Masukเพียงข้ามคืน กับชีวิตที่ต้องเปลี่ยนไป กลายเป็นคุณแม่สุดแซ่บของเจ้าแฝดสุดแสบ
Lihat lebih banyakเพียะ !!
ฝ่ามือใหญ่ของชนาธิปฟาดลงบนแก้มของ มุกไหม บุตรสาวคนโตที่เกิดจาก กชมน ภรรยารองเต็มแรง ท่ามกลางรอยยิ้มเหยียดหยันและสายตาสะใจที่เกิดจากความจงเกลียดจงชังของ ณหทัย ภรรยาใหญ่ มุกปรินทร์ บุตรชายคนโต ที่เกิดก่อนมุกไหมเพียงไม่กี่ชั่วโมง และมุกระวี บุตรสาวคนเล็กที่อายุน้อยกว่าสองปี
“แกไปจัดการกับไอ้มารหัวขนนี่ซะ” ชนาธิปประกาศกร้าว คำสั่งของเขาถือเป็นเด็ดขาดในบ้านหลังนี้
“ไม่ มุกไม่มีทางเอาลูกออก มุกจะเลี้ยงเขาเอง” มุกไหมยืนกรานเสียงแข็งที่จะเอาลูกไว้ ชีวิตน้อย ๆ ในท้องของเธอไม่ได้มีความผิด เขาบริสุทธิ์เกินกว่าที่เธอจะทำลายเขาได้ และตั้งใจจะเลี้ยงเขาด้วยมือของเธอเอง
“มุก อย่าขัดคำสั่งคุณพ่อ” กชมนหวาดเกรงคนเป็นเป็นสามียิ่งกว่าสิ่งใด
“มุกไม่มีทางเอาลูกออกนะแม่”
“ขวนขวายสอบชิงทุนไปเรียนต่อถึงเกาหลี ยังไม่ทันไรก็ท้องโตกลับมา แล้วยังมีหน้าจะเก็บเด็กนี่ไว้ นี่แกจะทำให้ตระกูลของเราอับอายขายขี้หน้าไปถึงไหน” เสียงกระแนะกระแหนที่แฝงไปด้วยความชิงชังของณหทัยยิ่งสร้างความเดือดดาลให้แก่ชนาธิปเป็นเท่าทวี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาคำพูดของเธอก็เป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่พร้อมเผาผลาญสองแม่ลูกให้มอดไหม้
“กชมน จัดการทำลูกสาวของเธอให้ขาวสะอาด ฉันจะจับมันใส่ตะกร้าล้างน้ำ” ชนาธิปยื่นคำขาด
“มุกไม่ยอม”
เพียะ !!
“แกต้องยอม” เสียงของคนเป็นแม่พร้อมฝ่ามือที่ฟาดลงไปบนแก้มของลูกสาวยิ่งสร้างความสะใจให้กับสามแม่ลูก แต่กลับสร้างความบอบช้ำให้กับมุกไหม ที่แม้แต่แม่ของตัวเองก็ยังซ้ำเติมในยามที่เธอต้องเผชิญหน้ากับปัญหา
“แม่” มุกไหมมองคนเป็นแม่ด้วยแววตาตัดพ้อ หยาดน้ำตารินไหล ตั้งแต่จำความได้ แม่เชื่อฟังพ่อกับแม่ใหญ่มาตลอด ไม่เคยปกป้องเธอสักครั้ง
“ทำตามที่คุณพ่อบอก ถ้าแกกับฉันยังอยากมีที่ซุกหัวนอน”
“ถ้าแม่คิดแบบนี้ ทำไมวันที่แม่รู้ว่ามีมุก แม่ไม่เอามุกออกไปซะ มุกจะได้ไม่ต้องเกิดมาให้คนอื่นตราหน้าว่าเป็นลูกเมียน้อย”
เพียะ !!
“ฉันเป็นแม่แกนะ แกไม่มีสิทธิ์มาว่าฉันแบบนี้ ในเมื่อฉันทำให้แกเกิดมาแล้ว แกก็ต้องตอบแทนบุญคุณฉัน ด้วยการไปเอาไอ้เด็กนี่ออก แกกลับไปที่ห้องของแกแล้วเตรียมตัว พรุ่งนี้ฉันจะพาแกไปเอามันออกเอง” กชมนฟาดฝ่ามือลงบนแก้มของลูกสาวอีกครั้ง เลือดสีแดงสดไหลออกมาจากมุมปาก มุกไหมไม่คิดจะเช็ดมันออก อยากให้มันเป็นเครื่องตอกย้ำว่าไม่มีใครรักเธอ นอกจากตัวของเธอเอง ก่อนจะพาร่างกายและหัวใจที่บอบช้ำกลับห้องของตัวเอง
“จัดการให้เรียบร้อย ไม่เช่นนั้นก็ไสหัวออกไปจากบ้านหลังนี้พร้อมลูกกับหลานของแก” ณหทัยหยิบธนบัตรสีเทาจำนวนหนึ่งออกมา ธนบัตรเหล่านั้นปลิวว่อนต่อหน้ากชมน เธอทรุดตัวลงกับพื้นมองร่างสูงของคนเป็นสามีเดินจากไปอย่างไม่ไยดีผ่านม่านน้ำตาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
“คุณแม่ขา เราออกไปชอปปิงกันดีกว่าค่ะ ระวีอยากได้กระเป๋าคอลเลกชันใหม่” มุกระวีเบ้ปากใส่คนที่มีศักดิ์เป็นแม่รอง แต่ก็ไม่เคยให้ความเคารพ ด้วยมีณหทัยคอยพร่ำบอกเสมอว่ากชมนเป็นเพียงคนใช้ที่ปล่อยให้ตัวเองท้องเพื่อหวังจับคนเป็นพ่อ มุกระวีกับมุกปรินทร์จึงดูถูกเหยียดหยามกชมน และคอยกลั่นแกล้งมุกไหมเสมอมา ยิ่งมุกไหมโดดเด่นทั้งการเรียนและกิจกรรม ก็ยิ่งสร้างความอิจฉาริษยาให้กับสองพี่น้อง คอยหาเรื่องมุกไหมไม่เว้นวัน แม้จะได้รับคำชื่นชมแต่มุกไหมก็ไม่เคยได้รับความรักจากพ่ออย่างที่ควรจะเป็น ด้วยชนาธิปเกรงใจณหทัยยิ่งกว่าสิ่งใด
“ได้สิลูก เราไปชอปปิงกันดีกว่า วันนี้แม่รู้สึกมีความสุข สุขจนล้นอกเลยล่ะ” ณหทัยมองกชมนด้วยสายตาเหยียดหยาม และสมเพชในคราวเดียวกัน
“พี่ปรินทร์จะไปด้วยกันไหม” มุกระวีหันมาถามพี่ชายที่นั่งนิ่งเงียบตั้งแต่มุกไหมออกไป
“ไม่ล่ะ ระวีไปกับคุณแม่เถอะ” มุกปรินทร์ตอบน้องสาว สายตาจับจ้องไปยังทางที่มุกไหมเดินออกไป แววตาแฝงไปด้วยเลศนัย และนั่งอยู่ตรงนั้นเพียงลำพังหลังจากทุกคนออกไปจากห้องนี้ รอเวลาจนแน่ใจ…
“แม่ขอโทษ แม่ไม่ได้อยากให้หนูเกิดมาพร้อมถูกตราหน้าว่าเป็นลูกเมียน้อยเหมือนแม่ ในเมื่อหนูมาเกิดเป็นลูกของแม่แล้ว แม่ก็จะเลี้ยงดูหนูด้วยความรักของแม่ แม่จะปกป้องหนูเองนะคะ” มุกไหมนั่งอยู่ที่ปลายเตียงลูบท้องตัวเอง แน่วแน่ที่จะรักษาลูกไว้ นึกถึงเรื่องคืนนั้น คืนที่เธอมีความสัมพันธ์กับผู้ชายแปลกหน้า มิหนำซ้ำผู้ชายคนนั้นยังมีภรรยากับลูกแล้ว ทั้งที่เคยตั้งปณิธานไว้ว่าหากวันหนึ่งเธอมีลูก เธอจะไม่มีวันให้ลูกตกอยู่ในสภาพแบบเดียวกับเธอ ก่อนประตูห้องนอนจะเปิดออก และถูกปิดลงพร้อมกดล็อก
“ปรินทร์ นายเข้ามาทำไม” มุกไหมปาดคราบน้ำตาออกจากพวงแก้ม ลุกขึ้นเตรียมพร้อมหาทางหนีทีไล่ ด้วยพอจะคาดเดาการมาของมุกปรินทร์ได้ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเข้าหาเธอ
“ก็เข้ามาช่วยไง” มุกปรินทร์ย่างสามขุมเข้าไปหามุกไหมอย่างใจเย็น
“ช่วยอะไร”
“ก็ช่วยเอามารหัวขนออกไงล่ะ” แววตาของมุกปรินทร์หื่นกระหายอย่างเห็นได้ชัด
“ออกไปนะ” มุกไหมถอยหนีเป็นจังหวะเดียวกับที่มุกปรินทร์ย่างกรายเข้ามา มุกไหมหันรีหันขวางหาทางรอดไปจากมารใจทราม
“ก็บอกว่าจะช่วยไง ไหน ๆ ก็จะต้องเอามันออก สู้เรามีความสุขกันก่อนไม่ดีกว่าเหรอ แล้วฉันจะช่วยเอามันออกให้เอง”
“เราเป็นพี่น้องกันนะ”
“แต่เท่าที่รู้ไม่ใช่นะ แม่ของมุกไปท้องกับใครมาก็ไม่รู้ แล้วมาบอกว่าเป็นลูกของคุณพ่อ คุณพ่อเวทนามุกกับแม่ก็เลยเลี้ยงไว้เท่านั้น” มุกปรินทร์พูดไปตามคำบอกเล่าของคนเป็นแม่
“อย่าเข้ามานะ บอกว่าอย่าเข้ามาไง” มุกไหมถอยหลังไปจนถึงทางตัน แต่นับว่าโชคยังพอเข้าข้างเธอบ้างให้หยิบฉวยของที่พอจะใช้ป้องกันตัวได้
“อย่าเล่นตัวไปหน่อยเลย ทำเป็นไม่เคยไปได้ โอ๊ย !!” ร่างสูงของ มุกปรินทร์ทรุดลงไปกองกับพื้น พร้อมเลือดสีแดงสดที่ไหลทะลักออกมาจากศีรษะ มุกไหมฟาดรูปปั้นเทพนิยายกรีกลงตรงตำแหน่งเดิมอีกครั้ง และครั้งนี้เป็นผลให้มุกปรินทร์สลบเหมือด เธอจึงอาศัยจังหวะนั้นหนีออกไปจากบ้านหลังนี้
พิธีมงคลสมรสระหว่าง วรา เฌอสลัล กับ มุก มุกไหม เจ้าบ่าวอยู่ในชุดผสมผสานระหว่างไทยและสากลไว้อย่างลงตัว โดยใช้ผ้าไหมสี่เส้นสีขาวสั่งทอใหม่พิเศษจากลำพูนเพื่อตัดเย็บเสื้อสูทสากล ส่วนตัวเสื้อเชิ้ตด้านในแต่งลายเย็บเกร็ดและดีไซน์คอปกเป็นแบบทรงราชปะแตน ในส่วนโจงกระเบนใช้ผ้าลำพูนสีเงิน ส่งให้เจ้าบ่าวสง่างาม แต่ก็มีความเรียบโก้และดูหรูหรา ส่วนเจ้าสาวอยู่ในชุดไทยศิวาลัยสี White Diamond สะดุดตาด้วยดีเทลงานปักทั้งชุด ตัวเสื้อเป็นแบบแขนยาวคอจีนที่ใช้ลายเส้นคริสตัลและลูกปัดมาเพิ่มมิติ ห่มทับด้วยสไบคริสตัลปักลายเกล็ดหิมะทรงหน้าเรียว ส่วนผ้านุ่งเป็นผ้ายกไหมลำพูนลายสร้อยคล้องดาวที่ทอแบบดิ้นยกดิ้นเงินเพื่อให้ผ้าเงางามเป็นพิเศษ และยังมีชายพก หน้านาง ตีนซิ่น ที่ปักเป็นลวดลายเกล็ดหิมะด้วยคริสตัลและเพชรนับร้อยเม็ด เป็นชุดไทยที่เปล่งประกายที่สุดเลยก็ว่าได้พิธีเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ ญาติพี่น้องของตระกูลต่างมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างพร้อมหน้า รวมถึงแขกผู้ใหญ่ที่นับถือ และเพื่อน ๆ คู่บ่าวสาวประกอบพิธีสงฆ์และใส่บาตรเพื่อความเป็นสิริมลคลในชีวิตคู่ แทนการขอเขย“ป๊า ๆ ป๊าครับ ป๊า ! ป๊า !! ป๊า !!!” เสียงของเมฆกับหมอ
“หมูฟ้า หมูฝน ทำไร” เมฆวิ่งมาหาน้องสาวที่อยู่ในชุดเสื้อกล้ามตัวสั้นกับกางเกงเลกกิ้งเข้ารูปเน้นทรวดทรงกับพุงป่อง ๆ ทั้งที่รู้ว่าน้องกำลังกาย แต่ก็ยังถามออกไป“ว่าน้อนหยอ นี่แหนะ” ฟ้าโยนดัมเบลใส่พี่ชาย แต่เมฆรับไว้ได้ทัน ส่วนฝนโยนลูกบอลโยคะใส่ แต่ด้วยขนาดลูกบอลที่ใหญ่แทบจะเท่าตัวเอง ทำให้ลูกบอลลอยไปได้ไม่ไกล“คุณหนู โยนแบบนี้ไม่ได้นะคะ” หวายกับเนยใจหายใจคว่ำ ดีที่ว่าเมฆรับไว้ได้ และน้ำหนักดัมเบลไม่ได้มาก เพียง 0.5 กิโลกรัม แต่ถ้าพลาดพลั้งก็ทำให้บาดเจ็บได้“เอาจริงเลยเหรอ เฮียแค่แกล้งเล่นเองนะ”“ฉมหน้า ฉัยไม่ดี ว่าน้อน” เจ้าแฝดน้องสมน้ำหน้าเมฆ นิสัยไม่ดี ชอบว่าน้อง“เมฆก็ชอบบู้บี้ฟ้ากับฝน ฟ้ากับฝนแค่ตัวตุ้ยนุ้ยมากไปหน่อย” หมอกต่อว่าเมฆ แต่ไม่ได้ทำให้น้องสาวทั้งสองรู้สึกดีขึ้นเลย“ฉัยไม่ดี เหมืองกัง เหมืองแหละ แกล้งน้อนได้ไง นี่น้อนฉุดฉวย โอ๋เยยนะ” ฟ้ากับฝนชี้หน้าพี่ชายที่ชอบแกล้งน้องเรียงคน บังคับขู่เข็ญให้ปลอบเอาใจตัวเองเหมือนเคย“โอ๋ ๆ หนูฟ้า หนูฝน” เมฆกับหมอกเข้าสวมกอดปลอบโยนน้องสาวที่แสนงอน“เยียกงี้แหละ ฉัยดี เยียกงี้หยอดนะ นี่หนูฟ้า ไม่ใช่ ๆ หมูฟ้า นี่หนูฝง ไม่ใช่ ๆ หมูฝง เป็งพี่ น
“น้องฟาเดียจ๋า แฟนจ๋ามาแล้ว” ทันทีที่ประตูเปิดกว้าง เมฆก็พุ่งตัวเข้าไปพร้อมส่งเสียงเรียกฟาเดีย“น้อน หาน้อน” ฟ้ากับฝนก็วิ่งตามพี่ชายเข้าไปติด ๆ หมอกกับช่อแก้วก็เดินตามไป“เข้ามากันก่อน” ปุ้ยเชื้อเชิญหวาย เนย ปรก และดิม“ซื้ออาหารมาด้วย ปุ้ยจะได้ไม่ต้องเหนื่อยทำอาหาร” ดิมยกถุงอาหารขึ้นสูงให้ปุ้ยดู“คนเลือกเมนูรู้เลยว่าต้องเป็นคุณเมฆกับคุณหมอก” ปุ้ยรู้ได้ในทันทีว่าใครเลือกเมนูส้มตำ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าแฝดพี่เมฆนอนหงายอยู่บนเบาะรองคลานที่มีคอกกั้นบุนวมกันกระแทก ฟาเดียนั่งคร่อมใช้ค้อนเป่าลมตี ยิ่งตีเสียงกระดิ่งก็ดังกรุ๊งกริ๊งประสานเสียงหัวเราะชอบใจ“นี่ ๆ ให้น้อน ยียาฟ ตุ๊ดตา ดูนะ” เจ้าแฝดน้องซื้อตุ๊กตายีราฟมาให้ ทั้งสองคนสาธิตให้ดู พอกดสวิตช์ก็มีเสียงเพลงพร้อมกับตุ๊กตายีราฟโยกหัวอย่างเมามัน ฟ้ากับฝนก็โยกหัวตาม พอเห็นพี่ทำ ฟาเดียก็ทำตามบ้าง เมฆกับหมอกก็โยกหัวเมามันไปกับน้อง ๆ ด้วย ช่อแก้วก็เอาแต่หัวเราะ เช่นเดียวกับพวกผู้ใหญ่ที่หัวเราะขบขันความน่ารักน่าเอ็นดู“เบาค่ะ เดี๋ยวคอจะเคล็ดกันเสียก่อน มากินส้มตำกันดีกว่าค่ะ” ความเมามันทำให้ปุ้ยกลัวว่าเด็ก ๆ จะคอเคล็ดกันไปเสียก่อน“ช่อแก้ว
ฟ้ากับฝนมาเล่นกับเจ้าแมวสองตัวของเอิงเอยกับอัญชัน คือเจ้าส้มส้มกับเจ้าคิตตี้ แต่ทั้งคู่ก็ต้องไปเรียนพิเศษตามความสนใจของแต่ละคน ทั้งดนตรี ศิลปะ อย่างตอนนี้อัญชันกำลังให้ความสนใจกับการเต้น อรัญชอบการต่อสู้ เรียนศิลปะการป้องกันตัวอย่างเทควันโด ไออุ่นกับโอบเอื้อสนใจด้านเทคโนโลยีจึงเรียนการเขียนโปรแกรรมอย่างเขียน Coding ส่วนเอิงเอยก็ชอบวาดรูป และดูเหมือนว่าจะชอบการออกแบบเหมือนแม่“แง~~~ตี้ตี ตีหนู” ฟ้าถูกเจ้าแมวสีขาวคิตตี้ตบหน้ารัว ๆ ร้องไห้จ้า ฟ้องว่าถูกคิตตี้ตี“คุณหนูฟ้า เจ็บมากไหมคะ” หวายสำรวจหาร่องรอยบาดแผล หันไปมองคุณหนูฝนแปรงขนให้เจ้าแมวส้มส้มแป๊บเดียวก็เกิดเรื่องเลย“คิตตี้แกล้งน้องฟ้าทำไม” อัญชันดุเจ้าแมวเกเรของตน คิตตี้ส่งเสียงร้องราวกับกำลังโต้เถียงว่ามันไม่ได้แกล้ง“คุณหนูฟ้าได้แผลไหมหวาย” เนยถามด้วยความเป็นห่วงระคนร้อนใจ หากคุณหนูได้รับบาดเจ็บก็เพราะความประมาทเลินเล่อของตนทั้งสอง“ไม่มีแผล คิตตี้น่าจะไม่ได้ลงเล็บ”“เจ็บไหม เป่าปู้ ๆ” ฝนถามพี่สาวฝาแฝดว่าเจ็บมากไหม แล้วเป่าลมใส่หน้าฟ้าขับไล่ความเจ็บปวด“เจ็บหน่อย หายแย้ว” ฟ้าบอกว่าเจ็บนิิดหน่อย และหายแล้ว ยกมือปาดเช็ดน้ำตา หวายใ





