LOGINความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น เป็นเบ้าหลอมให้เขาเข้มแข็ง คีตภัทร คนนี้ไม่ใช่คีตภัทรคนเดิมอีกแล้ว ผู้ชายอ่อนแอคนนั้นตายจากโลกนี้ไปนานแล้ว เขากลับมาพร้อมกับความแค้นที่สุมอยู่ในอก ที่รอวันแก้แค้น "จะไปไหน!" เสียงเข้มที่เอ่ยถามทำให้เท้าที่กำลังก้าวเดินหยุดชะงัก "จะไปเตรียมเครื่องดื่มให้ค่ะ" "รู้เหรอว่าเวลานี้ผมดื่มอะไร" "ท่านบอกว่าหิวน้ำ น้ำเปล่าใช่ไหมคะ" คำตอบของเธอทำให้คีตภัทรหน้าตึง กวิสรามองเขาอย่างไม่เข้าใจ เขาหิวน้ำเธอก็ต้องหาน้ำเปล่ามาให้ มันก็ถูกแล้วนี่ "คุณกิ่งแก้วไม่ได้บอกเหรอ" "บอกค่ะ" "แล้วย้อนทำไม" "คุณกิ่งแก้วบอกว่า ท่านจะหาเครื่องดื่มดื่มเอง
View Moreเวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง หมอในห้องผ่าตัดออกมาแจ้งให้ทุกคนทราบว่า กวิสราปลอดภัยแล้ว คีตภัทรดีใจจนเก็บน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ปรมะขอตัวพาวันใหม่กลับบ้านหลังจากที่ทราบว่ากวิสราปลอดภัย นิรดากลับมากับเขา เพราะรถของเธออยู่ที่บ้านกวิสรา ระหว่างที่นั่งรถกลับมาด้วยกัน ทั้งสองพูดคุยกันมากขึ้น นิรดาเล่าเรื่องราวในชีวิตของเธอให้เขาฟังหลายเรื่อง ปรมะก็เช่นกัน ชายหนุ่มมีความสุขที่ได้อยู่กับเธอ ไม่รู้ว่าความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นมาตอนไหน รู้ตัวอีกทีนิรดาก็ก้าวเข้ามาในหัวใจของเขาแล้ว “มองอะไรคะ” ถามเมื่อปรมะยังไม่ละสายตาออกจากใบหน้าของเธอ “ใครบอกว่าผมมองคุณ ผมมองแฟนผมต่างหาก” ปรมะแถไปอีกทาง “ไหนคะแฟนคุณ ตรงนี้ก็มีฉันคนเดียว” ถามทั้ง ๆ ที่รู้ว่าแฟนที่ปรมะพูดถึงคือใคร “กลับไปส่องกระจกนะครับ แล้วจะเห็นหน้าแฟนผม” ไม่พูดเปล่าปรมะยังจ้องมาในดวงตาของเธอ “กลับก่อนนะคะ” นิรดาขอตัวกลับ ใบหน้าสวยร้อนผ่าวเมื่อเห็นสายตาและการมองของเขา “ขับรถดี ๆ นะ อย่าลืมส่องกระจกนะ ถ้าจะให้ดีส่องแล้วช่วยโทรมาบอกผมด้วยว่าแฟนผมสวยมากไหม” “ไม่คุยกับ
“ถามแม่มึงดูก็แล้วกัน ว่าที่ผ่านมาแม่มึงทำอะไรไว้กับเกมบ้าง” “หยุดนะไอ้ปอ! ไอ้ชั่ว! แกจะทำอะไร” เพียงออด่ากราดเมื่อปรมะพูดประโยคนี้ออกมา “กลับบ้านกันเถอะลูก คืนลูกให้พ่อเขาได้แล้ว” “ไม่ครับแม่ ผมจะอยู่เฝ้าจนกว่าจะแน่ใจว่าเกมปลอดภัย” “นิด...พาพี่คีกลับบ้านเดี๋ยวนี้” เมื่อทำอะไรไม่ได้ เพียงออจึงหันไปขอความช่วยเหลือจากนิรดา “นิดว่าคุณแม่ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ ให้พี่คีอยู่เฝ้าคุณเกมเถอะค่ะ เขาสองคนรักกัน” “พูดอะไรแบบนั้นลูก ที่พี่คีเขาอยู่ที่นี่ก็เพราะความรับผิดชอบ กวิสราถูกยิงบนรถพี่คีเลยต้องดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย” “รีบ ๆ ไปเอาลูกแกมาสิ ยืนบื้ออยู่ได้” เมื่อทำอะไรไม่ได้ เพียงออจึงหันมาเล่นงานปรมะต่อ “ให้พ่อกับลูกเขาอยู่ด้วยกันเถอะครับคุณป้า เราทำผิดกันมามากแล้ว ทำใจเถอะครับเราหนีความจริงไม่พ้นหรอก” คำพูดของปรมะทำให้หัวใจของคีตภัทรเต้นแรงจนแทบกระดอนออกมานอกอก “มึงว่าอะไรนะ!” ถามปรมะเพราะไม่รู้ว่าเรื่องที่ปรมพูดเป็นเรื่องจริง หรือปรมะพูดเพื่อต้องการเอาชนะแม่เขา
คีตภัทรนั่งรออยู่ที่หน้าห้องผ่าตัดด้วยหัวใจที่อ่อนล้า น้ำตาไหลลงมาเป็นสายเมื่อคิดถึงคนที่อยู่ในนั้น ภาพสุดท้ายที่เห็นฝังอยู่ในหัวใจชาตินี้ทั้งชาติคงลบออกไม่ได้ กวิสราถลาเข้ามากอดเขาใช้ตัวของเธอบังเขาเอาไว้ คำว่ารักที่เขาบอกกับเธอออกมาจากความรู้สึกในหัวใจของเขา ถึงกวิสราจะไม่ได้ยิน แต่เขาก็จะพูดมันออกมา และจะบอกกับเธอซ้ำ ๆ จนกว่าเธอจะตื่นขึ้นมาฟัง “ผมรักคุณนะเกม อย่าทิ้งผมไปนะ” พร่ำบอกคำว่ารัก หวังว่าสายลมที่พัดผ่านจะพัดความรักของเขาไปถึงหัวใจของเธอ “คีเป็นยังไงบ้างลูก ไม่เป็นไรใช่ไหม ใจแม่หายหมดเลย” เสียงที่ดังมาจากข้างหลัง ทำให้น้ำตาของคีตภัทรพากันไหลออกมา ร่างสูงหันมาทางแม่ ก่อนจะโผเข้าอกเมื่อแม่กางแขนออก แม่รักและเป็นห่วงเขามาก “ไม่เป็นไรนะลูก แม่อยู่นี่แล้ว” เพียงออปลอบพร้อมกับกอดลูกแนบอก “เกมครับแม่ เกมโดนยิง เกมใช้ตัวบังผมไว้ ผมเลยรอดมาได้ แม่ช่วยเกมด้วยนะครับ” คำพูดของลูกทำให้หัวใจของแม่กระตุก คนขับรถรายงานว่าเลขาถูกยิง ทำไมถึงกลายเป็นกวิสราไปได้ กวิสรามาเกี่ยวข้องอะไรกับลูกชายของนางอีก “กวิสรา...” “คร
ปรมะขับรถด้วยความระมัดระวัง นิรดานั่งคู่มากับเขา วันใหม่นอนหลับอยู่บนตักของเธอ แขนเรียวกอดวันใหม่เอาไว้ “เรื่องก็เป็นอย่างที่ผมเล่าให้คุณฟังนั่นแหละ คุณอย่าเข้าใจผิด เกมพึ่งย้ายไปทำงานกับคี สองคนนั้นไม่ได้ทำอะไรลับหลังคุณหรอกผมเป็นพยานได้” ปรมะอธิบายให้นิรดาฟังเพราะกลัวเธอจะเข้าใจผิด โดยไม่สังเกตเลยสักนิดว่านิรดามีสีหน้าเป็นอย่างไร “ฉันทราบค่ะว่าเขาสองคนไม่ได้ทำอะไรลับหลังฉัน แต่ที่ฉันไม่ทราบก็คือทำไมคุณถึงให้กวิสราออกไปทำงานคะ ทั้ง ๆ ที่คุณก็สามารถดูแลเธอกับลูกได้อย่างสบาย” นิรดาถามและเป็นคำถามที่ทำให้คนฟังต้องถอนหายใจออกมา “นี่คุณไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้กันแน่นิด” ปรมะถามพร้อมกับปรายตามามองหน้าเธอ “ฉันไม่รู้ค่ะ ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกคุณเลยจริง ๆ ฉันรู้แค่ว่าฉันรักพี่คี” นิรดาบอกกับเขา ก่อนจะต้องหลบตาเมื่อถูกปรมะจ้องหน้าอย่างจัง “แค่นั้น คุณรักไอ้คีมาก มากจนยอมทำทุกอย่างเพื่อได้มันไป โดยไม่สนเลยว่าคนอื่นจะเจ็บปวดและเสียใจแค่ไหน” “ถ้าคนที่คุณหมายถึงคือกวิสรา ฉันก็ไม่เห็นว่าเธอจะเจ็บปวดตรงไหนนี่คะ อีกอย่างคุณช่วย
ใบหน้าหล่อเหลาไล้เรื่อยลงไปตามซอกคอหอมกรุ่น กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากกายสาวทำให้ปรมะคุมตัวเองไม่อยู่ ลำคอแห้งผาดแก่นกายที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงยีนส์ผ้าเนื้อดีฮึกเหิม เมื่อเจ้าของร่างหนายังคงรุกรานคนในอ้อมแขนไม่หยุด นิรดาห่อตัวหนี กำปั้นน้อย ๆ ทุบลงบนอกกว้าง เพื่อเตือนสติให้เขารู้สึกตัว “อืม
นิรดามองคนที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ชัดเจนที่สุดคงเป็นความเกลียดชัง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ปรมะก็ยังใช้สายตาแบบเดิมมองเธอ ดูถูกเหยียดหยามและยั้ยหยันปนอยู่ในนั้น จังหวะที่สบตากัน นิรดาก็รู้ว่าปรมะก็รู้สึกต่างจากเธอ เขาก็เกลียดเธอไม่น้อยเช่นกัน “เชิญนั่งค่ะ!” คำพูด
กวิสราเหลือบมองคนที่นั่งหลับอยู่ที่เบาะด้านหลังด้วยความเป็นห่วง กวางนั่งกอดน้องมาตลอดทาง เด็กสาวเป็นห่วงวันใหม่ไม่น้อยไปกว่าเธอ สี่ปีที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่คิดว่าจะต้องพบเจอกับเขา แต่เหมือนความพยายามของเธอจะสูญเปล่า เพราะเธอเพิ่งวางสายจากคุณยอดยิ่ง อยู่ ๆ ก็มีคำสั่งด่วนให้เธอย้ายงานใหม่
คำขอร้องและคำห้ามปรามของวิวัฒน์และกวิสรา ไม่ได้มีผลกับคีตภัทรเลยสักนิด เมื่อชายหนุ่มยังคงเอาแต่ใจ ความโกรธกับความโมโหที่ปะทุขึ้น บวกกับความรู้สึกที่ถูกทำร้ายและทรยศหักหลัง จึงทำให้เขาอยากเอาชนะหมับมือแกร่งคว้าลงบนแขน ของคนที่แอบอยู่หลังแม่ แล้วออกแรงกระชากจนคณิสาลอยติดมือ การกระทำที่อุกอาจของเขาท





