Masukตอนที่
4
โลกใบใหม่
ในที่สุด ใบพลูพยักหน้ารับข้อเสนอของคิมหันต์อย่างจำนน ความเจ็บปวดที่ราวกับถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ ไม่ได้หายไป แต่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกด้านชาที่เข้ามาปกคลุมไปทั่วทั้งหัวใจ เธอไม่รู้ว่าจะต้องรับมือกับความโหดร้ายที่มองไม่เห็นนี้ได้อย่างไร
“ตามมา” คิมหันต์พูดสั้น ๆ ก่อนจะเดินนำเธอไปยังบันได ใบพลูเดินตามไปอย่างเงียบ ๆ สายตาจับจ้องไปที่แผ่นหลังกว้างของเขาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหวาดกลัว ผิดหวัง และไม่เชื่อว่าชายที่เคยเป็นเหมือนฮีโร่ในวัยเด็กจะเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้
คิมหันต์พาเธอมาหยุดอยู่หน้าห้องนอนห้องหนึ่งที่ชั้นบน ก่อนจะหันมามองใบพลูด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
“นี่คือห้องของเธอ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ
“ถ้าเธอไม่สร้างปัญหาให้ฉัน ฉันก็จะปล่อยให้เธอใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างสงบ”
ใบพลูมองเข้าไปในห้องที่กว้างขวางและดูหรูหรา เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตุ๊กตาตัวหนึ่งที่ถูกนำมาวางไว้ในกล่องโชว์ราคาแพง
เธออยากจะถามเขาว่าทำไมถึงได้เกลียดพ่อของเธอมากขนาดนี้ แต่ก็ทำได้เพียงแค่กลืนคำถามเหล่านั้นลงไปในลำคอ เพราะรู้ดีว่าถึงถามไปก็ไม่มีประโยชน์
คิมหันต์ไม่สนใจท่าทีของเธอ เขายังคงยืนอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งใบพลูเดินเข้าไปในห้องและปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา เธอทรุดตัวลงนั่งบนเตียงอย่างหมดแรง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลรินลงมาอย่างไม่ขาดสาย ใบพลูรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนกที่ถูกถอนขนจนหมดสิ้น แล้วถูกปล่อยให้เผชิญหน้ากับพายุเพียงลำพัง
ขณะที่เธอกำลังจมอยู่กับความเศร้าและสิ้นหวัง จู่ ๆ ก็มีเสียงเล็ก ๆ ใส ๆ ดังขึ้นจากด้านหลังประตูห้องนอน
“คุณพ่อขา! น้องนุ่มนิ่มอยากให้คุณพ่อเล่านิทานให้ฟัง” เสียงเจื้อยแจ้วดังขึ้นอย่างน่ารัก ใบพลูชะงักไปชั่วขณะ เธอค่อย ๆ เช็ดน้ำตาออก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองประตูห้อง
ไม่นานนักเธอก็ได้ยินเสียงตอบกลับที่อบอุ่นและอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ
“ได้สิครับคนเก่ง แต่คุณพ่อต้องไปหยิบหนังสือที่ห้องทำงานก่อน” เสียงของคิมหันต์ที่เคยเย็นชาและดุดันเมื่อครู่นี้ ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความรักและความอ่อนโยนอย่างเหลือเชื่อ ใบพลูอดสงสัยไม่ได้ว่าคนที่กำลังคุยอยู่กับเด็กคนนั้นคือคนเดียวกับชายที่เพิ่งจะทำลายหัวใจของเธอไปเมื่อครู่จริง ๆ หรือ
เมื่อเสียงฝีเท้าของคิมหันต์เริ่มห่างออกไป ใบพลูจึงตัดสินใจเปิดประตูห้องออกดู เธอเดินไปที่ระเบียงและมองลงไปที่สวน เธอเห็นคิมหันต์กำลังอุ้มเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่มีใบหน้าน่ารักและรอยยิ้มสดใสอยู่บนอ้อมแขน แววตาที่เคยเย็นชาและมืดมิดของเขา ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
“พี่สาวคนนั้นเป็นใครเหรอคะคุณพ่อ” น้องนุ่มนิ่มชี้มาที่ใบพลูที่ยืนอยู่บนระเบียง คิมหันต์มองตามนิ้วของเด็กหญิงตัวน้อยมาที่เธอ ใบหน้าที่เคยอ่อนโยนเมื่ออยู่กับลูกสาวกลับมาเรียบเฉยเหมือนเดิม แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร
น้องนุ่มนิ่มไม่ได้สนใจท่าทีของคุณพ่อ เธอโบกมือให้ใบพลูพร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร ใบพลูยิ้มตอบรับอย่างไม่ทันตั้งตัว นุ่มนิ่มวิ่งเข้าไปหาใบพลูพร้อมกับรอยยิ้มสดใส
“คุณพ่อบอกว่าพี่สาวจะมาอยู่กับเราใช่ไหมคะ” น้องนุ่มนิ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง ใบพลูพยักหน้ารับอย่างเหม่อลอย และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้กำแพงน้ำแข็งในใจของใบพลูเริ่มทลายลงทีละน้อย เธอรู้สึกว่าบางทีชีวิตของเธอก็ไม่ได้มืดมิดไปเสียหมด
การมาถึงของ น้องนุ่มนิ่ม ลูกสาวบุญธรรมที่คิมหันต์รับมาเลี้ยงจากบ้านเด็กกำพร้า เป็นเหมือนแสงสว่างเล็ก ๆ ที่ส่องเข้ามาในความมืดมิดของชีวิตใบพลู และทำให้เธอได้เห็นอีกด้านของคิมหันต์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชาที่เขาแสดงออกมา...ด้านที่เขาเก็บไว้ให้กับคนที่เขารักและต้องการปกป้อง และนุ่มนิ่มคือคนที่ทำให้คิมหันต์อ่อนโยนเหมือนเมื่อหลายปีก่อนที่ใบพลูเคยได้รู้จัก
ตอนที่15คืนแห่งความทรงจำและสัญญาใต้ฟ้าครามบรรยากาศของงานพรอมในค่ำคืนสุดท้ายก่อนการสำเร็จการศึกษาเต็มไปด้วยความอบอุ่นและปนไปด้วยความใจหายหม่น ๆ หอประชุมใหญ่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสรวงสวรรค์ใต้แสงดาวเทียม แสงไฟระยิบระยับสะท้อนกับลูกแก้วดิสโก้สร้างเงาเต้นระบำไปบนผนังน้ำปั่นก้าวเข้ามาในงานด้วยชุดราตรีสีฟ้าครามที่ ลมเหนือซื้อให้ มันขับเน้นผิวขาวนวลและทำให้เธอดูโดดเด่นราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย ทันทีที่เธอปรากฏตัว ลมเหนือที่อยู่ในชุดสูทสากลสีดำเนี้ยบกริบก็เดินตรงเข้ามาหาเธอ สายตาของเขาไม่ได้มองใครอื่นเลยนอกจากผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเมื่อดนตรีจังหวะสโลว์ดังขึ้น ลมเหนือโค้งตัวลงเล็กน้อยพลางยื่นมือออกมา"ให้เกียรติเต้นรำกับเหนือนะยัยตัวแสบ"น้ำปั่นวางมือลงบนฝ่ามือหนาด้วยความขัดเขิน ทั้งคู่ขยับกายไปตามท่วงทำนองที่แสนนุ่มนวล ลมเหนือรวบเอวบางเข้าหาตัวจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นของกันและกัน"น้ำปั่น" ลมเหนือกระซิบข้างหู"ขอบคุณนะ""ขอบคุณเรื่องอะไรคะ""ขอบคุณที่เดินเข้ามาในชีวิตที่เคยเย็นชาของเหนือ ขอบคุณที่ทนกับนิสัยแย่ ๆ และความเงียบของเหนือจนทำให้ห้องหัวใจที่เคยว่างเปล่ามันมีเสียงเพลงขึ้นมาอีกครั้ง" เขา
ตอนที่ 14 บทพิสูจน์ของหัวใจและฝันที่กลายเป็นจริงความเงียบเหงาที่ปกคลุมวง Northern Lights มานานนับสัปดาห์เริ่มทำให้บรรยากาศในโรงเรียนดูหม่นหมอง บาสในฐานะมือกลองและเพื่อนสนิท ทนเห็นสภาพลมเหนือที่เป็นเหมือนซากศพเดินได้ และน้ำปั่นที่ดวงตาบวมช้ำทุกเช้าไม่ไหวอีกต่อไป"ไอ้ลมเหนือแกจะยอมให้ชีวิตมันพังแบบนี้จริงๆ เหรอวะ" บาสกระชากหูฟังออกจากหูของลมเหนือกลางห้องชมรม"แกไล่น้ำปั่นไป แล้วตอนนี้แกมีความสุขไหม กีตาร์ไม่มี น้ำปั่นไม่มี แกเหลืออะไร"ลมเหนือนิ่งเงียบ แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้สั่นไหว"ฉันไม่อยากให้เธอมาลำบากกับฉัน พ่อฉันเอาจริง""แล้วแกถามเขาหรือยังว่าเขาอยากลำบากไปกับแกไหม" บาสตะคอก"วันนี้บ่ายสาม น้ำปั่นจะไปช่วยงานที่ห้องสมุดคนเดียว แกต้องไปขอโทษเธอ และฉันเตรียมกีตาร์สำรองไว้ให้แกแล้วในรถ ถ้าแกไม่ไปวันนี้แกก็เสียเธอไปตลอดชีวิตซะ"เย็นวันนั้นท้องฟ้ากลับไม่เป็นใจ ฝนตกลงมาอย่างหนักราวกับจะตอกย้ำความเศร้า ลมเหนือยืนพิงกำแพงหน้าประตูบ้านของน้ำปั่น ร่างกายเปียกปอนจนชุ่มไปหมด ในมือเขากอดถุงกระดาษที่ข้างในคือสมุดจดสรุปวิชาเคมีที่น้ำปั่นทิ้งไว้เมื่อน้ำปั่นเดินกลับมาถึงบ้านและเห็นร่างสูงย
ตอนที่ 13จูบ ปลอบขวัญและความเงียบที่บาดลึกบรรยากาศในห้องสมุดโรงเรียนช่วงก่อนสอบกลางภาคเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน ลมเหนือนั่งจมกองหนังสือฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ขั้นสูง แสงไฟนีออนตกกระทบใบหน้าคมคายที่ดูอิดโรยกว่าทุกวัน หัวใจของเขาไม่ได้จดจ่ออยู่ที่สูตรคำนวณ แต่มันหนักอึ้งด้วยความกดดันจากความหวังของตระกูลที่เริ่มบีบคั้นเข้ามาทุกที"พักหน่อยไหมลมเหนือ" น้ำปั่นกระซิบเบาๆ พลางวางโกโก้ร้อนหนึ่งแก้วลงข้างๆ เธอเห็นเขาขมวดคิ้วกุมขมับมานานนับชั่วโมงแล้ว"ฉันทำไม่ได้" ลมเหนือพึมพำ เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย"ต่อให้ฉันสอบได้คะแนนเต็ม พ่อก็มองว่าดนตรีมันคือขยะอยู่ดี"น้ำปั่นเดินอ้อมไปด้านหลังเก้าอี้ เธอวางมือนุ่มลงบนไหล่ที่ตึงเครียดของเขาแล้วนวดเบาๆ"ไม่ใช่นะคะ ลมเหนือเก่งที่สุดแล้ว ความฝันของลมเหนือไม่ใช่ขยะ แต่มันคือแสงสว่างที่ทำให้น้ำปั่นเห็นลมเหนือคนใหม่ลมเหนือที่ยิ้มได้จริงๆ ไงคะ"ลมเหนือหมุนเก้าอี้กลับมามองเธอ ดวงตาที่เคยเย็นชาบัดนี้เต็มไปด้วยความอ่อนแออย่างที่เขาไม่เคยยอมให้ใครเห็น น้ำปั่นโน้มตัวลงไปใกล้ สบตาเขาอย่างปลอบโยน ท่ามกลางชั้นหนังสือที่ไร้ผู้คน ความเงียบรอบกายกลับกลายเป
ตอนที่ 12 ติวเตอร์เฉพาะกิจท่ามกลางบรรยากาศมาคุในห้องปกครองหลังจากที่ครูพรรณ เรียกตัวลมเหนือและน้ำปั่น เข้าพบ แสงแดดยามบ่ายที่ส่องกระทบโต๊ะไม้ขัดมันดูจะยิ่งเพิ่มความตึงเครียด ครูพรรณขยับแว่นสายตาพลางมองเอกสารคะแนนสอบย่อยที่วางอยู่ตรงหน้า ก่อนจะปรายตาพิฆาตไปยังทั้งสองคน"ถ้าพวกเธอคิดว่าการชนะประกวดดนตรีคือพาสปอร์ตในการทิ้งการเรียน ครูขอบอกเลยว่าคิดผิด" เสียงของครูพรรณเรียบแต่หนักแน่น"โดยเฉพาะนายลมเหนือ เธอมีศักยภาพที่จะไปได้ไกลกว่านี้ แต่ถ้าเธอยังเอาเวลาเรียนไปขลุกอยู่แต่ในห้องดนตรี ครูคงต้องคุยกับคุณพายุเรื่องขอยุบชมรมดนตรีชั่วคราว""ครูคะ อย่าทำแบบนั้นเลยนะคะ" น้ำปั่นรีบละล่ำละลัก"พวกเราจะปรับปรุงตัวค่ะ"ครูพรรณยกยิ้มมุมปากที่ดูไม่ออกว่าเอ็นดูหรือสะใจ "งั้นเอาแบบนี้นางสาวน้ำปั่น ในฐานะที่เธอเป็นคนดึงเขาเข้าวง เธอต้องรับผิดชอบเป็นติวเตอร์เฉพาะกิจให้ลมเหนือ ถ้าเกรดวิชาฟิสิกส์และเลขของเขาไม่แตะท็อปห้องในการสอบกลางภาคที่กำลังจะถึงนี้ กีตาร์ตัวนั้นครูจะยึดไว้ที่ห้องพักครูจนกว่าจะจบปีการศึกษา"“อะไรครับอาจารย์ทำไมถึงต้องมาบังคับกันอย่างนี้ด้วยครับ” ลมเหนือเอ่ยขึ้นมาแล้วก็ทำหน้าเบื่อหน่
ตอนที่ 11สายตาพิฆาตของครูพรรณในขณะที่โลกของ ลมเหนือ กำลังเปลี่ยนเป็นสีชมพูจาง ๆ หลังจากเหตุการณ์รางวัลของคนเก่งที่หน้าห้องชมรมดนตรี แต่ในโลกความเป็นจริงของโรงเรียนนานาชาติแห่งนี้ ยังมีปราการด่านสำคัญที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหด ความเนี๊ยบ และสายตาพิฆาต ที่นักเรียนทุกคนต่างหวาดเกรงนั่นคือครูพรรณ ครูที่ปรึกษาอาวุโสผู้ดูแลระเบียบวินัย ผู้ซึ่งเชื่อมั่นว่าระเบียบวินัยและความเป็นเลิศทางวิชาการคือหัวใจหลักของการศึกษา ส่วนดนตรีหรือกิจกรรมน่ะเหรอ สำหรับครูพรรณแล้ว มันคือ "สิ่งบันเทิงที่ต้องอยู่ในเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น"เช้าวันจันทร์ ลมเหนือเดินเข้าโรงเรียนด้วยท่าทางที่ดูผ่อนคลายขึ้นจนเพื่อนร่วมห้องสังเกตได้ เขาไม่ได้ใส่หูฟังอันใหญ่ยักษ์เพื่อตัดขาดโลกภายนอกตลอดเวลาเหมือนเมื่อก่อน ทว่า ทันทีที่เขาก้าวผ่านประตูอาคารเรียน เขาก็สัมผัสได้ถึงรังสีบางอย่างที่จ้องมองมาจากมุมระเบียงครูพรรณยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดผ้าไทยรีดเรียบกริบ มือถือสมุดพกเล่มเล็ก สายตาคมกริบหลังกรอบแว่นสี่เหลี่ยมจ้องมองลมเหนือตั้งแต่หัวจรดเท้า"นายลมเหนือ" ครูพรรณพึมพำกับตัวเอง"ช่วงนี้ดูจะสนิทสนมกับกลุ่มเด็กกิจกรรมเกินไปหรือเปล่านะ"ค
ตอนที่ 10รางวัลของคนเก่งแสงไฟสลัวภายในอาคารกิจกรรมยามค่ำคืนเงียบสงัดลงกว่าทุกที หลังจากที่ความวุ่นวายของงานวัฒนธรรมโรงเรียนผ่านพ้นไป เสียงฝีเท้าของคนสองคนดังสะท้อนก้องไปตามทางเดินที่ทอดยาว ลมเหนือ เดินสะพายกระเป๋ากีตาร์ไฟฟ้าไว้ที่ไหล่ข้างหนึ่ง ท่าทางที่เคยดูตึงเครียดและเย็นชาบัดนี้ดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัดบาส ที่แบกขาตั้งกลองเดินนำหน้าอยู่ จู่ๆ ก็หยุดกะทันหันแล้วทำหน้าตาเลิ่กลั่กเหมือนนึกอะไรขึ้นได้"เฮ้ย ลมเหนือ น้ำปั่น ฉันลืมไปเลยว่าต้องรีบไปช่วยไอ้กายคืนแอมป์ให้รุ่นพี่ที่ตึกวิทย์ว่ะ เดี๋ยวเขาจะล็อคตึกซะก่อน พวกนายฝากเก็บกุญแจห้องชมรมไว้ที่ใครคนหนึ่งก่อนนะ ไปล่ะ"ไม่รอให้ใครทักท้วง บาสก็ติดเกียร์หมาวิ่งโกยแน่บหายไปในความมืด ทิ้งให้ลมเหนือกับน้ำปั่นยืนนิ่งอยู่กลางทางเดินเพียงลำพัง"บาสนี่ บทจะรีบก็รีบจนน่าสงสัยนะคะ" น้ำปั่น พึมพำพลางหัวเราะแห้งๆ เธอรู้ดีว่าเพื่อนจอมแสบกำลังเปิดทางให้แน่นอนลมเหนือไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแต่กระชับกระเป๋ากีตาร์แล้วก้าวเดินต่อช้าๆ น้ำปั่นรีบเดินตามไปขนาบข้าง วันนี้เธอสวมเสื้อยืดวงที่ออกแบบเองจนเหงื่อซุ่ม แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ปิดไม่มิด"ลม







