LOGIN“แล้วถ้าฉันบอกว่า ฉันไม่นอนละคะ”
“ผมก็จะบังคับให้คุณนอน”
“แล้วถ้าฉันบอกว่า ฉันยอมนอนละคะ ที่แปลว่านอนได้ไม่เกินเที่ยงคืน” ณภัทรหัวเราะร่าอย่างผู้ชนะ
“ผมคงทำอะไรคุณได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมงหรอก ไม่เกินเที่ยงคืนแน่นอน” คำพูดกำกวมจนทำให้ชรินหน้าแดงก่ำ เธอรู้สึกอายในสิ่งที่เขาพูดออกมา แต่สำหรับเขาแล้วเหมือนเป็นเพียงคำพูดที่ไม่มีอะไรเลย เขาพูดออกมาได้หน้าตาเฉย
“เราจะไม่มีอะไรกันก่อนที่จะแต่งงานใช่ไหมคะ” เธอตัดสินใจถามออกไปตรงๆ ณภัทรยืนกอดอกนิ่งสายตาคมจ้องมองทั่วเรือนร่างของเธอเหมือนกับว่าเขากำลังค้นหาอะไรอยู่
“ผมไม่มั่นใจ” เขาตอบออกมาหน้าหน้าตาเฉย แล้วเดินเข้ามาใกล้ๆ เธอ
“แต่ไม่ใช่คืนนี้ ถ้า...” เขาเว้นระยะในการพูดเพื่อให้เธอรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ แต่เขาก็ไม่ยอมพูดออกมาสักที จนเธอทนไม่ไหวถามเขาออกไป
“ถ้าอะไรคะ”
“ถ้าคุณยอมให้ผมจูบแต่โดยดี”
“ฉันไม่รู้ว่าคนอย่างคุณเป็นพวกชอบฉวยโอกาสและชอบบีบบังคับผู้หญิงที่เขาไม่เต็มใจ” คำพูดของชรินทำให้ณภัทรเกิดอารมณ์ขุ่นมัวขึ้นมาทันที
“นี่คุณไม่รู้เหรอ ว่าในห้องนอนสองต่อสองกับผู้ชาย กรุณาอย่าพูดยั่วโมโห ไม่งั้นมันจะบ่งบอกว่าคุณต้องการที่จะให้ผมทำมากกว่าการจูบ” ชรินนิ่งเงียบ เธอกำลังตกเป็นลูกไก่ในกำมือของเขาแล้วจริงๆ ไม่ว่าจะพยายามขยับไปทางไหน เธอก็ไม่พ้นเงื้อมมือเขาอยู่ดี
“เอาเป็นว่าถ้าคุณไม่สะดวกให้ผมจูบก็ให้ผมหอมแก้มก็ยังดี แต่หอมหลายๆ ครั้งจนกว่าผมพอใจ ผมถึงจะไปส่งคุณที่บ้าน คุณว่ายังไง” เขาเอียงคอถามเธอพร้อมทำท่าทางยียวน ชรินมองหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง
“ไปส่งฉันที่บ้านเถอะค่ะ เลิกเล่นอะไรแบบนี้ได้แล้ว” ณภัทรเดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วก้มลงหอมแก้มของเธอ
“โอ๊ย!” ชรินร้องออกมา เพราะแก้มข้างซ้ายที่โดนตบเมื่อวานยังไม่หายเจ็บ ณภัทรถึงกับผงะเมื่อเขารู้ว่าเขากำลังทำให้เธอเจ็บ เขาลืมไปว่าแก้มข้างนี้เป็นแก้มฝั่งที่บวมอยู่ เมื่อเขาเรียกสติตัวเองกลับมาได้จึงรีบถอยออกห่าง
“หอมแค่นี้ ถึงกับต้องส่งเสียงเชียว” ทั้งที่เขารู้ว่าเธอเจ็บจริงๆ แต่ก็ยังคงอดแขวะเธอไม่ได้
“คุณพอใจหรือยังคะ ถ้าพอใจแล้วก็พาฉันไปส่งที่บ้านสักที วันนี้ฉันทำงานเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
“ในเมื่อเหนื่อยมาทั้งวัน แล้วจะนั่งรถกลับบ้านให้ต้องเหนื่อยเพิ่มอีกทำไมล่ะ นอนที่นี่ไม่ดีกว่าเหรอ” คำกล่าวของเขาใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล แต่เธอไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายที่จะยอมทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกับชายหนุ่มที่เพิ่งพบหน้ากันไม่กี่ครั้ง ถึงแม้ว่าในความเป็นจริง เธอกับเขากำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกันในไม่ช้านี้ก็ตาม
“นี่คุณยังจะไม่จบเรื่องนี้อีกใช่ไหม” ชรินเริ่มโมโหขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเมื่อชายหนุ่มไม่มีทีท่าจะปล่อยเธอกลับบ้านง่ายๆ ณภัทรยกมือขึ้นสัมผัสแก้มเนียนอย่างแผ่วเบาด้วยความนุ่มนวล
“เจ็บมากไหม” น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใยนั้น ทำให้ชรินเผลอพยักหน้ารับเบาๆ พลางช้อนสายตาขึ้นมองเขา แต่สิ่งที่รอคอยอยู่กลับเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ หญิงสาวรีบปัดมือหนาออกจากแก้มตนเองทันทีด้วยความไม่พอใจ
“ผมทำแค่นี้ คุณก็เคลิ้มเสียแล้ว หลอกง่ายจริงๆ”
เธอไม่น่าพลาดหลงกลเขาเลยน่าเจ็บใจจริงๆ ชรินเดินตรงไปปลดล็อกประตูห้อง แล้วก้าวออกมาด้วยท่าทางหัวเสีย
“เขานี่มันซาตานชัดๆ” หญิงสาวต่อว่าเขาในใจ เธอไม่น่าหลงกลตกหลุมพรางของเขาเลย เพียงแค่เห็นเขาทำดีด้วยนิดหน่อย ก็เคลิบเคลิ้มไปกับคำหวานของเขาแล้ว
“อย่าเป็นคนใจง่ายนะชริน” เธอพยายามพร่ำเตือนตนเองในใจ
“อ้าว! รีบขึ้นรถสิ ไหนบอกว่าอยากรีบกลับไปนอนไม่ใช่หรือ”
ชรินก้าวขึ้นไปนั่งบนรถทันที เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาบ้างที่เขายอมพาเธอมาส่งบ้านแต่โดยดี
“ใกล้จะถึงบ้านแล้วนะ” เขาเอ่ยขึ้นขณะหมุนพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่เขตหมู่บ้าน
“ค่ะ ฉันทราบ ฉันอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เด็ก”
“แต่คุณก็ไม่ได้อยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด...” เขาเอ่ยคำนั้นออกมา ทำเอาคนฟังถึงกับหันมาจ้องหน้าเขาเขม็ง
“คุณรู้ได้อย่างไรคะ” ชายหนุ่มกลับนิ่งเงียบ ไม่ตอบคำถามใดๆ จวบจนกระทั่งรถจอดสนิทลงที่หน้าบ้าน หญิงสาวยังคงไม่ยอมก้าวลงจากรถ หากแต่หันมาจ้องหน้าเขาอีกครั้งอย่างต้องการค้นหาความจริง
“คุณณภัทร คุณรู้อะไรมากันแน่ แล้วคุณต้องการอะไรจากฉัน”
“ผมก็ไม่ได้รู้อะไรมากมายหรอก แค่ศึกษาประวัติของคนที่จะมาเป็นคู่ชีวิต มันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรไม่ใช่เหรอ คุณคิดว่าไงล่ะ”
ชรินตระหนักได้ทันทีว่าตนเองกำลังเพลี่ยงพล้ำและโดนเขาต้อนจนมุม และก่อนที่ความลับสำคัญจะถูกเปิดเผย เธอจำเป็นต้องพาตัวเองเลี่ยงจากสถานการณ์อันชวนอึดอัดนี้ก่อน แต่ในจังหวะที่กำลังจะเอื้อมมือเปิดประตูรถนั่นเอง มือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวแล้วออกแรงดึงร่างบางเข้ามาปะทะอกแกร่งไว้อย่างรวดเร็ว
“จะไม่กอดลาว่าที่สามีหน่อยเหรอ” ณภัทรกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ชรินพยายามออกแรงผลักอกแกร่ง แต่กลับไม่เป็นผล
“ปล่อยฉันได้แล้ว อย่ามาทำตัวรุ่มร่ามแถวนี้นะ เกิดใครมาเห็นเข้าจะทำยังไง”
“ถ้ามีคนเห็น เขาก็คงเห็นดีเห็นงามกับผมนั่นแหละ เพราะทุกคนก็พร้อมจะประเคนคุณใส่พานให้ผมอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ หรือคุณคิดว่าผมพูดตรงไหนผิดไป” น้ำเสียงติดยียวนเอ่ยชิดใบหู
“ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงไม่ปล่อยให้คุณออกมากับผมสองต่อสองหรอก ดีไม่ดีคงภาวนาให้คุณยอมนอนกับผมตั้งแต่วันนี้ด้วยซ้ำ”
“คุณหยุดพูดจาดูถูกฉันแบบนี้สักที”
“แล้วคุณคิดว่าถ้าแต่งงานกันไปแล้ว คุณจะรอดพ้นเงื้อมมือผมไปได้จริงๆ อย่างนั้นเหรอ” เขาถามด้วยท่าทีจริงจังพลางบีบต้นแขนเรียวแน่นขึ้น ชรินจ้องหน้าเขาด้วยความไม่พอใจ
“ฉันรู้ดีค่ะว่าเมื่อแต่งงานแล้ว ฉันควรจะปรนนิบัติคุณยังไง” คำตอบเชิงประชดประชันทำเอาณภัทรฉุนขาด เขาเพิ่มแรงบีบที่ต้นแขนเธอจนหญิงสาวต้องเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บ
“ผมหวังว่าคุณจะไม่ลืมคำพูดนี้ และคุณคงจะไม่บกพร่องในหน้าที่ศรีภรรยา ผมเชื่ออย่างนั้น” ว่าแล้วเขาก็ปล่อยมือออกจากแขนเธอ ชรินรีบเปิดประตูลงจากรถทันที เพียงครู่เดียวณภัทรก็กระชากตัวรถทะยานออกไปด้วยความเร็วสูง
หญิงสาวยืนมองไฟท้ายรถจนสุดสายตา ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าบ้านด้วยความเหนื่อยใจ
นี่เธอหนีเสือปะจระเข้หรือยังไงนึกว่าจะหนีพ้นคนในบ้านหลังนี้ แต่กลับต้องไปตกอยู่ในเงื้อมมือของผู้ล่ารายใหม่อีก ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีหลังจากนี้ ชีวิตเธอจะต้องเผชิญกับอะไรบ้างภายใต้คำว่าสามีภรรยา
“กลับมาแล้วเหรอนังตัวดี ไปถึงไหนต่อไหนกันมาล่ะ ยังไม่อิ่มหนำสำราญอีกถึงได้มานั่งจู๋จี๋กันอยู่ในรถหน้าบ้านให้คนอื่นเขาเห็นอยู่นานสองนาน”
“แล้วถ้าคนอื่นไม่มายืนแอบมองจะเห็นไหมคะ” ชรินสวนกลับทันควัน ทำเอาญาณินหน้าชาไปชั่วขณะ
“นี่แกกล้าเถียงฉันเหรอ” ญาณินก้าวฉับๆ เข้ามากระชากแขนชรินด้วยความโมโหจัด
ตอนที่ 6 หนีเสือปะจระเข้“แล้วถ้าฉันบอกว่า ฉันไม่นอนละคะ”“ผมก็จะบังคับให้คุณนอน”“แล้วถ้าฉันบอกว่า ฉันยอมนอนละคะ ที่แปลว่านอนได้ไม่เกินเที่ยงคืน” ณภัทรหัวเราะร่าอย่างผู้ชนะ“ผมคงทำอะไรคุณได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมงหรอก ไม่เกินเที่ยงคืนแน่นอน” คำพูดกำกวมจนทำให้ชรินหน้าแดงก่ำ เธอรู้สึกอายในสิ่งที่เขาพูดออกมา แต่สำหรับเขาแล้วเหมือนเป็นเพียงคำพูดที่ไม่มีอะไรเลย เขาพูดออกมาได้หน้าตาเฉย“เราจะไม่มีอะไรกันก่อนที่จะแต่งงานใช่ไหมคะ” เธอตัดสินใจถามออกไปตรงๆ ณภัทรยืนกอดอกนิ่งสายตาคมจ้องมองทั่วเรือนร่างของเธอเหมือนกับว่าเขากำลังค้นหาอะไรอยู่“ผมไม่มั่นใจ” เขาตอบออกมาหน้าหน้าตาเฉย แล้วเดินเข้ามาใกล้ๆ เธอ“แต่ไม่ใช่คืนนี้ ถ้า...” เขาเว้นระยะในการพูดเพื่อให้เธอรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ แต่เขาก็ไม่ยอมพูดออกมาสักที จนเธอทนไม่ไหวถามเขาออกไป“ถ้าอะไรคะ”“ถ้าคุณยอมให้ผมจูบแต่โด
ตอนที่ 5 คุณแม่ก็เปลี่ยนเจ้าสาวสิคะ“ผมว่าหลังจากที่คุณออกไปกับผม หลังคาบ้านคุณต้องถล่มแน่นอน” ชรินหันมามองหน้าเขาด้วยความไม่เข้าใจ“ทำไมคุณคิดแบบนั้น” ชรินถามด้วยท่าทางไม่พอใจ เพราะเหมือนเขาจงใจที่จะให้เธอกับพี่สาวทะเลาะกัน“เปล่านี่ ผมก็แค่รู้สึกว่าพี่สาวคุณออกท่าทางจะห่วงผมมากกว่าที่คุณซึ่งเป็นคู่หมั้นของผมซะอีก” ณภัทรยังหยอกเย้าเธอไม่หยุด เหมือนมันเป็นเรื่องสนุกของเขา“คุณคิดมากเกินไปค่ะ พี่ณินจะหวงคุณทำไมคะ”“ไม่รู้สิครับ ผมอาจจะคิดมากไปก็ได้” ณภัทรยักไหล่แล้วเปิดประตูรถให้ชริน เขาผายมือเชิญเธอเข้าไปนั่งในรถด้วยท่าทางยียวน“เชิญครับ ว่าที่เจ้าสาวของผม” ชรินขึ้นรถแต่โดยดี เธอหันไปมองในบ้านก็เห็นญาณินยืนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า ณภัทรขับพาเธอออกไปจากบ้านพร้อมผิวปากอย่างคนอารมณ์ดี“กรี๊ด!” เสียงกรีดร้องดังลั่นบ้าน ญาดาเอามือปิดหูแทบไม่ทัน“โอ๊ย! หูฉันจะแตก แก่จะกรี๊ดหาพระแ
ตอนที่ 4 ค่าสินสอด 20 ล้าน“พี่พูดอะไรของพี่ ก็พี่ณินยืนยันหัวชนฝาว่ายังไงก็จะไม่แต่งงานกับเขาเป็นตายร้ายดีก็จะไม่ยอมแต่ง แล้วให้รินแต่งแทนนี่ไง รินไม่ได้เป็นคนแย่งเขามานะคะ พี่ต่างหากที่ไม่ต้องการแต่งกับเขา” ชรินหมดความอดทนในที่สุด“แล้วแม่ทำไมไม่บอกณินว่าณภัทรเขารวยแล้วก็หล่อขนาดนี้ ใครเห็นก็เป็นต้องหลง” ผู้เป็นลูกสาวหันมาแว้ดเสียงใส่ผู้เป็นแม่ญาดาที่ทั้งงงทั้งตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่จู่ ๆ ญาณินก็อาละวาดขึ้นมาอีก ทำไมความผิดมาตกอยู่ที่เธอเอาเสียได้“อ้าว! ก็แกเองที่บอกว่าไม่อยากแต่งงานกับเขา แกบอกว่าเขาเป็นไอ้หน้าจืด แม่ก็บอกแกแล้วตั้งหลายครั้งว่าคุณณภัทรทั้งหล่อ ทั้งรวย ทำไมแกถึงไม่อยากแต่งงานกับเขา”“ก็ไอ้นักสืบนั่นเอารูปใครมาให้ดูก็ไม่รู้” ญาณินตะคอกใส่ผู้เป็นมารดาอย่างหัวเสีย แล้วเดินกระแทกเท้าขึ้นไปบนบ้านทันที เธอจะทำยังไงได้ถ้าหากจะเปลี่ยนตัวเจ้าสาวตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว เธอควรที่จะเช็คอะไรให้รอบคอบม
ตอนที่ 2 เขาเป็นคู่หมั้นของรินเองณภัทรเงยหน้ามองเธอแล้วมองสิ่งที่เธอถือมา เขาเลิกคิ้วสูง ใบหน้าดูประหลาดใจ“ผมต้องการน้ำร้อน” คำพูดของเขาแทบทำให้เธออยากจะกรี๊ดให้กระจกที่ร้านร้าวไปเลย แต่ชรินก็ได้แต่ฝืนยิ้มข่มอารมณ์โมโหไว้“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” เธอหันหลังกลับเดินไปที่บาร์น้ำอีกครั้ง“พี่แก้วคะ ขอน้ำร้อน 1 แก้วค่ะ”“อ้าว! ไหนรินบอกว่าเตรียมพร้อมไว้แล้วจะได้ไม่ต้องเดินหลายรอบไง” แก้วหัวเราะอย่างขบขัน แต่ชรินไม่ขำด้วยทั้งยังทำหน้ามุ่ยใส่แก้วอีก“ผู้ชายอะไร เรื่องมากขนาดนี้” “น้ำร้อนได้แล้วค่ะ” เธอส่งยิ้มให้เขาอีกครั้ง พร้อมหันหลังกลับเตรียมตัวเดินไปรับแขกโต๊ะอื่น“เดี๋ยวก่อนครับ ผมต้องการน้ำแข็งด้วย” ชรินชะงักฝีเท้าแล้วหันมองหน้าเขาทันที“เอาน้ำแข็งมาทำอะไรคะ” เธอถามด้วยความสงสัย
ตอนที่ 1 ลองชุดแต่งงานร่างบางของชรินเร่งรุดไปยังร้านพรีเวดดิ้งขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่ถูกจองไว้เมื่อสองสัปดาห์ก่อน เธอรีบยกมือขึ้นจัดผมลวก ๆ ให้เข้าทรง แล้วก้าวเข้าไปในร้านอย่างเร่งรีบ เม็ดเหงื่อซึมทั่วใบหน้าขาวผ่องจนมองเห็นเลือดฝาดสีระเรื่อบนแก้มนวล พนักงานในร้านหันมองพร้อมกันเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู“สวัสดีค่ะ ได้จองไว้หรือเปล่าคะ”“ค่ะ” ชรินพยักหน้ารับด้วยอาการเหนื่อยหอบ“ติ๊ง!” เสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกครั้งทำให้ชรินหันไปมองพร้อมกับพนักงานในร้าน ครั้งนี้เป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งใบหน้าคมเข้มแบบลูกครึ่งกำลังก้าวตรงมาทางเธอ ชรินรู้ทันทีว่านี่คือคนที่เธอจะต้องแต่งงานด้วยแน่เธอยิ้มน้อย ๆ ส่งให้เขาเพื่อเป็นการทักทาย แต่เขากลับเมินใส่เธอซะงั้น เดินตรงไปหาพนักงานโดยไม่เอ่ยทักเธอสักคำ จนชรินต้องหุบยิ้มลงแทบไม่ทัน“ผมมาลองชุดที่จองไว้ครับ” พนักงานสาวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เพราะชายหนุ่มตรงหน้าหล่อเหลายิ่งกว่าพระเอกหนังเสียอีกชรินเริ่
ตอนที่ 3 สัญญาผูกมัด 1 ฉบับ“คงดีใจสินะที่ได้ออกเรือนไปกับไอ้หน้าจืดที่มีเงินทองเต็มถุงเต็มถังจะได้ช่วยพลิกชีวิตของเด็กกำพร้าอย่างเธอ” ชรินยังคงนิ่งเฉยกับคำถากถางที่ได้ยินทุกวันตั้งแต่เล็กจนโต ว่าเธอคือเด็กกำพร้าไม่มีพ่อแม่ และต้องคอยทำตามสิ่งที่ญาณินต้องการมาตลอดและครั้งนี้ก็เช่นกัน ญาณินไม่ต้องการที่จะแต่งงานกับณภัทร จนสุดท้ายแล้วทางออกที่ดีที่สุดก็คือเธอต้องมาเป็นเจ้าสาวแทนเธอจึงให้ชรินเป็นตัวแทนแต่งงานกับเขา เพราะยังไงพ่อแม่ก็จดรับรองชรินเป็นบุตรบุญธรรมอยู่แล้ว ยังไงเธอก็เหมือนกับเป็นลูกสาวคนเล็กของบ้านนี้ เมื่อพี่ไม่แต่งน้องก็จำเป็นต้องแต่งแทน เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะขัดอะไรได้การแต่งงานครั้งนี้จะทำให้เธอหลุดพ้นจากบ้านหลังนี้ เพราะค่าสินสอดที่ได้จากการแต่งงานกับลูกชายของมหาเศรษฐีจะทำให้เธอหลุดพ้นจากบุญคุณอันใหญ่หลวงนี้โดยมีสัญญาผูกมัด 1 ฉบับ คือถ้าเธอแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ สินสอดทั้งหมดจะตกเป็นของพ่อแม่ และหลังจากแต่งงานได้ 1 ปีไปแล้ว เธอจึงจะสามารถหย่า


![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




