เข้าสู่ระบบแอลลี่ หลิน ผู้หญิงที่เคยต้องเผชิญกับปัญหากับโลกสองใบจากคนรัก ได้เลือกทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังและเริ่มต้นใหม่ในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เธอเพียงต้องการความสงบ…แต่กลับได้พบกับ เมอร์สัน เชน เพื่อนข้างห้องที่ “ขโมยจูบแรกแบบไม่ทันตั้งตัว” ไปอย่างหน้าด้าน ๆ แถมยามค่ำคืนกิจกรรมพิเศษของเขาก็ดังทะลุกำแพงจนทำให้เธอนอนไม่หลับ ทว่าความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากเสียงรบกวนและความหงุดหงิด กลับค่อย ๆ เติบโตจนกลายเป็นความใกล้ชิดที่อันตรายต่อหัวใจ ความวุ่นวายที่เธอพยายามหลีกหนี กลับเป็นสิ่งที่เยียวยาบาดแผลในใจทีละน้อยโดยที่เธอไม่ทันรู้ตัว ท่ามกลางฤดูใบไม้ผลิที่กำลังผลิบาน ความรักครั้งใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในเมืองแห่งนี้…
ดูเพิ่มเติมบทส่งท้ายเสียงระฆังวิวาห์ยังคงดังก้องในความทรงจำ งานแต่งที่อบอวลด้วยสีมงคล เสียงหัวเราะ และคำอวยพรจากผู้คน รอบตัวเต็มไปด้วยโคมแดงและริบบิ้นผูกปมคู่ที่สื่อถึงความผูกพันนิรันดร์ฤดูกาลได้เปลี่ยนฝันไปจนตอนนี้ผ่านมาแล้วสามปีเมื่อสองปีก่อนแอลลี่ได้ลาออกจากงานประจำหลังจากที่รู้ว่าตัวเองนั้นกำลังตั้งครรภ์เธอได้ใช้เวลากับการดูแลเจ้าตัวเล็กที่กำลังเกิดมาพร้อมกับเริ่มเข้ามาเรียนรู้เพื่อช่วยธุรกิจของเมอร์สันอย่างเต็มตัวแสงอาทิตย์ยามเช้าสีทองในวันนี้ส่องลอดผ้าม่านเข้ามาอาบบนผ้าปูที่นอน แอลลี่ค่อย ๆ ลืมตา รู้สึกถึงอ้อมแขนอุ่นที่โอบรัดเธอจากด้านหลัง เมอร์สันขยับเล็กน้อย เขาซุกหน้าเข้ากับซอกคอเธออย่างเคยแอลลี่ขยับตัวพลิกหันไปมองเมอร์สัน ปลายจมูกของทั้งคู่เฉียดใกล้จนลมหายใจอุ่นปะทะกัน เขาจะโน้มหน้าลงมาใกล้รอยยิ้มเริ่มผุดขึ้นบนริมฝีปาก แต่ยังไม่ทันได้จุมพิต เสียงเล็ก ๆ ใสแหลมก็ดังขึ้นมาราวกับลูกศรพุ่งปักกลางใจทั้งคู่“หม่าม้าาาาา! ปะป๊าาา!”แอลลี่สะดุ้งผละออกแทบจะทันที ใบหน้าแดงจัดราวกับถูกจับได้ว่าทำความผิด เมื่อลูกสาวตัวน้อยวัยขวบกว่าในชุดนอนลายหมีน้อยกำลังก้าวเตาะแตะเข้ามาแก้มกลมสีชมพู ดวงตาก
บทที่ 18 เมือง S ที่แสนอบอุ่นหลายเดือนต่อมาฤดูการเปลี่ยนฝันไป เป็นเวลาหนึ่งปีกว่าแล้วที่เธอได้มาใช้ชีวิตอยู่ที่เมือง S หลังจากยื่นสมัครงานอยู่หลายบริษัท ไม่นานนักบริษัทแห่งหนึ่งก็เรียกสัมภาษณ์ทันทีสัมภาษณ์ที่ควรจะลุ้นกลับผ่านไปง่ายดายอย่างไม่น่าเชื่อ คำถามไม่กี่ข้อ เวลาไม่นานเกินห้านาที ราวกับว่าจัดทำทุกอย่างเป็นพิธีการที่จัดขึ้นพอให้ครบขั้นตอนความตั้งใจที่จะกลับบ้านในตอนแรกต้องเปลี่ยนไป แอลลี่โทรกลับไปคุยกับครอบครัว เล่าให้ฟังถึงความเป็นอยู่ รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเมอร์สันอย่างตรงไปตรงมาเธอบอกพวกเขาว่าตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงทดลองงานที่บริษัทแห่งหนึ่งในเมือง S และหากผ่าน เธอคิดจะทำงานที่นี่ต่อไปก่อน โดยยังไม่มีแผนจะย้ายกลับไปทำงานใกล้บ้านในเร็ววันในช่วงทดลองงานเธอทำงานอย่างตั้งใจจนเกินร้อย ทั้งเรียนรู้ ทั้งปรับตัว เธอได้เพื่อนร่วมงานดี ๆ หลายคน และได้รับคำชมมากกว่าที่คาดหวังไว้ จนกระทั่งครบกำหนดเธอก็ได้เซ็นสัญญาเป็นพนักงานประจำเย็นวันหนึ่ง ใกล้เวลาเลิกงาน แอลลี่ที่ทำงานเสร็จเรียบร้อยเตรียมตัวปิดคอมพิวเตอร์ จัดเรียงเอกสารบนโต๊ะให้เข้าที ก่อนจะเดินนำเอกสารที่ต้องให้เจ้านา
บทที่ 17ค่ำคืนคริสต์มาสอันแสนหวาน (2)เมอร์สันพาแอลลี่เดินต่อไปจนกระทั่งเสียงความครึกครื้นของงานเทศกาลเริ่มเลือนหาย เหลือเพียงเสียงลมพัดและกลิ่นแม่น้ำลอยมาตามลมซุ้มไฟเหนือหัวค่อย ๆ ลดจำนวนลง แต่แสงจากอีกฟากหนึ่งกลับชัดขึ้นทุกทีแอลลี่หยุดกะพริบตาเมื่อเห็นวิวเบื้องหน้าแม่น้ำขนาดใหญ่ทอดยาว มีสะพานโค้งประดับไฟสีทองทอประกายอยู่ไกล ๆเรือขนาดกลางลำหนึ่งจอดอยู่ริมท่า ประดับด้วยไฟสีทองตลอดขอบเรือ แสงสะท้อนบนผิวน้ำวิบวับราวกับหิ่งห้อยนับพันมีเพียงเรือแค่ลำเดียว—และไร้ผู้โดยสารคนอื่นแอลลี่เผลออ้าปากเล็กน้อย“สวยจัง…”เมอร์สันมองสีหน้าตื่นตาของเธอแล้วหัวใจก็อ่อนลงทันที“ดีใจที่เธอชอบ” เมอร์สันยื่นมือออกมา “ไปกันเถอะ”แอลลี่รู้ดีว่าไม่ควรปฏิเสธช่วงเวลานี้ เธอตอบรับและยื่นมือไปจับมือเขาเมื่อขึ้นเรือมา ลมเย็นพัดผ่านผิวน้ำส่งเสียงกระทบตัวเรือเบา ๆ เบื้องหน้าเป็นแม่น้ำส่องแสงสะท้อนจากเมืองทั้งเมือง ตึกสูงเรียงรายเป็นแถบ ราวกับกำแพงกระจกที่ส่องประกายอยู่ในค่ำคืนคริสต์มาสเรือลอยไปอย่างช้า ๆ ผ่านแสงไฟที่พร่างพราวเหมือนกลิตเตอร์บนผิวน้ำ เมื่อพ้นโค้งแม่น้ำ ลมพัดทุกรายละเอียดบนผิวน้ำให้ระยิบระยับ ไฟ
บทที่ 16ค่ำคืนคริสต์มาสอันแสนหวาน (1)คืนวันคริสต์มาส…อากาศหนาวจัดลงกว่าเดิมจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว แอลลี่ก้าวลงจากรถเมล์ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปตามพิกัดที่เมอร์สันส่งมาให้สถานที่ท่องเที่ยวภายในเมืองถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟของเทศกาลคริสต์มาสระยิบระยับ ริมทางเต็มไปด้วยต้นสนประดับโบว์สีแดงและไฟกะพริบสลับจังหวะ ผู้คนพากันสวมโค้ทหนาเดินจับมือ ถ่ายรูป หรือยืนซดโกโก้อุ่นจากร้านค้าข้างทาง เสียงเพลงคริสต์มาสคลอเบา ๆ ตามถนนตลอดทาง ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขในยามค่ำคืนบริเวณลานกลางเมืองหน้าห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่เต็มไปด้วยผู้คนที่ออกมาเฉลิมฉลอง บางกลุ่มยืนถ่ายรูปกับต้นคริสต์มาสสูงตระหง่านที่ตั้งโดดเด่นอยู่กลางลาน ตกแต่งด้วยโคมไฟสีส้มอ่อนและริบบิ้นสีแดงใหญ่ เสียงหัวเราะและการพูดคุยดังปะปนกันจนอบอุ่นกว่าลมหนาวแอลลี่หยุดยืนมองภาพบรรยากาศตรงหน้า และในตอนนั้นเอง…เสียงคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง“แอลลี่!”เธอหันกลับไป เห็นเมอร์สันเดินเร็วเข้ามาหาในชุดโค้ทสีดำ ตามด้วยผ้าพันคอสีเข้มที่เข้ากันจนดูสุภาพกว่าทุกวัน แก้มของเขาขึ้นสีจาง ๆ จากลมหนาว“ขอโทษที่ให้รอ เธอมาถึงนานหรือยัง”แอลลี่ส่ายหน้าพลางส่งสา
บทที่ 12 เดตถึงสวรรค์ (2)เมืองทั้งเมืองทอดยาวอยู่เบื้องล่างราวกับภาพวาดหลังคาบ้านลดหลั่นเป็นชั้นตามพื้นดินลาดเอียง ถนนคดเคี้ยวราวเส้นหมึกที่ถูกวาดด้วยพู่กันผืนทะเลส่องประกายสะท้อนแดดยามบ่ายเป็นสีเงินละมุนภูเขาสีเขียวเข้มซ้อนทับกันไปไกลสุดสายตาเมฆสีขาวลอยเอื่อยเหนือยอดไม้ ราวกับทุกสิ่งถูกกลั่นร
บทที่ 11 เดตถึงสวรรค์ (1)หลังอาหารมื้อใหญ่ที่แอลลี่กินอย่างเอาจริงจังจนเมอร์สันได้แต่นั่งยิ้มขำ ทั้งคู่ก็พักอยู่ที่ร้านสักครู่เพื่อรอให้แดดช่วงเที่ยงอ่อนลง ก่อนจะออกเดินเที่ยวต่อรอบ ๆ จุดชมวิวด้านบนของภูเขาสายลมเย็นพัดมาปะทะใบหน้า กลิ่นสนและดอกไม้ป่าลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ แสงแดดยามบ่ายอ่อนส่องกระ
บทที่ 10 เดตที่ต้องออกแรงวันนี้คือวันนัดเดต เมอร์สันนัดเธอเมื่อคืนว่าเช้าวันนี้จำเป็นต้องตื่นแต่เช้าเพื่อออกเดินทาง พร้อมทั้งเน้นย้ำให้สวมกางเกงและรองเท้าผ้าใบและเขาก็พูดอย่างมั่นใจว่าจะ “พาไปดูวิวที่สวยที่สุดใน”แต่แอลลี่เริ่มแน่ใจแล้วว่าคำว่า “สวยที่สุด” ของเขา แปลว่า “เหนื่อยที่สุดในชีวิต” ต่า
บทที่ 9 การตอบรับความรู้สึกการนัดเดตไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะใกล้ถึงช่วงสอบปลายเทอมของคลาสเรียนภาษา แอลลี่จึงต้องหันกลับมาตั้งใจอ่านหนังสืออย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับเมอร์สันที่มักมานั่งติวด้วยกันในห้องสมุดหรือร้านกาแฟเล็ก ๆ ใกล้หอพัก พวกเขายังคงใช้เวลาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม ทั้งหัวเราะ พูดคุย และเ





