กลางวันมีฉัน กลางคืนมีเธอ

กลางวันมีฉัน กลางคืนมีเธอ

last updateDernière mise à jour : 2026-01-03
Par:  Mamaya WriterEn cours
Langue: Thai
goodnovel4goodnovel
Notes insuffisantes
20Chapitres
235Vues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

แอลลี่ หลิน ผู้หญิงที่เคยต้องเผชิญกับปัญหากับโลกสองใบจากคนรัก ได้เลือกทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังและเริ่มต้นใหม่ในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เธอเพียงต้องการความสงบ…แต่กลับได้พบกับ เมอร์สัน เชน เพื่อนข้างห้องที่ “ขโมยจูบแรกแบบไม่ทันตั้งตัว” ไปอย่างหน้าด้าน ๆ แถมยามค่ำคืนกิจกรรมพิเศษของเขาก็ดังทะลุกำแพงจนทำให้เธอนอนไม่หลับ ทว่าความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากเสียงรบกวนและความหงุดหงิด กลับค่อย ๆ เติบโตจนกลายเป็นความใกล้ชิดที่อันตรายต่อหัวใจ ความวุ่นวายที่เธอพยายามหลีกหนี กลับเป็นสิ่งที่เยียวยาบาดแผลในใจทีละน้อยโดยที่เธอไม่ทันรู้ตัว ท่ามกลางฤดูใบไม้ผลิที่กำลังผลิบาน ความรักครั้งใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในเมืองแห่งนี้…

Voir plus

Chapitre 1

บทนำ

นิยายเรื่องนี้เป็นผลงานที่เกิดจากจินตนาการของผู้เขียน เนื้อเรื่อง สถานที่ และตัวละครทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องสมมติ มิได้มีอยู่จริง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หากเนื้อหามีส่วนใดสอดคล้องกับบุคคล เหตุการณ์ หรือสถานที่จริง ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

บทนำ

         

เสียงพูดคุยตลอดระยะทางตั้งแต่เดินออกจากอาคารสนามบิน ดวงตากลมสุกใสฉายแววส่องประกายครั้นมองไปยังเบื้องหน้า รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นขณะที่เท้าหยุดก้าว เธอมีความสุขที่ได้มายังเมือง S ตามความฝันที่เคยวาดไว้

“แอลลี่ หลิน” ก้มหน้ากดโทรศัพท์ก่อนชะเง้อคอมองรถแท็กซี่ผ่านไปหลายคัน ทว่าไม่ใช่ของเธอ รอจนเกือบห้านาทีจึงก้มหน้าดูพิกัดที่จอโทรศัพท์อีกครั้ง เธอรีบลากกระเป๋าใบใหญ่ข้างตัวเดินย้อนขึ้นไปหาแท็กซี่ที่ตนเรียกมาทันที

          ระยะทางจากสนามบินมาจนถึงหน้ามหาวิทยาลัยค่อนข้างไกล ระหว่างทางสายตาของเธอจับจ้องอยู่ด้านนอกหน้าต่างแต่ว่าคนขับจะคอยชวนพูดคุยไถ่ถามบ้างก็ตาม กระทั่งรถแท็กซี่จอดอยู่หน้ามหาวิทยาลัยแล้ว หญิงสาวลงจากรถและขนสัมภาระเดินเข้าไปข้างใน

มหา’ลัยแสนกว้างใหญ่ ผู้คนก็เยอะล้นหลามด้วยเช่นกัน หญิงสาวลากกระเป๋าเดินทางทั้งสองใบไปตามทาง ขณะที่สายตากวาดมองหาตึกยังจุดหมาย

แอลลี่ยังไม่คุ้นชินจึงเดินแวะถามผู้คนที่เดินผ่านว่า “หอพักนักศึกษาต่างชาติไปทางไหนคะ ?”

หญิงสาวพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางที่อีกฝ่ายกำลังบอก เธอพยักหน้าเข้าใจและพูดว่า “ขอบคุณค่ะ”

สองเท้าสาวเดินไปจนกระทั่งหยุดอยู่หน้าตึกสูงยี่สิบชั้น เธอแหงนหน้ามองพลางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก นึกว่าจะต้องเดินทั่วมหา’ลัยซะแล้ว

          แอลลี่เติบโตในต่างประเทศเพราะพ่อของเธอต้องทำงานที่นั่นหลายปี จนได้พบและแต่งงานกับแม่ซึ่งเป็นคนสัญชาติเดียวกัน ก่อนที่ทั้งคู่จะกลับมาใช้ชีวิตในบ้านเกิดของพ่อช่วงบั้นปลายชีวิต อันที่จริง เธอเกิดในประเทศนี้ แต่ย้ายไปต่างประเทศตั้งแต่ยังเล็กและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเกือบทั้งหมด จนกระทั่งได้ทำงานหลังเรียนจบ ชีวิตของเธอจึงผูกพันกับเมืองต่างแดนมากกว่าบ้านเกิดเสียอีก

ดังนั้นเธอจึงทำงานอยู่ต่างประเทศมาตลอดแต่ก็ตัดสินใจออกจากงานและมาเรียนภาษาที่เมือง S เมืองที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบ้านเกิดของพ่อหรือแม่เลย เพียงเพราะในตอนนี้... เธอแค่อยากหนีออกจากคนที่เคยรู้จักกัน...

หญิงสาวเดินเข้ามาในหอพักรายงานตัวกับผู้ดูแลหอก่อนที่จะขึ้นมาที่ห้อง เสียงหัวเราะดังขึ้นมาจากชั้นล่างทำให้อดคิดไม่ได้ว่าที่นี่คงจะน่าสนุกมาก ๆ แอลลี่เดินเข้ามาภายในห้องพัก เธอเลือกที่จะอยู่คนเดียวเพราะกลัวว่าจะได้รูมเมทที่ไม่เป็นมิตร

นี่ก็เย็นมากแล้ว หญิงสาวลากกระเป๋ามาวางข้างเตียงพลางส่งเสียถอนหายใจออกมา เธอเอื้อมมือหยิบรีโมตเปิดแอร์ร้อนคลายอากาศเย็นภายในห้อง ก่อนจะถอดเสื้อหนาวตัวนอกออก

แอลลี่จัดเก็บของจากกระเป๋าใส่ตามชั้นวางและตู้เสื้อผ้าจนเสร็จ ก่อนจะนั่งลงที่ปลายเตียง เธอเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนเตียงเปิดดูเวลาก่อนจะขยับตัวลุกขึ้น แน่นอนว่าท้องก็เริ่มประท้วงความหิวออกมา—หญิงสาวจึงตัดสินใจเดินออกจากห้องมายังใต้หอพักนักศึกษาแล้วเดินกลับขึ้นมา

ของบางส่วนได้ถูกจัดเก็บเข้าตู้ เธอจึงพักเพื่อรับประทานอาหารเย็นก่อนจะนั่งเล่นโทรศัพท์กระทั่งเกือบสามทุ่ม ทันใดนั้นเสียงดังมาจากด้านนอกห้องเธอจึงเอี่ยวหูฟังภาษาต่างชาติที่ไม่คุ้นเคย แม้จะฟังไม่ออกก็ตามแต่เพราะว่าดังมากจนทำให้เกิดความรำคาญขึ้น

แอลลี่ผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะจัดเก็บของและหยิบเสื้อผ้าเข้าอาบน้ำ หลังจากนั้นเธอออกมานอนกลิ้งบนเตียงจนกระทั่งข้อความเด้งขึ้นผ่านหน้าจอ ดวงตากลมไหวสั่นระริกเพียงชั่ววูบก็หายไป

...หายโกรธผมเถอะนะ ผมคิดถึงเธอ...

นิ้วเรียวนิ่งค้างไม่กล้ากดพิมพ์ตอบในทันที

ควรจะตอบเขากลับไปหรือว่าทำเป็นมองไม่เห็นข้อความนี้ดี  ?

หญิงสาวรู้สึกลังเลและหวั่นไหวที่จะตอบกลับแม้อีกฝ่ายจะทักมาเหมือนกับว่าความสัมพันธ์ยังคงอยู่...แม้ไม่มีการบอกเลิก แต่ทุกการกระทำมันชัดเจนอยู่แล้ว

สำหรับเธอมันยากมากที่จะทำใจคุยกับเขา

ไม่ตอบน่าจะดีกว่า

แอลลี่คิดได้ดังนั้นจึงกดเข้าและปิดการแจ้งเตือนรับข้อความจากอีกฝ่ายทันที — หนึ่งในความคิดที่ตัดสินใจหนีออกมาคือไม่อยากพบหน้าเขา ไม่คิดว่าจะทำใจได้กับแฟนเก่าที่คบมาหลายปีจนเคยเผลอคิดว่าอยากจะแต่งงานด้วยกัน กระทั่งวันหนึ่งมีผู้หญิงคนหนึ่งมาบอกเธอว่า เขาทำหล่อนท้อง

ทุกอย่างบนโลกแทบหยุดหมุน เขาเพียงแค่พูดว่า “มันก็แค่ความผิดพลาดและเด็กในท้องอาจไม่ใช่ลูกผม หลังเธอคลอดเราจะตรวจดีเอ็นเอกัน  แอลลี่ผมรักเพียงแค่คุณคนเดียว คุณคือคนที่ผมจะแต่งงานด้วยนะ”

ในตอนแรกที่ยังทำใจไม่ได้เธอตั้งใจจะรอผลตรวจดีเอ็นเอ รวมทั้งภาวนาให้เด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขา แล้วทุกอย่างอาจจะกลับเป็นเหมือนเดิม แต่นั่นก็เป็นการหลอกตัวเอง

สุดท้ายแล้วการนอกใจ ก็คือนอกใจ

หญิงสาวถอนหายใจออกมาพลันคิดถึงความทรงจำที่ลืมไม่ลง...กว่าที่จะทำใจออกจากงาน ออกจากผู้ชายเลวได้ เธอก็ใช้ระยะเวลาหลายเดือนเพื่อถอยออกมา จนตอนนี้ความรัก ความเสียใจ ความผิดหวัง กลายเป็นบาดแผลที่รอวันเยียวยา

ก๊อก ๆ ก๊อก

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น แอลลี่ขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงพลางเอี่ยวหูฟังอีกครั้งหนึ่งให้แน่ใจว่าใช่ห้องของเธอหรือไม่

และ...ใช่ มีคนเคาะห้อง

หญิงสาวลงจากเตียงเดินไปเปิดประตู ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยปากถามร่างสูงตรงหน้าก็โผเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แอลลี่ยืนแข็งถือทำอะไรไม่ถูกเมื่อถูกริมฝีปากของเขาจุมพิตอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้รู้สึกลุ่มหลงหรือคล้อยตามเพราะ...เขาคือใครกัน ?!

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
20
บทนำ
นิยายเรื่องนี้เป็นผลงานที่เกิดจากจินตนาการของผู้เขียน เนื้อเรื่อง สถานที่ และตัวละครทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องสมมติ มิได้มีอยู่จริง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หากเนื้อหามีส่วนใดสอดคล้องกับบุคคล เหตุการณ์ หรือสถานที่จริง ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะบทนำเสียงพูดคุยตลอดระยะทางตั้งแต่เดินออกจากอาคารสนามบิน ดวงตากลมสุกใสฉายแววส่องประกายครั้นมองไปยังเบื้องหน้า รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นขณะที่เท้าหยุดก้าว เธอมีความสุขที่ได้มายังเมือง S ตามความฝันที่เคยวาดไว้“แอลลี่ หลิน” ก้มหน้ากดโทรศัพท์ก่อนชะเง้อคอมองรถแท็กซี่ผ่านไปหลายคัน ทว่าไม่ใช่ของเธอ รอจนเกือบห้านาทีจึงก้มหน้าดูพิกัดที่จอโทรศัพท์อีกครั้ง เธอรีบลากกระเป๋าใบใหญ่ข้างตัวเดินย้อนขึ้นไปหาแท็กซี่ที่ตนเรียกมาทันที ระยะทางจากสนามบินมาจนถึงหน้ามหาวิทยาลัยค่อนข้างไกล ระหว่างทางสายตาของเธอจับจ้องอยู่ด้านนอกหน้าต่างแต่ว่าคนขับจะคอยชวนพูดคุยไถ่ถามบ้างก็ตาม กระทั่งรถแท็กซี่จอดอยู่หน้ามหาวิทยาลัยแล้ว หญิงสาวลงจากรถและขนสัมภาระเดินเข้าไปข้างในมหา’ลัยแสนกว้างใหญ่ ผู้คนก็เยอะล้นหลามด้วยเช่นกัน หญิงสาวลากกระเป๋าเดินทางทั้งสองใบไปตามทาง ขณะที่สายตากวาดมอง
Read More
บทที่ 1 กิจกรรมที่รบกวนการนอน
บทที่ 1 กิจกรรมที่รบกวนการนอน“ขอต้อนรับนักเรียนทุกคนสู่มหาวิทยาลัย S….”ดวงตากลมโตของหญิงสาวจับจ้องไปยังเบื้องหน้าบนเวทีกับการกล่าวเปิดปฐมนิเทศของมหาวิทยาลัยในกลุ่มนักศึกษาต่างชาติที่มาศึกษาภาษาที่นี่ ผู้คนที่นั่งอยู่ก็ต่างจับจ้องมองกระทั่งมีกิจกรรมที่บางคนถูกเรียกขึ้นไปเข้าร่วม—เสียงหัวเราะและเสียงกรี๊ดก็ดังลั่นไปทั่วแอลลี่หัวเราะและยิ้มออกมา คนที่นี่หลายเชื้อชาติมากมายแต่พวกเขาก็ดูเป็นมิตร หลังจากการปฐมนิเทศเสร็จสิ้นทุกคนก็ต่างทยอยกันออกจากห้องโถง แอลลี่มองไปรอบ ๆ เพราะว่าเธอไม่กล้าจะเดินเข้าไปทักทายสักเท่าไหร่จึงตัดสินใจเดินออกมาเพียงลำพัง วันนี้ก็ว่างอีกเช่นเคยหลังจากปฐมนิเทศแล้ว กว่าจะเริ่มเรียนก็อีกสามวันข้างหน้า เธอยังมีเวลาที่จะปรับตัวและทำความรู้จักกับที่นี่บ้าง“เออ...ขอโทษนะ เธอเป็นนักศึกษาใช่ไหม”เสียงหวานเล็ก ๆ เอ่ยถามแอลลี่ขึ้นจากทางด้านหลังเธอหันไปมองพินิจหญิงตรงหน้า โดยตอบปัดไป “ไม่ใช่ ฉันเป็นนักเรียนต่างชาติเหมือนกัน”“ว้าว !” หล่อนร้องอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ “แต่เธอเหมือน...”“ทุกคนก็บอกแบบนั้น” แอลลี่กล่าวพลางยิ้มตอบ“ขอโทษนะ ฉันคิดว่าเธอเป็นนักศึกษาที่มางาน
Read More
บทที่ 2 การทักทายของเพื่อนข้างห้อง (1)
บทที่ 2 การทักทายของเพื่อนข้างห้องเช้าวันก่อนเปิดภาคเรียนฤดูใบไม้ผลิแอลลี่ที่นอนไม่เต็มอิ่มจากเสียงที่รบกวนมาหลายวันแม้พยายามเปิดเสียงเข้าสู้แล้วก็ตาม เธอควรจะเดินไปเคาะประตูแล้วบอกพวกเขาดีหรือไม่ว่าทำ...กระแทก...หรืองดใช้เสียงดังในพื้นที่ส่วนรวม ให้ตายสินี่มันแย่มาก แถมกำแพงหอพักก็บางจนรับรู้ทุกอย่างที่ข้างห้องทำกิจกรรมเช้าวันนี้หญิงสาวมีนัดอบรมคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาและรับหนังสือเรียนก่อนที่จะเริ่มเรียนในวันพรุ่งนี้“โชคดีจริง เราอยู่คลาสเดียวกัน” เสียงของชายหนุ่มเอ่ยทักขึ้นขณะเดินเข้ามาหาหญิงสาวแอลลี่มองด้วยความตกใจแต่ก็ทำเป็นว่าไม่เห็น ใช่แล้ว...ไม่อยากจะคุยเลยในเมื่อผู้ชายเจ้าของเสียงคือ เพื่อนข้างห้องที่ทำให้เธอไม่ได้นอนมาหลายคืน“ฉันชื่อ เมอร์สัน เชน ยินดีที่ได้รู้จัก” ชายหนุ่มแนะนำตัวอย่างเป็นมิตรพลางยิ้มหวานให้หญิงสาว ทว่าแอลลี่กลับมองด้วยสายตาเย็นชาและเดินจากไปทันที เขารู้สึกน้อยใจแต่ก็รีบเดินตามหญิงสาวไปในทันที“เออ เธอโกรธผมใช่ไหม”แอลลี่ยังคงทำเมินและไม่สนใจเมอร์สันเดินมาดักหน้าและพูด “โอเค ผมขอโทษ”เธอถอนหายใจ และสบตาตาอีกฝ่าย “เรื่องอะไร?”“ก็เรื่องที่...ทำเสียงด
Read More
บทที่ 3 การทักทายของเพื่อนข้างห้อง (2)
บรรยากาศช่วงเย็นคึกคักมากกว่าปกติเพราะนักศึกษาจะออกมาเดินเล่น หรือออกกำลังกายที่สนามกัน แอลลี่ใช้เวลาว่างเดินเล่นซึมซับบรรยากาศช่วงฤดูใบไม้ผลิดอกพลางยกกล้องโทรศัพท์ขึ้นเก็บภาพขณะเดินชมวิวไปเรื่อย ๆ พลางคิดถึงภาพความทรงจำที่ยังทิ้งร่องรอยเจ็บลึกอยู่ในใจ แอลลี่ได้ยินเสียงโทรศัพท์แจ้งเตือนข้อความดังขึ้น เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูและทันใดนั้นดวงตาก็เบิกกว้าง ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอคือรูปถ่ายงานแต่งงานของเขา...แฟนเก่าที่ครั้งหนึ่งเธอเคยคิดว่าจะร่วมชีวิตด้วย เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น รู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบแน่น ความเศร้าและความเสียใจแล่นพล่านไปทั่วกาย หลายเดือนที่เธอพยายามทำใจ พยายามลบเขาออกไปจากความทรงจำ แต่มันกลับเหมือนตอกย้ำว่าเธอไม่สามารถกลับไปเป็นคนเดิมที่ไม่รู้สึกอะไรได้อีกเธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และพยายามตั้งสติและก้าวเดินต่อไป แต่ความรู้สึกในใจยังคงวนเวียนขณะนั้นเองแอลลี่เหลือบเห็นใครบางคนตรงสนามออกกำลังกาย เป็นเขา...เมอร์สัน เขาสังเกตเห็นเธอเช่นกัน และทันใดนั้นเขาก็รีบหยุดการออกกำลังกายแล้ววิ่งตรงมาหาเธอ ทิ้งเพื่อน ๆ ไว้ข้างหลัง“เจอกันอีกแล้ว” เมอร์สันทักทายพร้อมรอยยิ้มยียวนเหมือนเคย แอลลี
Read More
บทที่ 4 ความรักที่ลืมไม่ลง
บทที่ 3 ความรักที่ลืมไม่ลงวันถัดมาหลังจากคลาสแรกจบลง เสียงพูดคุยของนักศึกษาในห้องเริ่มหนาตาขึ้น คงเป็นเพราะกำลังพยายามให้ภาษาที่เรียนมาให้คล่องเพื่อติดต่อสื่อสารกับเพื่อนหลายเชื้อชาติ แอลลี่เองที่พอได้ภาษาอยู่แล้วและไม่อยากจะทำความรู้จักคนอื่นจึงได้แค่นั่งเงียบ ๆ ระหว่างรอพักเรียนคลาสถัดไปในอีก 15 นาที“ผู้ชายคนนั้นชื่อเมอร์สันใช่ไหม หน้าตาเขาดูดีมาก”“ฉันอยากลองจัง”แอลลี่ที่กำลังจัดหนังสือในกระเป๋าชะงักมือ เธอไม่อยากเงยหน้าขึ้นด้วยซ้ำเมื่อได้ยินคำว่า “อยากลอง”หญิงสาวกลอกตาเบา ในใจคิดบ่นไปว่า ผู้ชายเจ้าชู้ ! เธอเกลียดที่สุดเลย !จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้นข้อความจาก“แฟนเก่า” อีกแล้วผมเห็นคุณลงรูปในVV คุณอยู่เมือง S ใช่ไหม ?ตอนนี้ผมมาทำงานที่เมือง S เรามาเจอกันแล้วคุยกันได้ไหม แอลลี่...อย่างน้อยขออธิบายสักครั้งก็ยังดีดวงตากลมมองด้วยความสั่นไหว มือที่ถือโทรศัพท์ได้แค่นิ่งค้างจนทำอะไรไม่ถูก“เฮ้ แอลลี่!”เธอสะดุ้ง หันกลับไปเห็นเมอร์สันยืนโบกมือยิ้มกว้าง“บ่ายวันนี้แนะนำกิจกรรมชมรม เราลองไปดูกันไหม”หญิงสาวขมวดคิ้วมอง“นายไม่มีเพื่อนคนอื่นหรือไง”“ก็— ตอนนี้มีแค่เธอนะ”คำพู
Read More
บทที่ 5 รอยยิ้มที่คุ้นเคยกับหัวใจที่เจ็บปวด
บทที่ 4 รอยยิ้มที่คุ้นเคยกับหัวใจที่เจ็บปวดหลังจากกิจกรรมชมรมจบลง แอลลี่ตัดสินใจกลับหอพักระหว่างทางแทบไม่พูดอะไรเลย ทว่าเมอร์สันยังคงพูดเรื่องพู่กันจีนและครูสอนศิลป์ที่เขาประทับใจ แต่เสียงเหล่านั้นกลับเลือนรางในโสตประสาท เธอเพียงพยักหน้ารับเป็นระยะ เมื่อเดินถึงห้องก็เดินเข้าไปทันทีโดยไม่ได้คุยกับชายหนุ่มทันทีที่ประตูห้องปิดลง ความเงียบก็เข้าครอบงำหญิงสาววางกระเป๋าลงบนโต๊ะอย่างไร้เรี่ยวแรง แล้วทรุดตัวลงบนเตียง สายตาเหม่อมองเพดานสีขาวนิ่งงัน เสียงข้อความสุดท้ายจากปลายสายยังดังก้องอยู่ในหัว“ไม่ว่ามาหรือไม่มา...ฉันก็จะรอ”เธอพลิกตัวกอดหมอนแน่น ดวงตาร้อนผ่าว ความทรงจำที่พยายามผลักไสกลับไหลบ่ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ภาพของชายหนุ่มคนนั้นในวันที่ยังยิ้มให้เธอ วันที่สัญญาว่าจะไม่ทำให้ร้องไห้อีก, วันที่เธอจับได้ว่าเขาโกหกทั้งน้ำตาแอลลี่หลับตาแน่น แต่ยิ่งพยายามหนี ความรู้สึกก็ยิ่งไล่ตาม เธอไม่รู้ว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่แสงเย็นลอดผ้าม่านเข้ามาทาบบนผนังห้องครั้นมองเวลาหัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอีกครั้งเวลานัดนั้นมาถึงแล้วเธอควรจะไปดีหรือไม่ หากไปครั้งนี้อาจจะไม่ใช่การจบความส
Read More
บทที่ 6 เกิดขึ้นแบบไม่รู้ตัว
บทที่ 6 เกิดขึ้นแบบไม่รู้ตัวหลังจากวันนั้นแอลลี่ตัดสินใจบล็อกการติดต่อกับแดร์เรน และตัวแดร์เรนเองก็ต้องกลับไปทำงานจึงไม่ได้ติดต่อกันอีกจนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบเดือนนับจากวันที่ทั้งคู่รู้จักกัน แอลลี่เริ่มชินกับการที่เมอร์สันมักจะโผล่มาทักทายทุกเช้า ไม่ว่าจะเป็นตอนเดินเข้าคลาสหรือช่วงพักระหว่างเปลี่ยนวิชา เขามักมีรอยยิ้มและคำพูดติดตลกที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูสว่างขึ้นเสมอ จากคนแปลกหน้าในตอนแรก กลายเป็นเพื่อนที่เธอรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกหลังเลิกเรียนช่วงเช้าของวันหนึ่ง เมอร์สันลุกมาหาเธอพร้อมรอยยิ้มประจำตัว“วันนี้บ่ายว่างไหม แอลลี่? ชมรมเขียนพู่กันเปิดครั้งแรก เราไปกันเถอะ”แอลลี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “แต่ฉันไม่เคยเขียนพู่กันนะ”“ไม่เคยชวนฉันบ้างเลยนะ” เพื่อนที่นั่งข้างแอลลี่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้เมอร์สันมองแบบไม่ใส่ใจก่อนกันไปตอบเธอ“ไม่เป็นไร เป็นคลาสเรียนสบาย ๆ”หญิงสาวพยักหน้าตอบตกลง เมอร์สันยิ้มออกมาขณะที่เปลี่ยนเรื่องชวนคุยและเสนอเมนูร้านอาหารกลางวันหลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ ทั้งสองคนเดินมาอีกตึกที่เป็นคณะวิชาศิลป์เพื่อเรียนคลาสเขียนพู่กัน ภายในห้องชมรมมีเพียงโต
Read More
บทที่ 7 เสียงที่ถูกเข้าใจผิด
บทที่ 7 เสียงที่ถูกเข้าใจผิดตลอดเกือบสามเดือนที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของแอลลี่กับเมอร์สันค่อย ๆ เปลี่ยนไปจากความคุ้นเคยธรรมดาเป็นความผูกพันที่ลึกขึ้นโดยไม่รู้ตัว พวกเขาไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยขึ้น ทั้งเรียน ทั้งกินข้าว ทั้งอ่านหนังสือเงียบ ๆ ในห้องสมุด ช่วงเวลาพูดคุยกันกลายเป็นสิ่งที่แอลลี่เฝ้ารอในแต่ละวันเมอร์สันเป็นคนที่คาดเดาไม่ได้ แต่กลับทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยในเวลาเดียวกัน เขาไม่เอาใจมากเกินไป แต่ใส่ใจในเรื่องเล็กน้อยที่คนทั่วไปมักมองข้าม เช่นจำสิ่งที่เธอชอบ หรือ สิ่งที่ไม่ชอบ กระทั่งสิ่งที่เธอกลัว อย่างเช่นแมลงสาบจนถึงตอนนี้...แอลลี่เองก็ยอมรับว่า “เขา” กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเธอไปแล้วแต่คืนนี้กลับต่างออกไป เพราะคืนวันหยุดยาววันแรกของเทศกาล ทุกคนในหอพักดูเหมือนจะออกไปข้างนอกหรือไปเที่ยวนอกสถานที่กันหมด เมอร์สันก็เช่นกัน—อย่างน้อยแอลลี่ก็คิดว่าอย่างนั้น อันที่จริงเขาชวนเธอออกไปแต่เธอปฏิเสธด้วยข้ออ้างว่าอยากพักผ่อนเธอไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงเลือกอยู่คนเดียว ทว่าตอนนี้…กลับเริ่มเสียใจที่ตัดสินใจแบบนั้นเสียงหัวเราะคิกคักแผ่วเบาแทรกผ่านผนังห้องมาพร้อมเสียงที่แอลลี่จำได้ไม่ผิดแน่ มันค
Read More
บทที่ 8 เสียงข้างห้องของหัวใจ
บทที่ 8 เสียงข้างห้องของหัวใจการดูภาพยนตร์ในห้องกับเมอร์สันได้เริ่มต้นขึ้นผ่านหน้าจอเล็ก ๆ ทั้งคู่นั่งห่างกันไม่ถึงคืบ ในแสงจอที่วูบไหว เธอเหลือบเห็นทุกแง่มุมของใบหน้าเขาชัดขึ้นต้องยอมรับว่าเขาเป็นผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง…ระหว่างการดูภาพยนตร์ไปไม่นานเสียงกรีดร้องดังขึ้นส่งผ่านลำโพงทำให้กิจกรรมข้างห้องที่กำลังดุเดือดนั้นชะงักลงทันทีแอลลี่และเมอร์สันก็รู้สึกเช่นกัน จึงหัวเราะออกมาเสียงดังจนน้ำตาเล็ด แม้ว่าภาพยนตร์ตรงหน้าจะไม่ใช่แนวตลกเลยภาพยนตร์ที่เมอร์สันเลือกนั้นได้ผลดีกว่าของเธออีก พวกเขาหยุดชะงักลงราวกับหมดอารมณ์ และก็ตามมาด้วยเสียงทะเลาะกันเล็กน้อย“พวกเขาจะ…โอเคไหม” แอลลี่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวล“ไม่รู้สิ แต่ก็ทำให้เขาหยุด…”ก๊อก…ก๊อก…ไม่นานนักเสียงเคาะประตูห้องของแอลลี่ก็ดังขึ้น เธอคาดเดาได้ว่าคู่รักที่ยืมห้องเมอร์สันต้องออกมาโวยวายแน่นอนชายหนุ่มขยับตัวลุกพร้อมกับเอ่ยขึ้น “เดี๋ยวผมออกไปเอง”เมอร์สันออกไปเปิดประตูเห็นเพื่อนที่ชื่อว่า “เอดิส” มองมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ“บ้าเอ่ย! นายเองเหรอที่ทำฉันทะเลาะกับหล่อน”เอดิสสบถออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ทว่าสีหน้าและแววตาของเมอร์สันก็จ้องมอ
Read More
บทที่ 9 การตอบรับความรู้สึก
บทที่ 9 การตอบรับความรู้สึกการนัดเดตไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะใกล้ถึงช่วงสอบปลายเทอมของคลาสเรียนภาษา แอลลี่จึงต้องหันกลับมาตั้งใจอ่านหนังสืออย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับเมอร์สันที่มักมานั่งติวด้วยกันในห้องสมุดหรือร้านกาแฟเล็ก ๆ ใกล้หอพัก พวกเขายังคงใช้เวลาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม ทั้งหัวเราะ พูดคุย และเงียบข้างกันโดยไม่รู้สึกอึดอัด แต่ในความเหมือนเดิมนั้นกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ต่างออกไปทั้งสองตกลงกันไว้ว่า หลังจากสอบเสร็จแล้ว ค่อยไปเดตกันจริง ๆ สักทีแน่นอนว่าเมอร์สันอยู่ที่นี่ครบหนึ่งปีตามแผน เพราะเขามาเรียนภาษาเพื่อใช้ในการสื่อสารสำหรับการเรียนรู้ศิลปะของประเทศนี้ส่วนแอลลี่...เธอมาเพื่อพักใจจากความรักจึงยังไม่มีแผนที่จะทำอะไรต่อไปในเร็ว ๆ นี้ที่ผ่านมา แอลลี่ไม่เคยถามเรื่องส่วนตัวของเมอร์สันเลย และเขาเองก็ไม่เคยคาดคั้นให้เธอพูดเช่นกัน ทั้งคู่เพียงใช้เวลาร่วมกันในแบบที่ไม่ต้องรู้อดีตของอีกฝ่ายก็รู้สึกสบายใจได้ จนกระทั่งวันหนึ่ง เมอร์สันเริ่มเล่าเรื่องของตัวเองให้เธอฟังทีละน้อยแต่เดิมเมอร์สันคือลูกชายของนักธุรกิจที่เดินทางมาลงทุนในประเทศ และเขาก็ชื่นชอบผลงานทางด้านศิลปะเป็นพิ
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status