Masuk“หมิงฮ่าว! นายเป็นอะไรไปน่ะ?”
ผู้กำกับรีบวิ่งเข้าไปหาพลางกางบทในมือ
“บทคือนายแค่แตะปากนิดหน่อย แล้วต้องผลักน้องเขาออกเพราะได้สตินะ แต่นี่นาย...นายเล่นจูบแช่ยาวขนาดนั้นได้ยังไง!”
ใบหน้าหล่อเหลาของซูเปอร์สตาร์หนุ่มขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอายและความสับสนที่พุ่งพล่าน เขาเป็นนักแสดงมืออาชีพที่ไม่เคยพลาดเรื่องนอกบท เลยสักครั้งตลอดชีวิตการทำงาน
“ผมขอโทษครับ...คือผม...”
หมิงฮ่าวอึกอัก เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าอย่างเห็นได้ชัด เขาจะบอกได้อย่างไรว่าวินาทีนั้นเขาควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือจะบอกว่าสัมผัสจากเด็กสาวคนนั้นมันรุนแรงจนเขาเผลอตัวไปจริงๆ
สายตาคมดุเหลือบมองไปยังสาวงามล่มเมือง ที่ยังคงนั่งหน้าเสียอยู่บนเตียงอีกครั้ง ร่างกายของเขายังคงร้อนผ่าวและปั่นป่วนอย่างประหลาด เพียงแค่เห็นดวงตากลมโตที่สั่นระริกของเธอ เขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเสียการควบคุมอีกรอบ
“งั้น...ผมขอพักสักสิบนาทีครับ”
พูดจบหมิงฮ่าวก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งมุ่งหน้าไปยังรถบ้านส่วนตัวทันที ทิ้งให้ทีมงานทั้งกองถ่ายยืนมองหน้ากันด้วยความฉงน หลินเฟิงและหลินเสี่ยวถงที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่หลังมอนิเตอร์รีบปรี่เข้าไปหาลูกชายด้วยสีหน้าเคร่งเครียดทันที
นี่เป็นครั้งแรกที่เทพบุตรผู้สมบูรณ์แบบ แห่งวงการบันเทิงจีน เสียอาการให้กับผู้หญิงแปลกหน้าที่เป็นเพียงตัวประกอบเพียงแค่สามนาที เท่านั้น!
ท่ามกลางความเงียบงันที่ยังปกคลุมเซตถ่ายทำ เยว่รันรีบพุ่งตัวเข้าไปประคองไหล่มารินที่ยังคงนั่งตัวสั่นน้อยๆ อยู่บนเตียงทันที ขณะที่พี่ยวี่เฟยซึ่งเห็นเหตุการณ์แบบ ใกล้ชิดติดขอบเตียง ก็รีบกวักมือเรียกช่างแต่งหน้าให้เข้ามาจัดการกับสภาพของนักแสดงตัวประกอบสาวที่ดูจะได้รับบทหนักเกินคาด
“มาเร็ว! เติมลิปให้น้องด่วนเลย โดนจูบจนปากซีดลิปหลุดขนาดนี้ สงสัยพี่ต้องเพิ่มค่าตัวให้เธอเป็นกรณีพิเศษแล้วแหละมาริน”
ยวี่เฟยพูดพยายามตลกกลบเกลื่อนความตึงเครียด แต่สายตาก็ยังแอบมองรอยแดงจางๆ ที่มุมปากของมารินอย่างทึ่งๆ
“มาริน...เธอโอเคมั้ย?”
เยว่รันถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แววตาเต็มไปด้วยความกังวลขณะมองสำรวจเพื่อนรักที่ดูเหมือนวิญญาณจะยังไม่กลับเข้าร่าง
มารินยกมือที่เย็นเฉียบขึ้นทาบอก หัวใจยังคงเต้นรัวเหมือนกลองรบ เธอหันไปหาเพื่อนแล้วกระซิบเสียงแผ่ว
“ไม่โอเคเลยเยว่รัน...ทำไมเขาไม่ทำอย่างที่ตกลงกันไว้ล่ะ ไหนบอกแค่แตะไง”
“พี่ขอโทษจริงๆ นะมาริน คือมัน...ผิดคิวไปหน่อย”
ยวี่เฟยรีบเข้ามาอธิบายพัลวัน
“ความจริงหมิงฮ่าวเขาเป็นมือโปรมากนะ เข้าฉากแบบนี้มาเป็นร้อยเป็นพันครั้ง ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาจะหลุดนอกบทแบบนี้ พี่เองก็งงเหมือนกัน”
“น้องเขาสวยขนาดนี้ มีผู้ชายที่ไหนบ้างจะไม่หลุดคะพี่”
ช่างแต่งหน้าที่กำลังใช้พู่กันแต่งแต้มลิปสติกสีชาดลงบนริมฝีปากอิ่มของมารินพูดแทรกขึ้นมาพลางส่ายหน้า
“แต่ก็นะ...ตั้งแต่ทำงานมา เพิ่งเคยเห็นหมิงฮ่าวเสียอาการจนคุมตัวเองไม่ได้ครั้งแรกนี่แหละ เห็นแล้วอยากจะแอบถ่ายภาพช็อตนั้นเก็บไว้ดูจริงๆ เลย!”
“หยุดเลยนะ! ห้ามใครเอาเรื่องนี้ไปพูดข้างนอกเด็ดขาด!”
ยวี่เฟยรีบหันไปเอ็ดเสียงเข้ม
“ถ้าข่าวรั่วออกไปว่าหมิงฮ่าวคุมอารมณ์ไม่ได้ในฉากจูบจนนัวเนียเกินเหตุพวกเราได้โดนบริษัทเขาฟ้องจนล้มละลายแน่ พี่ไม่รู้ด้วยนะ!”
ความกังวลเริ่มเปลี่ยนเป็นความกลัว มารินมองหน้าเยว่รันด้วยสายตาเว้าวอน มือเล็กคว้าแขนเสื้อเพื่อนไว้แน่น
“เยว่รัน...ฉันยกเลิกตอนนี้ทันไหม? ฉันไม่อยากทำแล้ว เงินนั่นฉันไม่เอาก็ได้”
เยว่รันเบิกตาโตเท่าไข่ห่าน เธอรีบจับมือเพื่อนไว้พยายามปลอบให้ใจเย็น
“ไม่ได้นะมาริน! เราจะมายกเลิกกะทันหันตอนนี้ไม่ได้นะ กองถ่ายเขาจะเสียหายแล้วเราจะโดนแบล็กลิสต์กันหมด เธอทนไปก่อนได้ไหม...ฮึบไว้ก่อนนะเพื่อนรัก เดี๋ยวครั้งต่อไปคงไม่เป็นแบบนี้แล้วแหละ หมิงฮ่าวเขาคงได้สติแล้วล่ะ...มั้ง”
มารินถอนหายใจยาว ความหวังที่จะหาเงินเงียบๆ เริ่มกลายเป็นเรื่องวุ่นวายระดับชาติ เธอได้แต่ภาวนาให้สิบนาทีที่หมิงฮ่าวไปสงบสติอารมณ์ ช่วยคืน พระเอกจอมเย็นชา คนเดิมกลับมาทีเถอะ อย่าให้เขาทำอะไร นอกบท กับเธออีกเลย!
ในขณะที่...
ภายในรถบ้านสุดหรูที่ติดตั้งระบบปรับอากาศเย็นฉ่ำและเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน หลิน หมิงฮ่าว นั่งทอดกายลงบนโซฟาหนังชั้นดี เขาหลับตาลงพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อขับไล่ความร้อนรุ่มที่ยังคงหมุนวนอยู่ในกาย ทว่าทุกครั้งที่หลับตา สัมผัสนุ่มหยุ่นและกลิ่นหอมอ่อนๆ จากริมฝีปากของเด็กสาวคนนั้นกลับยิ่งชัดเจนขึ้นจนเขาต้องลืมตาขึ้นมาอย่างขัดใจ
“ลูกโอเคมั้ยหมิงฮ่าว?”
เสี่ยวถงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวล เธอส่งแก้วน้ำอุ่นให้ลูกชายพลางเหลือบมองสบตากับหลินเฟิงด้วยความฉงน ลูกชายของเธอที่ขึ้นชื่อเรื่องความนิ่งดั่งหินผา ไม่เคยมีอาการคุมสติไม่อยู่ แบบนี้ปรากฏให้เห็นมาก่อนตลอดสิบเจ็ดปีในวงการ
“ขอผมพักสักครู่ครับม๊า...”
หมิงฮ่าวตอบเสียงพร่า เขาพยายามจะสลัดความรู้สึกที่ยังติดค้างอยู่ที่ริมฝีปากออกไป แต่มันกลับเหมือนรอยประทับที่ฝังลึก
เธอเป็นใครกัน? คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวเขาไม่จบสิ้น ทำไมเด็กสาวนิรนามที่ดูเหมือนนักศึกษาธรรมดาๆ คนนั้น ถึงมีอิทธิพลต่อร่างกายและจิตใจของเขาได้รุนแรงขนาดนี้ เพียงแค่สัมผัสเดียวเขากลับรู้สึกเหมือนโดนกระชากหน้ากากแห่งความเย็นชาทิ้งไปจนหมดสิ้น
“ป๊าคิดว่าฉากจูบนั่นมันก็ใช้ได้นะ อารมณ์ดิบดีออก ทำไมผู้กำกับถึงไม่เอาล่ะ?”
หลินเฟิงเอ่ยขึ้นตามประสาคนมองในมุมของผู้จัดการที่เห็นว่าภาพที่ออกมามัน ขายได้ และทรงพลังอย่างยิ่ง
“ก็ในบทมันแค่แตะปากแล้วผละออกไงป๊า! แต่นี่ลูกชายเรา...”
เสี่ยวถงละคำพูดไว้ในฐานที่เข้าใจ เธอหันกลับมามองใบหน้าของลูกชายอีกครั้งที่แม้จะนั่งพักมาครู่หนึ่งแล้ว แต่พวงแก้มและใบหูยังคงขึ้นสีแดงก่ำไม่จางหาย
เสี่ยวถงเริ่มตั้งข้อสังเกตในใจ...หรืออาจจะเป็นเพราะหมิงฮ่าว อยู่ในวัยที่ฮอร์โมนพลุ่งพล่านแต่กลับถูกบีบให้อยู่ในกฎระเบียบที่เคร่งครัดมานานเกินไป? เขาไม่เคยมีแฟน ไม่เคยเที่ยวกลางคืน และไม่เคยได้รับการปลดปล่อยอารมณ์ตามสัญชาตญาณของวัยหนุ่มเลยสักครั้ง ทว่าสิ่งที่น่าแปลกคือ หมิงฮ่าวเคยร่วมงานกับนางเอกระดับแถวหน้าที่สวยหยาดเยิ้มมานักต่อนัก แต่เขาก็ควบคุมมันได้ดีเยี่ยมทุกครั้ง
แล้วทำไมต้องเป็นเด็กคนนี้? ความเงียบปกคลุมรถบ้านไปชั่วขณะ หมิงฮ่าวบีบแก้วน้ำในมือแน่น ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในฐานะนักแสดงมืออาชีพกำลังตีกับความต้องการประหลาดในใจที่ร่ำร้องว่า...เขาอยากจะสัมผัสเธออีกครั้ง
“ผมจะออกไปถ่ายต่อครับ”
หมิงฮ่าวพูดขึ้นพลางหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง แววตาคมกริบ เปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นทว่าแฝงไปด้วยความระแวดระวัง เขาต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่มันเป็นเพียงอุบัติเหตุ ไม่ใช่เพราะเขาพ่ายแพ้ให้กับสาวน้อยตากลมคนนั้นจริงๆ
..............................
สองเดือนต่อมา...ประเทศไทย...ลมพัดเอื่อยๆ หอบเอาความสดชื่นของเมืองไทยมาต้อนรับการกลับมาของมาริน พร้อมด้วยแขกคนสำคัญอีกสองคน บรรยากาศภายในบ้านอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและกลิ่นหอมของอาหารไทยฝีมือแม่ที่ตั้งโต๊ะรอต้อนรับอย่างอบอุ่นทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้าน มารินก็น้ำตาซึมด้วยความดีใจ ภาพที่เห็นตรงหน้าคือผู้เป็นพ่อที่วันนี้สามารถยืดหยัดกลับมาเดินได้เกือบเป็นปกติแล้ว ข้างๆ กันมีแม่ที่กำลังอุ้มหลานตัวน้อยไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม โดยมีพี่สะใภ้คอยช่วยดูแลอยู่ไม่ห่าง และแน่นอน...พี่มารัน พี่ชายตัวแสบที่รีบวิ่งออกมาต้อนรับน้องสาวเป็นคนแรก“มาริน! พี่คิดถึงเธอจังเลย” มารันสวมกอดน้องสาว ก่อนจะผละออกเพื่อมองผู้มาเยือนใหม่หมิงฮ่าวที่วันนี้แต่งตัวสบายๆ ทว่าออร่าความหล่อเหลาระดับซูเปอร์สตาร์โลกยังคงเปล่งประกายจนทุกคนในบ้านถึงกับตาค้าง ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกรวมความมั่นใจจากที่ซุ่มซ้อมฝึกปรือภาษาไทยมานานสองเดือนเต็มเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เขาพนมมือขึ้นไหว้พ่อกับแม่ของมารินอย่างงดงาม นอบน้อมถ่อมตนผิดกับมาดเสือขี้หึงในกองถ่ายโดยสิ้นเชิง“สวัส-ดี-ครับ...คุณพ่อ...คุณแม่...”หมิงฮ่าวพยายามเค้นเสียงพูดภาษ
ร้านอาหารกึ่งคาเฟ่บรรยากาศอบอุ่นในเมืองจีน...แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบโต๊ะอาหารริมหน้าต่าง เยว่รันกับภาคินนั่งอยู่ตรงข้ามกัน บนโต๊ะมีอาหารจานโปรดวางอยู่ แต่ทว่าบรรยากาศกลับแฝงไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ เนื่องจากภาคินมีกำหนดการที่จะต้องเดินทางกลับประเทศไทยในวันพรุ่งนี้แล้ว ชายหนุ่มมองใบหน้าหวานของเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตาละห้อย“พรุ่งนี้ต้องกลับไทยแล้ว...ไม่อยากกลับเลยแฮะ”ภาคินทอดถอนใจพลางใช้ช้อนเขี่ยอาหารในจานเบาๆ“ช่วงเวลาสิบห้าวันที่ผมอยู่เมืองจีนมันผ่านไปเร็วชะมัด เพราะมีคุณคอยดูแล ทำแผลให้ แถมยังพาไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ มากมาย...รู้ไหมเยว่รัน ผมชอบประเทศจีนมากเลยนะ...และที่สำคัญ ผมชอบผู้หญิงจีนที่ชื่อเยว่รันที่สุดเลยด้วย” >vเยว่รันที่กำลังตักน้ำซุปถึงกับชะงักกึก ใบหน้าเนียนพลันขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะคำสารภาพรักแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของชายหนุ่ม เธอรีบวางช้อนลงแก้เขินก่อนจะแกล้งเฉไฉตอบไปเสียงเบา“เอ่อ...งั้น ถ้าคุณว่างๆ ก็...กลับมาเที่ยวที่นี่อีกสิคะ”“ผมต้องมาอีกแน่นอนอยู่แล้วครับ!”ภาคินตอบกลับแบบทันควัน แววตาขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังและหวานเชื่อม“เพราะหัวใจของผมมันดันตกหลุมรัก
ความเร่าร้อนของบทรักเพิ่งผ่านพ้นไป ทิ้งไว้เพียงความอบอวลของไอรักและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างแผ่วเบา หมิงฮ่าวนอนตะแคงกอดกุมร่างอวบอิ่มของมารินเอาไว้ในอ้อมแขนอันแข็งแกร่งบนเตียงกว้าง นิ้วหนาไล้ไปตามเส้นผมที่ชื้นเหงื่อของหญิงสาวด้วยความทะนุถนอม ก่อนที่เขาจะเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง“มาริน...ฉันอยากแต่งงานกับเธอแล้ว ไม่อยากรอให้เธอเรียนจบแล้วล่ะ”มารินชะงักไปชั่วครู่ ดวงตากลมโตเงยขึ้นสบตาคนตัวใหญ่ที่เอาแต่ใจทันที“ทำไมล่ะคะคุณหมิงฮ่าว? ทำไมถึงไม่รอให้ฉันเรียนจบก่อน ซึ่งจริงๆ มันก็เหลือเวลาอีกแค่ปีกว่าๆ เองนะคะ”“ฉันรอไม่ได้อีกแล้วมาริน...”หมิงฮ่าวขมวดคิ้ว แววตาคมกริบฉายความกังวลและกระแสความหึงหวงออกมาอย่างปิดไม่มิด“ฉันกลัวว่าจะมีคนอื่นมาแย่งเธอไปจากฉัน ทุกวันนี้ในกองถ่ายไม่ใช่ฉันไม่รู้นะว่ามีพวกนักแสดงชายบางคนแอบสนใจและมองเธออยู่บ่อยๆ ฉันหึง...หึงจนแทบบ้า ไม่ชอบและไม่อยากให้ผู้ชายหน้าไหนมามองเธออีกแล้ว”ชายหนุ่มกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกราวกับจะแสดงความเป็นเจ้าของ ก่อนจะเอ่ยขอร้องในสิ่งที่เขาปรารถนา“มาริน...เธอเลิกเป็นนักแสดงเถอะนะ”มารินถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอเข้
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา...กองถ่ายละคร (ฉากโถงกลางบ้านคฤหาสน์)บรรยากาศการถ่ายทำดำเนินมาถึงฉากที่มารินต้องปะทะอารมณ์กับตัวร้ายของเรื่อง บรรยากาศในกองถ่ายคึกคักเป็นพิเศษ และที่พิเศษไปกว่านั้นคือร่างสูงสง่าของ หลินหมิงฮ่าว ที่วันนี้ไม่มีคิวถ่าย แต่กลับมานั่งกอดอกทำหน้ายักษ์อยู่ข้างๆ มอนิเตอร์ของผู้กำกับ สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังกลางกองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ...“แอคชั่น!” เสียงผู้กำกับสั่งการมารินในบทบาทส่งอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม เธอเชิดหน้าสบตากับตัวร้ายชายที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวตามบท ตัวร้ายเอื้อมมือมาบีบข้อมือของมารินพร้อมตะคอกใส่หน้าด้วยอารมณ์โกรธแค้นกึก! เสียงเก้าอี้สนามของหมิงฮ่าวลั่นเอี๊ยด ชายหนุ่มขยับตัวทำท่าจะลุกขึ้น แววตาแดงก่ำด้วยความหึงหวงอย่างอดไม่ได้เมื่อเห็นชายอื่นมาถูกเนื้อต้องตัวคนรักของเขา“หมิงฮ่าว! นั่งลงเลยนะ”ผู้กำกับรีบเอื้อมมือไปกดไหล่ซูเปอร์สตาร์หนุ่มลงกับเก้าอี้พลางกระซิบดุ“นั่นมันการแสดง! เธอกำลังทำได้ดี อย่าเพิ่งสติหลุดไปพังกล้องฉันอีกรอบนะ!”“!!!”หมิงฮ่าวฮึดฮัดในลำคอ ยอมนั่งลงแต่สายตายังคงแผ่รังสีอำมหิตไปที่ตัวร้ายชายคนนั้นจนอีกฝ่ายเริ่มมือสั่นด้วยความผวาในขณ
ห้องรับแขกภายในเพนท์เฮาส์หรู...แสงแดดยามสายส่องผ่านกระจกบานยักษ์เข้ามายังชุดโซฟาตัวใหญ่ เสี่ยวถงและหลินเฟิงนั่งเคียงข้างกัน ทอดสายตามองลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่บัดนี้ดูสุขุมและนิ่งสงบขึ้น ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การเปิดอกคุยกันระหว่างพ่อ แม่ และลูกชายกําลังจะเริ่มต้นขึ้น“เรื่องที่ลูกทำเมื่อวาน มันส่งผลกระทบกับกองถ่ายมากเลยนะหมิงฮ่าว ผู้กำกับกับนักแสดงคนอื่นๆ ต้องมาเดือดร้อนเพราะอารมณ์ชั่ววูบของลูกกันทั้งนั้น”เสี่ยวถงเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอแม้จะยังตึงเครียดแต่ก็ลดความเกรี้ยวกราดลงไปมาก“พรุ่งนี้มีนัดคิวถ่ายซ่อมแล้วครับ...และผมก็โทรไปขอโทษทุกคนไปหมดแล้วด้วย”หมิงฮ่าวตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบสบตากับผู้เป็นแม่ตรงๆ อย่างไม่มีหลบเลี่ยงหลินเฟิงผู้เป็นพ่อที่นั่งฟังอยู่จึงพูดเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง“การที่ลูกทำอุกอาจแบบนั้นกลางกองถ่าย มันก็เท่ากับตัดอนาคตตัวเองในวงการเลยนะหมิงฮ่าว...ลูกเป็นถึงเบอร์หนึ่งของวงการ แต่ต้องมาเสียชื่อเสียงเพราะเรื่องผู้หญิงคนเดียวแบบนี้ มันคุ้มแล้วเหรอ?”“ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ครับป๊า...” หมิงฮ่าวเหยียดยิ้มบางๆ อ
ห้องพักนักศึกษา...เวลา 22.30น.แสงไฟในห้องพักยังคงสว่างไสว เยว่รันเดินวนเวียนอยู่ด้วยความกระวนกระวายใจ สายตาคอยจ้องมองที่ประตูตลอดเวลา จนกระทั่งได้ยินเสียงลูกบิดประตูเปิดออก พร้อมกับร่างของมารินที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางที่ดูอ่อนล้าแต่แววตากลับดูนิ่งสงบผิดคาดทันทีที่มาถึง เยว่รันพุ่งตัวเข้าไปหาเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วงทันที“มาริน...”มารินส่งยิ้มบางๆ ให้เพื่อคลายความกังวล ก่อนจะตอบกลับไปทันที“ฉันไม่เป็นไรเยว่รัน”“พี่หมิงฮ่าวมาส่งเธอเหรอ” เยว่รันถามพลางสแกนมองเพื่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า“อือ...เขามาส่ง”มารินตอบเสียงเบา ขณะที่นึกถึงอ้อมกอดและจุมพิตลาที่แสนอ่อนโยนก่อนลงจากรถ ใบหน้าเนียนก็พลันร้อนผ่าวขึ้นมาจนเยว่รันจับสังเกตได้อย่างง่ายดาย“ครั้งนี้...ฉันว่าเธอกับพี่หมิงฮ่าวคงตกลงกันด้วยดีใช่ไหมมาริน?”เยว่รันหรี่ตามองพลางยิ้มล้อเลียนเมื่อเห็นอาการหน้าแดงของเพื่อน“อืม...เขาขอฉันแต่งงานน่ะ”“ห๊ะ!! แต่งงานเหรอ?!”เยว่รันอุทานลั่นห้อง ตาโตด้วยความช็อก“พี่หมิงฮ่าวเนี่ยนะขอแต่งงาน?!”“ใช่...แต่ฉันก็บอกเขาว่าให้รอให้ฉันเรียนจบก่อน และอีกอย่าง...เขาต้องไปเคลียร์กับพ่อกับแม่เขาให้เรียบร้อยก่อนด้ว







