LOGINเช้าวันต่อมา..
“กรี๊ด!”เสียงกรีดร้องของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มตกใจจนวิ่งออกมาจากห้องน้ำทั้งที่ยังไม่ทันได้แปรงฟัน “เกิดอะไรขึ้น?”ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาหญิงสาวที่กำลังฝึกหุงข้าวด้วยตัวเอง แต่โชคร้ายโดนน้ำซาวข้าวลวกใส่แขน “น้ำแข็งๆขึ้นไปเอาน้ำแข็งมาให้ฉันหน่อย”หญิงสาวยื่นแขนที่โดนน้ำซาวข้าวร้อนๆลวกให้ชายหนุ่มดู ส่วนเขาที่เห็นดังนั้นจึงวิ่งขึ้นไปหยิบน้ำแข็งจากบนบ้านจากนั้นเขาก็ค่อยๆประคบน้ำแข็งบริเวณแผลที่บวมแดงของหญิงสาว “ฮือๆๆๆฉันเจ็บ”หญิงสาวร้องไห้โฮราวกับเด็กน้อยเมื่อไม่สามารถทนต่อความรู้สึกแสบร้อนบริเวณแขน ส่วนชายหนุ่มที่เห็นดังนั้นจึงพาเธอขึ้นไปบนห้อง “ร้องไห้เป็นเด็กไปได้”ชายหนุ่มกล่าวกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงเรียบๆในขณะที่กำลังปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับเธอ “ก็มันทั้งเจ็บทั้งแสบร้อน ใครมันจะไปทนได้”หญิงสาวกล่าวด้วยความน้อยใจ “ก็เข้าใจว่ามันปวดแสบแต่ไม่จำเป็นต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งขนาดนั้น”ส่วนชายหนุ่มแม้จะบ่นกับหญิงสาวแต่ในใจลึกๆเขาก็อดเป็นห่วงเธอไม่ได้เช่นกัน “แล้วใครกันที่ทำให้ฉันต้องเป็นแบบนี้”หญิงสาวที่ได้ยินดังนั้นก็ยิ่งน้อยใจเข้าไปใหญ่จนอดไม่ได้ที่จะกล่าวโทษเขาแบบทางอ้อม “ฉันไม่ได้เอาน้ำร้อนลวกใส่แขนเธอนะ” “แต่นายใช้ฉันหุงข้าว”หญิงสาวยืนหยัดที่จะกล่าวโทษเขาอย่างที่ตัวเองคิดเพราะถ้าเขาไม่ใช้เธอหุงข้าวก็คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น “ถ้าไม่หุงข้าวแล้วจะกินอะไรกัน ฉันต้องได้ทานข้าวเช้าก่อนออกไปทำงานเพราะร่างกายต้องการพลังงานในตอนเช้า”ชายหนุ่มให้เหตุผลในการที่เขามีความจำเป็นในการใช้เธอหุงข้าว “ฉันไม่ได้อยากกินข้าวเช้า นายอยากกินก็หุงเองสิทำไมต้องมาใช้ฉันด้วย”ส่วนหญิงสาวที่ได้ยินดังนั้นจึงโต้กลับด้วยเหตุและผลของตัวเองเช่นกัน “ก็มันเป็นหน้าที่ของเธอ” “มันไม่ใช่หน้าที่ของฉันสักหน่อยเพราะฉันไม่ได้เป็นเมียนาย” “ต้องได้เป็นผัวเมียกันก่อนใช่มั้ยเธอถึงจะยอมทำหน้าที่นั้น ได้ งั้นเธอถอดเสื้อผ้าออก”ชายหนุ่มไม่เพียงพูดแต่เขาเริ่มถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนเผยหน้าท้องที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อจากการทำงานอย่างหนัก ส่วนหญิงสาวที่เห็นดังนั้นก็หันหน้าหนี “ฉันยอมแล้วๆ” “ถ้ายอมก็ถอดเสื้อผ้าออก” “ฉันหมายถึงยอมรับใช้นาย”หญิิงสาวรีบอธิบายเมื่อชายหนุ่มกำลังเข้าใจเธอผิด “ครั้งนี้ถือว่าเป็นการเตือน”พูดจบชายหนุ่มก็สวมใส่เสื้อผ้าคืน จากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องไปโดยที่ไม่ลืมล่ามโซ่หญิงสาวเอาไว้ และตั้งแต่นั้นมาหญิงสาวก็ไม่กล้าขัดคำสั่งชายหนุ่มอีกเลย เขาใช้ให้เธอทำอะไรเธอก็ทำอย่างไม่มีท่าทีต่อต้าน … “ฮือ….”ตกดึกหญิงสาวนอนคดตัวร้องไห้จากอาการปวดท้องรอบเดือน “เป็นอะไร”ส่วนชายหนุ่มที่เห็นดังนั้นก็เกิดความสงสัยจึงเดินเข้าไปถามหญิงสาวตรงๆ “ฉันมีรอบเดือนเลยปวดท้องน้อย”หญิงสาวกล่าวด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าเธอนั้นกำลังเจ็บปวดจากการมีรอบเดือนมากแค่ไหน “แล้วฉันช่วยอะไรเธอได้บ้าง”เมื่อชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงแสดงความเป็นห่วงเธออย่างลืมตัว “ยา ฉันต้องการยาแก้ปวด”หญิงสาวบอกความต้องการของตัวเองให้กับชายหนุ่มอย่างมีความหวังว่าเขาจะสามารถช่วยเธอได้ “ยาพาราเพิ่งหมดไป”ชายหนุ่มกล่าวกับหญิงสาวอย่างเสียดายที่ไม่สามารถช่วยเธอได้ ส่วนหญิงสาวที่ได้ยินดังนั้นก็เผยใบหน้าสิ้นหวัง “งั้นพรุ่งนี้ฉันจะแวะซื้อยามาให้” “ไม่เอายาพารานะ ฉันใช้ยาพอนสแตน เป็นยาที่ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องจากการมีรอบเดือน”หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นๆเนื่องจากอาการปวดท้องของเธอนั้นเริ่มรุนแรงขึ้น “เธอไหวมั้ย ถ้าไม่ไหวฉันจะเข้าไปซื้อยาในตัวเมืองมาให้”ส่วนชายหนุ่มที่เห็นท่าไม่ดีของหญิงสาวจึงอาสาไปซื้อยาในตัวเมืองให้กับเธอ “แต่ว่ามันดึกมากแล้วนะ ฉันไม่กล้าอยู่ที่นี่คนเดียวในตอนกลางคืน” “งั้นก็ทนเจ็บไป” “ฉันขอเข้าไปในตัวเมืองด้วยคนได้มั้ย ฉันสาบานว่าจะไม่หนีอีก” “นี่คงเป็นแผนการหลบหนีของเธอสินะ” “ไม่ ฉันปวดท้องรอบเดือนจริงๆ ได้โปรดพาฉันไปด้วยนะ นายจะมัดฉันติดกับรถก็ได้ฉันยอมหมด แต่ขออย่าทิ้งฉันไว้ที่นี่ในตอนกลางคืน และฉันจำเป็นต้องได้รับยาไม่งั้นนายจะไม่ได้นอนทั้งคืน”หญิงสาวพยายามโน้มน้าวชายหนุ่มอย่างน่าเวทนา ส่วนเขาที่เห็นดังนั้นจึงยอมใจอ่อนให้เธอ ชายหนุ่มขับรถมุ่งหน้าเข้าเมืองในตอนกลางคืนแม้ถนนที่เขาใช้เป็นประจำนั้นไม่มีกิ่งไฟส่องแสงสว่างเลยแม้แต่ดวงเดียว เขาค่อยๆขับรถอย่างระมัดระวังท่ามกลางความมืดบนท้องถนนขรุขระและมีเพียงไฟหน้ารถที่พอสามารถช่วยให้เขามองเห็นทางข้างหน้า ทั้งสองใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็มกว่าจะถึงที่หมาย “รออยู่ในรถนะเดี๋ยวฉันลงไปซื้อยาให้”พูดจบชายหนุ่มก็ลงไปซื้อยาทันที ส่วนทางด้านหญิงสาวที่มองเห็นโอกาสในการหนีเอาตัวรอดจึงรีบปลดเข็มขัดนิรภัยออกโดยสายตานั้นจ้องไปที่ร้านขายยา จากนั้นเธอก็ค่อยๆเปิดประตูรถอย่างระมัดระวัง “ให้ตายเถอะมันปลดล็อคยังไงเนี่ย”ด้วยความที่ชายหนุ่มล็อคประตูรถเอาไว้ก่อนหน้าที่จะลงไปซื้อยาจึงทำให้หญิงสาวไม่สามารถออกจากรถยนต์คันเก่าได้ ดังนั้นเธอจึงจำเป็นต้องละสายตาจากร้านขายยาแล้วหาวิธีปลดล็อคประตู และทันใดนั้นเองร่างสูงก็โผล่กลับมาที่รถจนเธอแสดงท่าทีตกใจแล้วใช้กำมือทุบกระจกรถพร้อมตะโกนขอความช่วยเหลือ “หุบปากเดี๋ยวนี้เลยนะนังตัวแสบ ไม่งั้นฉันจะส่งเธอไปลงนรกแน่”ชายหนุ่มที่เห็นดังนั้นจึงข่มขู่หญิงสาวพร้อมกับรีบสตาร์ทรถออกไปด้วยความเร็ว “อยากจะฆ่าฉันให้ตายก็รีบฆ่าเลยเพราะฉันเองก็ไม่อยากอยู่ร่วมโลกกับโจรแบบแก”หญิงสาวตะโกนใส่ชายหนุ่มด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา “อย่ามาปากดีกับฉันนะ และอย่าคิดว่าฉันไม่กล้าลงมือกับเธอ” “อยากลงมือนักก็ลงมือเลย” “ยังไม่เลิกปากดีใช่มั้ย ได้ เดี๋ยวฉันจะจัดให้ตามคำขอ”พูดจบเขาก็แบรกรถกระทันหันจนศีรษะของหญิงสาวกระแทกกับรถอย่างจัง “กรี๊ด..”หญิงสาวกรีดร้องด้วยความตกใจกลัวอย่างสุดขีด “ทีนี้ยังจะกล้าปากดีกับฉันอยู่มั้ย”ชายหนุ่มหันไปกล่าวกับหญิงสาวก่อนจะเลี้ยวรถเข้าทางเปลี่ยว “นายกำลังจะพาฉันไปไหน” “ก็จะหาสถานที่เพื่อส่งเธอลงนรกไง แต่ก่อนจะส่งเธอลงนรกฉันขอตักตวงเอาความสุขจากเรือนร่างของเธอให้หนามใจก่อน” “อย่านะ! ฉันขอร้องฉันยอมแล้ว” “มันสายไปแล้ว” “ฉันเป็นประจำเดือนอยู่นะ” “เป็นประจำเดือนแล้วยังไง ” “มันสกปรก” “ฉันไม่สน”พูดจบเขาก็ลงจากรถก่อนจากลากตัวหญิงสาวไปยังต้นไม้ใหญ่ “ฉันยอมแล้ว ฉันยอมนายแล้ว ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะนะ” “ฉันไม่มีทางปล่อยเธอไปง่ายๆหรอก เพราะกว่าจะได้ตัวเธอมามันไม่ง่าย” “ฉันไปทำอะไรให้นายโกรธแค้นนักหนาห๊า ตอบมาสิว่าฉันไปทำอะไรให้” “ถึงเวลาแล้วฉันจะบอกเอง”ชายหนุ่มกล่าวกับหญิงสาวพร้อมกับจับกดเธอไว้กับต้นไม้ใหญ่ ก่อนจะซุกไซ้ต้นคอและลำตัวช่วงบนของหญิงสาวอย่างคนหื่นกระหาย “ไม่นะ ได้โปรดอย่าทำฉัน”ส่วนหญิงสาวนั้นพยายามดิ้นหนีอย่างสุดขีดพร้อมกับร้องขอความเห็นใจ “นี่ถือเป็นการตักเตือนถ้ายังคิดจะหนีอีกครั้งฉันไม่ปราณีเธอแน่”ชายหนุ่มที่ได้สติจึงปล่อยตัวหญิงสาวก่อนจะลากเธอกลับไปขึ้นรถ “ยานี่คงไม่จำเป็นแล้วสินะ”ชายหนุ่มโยนยาที่เพิ่งซื้อมาก่อนจะสตาร์ทรถเพื่อมุ่งหน้ากลับไปยังที่พัก ส่วนหญิงสาวที่เห็นดังนั้นก็แทบจะลงจากรถเพื่อไปหยิบมันกลับมา แต่ก็ทำได้แค่นั่งนิ่งๆไม่กล้าแม้แต่จะแสดงอาการใดๆออกมา “หยุดร้องสักทีเถอะน่ารำคาญ” ระหว่างที่ทั้งสองกำลังมุ่งหน้ากลับไปยังที่พักภายในรถนั้นมีแต่ความเงียบจนกระทั่งหญิงสาวส่งเสียงร้องไห้พร้อมกับสูดน้ำมูกเป็นระยะๆจนชายหนุ่มแสดงอาการไม่พอใจพร้อมกับเร่งความเร็ว“หนูเห็นนะว่าพี่แอบส่งสายตาหวานให้พ่อหนู”เด็กหญิงแสดงท่าทีหวงผู้เป็นพ่ออย่างที่เธอชอบทำกับผู้หญิงคนอื่นๆ“พี่เปล่านะคะ”“ไม่ต้องมาแก้ตัวเลย หนูจะฟ้องแม่”“พี่รู้ว่าหนูคงหวงพ่อมาก แต่พี่ไม่ได้ทำอย่างที่หนูกล่าวหา”“งั้นก็ออกไปเลยหนูอยากอยู่กับพ่อสองคน”“พี่คงทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ เพราะพี่รับเงินค่าจ้างมาแล้ว”“แต่ว่าคุณพ่อมาอยู่เป็นเพื่อนแล้ว”“แล้วไหนอ่ะคะคุณพ่อของหนู”“คุณพ่อแค่ออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก”“งั้นก็รอจนกว่าคุณพ่อของหนูกลับเข้ามาพี่ถึงจะไปโอเคมั้ย”“ก็ได้”เด็กหญิงที่ไม่ต้องการเห็นหน้าพยาบาลสาวจึงนอนหันหลังในระหว่างที่รอผู้เป็นพ่อ “คุณพ่อมาแล้ว”เด็กหญิงรีบหันหลังกลับทันทีที่ได้ยินเสียงประตูห้องถูกเปิด “ดูสิว่าคุณพ่อซื้ออะไรมาฝาก”“ว้าว! ของกินเยอะจัง”เด็กหญิงเผยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อกลับเข้ามาพร้อมของกินเต็มไม้เต็มมือ“พ่อรู้ว่าหนูคงเบื่ออาหารของโรงบาลเลยลงไปหาซื้อของกินให้ มีขนมด้วยนะ”“คุณพ่อรู้ใจน้องพรีมที่สุด”“อยากกินอะไรก็เลือกเอาเลยนะเดี๋ยวคุณพ่อไปใส่จานให้”“อยากกินหมดเลย”“ไม่ได้สิคะ น้องพรีมต้องเลือกเอาสักอย่างสองอย่างเดี๋ยวกินไม่หมด”“งั
“คุณพ่อมาหาน้องพรีมจริงๆด้วย”เด็กหญิงเผยรอยยิ้มทันทีที่เห็นผู้เป็นพ่อเปิดประตู้ห้องเข้ามา“ก็ลูกสาวคุณพ่อไม่สบายนี่”ผู้เป็นพ่อเดินไปหาลูกสาวที่เตียงจากนั้นสองพ่อลูกก็โอบกอดกันด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม “น้องพรีมเสียใจที่เมื่อคืนคุณพ่อไม่มานอนด้วย”แต่แล้วเด็กหญิงก็เปลี่ยนสีหน้าบูดบึ้งเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนมีเพียงผู้เป็นแม่ที่มานอนเฝ้า “งอนเป็นเด็กน้อยไปได้”ส่วนผู้เป็นพ่อที่เห็นดังนั้นก็หยิกแก้มลูกสาวเบาๆเป็นการหยอกเล่น “น้องพรีมงอนคุณพ่อจริงๆนะคะ”“ก็คุณพ่อติดธุระด่วนนี่คะ”“แล้วธุระของคุณพ่อสำคัญกว่าน้องพรีมหรอ”“ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าลูกสาวของพ่อ แต่เมื่อวานคุณพ่อติดงานด่วนจริงๆ”“แล้วทำไมคุณพ่อถึงสั่งห้ามไม่ให้พี่พีทมาเยี่ยมน้องพรีม”“ก็พี่พีททำให้น้องพรีมเกือบจากคุณพ่อไป และนี่ก็เป็นครั้งที่สองแล้ว”“น้องพรีมทำตัวเองไม่เกี่ยวกับพี่พีท คุณพ่ออย่าไปโทษพี่พีทเลยนะคะ”“ทำไมน้องพรีมต้องรับผิดแทนพี่พีทตลอด”“ก็พี่พีทไม่ผิดจริงๆนี่ และคุณพ่อชอบโทษแต่พี่พีทคนเดียว อย่างเรื่องแพ้กุ้งน้องพรีมเป็นคนร้องขอที่จะไปกับพี่พีทเอง”“แต่พี่พีทไม่ดูแลน้องพรีม”“ถ้าน้องพรีมไม่ตื้อพี่พีทไปงานตั
ทางด้านหญิงสาวที่สามารถหนีออกมาได้จึงรีบติดต่อหาผู้เป็นแม่โดยใช้โทรศัพท์ที่ยืมมาจากพนักงานปั๊มน้ํามัน “Rrrrr“รับสายสักทีเถอะ”หญิงสาวกระวนกระวายเมื่อโทรเข้าเบอร์ผู้เป็นแม่แล้วไม่มีการตอบรับ “คุณแม่คะ เมื่อกี้มีคนโทรหาคุณแม่หลายสายเลย”เด็กหญิงยื่นโทรศัพท์ที่ยืมมาเล่นคืนให้กับผู้เป็นแม่“ใครโทรมา”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ มันไม่โชว์ชื่อ”เด็กหญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง นั่นสิเบอร์ไม่คุ้นเลย”“เป็นพวกคอลเซ็นเตอร์แน่ๆ”“งั้นรอเขาโทรมาอีกรอบเดี๋ยวแม่จะด่าให้พวกเขาลืมชื่อพ่อชื่อแม่ตัวเองไปเลย”“Rrrr”“ไอ่พวกโง่ ไอ่พวกเห็นแก่ตัว วันๆเอาแต่โทรล่าเหยื่อ แกคิดว่าฉันจะหลงกลพวกแกหรอไม่มีทางหรอก”“แม่คะใจเย็นๆก่อน นี่หนูเอง”“นี่พวกแกรู้แม้กระทั่งเรื่องที่ลูกสาวฉันถูกลักพาตัวเลยหรอ ถ้ารู้ดีขนาดนั้นก็บอกมาว่าลูกสาวฉันอยู่ที่ไหน”“แม่! หนูไม่ใช่มิจฉาชีพ”“จะว่าไปแล้วเสียงคุ้นๆนะ หรือใช้เอไอ”“แม่ช่วยใจเย็นๆแล้วฟังหนูก่อน ถ้าไม่ฟังหนูจะวางสายแล้วนะ”“ใช่เลย นี่แหละลูกสาวฉัน”ผู้เป็นแม่เผยรอยยิ้มพร้อมน้ำตาแห่งความดีใจเมื่อรู้ว่าลูกสาวที่ถูกลักพาตัวยังมีชีวิตอยู่ “แม่อยู่ไหน”“อยู่โรงพยาบาล แม่อยู่โรงพยา
เมื่อถึงหน้าผาสูงหญิงสาวรีบส่ายหัวอย่างต้องการร้องขอชีวิต “ขอร้อง”หญิงสาวปล่อยโฮทันทีที่เทปกาวถูกดึงออก เธอรีบคุกเข่าต่อหน้าชายฉกรรจ์ทั้งที่มือทั้งสองถูกมัดแน่น “แต่นายหญิงจ่ายเงินให้เราแล้วดังนั้นคงปล่อยเธอไปไม่ได้หรอก เว้นแต่จะมีข้อเสนอที่น่าสนใจ”“เธอจ่ายให้พวกคุณเท่าไหร่ฉันจะจ่ายให้มากกว่าเป็นสิบเท่าหรือจะเรียกเท่าไหร่ก็ได้ จะสิบล้านยี่สิบล้านหรือร้อยล้านฉันก็ยอม”หญิงสาวร้องขอชีวิตอย่างน่าเวทนาเมื่อเห็นหน้าผาที่สูงชันอยู่ตรงหน้า เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นาจนน้ำตาไหลอาบแก้มโดยที่ไม่มีโอกาสได้เช็ดมันออก “ข้อเสนอของเธอน่าสนใจดี เราเอาไงกันดีวะ”หนึ่งในชายฉกรรจ์ทำตาโตด้วยความโลภเมื่อได้ยินจำนวนเงินที่หญิงสาวเสนอให้ซึ่งมันมากกว่าที่เขาได้รับจากผู้หญิงที่กำลังนั่งรออยู่ในรถเป็นพันเท่า“แกคิดว่าน้ำหน้าอย่างนังนี่จะมีปัญญาจ่ายให้เรารึไง”“ก็ไม่แน่นะเว้ย ตอนที่อยู่ในรถแกก็ได้ยินไม่ใช่หรอว่าเธอถูกลักพาตัวมา แถมยังบอกว่าพ่อไม่ใช่คนกระจอกๆ”“ไอ่โง่! ถ้าพ่อนังนี่มีตังค์คงไม่ปล่อยให้ลูกสาวตัวเองถูกลักพาตัวหรอก”“เขาขู่จะฆ่าฉันพ่อเลยไม่กล้าทำอะไรแต่พ่อก็พยายามหาวิธีช่วยฉันอยู่ ผู้ชายคนนั้นเข้าใจผิ
หญิงสาวรอคอยที่จะได้ออกจากชีวิตของชายหนุ่มด้วยสีหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง และหลังจากที่เธอทานข้าวเที่ยงเสร็จแล้วก็หาข้ออ้างกลับมายังบ้านพัก จากนั้นเธอก็เฝ้ารอให้มีรถยนต์มาจอดอยู่หน้าบ้านพักอย่างใจจดใจจ่อและไม่นานรถเก๋งคันเล็กก็ปรากฏต่อหน้าเธอ“นั่งหน้าเดี๋ยวก็มีคนจับได้หรอก”“แล้วฉันต้องนั่งไหน”“นั่งท้ายรถ”“แต่ว่าฉันอาจขาดอากาศได้นะ”“ผมคำนวณระยะทางและเวลาให้แล้ว มันไม่เป็นอะไรหรอก พ้นไร่นี้ไปค่อยมานั่งหน้า”“ก็ได้”หญิงสาวที่ต้องการออกจากไร่องุ่นให้เร็วที่สุดจึงยอมขึ้นไปนอนท้ายรถแต่โดยดี เมื่ออยู่ในที่แคบหญิงสาวก็พยายามหายใจช้าๆเพื่อรักษาออกซิเจนไว้ไม่ให้ถูกใช้งานมากเกินไป และถนนที่ไม่เรียบทำให้เธอกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่อย่างนั้นกระทั่งในที่สุดก็ถึงถนนใหญ่ “ลงมา!”น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของคนขับรถทำให้หญิงสาวเริ่มรู้สึกถึงลางร้าย “แล้วนายหญิงหล่า”“ฉันอยู่นี่”“นายหญิงคะ นี่มันเรื่องอะไรกัน!”“จับเธอขึ้นรถ”“ไม่นะ! ขอร้องเถอะค่ะนายหญิง”ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้พูดอะไรมากเธอก็ถูกปิดปากด้วยเทปหนาๆส่วนมื้อทั้งสองข้างก็ถูกมัดรวมกัน หญิงสาวพยามที่จะไม่ขึ้นไปนั่งบนรถตู้คันใหญแต่กลับถูกอุ
เช้าวันต่อมา..หญิงสาวตื่นขึ้นมาพร้อมกับมีอาการคลื่นไส้จนต้องรีบเข้าไปอาเจียนในห้องน้ำ และไม่นานเธอก็กลับมานอนต่อที่เตียงด้วยความอ่อนเพลีย “นี่ยังกล้ามาโผล่หน้ามาที่บ้านเจ้านายอีกหรอ”ถ้อยคำต่อว่าจากเพื่อนร่วมงานทำให้หญิงสาวแทบจะเดินหันหลังออกจากบ้านหลังใหญ่ แต่ด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบเธอจึงจำใจนั่งทานข้าวท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมงานที่มองเธออย่างไม่ต้องการร่วมโต๊ะด้วยแม้หญิงสาวไม่ได้รู้สึกหิวแต่เธอก็เลือกที่จะตักอาหารซึ่งอยู่ตรงหน้าใส่ปากเพื่อให้สิ่งมีชีวิตเล็กๆได้เติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรง และเธอเลือกที่จะก้าวผ่านคำพูดแย่ๆของคนรอบตัวโดยการนั่งนิ่งไม่โต้ตอบอะไรใดๆทั้งสิ้น ….“ซุบชิบอะไรกัน”“เปล่าๆค่ะนายหญิง”“แต่ฉันได้ยินนะว่าพวกเธอสองคนกำลังพูดถึงสามีฉัน” “ขอโทษค่ะพวกเราผิดไปแล้ว”“ไหนเล่ามาสิว่าเมื่อวานตอนค่ำเกิดเรื่องอะไรขึ้น”“แววไม่ได้บอกนายหญิงหรอคะว่าเกิดอะไรขึ้น”“ไม่ แววไม่ได้มาบอกอะไรฉัน ว่าแต่เมื่อวานเกิดเรื่องอะไรขึ้น”“เปล่าๆค่ะไม่มี”“อย่าให้ฉันรู้จากปากคนอื่นนะไม่งั้นพวกเธอสองคนโดนไล่ออกแน่”“คืออย่างงี้ค่ะ”สาวใช้ที่ไม่อยากโดนไล่ออกจึงแย่งกันพูด “ใจเย็นๆไม่ต้อ







