LOGINนางแต่งเข้าจวนแม่ทัพเพื่อสืบหาคนที่วางยาพิษครอบครัว แต่กลับพบว่าสามีผู้เย็นชา…กำลังใช้ชีวิตของตนล่อฆาตกรออกมาจากเงามืด
View Moreเมื่อแสงแรกของวันลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา ชีพจรของเซี่ยจิ่งเหยียนก็หยุดลงเผยเยว่ซินนั่งนิ่งอยู่ข้างเตียง ปลายนิ้วกดอยู่บนข้อมือของเขา นางรอหนึ่งลมหายใจ สองลมหายใจ และสามลมหายใจ แต่กลับไม่สัมผัสถึงการเต้นแม้แต่น้อย“จิ่งเหยียน...”ไม่มีเสียงตอบนางยกมือขึ้นแตะลำคอเขา ก่อนก้มฟังบริเวณหน้าอก เสียงหัวใจซึ่งเคยหนักแน่นกลับเงียบสนิท เหลือเพียงความเย็นที่ค่อย ๆ แผ่ซ่านไปตามผิวกายฉางเฟิงกับหลี่มามายืนรออยู่นอกฉากกั้น ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียง แต่ทุกคนมองสีหน้าของนางและเข้าใจแล้วว่าเกิดสิ่งใดขึ้นเยว่ซินกลับไม่ยอมปล่อยมือ“ไปนำรากตื่นชีพมา”หลี่มามาชะงัก “แต่สมุนไพรชนิดนั้น—”“นำมา!”น้ำเสียงของนางทำให้ทุกคนรีบเคลื่อนไหว เยว่ซินฝังเข็มสามเล่มลงรอบหัวใจ ก่อนใช้มีดกรีดปลายนิ้วตนเองแล้วหยดเลือดลงในถ้วยยา รากตื่นชีพเป็นสมุนไพรที่สามารถบีบให้หัวใจกลับมาเต้นได้ชั่วคราว แต่หากใช้มากเกินไปจะทำลายเส้นชีพจรทั้งหมดบิดาเคยห้ามนางใช้วิธีนี้ นอกจากผู้ป่วยจะไม่มีทางรอดด้วยวิธีอื่นแล้ว“ท่านรับปากว่าจะยกชีวิตให้ข้า” นางกล่าวขณะบดสมุนไพร “ข้ายังไม่อนุญาตให้ตาย ท่านก็ไม่มีสิทธิ์ตาย”เยว่ซินป้อนยาเข้าไปในปากเขา แต่
ก่อนรุ่งสาง ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงถูกปกคลุมด้วยเมฆสีดำประตูเมืองทั้งสี่ปิดลงโดยไม่มีประกาศล่วงหน้า ทหารจากค่ายต่าง ๆ เคลื่อนกำลังเข้าสู่พระราชวัง อ้างว่าได้รับพระบัญชาให้เสริมการรักษาความปลอดภัย หลังแม่ทัพใหญ่เซี่ยจิ่งเหยียนถูกจับในข้อหาวางยาปลงพระชนม์แต่ทหารเหล่านั้นมีสิ่งหนึ่งเหมือนกันดวงตาทุกคู่เลื่อนลอย ชีพจรเต้นรุนแรง และใต้ลิ้นมีร่องรอยสีแดงจากจันทร์โลหิตองค์ชายรองฉีหยวนเจ๋อควบคุมกองทัพทั้งหมดด้วยกระดิ่งเงิน ก่อนสั่งให้นำยาหม้อสุดท้ายซึ่งเผยเยว่ซินเป็นผู้ปรุงไปแจกจ่ายแก่เหล่านายกองเขาเชื่อว่ายานั้นจะทำให้ฤทธิ์จันทร์โลหิตมั่นคงและผู้ดื่มเชื่อฟังคำสั่งอย่างสมบูรณ์ โดยไม่รู้ว่านางสับเปลี่ยนรากเพลิงแดงเป็นรากดับจันทร์ตั้งแต่เมื่อคืนยาที่ทหารดื่มไม่ใช่ยาควบคุมแต่เป็นยาถอนพิษซึ่งต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วยามจึงจะออกฤทธิ์เยว่ซินถูกพาตัวออกจากห้องทดลองพร้อมจิ่งเหยียน โซ่เหล็กยังพันอยู่รอบข้อมือกับข้อเท้าของเขา ทหารสองนายคุมตัวอยู่ด้านหลัง ขณะที่นางถูกบังคับให้เดินเคียงข้างองค์ชายรองเมื่อขบวนมาถึงท้องพระโรง ฮ่องเต้ยังคงหมดสติจากพิษเถ้ากระดูกดำ พระวรกายถูกวางอยู่บนพระแท่น ส่วนฮองเ
กุญแจในมือขององค์ชายรองไขประตูคุกออกได้โดยไม่มีผู้คุมคนใดเข้ามาขัดขวางเผยเยว่ซินมองประตูเหล็กซึ่งเปิดอยู่ตรงหน้า ก่อนหันไปสบตาฉีหยวนเจ๋อ“พระองค์ต้องการให้หม่อมฉันทิ้งจิ่งเหยียน แล้วปล่อยให้เขารับผิดเพียงคนเดียว?”“หลักฐานทั้งหมดชี้ไปที่เขา” หยวนเจ๋อตอบ “เซี่ยจิ่งเหยียนเป็นผู้ควบคุมขบวนเสบียงซึ่งนำจันทร์โลหิตเข้าเมืองหลวง อีกทั้งยังปกปิดตัวตนของเจ้า หากเขารับสารภาพว่าใช้วิชาแพทย์ของสกุลเผยวางยาฝ่าบาท เจ้าก็สามารถอ้างว่าถูกบังคับ”“พระองค์รู้ทั้งที่จดหมายของนายกองหลัวเป็นของปลอม”แววตาของหยวนเจ๋อเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย“เจ้ากลับไปหาจิ่งเหยียนเพราะพบเรื่องนี้สินะ”“หมึกบนจดหมายเพิ่งถูกคิดค้นขึ้นเมื่อห้าปีก่อน แต่เอกสารกลับอ้างว่าเขียนไว้เมื่อสิบปีก่อน” เยว่ซินจ้องเขาไม่วางตา “พระองค์ทราบหรือไม่ว่ามันเป็นของปลอม”องค์ชายรองไม่ได้ตอบคำถาม เพียงยื่นมือมาตรงหน้านาง“ออกจากที่นี่ก่อน หากฟ้าสางแล้วฮองเฮามีรับสั่งให้นำตัวเจ้าไปสอบสวน แม้แต่ข้าก็อาจช่วยไม่ทัน”“แล้วจิ่งเหยียนอยู่ที่ใด”“ถูกขังอีกฝั่งหนึ่งของวัง มีทหารเฝ้าแน่นหนา ข้าพาเขาออกไปพร้อมเจ้าไม่ได้”“ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันก็ไม่ไป”เยว่ซิน
เจ็ดวันก่อนงานเลี้ยงร้อยบุปผา จวนแม่ทัพเซี่ยปิดประตูเงียบกว่าปกติภายนอกดูเหมือนเซี่ยจิ่งเหยียนกำลังพักรักษาบาดแผลจากเหตุลอบสังหาร ส่วนเผยเยว่ซินหมกตัวอยู่ในห้องปรุงยาเพื่อเตรียมโอสถถวายฮองเฮา ทว่าภายในห้องลับใต้เรือนแม่ทัพ ทั้งคู่กำลังรวบรวมหลักฐานทั้งหมดซึ่งเกี่ยวข้องกับสถานทดลองจันทร์โลหิตแผ่นโลหะสลักตราหงส์คาบดวงจันทร์ สมุดบันทึกพระอาการของอดีตฮ่องเต้ รายงานขบวนเสบียง รวมถึงคำให้การจากเด็กที่ช่วยออกมาถูกทำสำเนาแยกไว้สามชุดชุดแรกซ่อนอยู่กับฉางเฟิงชุดที่สองส่งให้ขุนนางเก่าแก่ซึ่งไม่ขึ้นกับฝ่ายฮองเฮาส่วนชุดสุดท้ายถูกฝังไว้ใต้ป้ายวิญญาณของอดีตแม่ทัพเซี่ย หากเกิดเรื่องกับพวกเขาทั้งสอง ฉางเฟิงจะนำหลักฐานออกเปิดเผยต่อสาธารณะทันทีเด็กผู้รอดชีวิตทั้งหมดถูกย้ายออกจากจวนไปยังวัดนอกเมือง โดยกระจายกันเดินทางหลายเส้นทางและมีทหารเกราะดำปลอมตัวเป็นชาวบ้านคอยคุ้มครอง“คืนนี้ฮองเฮาน่าจะใช้เสียงกระดิ่งหรือกำยานกระตุ้นพิษของท่าน” เยว่ซินกล่าวขณะพันถุงยาขนาดเล็กไว้ใต้แขนเสื้อของจิ่งเหยียน “ยานี้จะกดการไหลของพิษได้ประมาณหนึ่งชั่วยาม หากเริ่มปวดศีรษะให้กัดถุงทันที ผงยาจะละลายในปาก”จิ่งเหยียนมองนาง





