LOGINชายหนุ่มพยายามเร่งมือในการซ่อมแซมหลังคาเพื่อที่จะได้กลับมาดูแลหญิงสาวต่อ แต่แล้วเขากลับพบว่าเธอนั้นได้หลับไปแล้ว
“ทำไมมันปวดขนาดนี้เนี่ย!”หญิงสาวตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ดูเจ็บปวดจากการที่ข้อเท้าของเธอเริ่มบวมช้ำ “ตื่นสักที แล้วนี่เธอหิวหรือยัง อาการเป็นยังไงบ้าง”เมื่อชายหนุ่มรู้ว่าหญิงสาวตื่นแล้วจึงรีบกลับเข้ามาในห้องจากนั้นเขาก็รีบเข้าไปดูข้อเท้าข้างที่ได้รับบาดเจ็บ “มันเจ็บกว่าเดิมอีก”หญิงสาวกล่าวด้วยสีหน้าเจ็บปวดจนน้ำตาแทบไหลออกมา “เดี๋ยวฉันจะไปเอานำแข็งมาประคบให้อีกรอบ”พูดจบเขาก็เดินออกจากห้องไป ชายหนุ่มเดินกลับเข้ามาหาหญิงสาวอีกครั้งพร้อมกับถือชามข้าวกับน้ำแข็งที่ถูกห่อด้วยผ้า “เธอทานข้าวไข่เจียวไปก่อนเดี๋ยวฉันจะคอยประคบข้อเท้าให้”ชายหนุ่มยื่นข้าวไข่เจียวที่อยู่ในจานให้หญิงสาวก่อนที่เขาจะค่อยๆนั่งคุกเข่าเพื่อทำการประคบเย็นข้อเท้าข้างที่บวม “ไม่ต้อง เดี๋ยวทานข้าวเสร็จฉันจะประคบเอง”ส่วนหญิงสาวที่เห็นดังนั้นจึงรีบปฏิเสธไม่ให้ชายหนุ่มประคบเย็นให้ “เจ็บเอวด้วยไม่ใช่หรอ ถ้าก้มบ่อยๆมันจะยิ่งเจ็บเข้าไปใหญ่”ชายหนุ่มให้เหตุผลที่ไม่ต้องการให้หญิงสาวประคบเย็นด้วยตัวเอง หญิงสาวนั่งตัวตรงแล้วถือจานข้าวไว้พร้อมกับตักข้าวใส่ปาก ส่วนชายหนุ่มก็ทำหน้าที่คอยประคบเย็นให้หญิงสาวโดยที่นั่งกับพื้นอย่างไม่ถือตัว และการกระทำของเขาทำเอาหญิงสาวใจฟูไม่น้อยจนเผลอยิ้มอย่างไม่รู้ตัว “ไม่ต้อง อันนี้ฉันทำเองได้”หญิงสาวรีบปฏิเสธอีกเช่นเคยเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มกำลังจะประคบเอวให้ “งั้นเธอเอานี่ประคบเอวส่วนฉันจะไปเอาน้ำแข็งมาใหม่แล้วประคบข้อเท้าให้” “ตรงข้อเท้าเริ่มดีขึ้นมาบ้างแล้ว นายไปล้างจานทำธุระส่วนตัวเถอะ” “แล้วเธออยากเข้าห้องน้ำบ้างมั้ยจะได้พาได้ก่อนที่ฉันจะเข้าไปในเมือง” “นายจะเข้าไปในเมืองวันนี้หรอ?” “อืม ว่าจะไปวันนี้เลย เพราะดูจากสภาพเธอแล้วคงต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์หลายอย่าง ที่สำคัญคืออุปกรณ์นั่งฉี่เผื่อวันไหนที่ฉันต้องเข้าไปซื้อน้ำแข็งกับอาหารสดเธอจะได้ใช้มัน” “จะบ้ารึไงฉันไม่ใช่ผู้ป่วยติดเตียงสักหน่อย ฉันลงไปเข้าห้องน้ำเองได้” “ซุ่มซ่ามแบบเธอเดี๋ยวก็หางานให้ฉันเพิ่มหรอก แค่นี้ก็เป็นภาระฉันจะแย่อยู่แล้ว” “แล้วนายไม่รังเกียจที่จะเอาฉี่ฉันไปทิ้งหรอ” “ฉี่เสร็จเธอก็มัดๆใส่ถังขยะไว้เดี๋ยวฉันเอาไปทิ้งเอง” “งั้นฉันขอไปเข้าห้องน้ำก่อนที่นายจะไม่่อยู่” “อืม..”พูดจบเขาก็อุ้มหญิงสาวขึ้นในท่าเจ้าสาว และไม่นานเขาก็อุ้มเธอกลับมาวางไว้ที่เดิม “เย็นนี้ฉันจะอาบน้ำยังไงเนี่ย”หญิงสาวกล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้ากังวล “ก็นั่งอาบบนเก้าอี้ เดี๋ยวจะเป็นคนพาไปอาบเอง” “แบบนี้นายก็เหนื่อยแย่อ่ะดิ” “ก็ใครใช้ให้เธอซุ่มซ่าม”ชายหนุ่มต่อว่าหญิงสาวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “อ้าว!นายเป็นคนใช้ฉันขึ้นไปเองแล้วยังมาหาว่าฉันซุ่มซ่ามอีก”ส่วนหญิงสาวที่ได้ยินดังนั้นจึงแสดงความไม่พอใจและเธอก็เถียงเขากลับอย่างไม่คิดยอมให้ตัวเองโดนด่าอยู่ฝ่ายเดียว “เออๆ ต่อไปจะไม่ใช้อะไรเธอละ นอกจากจะช่วยอะไรไม่ได้แล้วยังชอบทำตัวเป็นภาระฉันอีก” “ถ้าเห็นฉันเป็นภาระนักก็ไม่ต้องมาดูแล”จากก่อนหน้าไม่กี่วินาทีที่ผ่านมาหญิงสาวแสดงสีหน้าไม่พอใจ แต่แล้วจู่ๆเธอกลับเปลี่ยนเป็นอารมณ์น้อยใจอย่างกระทันหันเมื่อโดนชายหนุ่มต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง “ฉันไม่อยากเถียงกับเธอละ ขอตัวเข้าไปในเมืองก่อน”ส่วนเขาที่เห็นเธอเป็นแบบนั้นจึงตัดสินใจเดินออกจากห้องไป ตกเย็นชายหนุ่มกลับมาบ้านพร้อมกับอุปกรณ์มากมายสำหรับอำนวยความสะดวกให้หญิงสาวที่เพิ่งได้รับบาดเจ็บตรงข้อเท้าและเอว “ถอดเสื้อผ้าออกแล้วใส่ผ้าเช็ดตัวให้เรียบร้อยเสร็จแล้วบอกด้วยเดี๋ยวฉันจะพาไปอาบน้ำ”พูดจบเขาก็เดินจากไปเพื่อให้หญิงสาวได้ทำธุระส่วนตัวเพียงลำพัง “เสร็จแล้ว”เมื่อหญิงสาวพร้อมไปอาบน้ำแล้ว เธอจึงตะโกนบอกเขาด้วยน้ำเสียงห้วนๆ “อย่าดิ้นหล่าเดี๋ยวตกบันได”ชายหนุ่มกล่าวกับหญิงสาวก่อนที่เขาจะค่อยๆอุ้มร่างผอมสูงลงบันไดอย่างระมัดระวัง “อย่ามอง”หญิงสาวกล่าวตักเตือนชายหนุ่มด้วยความระแวงในตัวเขา “ฉันมองทางไม่ได้มองเธอสักหน่อย” “ไม่ต้องมาแก้ตัว ฉันเห็นอยู่ว่านายแอบมองหน้าอกฉัน” “แล้วจะให้ฉันหลับตาเดินรึไง หรือให้หันข้าง” “ก็มองทางสิไม่ใช่มามองหน้าอกฉัน” “ไม่ได้มอง ไม่อยากมองด้วย”ชายหนุ่มยังคงปฏิเสธเสียงแข็งเมื่อโดนหญิงสาวกล่าวหาในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง “อย่าให้รู้นะว่าแอบคิดอะไรกับฉัน” “ฉันจะไปคิดอะไรกับเธอ แค่หน้ายังไม่อยากมองเลย” “ไม่ชอบฉันก็ปล่อยตัวฉันไปสิ” “ก็รอพ่อเธอติดต่อมาอยู่ ถ้าฉันเคลียร์กับพ่อเธอเสร็จจะปล่อยเธอไปเอง” “นายมีปัญหากับพ่อฉันก็ไปเคลียร์กับพ่อฉันสิ ทำไมต้องมายุ่งกับฉันด้วย” “รีบอาบน้ำ เดี๋ยวฉันจะรออยู่ด้านนอก”ชายหนุ่มรีบวางหญิงนั่งที่เก้าอี้แล้วเขาก็เดินออกจากห้องน้ำไปด้วยสีหน้าเย็นชา และไม่นานเขาก็ต้องอุ้มเธอกลับขึ้นไปบนห้อง “นายจะทำอะไร!” “ก็จะพันข้อเท้าให้ไง” “ไม่ต้องเดี๋ยวฉันทำเอง” “อย่าให้ฉันต้องขึ้นเสียงกับเธอนะ”ชายหนุ่มกล่าวตักเตือนหญิงสาวด้วยน้ำเสียงจริงจัง และพอเขาเห็นว่าหญิงสาวเลิกต่อต้านจึงเริ่มพันข้อเท้าให้กับเธออย่างตั้งอกตั้งใจ ส่วนหญิงสาวที่เห็นดังนั้นก็เกิดความรู้สึกสับสนในใจอย่างไม่อาจหาคำตอบได้ว่าแท้จริงแล้วเธอกำลังรู้สึกยังไงกับเขากันแน่ “ทานซะ จะได้ทานยาต่อ“ชายหนุ่มยื่นอาหารญี่ปุ่นซึ่งจัดใส่จานไว้แล้วเป็นอย่างดีให้กับหญิงสาวหลังจากที่เขาเพิ่งไปล้างมือเสร็จ “นายมีเงินเยอะหรอถึงได้ซื้ออาหารแพงๆให้ฉัน” “ก็มีไม่เยอะหรอกแต่อยากให้เธอได้ทานอะไรดีๆบ้าง” “ขอบใจ”หญิงสาวกล่าวขอบคุณชายหนุ่มก่อนที่เธอจะเริ่มทานอาหารญี่ปุ่นซึ่งอยู่ในจานจนหมดเกลี้ยง “ฉันอุตส่าห์วางแผนตั้งนานกว่าจะได้โอกาสลักพาตัวเธอมา แทนที่เธอต้องคอยมาดูแลฉันแต่กลับกลายเป็นว่าฉันต้องดูแลเธอ”ชายหนุ่มหันมากล่าวกับหญิงสาวในขณะที่ทั้งสองต่างเตรียมเข้านอน “เลือกได้ฉันขอเป็นขี้ข้านายดีกว่าต้องมาอยู่ในสภาพนี้” “ถ้ารู้ตัวว่าต้องพึ่งพาฉันงั้นก็อย่าปากดีให้มันมากนัก ก่อนจะด่าจะเถียงอะไรให้นึกถึงตอนที่ปวดอึด้วย”ชายหนุ่มกล่าวตักเตือนหญิงสาวก่อนที่เขาจะหันหน้าหนี ส่วนเธอที่ได้ยินดังนั้นจึงไม่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาอีกเลย“หนูเห็นนะว่าพี่แอบส่งสายตาหวานให้พ่อหนู”เด็กหญิงแสดงท่าทีหวงผู้เป็นพ่ออย่างที่เธอชอบทำกับผู้หญิงคนอื่นๆ“พี่เปล่านะคะ”“ไม่ต้องมาแก้ตัวเลย หนูจะฟ้องแม่”“พี่รู้ว่าหนูคงหวงพ่อมาก แต่พี่ไม่ได้ทำอย่างที่หนูกล่าวหา”“งั้นก็ออกไปเลยหนูอยากอยู่กับพ่อสองคน”“พี่คงทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ เพราะพี่รับเงินค่าจ้างมาแล้ว”“แต่ว่าคุณพ่อมาอยู่เป็นเพื่อนแล้ว”“แล้วไหนอ่ะคะคุณพ่อของหนู”“คุณพ่อแค่ออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก”“งั้นก็รอจนกว่าคุณพ่อของหนูกลับเข้ามาพี่ถึงจะไปโอเคมั้ย”“ก็ได้”เด็กหญิงที่ไม่ต้องการเห็นหน้าพยาบาลสาวจึงนอนหันหลังในระหว่างที่รอผู้เป็นพ่อ “คุณพ่อมาแล้ว”เด็กหญิงรีบหันหลังกลับทันทีที่ได้ยินเสียงประตูห้องถูกเปิด “ดูสิว่าคุณพ่อซื้ออะไรมาฝาก”“ว้าว! ของกินเยอะจัง”เด็กหญิงเผยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อกลับเข้ามาพร้อมของกินเต็มไม้เต็มมือ“พ่อรู้ว่าหนูคงเบื่ออาหารของโรงบาลเลยลงไปหาซื้อของกินให้ มีขนมด้วยนะ”“คุณพ่อรู้ใจน้องพรีมที่สุด”“อยากกินอะไรก็เลือกเอาเลยนะเดี๋ยวคุณพ่อไปใส่จานให้”“อยากกินหมดเลย”“ไม่ได้สิคะ น้องพรีมต้องเลือกเอาสักอย่างสองอย่างเดี๋ยวกินไม่หมด”“งั
“คุณพ่อมาหาน้องพรีมจริงๆด้วย”เด็กหญิงเผยรอยยิ้มทันทีที่เห็นผู้เป็นพ่อเปิดประตู้ห้องเข้ามา“ก็ลูกสาวคุณพ่อไม่สบายนี่”ผู้เป็นพ่อเดินไปหาลูกสาวที่เตียงจากนั้นสองพ่อลูกก็โอบกอดกันด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม “น้องพรีมเสียใจที่เมื่อคืนคุณพ่อไม่มานอนด้วย”แต่แล้วเด็กหญิงก็เปลี่ยนสีหน้าบูดบึ้งเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนมีเพียงผู้เป็นแม่ที่มานอนเฝ้า “งอนเป็นเด็กน้อยไปได้”ส่วนผู้เป็นพ่อที่เห็นดังนั้นก็หยิกแก้มลูกสาวเบาๆเป็นการหยอกเล่น “น้องพรีมงอนคุณพ่อจริงๆนะคะ”“ก็คุณพ่อติดธุระด่วนนี่คะ”“แล้วธุระของคุณพ่อสำคัญกว่าน้องพรีมหรอ”“ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าลูกสาวของพ่อ แต่เมื่อวานคุณพ่อติดงานด่วนจริงๆ”“แล้วทำไมคุณพ่อถึงสั่งห้ามไม่ให้พี่พีทมาเยี่ยมน้องพรีม”“ก็พี่พีททำให้น้องพรีมเกือบจากคุณพ่อไป และนี่ก็เป็นครั้งที่สองแล้ว”“น้องพรีมทำตัวเองไม่เกี่ยวกับพี่พีท คุณพ่ออย่าไปโทษพี่พีทเลยนะคะ”“ทำไมน้องพรีมต้องรับผิดแทนพี่พีทตลอด”“ก็พี่พีทไม่ผิดจริงๆนี่ และคุณพ่อชอบโทษแต่พี่พีทคนเดียว อย่างเรื่องแพ้กุ้งน้องพรีมเป็นคนร้องขอที่จะไปกับพี่พีทเอง”“แต่พี่พีทไม่ดูแลน้องพรีม”“ถ้าน้องพรีมไม่ตื้อพี่พีทไปงานตั
ทางด้านหญิงสาวที่สามารถหนีออกมาได้จึงรีบติดต่อหาผู้เป็นแม่โดยใช้โทรศัพท์ที่ยืมมาจากพนักงานปั๊มน้ํามัน “Rrrrr“รับสายสักทีเถอะ”หญิงสาวกระวนกระวายเมื่อโทรเข้าเบอร์ผู้เป็นแม่แล้วไม่มีการตอบรับ “คุณแม่คะ เมื่อกี้มีคนโทรหาคุณแม่หลายสายเลย”เด็กหญิงยื่นโทรศัพท์ที่ยืมมาเล่นคืนให้กับผู้เป็นแม่“ใครโทรมา”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ มันไม่โชว์ชื่อ”เด็กหญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง นั่นสิเบอร์ไม่คุ้นเลย”“เป็นพวกคอลเซ็นเตอร์แน่ๆ”“งั้นรอเขาโทรมาอีกรอบเดี๋ยวแม่จะด่าให้พวกเขาลืมชื่อพ่อชื่อแม่ตัวเองไปเลย”“Rrrr”“ไอ่พวกโง่ ไอ่พวกเห็นแก่ตัว วันๆเอาแต่โทรล่าเหยื่อ แกคิดว่าฉันจะหลงกลพวกแกหรอไม่มีทางหรอก”“แม่คะใจเย็นๆก่อน นี่หนูเอง”“นี่พวกแกรู้แม้กระทั่งเรื่องที่ลูกสาวฉันถูกลักพาตัวเลยหรอ ถ้ารู้ดีขนาดนั้นก็บอกมาว่าลูกสาวฉันอยู่ที่ไหน”“แม่! หนูไม่ใช่มิจฉาชีพ”“จะว่าไปแล้วเสียงคุ้นๆนะ หรือใช้เอไอ”“แม่ช่วยใจเย็นๆแล้วฟังหนูก่อน ถ้าไม่ฟังหนูจะวางสายแล้วนะ”“ใช่เลย นี่แหละลูกสาวฉัน”ผู้เป็นแม่เผยรอยยิ้มพร้อมน้ำตาแห่งความดีใจเมื่อรู้ว่าลูกสาวที่ถูกลักพาตัวยังมีชีวิตอยู่ “แม่อยู่ไหน”“อยู่โรงพยาบาล แม่อยู่โรงพยา
เมื่อถึงหน้าผาสูงหญิงสาวรีบส่ายหัวอย่างต้องการร้องขอชีวิต “ขอร้อง”หญิงสาวปล่อยโฮทันทีที่เทปกาวถูกดึงออก เธอรีบคุกเข่าต่อหน้าชายฉกรรจ์ทั้งที่มือทั้งสองถูกมัดแน่น “แต่นายหญิงจ่ายเงินให้เราแล้วดังนั้นคงปล่อยเธอไปไม่ได้หรอก เว้นแต่จะมีข้อเสนอที่น่าสนใจ”“เธอจ่ายให้พวกคุณเท่าไหร่ฉันจะจ่ายให้มากกว่าเป็นสิบเท่าหรือจะเรียกเท่าไหร่ก็ได้ จะสิบล้านยี่สิบล้านหรือร้อยล้านฉันก็ยอม”หญิงสาวร้องขอชีวิตอย่างน่าเวทนาเมื่อเห็นหน้าผาที่สูงชันอยู่ตรงหน้า เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นาจนน้ำตาไหลอาบแก้มโดยที่ไม่มีโอกาสได้เช็ดมันออก “ข้อเสนอของเธอน่าสนใจดี เราเอาไงกันดีวะ”หนึ่งในชายฉกรรจ์ทำตาโตด้วยความโลภเมื่อได้ยินจำนวนเงินที่หญิงสาวเสนอให้ซึ่งมันมากกว่าที่เขาได้รับจากผู้หญิงที่กำลังนั่งรออยู่ในรถเป็นพันเท่า“แกคิดว่าน้ำหน้าอย่างนังนี่จะมีปัญญาจ่ายให้เรารึไง”“ก็ไม่แน่นะเว้ย ตอนที่อยู่ในรถแกก็ได้ยินไม่ใช่หรอว่าเธอถูกลักพาตัวมา แถมยังบอกว่าพ่อไม่ใช่คนกระจอกๆ”“ไอ่โง่! ถ้าพ่อนังนี่มีตังค์คงไม่ปล่อยให้ลูกสาวตัวเองถูกลักพาตัวหรอก”“เขาขู่จะฆ่าฉันพ่อเลยไม่กล้าทำอะไรแต่พ่อก็พยายามหาวิธีช่วยฉันอยู่ ผู้ชายคนนั้นเข้าใจผิ
หญิงสาวรอคอยที่จะได้ออกจากชีวิตของชายหนุ่มด้วยสีหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง และหลังจากที่เธอทานข้าวเที่ยงเสร็จแล้วก็หาข้ออ้างกลับมายังบ้านพัก จากนั้นเธอก็เฝ้ารอให้มีรถยนต์มาจอดอยู่หน้าบ้านพักอย่างใจจดใจจ่อและไม่นานรถเก๋งคันเล็กก็ปรากฏต่อหน้าเธอ“นั่งหน้าเดี๋ยวก็มีคนจับได้หรอก”“แล้วฉันต้องนั่งไหน”“นั่งท้ายรถ”“แต่ว่าฉันอาจขาดอากาศได้นะ”“ผมคำนวณระยะทางและเวลาให้แล้ว มันไม่เป็นอะไรหรอก พ้นไร่นี้ไปค่อยมานั่งหน้า”“ก็ได้”หญิงสาวที่ต้องการออกจากไร่องุ่นให้เร็วที่สุดจึงยอมขึ้นไปนอนท้ายรถแต่โดยดี เมื่ออยู่ในที่แคบหญิงสาวก็พยายามหายใจช้าๆเพื่อรักษาออกซิเจนไว้ไม่ให้ถูกใช้งานมากเกินไป และถนนที่ไม่เรียบทำให้เธอกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่อย่างนั้นกระทั่งในที่สุดก็ถึงถนนใหญ่ “ลงมา!”น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของคนขับรถทำให้หญิงสาวเริ่มรู้สึกถึงลางร้าย “แล้วนายหญิงหล่า”“ฉันอยู่นี่”“นายหญิงคะ นี่มันเรื่องอะไรกัน!”“จับเธอขึ้นรถ”“ไม่นะ! ขอร้องเถอะค่ะนายหญิง”ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้พูดอะไรมากเธอก็ถูกปิดปากด้วยเทปหนาๆส่วนมื้อทั้งสองข้างก็ถูกมัดรวมกัน หญิงสาวพยามที่จะไม่ขึ้นไปนั่งบนรถตู้คันใหญแต่กลับถูกอุ
เช้าวันต่อมา..หญิงสาวตื่นขึ้นมาพร้อมกับมีอาการคลื่นไส้จนต้องรีบเข้าไปอาเจียนในห้องน้ำ และไม่นานเธอก็กลับมานอนต่อที่เตียงด้วยความอ่อนเพลีย “นี่ยังกล้ามาโผล่หน้ามาที่บ้านเจ้านายอีกหรอ”ถ้อยคำต่อว่าจากเพื่อนร่วมงานทำให้หญิงสาวแทบจะเดินหันหลังออกจากบ้านหลังใหญ่ แต่ด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบเธอจึงจำใจนั่งทานข้าวท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมงานที่มองเธออย่างไม่ต้องการร่วมโต๊ะด้วยแม้หญิงสาวไม่ได้รู้สึกหิวแต่เธอก็เลือกที่จะตักอาหารซึ่งอยู่ตรงหน้าใส่ปากเพื่อให้สิ่งมีชีวิตเล็กๆได้เติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรง และเธอเลือกที่จะก้าวผ่านคำพูดแย่ๆของคนรอบตัวโดยการนั่งนิ่งไม่โต้ตอบอะไรใดๆทั้งสิ้น ….“ซุบชิบอะไรกัน”“เปล่าๆค่ะนายหญิง”“แต่ฉันได้ยินนะว่าพวกเธอสองคนกำลังพูดถึงสามีฉัน” “ขอโทษค่ะพวกเราผิดไปแล้ว”“ไหนเล่ามาสิว่าเมื่อวานตอนค่ำเกิดเรื่องอะไรขึ้น”“แววไม่ได้บอกนายหญิงหรอคะว่าเกิดอะไรขึ้น”“ไม่ แววไม่ได้มาบอกอะไรฉัน ว่าแต่เมื่อวานเกิดเรื่องอะไรขึ้น”“เปล่าๆค่ะไม่มี”“อย่าให้ฉันรู้จากปากคนอื่นนะไม่งั้นพวกเธอสองคนโดนไล่ออกแน่”“คืออย่างงี้ค่ะ”สาวใช้ที่ไม่อยากโดนไล่ออกจึงแย่งกันพูด “ใจเย็นๆไม่ต้อ







