็นเป็นไรเลย” ชรินกำหมัดแน่นในตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก กลัวว่าเขาจะทำอะไรมิดีมิร้ายกับเธอเข้า
“คุณกลัวเหรอ” ณภัทรขยับเข้ามาถามใกล้ๆ เธอ จนเธอต้องรีบขยับห่าง
“ค่ะ ฉันกลัว กลัวคุณจะไม่เป็นสุภาพบุรุษ” เธอตอบออกไปสั้นๆ ณภัทรหัวเราะแล้วหมุนตัวกลับเดินเข้าไปในบ้าน
“เข้ามาสิ มาดูเรือนหอของเรา” เขาเดินนำเธอเข้าไปในบ้าน ช่างเป็นบ้านที่หรูหรา ตกแต่งได้ทันสมัย เขาเน้นทุกอย่างเป็นสีขาวดูสะอาดตา
“คุณชอบไหม” เขาขยับเข้ามาโอบไหล่แล้วกระซิบถาม
“ชอบค่ะ” ชรินตอบพร้อมดึงมือของเขาออกจากไหล่ของเธอด้วยความตกใจ
“คุณอยากจะนอนค้างคืนที่นี่ไหม” คำถามที่มันทำให้เธอขนลุกชันไปทั้งตัว
“ไม่ค่ะ เรือนหอจะต้องนอนหลังจากแต่งงาน ไม่ใช่นอนก่อนแต่งงาน” ณภัทรหัวเราะลั่นด้วยความพอใจ
“คุณก็ฉลาดไม่เบานะชริน” เขาเย้าเธอแล้วเดินนำขึ้นไปบนบันไดชั้นสอง แต่ชรินกลับไม่ยอมเดินตามเขาขึ้นมา แถมยังมองเขาด้วยสายตาหวาดระแวง
“มาสิ คุณยืนอยู่ทำไม ไม่อยากไปดูห้องนอนของเราเหรอ”
“ตอนนี้ดึกแล้ว เดี๋ยวเราค่อยมาอีกทีพรุ่งนี้ก็ได้นะคะ”
“ไม่ ผมจะให้คุณดูวันนี้” ชรินจำใจจะต้องเดินตามคนที่เอาแต่ใจตัวเอง เพราะยังไงเธอก็ต้องให้เขาไปส่งอยู่ดี แต่เธอก็ยังระวังตัวเว้นระยะห่างในการเดิน ณภัทรเปิดทุกห้องให้เธอดู ทุกห้องจะตกแต่งแตกต่างกันออกไป แต่ก็ยังคงความทันสมัยดูมีระดับ
“ส่วนนี้ห้องนอนคุณกับผม หลังจากที่เราแต่งงานกัน เราจะมาอยู่ห้องนี้ ผมทำห้องเสื้อผ้าส่วนตัวให้คุณด้วยหวังว่าคุณจะชอบ” ณภัทรผายมือเชิญเธอเข้าไปข้างในห้อง เพื่อให้เธอเข้าไปชมห้องแต่งตัว
ชรินเดินเข้าไปดูการตกแต่งของเขา ช่างดูลงตัวเสียจริง ตู้เสื้อผ้าดูทันสมัย มีที่วางเครื่องประดับ รองเท้า กระเป๋า เรียบร้อยดูสะอาดสะอ้าน เขาเป็นคนมีรสนิยมค่อนข้างดีรู้ใจผู้หญิงเลยทีเดียว
“แกร๊ก!” เสียงประตูปิดดังปังพร้อมลงกลอนทันที ชรินตกใจรีบเดินออกมาจากห้องเสื้อผ้า เธอเห็นณภัทรยืนกอดอกที่หน้าประตูห้อง
“ผมล็อกประตูแล้วนะ ผมคิดว่าคุณคงออกจากห้องนี้ไม่ได้ ถ้าผมไม่อนุญาต” ณภัทรพูดด้วยท่าทางอารมณ์ดี ชรินเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาบนใบหน้าขาว เธอกลัว กลัวกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในห้องนี้ แตเธอก็ยังทำเป็นใจดีสู้เสือ
“แล้วคุณจะล็อกห้องทำไมคะ ฉันไม่เข้าใจ”
“ผมว่าคุณเข้าใจ เพราะคุณเป็นผู้หญิงที่ฉลาดไม่เบา”
“คุณต้องการอะไรคะ” เธอถามออกไปตรงๆ
“คุณไม่ต้องกลัวหรอก ผมไม่ทำอะไรคุณทั้งนั้น แต่วันนี้ผมอยากลองนอนบนที่นอนสักหน่อยว่ามันจะนุ่มขนาดไหน ถ้าไม่นุ่มผมจะได้เปลี่ยนที่นอนยี่ห้อใหม่”
“คุณก็นอนสิคะ”
“แต่ผมอยากให้คุณนอนด้วย” ชรินนิ่งไปทันที เธอรู้ว่ายังไงเขาก็จะต้องมาในรูปแบบนี้แน่นอน เธอรู้ว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปคืออะไร ที่ผู้ชายกับผู้หญิงอยู่ในห้องนอนสองต่อสอง เขาเป็นผู้ชายลูกครึ่งสูงโปร่ง ดูจากลักษณะแล้วเขาคงแข็งแรงไม่เบา ยังไงเธอก็สู้แรงเขาไม่ได้แน่ ถ้าสู้กันด้วยกำลัง
ตอนที่ 6 หนีเสือปะจระเข้“แล้วถ้าฉันบอกว่า ฉันไม่นอนละคะ”“ผมก็จะบังคับให้คุณนอน”“แล้วถ้าฉันบอกว่า ฉันยอมนอนละคะ ที่แปลว่านอนได้ไม่เกินเที่ยงคืน” ณภัทรหัวเราะร่าอย่างผู้ชนะ“ผมคงทำอะไรคุณได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมงหรอก ไม่เกินเที่ยงคืนแน่นอน” คำพูดกำกวมจนทำให้ชรินหน้าแดงก่ำ เธอรู้สึกอายในสิ่งที่เขาพูดออกมา แต่สำหรับเขาแล้วเหมือนเป็นเพียงคำพูดที่ไม่มีอะไรเลย เขาพูดออกมาได้หน้าตาเฉย“เราจะไม่มีอะไรกันก่อนที่จะแต่งงานใช่ไหมคะ” เธอตัดสินใจถามออกไปตรงๆ ณภัทรยืนกอดอกนิ่งสายตาคมจ้องมองทั่วเรือนร่างของเธอเหมือนกับว่าเขากำลังค้นหาอะไรอยู่“ผมไม่มั่นใจ” เขาตอบออกมาหน้าหน้าตาเฉย แล้วเดินเข้ามาใกล้ๆ เธอ“แต่ไม่ใช่คืนนี้ ถ้า...” เขาเว้นระยะในการพูดเพื่อให้เธอรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ แต่เขาก็ไม่ยอมพูดออกมาสักที จนเธอทนไม่ไหวถามเขาออกไป“ถ้าอะไรคะ”“ถ้าคุณยอมให้ผมจูบแต่โด
ตอนที่ 5 คุณแม่ก็เปลี่ยนเจ้าสาวสิคะ“ผมว่าหลังจากที่คุณออกไปกับผม หลังคาบ้านคุณต้องถล่มแน่นอน” ชรินหันมามองหน้าเขาด้วยความไม่เข้าใจ“ทำไมคุณคิดแบบนั้น” ชรินถามด้วยท่าทางไม่พอใจ เพราะเหมือนเขาจงใจที่จะให้เธอกับพี่สาวทะเลาะกัน“เปล่านี่ ผมก็แค่รู้สึกว่าพี่สาวคุณออกท่าทางจะห่วงผมมากกว่าที่คุณซึ่งเป็นคู่หมั้นของผมซะอีก” ณภัทรยังหยอกเย้าเธอไม่หยุด เหมือนมันเป็นเรื่องสนุกของเขา“คุณคิดมากเกินไปค่ะ พี่ณินจะหวงคุณทำไมคะ”“ไม่รู้สิครับ ผมอาจจะคิดมากไปก็ได้” ณภัทรยักไหล่แล้วเปิดประตูรถให้ชริน เขาผายมือเชิญเธอเข้าไปนั่งในรถด้วยท่าทางยียวน“เชิญครับ ว่าที่เจ้าสาวของผม” ชรินขึ้นรถแต่โดยดี เธอหันไปมองในบ้านก็เห็นญาณินยืนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า ณภัทรขับพาเธอออกไปจากบ้านพร้อมผิวปากอย่างคนอารมณ์ดี“กรี๊ด!” เสียงกรีดร้องดังลั่นบ้าน ญาดาเอามือปิดหูแทบไม่ทัน“โอ๊ย! หูฉันจะแตก แก่จะกรี๊ดหาพระแ
ตอนที่ 4 ค่าสินสอด 20 ล้าน“พี่พูดอะไรของพี่ ก็พี่ณินยืนยันหัวชนฝาว่ายังไงก็จะไม่แต่งงานกับเขาเป็นตายร้ายดีก็จะไม่ยอมแต่ง แล้วให้รินแต่งแทนนี่ไง รินไม่ได้เป็นคนแย่งเขามานะคะ พี่ต่างหากที่ไม่ต้องการแต่งกับเขา” ชรินหมดความอดทนในที่สุด“แล้วแม่ทำไมไม่บอกณินว่าณภัทรเขารวยแล้วก็หล่อขนาดนี้ ใครเห็นก็เป็นต้องหลง” ผู้เป็นลูกสาวหันมาแว้ดเสียงใส่ผู้เป็นแม่ญาดาที่ทั้งงงทั้งตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่จู่ ๆ ญาณินก็อาละวาดขึ้นมาอีก ทำไมความผิดมาตกอยู่ที่เธอเอาเสียได้“อ้าว! ก็แกเองที่บอกว่าไม่อยากแต่งงานกับเขา แกบอกว่าเขาเป็นไอ้หน้าจืด แม่ก็บอกแกแล้วตั้งหลายครั้งว่าคุณณภัทรทั้งหล่อ ทั้งรวย ทำไมแกถึงไม่อยากแต่งงานกับเขา”“ก็ไอ้นักสืบนั่นเอารูปใครมาให้ดูก็ไม่รู้” ญาณินตะคอกใส่ผู้เป็นมารดาอย่างหัวเสีย แล้วเดินกระแทกเท้าขึ้นไปบนบ้านทันที เธอจะทำยังไงได้ถ้าหากจะเปลี่ยนตัวเจ้าสาวตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว เธอควรที่จะเช็คอะไรให้รอบคอบม
ตอนที่ 2 เขาเป็นคู่หมั้นของรินเองณภัทรเงยหน้ามองเธอแล้วมองสิ่งที่เธอถือมา เขาเลิกคิ้วสูง ใบหน้าดูประหลาดใจ“ผมต้องการน้ำร้อน” คำพูดของเขาแทบทำให้เธออยากจะกรี๊ดให้กระจกที่ร้านร้าวไปเลย แต่ชรินก็ได้แต่ฝืนยิ้มข่มอารมณ์โมโหไว้“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” เธอหันหลังกลับเดินไปที่บาร์น้ำอีกครั้ง“พี่แก้วคะ ขอน้ำร้อน 1 แก้วค่ะ”“อ้าว! ไหนรินบอกว่าเตรียมพร้อมไว้แล้วจะได้ไม่ต้องเดินหลายรอบไง” แก้วหัวเราะอย่างขบขัน แต่ชรินไม่ขำด้วยทั้งยังทำหน้ามุ่ยใส่แก้วอีก“ผู้ชายอะไร เรื่องมากขนาดนี้” “น้ำร้อนได้แล้วค่ะ” เธอส่งยิ้มให้เขาอีกครั้ง พร้อมหันหลังกลับเตรียมตัวเดินไปรับแขกโต๊ะอื่น“เดี๋ยวก่อนครับ ผมต้องการน้ำแข็งด้วย” ชรินชะงักฝีเท้าแล้วหันมองหน้าเขาทันที“เอาน้ำแข็งมาทำอะไรคะ” เธอถามด้วยความสงสัย
ตอนที่ 1 ลองชุดแต่งงานร่างบางของชรินเร่งรุดไปยังร้านพรีเวดดิ้งขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่ถูกจองไว้เมื่อสองสัปดาห์ก่อน เธอรีบยกมือขึ้นจัดผมลวก ๆ ให้เข้าทรง แล้วก้าวเข้าไปในร้านอย่างเร่งรีบ เม็ดเหงื่อซึมทั่วใบหน้าขาวผ่องจนมองเห็นเลือดฝาดสีระเรื่อบนแก้มนวล พนักงานในร้านหันมองพร้อมกันเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู“สวัสดีค่ะ ได้จองไว้หรือเปล่าคะ”“ค่ะ” ชรินพยักหน้ารับด้วยอาการเหนื่อยหอบ“ติ๊ง!” เสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกครั้งทำให้ชรินหันไปมองพร้อมกับพนักงานในร้าน ครั้งนี้เป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งใบหน้าคมเข้มแบบลูกครึ่งกำลังก้าวตรงมาทางเธอ ชรินรู้ทันทีว่านี่คือคนที่เธอจะต้องแต่งงานด้วยแน่เธอยิ้มน้อย ๆ ส่งให้เขาเพื่อเป็นการทักทาย แต่เขากลับเมินใส่เธอซะงั้น เดินตรงไปหาพนักงานโดยไม่เอ่ยทักเธอสักคำ จนชรินต้องหุบยิ้มลงแทบไม่ทัน“ผมมาลองชุดที่จองไว้ครับ” พนักงานสาวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เพราะชายหนุ่มตรงหน้าหล่อเหลายิ่งกว่าพระเอกหนังเสียอีกชรินเริ่
ตอนที่ 3 สัญญาผูกมัด 1 ฉบับ“คงดีใจสินะที่ได้ออกเรือนไปกับไอ้หน้าจืดที่มีเงินทองเต็มถุงเต็มถังจะได้ช่วยพลิกชีวิตของเด็กกำพร้าอย่างเธอ” ชรินยังคงนิ่งเฉยกับคำถากถางที่ได้ยินทุกวันตั้งแต่เล็กจนโต ว่าเธอคือเด็กกำพร้าไม่มีพ่อแม่ และต้องคอยทำตามสิ่งที่ญาณินต้องการมาตลอดและครั้งนี้ก็เช่นกัน ญาณินไม่ต้องการที่จะแต่งงานกับณภัทร จนสุดท้ายแล้วทางออกที่ดีที่สุดก็คือเธอต้องมาเป็นเจ้าสาวแทนเธอจึงให้ชรินเป็นตัวแทนแต่งงานกับเขา เพราะยังไงพ่อแม่ก็จดรับรองชรินเป็นบุตรบุญธรรมอยู่แล้ว ยังไงเธอก็เหมือนกับเป็นลูกสาวคนเล็กของบ้านนี้ เมื่อพี่ไม่แต่งน้องก็จำเป็นต้องแต่งแทน เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะขัดอะไรได้การแต่งงานครั้งนี้จะทำให้เธอหลุดพ้นจากบ้านหลังนี้ เพราะค่าสินสอดที่ได้จากการแต่งงานกับลูกชายของมหาเศรษฐีจะทำให้เธอหลุดพ้นจากบุญคุณอันใหญ่หลวงนี้โดยมีสัญญาผูกมัด 1 ฉบับ คือถ้าเธอแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ สินสอดทั้งหมดจะตกเป็นของพ่อแม่ และหลังจากแต่งงานได้ 1 ปีไปแล้ว เธอจึงจะสามารถหย่า







