เข้าสู่ระบบในชาติที่แล้ว... "แพรมุกดา" ถูกทิ้งให้ตายในกองเพลิง พร้อมหัวใจที่แหลกสลาย ตลอดชีวิตแต่งงาน เธอไม่เคยได้รับความรักจากสามีผู้เย็นชาเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อโชคชะตามอบโอกาสให้เธออีกครั้ง... แพรมุกดาจึงย้อนเวลากลับมาในวันจดทะเบียนสมรส ครั้งนี้ เธอเลือกเป็นฝ่ายเดินออกมาเอง "หย่า" คือสิ่งแรกที่เธอต้องการ เธอจะไม่รักเขาอีก จะไม่ร้องไห้เพื่อเขาอีก และจะไม่มีวันยอมตายเพื่อเขาอีกเด็ดขาด ทว่า...ยิ่งเธอผลักไส ผู้ชายที่เคยเย็นชา กลับยิ่งตามง้อ จากคนที่ไม่เคยใส่ใจ กลับกลายเป็นคนที่ทั้งหึง ทั้งหวง และคลั่งรักเธอจนหมดหัวใจ แต่เมื่อหัวใจของเขาเริ่มเปลี่ยน... โชคชะตาและเส้นเวลาที่เคยเกิดขึ้นในชาติเดิม ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน เมื่ออดีตกำลังถูกเขียนใหม่ เมื่ออนาคตกำลังเปลี่ยนทิศทาง และเมื่อคนที่เคยไม่รัก... กลับยอมทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เธอเดินจากไปอีกครั้ง แพรมุกดาจะเลือกเดินจากเขาตามที่ตั้งใจไว้...หรือจะยอมเปิดหัวใจให้ผู้ชายที่เคยทำลายมันอีกครั้ง
ดูเพิ่มเติมเปลวไฟโหมลุกขึ้นสะท้อนผืนฟ้าราวกับผ้าใบสีทมิฬถูกย้อมสีแดงฉานของเพลิงใหญ่ เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วคฤหาสน์หลังใหญ่ เปลวเพลิงสีส้มแดงลุกโชนกลืนกินทุกสิ่งอย่างรวดเร็ว ควันดำหนาทึบแผ่ปกคลุมจนแทบหายใจไม่ออก
แพรมุกล้มลงบนพื้นหินอ่อน ร่างทั้งร่างเต็มไปด้วยร่องรอยของบาดแผล เลือดสีแดงสดไหลซึมออกจากหน้าผากจนบดบังการมองเห็น ความร้อนแผดเผาผิวกายราวกับกำลังถูกโยนลงในนรก แต่ความเจ็บปวดนั้น...ยังเทียบไม่ได้กับภาพตรงหน้า
ประตูคฤหาสน์ถูกผลักเปิดออก คนรับใช้ต่างพากันช่วยรั้งร่างสูงไว้ให้ออกจากคฤหาสห์อย่างปลอดภัย แต่เขากลับรั้งตัวออกจากการจับกุม ดวงตาที่ถูกบดบังด้วยเลือดจ้องมองร่างนั้นอย่างโหยหา มือบางยกขึ้นอย่างอ่อนแรงราวกับอยากรั้งร่างนั้นไว้แต่ก็ไร้ซึ่งแรง
ชายผู้เป็นสามีของเธอ....เจ้าพ่อมาเฟียผู้ทรงอำนาจกำลังวิ่งฝ่ากองเพลิงกลับเข้ามา ดวงตาของแพรมุกดาสว่างวาบขึ้นมาด้วยความหวังอีกครั้ง เมื่อเห็นร่างนั้นกำลังวิ่งเข้ามาในเปลวเพลิงมือข้างนึงปิดจมูกไว้แน่น อีกมือกำลังกำบังสายตาและสอดส่ายสายตามองหา
เขากลับมาแล้ว...เขามากำลังช่วยเธอแล้ว...เธอพยายามยกมือที่สั่นเทาออกไป
"จอมทัพ..." เสียงเรียกแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ร่างสูงชะงักจ้องมองนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แพรมุกรู้สึกใจชื้นขึ้นรอยยิ้มเริ่มเผยนิดๆ ที่ริมฝีปากแห้งผาด
ทว่า...
สายตาคมเข้มดูเย็นชาคู่นั้นหันกลับมองผ่านเธอราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ เพียงครู่เขาก็รีบวิ่งตรงไปยังหญิงสาวอีกคนที่นอนอยู่ไม่ไกลนัก ที่ขาของเธอมีตู้ใบหนึ่งทับไว้ เธอเริ่มร้องไห้หนักขึ้นแต่รอยยิ้มก็ปรากฏที่หน้าทันทีเมื่อเขายิ้มและรีบเข้าไปหาเธอ
"พี่จอมทัพ...ช่วย...ช่วยฉันด้วย..." หญิงสาวร้องไห้สะอึกสะอื้น จอมทัพไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขาพุ่งตัวเข้าไปหาร่างบางพลางเอื้อมมือลูบผมเธออย่างถนอม
"ไม่ต้องกลัว...พี่จะพาเธอออกไป" ใบหน้าคมนั้นรีบยกเอาตู้ที่ทับอยู่ออก เขาช้อนร่างของหญิงสาวขึ้นอุ้มไว้แนบอกอย่างทะนุถนอม
แพรมุกนิ่งงัน รู้สึกถึงก้อนบางอย่างที่จุกแน่นที่คอ จ้องมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เจ็บหนักราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบจนแหลกละเอียด เธอมองใบหน้าของผู้หญิงคนนั้น...ใบหน้าที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมาตลอด
ผู้หญิงที่ทุกคนรู้ว่าเป็น "คนสำคัญ" ของจอมทัพ
ส่วนเธอ...ที่เป็นแค่เพียงภรรยาที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้อง กลับถูกทิ้งให้นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น ไม่มีแม้แต่เสี้ยวสายตาที่เขาจะหันมามอง
"จอมทัพ..." น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอพยายามจะคลานเข้าหาเขาด้วยเรี่ยวแรงที่เหลือเพียงนิด มือที่เต็มไปด้วยเลือดนั้นยื่นออกไปสุดแรงราวกับไขว่คว้า
"ฉันอยู่ตรงนี้...ช่วย...ช่วยฉันด้วย..." แต่เสียงทุกอย่างกลับถูกกลืนหายไปกับเสียงเปลวไฟที่คำรามลั่น ชายหนุ่มเบี่ยงหน้าหลบเปลวไฟที่แผดเผา เขารีบอุ้มหญิงสาวคนนั้นเดินผ่านหน้าเธอไป
ชั่ววินาทีนั้น...ที่เขาอุ้มร่างบางผ่านเธอไปโดยไม่แม้แต่จะหยุด ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง สายตาของเขามีเพียงผู้หญิงในอ้อมแขนราวกับภรรยาที่ใช้ชีวิตร่วมกันมาห้าปี...ไม่เคยมีตัวตน
ริมฝีปากของแพรมุกสั่นระริก หยดน้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาไม่หยุด ก่อนหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างผู้แพ้
"สุดท้าย...คนที่คุณเลือก...ก็ไม่ใช่ฉัน"
เสียงไม้แตกหักดังสนั่นคล้ายเสียงคำรามจากความตาย เธอเงยหน้าขึ้นช้าๆ ตู้ไม้สักโบราณขนาดมหึมาที่ถูกเปลวเพลิงแผดเผาจนโครงสร้างอ่อนตัวลง กำลังเอนล้มลงตรงตำแหน่งที่เธอนอนอยู่ แพรมุกไม่มีแรงแม้แต่จะหลบ เธอทำได้เพียงมองประตูทางออกที่ค่อยๆ ปิดลง เธอจ้องมองแผ่นหลังกว้างของสามีค่อยๆ หายไปพร้อมผู้หญิงอีกคนในอ้อมแขนจนลับสายตา
ไม่มีใครรู้...ว่าเธอยังติดอยู่ในนี้ ไม่มีใครกลับมาหาเธอ ไม่มีใครเรียกชื่อเธอ
ตู้ไม้สักล้มลงด้วยเสียงครืนสนั่นแรงกระแทกมหาศาลบดทับร่างของเธอจนขยับไม่ได้ เปลวเพลิงลุกโหมเข้ากลืนกินทุกสิ่ง ความร้อนแผดเผาจนแทบไม่เหลือความรู้สึก ลมหายใจสุดท้ายค่อยๆ เลือนหาย แพรมุกหลับตาลงช้าๆ น้ำตาหยดสุดท้ายไหลอาบข้างแก้ม
"ถ้ามีชาติหน้า...ฉันจะไม่มีวันรักคุณอีก..." ทันทีที่สิ้นเสียง...โลกทั้งใบก็ดับวูบลง สติดับสิ้นพร้อมลมหายใจสุดท้าย...
"ไม่ต้องเรียกแล้ว แพร...รับปากได้มั้ยว่าจะไม่ทิ้งฉันไปไหน" ดวงตาสีเหล็กดำวิงวอนและขอร้องในที ถ้าเป็นชาติที่แล้วเธอคงละลายกลายเป็นน้ำไปแล้วกับสายตาแบบนี้ "ฉันจะรับปากในสิ่งที่ฉันไม่แน่ใจได้ยังไง..." แพรมุกชะงักไปทั้งตัว ใบหน้าขาวเนียนค่อยๆ แดงระเรื่อ เมื่อมือหนาบีบมือของเธอแน่นขึ้น "ถ้างั้น...ก็แค่ช่วยเป็นเมียฉัน...และอยู่ดูแลฉันทุกวันแค่นั้นได้มั้ย" จอมทัพยิ้มจางๆ "ให้ทะเบียนบ้านก็มีเธออยู่ด้วย ในทะเบียนสมรสก็ยังมีชื่อเธออยู่กับฉัน...และอยู่กับฉันไปทุกๆ วัน" หญิงสาวยกช้อนเคาะหน้าผากเขาเบาๆ ราวกับจะแหย่ พลางยิ้มออกมาอย่างร่าเริง "ยังไม่หายดีก็พูดไปเรื่อยอีกแล้วนะ" จอมทัพมองเธอนิ่ง พลางรั้งร่างบางเข้ามาไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรด “ฉันไม่ได้พูดไปเรื่อย...แต่ฉันพูดจริงๆ” แพรมุกส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ก่อนจ้องมองใบหน้านั้นกลับอย่างจะเอาเรื่อง พลางทุบแขนร่างสูงเบาๆ “พอได้แล้ว...อ้าปาก แล้วทานข้าวซ๊ะ" เธอผละออกพลางตักโจ๊กจะป้อนเขา คราวนี้จอมทัพยอมอ้าปากแต่โดยดี ชายหนุ่มเคี้ยวช
ภายในห้องผู้ป่วยตกอยู่ในความเงียบครู่หนึ่ง คุณหมอกระแอมเบาๆ เพื่อดึงทุกคนกลับสู่ความเป็นจริง ก่อนจะก้มมองแฟ้มประวัติในมือ "ผลตรวจโดยรวมถือว่าน่าพอใจครับ ไม่มีเลือดออกในสมอง และสัญญาณชีพกลับมาเป็นปกติแล้ว แต่..."สายตาของแพทย์มองตรงไปยังจอมทัพ "...อาการปวดศีรษะและความทรงจำที่ย้อนกลับมาเป็นช่วงๆ ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด" จอมทัพพยักหน้ารับสั้นๆ "ผมเข้าใจครับ" "ช่วงนี้ห้ามเครียด ห้ามพักผ่อนน้อย และถ้ามีอาการปวดศีรษะรุนแรง หรือเห็นภาพแบบเมื่อครู่อีก ให้รีบมาโรงพยาบาลทันทีเพราะอาจเกิดการช็อคหรือสมองตายได้" "ครับ" แพทย์ปิดแฟ้มลง ก่อนหันไปมองแพรมุกด้วยรอยยิ้มบาง "ส่วนคุณแพรมุกดา..." หญิงสาวชะงักเล็กน้อย "คะ?" "ผมคงต้องฝากคุณดูแลคนไข้แทนพวกเราสักหน่อย" แพรมุกกะพริบตาปริบๆ พลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเองอย่างงงงวย "ฉัน?" “ครับ...ดูจากอาการแล้ว คุณน่าจะเป็นยาที่ดีที่สุดของคุณหสดินทร์ในตอนนี้" คำพูดของคุณหมอทำเอาพยาบาลสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังแอบยิ้มตามส่
"ขอบคุณค่ะ แพรยังไม่ได้ทานอะไรเลยจริงๆ ล่ะค่ะ" ธนาหยุดมองภาพตรงหน้า ก่อนจะยิ้มบางๆ "คุณจอมทัพยังไม่ยอมปล่อยมืออีกเหรอครับ" แพรมุกก้มมองมือที่ถูกกุมไว้ ก่อนจะยิ้มเขินๆ "เหมือนจะเป็นแบบนั้นค่ะ" ธนาหัวเราะเบาๆ "ผมเดินเข้าแผนกผู้ป่วยมา ได้ยินพยาบาลคุยกัน เขาบอกว่าเป็นเคสคุณจอมทัพเป็นเคสที่แปลกมาก" "แปลกยังไงคะ" คุณธนาเดินไปหยิบถ้วยโจ้กและแก้วกาแฟมาวาง พลางเทให้เจ้านายของเขาอย่างทะมัดทะแมง "ทุกครั้งที่คุณแพรมุกอยู่ใกล้ คุณจอมทัพจะชีพจรคงที่ แต่พอคุณเดินออกไปเมื่อวาน เครื่องก็ร้องลั่นทันที" แพรมุกนิ่งไป เธอไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไรเพราะลึกๆ แล้ว...เธอเองก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างเชื่อมโยงระหว่างหัวใจของทั้งสองคน สิ่งที่แม้แต่ทางการแพทย์ก็อธิบายไม่ได้ ขณะนั้น...เปลือกตาของจอมทัพขยับเล็กน้อย แพรมุกรีบลุกขึ้น "จอมทัพ..." ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ภาพแรกที่เห็นคือหญิงสาวที่เขาเฝ้าตามหาอยู่ทั้งคืน เขามองเธออยู่นานราวกับกลัวว่าทุกอย่างจะเป็นเพียงความฝัน "...แพร...ใช่เธอจริงๆ ใช่มั้ย" น้ำเสี
เครื่องวัดสัญญาณชีพส่งเสียงเตือนดังถี่กว่าเดิม ตามด้วยเสียงที่เหมือนเครื่องถูกรั้งไปมาในห้องฉุกเฉิน ปี๊บ! ปี๊บ! ปี๊บ! แพทย์เจ้าของไข้รีบวิ่งเข้าไปตรวจอาการ ก่อนหันมามองทุกคนที่ยืนอยู่หน้าประตู "ใครคือคุณแพรครับ" ทุกสายตาหันไปมองแพรมุกพร้อมกัน หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนยกมือขึ้นช้าๆ "ฉันค่ะ" แพทย์พยักหน้า "รบกวนคุณเข้ามาหน่อยครับ" จอมขวัญรีบขัดขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ "ไม่ได้! คนที่จะเข้าไปดูแลลูกชายฉันคือ หนูน้ำใส" แพทย์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ผมเข้าใจครับแต่ตอนนี้อาการของคนไข้สำคัญที่สุด และจากการสังเกต คนไข้มีการตอบสนองต่อเสียงของคุณผู้หญิงท่านนี้อย่างชัดเจน ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเธอ สัญญาณชีพจะคงที่ขึ้น ผมจึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือ" คำตอบของแพทย์ทำให้จอมขวัญถึงกับนิ่งงัน ธารธารากัดริมฝีปากแน่น มือทั้งสองกำชายเสื้อจนยับย่น แพทย์หันมาทางแพรมุกอีกครั้ง "ช่วยเข้ามาเรียกคนไข้หน่อยนะครับ" แพรมุกพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะก้าวผ่านทุกคนเข้าไปในห้องผู้ป่วย ภายในห้อ