Masukเสียงรองเท้าวิ่งกระทบพื้นดังก้อง ตัสหายใจหอบ ท่ามกลางถนนลาดยางที่มีเพียงป่าและเเสงไฟอ่อนเขาหันมองความมืดด้านหลังเป็นระยะ กลัวว่าคนพวกนั้นจะตามมาหลังจากอลิชาเข้าประตูนั้นได้ ในขณะที่เขาคิดว่าทุกอย่างกำลังจะสำเร็จ ไม่รู้ว่าชายสูทแดงนั่นมาจากไหน และสังเกตพวกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ใบหน้าที่ดูเหมือนอมยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่ตลอดเวลาหันมายิ้มให้เขา ทำเขาชะงักไป จากนั้นชายคนนั้นก็เอ่ยน้ำเสียงสุภาพ ทว่าทุกประโยคกลับทำให้ใจเขาตกลงปลายเท้า "คนหนึ่งแสร้งทำเป็นโง่เพื่อถ่วงเวลาพนักงาน อีกคนกลับแอบมุดเข้าหลังบานประตู เด็กน้อยมีทีมเวิร์กที่น่าสนใจเสียจริง”“ไม่ทราบว่าใครเป็นคนสอนให้พวกคุณใช้ความเจ้าเล่ห์ราคาถูกแบบนี้ในสถานที่ที่อยู่ในสายตาของผมกัน?”สายตาลงมองสำรวจตัสตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับมองสัตว์เล็กๆที่น่าเวทนาที่กำลังดิ้นรนทำบางอย่างในสายตาเขาเขาทำมือบอกปัดกับพนักงาน “ไปตามหา หนู อีกตัวที่เหลือ อ้อ….แต่ว่าดูแลเธอให้ดีเด็กรุ่นนี้คือสินค้าเกรดเอ”ตัส หัวใจเต้นรัวจนแทบทะลุอก ความกลัวเปลี่ยนเป็นสัญชาตเอาตัวรอดเขารู้ว่าถ้าถูกจับได้ตอนนี้ ทุกอย่างคือจุดจบ ไม่รอให้ชายสูทแดงเรียกการ์ดมาจับตัสวิ่งไปทางประตูทา
ท่ามกลางความเวิ้งว้างของชนบท เสียงเครื่องยนต์แท็กซี่ค่อยๆ ลับหายไป ทิ้งไว้เพียงฝุ่นสีแดงที่ม้วนตัวคว้างอยู่ในอากาศจากทางลูกรัง อลิชา ตัส และนาเดีย ยืนนิ่งงันอยู่เบื้องหน้า ห่างพวกเธอออกไปคือร้านอาหารที่ดูธรมมดา ป้ายไฟนีออนเหนือประตูทอประกายอ่อนละมุน นุ่มนวลเสียจนดูเหมือนอ้อมกอดที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความจริงใจ ทว่าในสายตาของพวกเธอ สถานที่แห่งนี้กลับดูอันตรายยิ่งกว่าบ่อนคาสิโนทั่วไป"แต่พวกเราจะเข้าไปยังไงดี..." อลิชาพึมพำ แววตาสั่นระริก เธอมองร้านอาหารที่ตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวนี้พร้อมกับความหวั่นใจ ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อนของเธอถูกขังอยู่ข้างใน ยิ่งทำให้เด็กสาวอายุ18ที่ไม่เคยเข้าสถานบันเทิงกระทั่งสัมผัสโลกสีเทามาก่อน กดดันนั้นหนักอึ้งจนแม้แต่ก้าวขายังก้าวไม่ออกตัสลอบกลืนน้ำลายพลางบุ้ยปากไปยังร่างทะมึนสองร่างที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตู"ไม่รู้สิ เห็นการ์ดสองคนข้างหน้านั่นมั้ย กล้ามใหญ่ขนาดนั้น แล้วดูส่วนสูงพวกมันสิพวกเราจะเอาแรงที่ไหนไปสู้" ชายร่างยักษ์ทั้งสองยืนนิ่งดั่งรูปปั้นหิน แต่สายตานั้นเหมือนสัตว์ร้ายพร้อมขย้ำผู้บุกรุกทุกเมื่อ"อย่าลืมนะ พวกเราแค่มาทานอาหาร...""ทำตัวให
พระอาทิตย์ตกในสายตาโนอาห์ ราวกับตอกย้ำความตายมือขวาคนสนิท คู่ค้าคนสำคัญนั่งตรงข้ามเขา เงากระจกลางๆสะท้อนหนึ่งชายชุดดำ หนึ่งชายชุดขาว ที่แม้แตกต่างกัน แต่รังสีความโหดร้าย กลับไม่มีใครด้อยคนหนึ่งหัวหน้าองค์กรนักฆ่า คนหนึ่งในเจ้าพ่อมาเฟียฮ่องกง มิสเตอร์แดเนียลในเชิ้ตขาวใบหน้าคมคายใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่อ่อนโยน มือเท้าคางอย่างอารมณ์ดี จ้องมองอีกฝ่ายที่ร้อนรุ่มไปด้วยความแค้น "ถ้าให้ผมลงมืออีกรอบ ความเสี่ยงขนาดนี้ ผมต้องการค่าตอบแทนเพิ่มสิบเท่า" "ตกลง" โนอาห์ตอบสั้นๆ น้ำเสียงหนักแน่นไร้ความลังเล ได้ยินดังนั้นมิสเตอร์แดเนียลยิ้มน้อยๆ สายตามองต่ำราวกับคำนวณส่วนได้ส่วนเสีย เขาทำธุรกิจมานาน ดีลซื้อความตายที่ราคาสูงที่สุดคือดีลครั้งนี้ "ไม่ว่ายังไง ครั้งนี้มันต้องตาย มันบังอาจกำจัดมือดีของฉันไป ฉันไม่มีวันปล่อยมันไว้แน่ มันจะต้องชดใช้"มิสเตอร์แดเนียลขยับยิ้มบางๆ "มิสเตอร์โนอาห์ ผมขอถามอะไรคุณสักอย่างสิ""เชิญ""มิสเตอร์เฉินคือน้องชายของคุณ ทำไมถึงต้องพยายามฆ่าเขา?""อ้อ ที่ผมถามเพราะเขาไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่าย และผมไม่อยากหาเรื่องเดือดร้อนภายหลัง"โนอาห์แค่นหัวเราะในลำคอ สายตาพยัคฆ์ของเ
รถของมิสเตอร์เฉินจอดข้างทางหน้าหอพัก เขานั่งอยู่ในรถสักพักอลิชาก็ถูกแม่จูงแขนออกมา เขามองใบหน้าอึดอัดนั้นแอบยิ้มหัวในใจ พ่อเดินตามสองแม่ลูก ทว่ากำลังมุ่งมั่นจัดเสื้อกับเนคไทสีแดงอย่างจริงจัง “สวัสดีครับ คุณพ่อ คุณแม่” มิสเตอร์เฉินเปิดประตูให้ผู้ใหญ่ทั้งสองเข้าไปนั่ง และส่งสายตายิ้มให้อลิชาแต่นั่นกลับทำให้เธอไม่มองเขา หลบสายตาและรีบเปิดประตูเข้าไปนั่ง ทันใดนั้น“มานั่งอะไรตรงนี้ลิชา ไปๆๆๆ ข้างหน้าๆๆ” เด็กสาวถูกผลักออกจากเบาะเสร็จแล้วแม่ก็ปิดประตูทิ้งเธอปล่อยให้เธอยืนงง เห็นดังนั้นมิสเตอร์เฉินก็เดินไปเปิดประตูข้างคนขับให้เธอ “นั่งนี่สิ” แต่แล้วเด็กสาวก็เงียบกริบราวกับคนใบ้ และเข้าไปนั่งด้วยสีหน้าอึดอัดเมื่อทั้งสี่ขึ้นมาอยู่บนรถ ความเงียบกริบก่อนหน้านี้ก็หายไปทันที พ่อกับแม่ราวกับสวมวิญญาณนักพากย์ศิษย์เอก “หมิงคุนลูก วาสนาลูกสาวแม่จริงๆ ได้ผู้ชายเพอร์เฟกต์ขนาดนี้มาดูแล รู้มั้ยอลิชาลูกแม่ไม่เคยมีแฟนเลยนะ มีแค่หมิงคุนคนแรกเลยที่พาพ่อกับแม่ไปกินข้าวแบบนี้ เป็นเด็กน่ารัก รู้กาละเทศะถูกใจแม่จริง ดูหน้าดูตาสิ ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน นี่ถ้าแม่ย้อนเวลาไปได้ แม่คงจีบตาหมิงคุนแล้วนะเนี้ย” พ่อกร
ในคืนนั้นแม่กับพ่อของอลิชาเอาแต่ประคบประหงมลูกเขยที่พวกท่านเข้าใจผิด อลิชานั่งมองดูเหตุการณ์อย่างหดหู่ แต่เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคุณอาถึงไม่ปฏิเสธและไม่ยอมให้เธออธิบาย จนกระทั่งคุณอากลับไปแล้ว เป็นตอนที่เธอรู้สึกอัดอัดที่สุดในโลก พ่อกับแม่เอาแต่เงียบมองหน้าเธอ อลิชานั่งหลังตรง มือประสานกันแน่น ส่วนพ่อกับแม่นั่งโซฟา มองมาทางเธออย่างเค้นคำตอบ“ลิชา!” แม่ตบโต๊ะอย่างแรงอลิชาสะดุ้งรีบตั้งการ์ดปกป้องชีวิตตัวเอง“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ!” มือน้อยยกขึ้นโบกไปมาพ่อถอนหายใจยาว เหมือนคนที่เตรียมใจฟังเรื่องสะเทือนจิต ลูกสาวคนนี้โตเป็นสาวแล้วสมควรปล่อยแล้วก็จริง แต่หากจะคบใคร ลึกๆเขาก็อยากให้บอกผู้ใหญ่และหมั้นหมายไว้ก่อนยังไงซะก็เป็นหญิง “พ่อถามตรงๆนะ ลูกไปมีอะไรกับเขาแล้วใช่มั้ย?”อลิชาอ้าปากค้างแทนที่รีบปฎิเสธ ไม่ใช่เธออยากให้พ่อแม่เข้าใจผิดแต่เธอนึกไม่ถึงว่านอกจากพ่อกับแม่นอกจากจะเข้าใจผิดว่าคุณอาเป็นแฟนเธอแล้ว ยังคิดไปถึงขั้นมีอะไรกันด้วยเหรอเนี่ย!!!! เพราะฉะนั้นเธอจะต้องแก้ไขมูลข่าวตั้งแต่แรก “คุณอาคือคนที่หนูช่วยชีวิตไว้ค่ะ ที่หนูเล่าให้แม่ฟังอาทิตย์ก่อนไง แม่ยังจำได้มั้ย”“แต่เมื่อกี้ ที่แม่เข้
หลังจากการกินข้าวเย็นด้วยกันที่บ้านพักตากอากาศ มิสเตอร์เฉินก็มาส่งเธอที่บ้าน ก่อนกลับเขาไม่ได้ทวนเรื่องการตัดสินใจให้เธอไปอยู่กับเขา ไม่มีการโน้มน้าว และไม่ได้พูดถึงแม้แต่น้อยวันนี้เขาแสดงด้านที่น่ากลัวทำให้กดดันมากพอแล้ว และเพื่อจะรักษาความไว้วางใจจากเด็กคนนี้ เขาควรจะให้เวลาเธอและไม่เป็นไร คนของเขาถูกจัดแจงให้จับตามองและสะกอดรอยตามเธอไปทุกที่ เขาจึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อน พี่ชายสุดที่รักคนนั้น คงยังตามหาเธอไม่เจอเร็วๆนี้หรอก“กลับดีดีนะคะคุณอา เป็นข้าวมื้อเย็นที่อร่อยที่สุดเลยค่ะ ขอบคุณที่เลี้ยงหนูนะคะ” “แล้วพรุ่งนี้หยุดใช่ไหม ให้มารับรึเปล่า” “คุณอาพูดอย่างกับคุณอาว่างทุกวันอย่างนั้นแหละ” เธอหัวเราะมองเขา“ไหนคุณอาจะต้องทำงาน ต้องเตรียมสอบเข้าราชการอีก เอาเวลาไหนมาเล่นกับหนูมากมายขนาดนั้นกัน เอางี้ค่ะ เอาเบอร์หนูไป วันไหนคุณอาว่างๆเบื่อๆ ค่อยมาก็ได้ค่ะ” “อย่าพูดเยอะเลย พรุ่งนี้ไม่ว่างก็บอก ทำงานล่ะสิ” อย่างที่คิด เด็กสาวยิ้มหัวเราะออกมาอย่างเก้อเขิน “ใช่ค่ะ หนูทำพาร์ทไทม์เสาร์อาทิตย์ แต่ถ้าคุณอาอยากมากก็ลองมาชิมได้นะคะ” “ชิมอะไร ชิมใคร” อลิชาชะงัก คำถามที่เรียบง่ายของเขา กับส







