LOGINวันแต่งงานของฉัน เจ้าบ่าวหายตัวไป คนที่นำแหวนเปื้อนเลือดกลับมาคืน คือผู้ชายที่หายจากชีวิตฉันไปสิบปี เขาบอกว่าเจ้าบ่าวยังไม่ตาย บอกว่ามีคนกำลังตามฆ่าฉัน และยื่นข้อเสนอให้แต่งงานกับเขาสามสิบวัน ตอนแรกฉันคิดว่าดาเมียนเพียงฉวยโอกาสจากเรื่องทั้งหมด กระทั่งพบว่า บ้านที่ฉันอยู่เป็นของเขา คนที่คอยปกป้องฉันเป็นคนของเขา เจ้าบ่าวของฉันก็เป็นคนที่เขาส่งมา และบางที...แม้แต่งานแต่งที่ล่มลง เขาก็อาจเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง
View More--------------------------------
“เอเลนา...โทรหาลูกาติดไหมลูก”
เสียงของแม่ดังขึ้นเป็นครั้งที่สาม ขณะช่างแต่งหน้ากำลังจะเติมลิปสติกให้เจ้าสาว
เอเลนายกมือห้าม ก่อนกดโทรออกอีกครั้ง
ไม่สามารถติดต่อหมายเลขปลายทางได้
เธอแทบอยากขว้างโทรศัพท์ทิ้ง
“เป็นยังไงบ้างลูก”
“เหมือนเดิมค่ะ”
สิบเอ็ดโมงสามสิบสองนาที อีกยี่สิบแปดนาทีพิธีแต่งงานจะเริ่มขึ้น แต่เจ้าบ่าวของเธอกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย!
“เขาอาจมีธุระกะทันหันก็ได้” โซเฟียพยายามปลอบ ทั้งที่ตัวเองเดินวนรอบห้องจนช่างแต่งหน้าต้องขยับหลบเป็นครั้งที่สอง “หรือรถเสีย แม่ว่าให้คนออกไปดูตามทางดีไหม”
“ถ้ารถเสีย เขาก็ต้องโทรมาสิคะ”
เอเลนาเปิดข้อความล่าสุดอีกครั้ง
พรุ่งนี้เจอกันที่งานแต่งนะ เจ้าสาวของผม
ส่งมาตอนห้าทุ่มสิบแปดนาที พร้อมภาพกาแฟสองแก้วจากร้านประจำ แก้วหนึ่งเป็นของลูกา อีกแก้วเป็นกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลของเธอ
ตลอดสองปีครึ่งที่คบกัน ลูกาไม่เคยลืมเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเธอ เขารู้ว่าเธอจะปวดหัวถ้าทำงานจนลืมกินข้าว และยอมมานั่งรอหน้าห้องข่าวจนเกือบตีสองในคืนที่เธอต้องตามข่าวสำคัญ
เมื่อคืนเขายังโทรมาย้ำให้เธอรีบนอน
“พรุ่งนี้ห้ามแอบเช็กข่าวระหว่างพิธีนะ”
“ขอคิดดูก่อน”
“เอเลนา!”
“โอเค ๆ เจ้าบ่าวขี้บ่น”
เธอยังจำเสียงหัวเราะของเขาได้ดี แล้วผู้ชายที่ตื่นเต้นกับงานแต่งงานยิ่งกว่าเจ้าสาวจะหายตัวไปเฉย ๆ ได้อย่างไร
“หรือเขาจะเปลี่ยนใจ” โซเฟียหลุดปาก ก่อนรีบยกมือปิดปากตัวเอง
เอเลนาหันขวับ “แม่!”
“แม่ขอโทษลูก แม่แค่...”
เสียงเคาะประตูทำให้ทั้งคู่หยุดพูด
ผู้จัดการโรงแรมเปิดประตูเข้ามา สีหน้าของเขาทำให้เอเลนาลุกพรวดจนช่างแต่งหน้าแทบรับกล่องเครื่องสำอางที่ถูกชนไม่ทัน
“เจอลูกาแล้วใช่ไหมคะ”
“เราพบรถของคุณเบลลินีครับ”
รอยยิ้มที่กำลังจะปรากฏบนใบหน้าเธอหยุดลง
“แล้วเขาล่ะ”
“ยังไม่พบครับ”
“หมายความว่ายังไง รถอยู่ที่ไหน”
“ใกล้โกดังเก่าฝั่งตะวันออกของท่าเรือครับ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นคนพบและแจ้งตำรวจ”
“รถชนหรือเปล่า กระจกแตกไหม ประตูถูกงัดหรือมีร่องรอยอะไรบ้าง”
“เอ่อ...ผมไม่ทราบรายละเอียดครับ”
“แล้วคุณรู้อะไรบ้าง!”
ผู้จัดการสะดุ้ง เอเลนากัดริมฝีปากทันทีเมื่อเห็นสีหน้าของเขา
“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
เธอสูดลมหายใจ พยายามเรียกสติกลับคืนมา ก่อนหันไปขอให้ช่างแต่งหน้าและคนอื่น ๆ ออกจากห้อง
ทันทีที่ประตูปิด โซเฟียก็คว้าแขนลูกสาว
“แม่จะโทรหาคนรู้จัก ให้เขาช่วยตามหาอีกทาง”
“แม่รอก่อนค่ะ หนูขอถามตำรวจก่อน”
เอเลนาพูดยังไม่ทันจบ โทรศัพท์ในมือก็ดังขึ้น
เธอรีบรับสายโดยไม่ทันดูหมายเลข
“ลูกา!”
“ขอสายคุณเอเลนา มาริโนครับ”
หัวใจที่พองขึ้นเมื่อครู่ห่อเหี่ยวทันที
“พูดอยู่ค่ะ”
“ผมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ติดต่อมาเกี่ยวกับรถยนต์ของคุณลูกา เบลลินี ไม่ทราบว่าเขาเกี่ยวข้องอะไรกับคุณครับ”
“เขาเป็นคู่หมั้นฉันค่ะ วันนี้เราจะแต่งงานกัน”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง
“ทางเราอยากให้คุณมาที่สถานีเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมครับ”
เอเลนากำโทรศัพท์แน่นขึ้น
“เกิดอะไรขึ้นกับรถของเขา”
“เรายังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ”
“มีเลือดไหมคะ”
คราวนี้ตำรวจเงียบไปนานกว่าเดิม
“มีครับ”
เสียงร้องของโซเฟียดังขึ้นพร้อมกับที่เอเลนารู้สึกเหมือน มีใครกระชากพื้นออกไปจากใต้เท้า
เธอเอื้อมมือคว้าขอบโต๊ะเครื่องแป้งไว้
“มากแค่ไหน”
“พบเป็นหยดเลือดบริเวณเบาะคนขับครับ แต่ยังยืนยันไม่ได้ว่าเป็นเลือดของใคร”
“แล้วลูกาล่ะ มีใครเห็นเขาบ้างไหม”
“ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลครับ”
เอเลนาอยากถามต่ออีกเป็นสิบคำถาม แต่กลับนึกอะไรไม่ออกชั่วขณะ
เมื่อคืนลูกายังหัวเราะกับเธออยู่เลย เขายังบอกว่าจะมารอรับเธอตรงปลายทางเดิน และวันนี้เธอควรได้เห็นเขายืนอยู่ที่นั่น ไม่ใช่มานั่งฟังตำรวจพูดเรื่องเลือดของใครก็ไม่รู้!
“ลูก...”
โซเฟียเข้ามากอด เอเลนากอดตอบโดยอัตโนมัติ ก่อนฝืนบังคับตัวเองให้กลับมาสนใจเสียงจากโทรศัพท์
“ฉันจะไปให้ข้อมูลค่ะ แต่ถ้าพบอะไรเพิ่มเติม ช่วยติดต่อฉันทันทีได้ไหมคะ”
“ได้ครับ แล้วขอให้คุณอย่าเข้าไปในพื้นที่ท่าเรือด้วยตัวเองนะครับ”
เธอรับคำแล้ววางสาย โซเฟียยังคงกอดลูกสาวแน่น
“ลูกาอาจไม่เป็นอะไรก็ได้ใช่ไหม”
เอเลนาอยากตอบว่าใช่ อยากบอกแม่ว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย และอีกไม่กี่นาทีลูกาอาจเดินเข้ามาพร้อมข้อแก้ตัวสักอย่างให้เธอโกรธจนต้องเลื่อนงานแต่งไปก่อน
แต่เธอเป็นนักข่าว เธอรู้ดีว่าความหวังไม่ใช่หลักฐาน ตอนเด็ก ๆ พ่อเคยสอนเสมอว่า ยิ่งกลัวมากเท่าไร ยิ่งต้องระวังอย่าเอาสิ่งที่คิดไปปนกับสิ่งที่รู้
ตอนนี้เธอรู้เพียงว่าพบรถของลูกาใกล้ท่าเรือ เขาหายตัวไป และมีเลือดหนึ่งหยดบนเบาะคนขับ
แค่นั้นจริง ๆ
เอเลนาผละจากแม่แล้วเปิดแอปติดตามตำแหน่งที่เธอกับลูกาใช้ร่วมกัน
จุดสุดท้ายของเขาปรากฏเมื่อ 06.47 น. เธอขยายแผนที่ ก่อนขมวดคิ้ว
“เป็นไปไม่ได้”
“อะไรลูก”
“เขาไปทำอะไรที่ท่าเรือ”
เส้นทางจากคอนโดของลูกามายังโรงแรมไม่ได้ผ่านบริเวณนั้นเลย ต่อให้หลงทางก็คงไม่มีใครขับรถอ้อมไปไกลขนาดนี้ เธอกดบันทึกภาพหน้าจอ แล้วย้อนตรวจข้อความตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาอีกครั้ง
ไม่มีนัดหมายช่วงเช้ามืด ไม่มีชื่อคนแปลกหน้า และ
ลูกาไม่เคยพูดถึงท่าเรือแม้แต่ครั้งเดียว“แม่คะ ลูกาบอกแม่หรือเปล่าว่าเช้านี้เขาจะไปไหน”
“ไม่ได้บอกจ้ะ เมื่อวานเขายังโทรมาถามแม่อยู่เลยว่าดอกไม้จะมาถึงกี่โมง”
เอเลนาหลับตา นั่นสิ เมื่อวานพวกเขายังเถียงกันอยู่เลยว่าจะวางดอกไม้สีอะไรบนโต๊ะแขก
เสียงพูดคุยจากด้านนอกเริ่มดังขึ้น แขกคงรู้แล้วว่าพิธีกำลังจะล่าช้า นักข่าวที่ได้รับเชิญมาอาจเริ่มสงสัย ส่วนผู้จัดงานก็คงกำลังหาวิธีรับมือกับเจ้าสาวที่ไม่มีเจ้าบ่าว
แต่ตอนนี้เธอไม่สนเรื่องพวกนั้นแล้ว เอเลนาตัดสินใจว่าจะโทรหาทนาย ก่อนเดินทางไปสถานีตำรวจด้วยตัวเอง
ทว่ายังไม่ทันกดหมายเลข เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ผู้จัดการโรงแรมคนเดิมกลับมา คราวนี้สีหน้าของเขาดูแย่กว่าเมื่อครู่เสียอีก
“คุณมาริโนครับ มีคนขอพบคุณ”
“ใครคะ ตำรวจหรือเปล่า”
“ไม่ใช่ครับ”
“แล้วใคร”
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
“คุณวาเลนเตครับ”
โทรศัพท์แทบหลุดจากมือเอเลนา
“ใครนะ”
“คุณดาเมียน วาเลนเตครับ”
ชื่อนั้นเหมือนมีใครเปิดประตูห้องเก็บความทรงจำที่เธอปิดตายไปนานสิบปี
โรงอาหารมหาวิทยาลัยในเจนีวา ผู้ชายเสื้อเชิ้ตสีดำที่ชอบนั่งกินข้าวคนเดียว พร้อมผู้คุ้มกันสองคนซึ่งยืนทำหน้าดุจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
ยกเว้นเธอ
วันนั้นเอเลนาลากเก้าอี้ไปนั่งตรงข้ามเขา แล้วถามหน้าตาเฉย
“ตรงนี้มีคนนั่งไหม”
เขามองเก้าอี้ว่างข้างตัว
“คุณก็นั่งแล้วนี่”
“งั้นขอมันฝรั่งด้วย”
เธอจำได้ว่าดาเมียนมองเธอเหมือนเจอผู้หญิงประหลาด ก่อนเลื่อนจานมาให้ด้วยสีหน้าไม่เต็มใจนัก
จากวันนั้นมีทั้งการเถียงกันในห้องเรียน การแย่งมันฝรั่งทอด และคืนที่ทั้งคู่อ่านหนังสือจนห้องสมุดปิด ดาเมียนยอมเดินอ้อมไปอีกสองตึกเพื่อส่งเธอกลับหอพัก ทั้งที่หอของเขาอยู่อีกทาง
แล้ววันหนึ่งเขาก็หายไป
ไม่มีคำลา ไม่มีข้อความ และไม่เคยติดต่อมาอีกเลย
สิบปี!
“ให้เขาเข้ามาค่ะ”
“เอเลนา” โซเฟียรีบจับแขนลูกสาว “ลูกแน่ใจหรือ”
“ค่ะ”
เธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า ผู้ชายที่หายไปจากชีวิตเธอสิบปีจะกลับมาทำไมในวันที่เธอกำลังจะแต่งงาน
ประตูเปิดออก
ดาเมียน วาเลนเตก้าวเข้ามาในชุดสูทสีดำสนิท
เขาเปลี่ยนไปมาก กรามคมขึ้น แววตาเย็นกว่าเดิม และท่าทางนิ่งขรึมเสียจนผู้จัดการโรงแรมรีบถอยออกไปโดยไม่ต้องรอใครไล่
แต่เอเลนาจำเขาได้ทันที ที่น่าโมโหคือ ความรู้สึกแรกเมื่อเห็นหน้าเขากลับเป็นความโล่งใจ ทั้งที่เธอเคยสาบานกับตัวเองว่าจะไม่สนใจผู้ชายคนนี้อีก
“ดาเมียน”
ชายหนุ่มหยุดมองเธอ สายตาเลื่อนจากใบหน้าลงไปยังชุดเจ้าสาวสีขาว
สีหน้าเขาเปลี่ยนไปเพียงชั่วขณะ ก่อนกลับมาเรียบเฉยเหมือนเดิม
“เอเลนา”
“คุณมาทำอะไรที่นี่”
เขาไม่ตอบ แต่เดินตรงเข้ามา
เอเลนาขมวดคิ้ว ก่อนสายตาจะสะดุดกับสิ่งที่อยู่ในมือเขา
ดาเมียนวางโทรศัพท์เครื่องหนึ่งลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง เธอจำเคสสีดำนั้นได้ทันที
“นี่มันโทรศัพท์ลูกา!”
เอเลนาเงยหน้าขึ้นมองเขา
“คุณได้มันมาจากไหน”
ดาเมียนยังไม่ตอบ แต่กลับเปิดฝ่ามืออีกข้างออก แหวนเงินวงหนึ่งวางอยู่กลางฝ่ามือ
แหวนแต่งงานของลูกา!
วงที่เธอเป็นคนเลือกด้วยตัวเองเมื่อสองเดือนก่อน บัดนี้กลับมีคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่ตามขอบ
“พระเจ้า!” โซเฟียยกมือปิดปาก
เอเลนาจ้องแหวนราวกับไม่เชื่อสายตา
“เลือดใคร”
“ผมยังไม่รู้”
“แล้วลูกาล่ะ เขาอยู่ที่ไหน”
ดาเมียนไม่ตอบคำถามนั้น
“คุณต้องออกจากโรงแรมนี้ก่อน”
เอเลนาเงยหน้าขึ้นทันที
“อะไรนะ”
“ที่นี่ไม่ปลอดภัย”
“ฉันถามว่าลูกาอยู่ไหน ไม่ได้ถามว่าตัวเองควรไปไหน!”
น้ำเสียงของเธอดังขึ้นจนโซเฟียต้องรีบเข้ามาจับแขน แต่เอเลนาสะบัดออกโดยไม่ได้ตั้งใจ
ดาเมียนเหลือบมองประตู ก่อนหันกลับมา
“มีคนเข้ามาในโรงแรมนี้เพราะคุณ”
“ใคร”
“ผมจะอธิบายระหว่างทาง”
“หยุด!”
เอเลนาก้าวเข้าไปขวางหน้าเขา
“สิบปีแล้วนะดาเมียน นายหายไปสิบปี แล้วจู่ ๆ ก็โผล่มาพร้อมโทรศัพท์กับแหวนเปื้อนเลือดของเจ้าบ่าวฉัน คิด
จริง ๆ เหรอว่าพูดแค่นี้แล้วฉันจะเดินตามนายออกไปง่าย ๆ”เขานิ่งไป
“เอเลนา ฟังผมก่อน”
“ไม่! นายต่างหากที่ต้องฟังฉัน”
เธอยื่นมือไปคว้าแหวนจากฝ่ามือเขา ดาเมียนไม่ได้ขัดขวาง คราบเลือดแห้งติดอยู่ตรงขอบจริง ๆ
เมื่อคืนลูกายังบอกฝันดี ยังเรียกเธอว่าเจ้าสาวของเขา และอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ เธอควรจะกำลังเดินไปหาเขาพร้อมช่อดอกไม้ในมือ
แต่ตอนนี้กลับมีเพียงแหวนเปื้อนเลือด!
เอเลนากำแหวนแน่นจนเจ็บฝ่ามือ ก่อนเงยหน้ามองผู้ชายตรงหน้า
“นายทำอะไรกับลูกา”
ดาเมียนสบตาเธอ
“ฉันถามว่านายทำอะไรกับเขา!”
โซเฟียเรียกชื่อลูกสาว แต่เอเลนาไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว โทรศัพท์อยู่กับดาเมียน แหวนก็อยู่กับเขา และผู้ชายคนนี้ดันปรากฏตัวในวันเดียวกับที่เจ้าบ่าวของเธอหายไป!
ต่อให้เมื่อสิบปีก่อนเธอเคยไว้ใจเขามากแค่ไหน ตอนนี้เธอก็ไม่มีเหตุผลจะเชื่อคำพูดของเขาแม้แต่คำเดียว
ดาเมียนมองแหวนในมือเธอ ก่อนเอ่ยขึ้น
“ลูกายังไม่ตาย”
เอเลนาชะงัก หัวใจที่แทบหยุดเต้นเมื่อครู่กลับเต้นกระหน่ำขึ้นมาอีกครั้ง “นายรู้ได้ยังไง”
ดาเมียนมองเธอตรง ๆ
“เขาอยู่กับผม”
บทที่ 6 ภรรยาตามกฎหมาย * * * --------------------------------* * *“คุณเอเลนา มาริโน ยืนยันว่าลงนามโดยสมัครใจใช่ไหมครับ”เอเลนามองเจ้าหน้าที่ทะเบียน ก่อนหันไปมองผู้ชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆดาเมียน วาเลนเตคนที่ทำให้เธอต้องยกเลิกงานแต่งเมื่อวาน และวันนี้กลับกลายมาเป็นคนที่กำลังจะแต่งงานกับเธอเสียเอง!ถ้ามีใครเล่าเรื่องนี้ให้ฟังเมื่อสัปดาห์ก่อน เธอคงหัวเราะใส่หน้าแล้วบอกให้เลิกแต่งนิยายได้แล้ว“คุณมาริโนครับ”เจ้าหน้าที่เรียกซ้ำ“ขอโทษค่ะ เมื่อกี้ถามว่าอะไรนะคะ”“ผมถามว่าคุณสมัครใจจดทะเบียนสมรสกับคุณวาเลนเตหรือไม่”เอเลนาหันไปมองดาเมียนอีกครั้งเขานั่งนิ่งอยู่ในชุดสูทสีดำ สีหน้าไม่บ่งบอกความรู้สึกอะไรทั้งนั้น ราวกับวันนี้เขาเพียงมาลงนามซื้อกิจการสักแห่งน่าหมั่นไส้ชะมัด!“สมัครใจค่ะ”“ไม่มีผู้ใดข่มขู่ บังคับ หรือกดดันใช่ไหมครับ”“ถ้าพูดตามตรง...”คราวนี้ดาเมียนหันมามองเอเลนาเกือบหลุดยิ้มเมื่อเห็นคิ้วของเขาขยับเล็กน้อย“ไม่มีค่ะ”เธอตอบเจ้าหน้าที่ ก่อนก้มมองเอกสารตรงหน้าคำว่าสมัครใจทำให้เธอนึกถึงงานแต่งเมื่อวานขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งดอกไม้สีขาว ชุดเจ้าสาวที่ใช้เวลาเลือกอยู่หลายเดือน และลูกาซ
บทที่ 5 ข้อเสนอสามสิบวัน * * *--------------------------* * *“แต่งงานกับผม”เอเลนาถึงกับสำลักกาแฟเธอค่อย ๆ วางแก้วลง ก่อนมองหน้าผู้ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แล้วหัวเราะออกมา“พูดอีกทีซิ”ดาเมียนเลื่อนซองเอกสารสีดำมาตรงหน้าเธอ“ผมต้องการให้คุณแต่งงานกับผม สามสิบวัน”รอยยิ้มของเอเลนาหายไปทันที“นายเสียสติไปแล้วเหรอ!”สี่ทุ่มครึ่งแล้ว เธอควรได้อยู่กับลูกาในห้องพักที่ทั้งคู่จองไว้สำหรับคืนแต่งงาน แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม ชุดเจ้าสาวถูกถอดทิ้งตั้งแต่ช่วงบ่าย เค้กยังไม่ได้ตัด ส่วนเจ้าบ่าวของเธอนอนบาดเจ็บอยู่ที่ไหนสักแห่งภายใต้การดูแลของผู้ชายตรงหน้าและตอนนี้ผู้ชายคนนั้นกำลังขอเธอแต่งงาน!“นี่นายคิดจะทำอะไรกันแน่”“เปิดดูก่อน”“ถ้าเป็นเอกสารรับรองว่าฉันจะไม่เอาเรื่องนาย ฉีกทิ้งได้เลย”“ไม่ใช่”เอเลนาดึงซองมาเปิดอย่างหงุดหงิด แต่ทันทีที่เห็นข้อความบนกระดาษ เธอก็ต้องอ่านซ้ำเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาดข้อตกลงการสมรส“โอ้โฮ!” เธอเงยหน้าขึ้น “ถึงขั้นให้ทนายร่างไว้เรียบร้อย เลยเหรอ”“ผมต้องการให้คุณพิจารณา”“วันนี้ฉันเกือบแต่งงานกับผู้ชายอีกคน!”“ผมจำได้”น้ำเสียงดาเมียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย
บทที่ 4 แฟ้มที่ทำให้คนตาย --------------------------------------------------------------“เปิดมัน”เอเลนาวางโทรศัพท์ของดาเมียนลงบนโต๊ะกลางห้องรับรอง ก่อนเลื่อนเก้าอี้มานั่งตรงข้ามเขาชื่อไฟล์บนหน้าจอยังคงเด่นหราออร์ฟิอุส ORPHEUS“ผมบอกแล้วว่ายังไม่ใช่เวลา”“แล้วเวลาไหนล่ะ” เธอเงยหน้าขึ้น “หลังจากเจ้าบ่าวฉันถูกฆ่า หรือหลังจากมีคนถือปืนบุกเข้ามาถึงห้องนอนฉันสำเร็จ”“เอเลนา”“อย่าเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงแบบนั้น!”ดาเมียนมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนดึงเก้าอี้ออกมานั่งฝั่งตรงข้าม“ถ้าคุณเห็นข้อมูลบางอย่างในนี้ คุณจะถอนตัวไม่ได้ง่าย ๆ”เอเลนาถึงกับหัวเราะ“นี่นายคิดว่าฉันยังถอนตัวได้อีกเหรอ เจ้าบ่าวฉันหายตัวไปในวันแต่งงาน มีคนตามฆ่าเขา แล้วนายยังจะมาถามว่าฉันอยากถอนตัวหรือเปล่า!”เธอเอื้อมมือแตะชื่อไฟล์ทันที ช่องใส่รหัสปรากฏขึ้น“ปลดล็อก”“ผมยังไม่อนุญาต”เอเลนาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ“เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ”ดาเมียนดูเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าเลือกใช้คำผิด แต่ก็สายเกินไปแล้ว“ไม่อนุญาต?” เธอทวน “เยี่ยม! งั้นฉันจะโทรหานักข่าวทุกคนที่รู้จัก บอกว่าดาเมียน วาเลนเตกำลังกักตัวคู่หมั้นของฉันเอาไว้ แถมยังมีแฟ้ม
บทที่ 3 เจ้าบ่าวที่ถูกส่งมา -------------------------------------------“นายพูดว่าอะไรนะ!”เอเลนาจ้องหน้าดาเมียน อยากให้เขาพูดประโยคเมื่อครู่ออกมาอีกครั้ง เพราะบางทีเธออาจได้ยินผิดไปเอง“ผมเป็นคนส่งลูกาไปหาคุณ”ไม่ผิด!เอเลนาหัวเราะออกมาทั้งที่ไม่มีอะไรน่าขำเลยสักนิด“เก่งนี่ หายไปสิบปี พอกลับมาก็ทำลายงานแต่งฉัน แถมยังบอกว่าเจ้าบ่าวเป็นคนที่นายส่งมาอีก มีอะไรจะทำให้ฉันประหลาดใจมากกว่านี้ไหม”“มี”คำตอบของเขาทำเอาเธอแทบสำลัก“ดาเมียน!”“แต่ผมไม่คิดว่าคุณอยากฟังตรงนี้”เขาเหลือบมองพนักงานที่กำลังเก็บโต๊ะอยู่ไม่ไกล ก่อนหันไปสั่งผู้คุ้มกันสองคนให้ตรวจพื้นที่ชั้นนี้อีกครั้งเอเลนายืนเท้าเอว มองผู้ชายตรงหน้าด้วยความเหลือเชื่อ“นี่นายกำลังจะเดินหนีฉันอีกแล้วใช่ไหม”“ผมไม่ได้จะหนี”“งั้นก็ตอบมา!”“ตรงนี้ไม่ปลอดภัย”“คำนี้อีกแล้ว!”เธอชี้หน้าเขาอย่างเหลืออด“รู้ไหมว่าฉันเบื่ออะไรที่สุด เบื่อผู้ชายที่คิดว่าตัวเองฉลาดจนสามารถตัดสินใจแทนคนอื่นได้ทุกเรื่อง!”ดาเมียนมองนิ้วที่แทบจะจิ้มหน้าเขา ก่อนเลื่อนสายตากลับมาหาเจ้าของ“คุณยังไม่เปลี่ยนเลย”“อย่ามาชวนรำลึกความหลัง ฉันกำลังโกรธ!”“ผมรู้”“ดี งั