ログインเธอถูกหลอกใช้เป็นสินค้าแลกเงิน! แต่สุดท้ายกลับได้หัวใจของเขามาครอบครองอย่างไม่รู้ตัว .......... “อย่าฉีกเสื้อผ้าของดาวนะ” เธอตวาดเขาทั้งที่ใบหน้าแดงก่ำและหอบหายใจแรง “ดาวเช่าชุดนี้มา ต้องส่งคืน” อลันเลิกคิ้ว มือของเขาเลื่อนไปด้านข้างลำตัวของหญิงสาว พบซิปซ่อนอยู่จึงรูดลงเสียงซิปที่เลื่อนลงนั้นทำให้ดุลยาพยายามดันตัวหนี แต่เขากางขาคร่อมร่างเธอไว้ซ้ำมือก็ยังถูกมัดทำให้ไม่อาจหาหนทางเอาตัวรอดได้ เขาถอดชุดเดรสออกไปพ้นร่างที่ดิ้นรนอยู่ใต้ร่างของเขา ผิวกายขาวกระจ่างที่ปรากฏเบื้องหน้า แม้จะมีชุดชั้นในสองชิ้นปกปิดส่วนสำคัญแต่ทำให้เขารุ่มร้อนแทบคลั่ง “ได้...ผมรับผิดชอบเอง”
もっと見るดุลยา หญิงสาววัยเพียงยี่สิบสองปี ว่าที่บัณฑิตในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ระหว่างเรียนเธอทำงานพิเศษช่วยค่าใช้จ่ายในครอบครัวมาตลอด หญิงสาวมีความสามารถพิเศษในการร่ายรำ แม้ไม่ได้เรียนมาด้านนี้โดยตรง แต่ฝึกหัดมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย เมื่อมีโอกาสมักได้เป็นนางรำในงานต่างๆเสมอ
พ่อกับแม่เลี้ยงแม้ดูภายนอกครอบครัวของเธอจะรักใคร่กันดี แต่ลึกๆแล้ว คุณวาณีไม่ชอบหน้าลูกเมียเก่าอย่างดุลยานัก แต่ฝืนทำดีด้วย ดุลยาไม่เคยรู้เรื่องเล่านี้เลย จนกระทั้งเธอถูกหลอกใช้เป็นสินค้าแลกเงิน!
....
ดุลยา จิตรุ่งเรือง ในชุดไทยงดงามกำลังล้างเครื่องสำอางบนใบหน้า เพื่อนนางรำคนอื่นๆ ไปถ่ายรูปเล่นกันสนุกสนานริมหาดทรายแล้ว นานๆ ทีจะได้รับงานต่างจังหวัดสักหน ปกติเธอไม่ค่อยชอบออกต่างจังหวัดนัก แต่หลังจากเรียนจบแล้วยังหางานประจำทำไม่ได้ งานพิเศษที่ทำมาตั้งแต่เรียนมัธยมปลายก็มีเข้ามาเรื่อยๆ เธอจึงลองรับงานไกลบ้านดู
หญิงสาวเป็นนางรำ นอกจากรำงานพิธีต่างๆ งานรำแก้บน แล้วแต่ลูกค้าจะจ้างไป งานรำที่เป็นงานแสดงตามร้านอาหารหรือโรงแรมหรูๆ ก็เคยรับงานมาแล้ว ดุลยามีรุ่นพี่ที่สนิทสนมกันเป็นคนหางานให้ พื้นเพเดิมเป็นสาวเหนือ พ่อของเธอทำงานรับเหมาก่อสร้าง เริ่มจากกิจการเล็กๆ มีคนงานไม่กี่คนก็เริ่มขยายงานใหญ่ขึ้น ไปรับงานในกรุงเทพฯ นานๆ จะกลับบ้านมาสักครั้ง หญิงสาวอยู่กับแม่และปู่ย่าใช้ชีวิตเรียบง่ายค่อยให้พ่อส่งเงินให้เธอกับแม่ใช้อยู่ที่อำเภอเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดแพร่
แต่เมื่อเธอเรียนจบมัธยมต้น และเริ่มใช้ชีวิตนักเรียนมัธยมปลาย ความจริงอันโหดร้ายก็ทำลายครอบครัวของเธอ พ่อกับแม่รักใคร่กันจนกำเนิดเธอขึ้นมานั้นไม่ได้จดทะเบียนสมรส พ่ออ้างว่าเพราะทำธุรกิจเกรงว่าหากวันหนึ่งข้างหน้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงจะได้ไม่ทำให้สองแม่ลูกเดือดร้อน แต่กลายเป็นว่า พ่อมีผู้ใหญ่คนใหม่ที่กรุงเทพฯ และจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย
คนที่เคยเป็นเมียหลวงมาตลอด จู่ๆ วันหนึ่งกลับกลายเป็นเมียน้อยเสียอย่างนั้น พ่อบอกให้แม่กับเธออยู่ดูแลปู่กับย่าต่อไป จะคอยส่งเงินมาใช้เรื่อยเหมือนเดิม แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว หัวใจของแม่แตกสลาย ความรักและความศรัทธาที่เธอมีต่อพ่อก็หายไปด้วย พอเรียนจบมัธยมปลาย ความอดทนของแม่ก็ถึงขีดสุด สองคนแม่ลูกหิ้วกระเป๋าออกจากบ้านของปู่ย่ากลับมาอยู่บ้านของตัวเองอีกอำเภอหนึ่ง ประจวบเหมาะกับที่เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยราชภัฏได้ซึ่งใกล้บ้านเดิมของแม่ เธอจึงอยู่กับแม่โดยไม่สนใจคำขอร้องกึ่งบังคับที่พ่ออยากให้เธอกลับไปอยู่ดูแลปู่กับย่า
หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ เธอรักปู่กับย่ามาก แม่เองก็เช่นกัน แต่สถานะของแม่กลายเป็นเมียน้อยหรือเมียเก็บที่พ่อเลี้ยงไว้แค่ให้ดูแลปู่ย่าเท่านั้น ด้วยความที่แม่ตรอมใจมานานกว่าจะย้ายออกมาจากบ้านปู่ย่า เมื่อกลับมาอยู่บ้านตัวเองก็ถูกคนรอบข้างนินทาว่าร้าย เธอพยายามเข้มแข็งเพื่อให้แม่ไม่ต้องกังวล การเรียนของเธอดีเยี่ยม เข้ามหาวิทยาลัยแล้วก็ไม่ได้ใช้เงินของพ่ออีก เพราะเธอได้ทุนเรียนดีและเพราะบ้านตากับยายพอมีรายได้จากการทำนาทำไร่อยู่บ้าง แม่เองก็ไม่ได้อยู่นิ่งเฉยกลับมาทำขนมไทยขาย ออกร้านตามงานต่างๆ ดุลยาคิดว่าทุกอย่างกำลังจะดีขึ้นแล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายแม่ก็ประสบอุบัติเหตเสียชีวิตกระทันหัน รถมอเตอร์ไซค์ของแม่ถูกรถบรรทุกเฉี่ยว ตอนนั้นเหลืออีกแค่ครึ่งปีเธอก็เรียนจบแล้ว เธอจะเลี้ยงดูแม่ไม่ให้ลำบาก
งานศพของแม่ เธอได้เจอพ่ออีกครั้ง หลังจากไม่ได้พบกันมาหลายปี เธอรู้แค่ว่าพ่อเปิดบริษัทรับเหมาก่อสร้างใหญ่โต แต่เธอก็ไมได้ใส่ใจรายละเอียดอื่นใด พ่อเข้าไปไหว้ตากับยายขอเลี้ยงดูเธอ ให้เธอได้ทำงานดีๆ ในกรุงเทพฯ แต่ถ้าเธออยากเรียนปริญญาโทก็จะส่งเสียเอง ด้วยเหตุผลนี้ตากับยายที่เห็นว่าการเรียนของดุลยาดีเยี่ยมนั้นควรจะได้เรียนต่อสูงๆ หลังเรียนจบแล้วจึงยอมให้เธอมาอยู่กับพ่อที่กรุงเทพฯ
แต่ดุลยามาอยู่กรุงเทพฯ ได้สามเดือนแล้วยังไม่เห็นวี่แววเรื่องที่จะได้เรียนต่อ ส่วนเรื่องงานนั้นคืองานบ้านที่แม่เลี้ยงใช้ให้เธอและงานในบริษัทรับเหมาก่อสร้างของพ่อนั้นเอง เห็นได้ชัดว่าแม่เลี้ยงคนสวยอยากได้เธอไว้ใช้งานและจ่ายค่าแรงเป็นเพียงที่อยู่ที่กินเท่านั้น
‘เรื่องเรียนต่อยังไงก็ได้เรียนแน่ๆ แต่จะรีบเรียนไปไหน เพิ่งเรียนจบมาพักผ่อนสักปีสองปีค่อยเรียนต่อก็ไม่สายไปหรอก’
ดุลยาจำได้ดี นั้นคือเหตุผลที่ทำให้เธอต้องฝืนใจอยู่ใต้หลังคาบ้านเดียวกับแม่เลี้ยงที่อายุมากกว่าเธอแค่แปดปี ตั้งแต่รู้ว่าพ่อทรยศแม่ไปจดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงคนอื่น เธอก็ไม่สนใจเรื่องราวของผู้หญิงคนนั้นนัก จนกระทั้งได้มาอยู่รวมกัน แม้จะไม่ถึงกับเป็นแม่เลี้ยงใจร้าย แต่ชี้นิ้วสั่งให้เธอทำงานนั้นมันก็ทำให้เธอรู้สึกไม่ดี ซ้ำพ่อยังไม่เข้าข้างเธออีก แม้กระทั้งค่าใช้จ่ายของเธอ พ่อก็ยังให้แม่เลี้ยงจัดการ ซึ่งก็เป็นแค่ ‘เศษเงิน’ ที่แทบไม่พอใช้จ่ายอะไร จนทำให้เธอต้องมารับงานพิเศษที่เคยทำสมัยเรียน
เห็นทีเธอจะอยู่บ้านหลังนี้ไม่ได้นานจริงๆ
“ดาวไม่ไปถ่ายรูปเหรอจ๊ะ นานๆได้มาทะเลสักหน”
“เดี๋ยวค่อยไปก็ได้ ขอเช็ดเครื่องสำอางก่อน”
“ไปล้างที่บ้านก็ได้นี่” เพื่อนสาวหัวเราะคิกคิก
“ไม่เอาล่ะ หนักหน้ายังไงไม่รู้”
“พวกเราไปถ่ายรูปก่อนนะ”
“จ๊ะ”
“จริงๆ ก็ติดตามน้องสาวหนีเที่ยวของผมด้วย” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ“น้องสาว? ฉันไม่ยักรู้ว่าคุณมีน้องสาว” สาริศาถามกลับด้วยความงุนงง“เรื่องนั้นอย่าไปสนใจเลย” ชีควาคิมกอดร่างบางแน่นขึ้น “สนใจเรื่องของเราเถอะ ผมคิดถึงคุณทรมานเหลือเกินที่ห่างคุณแบบนี้”ชีควาคิมสารภาพชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อเพราะรสจูบขอเขา “ผมทนไม่ได้อีกแล้ว ยิ่งเห็นตาหมอคนนั้นตามติดคุณผมยิ่งอยากกระชากคุณมาให้ไกลจากมือเขา”“วาคิม...”ชีควาคิมประคองใบหน้าหวานด้วยสองมือ “อย่าทำน้ำเสียงไม่พอใจอย่างนั้น ผมเป็นห่วงคุณ ผมละสายตาจากคุณไม่ได้แต่ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะรั้งคุณไว้”สาริศารู้สึกถึงน้ำตาที่เอ่อล้น เธอพยายามก้มหน้าซ่อนความรู้สึกของตัวเองแต่ก็ทำไม่ได้ “คุณไม่ควรทำแบบนี้เลย”ชายหนุ่มจูบเธออีกเขาครอบครองริมฝีปากเธอแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ทั้งรุนแรงและเร่าร้อนจน ร่างเล็กสั่นสะท้านด้วยแรงปรารถนา เขาเอนกายหญิงสาวให้พิงพนักโซฟามือใหญ่เลื่อนมาลูบไล้เรือนกายแผ่วเบาอย่างปลอบโยน แต่สาริศาต้องตัดใจจากรสเสน่หาที่แสนคิดถึง เธอผลักอกเขาออกอย่างแรงแล้วรีบลุกขึ้นยืนทันที “ริต้า” ชีควาคิมเริ่มหัวเสีย “คุณกับผมเรารู้เท่าๆ กันว่าเร
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันผิดเองที่วิ่งตัดหน้ารถคุณ” หญิงสาวอายุน้อยยิ้มแหะๆ “ให้ฉันช่วยอะไรไหมคะ” สาริศาถามยิ้มๆ ดูท่าทางหญิงสาวจะอายุไม่ถึงยี่สิบด้วยซ้ำ “ฉันโบกเที่ยวมาเรื่อยๆ ค่ะ” หญิงสาวแปลกหน้าสารภาพ “ตอนนี้อยากได้ที่พักถูกๆ คุณพอจะพาไปโรงแรมใกล้ๆ หน่อยได้ไหมคะ” “ได้ค่ะ ฉันกำลังเข้าเมืองพอดี” สาริศาพยักหน้ารับแล้วหญิงสาวแปลกหน้าก็เดินมาขึ้นที่รถของเธอ “คุณจะพักกี่วันคะ ฉันจะได้แนะนำที่พักให้ได้” “อยากจะพักสักอาทิตย์ค่ะ สัปดาห์หน้าก็จะกลับบ้านเกิดแล้ว อยากอยู่สงบๆ ส่งท้ายหน่อยค่ะ” “ที่นี่สงบจริงๆ ค่ะ แถมยังนั่งเรือข้ามฟากไปลาวได้ด้วย” สาริศาแนะนำแล้วใช้เวลาขับรถมาส่งนักท่องเที่ยวสาวที่โรงแรมริมแม่น้ำโขง “ที่นี่สะอาดปลอดภัยและราคาถูก คุณจะได้เซฟเงินไว้ทำอย่างอื่นได้ค่ะ” “ติดแม่น้ำด้วย ขอบคุณมากๆเลยค่ะ” “ยินดีค่ะ” หญิงสาวแปลกหน้ากล่าวขอบคุณอีกครั้งและโบกมือลา แต่เธอนึกได้วิ่งตามสาริศาแล้วเอ่ยปากถาม “คุณใจดีจังชื่ออะไรคะ เผื่อเราได้เจอกันอีก” “สาริศาค่ะ” สาริศาแนะนำตัว “เร
พิชชาเบ้ปากน้อยๆ เขาหายไปจริงๆ นั้นแหละ หลังจากกลับจากเทซาเนียก็ไม่ติดต่อกลับมาพอนานวันเข้าเธอก็เริ่มชินชา ถ้าเขาจะเล่นตัวคิดว่าเธอจะคิดถึงเขาจนทุรนทุรายละก็...คิดผิดเสียแล้วล่ะ แต่การเงียบไปแบบนี้ก็ทำให้พิชชาทบทวนตัวเอง เธอไม่เคยคิดจะมีใครไม่ว่าจะในฐานะไหนก็ตาม ผู้ชายคืออุปสรรคในชีวิตเธอ หญิงสาวตั้งใจจะอยู่เป็นโสดไปจนตาย!แฮรี่และพิชชาลาสาริศาเพื่อขึ้นห้องพัก ธันวาอาสาขับรถมาส่งสาริศาที่บ้านพักซึ่งใช้เวลาขับรถเพียงยี่สิบนาทีก็ถึงบ้านพักเจ้าหน้าที่หลังเล็กๆ ที่สดใสหลังจากที่ถูกทิ้งร้างให้ทรุดโทรมมาหลายปี เมื่อรถจอดสนิทแล้วธันวาก็รีบลงจากรถแล้วเดินอ้อมรถมาเปิดประตูให้สาริศา“ขอบคุณนะคะ ทำให้หมอต้องเสียเวลาพักผ่อนมาฟังสาวๆ คุยกันเลย” สาริศายิ้มน้อยๆ แล้วปล่อยเข็มขัดนิรภัยก้าวลงจากรถ แต่จู่ๆ เธอก็หน้ามืดทรงตัวไม่อยู่ โชคดีที่หมอหนุ่มไหวตัวทันเข้าไปประคองได้ทันเวลา“ริต้า คุณเป็นยังไงบ้าง”“ไม่เป็นไรคะ ฉันแค่หน้ามืดนิดหน่อย” สาริศาขืนตัวออกจากวงแขนของหมอหนุ่มซึ่งเขาก็ยอมปล่อยเธอแต่โดยดี“จริงๆ ผมก็สังเกตเห็นคุณหน้าซีดมาหลายวันแล้ว ให้ผมตรวจเสียหน่อยดีไหม”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไม่ต้องลำบา
สาริศาหัวเราะอารมณ์ดี ก็เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วพิชชาเพิ่งจะมาเยี่ยมเธอถึงเชียงราย แต่สำหรับแฮรี่นั้นตั้งแต่วันที่เธอไปเทซาเนียก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย เขาคงต้องเหนื่อยและยุ่งยากใจที่เธอหายตัวไปผิดนัดงานหลายแห่ง แม้ว่าชีควาคิมจะยินดีจ่ายค่าเสียหายทั้งหมดก็ตาม แต่ข่าวคาวๆ ใส่สีตีไข่เรื่องที่เธอเงียบหายไปก็ดังกระฉ่อนอยู่เกือบเดือนจนมีข่าวดาราอื่นๆ มาแทนที่ เธอหายไปจากแวดวงบันเทิงเวลาสั้นๆ ใครๆ ต่างก็พาลืมเธอได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสาริศาเองก็รู้และเข้าใจเรื่องในวงการนี้เป็นอย่างดี แต่การที่เธอมาใช้ชีวิตที่นี่ก็เป็นความต้องการของเธอด้วย“บังเอิญเจอพิชชาที่คอนโดของริต้าจ๊ะ” แฮรี่ตอบ“ฉันไปเอาของตามที่เธอสั่งนั้นแหละ” พิชชาขยับแว่นสายตากรอบหนาชิดใบหน้า “พอดีเจอกับแฮรี่มาด่อมๆ มองๆ พอดีก็เลยได้คุยกัน”“บ้าซิ! ฉันก็แค่ลองแวะไปเผื่อได้เจอริต้าเท่านั้น” แฮรี่ส่ายหน้าไปมา “พอรู้ว่ามาเป็นครูอาสาอยู่ที่นี่ก็เลยขอให้พิชชามาเป็นเพื่อนกันนะ”“มีคนออกค่าตั๋วเครื่องบินให้ฉันก็เลยมา” พิชชายักไหล่แล้วหยิบผลไม้ในจานเข้าปาก “ฉันไม่ขอโทษที่ไม่ได้บอกก่อนล่วงหน้านะ”สาริศาส่ายหน้าไปมาเธอเชื่อใจเพื่อนรัก พิชชาคงคิ
เมื่อแผ่นหลังของเธอสัมผัสบนที่นอนหนานุ่ม เธอก็รั้งให้เขาก้มหน้าลงมาเพื่อรับจุมพิตร้อนๆ ปลายลิ้นตวัดเลียริมฝีปากอย่างหยอกล้อก่อนจะแทรกเรียวลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัด มือใหญ่ปลดเสื้อคลุมสีหวานออกมีเพียงชุดนอนบางเบาที่ไร้บราเซีย ปลายนิ้วเคล้นคลึงยอดอกจนหญิงสาวต้องผละจากริมฝีปากเพื่อส่งเสียงแห่งความ
“ก็ได้” เขาหัวเราะแบบคนที่เหนือกว่า “ก็ดีเหมือนกัน ถ้าผมเบื่อแล้วจะได้เขี่ยทิ้งง่ายๆ ไม่มีพันธะใดๆ ต่อกัน” “ฉันให้คุณกำหนดเวลา” “ครึ่งปี” “ครึ่งปี! หกเดือนเชียวเหรอ!” “คุณนี่คิดว่าค่าตัวสักเท่าไหร่เชียว” วาคิมมองด้วยหางตา “ผมไม่ขาดแคลนผู้หญิงขนาดต้องใ
“คุณนี่มีแต่คำถามจริงๆ “ เขาเลื่อนปลายนิ้วมาแตะที่ริมฝีปากอิ่มสวยของหญิงสาว “ไม่ถามแล้วฟังเฉยๆ ได้ไหม” สาริศาเบือนหน้าหนี “ฉันไม่ใช่ลูกหนี้โง่ๆ ที่จะยอมทำตามทุกอย่างหรอกนะ” สิ้นเสียงหวานเอ่ยเอื้อย มือใหญ่ก็บีบปลายคางให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา วาคิมจ้องมองลึกในดวงตาที่แส
มันต้องมีอะไรเข้าใจผิดแน่ๆ สาริศาบอกตัวเองแล้วเงยหน้าขึ้น ใช่! เธออยากให้ทุกอย่างเป็นเรื่องเข้าใจผิด ทั้งเรื่องหนี้ห้าล้าน สร้อยคอแทนใจและ ‘เขา’ ผู้ชายที่ทิ้งไว้เพียงความทรงจำอันปวดร้าว “ไม่มีเวลาแล้ว” สาริศาเสียบกุญแจสตาร์ทรถ “ต้องไปหาคำตอบทั้งหมดจากตัวตนเรื่อง” หญิงสาวใช้เ