FAKE LOVE #1
“คุณเอวาคะ ลืมเอกสารค่ะ” เลขาสาวเอ่ยเรียกเจ้านายตนเองที่กำลังก้าวเดินเข้าไปในลิฟต์
“ขอบคุณมากค่ะคุณเมย์” เอวาให้ไปส่งยิ้มให้ “เกือบไปแล้ว”
“พักผ่อนเยอะๆนะคะ พรุ่งนี้จะแต่งงานอยู่แล้ววันนี้ลากประชุมซะดึกเลย เมย์ขอโทษนะคะงานมันด่วนจริงๆ”
“ไม่เป็นไรค่ะ งานพรุ่งนี้ส่วนใหญ่พี่คินเป็นคนจัดการ เอวานี่สบายไปเลย” เอวายิ้มหวานเมื่อเอ่ยถึงเจ้าบ่าวของตนเอง “ขอบคุณคุณเมย์มากนะคะ เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ”
“ค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ” เมย์ยิ้มให้เจ้านายตนเองพร้อมกับเดินกลับไปที่โต๊ะเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านเช่นกัน
เอวายืนนิ่งอยู่ในลิฟต์ก่อนจะหยิบสมุดขึ้นมาจดรายละเอียดงานที่ตนเองต้องทำในคืนนี้ “ยากเหมือนกันนะเนี่ย” หญิงสาวพูดพร้อมกับมองไปยังตัวเลขที่แสดงชั้นที่ลิฟต์กำลังเคลื่อนลงก่อนจะเก็บสมุดใส่กระเป๋าเพื่อเตรียมตัวเดินไปที่รถ
กึก!
“ทำไมมันมืดแบบนี้ล่ะ” เอวาสะดุ้งมองออกไปด้านนอกทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ชั้นล่างของออฟฟิตหรูเงียบและมืดสนิทมีเพียงไฟจากถนนด้านนอกที่สาดเข้ามาเท่านั้น
“ใครคะ” เอวามองใครบางคนที่เดินก้าวเข้ามาหาท่ามกลางความมืด “รปภ. หรอ ทำไม...”
พรึ่บ!
หญิงสาวสะดุ้งขึ้นอีกครั้งเมื่อโถงชั้นหนึ่งกลับมาสว่างพร้อมกับบรรยากาศที่ดูแปลกตาไปจนเธอตกใจ โถงออฟฟิตที่เต็มไปด้วยดอกกุหลาบสีขาวจนแทบจะเหมือนยกสวนดอกกุหลาบมาไว้ทั้งสวน สายตาหวานไล่มองดอกไม้รอบๆด้วยด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าก่อนที่สายตาจะหันไปเจอกับใครบางคนที่ยืนส่งยิ้มมาให้เธออยู่สักพัก “พี่คิน”
“เซอร์ไพร์สมั้ยคะ?”
“ที่สุดเลยค่ะ” เอวายิ้มกว้างแล้วเดินเข้าไปสวมกอดแฟนหนุ่ม “นึกว่าอยู่บ้านซะอีก ทำไมไม่พักผ่อนล่ะคะ”
“พี่ตื่นเต้น” คินยิ้มพร้อมกับประคองกอดเอวแฟนสาวไว้หลวมๆ “ถ้านอนคนเดียวต้องนอนไม่หลับแน่เลย เลยอยากจะมาชวนสาวสวยไปกล่อมสักหน่อย”
“บอกกันดีๆสาวสวยก็ไปค่ะ แล้วทำไมจัดดอกไม้เต็มทางเดินไปหมดเลยล่ะคะ”
“พี่รู้ว่าเอวาต้องเหนื่อย เห็นประชุมทั้งวัน เลยอยากให้เจออะไรสวยๆไงคะ”
“ขอบคุณมากนะคะ น่ารักจัง” เอวาเขย่งจูบแก้มแฟนหนุ่มอย่างอารมณ์ดี
“ไปหาอะไรทานกันดีกว่า ยังไม่ได้ทานอะไรใช่มั้ย”
“ยังเลยค่ะ”
“โอเคครับ” คินยิ้มพร้อมกับเดินโอบไหล่แฟนสาวเดินไปที่รถหรูซึ่งจอดรออยู่ด้านหน้าอาคาร
-1 ชั่วโมงต่อมา-
“หิวยังเอ่ย?”
“ยังคะ” เอวานั่งเท้าคางมองแฟนหนุ่มด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก
“ว่าจะพาไปกินร้านโปรดสักหน่อย ปิดซะงั้น”
“ไม่เป็นไรค่ะ ดีซะอีกได้มาทานฝีมือพี่คินแทน” เอวายิ้มกว้างเอามือเท้าคางมองแฟนหนุ่มก่อนจะนึกย้อนถึงเรื่องราวในอดีต
“พี่คินนน” เสียงหวานดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่วิ่งเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า “ขอโทษค่ะ รอนานมั้ย”
“นานมากค่ะ” คินส่งยิ้มให้หญิงสาวแล้วรีบโยนบุหรี่ลงบนพื้นทันที “เป็นเด็ก เป็นเล็กหัดให้ผู้ใหญ่รอนานๆแบบนี้ไม่ดีนะ แล้วกล้ามากเลยนะที่มาต่างประเทศคนเดียวแบบนี้”
“ขอโทษค่ะ นางแบบมีปัญหาเรื่องชุด แก้กันให้วุ่นวายเลย” เอวายิ้มอ้อน “เอวาเลี้ยงไอติมพี่คินเป็นการไถ่โทษละกันโอเคมั้ย แล้วเอวาก็ไม่ใช่เด็กแล้วนะพูดเหมือนเอวา 10 ขวบไปได้”
“อยากกินเองก็บอกมา” คินยิ้มอย่างรู้ทัน “เอวาจะโตแค่ไหนก็ยังเป็นแค่เด็กน้อยตัวเล็กของพี่นั่นแหละ แอบไปซนที่ไหนมารึเปล่า พี่จะได้หาเรื่องโทรฟ้องคุณอา”
“โหย อย่านะกว่าจะขอพ่อมาได้ เหนื่อยมากกก” เอวาทำหน้างอ “ต้องนั่งอธิบายเหมือนกำลังถูกสัมภาษณ์ตอนเข้าทำงานอย่างงั้นแหละ เอาจริงตื่นเต้นกว่าด้วย”
“แล้วทำไมไม่ไปเรียนรู้งานที่บริษัทฯ เราตกลงกันแล้วหนิว่าถ้าพี่ขอให้เราเรียนสายแฟชั่น เราจะ...”
“รู้ค่ะ เอวาไม่ลืมสัญญาหรอกน่า แต่ขอเวลาสัมผัสกับแฟชั่นอีกสัก 2 ปีนะคะ งานวิศวะฯมันปวดหัวนี่นา อีกอย่างเอวาก็เพิ่งเรียนจบมาเอง ขอใช้เวลากับวงการแฟชั่นสักนิ๊ดดด”
“งอแงแบบนี้แล้วเมื่อไหร่คุณลุงจะปล่อยเราไปสักทีล่ะ”
เอวาทำหน้างอเดินไปกอดแขนชายหนุ่มอย่างออดอ่อน “พี่คินอะ บ่นทำไมเนี่ย นึกว่ามาอยู่ต่างประเทศแล้วจะบ่นน้อยลงซะอีก”
“มันเชื่อมโยงกันตรงไหน” คินยิ้มขำ “แล้วจะกลับวันไหนคะ”
“มะรืนนี้ค่ะ จบงานก็คงบินกลับพร้อมทีมงานเลย”
“ทำไมไม่อยู่ต่อ”
“งานรออยู่อีกเพียบเลยค่ะ แล้วเมื่อไหร่พี่คินจะกลับ งานที่นี่ใกล้เสร็จยังอะ เอวาเหงาอะ”
“ไม่มีคนคอยเถียงคุณอาให้ก็บอกมาตรงๆ”
“เนี่ย รู้ทันตลอด” เอวายิ้มกว้าง
“อีก 2-3 เดือนพี่ก็กลับแล้ว อยากได้อะไรมั้ย”
“เดี๋ยวตอนนั้นเอวาบอกอีกที”
“มะรืนนี้พี่ไปส่ง แล้วเดี๋ยวให้คนไป Check out ออกจากโรงแรมเดิมแล้วมาอยู่โรงแรมที่พี่รู้จัก”
“โรงแรมเดิมก็...”
“เดี๋ยวนี้เถียงพี่หรอ?”
“ไม่ได้เถียง แค่อธิบาย”
“ไม่ได้ พี่ไม่ไว้ใจ” คินเอ่ยเสียงเข้ม
“เอวาไม่อยากทำให้พี่ลำบากนี่นา เอวารู้ว่าพี่ยุ่ง รู้นะว่าต้องยกเลิกประชุมเพื่อไปส่งเอวาอะ”
“พี่สัญญากับเราแล้วไง” คินหยุดเดินแล้วหันไปลูบศรีษะเอวาที่ยืนทำหน้างออยู่ตรงหน้า “สำหรับพี่จะไม่มีใครสำคัญไปมากกว่าเอวา”
“...”
“มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ 15 ปีที่แล้ว แล้ววันนี้มันก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่และจะเป็นตลอดไป”
“เอวา”
“...”
“เอวาครับ” คินเอ่ยเรียกแฟนสาวที่นั่งอมยิ้มอยู่บนโซฟา “เอวา”
“คะ” เอวาสะดุ้ง “เสร็จแล้วหรอคะ”
“ครับ นั่งเหม่ออะไร เป็นอะไรรึเปล่า”
“เปล่าค่ะ คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย”
“คิดอะไร หื้มม” คินเดินถือจานสเต๊กมาเสิร์ฟพร้อมกับจูบลงบนหน้าผากมน
“คิดว่าพรุ่งนี้เอวาจะตื่นเต้นจนช็อคไปเลยรึเปล่า ตอนเห็นพี่คินสวมชุดเจ้าบ่าว”
“งั้นพี่ก็คงช็อคด้วย ตอนเห็นเอวาใส่ชุดเจ้าสาว” มือหนาลูบไล้ใบหน้าหวานอย่างอ่อนโยน
“ตื่นเต้นจังเลยค่ะพี่คิน” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา “พรุ่งนี้ต้องเป็นวันที่เอวามีความสุขที่สุดในโลก เหมือนกำลังฝันเลย”
“...”
“เอวาจะเป็นเจ้าหญิงตัวน้อย ส่วนพี่คินก็คือเจ้าชายตัวโต” เอวาหัวเราะออกมาอย่างน่าเอ็นดู
คินยิ้มกับคำพูดของเอวา สายตาคมมองใบหน้าหญิงสาวด้วยแววตาอ่อนโยน
“พี่คินไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวจบงานแต่งเอวาจะเป็นคนดูแลพี่คินเองตอบแทนที่พี่คินดูแลเอวามาตลอด แถมยังจัดการเรื่องงานแต่งแทบทุกอย่าง” เอวาเอามือลูบใบหน้าสาก “เอวาต้องเป็นผู้หญิงที่ทุกคนอิจฉาแน่ๆเพราะมีแฟนที่แสนดีแบบพี่คิน”
“ชมแบบนี้พี่ตัวลอยได้เลยนะ”
“เอวาจับไว้อยู่ค่ะไม่ต้องกลัว”
“เรานี่น้า” คินหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู สายตาทั้งคู่ผสานเข้าหากัน ใบหน้าที่ห่างกันไม่ถึงคืบค่อยๆโน้มเข้าหากันโดยอัตโนมัติราวกับมีแรงดึงดูดอะไรบางอย่าง ก่อนที่คินจะเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีราวกับกำลังหักห้ามใจตนเอง
เอวายิ้มราวกับรับรู้ถึงความรู้สึกของชายหนุ่ม หญิงสาวประคองใบหน้าคินให้หันมาสบตากับตนเองแล้วใช้มือทั้งสองโอบรอบลำคอชายหนุ่มไว้
“เอวา...”
“เอวาโอเคค่ะพี่คิน” เอวายิ้มพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเป็นฝ่ายจูบลงบนริมฝีปากหนาอย่างอ่อนโยน
จุ๊บบ ริมฝีปากปากค่อยๆผละออกพร้อมกับพวงแก้มของหญิงสาวที่แดงระเรื่อจนสังเกตได้ “พี่คิน...”
คินแนบริมฝีปากลงบนริมฝีปากบางจนเสียงหวานกลืนหายไปในลำคอ ริมฝีปากของทั้งคู่ขบเม้มเข้าหากันอย่างโหยหา ความอ่อนโยนที่เกิดขึ้นตรงหน้าค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นความดูดดื่มและต้องการกันและกัน
“อืมมม” เอวาครางขึ้นในลำคอหลังจากที่ชายหนุ่มดันตัวเธอให้นอนราบลงบนโซฟา และสัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปมาที่สะโพกมนก่อนจะใช้มือเกี่ยวชุดชั้นในตัวน้อยหลุดออกมาอย่างง่ายดาย
“พี่คิน...” เสียงหวานของเอวาเหมือนระฆังที่ดังขึ้นเพื่อเรียกสติของชายหนุ่ม
คินชะงักนิ่งจ้องใบหน้าหวานด้วยแววตาที่ดูสับสนและเจ็บปวดในคราวเดียวกัน
“คินรู้ใช่มั้ยว่าคินคือความภูมิใจของพ่อ”
“นายท่านฝากบอกให้นายดูแลตัวเองให้ดี”
“ไม่ต้องห่วง พวกมันทุกคนต้องชดใช้”
“พี่คิน...” เอวาเรียกชายหนุ่มที่ชะงักนิ่งอยู่ตรงหน้า “เป็นอะไรรึเปล่าคะ”
คินเหลือบมองเอวาที่มองมาที่ตนเองด้วยแววตาเป็นห่วง ดวงตาเข้มจ้องใบหน้าหวานที่ด้วยแววตาสับสน
“เป็นอะไรรึเปล่า”
“พี่...” คินสบตาเอวาที่มองมาที่ตนเองด้วยแววตาเป็นห่วง “เปล่าครับ พี่แค่รู้สึกว่าตัวเองกำลังเอาเปรียบ”
“ไม่ค่ะ” มือนุ่มประคองใบหน้าชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน “ไม่ได้เอาเปรียบ เอวาเต็มใจ”
คินยิ้มแล้วจูบลงบนหน้าผากมนซ้ำไปมา “ทำหน้าอ้อนแบบนี้เดี๋ยวพี่ยั้งใจเอาไว้ไม่อยู่ เราเองจะมางอแงไม่ได้นะ”
“...”
“แต่พี่อยากให้มันเกิดขึ้นในวันพิเศษของเรามากกว่า” คินเปลี่ยนเป็นโอบกอดคนตรงหน้าไว้แน่น “พี่รู้ว่าเรื่องนี้มันสำคัญกับเอวามากและพี่อยากให้มันเป็นความทรงจำที่ดี”
“...”
“พี่ทะนุถนอมของพี่มาตั้งนาน จริงมั้ยคะ”
เอวาอมยิ้มกับคำพูดของคนตรงหน้า “เอวาแค่ไม่อยากให้พี่รู้สึกเบื่อตอนอยู่กับเอวา”
“...”
“นี่ก็แอบคิดเหมือนกันว่าพี่จะ...”
“ทำไมคิดอะไรแบบนั้น” คินหยิกแก้มสาวน้อยอย่างหมั่นไส้ “เรานี่น้า”
“ก็มันจริงนี่นา”
“ไม่จริงค่ะ” คินรั้งศรีษะของเอวามาแนบไว้ที่อก “พี่รักทุกอย่างที่เป็นเอวา”
“...”
“แค่เป็นเอวา พี่ก็รักที่สุดแล้ว”
เอวายิ้มกว้างกอดชายหนุ่มตรงหน้าไว้แน่น “ขอบคุณนะคะ”
“แล้วไม่ต้องห่วงนะ พอถึงวันของพี่ เราเตรียมตัวนอนหมดแรงบนเตียงได้เลย”
“พี่คินหื่น” เอวายิ้มขำชายหนุ่ม
“ไปนอนพักกันดีกว่า”
“โอเคค่ะ อุ้มหน่อย ขี้เกียจเดิน” เอวากางแขนอ้อนคนตรงหน้าแล้วยิ้มกว้างชายหนุ่มที่อุ้มเธอเข้าไปในห้องนอนก่อนจะวางลงบนเตียงอย่างเบามือ
“นอนพักนะ เดี๋ยวพี่จัดการงานแปบนึง แล้วเดี๋ยวมานอนด้วย”
“รับทราบค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับแล้วหลับตาลงอย่างว่าง่าย
คินเดินออกมาจากห้องนอนตรงไปคว้าขวดเหล้ามาเปิดแล้วรินใส่แก้วก่อนจะกระดกจนหมด ท่าทีของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความสับสนที่ตัวของเค้าเองก็ตอบคำถามตัวเองไม่ได้เช่นกัน ร่างหนาเดินไปหยุดอยู่ที่ประตูมองหญิงสาวที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงด้วยแววตาผูกพันสลับกับเกลียดชัง หญิงสาวที่อยู่ในชีวิตของเค้ามาทั้งชีวิต คนที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิท น้องสาว คนรัก และลูกสาวของฆาตกรที่พรากคนที่เค้ารักที่สุดไปจากเค้า...
Ulasan-ulasanLebih banyak