LOGIN“ปึง!” เสียงประตูปิดลงพร้อมเสียงลงกลอนทันที ชรินตกใจรีบเดินออกมาจากห้องเสื้อผ้า เธอเห็นณภัทรยืนกอดอกที่หน้าประตูห้อง “ผมล็อกประตูแล้วนะ ผมคิดว่าคุณคงออกจากห้องนี้ไม่ได้ ถ้าผมไม่อนุญาต” ณภัทรพูดด้วยท่าทางอารมณ์ดี ผิดกันกับชรินเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาบนใบหน้าขาว เธอกลัว กลัวกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในห้องนี้ แต่เธอก็ยังทำเป็นใจดีสู้เสือ “แล้วคุณจะล็อกห้องทำไมคะ ฉันไม่เข้าใจ” “ผมว่าคุณเข้าใจ เพราะคุณเป็นผู้หญิงที่ฉลาดไม่เบา” “คุณต้องการอะไรคะ” “คุณไม่ต้องกลัวหรอก ผมไม่ทำอะไรคุณทั้งนั้น แต่วันนี้ผมอยากลองนอนบนที่นอนสักหน่อยว่ามันจะนุ่มไหม ถ้าไม่นุ่มผมจะได้เปลี่ยนที่นอนยี่ห้อใหม่” “คุณก็นอนสิคะ” “แต่ผมอยากให้คุณนอนด้วย” ชรินนิ่งไปทันที เธอรู้ว่ายังไงเขาก็จะต้องมาในรูปแบบนี้แน่นอน เธอรู้ว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปคืออะไร ที่ผู้ชายกับผู้หญิงอยู่ในห้องนอนสองต่อสอง เขาเป็นผู้ชายลูกครึ่งสูงโปร่ง ดูจากลักษณะแล้วเขาคงแข็งแรงไม่เบา ยังไงเธอก็สู้แรงเขาไม่ได้แน่ “แล้วถ้าฉันบอกว่า ฉันไม่นอนละคะ” “ผมก็จะบังคับให้คุณนอน”
View More“คงดีใจสินะที่ได้ออกเรือนไปกับไอ้หน้าจืดที่มีเงินทองเต็มถุงเต็มถังจะได้ช่วยพลิกชีวิตของเด็กกำพร้าอย่างเธอ” ชรินยังคงนิ่งเฉยกับคำถากถางที่ได้ยินทุกวันตั้งแต่เล็กจนโต ว่าเธอคือเด็กกำพร้าไม่มีพ่อแม่ และต้องคอยทำตามสิ่งที่ญาณินต้องการมาตลอดและครั้งนี้ก็เช่นกัน ญาณินไม่ต้องการที่จะแต่งงานกับณภัทร จนสุดท้ายแล้วทางออกที่ดีที่สุดก็คือเธอต้องมาเป็นเจ้าสาวแทน
เธอจึงให้ชรินเป็นตัวแทนแต่งงานกับเขา เพราะยังไงพ่อแม่ก็จดรับรองชรินเป็นบุตรบุญธรรมอยู่แล้ว ยังไงเธอก็เหมือนกับเป็นลูกสาวคนเล็กของบ้านนี้ เมื่อพี่ไม่แต่งน้องก็จำเป็นต้องแต่งแทน เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะขัดอะไรได้
การแต่งงานครั้งนี้จะทำให้เธอหลุดพ้นจากบ้านหลังนี้ เพราะค่าสินสอดที่ได้จากการแต่งงานกับลูกชายของมหาเศรษฐีจะทำให้เธอหลุดพ้นจากบุญคุณอันใหญ่หลวงนี้
โดยมีสัญญาผูกมัด 1 ฉบับ คือถ้าเธอแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ สินสอดทั้งหมดจะตกเป็นของพ่อแม่ และหลังจากแต่งงานได้ 1 ปีไปแล้ว เธอจึงจะสามารถหย่ากับณภัทรได้ โดยที่พ่อแม่ของเธอจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเธอในเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น และจะปล่อยให้เธอไปมีชีวิตที่เธอต้องการ เธอจึงยอมตกลงที่จะทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการ เพื่อออกไปจากตรงนี้ ที่ที่มันไม่ใช่ของเธอตั้งแต่แรก และไปเริ่มชีวิตใหม่ที่ไหนสักแห่ง เธอจะได้ทำอะไรในสิ่งที่ต้องการและมีความสุขจริงๆ สักที ไม่ใช่คอยทำให้ใครต่อใครมีความสุข
เมื่อชรินยกอาหารทั้งหมดออกมาจากครัวเสร็จแล้วก็เดินไปเรียกญาณินให้ออกมาทานข้าวด้วยกัน
“พี่ณินคะ อาหารเย็นเสร็จแล้วค่ะ” ญาณินวางโทรศัพท์ลงบนโซฟาแล้วเดินออกมาจากห้องนั่งเล่นเพราะตอนนี้เธอหิวจะตายอยู่แล้ว
ญาณินเดินเชิดหน้าออกมาด้วยความมั่นใจ แต่เธอต้องชะงักฝีเท้าไปทันทีที่ได้เจอหน้าของณภัทร ชายคนนี้ที่ชื่อณภัทรช่างแตกต่างกับรูปที่เธอให้นักสืบไปถ่ายมาโดยสิ้นเชิง รูปที่นักสืบเอามาให้เธอนั้นเป็นผู้ชายจืดๆ ที่เธอเรียกว่าไอ้หน้าจืด และเธอก็ไม่อยากแต่งงานกับเขา เพราะหน้าตาของเขาดูไม่ได้เอาเสียเลย
“นี่มัน...” ญาณินนิ่งงันไปทันทีเหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงกลางหัว ทำไมเรื่องราวกลับตาลปัตรเช่นนี้ ทำไมมันเกิดอะไรขึ้น ผู้ชายในรูปและผู้ชายคนนี้ทำไมไม่เหมือนกัน แล้วผู้ชายที่เธอได้รูปมาคือใครกัน หรือว่ามีใครเล่นตลกกับเธอหรือเปล่า เธอเลือกที่จะทะเลาะกับพ่อแม่ใหญ่โต เพื่อที่จะให้แม่เปลี่ยนตัวเจ้าสาวเป็นชรินแทน เพราะผู้ชายในรูปคนนั้นดูไม่ได้เลยจริงๆ จนเธอไม่สามารถที่จะแต่งงานกับเขาได้ แต่ทำไมณภัทรคนนี้ถึงได้เป็นหนุ่มลูกครึ่ง หน้าตาดีได้ขนาดนี้ หล่อแทบจะไม่มีที่ติ
“สวัสดีครับ คุณญาณิน” ณภัทรมองใบหน้าขาวซีดแล้วเอ่ยคำทักทาย ใบหน้าของญาณินฉายแววประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด
“สวัสดีค่ะ คุณ...คุณ...” เสียงเธอสั่นแทบจะฟังไม่ได้ศัพท์
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ผมณภัทร จตุรนันท์ นอร์เดอร์ เป็นครั้งแรกนะครับที่เราได้เจอหน้ากัน” เขายิ้มทักทายเธอ ญาณินพยักหน้าแล้วมองหน้าผู้เป็นแม่ด้วยความโกรธว่าทำไมแม่ของเธอถึงไม่ยอมบอกเธอสักคำว่าเขาหน้าตาดีมาก
“อ้าว! มานั่งสิญาณิน” ญาดารีบเร่งลูกสาวที่เอาแต่ยืนงงอยู่ให้รีบมานั่งทานอาหาร
“เป็นยังไงคะ อาหารอร่อยหรือเปล่า” เมื่อผู้เป็นมารดาพยายามตัดบทสนทนาของญาณินกับณภัทร เพราะดูท่าทางแล้วญาณินคงกำลังโกรธเพราะหิวจัดที่รอชรินกลับมาทำกับข้าว แต่ที่จริงแล้วเธอไม่รู้เลยว่าลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนกำลังโกรธเรื่องอะไร ญาดากลัวว่าญาณินจะทำเสียแผนอาจทำให้เงินก้อนใหญ่ก้อนนี้หลุดมือไป
“อร่อยครับ อร่อยทุกอย่าง” ณภัทรตอบพลางหันหน้าไปมองหน้าชรินที่นั่งทานอาหารเงียบๆ
“ถ้าคุณณภัทรว่างก็มาทานมื้อค่ำด้วยกันทุกวันนะคะ บ้านนี้ยินดีต้อนรับใช่ไหมคะคุณสมพงษ์” ญาดาเอียงคอถามสามีที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ
“จริงจ้ะ คุณญาดา” สมพงษ์ตอบรับศรีภรรยาทันที เพราะเขาก็หวังไม่น้อยที่จะได้ค่าสินสอดจากณภัทร
“ขอบคุณครับ ถ้าว่างผมจะมาแน่นอน งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”
“ค่ะ วันหลังอย่าลืมแวะมาทานข้าวที่บ้านอีกนะคะ” ญาดาพูดเสียงหวานกับว่าที่ลูกเขย
“ไปส่งพี่เขาสิ ชริน” เธอคะยั้นคะยอให้ชรินไปส่งณภัทรขึ้นรถ ชรินลุกขึ้นแล้วเดินนำหน้าณภัทรไปทันที เธอทำตามคำสั่งของญาดาเหมือนกับหุ่นยนต์ที่รอคนป้อนข้อมูลอย่างเดียว
“ไม่ยักรู้นะ ว่าพี่สาวของคุณสวยขนาดนี้” เขาพูดขึ้นหลังจากที่เดินตามเธอออกมาถึงหน้าบ้าน
“ค่ะ พี่ญาณินสวยมาก” เธอตอบสั้นๆ แล้วรีบเดินนำเขาไปที่รถ
ณภัทรมองหน้าชรินแล้วเดินเข้ามาใกล้ๆ จนแทบจะสิงเธออยู่แล้ว เธอจึงรีบถอยตัวออกห่าง แต่เขาไวกว่าที่เธอจะตั้งตัวได้ เขาใช้วงแขนใหญ่ช้อนเอวบางเอาไว้ จนคนถูกฉวยโอกาสถึงกับตกใจตั้งตัวไม่ทัน
“อุ๊ย! ทำอะไรคะ”
“คุณจะไม่ลาผมหน่อยเหรอ” เขากระซิบข้างหูเธอเบาๆ เสียงทุ้มกระซิบใกล้ใบหูจนทำให้คนได้ยินขนลุกซู่ เพราะเขารู้ว่าสิ่งที่พวกเขาทำอยู่นั้นอยู่ในสายตาของผู้อาวุโส
“จะ...จะทำอะไร” เธอรีบยกมือขึ้นยันหน้าอกของเขาไว้
“ผมก็จะทำสิ่งที่ควรจะทำ ที่ว่าที่บ่าวสาวเขาทำกัน”
“แล้วว่าที่บ่าวสาวเขาทำอะไรล่ะ” ชรินถามออกไปด้วยความไม่พอใจที่ณภัทรกล้าทำกับเธอขนาดนี้
ณภัทรก้มลงหอมแก้มเธอทันที โดยที่ชรินไม่ทันตั้งตัว จนคนถูกหอมแก้มตกใจยืนตัวแข็งทื่อ เธอเงยหน้ามองเขาทันทีกะว่าจะต่อว่าต่อขานเขาที่ทำตัวรุ่มร่ามกับเธอ และแล้วณภัทรก็จูบลงที่หน้าผากเธออีกครั้งด้วยความเร็ว จนชรินนิ่งงันไป เธอรีบผลักเขาออกด้วยความโมโห
“อย่าทำอะไรแบบนี้อีก ถ้าฉันไม่อนุญาต” ใบหน้าหญิงสาวที่เคยดูเหมือนไม่มีพิษมีภัยก่อนหน้านี้ กลับฉายแววเป็นแมวป่าที่พร้อมจะตะปบทุกคนที่ทำให้เธอไม่พอใจ
“แต่ผมว่าแม่ของคุณอนุญาตนะ แถมมีความสุขซะด้วยซ้ำที่เห็นคุณกับผมทำแบบนี้กัน” ชรินมองตามสายตาของณภัทร ก็เจอญาดายืนยิ้มอยู่หน้าประตูอย่างมีความสุข
“คุณรีบกลับบ้านได้แล้วค่ะ” เธอรีบผลักหน้าอกของชายหนุ่มออกห่าง
“ถ้าผมจะนอนที่นี่ได้ไหม” เขาถามด้วยท่าทางยียวนกวนประสาท ชรินรีบสะบัดตัวออกจากเขาทันที เพราะเริ่มรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย
“ได้ค่ะ เมื่อเราแต่งงานกันแล้ว” เธอตอบเขาไปอย่างสมเหตุสมผล
“เอาเป็นว่าผมจะเร่งรัดงานแต่งงานให้เร็วกว่าเดิม ดีไหมคุณว่าเราจะได้นอนใกล้ๆกัน” ชรินเริ่มจะเก็บสีหน้าไม่ไหว เธอแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว
“ก็ดีค่ะ ถ้าคุณพร้อม” ปากเจ้ากรรมก็ดันตอบกลับเขาไปแบบนั้น
“เป็นบ้าอะไรของเธอนะชริน” เธอด่าตัวเองในใจ แต่ณภัทรกลับยิ้มยียวนกวนประสาทแล้วเดินผิวปากขึ้นไปบนรถ ชรินยืนมองรถแล่นออกไปจนถึงประตูรั้ว แล้วเธอก็เดินกลับขึ้นไปข้างบนบ้าน
“เพี๊ยะ!” เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้านวลของชริน ญาดาที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกลับตกใจจนยกมือขึ้นทาบอก
“ว้าย! ทำอะไรน่ะญาณิน” ญาณินที่โมโหจนเลือดขึ้นหน้าเธอยืนจ้องชรินเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ
“นี่แกกล้าดียังไง มาแย่งคู่หมั้นของฉัน” ญาณินพูดขึ้นเสียงดัง คนโดนตบถึงกับงงงวยไปชั่วขณะ ยกมือขึ้นลูบแก้มของตัวเอง
“พี่พูดอะไรของพี่” เธอรู้ว่าญาณินชอบโวยวายและอาละวาดใส่เธอ ใช้เธอเป็นที่ระบายอารมณ์ตลอดมา ไม่รู้ครั้งนี้ญาณินไม่พอใจเธอเรื่องอะไรอีก
“อย่ามาตีหน้าซื่อกับฉัน เธอไม่ยอมบอกว่าณภัทรเขาหล่อขนาดนี้แล้วก็รวยด้วย เธออยากจะแย่งเขาไปตั้งแต่แรกใช่ไหม” ญาณินตวาดลั่นด้วยความไม่พอใจ
ตอนที่ 6 หนีเสือปะจระเข้“แล้วถ้าฉันบอกว่า ฉันไม่นอนละคะ”“ผมก็จะบังคับให้คุณนอน”“แล้วถ้าฉันบอกว่า ฉันยอมนอนละคะ ที่แปลว่านอนได้ไม่เกินเที่ยงคืน” ณภัทรหัวเราะร่าอย่างผู้ชนะ“ผมคงทำอะไรคุณได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมงหรอก ไม่เกินเที่ยงคืนแน่นอน” คำพูดกำกวมจนทำให้ชรินหน้าแดงก่ำ เธอรู้สึกอายในสิ่งที่เขาพูดออกมา แต่สำหรับเขาแล้วเหมือนเป็นเพียงคำพูดที่ไม่มีอะไรเลย เขาพูดออกมาได้หน้าตาเฉย“เราจะไม่มีอะไรกันก่อนที่จะแต่งงานใช่ไหมคะ” เธอตัดสินใจถามออกไปตรงๆ ณภัทรยืนกอดอกนิ่งสายตาคมจ้องมองทั่วเรือนร่างของเธอเหมือนกับว่าเขากำลังค้นหาอะไรอยู่“ผมไม่มั่นใจ” เขาตอบออกมาหน้าหน้าตาเฉย แล้วเดินเข้ามาใกล้ๆ เธอ“แต่ไม่ใช่คืนนี้ ถ้า...” เขาเว้นระยะในการพูดเพื่อให้เธอรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ แต่เขาก็ไม่ยอมพูดออกมาสักที จนเธอทนไม่ไหวถามเขาออกไป“ถ้าอะไรคะ”“ถ้าคุณยอมให้ผมจูบแต่โด
ตอนที่ 5 คุณแม่ก็เปลี่ยนเจ้าสาวสิคะ“ผมว่าหลังจากที่คุณออกไปกับผม หลังคาบ้านคุณต้องถล่มแน่นอน” ชรินหันมามองหน้าเขาด้วยความไม่เข้าใจ“ทำไมคุณคิดแบบนั้น” ชรินถามด้วยท่าทางไม่พอใจ เพราะเหมือนเขาจงใจที่จะให้เธอกับพี่สาวทะเลาะกัน“เปล่านี่ ผมก็แค่รู้สึกว่าพี่สาวคุณออกท่าทางจะห่วงผมมากกว่าที่คุณซึ่งเป็นคู่หมั้นของผมซะอีก” ณภัทรยังหยอกเย้าเธอไม่หยุด เหมือนมันเป็นเรื่องสนุกของเขา“คุณคิดมากเกินไปค่ะ พี่ณินจะหวงคุณทำไมคะ”“ไม่รู้สิครับ ผมอาจจะคิดมากไปก็ได้” ณภัทรยักไหล่แล้วเปิดประตูรถให้ชริน เขาผายมือเชิญเธอเข้าไปนั่งในรถด้วยท่าทางยียวน“เชิญครับ ว่าที่เจ้าสาวของผม” ชรินขึ้นรถแต่โดยดี เธอหันไปมองในบ้านก็เห็นญาณินยืนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า ณภัทรขับพาเธอออกไปจากบ้านพร้อมผิวปากอย่างคนอารมณ์ดี“กรี๊ด!” เสียงกรีดร้องดังลั่นบ้าน ญาดาเอามือปิดหูแทบไม่ทัน“โอ๊ย! หูฉันจะแตก แก่จะกรี๊ดหาพระแ
ตอนที่ 4 ค่าสินสอด 20 ล้าน“พี่พูดอะไรของพี่ ก็พี่ณินยืนยันหัวชนฝาว่ายังไงก็จะไม่แต่งงานกับเขาเป็นตายร้ายดีก็จะไม่ยอมแต่ง แล้วให้รินแต่งแทนนี่ไง รินไม่ได้เป็นคนแย่งเขามานะคะ พี่ต่างหากที่ไม่ต้องการแต่งกับเขา” ชรินหมดความอดทนในที่สุด“แล้วแม่ทำไมไม่บอกณินว่าณภัทรเขารวยแล้วก็หล่อขนาดนี้ ใครเห็นก็เป็นต้องหลง” ผู้เป็นลูกสาวหันมาแว้ดเสียงใส่ผู้เป็นแม่ญาดาที่ทั้งงงทั้งตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่จู่ ๆ ญาณินก็อาละวาดขึ้นมาอีก ทำไมความผิดมาตกอยู่ที่เธอเอาเสียได้“อ้าว! ก็แกเองที่บอกว่าไม่อยากแต่งงานกับเขา แกบอกว่าเขาเป็นไอ้หน้าจืด แม่ก็บอกแกแล้วตั้งหลายครั้งว่าคุณณภัทรทั้งหล่อ ทั้งรวย ทำไมแกถึงไม่อยากแต่งงานกับเขา”“ก็ไอ้นักสืบนั่นเอารูปใครมาให้ดูก็ไม่รู้” ญาณินตะคอกใส่ผู้เป็นมารดาอย่างหัวเสีย แล้วเดินกระแทกเท้าขึ้นไปบนบ้านทันที เธอจะทำยังไงได้ถ้าหากจะเปลี่ยนตัวเจ้าสาวตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว เธอควรที่จะเช็คอะไรให้รอบคอบม
ตอนที่ 2 เขาเป็นคู่หมั้นของรินเองณภัทรเงยหน้ามองเธอแล้วมองสิ่งที่เธอถือมา เขาเลิกคิ้วสูง ใบหน้าดูประหลาดใจ“ผมต้องการน้ำร้อน” คำพูดของเขาแทบทำให้เธออยากจะกรี๊ดให้กระจกที่ร้านร้าวไปเลย แต่ชรินก็ได้แต่ฝืนยิ้มข่มอารมณ์โมโหไว้“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” เธอหันหลังกลับเดินไปที่บาร์น้ำอีกครั้ง“พี่แก้วคะ ขอน้ำร้อน 1 แก้วค่ะ”“อ้าว! ไหนรินบอกว่าเตรียมพร้อมไว้แล้วจะได้ไม่ต้องเดินหลายรอบไง” แก้วหัวเราะอย่างขบขัน แต่ชรินไม่ขำด้วยทั้งยังทำหน้ามุ่ยใส่แก้วอีก“ผู้ชายอะไร เรื่องมากขนาดนี้” “น้ำร้อนได้แล้วค่ะ” เธอส่งยิ้มให้เขาอีกครั้ง พร้อมหันหลังกลับเตรียมตัวเดินไปรับแขกโต๊ะอื่น“เดี๋ยวก่อนครับ ผมต้องการน้ำแข็งด้วย” ชรินชะงักฝีเท้าแล้วหันมองหน้าเขาทันที“เอาน้ำแข็งมาทำอะไรคะ” เธอถามด้วยความสงสัย