Masukแพทกลับจากทำงานในเวลาเกือบรุ่งสาง ขณะนอนหลับอย่างสบาย ท้องเจ้ากรรมก็ส่งเสียงประท้วงครืดคราด จำต้องลุกจากเตียงนอนแสนอุ่นนุ่ม เสียงขัดพื้นห้องน้ำทำให้เธอเปลี่ยนทิศทาง จากที่จะลงไปหาอะไรใส่ท้องแล้วค่อยกลับไปนอนต่อ ภาพเด็กชายฝาแฝดเหงื่อท่วมตัวทำให้เธอตื่นเต็มตา
“เมฆ หมอก”
“น้าแพท” เด็กชายฝาแฝดมองแพทราวกับนางฟ้ามาโปรด แม้แต่ปุ้ย พี่เลี้ยงของสองหนุ่มน้อยที่มุกให้คอยดูทั้งคู่ล้างห้องน้ำ และสั่งห้ามเข้าไปช่วยเด็ดขาดยังมีสีหน้าดีใจที่มีคนมาช่วยเจ้านายตัวน้อยแล้ว
“ปุ้ย ทำไมไม่บอกฉันว่ามุกลงโทษเมฆ หมอก”
“หนูเห็นคุณแพทหลับอยู่เลยไม่กล้ารบกวนค่ะ อีกอย่างคุณมุกก็ไม่ให้บอกด้วย”
“คงกลัวแพทเข้าข้างหลานน่ะสิ และใช่มุกคิดถูก แต่จะมาลงโทษหลานน้าแพทแบบนี้ได้ยังไง ถ้าให้เดาลุงตรินต์มาอีกแล้วใช่ไหมคะเมฆ หมอก” แพทรู้ได้ในทันทีว่าสาเหตุที่หลานชายทั้งสองต้องมาล้างห้องน้ำแบบนี้เพราะอะไร และใครเป็นตัวต้นเหตุ เมฆกับหมอกพยักหน้าหงึก ๆ ตอบคนเป็นน้า
“เพราะตานั่นหลานชายน้าแพทเลยต้องมาล้างห้องน้ำแบบนี้ พอแล้วค่ะ ไม่ต้องทำ ดูสิเหงื่อเต็มหน้าเลย” แพทเคืองโกรธตัวต้นเหตุ และสงสารหลานจับใจในเวลาเดียวกัน
“แต่…” คำสั่งของแม่ถือเป็นเด็ดขาด แต่น้าแพทคือคนที่คอยให้ท้าย และสามารถยุติบทลงโทษได้
“ไม่มีแต่ค่ะ น้าแพทจะคุยกับแม่มุกเอง ไปค่ะอาบน้ำตัวหอม ๆ” แพทคว้าแปรงขัดห้องน้ำในมือหลานใส่กระป๋องน้ำ แล้วให้ทั้งสองคนอาบน้ำชำระคราบเหงื่อไคล เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ ก่อนจะพาไปหามุก และตัวต้นเหตุก็อยู่ด้วย
“นายมาทำไม” แพทถามอย่างคนไม่ชอบขี้หน้า เมฆกับหมอกเกาะติดคนเป็นน้าราวกับเป็นเกราะกำบัง
“ฉันมาคุยเรื่องงานกับมุก” ตรินต์ตอบเสียงเรียบ ด้วยไม่ค่อยลงรอยกับแพท
“ข้ออ้าง มาทีไรทำหลานฉันถูกลงโทษทุกที” แพทรู้ดีว่าตรินต์ยกเรื่องงานมาอ้างเท่านั้น จริง ๆ แล้วอยากหาเรื่องใกล้ชิดเพื่อนของเธอมากกว่า
“มุกลงโทษเมฆกับหมอกเหรอ” แม้เมฆกับหมอกจะแสบสัน เล่นงานตรินต์ให้เจ็บเนื้อตัวหลายครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยคิดอยากจะให้มุกทำโทษลูก
“เมฆกับหมอกทำผิดก็ต้องถูกลงโทษสิคะ”
“เรื่องแค่นี้เอง มุกไม่เห็นต้องลงโทษลูกเลย พี่ก็ไม่ได้เจ็บอะไรมากมาย อีกอย่างเมฆกับหมอกก็ยังเด็กอยู่ ก็ซนไปตามประสาเท่านั้น”
“ทำมาเป็นพูดดี แต่จะให้ดีนายไม่ต้องมาที่นี่เลยจะดีกว่า”
“ใช่ ๆ ไม่ต้องมาหาแม่…” เมฆกับหมอกโผล่หน้าออกมาเห็นด้วยกับน้าแพท แต่เมื่อเห็นสายตาดุ ๆ ของแม่ก็หลบหลังคนเป็นน้าอีกครั้ง
“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เมฆกับหมอกทำผิด ถ้ามุกไม่ทำโทษบ้างเมฆกับหมอกก็จะได้ใจ”
“ปกติเมฆกับหมอกเคยแกล้งใครซะที่ไหน ที่ทำลงไปก็เพราะหวงแม่เท่านั้น ถ้าจะโทษก็ต้องโทษตัวต้นเหตุ ไม่รู้แหละ แพทไม่ให้เมฆกับหมอกไปล้างห้องน้ำนั่นแล้ว”
“โอเค ๆ ไม่ล้างก็ไม่ล้าง แต่ต่อไปเมฆกับหมอกห้ามทำแบบนี้อีก” มุกไม่อยากมีปัญหากับแพท อันที่จริงเธอก็ไม่ได้อยากลงโทษลูกแบบนี้ แค่อยากให้เมฆกับหมอกรู้ว่าการกลั่นแกล้งให้คนอื่นเจ็บตัวไม่ใช่เรื่องถูกต้อง
“น้าแพท ๆ แม่มุกให้งดขนมด้วยครับ มันฝรั่งทอดกรอบ ๆ อดกินสามวันเลยครับ” เมฆบอกบทลงโทษที่ได้รับอีกอย่าง และถือว่าบทลงโทษนี้หนักหนากว่าการล้างห้องน้ำเสียอีก
“แม่มุกห้ามเล่นโทรศัพท์ด้วยครับ ตั้งสามวันแหนะ” หมอกก็ได้โอกาสให้น้าแพทช่วยเรื่องบทลงโทษที่ตนได้รับ ปกติจะได้รับอนุญาตให้เล่นโทรศัพท์แค่หนึ่งชั่วโมงต่อวันก็ว่าน้อยอยู่แล้ว แต่นี่โดนสั่งห้ามถึงสามวัน
“มุกอย่าใจร้ายกับลูกสิ”
“แพทก็เข้าข้างหลานทุกที ตามใจหลานมาก ๆ หลานจะเสียนิสัยนะ”
“หลานแพทไม่เสียนิสัยหรอก ก็บอกแล้วว่าเมฆกับหมอกแค่หวงแม่ เรื่องนี้เราต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุสิ” แพทจ้องหน้าตัวต้นเหตุ อีกฝ่ายก็จ้องกลับอย่างคนไม่กินเส้นกัน ก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่น ทำให้แพทคิดว่าตรินต์ไม่กล้าสู้สายตา แต่ทำไมเขาต้องหน้าแดงด้วย ?
“แพทก็พลอยเป็นกับหลานไปด้วย มุกกับพี่ตรินต์คุยกันเรื่องงาน พี่ตรินต์เห็นว่ามุกกำลังหาโรงงานใหม่ที่มีกำลังผลิตสูง ก็เลยช่วยแนะนำแค่นั้น ไม่ได้คิดเป็นอย่างอื่นเลยนะ” ตรินต์หน้าเจื่อนเล็กน้อยเมื่อมุกพูดออกมาตรง ๆ แต่เขาก็ไม่ยอมถอยง่าย ๆ หรอก และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้ฟังคำพูดเหล่านี้
“มุกไม่คิด แต่คนอื่นคิด” แพทพูดแขวะอย่างไม่ไว้หน้า
“ช่ายยยย” สองหนุ่มน้อยเห็นด้วยกับน้าแพท
“พี่ว่าพี่กลับก่อนดีกว่า วันศุกร์นี้พี่มารับนะมุก”
“ไม่ต้อง !!!” แพท เมฆ และหมอก พูดเป็นเสียงเดียวกัน
“บริษัทนี้มุกรู้จักค่ะ มุกไปเองดีกว่า ขอบคุณพี่ตรินต์มากนะคะที่แนะนำ”
“ได้ยินชัดแล้วนะ กลับไปสิ กลับไปเลย”
“ชิ่ว ๆ” เมฆกับหมอกสะบัดมือไล่ตรินต์ มีน้าแพทเป็นแบ็กก็ไม่ต้องกลัวแม่ลงโทษแล้ว มุกส่ายหน้าเอือม ๆ สามคนน้าหลาน
“มุกไปส่งที่รถค่ะพี่ตรินต์” ตรินต์ยิ้มขึ้นมาได้เมื่อมุกจะเดินไปส่งที่รถ
“มุก/แม่มุก/แม่มุก” แพทกับหลานชายทั้งสองหน้าเง้าไม่พอใจ
“เมฆกับหมอกพาน้าแพทขึ้นห้องจะดีกว่าค่ะ” มุกลุกขึ้นยืน แล้วโน้มหน้าลงมาใกล้พูดเสียงกระซิบ ช้อนสายตามองหน้าอกของเพื่อน บอกเป็นนัย ๆ ว่าแพทไม่ได้ใส่เสื้อใน และเสื้อยืดเนื้อบาง ๆ ก็เป็นรอยหัวนมเด่นชัด
“เฮ้ย !! แล้วทำไมมุกพึ่งบอกเล่า” แพทรู้แล้วว่าทำไมตรินต์ถึงหน้าแดง แต่ตอนนี้เป็นเธอเองที่หน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอาย และตอนนี้หน้าของเธอมันต้องแดงมากแน่ ๆ แพทใช้สองมือปกปิดหน้าอกของตนเอง แล้วรีบวิ่งขึ้นห้อง
“อ้าว น้าแพท …แม่มุก” เมฆกับหมอกมองตามแพทที่เขินวิ่งหนีขึ้นบันไดไป มองหน้ากันเลิ่กลักว่าจะตามน้าแพทไป หรือจะตามแม่ไปเป็นก้างชิ้นโต และสองหนุ่มน้อยก็เลือกอย่างหลัง แม้จะพึ่งถูกทำโทษไปหยก ๆ แต่เมฆก็หยิบฉวยมีดดาบของเล่น ส่วนหมอกคว้าปืนของเล่น วิ่งตามคนเป็นแม่ออกไป ทั้งสองตั้งท่าจังก้าเตรียมพร้อมเล่นงานตรินต์ หากเข้าใกล้แม่ของพวกตนมากเกินไป
“เอาออกมาให้หมดค่ะ ไม่งั้นก็ไม่ต้องไป” มุกยืนกอดอกมองลูกชายทั้งสอง เมฆกับหมอกค่อย ๆ หยิบมีด ดาบ ปืน งู จิ้งจก ตุ๊กแก และของเล่นอีกสารพัดที่ทั้งสองคนใส่ในกระเป๋าเป้ วันนี้โรงเรียนหยุด ทั้งสองคนจึงร้องขอตามเธอไปคุยงานกับบริษัทที่ตรินต์แนะนำ ด้วยรับปากแข็งขันว่าจะไม่ดื้อ ไม่ซน จะเชื่อฟังแม่มุกทุกอย่าง จะอยู่กับพี่ปุ้ยไม่รบกวนแม่มุกคุยงาน
“หมดแล้วครับ” เมฆกับหมอกเปิดกระเป๋าเป้ที่ว่างเปล่าให้คนเป็นแม่ดู
“ในกระเป๋าเสื้อด้วยค่ะ” มุกชี้ไปที่กระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตของลูกชายอย่างรู้ทัน
“แม่มุกรู้ทันตลอดเลย” เมฆบ่นอุบ ล้วงแมลงสาบปลอมออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
“หมดแล้วครับ” หมอกวางแมงมุมปลอมกองรวมกับของเล่นอื่น ๆ แล้วดึงกระเป๋าเสื้อให้คนเป็นแม่ดูว่าไม่มีอะไรแล้ว เห็นดังนั้นมุกพร้อมลูกชายทั้งสองกับพี่เลี้ยงก็เดินทางไปยัง Captivating W Enticing Co.,Ltd บริษัทที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของเธอได้อย่างครบถ้วน ส่วนแพทต้องเข้าร่วมซ้อมการหนีไฟประจำปีที่คลับที่เธอทำงานอยู่จึงไม่ได้ไปด้วย
Captivating W Enticing Co.,Ltd
“คนนี้กูจริงจังมากนะมึง” ตรินต์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง สองมือวางเท้าบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของท่านประธาน ร้องขอให้คนเป็นเพื่อนออกหน้าช่วยพามุกชมการผลิตของโรงงาน ด้วยตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท
“คนนี้คือคนไหน กูก็เห็นมึงจริงจังทุกคน” วราพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก ก้มหน้าก้มตาจัดการกับเอกสารตรงหน้า
“ก็มุกไง มุกไหม คนที่กูเคยเล่าให้มึงฟังไง คนนี้กูโคตรจริงจังเลย” มุก วราสะดุดหูกับชื่อนี้ทุกครั้งที่เพื่อนเอ่ยถึง มันทำให้เขาคิดถึง…เธอ ในคืนนั้น หกปีแล้วที่เขาไม่เคยเข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงลืมผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ รอยยิ้มของเธอคล้ายจะตามหลอกหลอนให้เขาเฝ้าคิดถึงคะนึงหาอยู่ร่ำไป
“วรา วรา ! วรา !! ไอ้วรา !!!” ตรินต์เรียกคนที่ชะงักนิ่ง ดังขึ้น ดังขึ้น และดังขึ้น
“อะไรของมึง” วราที่หลุดจากภวังค์เงยหน้ามองเพื่อนคิ้วขมวดยุ่ง
“มึงคิดอะไรอยู่ มึงลงไปหามุกกับกูเดี๋ยวนี้เลย”
“มึงจะให้กูลงไปทำไม แค่สั่งผลิตครีม เดี๋ยวฝ่ายขายก็ดำเนินการได้ หรืออยากวิเคราะห์สูตร พัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัทกูก็มีทีมวิจัยและพัฒนาที่มากประสบการณ์ ทำตามความต้องการได้อยู่แล้ว ไม่ต้องถึงมือกูหรอก ก็แค่แม่หม้ายลูกติด มึงจะอะไรนักหนาวะ”
“ถึงมุกจะเป็นแม่หม้าย แต่มุกก็พิเศษกับกู”
“พิเศษกับมึง แต่ไม่ได้พิเศษกับกูนี่” วราวางปากกาเก็บที่ แล้วปิดแฟ้มเอกสาร ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หยิบสูทมาสวมด้วยท่าทางไม่ใส่ใจความร้อนรนของเพื่อน
“แต่กูเป็นเพื่อนรักมึงนะ”
“เหรอวะ มึงเป็นเพื่อนรักกูเหรอวะ”
“ไอ้วรา ไอ้เพื่อนชั่ว…”
“เออ ๆ กูไปกับมึงก็ได้” วราขบขันที่แกล้งยั่วประสาทตรินต์ได้
“กวนตีนนะมึง”
“อยากจะเห็นหน้านักว่าจะสวยแค่ไหนกันเชียว ถึงทำให้มึงเป็นบ้าเป็นหลังยอมเปิดใจให้แม่หม้ายได้”
“สวยมากเลยล่ะ มึงอย่ามาตกหลุมรักมุกของกูแล้วกัน”
“ไม่มีทาง คนอย่างกูไม่ยุ่งกับผู้หญิงของเพื่อนหรอกเว้ย” วรารู้จักตัวเองดี เหมือนที่รู้จักเพื่อนคนนี้ เช่นเดียวกับตรินต์ที่ก็รู้จักวราดี ต่างมั่นใจว่าเพื่อนจะไม่ยุ่งเกี่ยวหรือแอบมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงของเพื่อน
พิธีมงคลสมรสระหว่าง วรา เฌอสลัล กับ มุก มุกไหม เจ้าบ่าวอยู่ในชุดผสมผสานระหว่างไทยและสากลไว้อย่างลงตัว โดยใช้ผ้าไหมสี่เส้นสีขาวสั่งทอใหม่พิเศษจากลำพูนเพื่อตัดเย็บเสื้อสูทสากล ส่วนตัวเสื้อเชิ้ตด้านในแต่งลายเย็บเกร็ดและดีไซน์คอปกเป็นแบบทรงราชปะแตน ในส่วนโจงกระเบนใช้ผ้าลำพูนสีเงิน ส่งให้เจ้าบ่าวสง่างาม แต่ก็มีความเรียบโก้และดูหรูหรา ส่วนเจ้าสาวอยู่ในชุดไทยศิวาลัยสี White Diamond สะดุดตาด้วยดีเทลงานปักทั้งชุด ตัวเสื้อเป็นแบบแขนยาวคอจีนที่ใช้ลายเส้นคริสตัลและลูกปัดมาเพิ่มมิติ ห่มทับด้วยสไบคริสตัลปักลายเกล็ดหิมะทรงหน้าเรียว ส่วนผ้านุ่งเป็นผ้ายกไหมลำพูนลายสร้อยคล้องดาวที่ทอแบบดิ้นยกดิ้นเงินเพื่อให้ผ้าเงางามเป็นพิเศษ และยังมีชายพก หน้านาง ตีนซิ่น ที่ปักเป็นลวดลายเกล็ดหิมะด้วยคริสตัลและเพชรนับร้อยเม็ด เป็นชุดไทยที่เปล่งประกายที่สุดเลยก็ว่าได้พิธีเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ ญาติพี่น้องของตระกูลต่างมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างพร้อมหน้า รวมถึงแขกผู้ใหญ่ที่นับถือ และเพื่อน ๆ คู่บ่าวสาวประกอบพิธีสงฆ์และใส่บาตรเพื่อความเป็นสิริมลคลในชีวิตคู่ แทนการขอเขย“ป๊า ๆ ป๊าครับ ป๊า ! ป๊า !! ป๊า !!!” เสียงของเมฆกับหมอ
“หมูฟ้า หมูฝน ทำไร” เมฆวิ่งมาหาน้องสาวที่อยู่ในชุดเสื้อกล้ามตัวสั้นกับกางเกงเลกกิ้งเข้ารูปเน้นทรวดทรงกับพุงป่อง ๆ ทั้งที่รู้ว่าน้องกำลังกาย แต่ก็ยังถามออกไป“ว่าน้อนหยอ นี่แหนะ” ฟ้าโยนดัมเบลใส่พี่ชาย แต่เมฆรับไว้ได้ทัน ส่วนฝนโยนลูกบอลโยคะใส่ แต่ด้วยขนาดลูกบอลที่ใหญ่แทบจะเท่าตัวเอง ทำให้ลูกบอลลอยไปได้ไม่ไกล“คุณหนู โยนแบบนี้ไม่ได้นะคะ” หวายกับเนยใจหายใจคว่ำ ดีที่ว่าเมฆรับไว้ได้ และน้ำหนักดัมเบลไม่ได้มาก เพียง 0.5 กิโลกรัม แต่ถ้าพลาดพลั้งก็ทำให้บาดเจ็บได้“เอาจริงเลยเหรอ เฮียแค่แกล้งเล่นเองนะ”“ฉมหน้า ฉัยไม่ดี ว่าน้อน” เจ้าแฝดน้องสมน้ำหน้าเมฆ นิสัยไม่ดี ชอบว่าน้อง“เมฆก็ชอบบู้บี้ฟ้ากับฝน ฟ้ากับฝนแค่ตัวตุ้ยนุ้ยมากไปหน่อย” หมอกต่อว่าเมฆ แต่ไม่ได้ทำให้น้องสาวทั้งสองรู้สึกดีขึ้นเลย“ฉัยไม่ดี เหมืองกัง เหมืองแหละ แกล้งน้อนได้ไง นี่น้อนฉุดฉวย โอ๋เยยนะ” ฟ้ากับฝนชี้หน้าพี่ชายที่ชอบแกล้งน้องเรียงคน บังคับขู่เข็ญให้ปลอบเอาใจตัวเองเหมือนเคย“โอ๋ ๆ หนูฟ้า หนูฝน” เมฆกับหมอกเข้าสวมกอดปลอบโยนน้องสาวที่แสนงอน“เยียกงี้แหละ ฉัยดี เยียกงี้หยอดนะ นี่หนูฟ้า ไม่ใช่ ๆ หมูฟ้า นี่หนูฝง ไม่ใช่ ๆ หมูฝง เป็งพี่ น
“น้องฟาเดียจ๋า แฟนจ๋ามาแล้ว” ทันทีที่ประตูเปิดกว้าง เมฆก็พุ่งตัวเข้าไปพร้อมส่งเสียงเรียกฟาเดีย“น้อน หาน้อน” ฟ้ากับฝนก็วิ่งตามพี่ชายเข้าไปติด ๆ หมอกกับช่อแก้วก็เดินตามไป“เข้ามากันก่อน” ปุ้ยเชื้อเชิญหวาย เนย ปรก และดิม“ซื้ออาหารมาด้วย ปุ้ยจะได้ไม่ต้องเหนื่อยทำอาหาร” ดิมยกถุงอาหารขึ้นสูงให้ปุ้ยดู“คนเลือกเมนูรู้เลยว่าต้องเป็นคุณเมฆกับคุณหมอก” ปุ้ยรู้ได้ในทันทีว่าใครเลือกเมนูส้มตำ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าแฝดพี่เมฆนอนหงายอยู่บนเบาะรองคลานที่มีคอกกั้นบุนวมกันกระแทก ฟาเดียนั่งคร่อมใช้ค้อนเป่าลมตี ยิ่งตีเสียงกระดิ่งก็ดังกรุ๊งกริ๊งประสานเสียงหัวเราะชอบใจ“นี่ ๆ ให้น้อน ยียาฟ ตุ๊ดตา ดูนะ” เจ้าแฝดน้องซื้อตุ๊กตายีราฟมาให้ ทั้งสองคนสาธิตให้ดู พอกดสวิตช์ก็มีเสียงเพลงพร้อมกับตุ๊กตายีราฟโยกหัวอย่างเมามัน ฟ้ากับฝนก็โยกหัวตาม พอเห็นพี่ทำ ฟาเดียก็ทำตามบ้าง เมฆกับหมอกก็โยกหัวเมามันไปกับน้อง ๆ ด้วย ช่อแก้วก็เอาแต่หัวเราะ เช่นเดียวกับพวกผู้ใหญ่ที่หัวเราะขบขันความน่ารักน่าเอ็นดู“เบาค่ะ เดี๋ยวคอจะเคล็ดกันเสียก่อน มากินส้มตำกันดีกว่าค่ะ” ความเมามันทำให้ปุ้ยกลัวว่าเด็ก ๆ จะคอเคล็ดกันไปเสียก่อน“ช่อแก้ว
ฟ้ากับฝนมาเล่นกับเจ้าแมวสองตัวของเอิงเอยกับอัญชัน คือเจ้าส้มส้มกับเจ้าคิตตี้ แต่ทั้งคู่ก็ต้องไปเรียนพิเศษตามความสนใจของแต่ละคน ทั้งดนตรี ศิลปะ อย่างตอนนี้อัญชันกำลังให้ความสนใจกับการเต้น อรัญชอบการต่อสู้ เรียนศิลปะการป้องกันตัวอย่างเทควันโด ไออุ่นกับโอบเอื้อสนใจด้านเทคโนโลยีจึงเรียนการเขียนโปรแกรรมอย่างเขียน Coding ส่วนเอิงเอยก็ชอบวาดรูป และดูเหมือนว่าจะชอบการออกแบบเหมือนแม่“แง~~~ตี้ตี ตีหนู” ฟ้าถูกเจ้าแมวสีขาวคิตตี้ตบหน้ารัว ๆ ร้องไห้จ้า ฟ้องว่าถูกคิตตี้ตี“คุณหนูฟ้า เจ็บมากไหมคะ” หวายสำรวจหาร่องรอยบาดแผล หันไปมองคุณหนูฝนแปรงขนให้เจ้าแมวส้มส้มแป๊บเดียวก็เกิดเรื่องเลย“คิตตี้แกล้งน้องฟ้าทำไม” อัญชันดุเจ้าแมวเกเรของตน คิตตี้ส่งเสียงร้องราวกับกำลังโต้เถียงว่ามันไม่ได้แกล้ง“คุณหนูฟ้าได้แผลไหมหวาย” เนยถามด้วยความเป็นห่วงระคนร้อนใจ หากคุณหนูได้รับบาดเจ็บก็เพราะความประมาทเลินเล่อของตนทั้งสอง“ไม่มีแผล คิตตี้น่าจะไม่ได้ลงเล็บ”“เจ็บไหม เป่าปู้ ๆ” ฝนถามพี่สาวฝาแฝดว่าเจ็บมากไหม แล้วเป่าลมใส่หน้าฟ้าขับไล่ความเจ็บปวด“เจ็บหน่อย หายแย้ว” ฟ้าบอกว่าเจ็บนิิดหน่อย และหายแล้ว ยกมือปาดเช็ดน้ำตา หวายใ
“คุณพ่อ” ระวีวิ่งเข้ามาสวมกอดชนาธิป ลุคอุ้มลูกชายอยู่ก็เข้ามาทักทายทุกคน“แม่เขาไปสบายแล้วนะลูก” ชนาธิปปลอบประโลม ระวีพยักหน้าเข้าใจ และทำใจต่อการจากลานี้ได้แล้ว“การสูญเสียเป็นความจริงของชีวิต ไม่มีอะไรที่จะอยู่กับเราได้ตลอดไป น้าเสียใจกับระวีด้วยนะ คุณโสมได้หมดเวรหมดกรรมจากโลกใบนี้แล้ว”“ขอบคุณน้ามนมากนะคะ ขอบคุณพี่มุกกับพี่วราด้วยที่พาคุณพ่อมา”“ยังมีอีกคนที่ระวีคงอยากให้มามากที่สุด” ระวีมีสีหน้าแปลกใจสิ่งที่มุกพูด แต่ภายในความรู้สึกลึก ๆ แล้ว สิ่งเดียวที่เธอต้องการก็คืออยากให้พี่ชายได้มาร่ำลาแม่เป็นครั้งสุดท้าย แม้จะรู้ดีว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่สิ่งที่เธอกำลังจะได้เห็นต่อจากนี้ ทำให้รู้ว่าเธอคิดผิด“พี่ปรินทร์” ระวีไม่รีรอที่จะโผกอดชายร่างสูงที่ก้าวเท้าลงมาจากรถ น้ำตาของความดีใจรินไหล“ระวีน้องพี่” ปรินทร์โอบกอดน้องสาวแนบแน่นด้วยความคิดถึง น้ำตารินไหลไม่ต่างกัน ไม่มีใครขัดจังหวะ ปล่อยให้สองพี่น้องได้โอบกอดให้สมกับความคิดถึงที่ไม่ได้พบหน้ากันนานนับปี“อยู่ในนั้นพี่ปรินทร์ลำบากมากเลยใช่ไหม” ร่างกายที่ซูบผอมของปรินทร์ทำให้ระวีอดใจหายไม่ได้ สงสารคนเป็นพี่จับใจ จากคนที่หล่อเหลา ดูแลตัว
“มาทำไม” ปรินทร์มองผู้มาขอเยี่ยมด้วยความแปลกใจผ่านลูกกรงเหล็ก“ณหทัยตายแล้ว” วราสังเกตเห็นแววตาที่วูบไหวของปรินทร์ แต่ก็เพียงครู่เท่านั้น“แค่นี้ใช่ไหม” ร่างสูงในชุดนักโทษลุกยืนด้วยใบหน้าเรียบเฉย“มึงอยากไปลาเขาเป็นครั้งสุดท้ายไหม”“มาทำดีกับกูทำไม”“มนุษยธรรม มึงรู้จักไหม”“หึ” ปรินทร์แสยะยิ้ม เดินผ่านผู้คุมไป“มึงไม่อยากเห็นหน้าหลานบ้างหรือไง ราม ลูกชายของระวี ตอนนี้ก็จะแปดเดือนแล้ว ชีวิตมึงยังมีระวีเป็นน้องสาวอยู่ มึงคงยังไม่ลืม” ปรินทร์ชะงักนิ่ง ตั้งแต่คดีความถูกตัดสินโดยไม่มีการยื่นอุทธรณ์ ระวีมาขอเยี่ยมทุกเดือน แต่เป็นเขาเองที่ไม่เคยออกมาพบ มีเพียงจดหมายที่ระวีฝากไว้ แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะเปิดอ่านรูปของระวีกับทารกน้อยในวันแรกที่ออกมาสู่โลกกว้างด้วยรอยยิ้มของความสุขพร้อมผู้ชายผมทองที่จำได้ดีว่าเป็นบอดีการ์ดของวรา รูปของทารกเพศชายที่นอนคว่ำแล้วชันคอยิ้มแฉ่งคู่กับแม่ และรูปของเด็กชายตัวน้อยที่นั่งได้ตามพัฒนาการ ยังคงมีรอยยิ้มที่สดใสไร้เดียงสาสมวัย และมาพร้อมกับรอยยิ้มของน้องสาวอีกเช่นเคย ซึ่งกลายเป็นน้องสาวต่างพ่อในวันที่ความจริงปรากฏว่าตนทั้งสองไม่ใช่ลูกของชนาธิปจดหมายกว่าสิบฉบับกั







