Masukเสียงชายคนหนึ่งพูดขึ้นพร้อมชูป้ายหมายเลขของตนเอง ดุลยายังงุนงงอยู่จับต้นชนปลายไม่ถูก เธอมองไปอีกด้านของเวที มีหญิงสาวนุ่งน้อยห่มน้อยยืนอยู่ราวกับคุ้นเคยกับเรื่องนี้ดี
“เจ็ดหมื่น”
ดุลยาผวาเฮือก เป็นเธอใช่ไหมที่กำลังถูกประมูล
“ไม่ ไม่ เข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ได้...ว้าย! ”
“เชิญดูสินค้าก่อนได้ครับ รับรองไม่ผิวหวัง สาวไทยแท้ผิวพรรณผุดผ่องครับ”
หญิงสาวหวีดร้องอย่างตกใจเมื่อมือใหญ่มากระชากเอาสไบที่เธอห่มอยู่หลุดออกไป เหลือเพียงผ้าแทบที่มัดหน้าอกอยู่ เสียงหือดังขึ้น มือเรียวรีบยกมือขึ้นปกทรวงอกที่แม้จะมีผ้าปิดอยู่ แต่มันก็ไม่ได้ปกป้องเธอมากนัก ผมยาวสลวยคลี่กระจายราวแพรไหม หญิงสาวกลั้นน้ำตา กวาดสายตามองหาคนที่จะช่วยเหลือ เธอสะดุ้งสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองอยู่ มีแววประหลาดใจปนอยู่ในแววตาคู่นั้น
“แปดหมื่น”
“เก้าหมื่น”
ไม่เอานะ หยุดที ฉันฝันไปใช่ไหม ใครก็ได้ช่วยด้วย ดุลยาได้แต่อ้าปากพะงาบๆ แต่เสียงก็เบาเหลือเกิน นี่ใครเล่นตลกอยู่ใช่ไหม เมื่อครู่...เธอยังอยู่กับเพื่อนๆพี่ๆ เธอเป็นนางรำ มาแสดงโชว์ ไม่ใช่มาขายตัว แล้วเธอก็นึกได้ว่า เธอเดินตามผู้หญิงคนนั้นออกมา แล้วผ้าผืนนั้นก็ปิดที่ปากกับจมูกทำให้เธอหมดสติไป
“สองแสน”
น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยขึ้น สายตาหลายคู่หันไปมอง ดุลยาพยายามเพ่งมองแต่มองไม่ชัดนัก ม่านน้ำตาทำให้ภาพพร่าเบลอไปหมด
“มีใครให้มากกว่าสองแสนไหมครับ”
มีเพียงเสียงฮือฮาแต่ไม่มีการเสนอราคาเพิ่ม
“สองแสนครั้งที่หนึ่ง”
“สองแสนครั้งที่สอง”
“สองแสนครั้งที่สาม เคาะให้กับคุณหมายเลขสิบสามท่านนั้นครับ”
ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเก้าอี้ มีชายร่างใหญ่เข้ามาประคองดุลยา หญิงสาวผวาเฮือกกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เขาเดินยาวๆ เข้ามาดูสินค้า ที่ตนเองประมูลด้วยความไม่ตั้งใจ เขาปัดมือชายคนนั้นออกแล้วก้มตัวลงช้อนตัวหญิงสาวในชุดไทยขึ้นแนบอก
“ปล่อยฉันเถอะ คุณ... ฉัน...ไม่ได้...เป็น...อย่าง...ที่...คุณ...คิด”
น้ำเสียงแหบแห้งปนสะอื้น ชายหนุ่มอุ้มเธอไว้แนบอกแล้วพาลงเวทีไป มือเล็กพยายามที่จะยกขึ้นเพื่อดันเขาออก แต่มันกลับทิ้งลงข้างตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง เขาพาเธอเดินออมาไกลแค่ไหนไม่รู้ แต่เสียงการประมูลค่อยๆ ห่างออกไปทุกที จนกระทั้งเขาพาเธอเข้าไปนั่งในเบาะหลังของรถ ร่างเล็กขดตัวงอเป็นกุ้ง เธอสะดุ้งเมื่อนิ้วมือของเขาเกลี่ยเส้นผมที่ลงมาปรกใบหน้า หญิงสาวเม้มปากเน้นไม่ต้องการให้เขารับรู้ถึงความอ่อนแอของเธอ หากเธอขยับตัวได้มากกว่านี้อาจจะปกป้องตัวเองได้บ้าง มิใช่เพียงแค่ร้องไห้อยู่อย่างนี้
“ทำแบบนี้ค่าตัวก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นหรอกนะ”
ประโยคสนทนาเป็นภาษาไทยแต่สำเนียงติดออกไปทางต่างชาติสักหน่อย เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ใกล้เสียจนได้กลิ่นหอมจางๆจากหญิงสาว และกลิ่น... เหมือนกลิ่นยาสลบ
“โดนวางยารึ”
ดุลยาพยักหน้าแรงๆ หวังใจว่าเขาจะเป็นคนดีที่พอจะช่วยเหลือเธอได้ แต่เธอคงลืมไปว่าคนดีๆที่ไหนจะไปอยู่ในสถานที่ประมูลคนราวกับสินค้าเช่นนั้น เธอไม่รู้ว่าเขานิ่งคิดอะไรอยู่ แต่เขาขยับตัวถอยห่างแล้วปิดประตูรถ เธอพยายามรั้งสติของตัวเองไว้ ทว่าร่างกายและจิตใจที่แบกรับเรื่องราวที่ถาโถมแบบไม่ทันตั้งตัวนี้ทำให้เธอผล็อยหมดสติไปอีกครั้ง
อลัน หยาง ชายหนุ่มเลือดฮ่องกงวัยสามสิบสองเดินเข้ามาดูร่างที่ยังหลับใหลบนเตียงนอนของเขา ดวงตาดุดันมักฉาบรอยเศร้าอยู่เสมอ เขาถอนหายใจอย่างไร้เหตุผล กลับได้กลิ่นหอมละมุนจากเรือนกายหญิงสาวทำให้ต้องถอยห่างออกมาอย่างไม่เข้าใจตัวเองนัก
เขาควรกบดานอยู่เงียบๆ ไม่ให้ใครรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ปล่อยให้คนที่แอบลอบฆ่าได้ใจว่ามีฝีมือสามารถปลิดชีวิตเขาได้ คิดเพียงแค่นี้ใบหน้าแบบหนุ่มเลือดมังกรก็กระตุกยิ้มที่มุมปาก เขาต้องแสร้งทำเป็นคนตายหลบมาอยู่ไกลถึงเมืองไทย เพียงเพื่อจะได้สืบข่าวได้ว่าใครเป็นคนวางแผนลอบฆ่าเขา เดิมทีเขาคิดจะหลบซ่อนตัวเองในกลุ่มนักท่องเที่ยวแถวพัทยา เพราะต้องการสืบเสาะหาเบาะแสอะไรบ้างอย่าง ทำให้บังเอิญเข้าไปเวทีการประมูลลับๆ นั่น
เดิมที่เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นคนจิตใจด้านชา ไร้ความรู้สึกไปแล้ว หากแต่เพราะดวงตาฉ่ำน้ำตาเต็มไปด้วยแววอ้อนวอนนั้นทำให้เขาตัดใจทำเป็นไม่สนใจไม่ได้ ยอมเสียเงินสองแสนเพื่อซื้อผู้หญิงคนนี้มา อลันเดินไปนั่งที่เก้าอี้ยาวริมระเบียง หยิบแว่นกันแดดที่แหนบอยู่ที่อกเสื้อขึ้นมาสวม เอนกายในท่าสบาย แล้วปิดเปลือกตาพักผ่อน
‘เสียงคลื่น เสียงทะเล’
ดุลยาเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ เสียงคลื่นกระทบฝั่งทำให้เธอคิดว่าตัวเองฝันไป จวบจนเปิดเปลือกตาและตั้งสติ ไม่ใช่แค่เพียงเสียงเท่านั้น เธอยังสัมผัสลมเย็นๆได้อีก หญิงสาวยันตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอน เบื้องหน้าคือระเบียงเล็กๆ ที่ทำให้เธอมองเห็นผิวน้ำสีครามเบื้องหน้า หากไม่เพราะตัวเองยังใส่ชุดนางรำอยู่ เธอคงคิดว่าตัวเองฝันไปแล้วแน่ๆ แต่กระนั้นเธอก็ยังคงก้าวลงจากเตียงเดินผ่านร่างที่เอนตัวบนเก้าอี้ยาวไปหยุดที่ราวระเบียงราวกับต้องมนตร์
ดุลยาคิดพลางน้ำตาเอ่อล้น ความหวาดกลัวแล่นขึ้นจับขั้วหัวใจ แล้วชีวิตเธอต่อจากนี้ไปจะเป็นอย่างไรเล่า?ไม่ได้นะ ไม่ใช่เวลาที่จะมาร้องไห้ คนๆ นั้น ถึงจะดูน่ากลัวไปนิด แต่...เขาไม่ได้ฉวยโอกาสตอนที่เธอไม่ได้สติ แต่เขาอาจแค่หลอกให้เธอตายใจก็ได้ อย่างไรก็อย่าเพิ่งไว้ใจเขานักเลยนะหญิงสาวสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ มันเป็นเสื้อยืดกับกางเกงผ้าฝ้ายแบบมีเชือกผูก คนซื้อคงกะขนาดเอวไม่ถูกถึงได้เลือกแบบนี้มา แต่มันก็ใส่สบายดี เสียตรงที่... เธอไม่มีชุดชั้นในตัวใหม่เปลี่ยนนั้นแหละ จำใจต้องซักของเก่าแอบหาที่ตากไว้ในห้องน้ำนั้นแหละ จัดการตัวเองเสร็จแล้วจึงออกมาพบผู้ชายคนนั้นแล้วอลันเดินเข้าครัว เขาไม่ใช่ผู้ชายแบบที่ชอบบริการใคร ที่ทำให้เพราะสงสาร หากสายตาเขาไม่ย่ำแย่จนเกินไป ก็มีบ้างอย่างไม่ชอบมาพากลในการปรากฏตัวของหญิงสาวคนนั้นนัก แต่เพราะเคยเชื่อใจ-ไว้ใจไม่ใช่รึ เขาจึงเกือบตายมาแล้ว ชายหนุ่มกดน้ำร้อนใส่แก้วกาแฟของตัวเอง ตู้เย็นไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าเบียร์ขวดเล็กครึ่งโหล ถ้าเธอหิวค่อยว่ากัน ไม่ซิ ยังไงก็คงต้องหิวอยู่แล้วล่ะ โอ๊ย! แย่ล่ะ! ไหนบอกตัวเองว่าเป็นคนไม่สนใจคนอื่น ทำไมถึงเป็นห่วงว่าผู้หญิ
“ทะเล”“ว้าย!”ดุลยาเผลอร้องอย่างตกใจ ไม่คิดว่าจะมีคนอยู่ใกล้ๆนี่ด้วย เธอพลิกตัวหันมาเผชิญหน้า แผ่นหลังชิดราวระเบียง สายลมที่พัดแรงทำให้ผมยาวปลิวสยายจนเธอต้องยกมือขึ้นรวบผมไว้ เธอเพ่งมองชายหนุ่มที่ค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั้งเหมือนแมวเกียจคร้าน เขาจ้องมองหญิงสาวที่ท่าทีตื่นตระหนกก่อนถอนลมหายใจยาวเฮือกใหญ่แล้วถอดแว่นกันแดดออกเปิดเผยดวงตาคมเข้มคู่นั้น แล้วหญิงสาวก็อ้าปากค้าง เขาคือผู้ชายคนเดียวกับเธอที่เคยพบตอนที่เธอไปเดินเล่นที่ชายหาดคนเดียว“คุณ!!”“อลัน” เขาพูดแล้วลุกขึ้นยืน ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ “ชื่อของผมคือ อลัน หยาง”ดุลยาอ้ำอึ้งไปไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าเขาจะลุกขึ้นมาแนะนำตัวเองแบบนี้ “ตามมารยาทคุณก็ควรแนะนำตัวเองเสียหน่อยนะ อย่างน้อยผมก็ช่วยคุณไว้”พอโดนเขาจี้เข้าแบบนี้ดุลยาก็ได้สติขึ้นมา“ชื่อดุลยาค่ะ เรียกดาวก็ได้” เธอกวาดตามองเขาอย่างไม่เกรงมายาท แต่กลับทำให้อีกฝ่ายหัวเราะออกมา ก็แน่ล่ะ คนอย่าง อลัน หยาง ไม่เคยถูกมองแบบนี้แน่ หากเป็นหญิงสาวก็ส่งสายตาเชิญชวน หากเป็นผู้ชายถ้าไม่อยากฆ่าเขาก็หวาดกลัวไม่กล้าสบตาการหัวเราะอย่างเปิดเผยของเขาทำให้ดุลยาขมวดคิ้ว ทำไมล่ะ เขาวิปริตไ
เสียงชายคนหนึ่งพูดขึ้นพร้อมชูป้ายหมายเลขของตนเอง ดุลยายังงุนงงอยู่จับต้นชนปลายไม่ถูก เธอมองไปอีกด้านของเวที มีหญิงสาวนุ่งน้อยห่มน้อยยืนอยู่ราวกับคุ้นเคยกับเรื่องนี้ดี “เจ็ดหมื่น”ดุลยาผวาเฮือก เป็นเธอใช่ไหมที่กำลังถูกประมูล“ไม่ ไม่ เข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ได้...ว้าย! ” “เชิญดูสินค้าก่อนได้ครับ รับรองไม่ผิวหวัง สาวไทยแท้ผิวพรรณผุดผ่องครับ”หญิงสาวหวีดร้องอย่างตกใจเมื่อมือใหญ่มากระชากเอาสไบที่เธอห่มอยู่หลุดออกไป เหลือเพียงผ้าแทบที่มัดหน้าอกอยู่ เสียงหือดังขึ้น มือเรียวรีบยกมือขึ้นปกทรวงอกที่แม้จะมีผ้าปิดอยู่ แต่มันก็ไม่ได้ปกป้องเธอมากนัก ผมยาวสลวยคลี่กระจายราวแพรไหม หญิงสาวกลั้นน้ำตา กวาดสายตามองหาคนที่จะช่วยเหลือ เธอสะดุ้งสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองอยู่ มีแววประหลาดใจปนอยู่ในแววตาคู่นั้น“แปดหมื่น”“เก้าหมื่น”ไม่เอานะ หยุดที ฉันฝันไปใช่ไหม ใครก็ได้ช่วยด้วย ดุลยาได้แต่อ้าปากพะงาบๆ แต่เสียงก็เบาเหลือเกิน นี่ใครเล่นตลกอยู่ใช่ไหม เมื่อครู่...เธอยังอยู่กับเพื่อนๆพี่ๆ เธอเป็นนางรำ มาแสดงโชว์ ไม่ใช่มาขายตัว แล้วเธอก็นึกได้ว่า เธอเดินตามผู้หญิงคนนั้นออกมา แล้วผ้าผืนนั้นก็ปิดที่ปากกับจมู
ดุลยาได้แต่พยักหน้ารับ เธอไม่ชอบแต่หน้าหนาและจัดจ้านแบบนี้ แต่เพราะงานเธอจึงจำเป็น รอบนี้ได้มาทำงานถึงพัทยา มารำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ VIP ของโรงแรมหรูระดับห้าดาว งานนางรำเป็นรายได้เสริมที่ทำมาหลายปีตั้งแต่อยู่มัธยมปลาย แรกๆ เพราะเธอพอมีพื้นฐานด้านฟ้อนรำเพราะตอนที่อยู่ต่างจังหวัดมีคนเฒ่าคนแก่สอนรำบ้างตามประสาเด็กต่างจังหวัด มีรุ่นพี่ที่รู้จักชวนให้เธอไปรำในร้านอาหารซึ่งแขกส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ บางคนก็ไปคล้องพวงมาลัยให้นักท่องเที่ยว มันจึงเป็นรายได้เล็กๆ น้อยๆ ของเธอ ที่ไม่กระทบกับการเรียน แม่จึงไม่ห้ามปรามอะไร เธอจึงรับงานมาเรื่อย เข้ามหาวิทยาลัยแล้วก็ยังมีงานรำให้ทำอยู่ ไปๆมาๆ กลายเป็นงานที่เพิ่มรายได้ มีเธอกับเพื่อนๆ หลายสิบชีวิตที่ทำงานแบบเดียวกัน ระหว่างนี้ที่ยังไม่มีงานประจำทำ เธอจึงทำงานรำได้เต็มที่กว่าก่อน เธอไม่ได้รังเกียจงานนางรำ เพียงแค่หวังว่าสักวัน เธอจะหางานประจำมีรายได้เลี้ยงตัวเอง เพียงแค่นั้นครั้งนี้ได้มาไกลถึงพัทยา หญิงสาวชอบทะเลแต่ไม่มีโอกาสได้มาเที่ยวบ่อยนัก เพราะพ่อกับแม่เลี้ยงไม่ค่อยชอบ บ่นว่าเหนียวตัว ทำให้เธอพลอยอดไปด้วย แต่ถึงวันนี้จะได้
ดุลยา หญิงสาววัยเพียงยี่สิบสองปี ว่าที่บัณฑิตในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ระหว่างเรียนเธอทำงานพิเศษช่วยค่าใช้จ่ายในครอบครัวมาตลอด หญิงสาวมีความสามารถพิเศษในการร่ายรำ แม้ไม่ได้เรียนมาด้านนี้โดยตรง แต่ฝึกหัดมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย เมื่อมีโอกาสมักได้เป็นนางรำในงานต่างๆเสมอ พ่อกับแม่เลี้ยงแม้ดูภายนอกครอบครัวของเธอจะรักใคร่กันดี แต่ลึกๆแล้ว คุณวาณีไม่ชอบหน้าลูกเมียเก่าอย่างดุลยานัก แต่ฝืนทำดีด้วย ดุลยาไม่เคยรู้เรื่องเล่านี้เลย จนกระทั้งเธอถูกหลอกใช้เป็นสินค้าแลกเงิน!....ดุลยา จิตรุ่งเรือง ในชุดไทยงดงามกำลังล้างเครื่องสำอางบนใบหน้า เพื่อนนางรำคนอื่นๆ ไปถ่ายรูปเล่นกันสนุกสนานริมหาดทรายแล้ว นานๆ ทีจะได้รับงานต่างจังหวัดสักหน ปกติเธอไม่ค่อยชอบออกต่างจังหวัดนัก แต่หลังจากเรียนจบแล้วยังหางานประจำทำไม่ได้ งานพิเศษที่ทำมาตั้งแต่เรียนมัธยมปลายก็มีเข้ามาเรื่อยๆ เธอจึงลองรับงานไกลบ้านดู หญิงสาวเป็นนางรำ นอกจากรำงานพิธีต่างๆ งานรำแก้บน แล้วแต่ลูกค้าจะจ้างไป งานรำที่เป็นงานแสดงตามร้านอาหารหรือโรงแรมหรูๆ ก็เคยรับงานมาแล้ว ดุลยามีรุ่นพี่ที่สนิทสนมกันเป็นคนหางานให้ พื้นเพเดิมเป็นสาวเหนือ พ่อของเธอ







