แชร์

หวั่นไหว

ผู้เขียน: Hawaii
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-02 20:16:50

เช้าวันรุ่งขึ้น..

“ตื่นได้แล้ว!”

“ฉันเพิ่งได้นอนไม่กี่ชั่วโมงเองนะ”กว่าอาการปวดท้องของหญิงสาวทุเลาก็ปาไปเช้ามืดของอีกวันและนั่นจึงส่งผลให้เธอนอนไม่เต็มอิ่ม

“ฉันไม่สน”พูดจบเขาก็ลากหญิงสาวลุกจากที่นอน

“เดี๋ยวฉันไปเอง”หญิงสาวกล่าวด้วยเสียงเบาก่อนที่เธอจำใจลงไปหุงข้าวเช้าให้เขาตามปกติแม้จะอยากนอนต่อก็ตาม ความลำบากที่หญิงสาวพบเจอทำให้เธอคิดถึงชีวิตที่สุขสบาย เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้น้ำตาคลอ

“วันนี้ฉันกลับดึกนะ พอดีต้องไปงานวันเกิดเพื่อน”ชายหนุ่มกล่าวกับหญิงสาวก่อนจะเดินจากไป ส่วนหญิงสาวที่ได้ยินดังนั้นก็ทำได้แค่พยักหน้ารับทราบแม้จะไม่เห็นด้วยกับเขาก็ตาม และพอรถกระคันเก่าขับแล่นออกไปแล้ว หญิงสาวจึงรีบซักผ้าต่อให้มันแล้วเสร็จจากนั้นเธอก็กลับขึ้นไปบนห้องพร้อมกับลากโซ่เล็กเส้นสาวขึ้นไปด้วย เมื่อถึงที่นอนร่างเล็กไม่รอช้าที่จะทิ้งตัวนอนลงด้วยความรู้สึกอ่อนเพลียจากการที่เธอพักผ่อนไม่เพียงพอ ใกล้ค่ำหญิงสาวก็ปิดประตูหน้าต่างแล้วนอนคดตัวโดยที่เอาผ้าห่มคลุมหัวจรดเท้า เธอรอคอยให้ชายหนุ่มกลับมาแต่จนแล้วจนเล่าก็ไม่มีวี่แววของเขาจนกระทั่งตกดึกเกือบเที่ยงคืน เสียงรถกระบะอันคุ้นเคยทำให้หญิงสาวรีบดึงผ้าห่มออกจากนั้นเธอก็แกล้งหลับ

“ฉันห่อเค้กที่เหลือจากงานมาฝากถ้าอยากกินก็ลุกมากินซะ ถ้าเก็บไว้ถึงพรุ่งนี้เดี๋ยวมดขึ้น”ชายหนุ่มกล่าวกับหญิงสาวที่กำลังแกล้งหลับ

“นายรู้ได้ยังไงว่าฉันยังไม่ได้นอน”ส่วนหญิงสาวที่ได้ดังนั้นก็ค่อยๆลุกจากที่นอน

“จะกินไม่กิน”ชายหนุ่มถามด้วยท่าทีรำคาญ

“กินสิ หิวจะตายอยู่แล้ว”หญิงสาวตอบด้วยเสียงเบา

“อ่ะ กินให้หมดหล่า อย่าให้เหลือแม้แต่นิดเดี๋ยวมดขึ้น”

เมื่อหญิงสาวเห็นของหวานที่เธอต้องการในช่วงที่เป็นวันนั้นของเดือนจึงเผยรอยยิ้มจากนั้นเธอก็รีบกินจนหมดอย่างไม่ห่วงว่าน้ำหนักจะขึ้น

….

“วันนี้นายไม่ออกไปทำงานหรอ”หญิงสาวถามชายหนุ่มด้วยความสงสัยเมื่อเขาไม่ยอมออกจากบ้านสักที

“ไม่ วันนี้ฉันจะทำแคร่ไม้ไผ่เพิ่ม ส่วนเธอต้องถางหญ้า”

“ได้ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”พูดจบหญิงสาวก็เดินไปถางหญ้าอย่างไม่มีท่าทีต่อต้าน

ส่วนชายหนุ่มที่เห็นดังนั้นจึงเดินไปตัดไม้ไผ่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกระท่อมหลังเล็ก เขาใช้เวลาไม่นานมากในการนำไม้ไผ่มาเรียงกันไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ให้ความร่มรื่นเหมาะแก่การนั่งทำแคร่ ด้วยอากาศร้อนอบอ้าวชายหนุ่มจึงถอดเสื้อออกจนเผยให้เห็นร่างกายท่อนบนที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อทุกสัดส่วนอย่างไร้ที่ติ ส่วนหญิงสาวที่ตั้งใจนำน้ำดื่มไปให้กับชายหนุ่มในตอนแรกก็เปลี่ยนใจเมื่อเห็นเขาในสภาพเปลือยกายท่อนบน

“ไม่คิดว่าฉันจะหิวน้ำบ้างรึไงถึงไม่เอาน้ำมาให้ฉันดื่มสักที”ชายหนุ่มกล่าวตำหนิหญิงสาวด้วยความไม่พอใจที่เธอไม่ยอมมาเสิร์ฟน้ำดื่มให้กับเขาซึ่งกำลังเหน็ดเหนื่อยจากการทำแคร่ไม้ไผ่จนเหงื่อท่วมตัว

“ฉันกำลังจะเอาไปเสิร์ฟให้”ส่วนหญิงสาวที่ได้ยินดังนั้นจึงรีบนำน้ำดื่มที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ไปให้กับชายหนุ่มด้วยความลุกลี้ลุกลนและไม่ทันระวังตัวเลยเผลอไปเหยียบเศษท่อนไม้ไผ่กลมจนเสียหลักแล้วร่างกระโจนเข้าหาเขาอย่างไม่ตั้งใจ

“ถ้าคิดจะอ่อยกันก็ควรรอให้หายเป็นเมนส์ก่อนมั้ย เพราะฉันไม่อยากฝ่าไฟแดง”ชายหนุ่มกล่าวกับหญิงสาวในขณะที่เธอกำลังเกาะร่างเขาไว้เพื่อพยุงร่างตัวเองไม่ให้ถลาเข้ากับพื้น

“ขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”เมื่อหญิงสาวกลับมาตั้งหลักได้จึงรีบถอยห่างจากเขาด้วยท่าทีเขินอายเล็กน้อย

“เธอทำน้ำหกใส่ฉัน แล้วยังไม่รีบไปเอาผ้ามาเช็ดให้ฉันอีก ทำไมต้องให้บอกทุกเรื่อง”ชายหนุ่มตำหนิหญิงสาวด้วยความไม่พอใจ

“นายก็เอาเสื้อของนายเช็ดไปก่อนสิ”ส่วนหญิงสาวที่เห็นดังนั้นจึงรีบแนะนำ

“มันเปื้อนเหงื่อ”

“แต่ว่านายก็เปื้อนเหงื่อนี่”

“ไปหาผ้าสะอาดมาเช็ดให้ฉันเดี๋ยวนี้”ชายหนุ่มออกคำสั่งด้วยสีหน้าจริงจังจนหญิงสาวที่เห็นดังนั้นจึงรีบกลับเข้าไปในกระท่อมหลังเล็ก เมื่อได้ผ้ามาแล้วเธอก็ไม่รอช้าที่จะซับน้ำออกจากตัวเขาด้วยมือไม้สั่นเทา

“มาเดี๋ยวฉันเช็ดเอง”ชายหนุ่มที่เห็นดังนั้นจึงแย่งผ้าผืนเล็กจากมือหญิงสาวจากนั้นเขาก็ค่อยๆซับน้ำที่อยู่บนร่างกายออก

“งั้นฉันขอตัวกลับเข้าไปเอาน้ำมาให้ใหม่นะ”พูดจบหญิงสาวก็หันหลังให้เขาเพื่อละสายตาจากแผ่นอกกว้าง

“ลืมไปแล้วรึไงว่าเมื่อกี้เธอถือน้ำดื่มมาด้วย”ชายหนุ่มกล่าวกับหญิงสาวอย่างต้องการให้เธอขายขี้หน้า

“ใช่ฉันลืม งั้นฉันขอตัวไปถางหญ้าต่อนะ”หญิงสาวแสดงท่าทีเขินอายแล้วเดินจากไปโดยที่ไม่หันกลับมามองเขา ส่วนชายหนุ่มที่เห็นดังนั้นก็ส่ายหัวพร้อมกับเผยรอยยิ้มตรงมุมปากจากนั้นเขาก็เดินไปหยิบน้ำที่อยู่ในแก้วแล้วยกดื่มด้วยความหิวกระหาย

“นี่ฉันเป็นอะไรไปเนี่ย”หญิงสาวสะบัดศีรษะเพื่อลบภาพของชายหนุ่มออกจากหัว แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้เธอลืมภาพตอนที่เห็นเขาเปลือยกายท่อนแล้วเผยให้เห็นกล้ามเนื้อเป็นมัดๆจนทำให้หัวใจดวงน้อยของเธอนั้นเต้นตุบๆอย่างที่ไม่เคยรู้สึกเป็นแบบนั้นมาก่อน

“มัวทำอะไรทำไมไม่รีบถางหญ้าให้มันเสร็จๆ ถ้าเธอถางหญ้าไม่ทันเสร็จก่อนเที่ยงก็ไม่ต้องทานข้าวนะ”ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาหญิงสาวพร้อมกับกล่าวตักเตือนเธอด้วยสีหน้าเรียบๆ

“เมื่อสักครู่นายพูดว่าอะไรนะ”ส่วนหญิงสาวที่กำลังตกอยู่ในภวังค์เผยท่าทีสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงทุ้มที่ดังมาจากข้างหลังเธอ

“นี่เธอเหม่อจนไม่ได้ยินในสิ่งที่ฉันพูดก่อนหน้านี้เลยใช่มั้ย”

“คือฉันกำลังคิดว่าเย็นนี้จะทำอะไรกินดี”หญิงสาวรีบแก้ตัวเพื่อแก้เขินอาย

“แน่ใจนะว่าไม่ได้กำลังจินตนาการถึงฉัน”

“ฉันเปล่านะ!”หญิงสาวรีบปฏิเสธเสียงแข็งทั้งที่แก้มของเธอนั้นกำลังแดงเป็นลูกตำลึง

“ยังไม่รีบถางหญ้าอีก ถ้าเธอถางหญ้าไม่ทันเสร็จก่อนเที่ยงก็ไม่ต้องทานข้าว”

“ฉันจะพยายามถางหญ้าให้เสร็จก่อนเที่ยง”พูดจบหญิงสาวก็รีบถางหญ้าที่อยู่ตรงหน้าต่อส่วนชายหนุ่มก็กลับไปทำแคร่ไม้ไผ่ต่อเช่นกันจนกระทั่งใกล้เที่ยงเขาก็กลับเข้าไปพักทานข้าวเพื่อที่จะได้มีแรงในการทำแปลงผักต่อ

“ไม่หิวรึไงถึงได้ไม่มาทานข้าวด้วยกัน”ชายหนุ่มถามหญิงสาวในขณะที่เขากำลังนั่งทานข้าวอยู่คนเดียว

“ก็ฉันถางหญ้าไม่ทันเสร็จก่อนเที่ยงนี่”หญิงสาวกล่าวด้วยสีหน้าผิดหวังเมื่อไม่สามารถถางหญ้าให้เสร็จก่อนเที่ยงตามที่รับปากเอาไว้

“ไปล้างมือซะ แล้วรีบๆมาทานข้าว จะได้มีแรงไปช่วยฉันทำแปลงผักต่อ ส่วนหญ้าค่อยถางต่อพรุ่งนี้”

“ฉันยังไม่หิว”

“ตามใจ งั้นก็อย่ามาบ่นหิวทีหลังก็แล้วกัน”ส่วนชายหนุ่มที่เห็นดังนั้นกลับไม่สนใจเธอแล้วทานข้าวต่อ

“ไปช่วยฉันพรวนดิน”ชายหนุ่มกล่าวกับหญิงสาวหลังจากที่เขาทานข้าวเสร็จแล้วแล้วเตรียมตัวเดินไปยังแปลงผัก

“ไม่เห็นหรือไงว่าฉันถางหญ้าอยู่”หญิงสาวหันไปคุยกับชายหนุ่มด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“ฉันสั่งให้เธอไปพรวนดิน”ส่วนชายหนุ่มออกคำสั่งกับหญิงสาวพร้อมกับส่งสัญญาณผ่านสายตาว่าถ้าหากเธอไม่ยอมไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

“ได้ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”หญิงสาวลุกขึ้นยืนด้วยความจำใจจากนั้นเธอก็เดินกระแทกเท้าตามเขาไปยังแปลงผัก

ทั้งสองช่วยกันพรวนดินท่ามกลางแสงแดดจ้าและมีอุณหภูมิที่สูงเกือบสี่สิบองศาเซลเซียสจนหญิงสาวเกือบเป็นลมล้มพับกลางอากาศ

“กลับไปถางหญ้าไป อยู่ที่นี่แล้วเกะกะฉันเปล่าๆ”ชายหนุ่มที่เห็นท่าไม่ดีจึงไล่ให้เธอกลับไปถางหญ้าต่อซึ่งมันไม่ต้องอยู่ท่ามกลางแสงแดดแต่ก็หนีไม่พ้นอากาศที่อบอ้าว

“อืม”หญิงสาวทำตามคำสั่งของชายหนุ่มอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันที่เธอจะเดินพ้นแปลงผักจู่ๆร่างเล็กก็หมดสติท่ามกลางแปลงผักที่เพิ่งพรวนดินไป

“โถ่โว้ย ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้วะ”ชายหนุ่มรีบอุ้มร่างเล็กขึ้นแล้วเดินไปยังที่ร่ม จากนั้นเขาก็ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้หญิงสาวจนกระทั่งเธอฟื้นขึ้นมาด้วยอาการสะลึมสะลือ

“ฟื้นแล้วก็หาข้าวกินซะ เดี๋ยวฉันจะไปพรวนดินต่อ”พูดจบชายหนุ่มก็เดินไปพรวนดินแล้วทิ้งให้หญิงสาวอยู่คนเดียวเพียงลำพังทั้งที่เธอเพิ่งรู้สึกตัวหลังจากที่หมดสติไปเป็นเวลากว่าสิบห้านาที

“เธอไปนอนพักเถอะ เดี๋ยวฉันทำเอง”เมื่อชายหนุ่มพรวนดินเสร็จจึงกลับเข้าไปยังกระท่อมหลังเล็ก และพอเขาเห็นหญิงสาวกำลังตั้งหน้าตั้งตาก่อไฟจึงอาสาช่วยเธอ

“แต่มันเป็นหน้าที่ของฉัน”

“วันนี้ฉันไม่ได้ไปทำงาน ดังนั้นฉันจะทำงานบ้านแทนเธอเอง”

“แต่ว่านายก็ไม่ได้อยู่บ้านเฉยๆนี่ นายทำนั่นทำนี่อยู่ตลอดเวลา แถมยังตากแดดมาทั้งวันคงเหนื่อยน่าดู”หญิงสาวแสดงความเป็นห่วงชายหนุ่มจากความรู้สึกข้างในลึกๆ

ส่วนชายหนุ่มที่เห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะนึกย้อนกลับไปในช่วงวัยเด็กซึ่งเป็นช่วงเขามีความทรงจำมากมายร่วมกับผู้เป็นพี่สาว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • กลแค้นซ่อนรัก   หวง

    “หนูเห็นนะว่าพี่แอบส่งสายตาหวานให้พ่อหนู”เด็กหญิงแสดงท่าทีหวงผู้เป็นพ่ออย่างที่เธอชอบทำกับผู้หญิงคนอื่นๆ“พี่เปล่านะคะ”“ไม่ต้องมาแก้ตัวเลย หนูจะฟ้องแม่”“พี่รู้ว่าหนูคงหวงพ่อมาก แต่พี่ไม่ได้ทำอย่างที่หนูกล่าวหา”“งั้นก็ออกไปเลยหนูอยากอยู่กับพ่อสองคน”“พี่คงทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ เพราะพี่รับเงินค่าจ้างมาแล้ว”“แต่ว่าคุณพ่อมาอยู่เป็นเพื่อนแล้ว”“แล้วไหนอ่ะคะคุณพ่อของหนู”“คุณพ่อแค่ออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก”“งั้นก็รอจนกว่าคุณพ่อของหนูกลับเข้ามาพี่ถึงจะไปโอเคมั้ย”“ก็ได้”เด็กหญิงที่ไม่ต้องการเห็นหน้าพยาบาลสาวจึงนอนหันหลังในระหว่างที่รอผู้เป็นพ่อ “คุณพ่อมาแล้ว”เด็กหญิงรีบหันหลังกลับทันทีที่ได้ยินเสียงประตูห้องถูกเปิด “ดูสิว่าคุณพ่อซื้ออะไรมาฝาก”“ว้าว! ของกินเยอะจัง”เด็กหญิงเผยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อกลับเข้ามาพร้อมของกินเต็มไม้เต็มมือ“พ่อรู้ว่าหนูคงเบื่ออาหารของโรงบาลเลยลงไปหาซื้อของกินให้ มีขนมด้วยนะ”“คุณพ่อรู้ใจน้องพรีมที่สุด”“อยากกินอะไรก็เลือกเอาเลยนะเดี๋ยวคุณพ่อไปใส่จานให้”“อยากกินหมดเลย”“ไม่ได้สิคะ น้องพรีมต้องเลือกเอาสักอย่างสองอย่างเดี๋ยวกินไม่หมด”“งั

  • กลแค้นซ่อนรัก   เจตนาของใครบางคน

    “คุณพ่อมาหาน้องพรีมจริงๆด้วย”เด็กหญิงเผยรอยยิ้มทันทีที่เห็นผู้เป็นพ่อเปิดประตู้ห้องเข้ามา“ก็ลูกสาวคุณพ่อไม่สบายนี่”ผู้เป็นพ่อเดินไปหาลูกสาวที่เตียงจากนั้นสองพ่อลูกก็โอบกอดกันด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม “น้องพรีมเสียใจที่เมื่อคืนคุณพ่อไม่มานอนด้วย”แต่แล้วเด็กหญิงก็เปลี่ยนสีหน้าบูดบึ้งเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนมีเพียงผู้เป็นแม่ที่มานอนเฝ้า “งอนเป็นเด็กน้อยไปได้”ส่วนผู้เป็นพ่อที่เห็นดังนั้นก็หยิกแก้มลูกสาวเบาๆเป็นการหยอกเล่น “น้องพรีมงอนคุณพ่อจริงๆนะคะ”“ก็คุณพ่อติดธุระด่วนนี่คะ”“แล้วธุระของคุณพ่อสำคัญกว่าน้องพรีมหรอ”“ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าลูกสาวของพ่อ แต่เมื่อวานคุณพ่อติดงานด่วนจริงๆ”“แล้วทำไมคุณพ่อถึงสั่งห้ามไม่ให้พี่พีทมาเยี่ยมน้องพรีม”“ก็พี่พีททำให้น้องพรีมเกือบจากคุณพ่อไป และนี่ก็เป็นครั้งที่สองแล้ว”“น้องพรีมทำตัวเองไม่เกี่ยวกับพี่พีท คุณพ่ออย่าไปโทษพี่พีทเลยนะคะ”“ทำไมน้องพรีมต้องรับผิดแทนพี่พีทตลอด”“ก็พี่พีทไม่ผิดจริงๆนี่ และคุณพ่อชอบโทษแต่พี่พีทคนเดียว อย่างเรื่องแพ้กุ้งน้องพรีมเป็นคนร้องขอที่จะไปกับพี่พีทเอง”“แต่พี่พีทไม่ดูแลน้องพรีม”“ถ้าน้องพรีมไม่ตื้อพี่พีทไปงานตั

  • กลแค้นซ่อนรัก   วันที่รอคอย

    ทางด้านหญิงสาวที่สามารถหนีออกมาได้จึงรีบติดต่อหาผู้เป็นแม่โดยใช้โทรศัพท์ที่ยืมมาจากพนักงานปั๊มน้ํามัน “Rrrrr“รับสายสักทีเถอะ”หญิงสาวกระวนกระวายเมื่อโทรเข้าเบอร์ผู้เป็นแม่แล้วไม่มีการตอบรับ “คุณแม่คะ เมื่อกี้มีคนโทรหาคุณแม่หลายสายเลย”เด็กหญิงยื่นโทรศัพท์ที่ยืมมาเล่นคืนให้กับผู้เป็นแม่“ใครโทรมา”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ มันไม่โชว์ชื่อ”เด็กหญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง นั่นสิเบอร์ไม่คุ้นเลย”“เป็นพวกคอลเซ็นเตอร์แน่ๆ”“งั้นรอเขาโทรมาอีกรอบเดี๋ยวแม่จะด่าให้พวกเขาลืมชื่อพ่อชื่อแม่ตัวเองไปเลย”“Rrrr”“ไอ่พวกโง่ ไอ่พวกเห็นแก่ตัว วันๆเอาแต่โทรล่าเหยื่อ แกคิดว่าฉันจะหลงกลพวกแกหรอไม่มีทางหรอก”“แม่คะใจเย็นๆก่อน นี่หนูเอง”“นี่พวกแกรู้แม้กระทั่งเรื่องที่ลูกสาวฉันถูกลักพาตัวเลยหรอ ถ้ารู้ดีขนาดนั้นก็บอกมาว่าลูกสาวฉันอยู่ที่ไหน”“แม่! หนูไม่ใช่มิจฉาชีพ”“จะว่าไปแล้วเสียงคุ้นๆนะ หรือใช้เอไอ”“แม่ช่วยใจเย็นๆแล้วฟังหนูก่อน ถ้าไม่ฟังหนูจะวางสายแล้วนะ”“ใช่เลย นี่แหละลูกสาวฉัน”ผู้เป็นแม่เผยรอยยิ้มพร้อมน้ำตาแห่งความดีใจเมื่อรู้ว่าลูกสาวที่ถูกลักพาตัวยังมีชีวิตอยู่ “แม่อยู่ไหน”“อยู่โรงพยาบาล แม่อยู่โรงพยา

  • กลแค้นซ่อนรัก   วิงวอน

    เมื่อถึงหน้าผาสูงหญิงสาวรีบส่ายหัวอย่างต้องการร้องขอชีวิต “ขอร้อง”หญิงสาวปล่อยโฮทันทีที่เทปกาวถูกดึงออก เธอรีบคุกเข่าต่อหน้าชายฉกรรจ์ทั้งที่มือทั้งสองถูกมัดแน่น “แต่นายหญิงจ่ายเงินให้เราแล้วดังนั้นคงปล่อยเธอไปไม่ได้หรอก เว้นแต่จะมีข้อเสนอที่น่าสนใจ”“เธอจ่ายให้พวกคุณเท่าไหร่ฉันจะจ่ายให้มากกว่าเป็นสิบเท่าหรือจะเรียกเท่าไหร่ก็ได้ จะสิบล้านยี่สิบล้านหรือร้อยล้านฉันก็ยอม”หญิงสาวร้องขอชีวิตอย่างน่าเวทนาเมื่อเห็นหน้าผาที่สูงชันอยู่ตรงหน้า เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นาจนน้ำตาไหลอาบแก้มโดยที่ไม่มีโอกาสได้เช็ดมันออก “ข้อเสนอของเธอน่าสนใจดี เราเอาไงกันดีวะ”หนึ่งในชายฉกรรจ์ทำตาโตด้วยความโลภเมื่อได้ยินจำนวนเงินที่หญิงสาวเสนอให้ซึ่งมันมากกว่าที่เขาได้รับจากผู้หญิงที่กำลังนั่งรออยู่ในรถเป็นพันเท่า“แกคิดว่าน้ำหน้าอย่างนังนี่จะมีปัญญาจ่ายให้เรารึไง”“ก็ไม่แน่นะเว้ย ตอนที่อยู่ในรถแกก็ได้ยินไม่ใช่หรอว่าเธอถูกลักพาตัวมา แถมยังบอกว่าพ่อไม่ใช่คนกระจอกๆ”“ไอ่โง่! ถ้าพ่อนังนี่มีตังค์คงไม่ปล่อยให้ลูกสาวตัวเองถูกลักพาตัวหรอก”“เขาขู่จะฆ่าฉันพ่อเลยไม่กล้าทำอะไรแต่พ่อก็พยายามหาวิธีช่วยฉันอยู่ ผู้ชายคนนั้นเข้าใจผิ

  • กลแค้นซ่อนรัก   ตัวตน

    หญิงสาวรอคอยที่จะได้ออกจากชีวิตของชายหนุ่มด้วยสีหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง และหลังจากที่เธอทานข้าวเที่ยงเสร็จแล้วก็หาข้ออ้างกลับมายังบ้านพัก จากนั้นเธอก็เฝ้ารอให้มีรถยนต์มาจอดอยู่หน้าบ้านพักอย่างใจจดใจจ่อและไม่นานรถเก๋งคันเล็กก็ปรากฏต่อหน้าเธอ“นั่งหน้าเดี๋ยวก็มีคนจับได้หรอก”“แล้วฉันต้องนั่งไหน”“นั่งท้ายรถ”“แต่ว่าฉันอาจขาดอากาศได้นะ”“ผมคำนวณระยะทางและเวลาให้แล้ว มันไม่เป็นอะไรหรอก พ้นไร่นี้ไปค่อยมานั่งหน้า”“ก็ได้”หญิงสาวที่ต้องการออกจากไร่องุ่นให้เร็วที่สุดจึงยอมขึ้นไปนอนท้ายรถแต่โดยดี เมื่ออยู่ในที่แคบหญิงสาวก็พยายามหายใจช้าๆเพื่อรักษาออกซิเจนไว้ไม่ให้ถูกใช้งานมากเกินไป และถนนที่ไม่เรียบทำให้เธอกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่อย่างนั้นกระทั่งในที่สุดก็ถึงถนนใหญ่ “ลงมา!”น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของคนขับรถทำให้หญิงสาวเริ่มรู้สึกถึงลางร้าย “แล้วนายหญิงหล่า”“ฉันอยู่นี่”“นายหญิงคะ นี่มันเรื่องอะไรกัน!”“จับเธอขึ้นรถ”“ไม่นะ! ขอร้องเถอะค่ะนายหญิง”ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้พูดอะไรมากเธอก็ถูกปิดปากด้วยเทปหนาๆส่วนมื้อทั้งสองข้างก็ถูกมัดรวมกัน หญิงสาวพยามที่จะไม่ขึ้นไปนั่งบนรถตู้คันใหญแต่กลับถูกอุ

  • กลแค้นซ่อนรัก   ความหวัง

    เช้าวันต่อมา..หญิงสาวตื่นขึ้นมาพร้อมกับมีอาการคลื่นไส้จนต้องรีบเข้าไปอาเจียนในห้องน้ำ และไม่นานเธอก็กลับมานอนต่อที่เตียงด้วยความอ่อนเพลีย “นี่ยังกล้ามาโผล่หน้ามาที่บ้านเจ้านายอีกหรอ”ถ้อยคำต่อว่าจากเพื่อนร่วมงานทำให้หญิงสาวแทบจะเดินหันหลังออกจากบ้านหลังใหญ่ แต่ด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบเธอจึงจำใจนั่งทานข้าวท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมงานที่มองเธออย่างไม่ต้องการร่วมโต๊ะด้วยแม้หญิงสาวไม่ได้รู้สึกหิวแต่เธอก็เลือกที่จะตักอาหารซึ่งอยู่ตรงหน้าใส่ปากเพื่อให้สิ่งมีชีวิตเล็กๆได้เติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรง และเธอเลือกที่จะก้าวผ่านคำพูดแย่ๆของคนรอบตัวโดยการนั่งนิ่งไม่โต้ตอบอะไรใดๆทั้งสิ้น ….“ซุบชิบอะไรกัน”“เปล่าๆค่ะนายหญิง”“แต่ฉันได้ยินนะว่าพวกเธอสองคนกำลังพูดถึงสามีฉัน” “ขอโทษค่ะพวกเราผิดไปแล้ว”“ไหนเล่ามาสิว่าเมื่อวานตอนค่ำเกิดเรื่องอะไรขึ้น”“แววไม่ได้บอกนายหญิงหรอคะว่าเกิดอะไรขึ้น”“ไม่ แววไม่ได้มาบอกอะไรฉัน ว่าแต่เมื่อวานเกิดเรื่องอะไรขึ้น”“เปล่าๆค่ะไม่มี”“อย่าให้ฉันรู้จากปากคนอื่นนะไม่งั้นพวกเธอสองคนโดนไล่ออกแน่”“คืออย่างงี้ค่ะ”สาวใช้ที่ไม่อยากโดนไล่ออกจึงแย่งกันพูด “ใจเย็นๆไม่ต้อ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status