เข้าสู่ระบบบทที่
5
แสงสว่างในความมืดมิด
ใบพลูยังคงนั่งอยู่ที่ริมสระน้ำพุในสวนหลังบ้าน ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างเงียบ ๆ เธอทอดมองเงาสะท้อนที่บิดเบี้ยวของตัวเองในผิวน้ำที่นิ่งสงบ คำพูดที่แสนเย็นชาของคิมหันต์ยังคงดังก้องอยู่ในหัวราวกับมีดที่คอยทิ่มแทงเธออยู่ตลอดเวลา เธอไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตอยู่ในสภาพนี้ได้นานแค่ไหน แต่ในขณะที่กำลังจมดิ่งลงในห้วงแห่งความสิ้นหวัง จู่ ๆ ก็มีเสียงหัวเราะใส ๆ ของเด็กดังขึ้นมา
“ฮ่าๆๆๆ จับได้แล้ว!”
ใบพลูหันไปตามเสียงและพบกับเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังวิ่งเล่นไล่จับผีเสื้อในสวนอย่างสนุกสนาน นั่นคือน้องนุ่มนิ่ม ลูกสาวบุญธรรมของคิมหันต์ที่เธอเพิ่งเจอเมื่อเช้า ใบหน้าของเด็กหญิงเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส ดวงตาเป็นประกายแวววาว ใบพลูเผลอยิ้มตามไปอย่างไม่รู้ตัว
เมื่อนุ่มนิ่มหันมาเห็นใบพลูกำลังนั่งอยู่คนเดียว เธอก็หยุดวิ่งแล้วเดินเข้ามาหาด้วยความไร้เดียงสา
“พี่ใบพลูทำไมมานั่งคนเดียวตรงนี้คะ” เสียงเล็ก ๆ เจื้อยแจ้วถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง ใบพลูรีบเช็ดน้ำตาออก ก่อนจะส่งยิ้มให้เด็กหญิงอย่างอบอุ่น
“เปล่าหรอกจ้ะ พี่แค่อยากออกมาสูดอากาศ” ใบพลูโกหกไป นุ่มนิ่มพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ ใบพลูอย่างเป็นกันเอง
“คุณพ่อชอบมานั่งที่นี่ค่ะ” นุ่มนิ่มพูดต่อ “คุณพ่อบอกว่าที่นี่เงียบสงบดี”
“คุณพ่อ” ใบพลูถามย้ำอีกครั้งด้วยความสงสัย นุ่มนิ่มยิ้มกว้างก่อนจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคิมหันต์ให้เธอฟังอย่างไม่หยุด ทั้งเรื่องที่เขาชอบเล่านิทานให้ฟังก่อนนอน หรือชอบพาเธอไปเที่ยวสวนสนุก คำพูดของนุ่มนิ่มทำเอาใบพลูรู้สึกสับสน คิมหันต์ที่เธอรู้จักตอนนี้ไม่ใช่คนแบบที่นุ่มนิ่มพูดเลยแม้แต่น้อย แต่แววตาที่เป็นประกายของเด็กหญิงก็บ่งบอกว่าสิ่งที่เธอพูดนั้นเป็นเรื่องจริง
ใบพลูรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้อยู่กับเด็กหญิงคนนี้ นานแค่ไหนแล้วนะที่เธอไม่ได้รู้สึกสบายใจแบบนี้ การได้อยู่กับนุ่มนิ่มทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ได้กลับไปเป็นเด็กที่มีความสุขในโลกที่ไร้เดียงสา
ในช่วงบ่าย คิมหันต์กลับมาถึงบ้าน ใบพลูและนุ่มนิ่มกำลังนั่งวาดรูประบายสีกันอยู่ในห้องนั่งเล่น เสียงหัวเราะคิกคักของนุ่มนิ่มดึงความสนใจของคิมหันต์ให้เดินเข้ามาหา ใบพลูเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความรู้สึกหลากหลาย เธอไม่รู้ว่าเขาจะแสดงท่าทีอย่างไรเมื่อเห็นเธออยู่กับลูกสาว
แต่เมื่อคิมหันต์เดินเข้ามาใกล้ แววตาที่เคยเย็นชาของเขากลับอ่อนโยนลงทันทีที่ได้ยินเสียงหัวเราะของนุ่มนิ่ม เขาทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ ลูกสาวและยื่นมือไปลูบผมของเด็กหญิงอย่างอ่อนโยน
“วันนี้คนเก่งวาดรูปอะไรครับ” เสียงทุ้มนุ่มถามขึ้นอย่างแผ่วเบา ใบพลูแอบมองเหตุการณ์นี้ด้วยความประหลาดใจ นี่คือคิมหันต์ที่เธอเคยรู้จักในวัยเด็กใช่ไหมคนที่ดูใจดีและอบอุ่นอย่างเหลือเชื่อ
นุ่มนิ่มชี้ไปที่รูปวาดของเธอ “นุ่มนิ่มวาดรูปดอกทานตะวันให้คุณพ่อกับพี่สาวค่ะ”
คิมหันต์มองรูปวาดนั้นด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก “สวยมากเลยครับคนเก่ง” เขาพูดพลางหันไปมองใบพลูที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ด้วยสายตาที่ทำให้เธอรู้สึกราวกับกำลังถูกตรวจสอบ
หลังจากนั้นไม่นาน คิมหันต์ก็ชวนทั้งสองคนดูหนังด้วยกัน ใบพลูรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในบรรยากาศที่อบอุ่นเหมือนครอบครัว แต่เมื่อเธอมองไปที่ใบหน้าของคิมหันต์ที่กำลังยิ้มอย่างอ่อนโยนให้ลูกสาว เธอก็ได้เห็นแววตาที่เย็นชาของเขาฉายออกมาเป็นบางครั้ง ทำให้ตระหนักได้ว่านี่อาจเป็นเพียงความสุขชั่วคราวที่เธอได้รับจากน้องนุ่มนิ่มเท่านั้น
แต่อย่างน้อยการได้อยู่กับนุ่มนิ่มก็ทำให้เธอรู้สึกว่ายังมีแสงสว่างเล็ก ๆ ในชีวิตที่เต็มไปด้วยความมืดมิดนี้ ใบพลูไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป เพราะอย่างน้อยก็ยังมีเด็กหญิงตัวน้อยคนนี้ที่คอยเป็นเพื่อนเธอ แม้ว่าความสัมพันธ์ของเธอกับคิมหันต์จะยังคงเป็นเหมือนเดิม แต่การมีอยู่ของนุ่มนิ่มก็ทำให้หัวใจที่เคยแตกสลายของเธอเริ่มได้รับการเยียวยาอย่างช้า ๆ
ตอนที่14รอยตีตราแห่งความหึง (18+) ตลอดทางขากลับบ้าน รถยุโรปคันหรูเต็มไปด้วยความอึดอัด คิมหันต์ไม่พูดอะไรสักคำเอาแต่ดื่มไวน์มาตลอดทางทันทีที่รถจอดสนิทภายในคฤหาสน์ตระกูลดัง ท่ามกลางเสียงฝนที่เริ่มตั้งเค้าและพัดกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง“ลงมา” คิมหันต์ตวาดเสียงต่ำ เขาไม่รอให้คนขับรถมาเปิดประตูแต่ก้าวลงไปกระชากแขนใบพลูให้เดินตามขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบนอย่างรวดเร็ว“คุณอา ใบพลูเจ็บค่ะ เบาๆ หน่อย” ใบพลูร้องบอกพลางพยายามแกะมือหนาที่บีบข้อมือเธอจนขึ้นรอยเขียวช้ำปัง!!!เขาเหวี่ยงร่างบางลงบนเตียงกว้างทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูห้องนอน กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นไวน์ที่เขาดื่มมาตลอดทางโชยมาเตะจมูก ใบพลูใจสั่นระรัวพยายามจะลุกขึ้นหนี แต่คิมหันต์กลับโถมกายลงมาทับไว้ทั้งร่าง นัยน์ตาของเขาในยามนี้วาวโรจน์ด้วยไฟโทสะและแรงหึงหวงที่กักเก็บไว้ไม่ไหวอีกต่อไป“ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหม ว่าอย่าให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องตัวเธอ” เขาตวาดกร้าวพร้อมกับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียว“ไอ้สวะนั่นมันสัมผัสตรงไหนบ้าง ตรงนี้หรือตรงนี้”มือหนาอีกข้างกระชากเสื้อเชิ้ตทำงานของเธอจนกระดุมหลุดกระเด็นไปคนละทิศละทาง
ตอนที่13พายุเริ่มตั้งเค้ากระชากเปิดออกอย่างแรง คิมหันต์ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยแต่ดวงตากลับลุกโชนไปด้วยไฟโทสะเขามองเห็นภาพพนักงานชายที่พยายามจะสิงร่างใบพลูอยู่รำไร ความรู้สึกหวงแหนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชาพลุ่งพล่านขึ้นมาทันที“ที่นี่บริษัท ไม่ใช่ตลาดสดนัดพบ ใครไม่มีหน้าที่ไสหัวไปให้หมด” เสียงทุ้มตวาดกร้าวทำเอาทุกคนในบริเวณนั้นสะดุ้งสุดตัวพนักงานชายคนนั้นรีบขอโทษและวิ่งหายไปทันที คิมหันต์หันมาจ้องใบพลูด้วยสายตาบีบคั้น เขาหันไปสั่งการด้วยเสียงเฉียบขาด“คุณอรุณรัตน์ จัดการย้ายโต๊ะทำงานของใบพลูเข้าไปไว้ในห้องของผมเดี๋ยวนี้และห้ามพนักงานหน้าไหนเข้ามาวอแวแถวนี้ถ้าผมไม่อนุญาต”“แต่ท่านประธานคะ ห้องข้างในมันเป็นห้องส่วนตัวนะคะ” อรุณรัตน์ท้วงด้วยความตกใจ“ผมสั่งให้ทำก็ทำ” เขาตวาดก่อนจะหันมามองใบพลูที่ยืนหน้าซีด“ส่วนเธอใบพลูเข้าไปข้างใน ต่อไปนี้เธอต้องทำงานภายใต้สายตาของฉันทุกวินาที อย่าให้ฉันเห็นว่าเธอไปอ่อยใครต่อหน้าฉันอีก หน้าที่ของเธอคือรับใช้ฉันคนเดียวจำใส่หัวไว้”“แต่ฉันก็ไม่ได้ไปทำงานให้ใครนอกจากบอสนะคะ”“เธอไม่มีสิทธิ์พูดอะไรทั้งนั้นถ้าฉันยังไม่ได้สั่งให้เธอได้พูด”ใ
ตอนที่13พายุเริ่มตั้งเค้าท่ามกลางแสงสีที่สาดสลับไปมาและเสียงดนตรีที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจภายในคลับหรูใจกลางเมืองเพลินตา ในชุดเดรสสีแดงเพลิงเดินฝ่าฝูงชนด้วยท่าทางมั่นใจแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความกังวลเธอพยายามกดโทรศัพท์หาใบพลูเป็นรอบที่ร้อยของวันแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณว่างเปล่า ความเป็นห่วงเพื่อนสนิทที่หายเงียบไปหลังจากบอกว่าจะไปอยู่กับคุณอาทำให้เพลินตานั่งไม่ติด เธอจึงตัดสินใจกลับมาที่คลับแห่งนี้อีกครั้งเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ที่เครียดๆ ของเธอ“แกหายไปไหนของแกกันแน่ใบพลู ทำไมไม่บอกฉันสักนิดว่าอยู่ที่ไหน”“หาใครอยู่หรือครับหรือว่า ติดใจรสชาติวิสกี้ที่หกใส่เสื้อผมวันก่อน จนต้องตามมาดูให้เห็นกับตาว่าผมใส่ตัวไหนมาคืนนี้”เสียงทุ้มที่กวนประสาทดังขึ้นจากมุมมืดข้างโซนวีไอพี เพลินตาหันขวับไปมองและพบกับ พายุ ชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาติดจะเจ้าเล่ห์ เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีแดงเข้มในมือถือแก้วบรั่นดีที่แกว่งไปมาอย่างใจเย็น สายตาคมกริบที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความท้าทายแกมขบขัน“นี่คุณคนไร้มารยาท มาแอบฟังคนอื่นทำไมไม่ทราบ” เพลินตาแผดเสียงแข่งกับดนตรีจังหวะหนัก“
ตอนที่12ความลับในห้องนอนหยาดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมานอกหน้าต่างบ้านทำให้อากาศในค่ำคืนนี้หนาวเหน็บกว่าปกติ แสงไฟจากเสาไฟในสวนสะท้อนกับหยดน้ำที่เกาะแพรวพราวบนกระจก ดูราวกับเพชรเม็ดเล็กๆ ที่กำลังร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าใบพลูทรุดกายลงนั่งบนขอบเตียงกว้างอย่างอ่อนแรง ร่างกายของเธอยังคงสั่นเทาเล็กน้อยจากเหตุการณ์บีบคั้นที่ห้องเก็บเอกสารเมื่อช่วงเย็น ความเจ็บหนึบที่ใจกลางกายและความร้าวระบมตามผิวเนื้อเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่าเธอเพิ่งผ่านบทเรียนที่แสนป่าเถื่อนจากชายที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของชีวิตเธอในตอนนี้มาเพียงใดเธอกวาดสายตามองไปที่กระจกเงาบานใหญ่ เห็นรอยรักสีกุหลาบเข้มประทับซ้อนทับรอยเก่าจนดูน่ากลัว ใบพลูยกมือที่สั่นเทาขึ้นลูบไล้มันอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ร้อนผ่าวทำให้น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนหลังมือ“เธอมันก็แค่ผู้หญิงที่เป็นของเล่นของเขา อย่าหวังความอ่อนโยนจากคนอย่างเขาเลยใบพลู” เธอพร่ำบอกตัวเองด้วยเสียงที่แหบพร่า พยายามจะเข้มแข็งท่ามกลางพายุอารมณ์ที่ยังไม่สงบดีขณะที่เธอกำลังจะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนชุดเดิมที่ดูมิดชิดที่สุด เสียงลูกบิดประตูก็ดังขึ้นเบาๆ ใบพลูสะดุ้งสุดตัวรีบคว้าผ้าห่ม
ตอนที่11ความเงียบในห้องเก็บเอกสาร (18+)“อ่า ซี๊ด อ่า อ่ะ อ่า”เธอร้องครางออกมาสุดเสียงแต่ก็ต้องกล้ำกลืนกลืนเสียงตัวเองไว้เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของพนักงานหญิงสองคนที่เดินผ่านหน้าห้องทุกจังหวะที่เขากระแทกกระทั้นทำให้ตู้เหล็กส่งเสียงครืดคราดเบาๆ ยิ่งเพิ่มความเสียวซ่านและหวาดเสียวว่าคนภายนอกจะได้ยินคิมหันต์ไม่สนใจสิ่งใดอีกแล้ว นอกจากความรู้สึกร้อนรุ่มที่กำลังแผดเผาเขาและเธอให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เขาเร่งจังหวะให้เร็วและแรงขึ้นอีก ตรึงร่างบางไว้กับตู้เหล็กเย็นเฉียบ มือหนาบีบเคล้นสะโพกมนอย่างบ้าคลั่ง จมูกโด่งซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นอีกครั้ง ดูดเม้มรอยแดงจ้ำเก่าให้เข้มขึ้นไปอีก“บอส อ๊า พอแล้ว ใบพลูไม่ไหวแล้ว” เธอขอร้องอย่างน่าสงสาร ร่างกายบิดเร่าไปมาด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด ช่องทางรักบีบรัดแก่นกายของเขาอย่างหนักหน่วง ราวกับจะกักเก็บเขาไว้ไม่ให้จากไปไหนคิมหันต์คำรามต่ำในลำคอ เขาเร่งจังหวะสุดท้าย พุ่งกายเข้าใส่ความอ่อนนุ่มอย่างรุนแรงและลึกซึ้ง ใบพลูเกร็งกระตุกไปทั้งร่าง สะโพกยกขึ้นแอ่นรับการกระแทกกระทั้นอย่างบ้าคลั่ง ปล่อยเสียงกรีดร้องออกมาพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อล้นเ
ตอนที่11ความเงียบในห้องเก็บเอกสาร (18+) แสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องผ่านผ้าม่านเนื้อดีเข้ามาในห้องนอน ไม่ได้ช่วยให้ใบพลูรู้สึกสดชื่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ร่างบางขยับตัวอย่างยากลำบาก ความรู้สึกปวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วร่าง โดยเฉพาะใจกลางความสาวที่ถูกรุกรานอย่างหนักหน่วงเกือบทั้งคืนที่ผ่านมา เธอพยุงตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง พลางมองดูสภาพตัวเองในกระจกเงาที่ปลายเตียงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพช “ฮึกกก” เสียงสะอื้นหลุดออกมาแผ่วเบา เมื่อเห็นรอยสักสีกุหลาบเข้มประทับเด่นหราอยู่ทั่วลำคอและเนินอก รอยพวกนี้คือหลักฐานชั้นดีว่าคุณอาที่แสนอบอุ่นในวันวาน ได้กลายเป็นซาตานที่ตีตราจองจำเธอไว้ในกรงขังแห่งนี้อย่างสมบูรณ์แล้ว ใบพลูรีบจัดการอาบน้ำและแต่งตัวด้วยชุดทำงานที่มิดชิดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอใช้คอนซีลเลอร์เนื้อหนาป้ายทับรอยพวกนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนแน่ใจว่ามันจะไม่โผล่ออกมาให้น้องนุ่มนิ่มหรือใครต่อใครได้เห็น “พี่ใบพลูคะ ทำไมวันนี้ตื่นสายจัง นุ่มนิ่มรอทานข้าวตั้งนานแล้วค่ะ” เสียงใสๆ ของเด็กหญิงนุ่มนิ่มดังขึ้นทันทีที่ใบพลูเดินลงมาถึงห้องอาหาร “ขอโทษนะคะ พี่ใบพลูปว







