Masukดุลยาได้แต่พยักหน้ารับ เธอไม่ชอบแต่หน้าหนาและจัดจ้านแบบนี้ แต่เพราะงานเธอจึงจำเป็น รอบนี้ได้มาทำงานถึงพัทยา มารำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ VIP ของโรงแรมหรูระดับห้าดาว งานนางรำเป็นรายได้เสริมที่ทำมาหลายปีตั้งแต่อยู่มัธยมปลาย แรกๆ เพราะเธอพอมีพื้นฐานด้านฟ้อนรำเพราะตอนที่อยู่ต่างจังหวัดมีคนเฒ่าคนแก่สอนรำบ้างตามประสาเด็กต่างจังหวัด มีรุ่นพี่ที่รู้จักชวนให้เธอไปรำในร้านอาหารซึ่งแขกส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ บางคนก็ไปคล้องพวงมาลัยให้นักท่องเที่ยว มันจึงเป็นรายได้เล็กๆ น้อยๆ ของเธอ ที่ไม่กระทบกับการเรียน แม่จึงไม่ห้ามปรามอะไร เธอจึงรับงานมาเรื่อย เข้ามหาวิทยาลัยแล้วก็ยังมีงานรำให้ทำอยู่ ไปๆมาๆ กลายเป็นงานที่เพิ่มรายได้ มีเธอกับเพื่อนๆ หลายสิบชีวิตที่ทำงานแบบเดียวกัน ระหว่างนี้ที่ยังไม่มีงานประจำทำ เธอจึงทำงานรำได้เต็มที่กว่าก่อน เธอไม่ได้รังเกียจงานนางรำ เพียงแค่หวังว่าสักวัน เธอจะหางานประจำมีรายได้เลี้ยงตัวเอง เพียงแค่นั้น
ครั้งนี้ได้มาไกลถึงพัทยา หญิงสาวชอบทะเลแต่ไม่มีโอกาสได้มาเที่ยวบ่อยนัก เพราะพ่อกับแม่เลี้ยงไม่ค่อยชอบ บ่นว่าเหนียวตัว ทำให้เธอพลอยอดไปด้วย แต่ถึงวันนี้จะได้มาโรงแรมหรูหราแต่ก็เพราะเรื่องงาน หญิงสาวเช็ดเครื่องสำอางเสร็จก็ลุกจากหน้ากระจก ตั้งใจเดินไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ แต่ดูเหมือนคนอื่นทยอยเดินขึ้นจากหาดแล้ว
“อีกครึ่งชั่วโมงกลับนะดาว”
“รับทราบค่ะ”
ดุลยายกมือขึ้นแตะปลายคิ้วเลียนแบบท่าทหารรับคำสั่ง แล้วเดินไปที่ชายหาด ใส่ชุดไทยแบบนี้คนหันมามองหลายคนเชียว แต่ส่วนใหญ่เป็นแขกของโรงแรม แต่เธอก็ชินแล้ว เธอถอดรองเท้าแตะที่สวมอยู่แล้วรั้งชายผ้าถุงให้สูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อจะได้ไม่เปียกน้ำทะเล ปล่อยเท้าเปลือยเปล่าให้สัมผัสเม็ดทรายและฟองคลื่น
หญิงสาวรู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองอย่างไม่เกรงมารยาท เธอเงยหน้าขึ้น ยกมือขึ้นปัดเส้นผมของตนเองก็เห็นชายหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อยืดกับกางเกงขาสามส่วน ดวงตาคมเข้มคู่นั้นจ้องเธอเขม็ง เธอรู้ว่าเธอออกจะดูแปลกๆ ไปสักหน่อย แต่ไม่ใช่คนบ้าหรือคนอันตรายนะ สายตาของเขาทำให้เธอหลบตาแล้วหมุนตัวเดินกลับขึ้นมาที่ห้องแต่งตัวเพื่อหยิบกระเป๋าเตรียมขึ้นรถเดินทางกลับ
“น้องดาว ดุลยาหรือเปล่าคะ” หญิงสาววัยสี่สิบนิดๆ เดินเข้ามาทักด้วยรอยยิ้ม
“ค่ะ” ดุลยายิ้มรับ จำได้ว่าเจอผู้หญิงคนนี้ตอนที่ถ่ายรูปร่วมกับแขกที่เข้ามาชมการแสดง
“ลูกชายพี่ชอบน้องมากเลยค่ะ รบกวนขอถ่ายรูปคู่กับเด็กหน่อยได้ไหมคะ”
ดุลยาเห็นว่ายังพอมีเวลาจึงพยักหน้ารับ ได้ยินว่าคำว่าเด็ก ก็ไม่อยากให้เด็กเสียใจ เธอยอมเดินตามผู้หญิงคนนั้นออกจากห้องแต่งตัว เพียงแต่เดินออกมาได้ไม่กี่ก้าว ร่างก็ถูกโอบรัดจากด้านหลัง ยังไม่ทันตั้งตัว ผ้าผืนหนึ่งก็ถูกปิดครึ่งปากครึ่งจมูก ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกใจ เท้าเล็กๆ เตะไปมาแต่ดูเหมือนจะไม่ช่วยอะไรได้เลย พยายามกลั้นหายใจแต่กลิ่นประหลาดนั้นก็ทำให้ร่างที่ดิ้นรนอยู่ค่อยๆ หยุดนิ่งพร้อมดวงตาที่ปิดสนิทลง
“เจ้แน่ใจนะว่าไม่มีปัญหาที่หลัง” ชายคนที่อุ้มร่างที่หมอสติบ่นพึมพำ
“จะมีปัญหาได้ ก็ยัยแม่สั่งมาเองนี่” หญิงสาวคนเดิมพูดแล้วก้มลงเก็บกระเป๋าข้าวของหญิงสาวที่ตกพื้นขึ้น “มัวแต่พูดมากรีบไปได้แล้ว”
“ครับเจ้”
คนสองคนช่วยกันพาร่างคนที่หมดสติเข้าไปในรถตู้ หญิงสาววัยสี่สิบมองใบหน้าคนที่หมดสติไป ใบหน้าหวานรูปร่างบอบบาง ผิวขาวอมชมพูแบบธรรมชาติ หน้าไร้เครื่องสำอางแต่กลับดูน่ามองกว่าเมื่อครู่ที่อยู่บนเวทีเสียอีก
รถตู้พาหญิงสาวที่หมดสติมายังสถานที่แห่งหนึ่ง หญิงเริ่มรู้สึกตัวแต่ยังขยับตัวเคลื่อนไหวไม่ได้ดั่งใจ เธอรู้สึกเพียงว่ามีมือมาจับเนื้อตัวเธอ หญิงสาวพยายามปัดป้องแต่ทำได้แค่คิดเพราะยกมือยังไม่ขึ้น
ดุลยาพยายามตั้งสติ เกิดอะไรขึ้นกับเธอนะ เธอถูกลักพาตัวใช่ไหม? ใครกันเล่า บ้านเธอก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ต้องมีการเข้าใจอะไรผิดแน่ๆ
หญิงสาวรู้สึกว่ามีคนพยุงร่างเธอมาวางบนพื้นพรมหรืออะไรสักอย่างที่ค่อนข้างนุ่ม เสียงพูดเป็นภาษาอังกฤษปนภาษาไทย ทำให้เธอพยายามตั้งใจฟัง และไม่กี่นาทีต่อมา แสงไฟก็เข้ามากระบใบหน้า เธอหยี่ตาแล้วขยับมือยกขึ้นบังแสงสปอร์ตไลน์นั้น เริ่มใจชื้นที่แขนขาขยับได้บ้าง แต่ยังยันตัวขึ้นอย่างยากลำบาก
“เริ่มประมูลที่ห้าหมื่นบาท ท่านใดสนใจหญิงสาวงดงามราวกับหลุดออกมาจากนางในวรรณคดี ขอเชิญเสนอราคากันมาเลยครับ!!!”
ประมูล! ประมูลอะไรกัน!
“อ๊ะ!”
ดุลยาร้องได้เพียงแค่นั้น รู้เพียงแค่มีคนมาจับให้เธอเงยหน้าขึ้น เพียงเธอกวาดสายตาไปเบื้องหน้า หัวคิ้วก็ขมวดยุ่ง อะไรกัน เหมือนกับที่เคยเห็นในภาพยนตร์แต่...นี่มันอะไรกัน คนสวมหน้ากากนั่งจ้องมองเธอราวกับเป็นสัตว์หรือสิ่งของชิ้นหนึ่ง
“หกหมื่น”
ดุลยาคิดพลางน้ำตาเอ่อล้น ความหวาดกลัวแล่นขึ้นจับขั้วหัวใจ แล้วชีวิตเธอต่อจากนี้ไปจะเป็นอย่างไรเล่า?ไม่ได้นะ ไม่ใช่เวลาที่จะมาร้องไห้ คนๆ นั้น ถึงจะดูน่ากลัวไปนิด แต่...เขาไม่ได้ฉวยโอกาสตอนที่เธอไม่ได้สติ แต่เขาอาจแค่หลอกให้เธอตายใจก็ได้ อย่างไรก็อย่าเพิ่งไว้ใจเขานักเลยนะหญิงสาวสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ มันเป็นเสื้อยืดกับกางเกงผ้าฝ้ายแบบมีเชือกผูก คนซื้อคงกะขนาดเอวไม่ถูกถึงได้เลือกแบบนี้มา แต่มันก็ใส่สบายดี เสียตรงที่... เธอไม่มีชุดชั้นในตัวใหม่เปลี่ยนนั้นแหละ จำใจต้องซักของเก่าแอบหาที่ตากไว้ในห้องน้ำนั้นแหละ จัดการตัวเองเสร็จแล้วจึงออกมาพบผู้ชายคนนั้นแล้วอลันเดินเข้าครัว เขาไม่ใช่ผู้ชายแบบที่ชอบบริการใคร ที่ทำให้เพราะสงสาร หากสายตาเขาไม่ย่ำแย่จนเกินไป ก็มีบ้างอย่างไม่ชอบมาพากลในการปรากฏตัวของหญิงสาวคนนั้นนัก แต่เพราะเคยเชื่อใจ-ไว้ใจไม่ใช่รึ เขาจึงเกือบตายมาแล้ว ชายหนุ่มกดน้ำร้อนใส่แก้วกาแฟของตัวเอง ตู้เย็นไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าเบียร์ขวดเล็กครึ่งโหล ถ้าเธอหิวค่อยว่ากัน ไม่ซิ ยังไงก็คงต้องหิวอยู่แล้วล่ะ โอ๊ย! แย่ล่ะ! ไหนบอกตัวเองว่าเป็นคนไม่สนใจคนอื่น ทำไมถึงเป็นห่วงว่าผู้หญิ
“ทะเล”“ว้าย!”ดุลยาเผลอร้องอย่างตกใจ ไม่คิดว่าจะมีคนอยู่ใกล้ๆนี่ด้วย เธอพลิกตัวหันมาเผชิญหน้า แผ่นหลังชิดราวระเบียง สายลมที่พัดแรงทำให้ผมยาวปลิวสยายจนเธอต้องยกมือขึ้นรวบผมไว้ เธอเพ่งมองชายหนุ่มที่ค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั้งเหมือนแมวเกียจคร้าน เขาจ้องมองหญิงสาวที่ท่าทีตื่นตระหนกก่อนถอนลมหายใจยาวเฮือกใหญ่แล้วถอดแว่นกันแดดออกเปิดเผยดวงตาคมเข้มคู่นั้น แล้วหญิงสาวก็อ้าปากค้าง เขาคือผู้ชายคนเดียวกับเธอที่เคยพบตอนที่เธอไปเดินเล่นที่ชายหาดคนเดียว“คุณ!!”“อลัน” เขาพูดแล้วลุกขึ้นยืน ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ “ชื่อของผมคือ อลัน หยาง”ดุลยาอ้ำอึ้งไปไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าเขาจะลุกขึ้นมาแนะนำตัวเองแบบนี้ “ตามมารยาทคุณก็ควรแนะนำตัวเองเสียหน่อยนะ อย่างน้อยผมก็ช่วยคุณไว้”พอโดนเขาจี้เข้าแบบนี้ดุลยาก็ได้สติขึ้นมา“ชื่อดุลยาค่ะ เรียกดาวก็ได้” เธอกวาดตามองเขาอย่างไม่เกรงมายาท แต่กลับทำให้อีกฝ่ายหัวเราะออกมา ก็แน่ล่ะ คนอย่าง อลัน หยาง ไม่เคยถูกมองแบบนี้แน่ หากเป็นหญิงสาวก็ส่งสายตาเชิญชวน หากเป็นผู้ชายถ้าไม่อยากฆ่าเขาก็หวาดกลัวไม่กล้าสบตาการหัวเราะอย่างเปิดเผยของเขาทำให้ดุลยาขมวดคิ้ว ทำไมล่ะ เขาวิปริตไ
เสียงชายคนหนึ่งพูดขึ้นพร้อมชูป้ายหมายเลขของตนเอง ดุลยายังงุนงงอยู่จับต้นชนปลายไม่ถูก เธอมองไปอีกด้านของเวที มีหญิงสาวนุ่งน้อยห่มน้อยยืนอยู่ราวกับคุ้นเคยกับเรื่องนี้ดี “เจ็ดหมื่น”ดุลยาผวาเฮือก เป็นเธอใช่ไหมที่กำลังถูกประมูล“ไม่ ไม่ เข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ได้...ว้าย! ” “เชิญดูสินค้าก่อนได้ครับ รับรองไม่ผิวหวัง สาวไทยแท้ผิวพรรณผุดผ่องครับ”หญิงสาวหวีดร้องอย่างตกใจเมื่อมือใหญ่มากระชากเอาสไบที่เธอห่มอยู่หลุดออกไป เหลือเพียงผ้าแทบที่มัดหน้าอกอยู่ เสียงหือดังขึ้น มือเรียวรีบยกมือขึ้นปกทรวงอกที่แม้จะมีผ้าปิดอยู่ แต่มันก็ไม่ได้ปกป้องเธอมากนัก ผมยาวสลวยคลี่กระจายราวแพรไหม หญิงสาวกลั้นน้ำตา กวาดสายตามองหาคนที่จะช่วยเหลือ เธอสะดุ้งสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองอยู่ มีแววประหลาดใจปนอยู่ในแววตาคู่นั้น“แปดหมื่น”“เก้าหมื่น”ไม่เอานะ หยุดที ฉันฝันไปใช่ไหม ใครก็ได้ช่วยด้วย ดุลยาได้แต่อ้าปากพะงาบๆ แต่เสียงก็เบาเหลือเกิน นี่ใครเล่นตลกอยู่ใช่ไหม เมื่อครู่...เธอยังอยู่กับเพื่อนๆพี่ๆ เธอเป็นนางรำ มาแสดงโชว์ ไม่ใช่มาขายตัว แล้วเธอก็นึกได้ว่า เธอเดินตามผู้หญิงคนนั้นออกมา แล้วผ้าผืนนั้นก็ปิดที่ปากกับจมู
ดุลยาได้แต่พยักหน้ารับ เธอไม่ชอบแต่หน้าหนาและจัดจ้านแบบนี้ แต่เพราะงานเธอจึงจำเป็น รอบนี้ได้มาทำงานถึงพัทยา มารำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ VIP ของโรงแรมหรูระดับห้าดาว งานนางรำเป็นรายได้เสริมที่ทำมาหลายปีตั้งแต่อยู่มัธยมปลาย แรกๆ เพราะเธอพอมีพื้นฐานด้านฟ้อนรำเพราะตอนที่อยู่ต่างจังหวัดมีคนเฒ่าคนแก่สอนรำบ้างตามประสาเด็กต่างจังหวัด มีรุ่นพี่ที่รู้จักชวนให้เธอไปรำในร้านอาหารซึ่งแขกส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ บางคนก็ไปคล้องพวงมาลัยให้นักท่องเที่ยว มันจึงเป็นรายได้เล็กๆ น้อยๆ ของเธอ ที่ไม่กระทบกับการเรียน แม่จึงไม่ห้ามปรามอะไร เธอจึงรับงานมาเรื่อย เข้ามหาวิทยาลัยแล้วก็ยังมีงานรำให้ทำอยู่ ไปๆมาๆ กลายเป็นงานที่เพิ่มรายได้ มีเธอกับเพื่อนๆ หลายสิบชีวิตที่ทำงานแบบเดียวกัน ระหว่างนี้ที่ยังไม่มีงานประจำทำ เธอจึงทำงานรำได้เต็มที่กว่าก่อน เธอไม่ได้รังเกียจงานนางรำ เพียงแค่หวังว่าสักวัน เธอจะหางานประจำมีรายได้เลี้ยงตัวเอง เพียงแค่นั้นครั้งนี้ได้มาไกลถึงพัทยา หญิงสาวชอบทะเลแต่ไม่มีโอกาสได้มาเที่ยวบ่อยนัก เพราะพ่อกับแม่เลี้ยงไม่ค่อยชอบ บ่นว่าเหนียวตัว ทำให้เธอพลอยอดไปด้วย แต่ถึงวันนี้จะได้
ดุลยา หญิงสาววัยเพียงยี่สิบสองปี ว่าที่บัณฑิตในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ระหว่างเรียนเธอทำงานพิเศษช่วยค่าใช้จ่ายในครอบครัวมาตลอด หญิงสาวมีความสามารถพิเศษในการร่ายรำ แม้ไม่ได้เรียนมาด้านนี้โดยตรง แต่ฝึกหัดมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย เมื่อมีโอกาสมักได้เป็นนางรำในงานต่างๆเสมอ พ่อกับแม่เลี้ยงแม้ดูภายนอกครอบครัวของเธอจะรักใคร่กันดี แต่ลึกๆแล้ว คุณวาณีไม่ชอบหน้าลูกเมียเก่าอย่างดุลยานัก แต่ฝืนทำดีด้วย ดุลยาไม่เคยรู้เรื่องเล่านี้เลย จนกระทั้งเธอถูกหลอกใช้เป็นสินค้าแลกเงิน!....ดุลยา จิตรุ่งเรือง ในชุดไทยงดงามกำลังล้างเครื่องสำอางบนใบหน้า เพื่อนนางรำคนอื่นๆ ไปถ่ายรูปเล่นกันสนุกสนานริมหาดทรายแล้ว นานๆ ทีจะได้รับงานต่างจังหวัดสักหน ปกติเธอไม่ค่อยชอบออกต่างจังหวัดนัก แต่หลังจากเรียนจบแล้วยังหางานประจำทำไม่ได้ งานพิเศษที่ทำมาตั้งแต่เรียนมัธยมปลายก็มีเข้ามาเรื่อยๆ เธอจึงลองรับงานไกลบ้านดู หญิงสาวเป็นนางรำ นอกจากรำงานพิธีต่างๆ งานรำแก้บน แล้วแต่ลูกค้าจะจ้างไป งานรำที่เป็นงานแสดงตามร้านอาหารหรือโรงแรมหรูๆ ก็เคยรับงานมาแล้ว ดุลยามีรุ่นพี่ที่สนิทสนมกันเป็นคนหางานให้ พื้นเพเดิมเป็นสาวเหนือ พ่อของเธอ







