Home / โรแมนติก / กลางวันมีฉัน กลางคืนมีเธอ / บทที่ 2 การทักทายของเพื่อนข้างห้อง (1)

Share

บทที่ 2 การทักทายของเพื่อนข้างห้อง (1)

Author: Mamaya Writer
last update Huling Na-update: 2025-11-26 09:45:13

บทที่ 2

การทักทายของเพื่อนข้างห้อง

เช้าวันก่อนเปิดภาคเรียนฤดูใบไม้ผลิ

แอลลี่ที่นอนไม่เต็มอิ่มจากเสียงที่รบกวนมาหลายวันแม้พยายามเปิดเสียงเข้าสู้แล้วก็ตาม เธอควรจะเดินไปเคาะประตูแล้วบอกพวกเขาดีหรือไม่ว่าทำ...กระแทก...หรืองดใช้เสียงดังในพื้นที่ส่วนรวม ให้ตายสินี่มันแย่มาก แถมกำแพงหอพักก็บางจนรับรู้ทุกอย่างที่ข้างห้องทำกิจกรรม

เช้าวันนี้หญิงสาวมีนัดอบรมคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาและรับ

หนังสือเรียนก่อนที่จะเริ่มเรียนในวันพรุ่งนี้

“โชคดีจริง เราอยู่คลาสเดียวกัน” เสียงของชายหนุ่มเอ่ยทักขึ้นขณะเดินเข้ามาหาหญิงสาว

แอลลี่มองด้วยความตกใจแต่ก็ทำเป็นว่าไม่เห็น ใช่แล้ว...ไม่อยากจะคุยเลยในเมื่อผู้ชายเจ้าของเสียงคือ เพื่อนข้างห้องที่ทำให้เธอไม่ได้นอนมาหลายคืน

“ฉันชื่อ เมอร์สัน เชน ยินดีที่ได้รู้จัก” ชายหนุ่มแนะนำตัวอย่างเป็นมิตรพลางยิ้มหวานให้หญิงสาว ทว่าแอลลี่กลับมองด้วยสายตาเย็นชาและเดินจากไปทันที เขารู้สึกน้อยใจแต่ก็รีบเดินตามหญิงสาวไปในทันที

“เออ เธอโกรธผมใช่ไหม”

แอลลี่ยังคงทำเมินและไม่สนใจ

เมอร์สันเดินมาดักหน้าและพูด  “โอเค ผมขอโทษ”

เธอถอนหายใจ และสบตาตาอีกฝ่าย “เรื่องอะไร?”

“ก็เรื่องที่...ทำเสียงดังจนคุณรำคาญ”

บ้าเถอะ !

เขาพูดออกมาแบบหน้าไม่อายได้อย่างไร ถึงแม้ว่าเธอจะชินกับบทสนทนาเวลาเพื่อคุยเรื่องบนเตียงมากแค่ไหนก็ตาม

“รู้ตัวก็ดี” แอลลี่พูดก่อนจะเดินชนชายหนุ่มหนีไป ทว่าเมอร์สันกลับไม่ยอมท้อต่อความพยายามที่จะสนิทกับหญิงสาว เขารีบวิ่งตามมาอยู่ข้าง ๆ เธอ

“คุณกำลังจะไปกินข้าวใช่ไหม ผมไปเป็นเพื่อนไหม แน่นอนว่าผมจะแนะนำร้านอาหารอร่อย ๆ ให้ รับรองคุณต้องชอบ...” แอลลี่ถอนหายใจพลางเหลือบมองชายหนุ่มที่พูดไม่หยุดจนกระทั่งเดินออกมาทางประตูหลังของมหา’ลัยฝั่งหอพักในของนักศึกษาจีน

เมื่อเดินผ่านประตูออกไปด้านนอกชายหนุ่มถือวิสาสะลากเธอไปยังร้านอาหารในซอย

แอลลี่ยืนอยู่หน้าร้านอาหารหม้อไฟที่คนไม่ค่อยมี อาจเพราะอยู่ในซอยลึก

“ร้านนี้ซุปหม่าล่าอร่อยมาก” เมอร์สันพูดก่อนจะดึงมือของเธอเดินเข้าไปในร้าน เขาลากเธอเดินขึ้นมายังชั้น 2 ของร้านที่มีนักศึกษานั่งรับประทานอาหารอยู่มาพอสมควร ที่แรกเธอคิดว่าร้านนี้จะไม่มีคนกินซะอีก

“ด้านล่างเป็นแบบจาน ไม่ใช่หม้อไฟแบบข้างบน” เขาอธิบาย

แอลลี่เหลือบมองเขาที่ยิ้มให้ก่อนจะกวาดสายตาหาโต๊ะที่วางเพื่อนั่ง เมอร์สันเดินนำไปนั่งที่มุมหน้าต่างด้านในที่เขาชอบมาเป็นประจำ ขณะที่เธอและป้าเจ้าของร้านเดินเข้ามา

“ต้องการซุปแบบไหน” ป้าเจ้าของร้านถามเป็นภาษาจีนสำเนียงพื้น ๆ ที่ไม่ใช่จีนกลางนัก แอลลี่ฟังพอออกแต่ก็ยังไม่ค่อยชินกับการพูดภาษาจีนพื้นเมืองของที่นี่เท่าไหร่

“คุณชอบเผ็ดไหม หรือว่าแบบไม่เผ็ด หรือเผ็ดน้อย” เขาหันมาถามเธอ

“ซุปแบบเผ็ดน้อย” แอลลี่หันไปตอบป้าเจ้าของร้านก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหยิบจานและเริ่มหยิบเนื้อเสี่ยบไม้ และผักใส่ถาดที่ถือมาด้วย

เมอร์สันมองเธอแล้วยิ้มออกมา เขาชอบใบหน้าที่บูดบึ้งและไม่เป็นมิตรเสียจริง ชายหนุ่มเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่กำลังเลือกหยิบอาหารใส่ถาดอยู่ “คุณต้องใส่พริกไปด้วย และต้นหอม” เขาแนะนำ

“ไม่ ฉันไม่ชอบ” เธอตอบและเดินกลับมาที่โต๊ะ ชายหนุ่มหัวเราะแล้วเลือกอาหารก่อนเดินกลับมาที่โต๊ะพอดีกลับที่หม้อส่วนตัวของทั้งคู่มาเสิร์ฟตรงหน้า

แอลลี่ทำเป็นว่ากำลังนั่งรับประทานอาหารคนเดียว โดยไม่คิดจะเอ่ยบทสนทนาหรือกระชับความสัมพันธ์กับชายหนุ่มตรงหน้า ตรงกันข้ามเมอร์สันกลับเอาแต่พูดไม่หยุด

“คืนนั้นคุณดูเรื่องอะไรเหรอ?”

อยู่ ๆ เขาก็เปลี่ยนเรื่องและถามขึ้น แอลลี่งุนงงเล็กน้อยพลางนึกถึงเรื่องที่เขาต้องการคำตอบ

เธอขมวดคิ้วเข้าหากัน “คุณหมายถึงอะไร”

“ก็คืนนั้นที่ผม...ได้ยินคุณเปิดซีรีย์ อืม...ภาพยนตร์สยองขวัญ” ชายหนุ่มพูดพลางทำท่ากรุ่นคิด “เรื่องที่เสียงกรีดร้องทะลุกำแพงห้อง เมื่อวานก็เสียงต่อสู้สงครามข้ามห้อง...”

แอลลี่ก้มหน้านิ่งไม่ใช่เพราะอายแต่กำลังโกรธจนอยากจะเอาน้ำซุปเดือด ๆ ราดใส่หน้าเขา

หน้าไม่อาย ผู้ชายคนนี้หน้าไม่อาย พูดออกมาได้ง่าย ๆ ทั้งที่ตัวเองเป็นคนทำเสียงน่ารำคาญจนกำแพงห้องเธอจะพังด้วยซ้ำไป !

เมอร์สันรู้สึกเหมือนว่าตัวเขากำลังทำอะไรบางอย่างพลาดไป แน่นอนว่าความเป็นมิตรและนิสัยเจ้าชู้ของเขาทำให้เข้าหาผู้หญิงที่สนใจ

“ผมคงพูดเยอะไป...”

แอลลี่จ้องมองด้วยสายตาที่ไม่พอใจขณะที่ก้มกินโดยไม่ปริปากพูดอะไรมากมา

หลังรับประทานอาหารเสร็จ หญิงสาวก็ลุกขึ้นไปชำระเงินแล้วเดินออกจากร้านไปในทันที เมอร์สันที่นั่งกินยังไม่เสร็จต้องหยุดชะงักลงและจ่ายเงินก่อนจะรีบเดินตามเธอออกไป

ดูเหมือนว่าเขาจะทำพลาดไปมาก กับการเข้าหาหญิงสาวที่ถูกชะตาด้วยซะแล้ว...

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • กลางวันมีฉัน กลางคืนมีเธอ   บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายเสียงระฆังวิวาห์ยังคงดังก้องในความทรงจำ งานแต่งที่อบอวลด้วยสีมงคล เสียงหัวเราะ และคำอวยพรจากผู้คน รอบตัวเต็มไปด้วยโคมแดงและริบบิ้นผูกปมคู่ที่สื่อถึงความผูกพันนิรันดร์ฤดูกาลได้เปลี่ยนฝันไปจนตอนนี้ผ่านมาแล้วสามปีเมื่อสองปีก่อนแอลลี่ได้ลาออกจากงานประจำหลังจากที่รู้ว่าตัวเองนั้นกำลังตั้งครรภ์เธอได้ใช้เวลากับการดูแลเจ้าตัวเล็กที่กำลังเกิดมาพร้อมกับเริ่มเข้ามาเรียนรู้เพื่อช่วยธุรกิจของเมอร์สันอย่างเต็มตัวแสงอาทิตย์ยามเช้าสีทองในวันนี้ส่องลอดผ้าม่านเข้ามาอาบบนผ้าปูที่นอน แอลลี่ค่อย ๆ ลืมตา รู้สึกถึงอ้อมแขนอุ่นที่โอบรัดเธอจากด้านหลัง เมอร์สันขยับเล็กน้อย เขาซุกหน้าเข้ากับซอกคอเธออย่างเคยแอลลี่ขยับตัวพลิกหันไปมองเมอร์สัน ปลายจมูกของทั้งคู่เฉียดใกล้จนลมหายใจอุ่นปะทะกัน เขาจะโน้มหน้าลงมาใกล้รอยยิ้มเริ่มผุดขึ้นบนริมฝีปาก แต่ยังไม่ทันได้จุมพิต เสียงเล็ก ๆ ใสแหลมก็ดังขึ้นมาราวกับลูกศรพุ่งปักกลางใจทั้งคู่“หม่าม้าาาาา! ปะป๊าาา!”แอลลี่สะดุ้งผละออกแทบจะทันที ใบหน้าแดงจัดราวกับถูกจับได้ว่าทำความผิด เมื่อลูกสาวตัวน้อยวัยขวบกว่าในชุดนอนลายหมีน้อยกำลังก้าวเตาะแตะเข้ามาแก้มกลมสีชมพู ดวงตาก

  • กลางวันมีฉัน กลางคืนมีเธอ   บทที่ 18 เมือง S ที่แสนอบอุ่น

    บทที่ 18 เมือง S ที่แสนอบอุ่นหลายเดือนต่อมาฤดูการเปลี่ยนฝันไป เป็นเวลาหนึ่งปีกว่าแล้วที่เธอได้มาใช้ชีวิตอยู่ที่เมือง S หลังจากยื่นสมัครงานอยู่หลายบริษัท ไม่นานนักบริษัทแห่งหนึ่งก็เรียกสัมภาษณ์ทันทีสัมภาษณ์ที่ควรจะลุ้นกลับผ่านไปง่ายดายอย่างไม่น่าเชื่อ คำถามไม่กี่ข้อ เวลาไม่นานเกินห้านาที ราวกับว่าจัดทำทุกอย่างเป็นพิธีการที่จัดขึ้นพอให้ครบขั้นตอนความตั้งใจที่จะกลับบ้านในตอนแรกต้องเปลี่ยนไป แอลลี่โทรกลับไปคุยกับครอบครัว เล่าให้ฟังถึงความเป็นอยู่ รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเมอร์สันอย่างตรงไปตรงมาเธอบอกพวกเขาว่าตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงทดลองงานที่บริษัทแห่งหนึ่งในเมือง S และหากผ่าน เธอคิดจะทำงานที่นี่ต่อไปก่อน โดยยังไม่มีแผนจะย้ายกลับไปทำงานใกล้บ้านในเร็ววันในช่วงทดลองงานเธอทำงานอย่างตั้งใจจนเกินร้อย ทั้งเรียนรู้ ทั้งปรับตัว เธอได้เพื่อนร่วมงานดี ๆ หลายคน และได้รับคำชมมากกว่าที่คาดหวังไว้ จนกระทั่งครบกำหนดเธอก็ได้เซ็นสัญญาเป็นพนักงานประจำเย็นวันหนึ่ง ใกล้เวลาเลิกงาน แอลลี่ที่ทำงานเสร็จเรียบร้อยเตรียมตัวปิดคอมพิวเตอร์ จัดเรียงเอกสารบนโต๊ะให้เข้าที ก่อนจะเดินนำเอกสารที่ต้องให้เจ้านา

  • กลางวันมีฉัน กลางคืนมีเธอ   บทที่ 17 ค่ำคืนคริสต์มาสอันแสนหวาน (2)

    บทที่ 17ค่ำคืนคริสต์มาสอันแสนหวาน (2)เมอร์สันพาแอลลี่เดินต่อไปจนกระทั่งเสียงความครึกครื้นของงานเทศกาลเริ่มเลือนหาย เหลือเพียงเสียงลมพัดและกลิ่นแม่น้ำลอยมาตามลมซุ้มไฟเหนือหัวค่อย ๆ ลดจำนวนลง แต่แสงจากอีกฟากหนึ่งกลับชัดขึ้นทุกทีแอลลี่หยุดกะพริบตาเมื่อเห็นวิวเบื้องหน้าแม่น้ำขนาดใหญ่ทอดยาว มีสะพานโค้งประดับไฟสีทองทอประกายอยู่ไกล ๆเรือขนาดกลางลำหนึ่งจอดอยู่ริมท่า ประดับด้วยไฟสีทองตลอดขอบเรือ แสงสะท้อนบนผิวน้ำวิบวับราวกับหิ่งห้อยนับพันมีเพียงเรือแค่ลำเดียว—และไร้ผู้โดยสารคนอื่นแอลลี่เผลออ้าปากเล็กน้อย“สวยจัง…”เมอร์สันมองสีหน้าตื่นตาของเธอแล้วหัวใจก็อ่อนลงทันที“ดีใจที่เธอชอบ” เมอร์สันยื่นมือออกมา “ไปกันเถอะ”แอลลี่รู้ดีว่าไม่ควรปฏิเสธช่วงเวลานี้ เธอตอบรับและยื่นมือไปจับมือเขาเมื่อขึ้นเรือมา ลมเย็นพัดผ่านผิวน้ำส่งเสียงกระทบตัวเรือเบา ๆ เบื้องหน้าเป็นแม่น้ำส่องแสงสะท้อนจากเมืองทั้งเมือง ตึกสูงเรียงรายเป็นแถบ ราวกับกำแพงกระจกที่ส่องประกายอยู่ในค่ำคืนคริสต์มาสเรือลอยไปอย่างช้า ๆ ผ่านแสงไฟที่พร่างพราวเหมือนกลิตเตอร์บนผิวน้ำ เมื่อพ้นโค้งแม่น้ำ ลมพัดทุกรายละเอียดบนผิวน้ำให้ระยิบระยับ ไฟ

  • กลางวันมีฉัน กลางคืนมีเธอ   บทที่ 16 ค่ำคืนคริสต์มาสอันแสนหวาน (1)

    บทที่ 16ค่ำคืนคริสต์มาสอันแสนหวาน (1)คืนวันคริสต์มาส…อากาศหนาวจัดลงกว่าเดิมจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว แอลลี่ก้าวลงจากรถเมล์ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปตามพิกัดที่เมอร์สันส่งมาให้สถานที่ท่องเที่ยวภายในเมืองถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟของเทศกาลคริสต์มาสระยิบระยับ ริมทางเต็มไปด้วยต้นสนประดับโบว์สีแดงและไฟกะพริบสลับจังหวะ ผู้คนพากันสวมโค้ทหนาเดินจับมือ ถ่ายรูป หรือยืนซดโกโก้อุ่นจากร้านค้าข้างทาง เสียงเพลงคริสต์มาสคลอเบา ๆ ตามถนนตลอดทาง ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขในยามค่ำคืนบริเวณลานกลางเมืองหน้าห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่เต็มไปด้วยผู้คนที่ออกมาเฉลิมฉลอง บางกลุ่มยืนถ่ายรูปกับต้นคริสต์มาสสูงตระหง่านที่ตั้งโดดเด่นอยู่กลางลาน ตกแต่งด้วยโคมไฟสีส้มอ่อนและริบบิ้นสีแดงใหญ่ เสียงหัวเราะและการพูดคุยดังปะปนกันจนอบอุ่นกว่าลมหนาวแอลลี่หยุดยืนมองภาพบรรยากาศตรงหน้า และในตอนนั้นเอง…เสียงคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง“แอลลี่!”เธอหันกลับไป เห็นเมอร์สันเดินเร็วเข้ามาหาในชุดโค้ทสีดำ ตามด้วยผ้าพันคอสีเข้มที่เข้ากันจนดูสุภาพกว่าทุกวัน แก้มของเขาขึ้นสีจาง ๆ จากลมหนาว“ขอโทษที่ให้รอ เธอมาถึงนานหรือยัง”แอลลี่ส่ายหน้าพลางส่งสา

  • กลางวันมีฉัน กลางคืนมีเธอ   บทที่ 15 ฤดูหนาวอันแสนอบอุ่น

    บทที่ 15ฤดูหนาวอันแสนอบอุ่นลมหนาวกลางฤดูมาเยือน พัดผ่านระเบียงอพาร์ตเมนต์ เสียงลมเสียดผ่านกระจกดังแผ่วที่รายล้อมไปด้วยความเงียบสงบแอลลี่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานในห้องนั่งเล่น กำลังจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดไฟล์เรซูเม่ค้างอยู่ ด้านข้างคือแก้วชาร้อนที่เริ่มมีไอน้ำเกาะผิวแก้ว พลางยกมือขึ้นนวดขมับเบา ๆ ความคิดวนเวียนเรื่องงานที่กำลังจะยื่นสมัครเธอใกล้เรียนจบคลาสภาษาแล้ว ถึงเวลาต้องหางานให้ได้ ไม่ว่าจะเมืองไหน ไม่ว่าจะบริษัทอะไร ขอเพียงเป็นงานที่เริ่มต้นที่ประเทศนี้ได้ก็พอแต่ช่วงนี้…ผู้หางานมากขึ้นกว่าปีก่อนเป็นเท่าตัว ทำให้เธอต้องเตรียมใจไว้ล่วงหน้าเพราะอาจจะว่างงานไปอีกสักพักเสียงประตูเปิดดังขึ้น เมอร์สันเดินเข้ามาในชุดเสื้อโค้ทสีเข้ม ผมที่โดนลมหนาวพัดจนฟูเล็กน้อย เขาถอดผ้าพันคอออกแขวนไว้แล้วเดินเข้ามาหาหญิงสาว“กำลังยื่นสมัครงานอยู่เหรอ” เมอร์สันเดินเข้ามาหาแอลลี่ที่ทำหน้าเครียดอยู่“ใช่ ฉันยื่นไปแล้วหลายที่แต่ยังไม่มีที่ไหนตอบกลับมาเลย”แอลลี่รู้สึกเป็นกังวลเพราะเธอยังต้องใช้เงินเก็บดำรงชีวิตอยู่ ถึงค่าเช่าห้องจะไม่แพงตามที่เมอร์สันเคยบอกแต่ทว่าเงินค่ากิน และค่าใช้จ่ายจิปาถะคงจะอยู

  • กลางวันมีฉัน กลางคืนมีเธอ   บทที่ 14 ข้างห้องที่ไม่มีอยู่จริง (2)

    บทที่ 14ข้างห้องที่ไม่มีอยู่จริง (2)สองวันต่อมา...ในช่วงสายของวันผู้ดูแลได้เดินมาที่ห้องของเธอเพื่อตรวจสอบสภาพห้อง แอลลี่ลากกระเป๋าทั้งหมดออกมาไว้ข้างนอก ก่อนจะรอตรวจเช็กห้องหลังจากทำการตรวจเช็กห้องเรียบร้อยแล้ว เธอยื่นกุญแจห้องคืนให้พร้อมลงชื่อในเอกสารตรวจสภาพห้องเมื่อผู้ดูแลยืนยันว่าเรียบร้อยดีและดำเนินการโอนเงินประกันคืนให้ทันที แอลลี่ก็โค้งขอบคุณแล้วหันหลังเดินออกมาหญิงสาวขนของเข้าในลิฟต์แล้วลงมาชั้นล่าง ทันทีที่ออกมาถึงหน้าตึก เธอก็เห็นเมอร์สันยืนรออยู่แล้วครั้นเห็นแอลลี่เดินออกมาเขาก็รีบก้าวเข้ามาหารวดเร็วกว่าเดิม สายตาที่กวาดมองกระเป๋ากองเล็กของเธอดูจะทั้งโล่งใจและตื่นเต้นปนกัน“เสร็จแล้วเหรอ” เขาถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น“ใช่แล้ว วันนี้ไม่มีคนย้ายออกเลยเร็วน่ะ”แอลลี่พูดพลางขยับกระเป๋าที่อยู่ในมือเพราะเริ่มหนัก เมอร์สันจึงเดินเข้ามาหาและช่วยเธอขนในทันที“ผมช่วยนะ เพราะเราต้องเดินไปอีกนิดหน่อย ผมจอดรถไว้ค่อนข้างไกล”หญิงสาวไม่ปฏิเสธน้ำใจของอีกฝ่ายเพราะเธอไม่สามารถเดินถือไปเองคนเดียวหมดจริง ๆ ขนาดแค่ขนของลงมายังชั้นล่างใช้แรงแทบจะหมดแอลลี่ไม่คิดเลยว่าจะมีสัมภาระเพิ่มขึ้นขนาด

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status