Mag-log in'ถุงแป้ง' หญิงสาวที่เพียบพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น รูปร่างหน้าตา ฐานะ ชีวิตของเธอดีไปเสียหมด แต่ติดตรงที่ว่าเธอไม่เคยเป็นที่รักของคนในครอบครัวเลย ไม่ว่าจะทำยังไงก็ยังคงเป็นแค่ 'ส่วนเกิน' 'ยูโร' ผู้ชายรูปร่างหน้าตาดี ที่ใครๆก็อยากอยู่ใกล้เขา จนได้ฉายาหนึ่งมา นั่นยิ่งตรอกซ้ำว่าเขาเป็นที่ต้องการขนาดไหน แต่ถึงเขาจะเป็นที่ต้องการ แต่ก็ไม่มีใครทำให้เขาอยากอยู่ด้วยสักคน จนเขาได้มาเจอกับ 'ถุงแป้ง' และเพราะการเจอกันโดยบังเอิญ ทำให้ชีวิตของถุงแป้งเปลี่ยนไปตลอดกาล
view moreSweet Pub
"อื้อ ..."
"จ๊วบ ... อ่า"
เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์......
"อื้อ.. อ่า"
"อื้อ ..ซี๊ด.."
เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์......
"อื้ออออ ..."
"อื้อ ซี๊ดด รับก่อนมั้ย? อ่า .."
"อื้อ ... ช่าง ซี้ด มัน อ่า .."
เช้าวันต่อมา
มหาวิทยาลัยโรสแมรี่
"ไง้ อีตัวดีเมื่อคืนเป็นเหี้ยไร? ทำไมไม่รับโทรศัพท์" 'น้ำปูน' เอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นหน้าเพื่อนตัวดีของเธอ
"ก็เดิมๆ คงไม่ต้องพูดเยอะหรอกเนอะ รู้ๆกันอยู่" 'ถุงแป้ง' เอ่ยตอบเพื่อนรักพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ
"อีเหี้ย! นี่มึงไปผับมาอีกแล้วเหรออีแป้ง!" 'ข้าวใหม่' เอ่ยเสียงดัง เธอไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินสักเท่าไหร่ ก็รู้นะว่าถุงแป้งเที่ยวจัด แต่ก็ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้
"เพลาๆบ้างนะอีแป้ง เดี๋ยวพ่อมึงก็จับได้พอดี" น้ำปูน ยังคงพูดเตือนถุงแป้ง ก่อนจะมองค้อนเพื่อนตัวเองอย่างไม่วางตา
"จริง มึงต้องหยุดบ้างนะอีแป้ง แบบนี้ได้ความแตกสักวัน" ข้าวใหม่ เอ่ยเสริมทันที ก่อนจะถอนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่
ถุงแป้ง มองหน้าเพื่อนรักทั้งสอง แววตาของเธอฉายความเศร้าออกมา ก่อนจะถอนหายใจเบาๆและเอ่ยว่า
"จะกลัวอะไร ขนาดกูอยู่ไหน ทำอะไรวันๆเขาเคยมาสนใจกูด้วยเหรอ?"
"มึงก็เลย ทำตัวแบบนี้ประชดให้เขาสนใจว่างั้น?" น้ำปูน ยังคงถามต่อ
"เฮ้อออ มึงก็รู้คำตอบดีปูน ว่าทำไมกูถึงเป็นแบบนี้ พวกมึงรู้คำตอบดี"
น้ำปูนและข้าวใหม่ นิ่งไปทันทีที่ได้ยินถุงแป้งพูดประโยคนี้ ใช่พวกเธอรู้ทุกอย่างรู้ดีเลยด้วยว่าทำไมเพื่อนตัวดีของเธอถึงเป็นแบบนี้
คฤหาสน์วัชรสกุลจิต
"อ่าว กลับมาแล้วเหรอคะคุณหนู?"
'นมอิ่ม' เอ่ยทักทายทันทีเมื่อเห็นถุงแป้งเดินเข้ามาในตัวบ้าน เพราะเธอไม่เห็นหน้าร่างบางมาสองสามวันได้แล้วและถ้าถามว่านมอิ่มคือใคร เธอคือแม่นมที่เลี้ยงถุงแป้งมาตั้งแต่ยังแบเบาะเลยก็ว่าได้
"ค่ะ นมอิ่ม"
"วันนี้คุณท่านทั้งสามไม่อยู่นะคะ ออกไปข้างนอก"
ถุงแป้ง ชะงักเท้าทันที ก่อนจะหันกลับมาถามนมอิ่มในสิ่งที่เธอเพิ่งจะได้ยินเมื่อกี้ให้แน่ใจว่าเธอเองไม่ได้ฟังผิดไป
"ทั้งสาม? นี่ใครบ้างคะนมอิ่ม"
"ก็คุณผู้หญิง คุณผู้ชาย แล้วก็คุณธารใสค่ะ"
"กลับมาแล้วสินะ เหอะ"
นมอิ่ม ที่เห็นท่าทางและน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของถุงแป้ง หญิงชราเดินเข้ามาจับมือก่อนจะส่งรอยยิ้มอบอุ่นมาให้ เพราะเธอรู้ดีว่าตอนนี้ถุงแป้งรู้สึกยังไง
"ไม่เป็นไรนะคะ คุณหนูอยากทานอะไรไหม? เดี๋ยวนมทำให้ วันนี้นมจะอยู่เป็นเพื่อนคนดีของนมเองค่ะ"
ถุงแป้ง ยิ้มบางๆให้กับนมอิ่ม ตั้งแต่เล็กจนโตนอกจากนมอิ่มแล้ว ก็มีคุณตาคุณยายเท่านั้น ที่คอยเอ็นดู คอยอยู่ข้างๆเธอเสมอ
"ไม่ค่ะ ตอนนี้แป้งไม่หิวอะไรเลย แค่ตอนเย็นช่วยจัดสำรับข้าวให้แป้งเหมือนเดิมก็พอค่ะ แป้งขอตัวก่อนนะคะ ล้ามากเลยค่ะวันนี้"
"ค่ะ เดี๋ยวนมอิ่มเอาขึ้นไปให้นะคะ คุณหนูไปพักผ่อนเถอะค่ะมีอะไรก็เรียกนมอิ่มนะคะ"
ถุงแป้ง พยักหน้าเบาๆก่อนจะหันหลังเดินขึ้นบันไดกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง เธอกวาดสายตามองไปรอบๆบ้านอยู่ๆความเศร้าก็เข้าเกาะกุมหัวใจ 'บ้านก็ออกจะหลังใหญ่โต แต่ทำไมมันเงียบเหงาจังเลย' ถุงแป้งคิดในใจก่อนจะเดินตรงกลับห้อง
ห้องถุงแป้ง
ถุงแป้ง นั่งเขี่ยโทรศัพท์ไปมาอย่างไม่รู้จะทำอะไร พลันสมองของเธอก็นึกไปถึงเรื่องที่นมอิ่มพูดขึ้นมา
"ไปกันสามคนอีกแล้วเหรอ? เฮ้อออ แป้งก็อยากไปด้วยนะ"
สาเหตุที่ถุงแป้งไม่อยากกลับบ้าน เหตุผลก็เพราะเวลาเธอกลับมาทีไรไม่เคยเจอใครสักคนที่เป็นครอบครัวของเธอ นอกจากนมอิ่ม และคนใช้คนอื่นๆ กลับมาก็ว่างเปล่า มองไปทางไหนก็เจอแต่ความว่างเปล่า และมันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ที่เธอจำความได้ พ่อกับแม่จะเอาแต่ธารใสไปด้วยตลอด ส่วนเธอมักจะได้อยู่กับนมอิ่ม หรือไม่ก็อยู่กับคุณตาคุณยาย ไม่เคยได้ออกไปไหนกับครอบครัวเลยสักครั้ง มันเลยเป็นความรู้สึกแย่ๆที่ฝังอยู่ในใจของเธอมาโดยตลอด แล้วดูทีท่าจะเป็นแบบนี้ไปตลอด
คอนโดหลังจากที่ทั้งคู่เข้ารายงานตัวเป็นนักศึกษาคณะของตัวเองแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องย้ายมาอยู่หอเพื่อเตรียมตัวเปิดภาคเรียนแรกในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้โชคดีที่ทางมหาวิทยาลัยไม่บังคับให้นักศึกษาปีหนึ่งต้องเข้าไปอยู่หอใน พ่อกับแม่ของพวกเขาเลยซื้อคอนโดให้อยู่ด้วยกันแทน มีอะไรจะได้เป็นหูเป็นตาและช่วยดูแลกันได้“ดูแลกันดีๆ นะคะ ถ้ามีปัญหาอะไรโทรหาที่บ้านได้ตลอดเลยนะลูก ทุกคนจะรีบมาหาพวกลูกให้เร็วที่สุด”เสียงถุงแป้งเอ่ยขึ้น พลางมือก็ช่วยจัดเสื้อผ้าของลูกทั้งสองเข้าตู้ไปด้วย“ถ้าเงินไม่พอใช้รีบโทรบอกพ่อเลยนะครับ ขาดเหลืออะไรหรืออยากได้อะไรให้รีบบอกพ่อนะ”ยูโรเอ่ยพร้อมกับยกของใช้เข้ามาเรียงไว้ในห้อง ก่อนจะเริ่มจัดให้เข้าที่เข้าทาง“คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ธาราจะดูแลน้องดูแลตัวเองเป็นอย่างดีแน่นอนครับ”ร่างสูงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม มือก็ช่วยผู้เป็นพ่อแกะกล่องของใช้ไปด้วย“ช่ายยย ธารทิพย์จะไม่ดื้อไม่ซนและจะเชื่อฟังพี่ธาราค่ะ”ร่างบางนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนโซฟาด้วยความสบายใจ พลางในมือก็ถือช็อกโกแลตแท่งของโปรดเคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยความอร่อย“ก็นั่นแหละ ยังไงพ่อก็เป็นห่วงอยู่ดี” ยูโรเงียบเพราะใช้ความ
16 ปีต่อมา....ภายในห้องนอนโทนสีครีมขนาดใหญ่ ที่ปกคลุมไปด้วยความตึงเครียดมีสองหนุ่มสาวกำลังเอาหัวเกยกันจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยกันตรวจสอบรายชื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ตัวเองใฝ่ฝันตาทั้งสองคู่กวาดไล่ลงมาเรื่อยๆ ด้วยหัวใจระทึก ปลายเท้าของพวกเขาจิกพื้นแน่น ปากก็เม้มเข้าหากัน เพื่อลุ้นกับผลที่ฉายอยู่ตรงหน้าว่าจะมีชื่อของพวกเขาไหมแต่ทว่าไม่นานนัก สายตาของหญิงสาวก็เหลือบเข้ากับชื่อที่เด่นหราอยู่ในป้ายประกาศ แถมยังเป็นสองชื่อที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีเสียด้วย“กรี๊ดดดด พี่ธาราพวกเราติดแล้ว พวกเราติดแล้ววว”เสียงกรีดร้องดีใจของหญิงสาวดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้อง พร้อมกับร่างบางที่กระโดดโผเข้ากอดพี่ชายอันเป็นที่รักแน่น“เก่งมากๆ ครับ คนสวยของพี่”“พี่ธาราก็เก่งมากๆ เหมือนกัน สุดหล่อของหนู”ธาราโอบกอดธารทิพย์แน่นพลางหมุนตัวเหวี่ยงร่างบางไปกับอากาศด้วยความดีใจ“ฮ่าๆๆ พวกเราลงไปบอกทุกคนกันเถอะค่ะ”ทั้งคู่จูงมือกันก่อนจะออกวิ่งลงมาจากชั้นสองเพื่อตรงดิ่งไปหาคนอื่นที่นั่งกันอยู่ห้องนั่งเล่นทันที“ทุกคนคะ! พวกเรามีอะไรจะบอกกก”ร่างบางโผเข้านั่งระหว่างกลางยูโรและถุงแป้งทันทีพร้อมกับฉีกยิ้มตาหยีจนลั
3 ปีผ่านไปซ่าาาาาาาา ซ่าาาาาาาาหาดทรายขาวละเอียดที่ทอดยาวไปจนสุดลูกหูลูกตา ตัดกับน้ำทะเลสีครามสดใส เสียงคลื่นซัดฝั่งและเสียงลมทะเลช่วยให้จิตใจสงบและผ่อนคลายจากความเครียด“คุณตาวิ่งให้ทันธาราสิครับ” เสียงเจื้อยแจ้วใส ดังก้องกังวานอยู่หน้าชายหาด‘ธารา’ เด็กผู้ชายอายุประมาณ 3 ขวบ รูปร่างสมส่วน ใบหน้าเรียวคมรับกับจมูกที่โด่งเป็นสัน แก้มขาวๆ ที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะเกิดจากการวิ่ง เขาหันมายิ้มจนเห็นลักยิ้มทั้งสองข้าง ปากเล็กๆ สีชมพูระเรื่อกำลังขยับพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด เขามีผิวพรรณขาวสะอาดสะอ้าน ตอนนี้เขาวิ่งเล่นอยู่หน้าชายหาดกับคุณตาของเขา“ธาราก็รอตาด้วยสิครับ” ธาวิน ตะโกนเรียกหลานชายคนโตของเขา ก่อนจะรีบวิ่งไปจนทันเจ้าตัวเล็กที่วิ่งนำไปก่อน“พี่ธารา มาเล่นกับหนูหน่อย” เสียงเล็กๆ เอ่ยเรียกพี่ชายของเธอดังอยู่แว่วๆ จนทำให้ทั้งธาวินและธาราหยุดวิ่งแล้วหันไปดูทางต้นเสียง“โอเค ธารทิพย์รอพี่แป๊บ” เขาขานรับน้องสาว ก่อนจะหันมาชวนธาวินให้เดินไปกับเขาด้วย‘ธารทิพย์’ เด็กผู้หญิงตัวน้อยอายุ 3 ขวบ เธอเป็นแฝดคนน้องของธารา เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่มีใบหน้าคมไม่แพ้กับพี่ชายของเธอเลย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหน้าต่
หลังเสร็จจากงานศพของธารใส ถุงแป้งได้ย้ายกลับมาอยู่บ้านเพราะกลัวว่าพ่อกับแม่จะเหงา แต่ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนของตัวบ้านก็ทำให้นึกถึงแต่ธารใสตลอด เพราะที่นี่เป็นบ้านหลังแรกที่พวกเธออยู่ด้วยกันตั้งแต่เกิด ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านทุกเหตุการณ์ในช่วงชีวิตมาหมดแล้วทั้งนั้น ตั้งแต่ทุกข์มากจนมามีความสุขมาก แต่ก็เป็นความสุขแค่ชั่วคราว เหมือนสายลมที่พัดผ่านมาและพัดผ่านไปอย่างรวดเร็วถุงแป้งเดินมาหยุดอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ที่คุ้นตา ก่อนจะสะดุดเข้ากับกรอบรูปขนาดใหญ่ที่ติดไว้บนผนังของตัวบ้าน ภาพที่เธอคุ้นตาดี มันคือภาพที่คุณตาอินถ่ายให้พวกเรา เป็นรูปรวมครอบครัวครั้งสุดท้ายที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้“ยิ้มสวยไม่เปลี่ยนเลยนะพี่สาวของหนู” ถุงแป้งเอ่ยก่อนจะยืนลูบที่กรอบรูปช้าๆ ดวงตาเริ่มแดงก่ำเธอรู้สึกร้อนที่หัวตา ก่อนน้ำตาจะไหลลงมาช้าๆ เรื่องนี้เป็นบาดแผลขนาดใหญ่ที่สุดในใจของครอบครัวเธอจริงๆ การเสียคนที่รักมากคนหนึ่งไปมันทรมานจนแทบจะขาดใจ จนมีบางแว๊บเธออยากที่จะตามธารใสไปเลยด้วยซ้ำ“ปีหน้าแป้งเรียนจบแล้ว แป้งจะแต่งงานกับพี่ยูโรนะ พี่ธารใสอย่าเพิ่งรีบไปไหนรอเห็นหน้าหลานก่อนนะ รู้ไหม?” ถุงแป้งยิ้มออกมาเบาๆ ก่อนจะเดินไ