LOGIN"คำก็แก่สองคำก็แก่ แก่แล้วมันไม่มีหัวใจรักใครไม่เป็นหรือไง หนูจะฟันคนแก่แล้วทิ้งเหรอคะ หน้าตาก็สวยตัวก็เล็กแค่นี้ ทำไมใจร้ายจัง" ตัดพ้ออะไรขนาดล่ะนั่น เอาซะสำนึกผิดแทบไม่ทันเลย
View More"อึ่ก อ๊ะ แรงอีก อื้อ!"เสียงครวญครางสั่นระคนเสียงหอบหายใจดังก้องไปทั่วทั้งห้อง อุณหภูมิห้องที่เดิมทีเย็นสบายในตอนนี้กลับร้อนระอุจนแทบหลอมละลายภายใต้แสงสว่างช่วงกลางวันที่ส่องลอดเข้ามาผ่านบานกระจก ปรากฏร่างของหนุ่มสาวกำลังกอดก่ายแนบชิด เด็กสาวตัวขาวกำลังนอนคว่ำคลานสี่ขาร่อนสะโพกเข้าหาท่อนเอ็นลำเขื่องด้านหลังอย่างลืนอาย ส่วนชายหนุ่มเบื้องหลังก็กำลังยืนเข่าอย่างมั่นคงทว่าเกร็งสะท้านไปทั้งร่างใบหน้าหล่อของไคเฉิงเชิดขึ้นขณะที่ฝากฝังส่วนหน้าของตนเข้าในช่องทางร้อนผ่าวหนัก ๆ มือขยำก้อนซาลาเปาขาวนุ่มทั้งสองข้างจนล้นออกมาง่ามนิ้วไม่นานมือข้างหนึ่งก็ยกขึ้นฟาดแก้มก้นงอนเสียงดังลั่นเพี๊ยะ!!“อ๊า!” ยิ้มสั่นระริกไปทั้งร่าง แขนที่ยันกายเอาไว้กับที่นอนเหมือนจะเสียหลักได้ในทุกเมื่อ ใบหน้าหวานหยดเหยเกด้วยความเสียวซ่านขณะที่ในอกรู้สึกได้ถึงไฟปรารถนาเผาไหม้อย่างรุนแรงด้านชายหนุ่ม ดวงตาคมกริบกำลังจดจ้องถ้ำเนื้อชุ่มฉ่ำที่ขมิบรัดแก่นกายก่อนจะกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก บั้นท้ายที่เด้งขึ้นลงยามที่เขากดกายกระแทกยังน่ามองเสมอเช่นเดียวกันกับแผ่นหลังนวลเนียนเปียกชื้นสะท้อนแสงไฟเป็นมันวาว ปกคลุมด้วยเส้นผมสียาว
“เอ่อ เฮียไคคะ”ด้านคนถาม เมื่อเห็นเธอหน้าแดงมองไปด้านหลังก็มองตามสายตาไป คล้ายจะเพิ่งนึกได้ขึ้นมาว่าไม่ได้อยู่กันตามลำพังจึงโบกมือให้สองคนนั้นไปจัดการสัมภาระกระเป๋าเดินทางทั้งหมดส่วนตัวเองยืนจับมือเล็กรอจนทุกคนออกไปจากห้องและปิดประตูเรียบร้อยแล้วจึงหันกลับมาหายิ้มอีกครั้ง“ว่าไง คิดถึงเฮียไหม” เพราะไม่ได้เจอกันตั้งสองสัปดาห์เขาคิดถึงเธอจะแย่แล้วไม่ถามเปล่าแต่เขายังช้อนอุ้มเธอในท่าเจ้าสาวก่อนจะพาเดินไปนั่งบนโซฟาตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องนั่งเล่น แขนแกร่งเกาะเกี่ยวเอวคอดของคนบนตักเอาไว้นอกจากนั้นยังหันไปจูบเรียวแขนขาวที่โอบรอบลำคอของตัวเองอยู่เสียด้วย“คิดถึงค่ะ หนูคิดถึงเฮียไคเหมือนกัน” คำตอบนั้นพร้อมกับรอยยิ้มหวานและมือนิ่มที่ลูบเบา ๆ ที่ข้างแก้มทำเอาชายหนุ่มที่เพิ่งทวงถามกลายเป็นคนเขินเสียเองไม่รู้หนูยิ้มใช้เวทมนตร์แขนงไหนแต่เธอเหมือนสามารถพลิกมาสะกดใจเขาได้ทุกเมื่อ เธอมีโมเม้นต์ที่เขินเหมือนกันนะ แต่ไม่ได้เขินถึงขนาดที่เขาจะสามารถแกล้งได้เวลาเดียวที่จะมีสิทธิ์แกล้งแม่คนนี้มีแค่เวลาอยู่บนเตียงด้วยกัน นอกนั้นเขารุกไปเธอจะรุกกลับ ใช้ดวงตาคู่นั้นจ้องดึงลมหายใจไปจากตัวเขา แถมสู้ไม่
“แม่ฉันไม่ได้ว่า ฉันก็แปลกใจเหมือนกัน จะว่าเป็นเพราะพี่ไคให้รถมาใช้แม่เย็นก็ไม่ได้ว่าอะไรตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้วนะ แค่บอกฉันว่าทำอะไรก็ให้รู้จักป้องกัน แต่ถ้าพลาดให้บอกทันทีอะไรงี้”‘ไอ้รอบที่แกไปนอนค้างห้องพี่เขาอ่ะนะ’“นั่นแหละ แม่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่ไคเป็นใครมาจากไหน หรือว่ารู้จักอะไรกับคุณแฝด”‘ฉันถามอะไรหน่อยสิยิ้ม’“ว่า”‘พี่รักรู้เรื่องนี้ไหม ที่แกกำลังคุย ๆ แบบท้องชนกันกับฮีอยู่’“น่าจะรู้มั้ง เพราะว่าตอนที่โทรมาถามฉันเรื่องไอ้พัตเตอร์ พี่รักก็ดูไม่ได้สงสัยนะว่าสามีตัวเองไปรู้มาจากไหน น่าจะคุยกันแล้วมั้งว่าคุณแฝดไปรู้เรื่องมาได้ยังไง”‘ชัดเลย’“อะไรวะ”‘ฉันว่าที่แม่แกไม่ว่าไม่ใช่ว่าไม่ห่วงหรอก แต่อาจจะคุยกับพี่รักแล้วและรู้ว่าคุณไคเป็นเพื่อนฮีแฝด แถมเป็นน้องฮีทิม แกบอกฉันอยู่เหมือนกันนี่ว่าเขาต้องผ่านด่านสองคนนั้น”“เหรอวะ”“ใช่ ถ้าผ่านได้มันก็ไม่น่าห่วงไง ยังไงคุณไคก็ต้องเกรงใจคุณแฝด เกรงใจพี่ชายตัวเอง ไม่กล้าทำอะไรไม่ดีกับแก’ได้ฟังที่เพื่อนพูดแล้วยิ้มก็คิดย้อนไปถึงวันแรกที่แม่ถามเธอว่าไปนอนห้องเพื่อนหรือนอนห้องแฟน ตอนนั้นแม่ก็ดูใจเย็นเกินไปจนน่าสงสัยจริง ๆเป็นไปได้ว่าจะรู้ม
ท่าทีของยิ้มเหมือนจะทำให้พัตเตอร์ยิ่งโกรธจัด ชายหนุ่มย่างสามขุมเข้ามาหา มือคว้าไหล่ข้างซ้ายเอาไว้แล้วบีบแน่นจนรู้สึกเจ็บ ทั้งยังกระชากจนร่างของหญิงสาวเสียหลักปลิวตามแรงดึง“ได้เป็นกะหรี่ไฮโซเข้าหน่อยทำมาเป็นชูคอ ทีกูขอเอาละทำเป็นสะดีดสะดิ้ง ถ้าขายตัวทำไมไม่บอกวะ หรือคิดว่ากูไม่รวยเท่าเสียแก่ ๆ ของมึง ออดี้คันละไม่กี่บาทกูซื้อให้ขับได้อยู่แล้ว”“พูดเหี้ยอะไรของมึง ออกห่างจากเพื่อนกูเลยนะ” ยังไม่ทันที่ยิ้มจะได้ด่ากลับให้สมกับความปากหมาของมัน ญารินที่เพิ่งกลับมาจากห้องน้ำก็จ้ำเท้าเดินเข้ามาแทรกตรงกลางและผลักอกของพัตเตอร์จนมือหลุดออกพอเป็นญารินอีกฝ่ายพลันหน้าซีดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ลดละสิ่งที่กำลังทำอยู่ คล้ายกับหากหยุดมันอีโก้จะพังทลายไม่มีชิ้นดีอย่างไรอย่างนั้น“ไม่เกี่ยวกับมึง อย่าเสือก”“แล้วมันเกี่ยวกับมึงเหรอ ยิ้มมันจะขับรถอะไรแล้วเกี่ยวอะไรกับมึงไม่ทราบ หา!! เป็นถึงลูกผู้กำกับแต่กลับทำตัวเหมือนอันธพาลข้างถนน พ่อแม่มึงอายไหมแบบนี้”“มึงอย่ามาด่าถึงพ่อแม่กูนะ”“กูด่ามึงค่ะ อีสมองหมาปัญญาควาย”“อีเวรนี่ นึกว่าบ้านมึงใหญ่แล้วกูจะกลัวเหรอ”“มึงไม่ต้องกลัวกูหรอก ฝั่งยิ้มมันก็ไม่ได้ไก่
หลายวันต่อมา“ยิ้ม ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ ส้มตำป้าดาน่าจะทำพิษว่ะ”“อืมไปสิ เดี๋ยวฉันดูของให้”“อืมขอบใจนะ โอ๊ยไม่ไหวละ”เมื่อเพื่อนสาวจ้ำเท้าไปแล้วยิ้มก็กลับมาตั้งใจอ่านหนังสือเรียนในมือต่อ เพราะออกไปใช้เวลาอยู่กับไคเฉิงหลายวันเพิ่งจะได้กลับมาทุ่มกับการเรียนเต็มที่ได้ไม่นานช่วงนี้จึงต้องกลับมาอ่า
“หนูยิ้มชอบไหมคะ”แท่นวางกำมะหยี่สีดำขนาดเล็กที่มีกำไลโลหะลายถักชุบด้วยทองคำขาววางอยู่สองวงถูกยื่นมาด้านหน้าหญิงสาวที่กำลังยืนมองไปรอบร้านอย่างสนอกสนใจยิ้มหันมองหน้าเขาก่อนจะก้มลงมองมันอยู่ครู่หนึ่งดวงตากลมโตไล่มองพิจารณากำไลสองไซซ์สองสีที่วางอยู่ข้างกัน วงหนึ่งใหญ่กว่าสีเงินส่วนอีกวงเล็กกว่าสีโร
ไม่นานนักทั้งสองคนก็ขึ้นมาถึงห้องที่ไคเฉิงเปิดเอาไว้ ยิ้มรู้แค่ว่าโรงแรมนี้เป็นโรงแรมเดียวกับที่เราเจอกันครั้งแรก เธอมัวแต่ร้องไห้จนดวงตาพร่ามัวมองไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าเลขห้องคืออะไรจะใช่ห้องเดิมที่เคยเสียบริสุทธิ์หรือไม่ ในยามนี้เด็กสาวไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว เพราะทันทีที่ประตูห้องปิดลงและเขาก็รั้งตัวเ
"ซ้อมให้น่วมแต่อย่าให้ตาย อย่าให้โดนอวัยวะสำคัญ เอาให้เจ็บระบมต้องนอนพักไปสักเดือน แล้วก็สอนมันด้วยว่าอย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก เผื่อพ่อแม่มันไม่สอนถึงได้ทำตัวระยำแบบนี้"'คนผู้หญิงล่ะครับ'"ซ้อมเหมือนคนผู้ชาย บอกมันด้วยทีหน้าทีหลังอย่าคิดทำร้ายผู้หญิงด้วยกันแบบนั้นอีก และนอกจากซ้อมห้ามมีใครแตะเด็กคน






reviews