LOGINสายลมยามเช้าพัดผ่านอย่างอ่อนโยน ทว่าเสียงนาฬิกาดังต่อเนื่อง ไม่มีคนปิด กระทั่งผ่านไปสิบนาที อลิชาสะดุ้งตื่นราวกับคนเจอผี
ทันทีที่เธอมองนาฬิกาและพบว่าสายมาแล้ว15นาที ก็รีบลุกพรวดจากเตียงวิ่งตรงเข้าห้องน้ำ พร้อมผ้าเช็ดตัว ผ่านไปพักใหญ่ นักเรียนหญิงชั้นม.6ในชุดนักเรียนเรียบร้อยผูกโบว์สีขาวสะพายกระเป๋าก็ก้าวเท้าออกมาจากบ้าน เธอยืนก้มๆเงยๆไม่นานรถที่เรียกก็มา อลิชารีบขึ้นรถและตรงไปร้านข้าวต้มก่อนถึงโรงเรียน วันนี้คือเช้าของการเริ่มต้นตามปกติสำหรับอลิชา แต่สำหรับชายคนนั้น คือจุดเริ่มต้นของการไล่ล่า ……………………………….. ที่โรงพยายาล ชายกำยำในชุดสูทดำเปิดประตูรถหรู ผายมือเชิญชายอีกคนที่สวมชุดโปร่งบาง บริเวณท้องซ้าย ยังมีรอยเลือดปริและเขาก็กุมบาดแผลไว้ตลอด อาการบาดเจ็บผิดจากสีหน้าของเจ้าของที่เหมือนไม่สะทกสะท้าน ไร้ซึ่งความเจ็บปวด “เชิญครับนายท่าน” เขาก้าวขาเข้าไปนั่งช้าๆ ชายชุดสูทที่เหมือนบอดี้การ์ดก็ปิดประตู พร้อมเข้าไปนั่งฝั่งคนขับ และขับออกไป รถหรูสีดำอีกสามคันเคลื่อนตามประชิด ดึงดูดสายตาบุคคลในโรงพยาบาลแต่ทว่ากลับไม่มีใครกล้าแม้แต่ปริปากซุบซิบถึงการปรากฎตัวนี้ ภายในรถเงียบงัน เคลื่อนผ่านไปยังอำเภอนึงนอกฝั่งเมืองกระบี่ ชายคนขับไม่ปริปาก ชายข้างหลังก็นิ่งมาตลอด จู่ๆเสียงแผ่วไร้เรี่ยวแรงก็ดังขึ้น “หาอลิชาให้เจอ” เขาสั่งเพียงคำเดียว จากนั้นจึงหยิบไอแพดขึ้นมาจัดการบางอย่าง “ครับท่าน” ชายคนขับไม่ถามต่อ เขาย่อมรู้ว่านายท่านต้องการอะไร และหมายถึงใคร ได้ยินว่าคนที่ช่วยนายท่านจากแผนร้ายครั้งนี้ คือเด็กสาวคนนึงที่ชื่อว่า อลิชา ในโลกของมาเฟีย มีเพียงสองคำนี้ หนี้แค้นต้องชำระ บุญคุณต้องทดแทน และหากเป็นคนที่นายท่านต้องการ เขาต้องตามหาให้เจออย่างแน่นอน รถหรูเข้าเทียบจอดหน้าร้านอาหารในซอยลึก ท่ามกลางสายตาบอดี้การ์ดสองคนหน้าร้าน มิสเตอร์เฉิน ก้าวลงจากรถ และมีลูกน้องคอยพยุง มาถึงหน้าทางเข้า ก็ยื่นการ์ดสีดำเหลือบทองซึ่งเป็นสิ่งแทนสถานะสมาชิกวีไอพี หรือผู้รู้ถึงสถานที่ลับในร้านอาหาร การ์ดทั้งสองเห็นดังนั้นก็เปิดทางให้ แต่หญิงสาวร่างกำยำที่เดินตามหลังมา ทำให้การ์ดทั้งสอง จับตามองพวกเขาอย่างละเอียดอีกครั้ง ชายป่วย ใบหน้าติ๋ม ที่เป็นสมาชิกของคาสิโนลับ อีกทั้งยังมีลูกน้องประกบสองคน เขาเจอลูกค้าหลากหลายรูปแบบ และทำงานเป็นการ์ดมานานหลายปี เป็นครั้งแรกที่รู้สึกเกรงใจแปลกๆแบบครั้งนี้ คนพวกนี้เป็นใคร? การ์ดมองตามหลังจนพวกเขาเดินลับหายไป ทั้งสามก้าวเข้ามาภายในร้าน แสงไฟสลัวพร่าเลือน เสียงกระซิบดังเป็นระยะ มีเพียงไม่กี่คนที่มาที่นี่เพื่อกินข้าว ลูกค้าส่วนใหญ่ล้วนถือการ์ดสีดำ และถูกเชิญเข้าไปยังโซนลึกของร้าน ชายวัยกลางคนสูงราวๆ ร้อยหกสิลบ เดินเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “แขกผู้มีเกียรติ ยินดีต้อนรับครับ ผมมิสเตอร์ลี รองผู้จัดการ ไม่ทราบว่าต้องการไปโซนไหน ผมจะพาท่านไปครับ” เขาผายมือเชิญ พร้อมพินิจชายตรงหน้าเงียบๆและก็แน่ใจว่าคนผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา “ไปเรียกนายใหญ่ของที่นี่มา” บอดี้การ์ดเอ่ยเสียงแข็ง “บอกว่านายท่านต้องการพบ” มิสเตอร์ลีชะงัก แต่ยังคงรักษาท่าทีสุภาพ “ขออภัยครับ ไม่ทราบว่าท่านคือ-” “ต้องรายงานตัวตนก่อนงั้นเหรอ” หญิงชุดดำที่มาด้วยก้าวมาคว้าคอเสื้อเขา “ไปเรียกมิสเตอร์แพตตันมา!” เสียงเอะอะทำให้ทั้งบ่อนหันมามอง การ์ดสี่คนเข้าล้อมทันที ปืนกระบอกสั้นจ่อศีรษะมิสเตอร์เฉินและลูกน้องทั้งสอง “ปล่อยมือซะ” แกร๊ก! เห็นดังนั้น ปืนในมือบอดี้การ์ดหญิงก็ยกขึ้นจ่อหน้ามิสเตอร์ลีเช่นกัน สองฝ่ายพร้อมประทะ แต่เสียงเอื่อยเฉื่อยของมิสเตอร์เฉินก็ดังขึ้นมาก่อน “เป็นครั้งแรก ที่บริษัทในเครือระดับเล็ก กล้าหันปืนมาที่ผม” เขากล่าวด้วยรอยยิ้มน้อยๆ “ถ้ามิสเตอร์แพตตันยังไม่ออกมา…ที่นี่จะไม่มีคนชื่อนั้นอีก” คำพูดที่ออกจากปากเขา แม้ไม่ได้ดัง แต่กลับเป็นการประกาศอำนาจราวกับมือผู้กุมบังเหียนชะตาของทั้งบ่อน บุคคลที่กล้าบอกว่าจะกำจัดหัวหน้าบริษัทระดับสี่ ของเครือดับบิวเอนด์ มิสเตอร์ลีไม่ได้โง่เขลา ย่อมฟังออกว่าบุคคลตรงหน้านี้อยู่ในระดับที่เกินกว่าเขาจะจินตนาการได้ และอาจเป็นคนจากเครือใหญ่ที่เขาไม่เคยพบมาก่อน “เด็กๆ ลดปืน” มิสเตอร์ลีหันไปออกคำสั่งกับการ์ดทั้งสี่อย่างเข้มงวด “ต้องขออภัยที่ล่วงเกินครับ กระผมจะไปเรียกหัวหน้ามาเดี๋ยวนี้” เขาก้มหัวให้จากนั้นจึงเดินจากไป ปลายทางของทางเดินลับใต้ดิน ห้องทำงานที่ตัดจากโลกภายนอก มิสเตอร์แพตตัน ชายกางคนอายุ51 ปีนั่งบนเก้าอี้หนังสไตล์เยอรมัน กดวางสายที่พึ่งคุยเสร็จ วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ริมฝีปากที่มีหนวดเครายกยิ้ม มองเอกสารรายรับที่เข้าคาสิโน ตลอดไตรมาสที่ผ่านมาอย่างพึงพอใจ แต่ความสุขก็ถูกขัดด้วยเสียงเคาะประตู ทั้งที่เขาก็กำชับมิสเตอร์ลีไปแล้ว ว่าวันนี้ไม่อนุญาตให้ใครเข้าพบ เขาโยนเอกสารบนโต๊ะ เอ่ยอย่างไม่พอใจ “เข้ามา” มิสเตอร์ลีเปิดประตูเข้ามา พร้อมใบหน้าเจื่อนผิดปกติ “มีอะไร ฉันไม่ได้บอกไปแล้วหรอ ว่าวันนี้ไม่ว่าง” เขามองอย่างคาดโทษ “หัวหน้า คนจากเครือใหญ่มาที่นี่ บอกว่าต้องการพบคุณครับ” สิ่งที่รายงานทำให้มิสเตอร์แพตตันประหลาดใจ คนจากเครือใหญ่ มาทำอะไรที่นี่? เขาพึ่งเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการได้เพียงสี่เดือน คงไม่ใช่ว่าถูกจับได้เรื่องที่เขาแอบทำหรอกนะ “รู้แล้ว นำทางไป” “ครับ” ……………………………. “นายท่าน บาดแผลของท่านเลือดออกเยอะกว่าเดิมแล้วครับ” มิสเตอร์เฉินเหลือบตามองคราบเลือด ที่ซึมผ่านผ้าพันแผลอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนยกมือปัด “ยังไม่ตายหรอก” เขาพูดเสียงเรียบ หญิงบอดี้การ์ดเม้มริมฝีปากแน่น สายตาแข็งกร้าวกวาดมองรอบร้าน หน้าที่ของเธอคือปกป้องนายท่านให้ดีกว่าเดิม และจะต้องไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ไม่นาน เสียงฝีเท้าก็ใกล้เข้ามา มิสเตอร์แพตตันปรากฏตัวที่ปลายทางเดิน ใบหน้าเคร่งเครียดกว่าตอนนั่งนับเลขในบัญชีหลายเท่า เขามองเห็นชายป่วยที่นั่งนิ่งอยู่กลางโซนวีไอพี และเพียงแค่สบตา ความเย็นเยียบก็แล่นวาบทั่วสันหลัง ชายคนนั้น…เขาเคยเห็นหน้าในรายงานผู้บริหารในเครือใหญ่ เขาไม่ควรอยู่ที่นี่ และยิ่งไม่ควรมาปรากฏตัวในสภาพบาดเจ็บเช่นนี้ “คุณคือ…” มิสเตอร์แพตตันเอ่ยอย่างระมัดระวัง มิสเตอร์เฉินไม่ตอบในทันที เขาวางไอแพดลงบนโต๊ะกระจกเบาๆ เสียงกระทบเพียงนิดเดียว แต่กลับดังชัดในความเงียบ บนหน้าจอ คือข้อมูลเส้นทางเงิน การฟอกบัญชี และธุรกรรมที่ไม่ควรมีอยู่ในบริษัทระดับสี่ “นั่งสิ” มิสเตอร์เฉินพูดช้าๆ คงไม่ได้คิดจะยืนคุยกับผมแบบนี้หรอกใช่มั้ย” มิสเตอร์แพตตันกลืนน้ำลาย ก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้ามอย่างเสียไม่ได้ “ผมไม่ได้มาที่นี่เพราะเรื่องของคุณ” มิสเตอร์เฉินเอนหลังพิงพนัก แววตานิ่งยังคงนิ่งสงบมองไปที่เขา “คุณยังไม่สำคัญขนาดนั้น” ประโยคนั้นทำให้หัวใจมิสเตอร์แพตตันตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม “แต่ผมต้องการข้อมูล” ดวงตาคมกริบจ้องเขาแล้วเอ่ยต่อ “เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่ออลิชา” เพียงได้ยินชื่อนั้น มิสเตอร์แพตตันก็ชะงัก “เธอ…เป็นใครครับ?” “เป็นคนที่ช่วยชีวิตผม” มิสเตอร์เฉินตอบ “และเป็นคนที่ผมต้องหาตัวให้เจอ ก่อนที่ใครบางคนจะไปถึงเธอก่อน” เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงต่ำ “ถ้าเธอเป็นอะไรไปก่อน คุณและคู่ค้าของคุณพวกนั้น จะไม่เหลือแม้แต่ชื่อในระบบ” ความหมายของคำขู่นั้นชัดเจนเกินพอ มิสเตอร์แพตตันพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “ผมจะให้คนสืบให้ทันทีครับ ไม่ว่าต้องใช้เครือข่ายไหน ผมจะหาเธอมาให้ท่านให้ได้” มิสเตอร์เฉินยกยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่อบอุ่นแม้แต่น้อย “ดี” เขาลุกขึ้นช้าๆ แม้บาดแผลจะฉุดรั้งการเคลื่อนไหว แต่รัศมีอำนาจกลับไม่ลดลงเลยแม้แต่นิด “จำไว้นะมิสเตอร์แพตตัน” “ในทัศนะของผม คนที่ติดหนี้ไม่มีสิทธิ์เลือกว่าจะใช้คืนเมื่อไหร่” ขณะเดียวกันในอีกฟากของเมือง เด็กสาวชั้นม.6 กำลังนั่งตักข้าวต้มร้อนๆ อย่างไม่รู้ตัวเลยว่า ตั้งแต่เช้าวันนี้เป็นต้นไป ชื่อของเธอได้ถูกเขียนลงในบัญชีของโลกอีกฟากเรียบร้อยแล้ว และการตามล่า ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเสียงรองเท้าวิ่งกระทบพื้นดังก้อง ตัสหายใจหอบ ท่ามกลางถนนลาดยางที่มีเพียงป่าและเเสงไฟอ่อนเขาหันมองความมืดด้านหลังเป็นระยะ กลัวว่าคนพวกนั้นจะตามมาหลังจากอลิชาเข้าประตูนั้นได้ ในขณะที่เขาคิดว่าทุกอย่างกำลังจะสำเร็จ ไม่รู้ว่าชายสูทแดงนั่นมาจากไหน และสังเกตพวกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ใบหน้าที่ดูเหมือนอมยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่ตลอดเวลาหันมายิ้มให้เขา ทำเขาชะงักไป จากนั้นชายคนนั้นก็เอ่ยน้ำเสียงสุภาพ ทว่าทุกประโยคกลับทำให้ใจเขาตกลงปลายเท้า "คนหนึ่งแสร้งทำเป็นโง่เพื่อถ่วงเวลาพนักงาน อีกคนกลับแอบมุดเข้าหลังบานประตู เด็กน้อยมีทีมเวิร์กที่น่าสนใจเสียจริง”“ไม่ทราบว่าใครเป็นคนสอนให้พวกคุณใช้ความเจ้าเล่ห์ราคาถูกแบบนี้ในสถานที่ที่อยู่ในสายตาของผมกัน?”สายตาลงมองสำรวจตัสตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับมองสัตว์เล็กๆที่น่าเวทนาที่กำลังดิ้นรนทำบางอย่างในสายตาเขาเขาทำมือบอกปัดกับพนักงาน “ไปตามหา หนู อีกตัวที่เหลือ อ้อ….แต่ว่าดูแลเธอให้ดีเด็กรุ่นนี้คือสินค้าเกรดเอ”ตัส หัวใจเต้นรัวจนแทบทะลุอก ความกลัวเปลี่ยนเป็นสัญชาตเอาตัวรอดเขารู้ว่าถ้าถูกจับได้ตอนนี้ ทุกอย่างคือจุดจบ ไม่รอให้ชายสูทแดงเรียกการ์ดมาจับตัสวิ่งไปทางประตูทา
ท่ามกลางความเวิ้งว้างของชนบท เสียงเครื่องยนต์แท็กซี่ค่อยๆ ลับหายไป ทิ้งไว้เพียงฝุ่นสีแดงที่ม้วนตัวคว้างอยู่ในอากาศจากทางลูกรัง อลิชา ตัส และนาเดีย ยืนนิ่งงันอยู่เบื้องหน้า ห่างพวกเธอออกไปคือร้านอาหารที่ดูธรมมดา ป้ายไฟนีออนเหนือประตูทอประกายอ่อนละมุน นุ่มนวลเสียจนดูเหมือนอ้อมกอดที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความจริงใจ ทว่าในสายตาของพวกเธอ สถานที่แห่งนี้กลับดูอันตรายยิ่งกว่าบ่อนคาสิโนทั่วไป"แต่พวกเราจะเข้าไปยังไงดี..." อลิชาพึมพำ แววตาสั่นระริก เธอมองร้านอาหารที่ตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวนี้พร้อมกับความหวั่นใจ ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อนของเธอถูกขังอยู่ข้างใน ยิ่งทำให้เด็กสาวอายุ18ที่ไม่เคยเข้าสถานบันเทิงกระทั่งสัมผัสโลกสีเทามาก่อน กดดันนั้นหนักอึ้งจนแม้แต่ก้าวขายังก้าวไม่ออกตัสลอบกลืนน้ำลายพลางบุ้ยปากไปยังร่างทะมึนสองร่างที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตู"ไม่รู้สิ เห็นการ์ดสองคนข้างหน้านั่นมั้ย กล้ามใหญ่ขนาดนั้น แล้วดูส่วนสูงพวกมันสิพวกเราจะเอาแรงที่ไหนไปสู้" ชายร่างยักษ์ทั้งสองยืนนิ่งดั่งรูปปั้นหิน แต่สายตานั้นเหมือนสัตว์ร้ายพร้อมขย้ำผู้บุกรุกทุกเมื่อ"อย่าลืมนะ พวกเราแค่มาทานอาหาร...""ทำตัวให
พระอาทิตย์ตกในสายตาโนอาห์ ราวกับตอกย้ำความตายมือขวาคนสนิท คู่ค้าคนสำคัญนั่งตรงข้ามเขา เงากระจกลางๆสะท้อนหนึ่งชายชุดดำ หนึ่งชายชุดขาว ที่แม้แตกต่างกัน แต่รังสีความโหดร้าย กลับไม่มีใครด้อยคนหนึ่งหัวหน้าองค์กรนักฆ่า คนหนึ่งในเจ้าพ่อมาเฟียฮ่องกง มิสเตอร์แดเนียลในเชิ้ตขาวใบหน้าคมคายใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่อ่อนโยน มือเท้าคางอย่างอารมณ์ดี จ้องมองอีกฝ่ายที่ร้อนรุ่มไปด้วยความแค้น "ถ้าให้ผมลงมืออีกรอบ ความเสี่ยงขนาดนี้ ผมต้องการค่าตอบแทนเพิ่มสิบเท่า" "ตกลง" โนอาห์ตอบสั้นๆ น้ำเสียงหนักแน่นไร้ความลังเล ได้ยินดังนั้นมิสเตอร์แดเนียลยิ้มน้อยๆ สายตามองต่ำราวกับคำนวณส่วนได้ส่วนเสีย เขาทำธุรกิจมานาน ดีลซื้อความตายที่ราคาสูงที่สุดคือดีลครั้งนี้ "ไม่ว่ายังไง ครั้งนี้มันต้องตาย มันบังอาจกำจัดมือดีของฉันไป ฉันไม่มีวันปล่อยมันไว้แน่ มันจะต้องชดใช้"มิสเตอร์แดเนียลขยับยิ้มบางๆ "มิสเตอร์โนอาห์ ผมขอถามอะไรคุณสักอย่างสิ""เชิญ""มิสเตอร์เฉินคือน้องชายของคุณ ทำไมถึงต้องพยายามฆ่าเขา?""อ้อ ที่ผมถามเพราะเขาไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่าย และผมไม่อยากหาเรื่องเดือดร้อนภายหลัง"โนอาห์แค่นหัวเราะในลำคอ สายตาพยัคฆ์ของเ
รถของมิสเตอร์เฉินจอดข้างทางหน้าหอพัก เขานั่งอยู่ในรถสักพักอลิชาก็ถูกแม่จูงแขนออกมา เขามองใบหน้าอึดอัดนั้นแอบยิ้มหัวในใจ พ่อเดินตามสองแม่ลูก ทว่ากำลังมุ่งมั่นจัดเสื้อกับเนคไทสีแดงอย่างจริงจัง “สวัสดีครับ คุณพ่อ คุณแม่” มิสเตอร์เฉินเปิดประตูให้ผู้ใหญ่ทั้งสองเข้าไปนั่ง และส่งสายตายิ้มให้อลิชาแต่นั่นกลับทำให้เธอไม่มองเขา หลบสายตาและรีบเปิดประตูเข้าไปนั่ง ทันใดนั้น“มานั่งอะไรตรงนี้ลิชา ไปๆๆๆ ข้างหน้าๆๆ” เด็กสาวถูกผลักออกจากเบาะเสร็จแล้วแม่ก็ปิดประตูทิ้งเธอปล่อยให้เธอยืนงง เห็นดังนั้นมิสเตอร์เฉินก็เดินไปเปิดประตูข้างคนขับให้เธอ “นั่งนี่สิ” แต่แล้วเด็กสาวก็เงียบกริบราวกับคนใบ้ และเข้าไปนั่งด้วยสีหน้าอึดอัดเมื่อทั้งสี่ขึ้นมาอยู่บนรถ ความเงียบกริบก่อนหน้านี้ก็หายไปทันที พ่อกับแม่ราวกับสวมวิญญาณนักพากย์ศิษย์เอก “หมิงคุนลูก วาสนาลูกสาวแม่จริงๆ ได้ผู้ชายเพอร์เฟกต์ขนาดนี้มาดูแล รู้มั้ยอลิชาลูกแม่ไม่เคยมีแฟนเลยนะ มีแค่หมิงคุนคนแรกเลยที่พาพ่อกับแม่ไปกินข้าวแบบนี้ เป็นเด็กน่ารัก รู้กาละเทศะถูกใจแม่จริง ดูหน้าดูตาสิ ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน นี่ถ้าแม่ย้อนเวลาไปได้ แม่คงจีบตาหมิงคุนแล้วนะเนี้ย” พ่อกร
ในคืนนั้นแม่กับพ่อของอลิชาเอาแต่ประคบประหงมลูกเขยที่พวกท่านเข้าใจผิด อลิชานั่งมองดูเหตุการณ์อย่างหดหู่ แต่เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคุณอาถึงไม่ปฏิเสธและไม่ยอมให้เธออธิบาย จนกระทั่งคุณอากลับไปแล้ว เป็นตอนที่เธอรู้สึกอัดอัดที่สุดในโลก พ่อกับแม่เอาแต่เงียบมองหน้าเธอ อลิชานั่งหลังตรง มือประสานกันแน่น ส่วนพ่อกับแม่นั่งโซฟา มองมาทางเธออย่างเค้นคำตอบ“ลิชา!” แม่ตบโต๊ะอย่างแรงอลิชาสะดุ้งรีบตั้งการ์ดปกป้องชีวิตตัวเอง“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ!” มือน้อยยกขึ้นโบกไปมาพ่อถอนหายใจยาว เหมือนคนที่เตรียมใจฟังเรื่องสะเทือนจิต ลูกสาวคนนี้โตเป็นสาวแล้วสมควรปล่อยแล้วก็จริง แต่หากจะคบใคร ลึกๆเขาก็อยากให้บอกผู้ใหญ่และหมั้นหมายไว้ก่อนยังไงซะก็เป็นหญิง “พ่อถามตรงๆนะ ลูกไปมีอะไรกับเขาแล้วใช่มั้ย?”อลิชาอ้าปากค้างแทนที่รีบปฎิเสธ ไม่ใช่เธออยากให้พ่อแม่เข้าใจผิดแต่เธอนึกไม่ถึงว่านอกจากพ่อกับแม่นอกจากจะเข้าใจผิดว่าคุณอาเป็นแฟนเธอแล้ว ยังคิดไปถึงขั้นมีอะไรกันด้วยเหรอเนี่ย!!!! เพราะฉะนั้นเธอจะต้องแก้ไขมูลข่าวตั้งแต่แรก “คุณอาคือคนที่หนูช่วยชีวิตไว้ค่ะ ที่หนูเล่าให้แม่ฟังอาทิตย์ก่อนไง แม่ยังจำได้มั้ย”“แต่เมื่อกี้ ที่แม่เข้
หลังจากการกินข้าวเย็นด้วยกันที่บ้านพักตากอากาศ มิสเตอร์เฉินก็มาส่งเธอที่บ้าน ก่อนกลับเขาไม่ได้ทวนเรื่องการตัดสินใจให้เธอไปอยู่กับเขา ไม่มีการโน้มน้าว และไม่ได้พูดถึงแม้แต่น้อยวันนี้เขาแสดงด้านที่น่ากลัวทำให้กดดันมากพอแล้ว และเพื่อจะรักษาความไว้วางใจจากเด็กคนนี้ เขาควรจะให้เวลาเธอและไม่เป็นไร คนของเขาถูกจัดแจงให้จับตามองและสะกอดรอยตามเธอไปทุกที่ เขาจึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อน พี่ชายสุดที่รักคนนั้น คงยังตามหาเธอไม่เจอเร็วๆนี้หรอก“กลับดีดีนะคะคุณอา เป็นข้าวมื้อเย็นที่อร่อยที่สุดเลยค่ะ ขอบคุณที่เลี้ยงหนูนะคะ” “แล้วพรุ่งนี้หยุดใช่ไหม ให้มารับรึเปล่า” “คุณอาพูดอย่างกับคุณอาว่างทุกวันอย่างนั้นแหละ” เธอหัวเราะมองเขา“ไหนคุณอาจะต้องทำงาน ต้องเตรียมสอบเข้าราชการอีก เอาเวลาไหนมาเล่นกับหนูมากมายขนาดนั้นกัน เอางี้ค่ะ เอาเบอร์หนูไป วันไหนคุณอาว่างๆเบื่อๆ ค่อยมาก็ได้ค่ะ” “อย่าพูดเยอะเลย พรุ่งนี้ไม่ว่างก็บอก ทำงานล่ะสิ” อย่างที่คิด เด็กสาวยิ้มหัวเราะออกมาอย่างเก้อเขิน “ใช่ค่ะ หนูทำพาร์ทไทม์เสาร์อาทิตย์ แต่ถ้าคุณอาอยากมากก็ลองมาชิมได้นะคะ” “ชิมอะไร ชิมใคร” อลิชาชะงัก คำถามที่เรียบง่ายของเขา กับส







