FAZER LOGINเพื่อเงินประทังชีวิตและต่อลมหายใจให้ครอบครัว มาริน นักศึกษาและนักแสดงตัวประกอบต้อยต่ำ จึงยอมลดตัวลงไปเป็น "ของเล่นชั่วคราว" รองรับอารมณ์ของ หลิน หมิงฮ่าว ซูเปอร์สตาร์หนุ่มระดับโลกผู้เย็นชา คิดว่าเมื่อเธอจบภารกิจ...พันธนาการลับนี้จะสิ้นสุดลง แต่ที่ไหนได้ ซุป’ตาร์สายโหดคนนี้กลับคลั่งรักและหวงก้างเธอรุนแรงจนแทบบ้า! ...พายุหึงครั้งนี้จะสยบลงได้หรือไม่? มาร่วมติดตามบทพิสูจน์รักแท้ของซูเปอร์สตาร์คลั่งรักที่จะทำทุกทางเพื่อผูกมัดเธอไว้เป็น 'ผู้หญิงของเขา' เพียงคนเดียวชั่วนิรันดร์
Ver maisณ หอพักนักศึกษา มหาวิทยาลัย X
กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน…
ภายนอกหน้าต่างเริ่มมืดสลัว เห็นแสงไฟจากตึกสูงระฟ้าของย่านนวัตกรรมในปักกิ่ง บนโต๊ะทำงานของมารินเต็มไปด้วยหนังสือเรียน และหน้าจอแล็ปท็อปที่เปิดค้างเอาไว้
‘มาริน’ พยายามระงับเสียงสะอื้นขณะมองใบหน้าอันเหนื่อยล้าของผู้เป็นแม่ผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนที่ความละเอียดไม่ชัดนัก เนื่องจากสัญญาณอินเทอร์เน็ตปลายทางที่บ้านเกิดดูเหมือนจะมีปัญหาอยู่ไม่น้อย
“ตอนนี้ลูกต้องหยุดเรียนก่อนนะมาริน พ่อของลูกตอนนี้ยังเดินไม่ได้ เลยไม่ได้ทำงาน อีกอย่างพี่สะใภ้ของลูกก็กำลังจะคลอดลูก พี่มารันก็ต้องหาเงินคนเดียว ไหนจะค่าหมอพ่ออีกล่ะลูก...”
‘มัทนา’ถอนหายใจยาว แววตาเต็มไปด้วยความลำบากใจ
มารินเม้มปากแน่น มือที่จับโทรศัพท์สั่นเล็กน้อย
“แต่เหลืออีกแค่ปีกว่าๆ มารินก็จะเรียนจบแล้วนะคะแม่... มารินพยายามมาตั้งเยอะกว่าจะสอบทุนนี้ได้”
“แม่รู้...แต่พ่อกับแม่ไม่มีเงินส่งให้ลูกแล้วนะ ค่ากินค่าอยู่ที่นั่นมันสูงเกินไปแล้วลูกดรอปเรียนก่อนไม่ได้เหรอ? พ่อหายดี พี่เขาตั้งตัวได้ เรามีเงินแล้วลูกค่อยไปเรียนต่อก็ได้นี่นา”
มารินส่ายหน้าทั้งน้ำตา
“ไม่ได้หรอกค่ะแม่...มารินใช้ทุนมานะคะ ระบบที่นี่เข้มงวดมาก เราต้องเรียนให้จบตามหลักสูตร ถึงแม้เขาจะไม่บังคับใช้ทุนเป็นเงินคืนหลังจากเรียนจบถ้าเราทำงานตามเงื่อนไข แต่ถ้าใครออกกลางคันหรือดรอปโดยไม่มีเหตุผลทางวิชาการ มารินต้องหาเงินมาใช้ทุนคืนทั้งหมดทันทีนะคะแม่!”
ผู้เป็นแม่พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความอึดอัดใจ
“งั้นมารินก็ต้องหาเงินเป็นค่ากินค่าอยู่เองนะลูก...ถ้าลูกไม่อยากดรอปเรียน คือตอนนี้แม่กับพ่อก็ช่วยลูกไม่ได้จริงๆ มารินต้องเข้าใจแม่นะลูก”
คำว่า เข้าใจ ของแม่ หนักอึ้งเหมือนหินที่ถ่วงลงบนบ่าของเด็กสาววัย 21 ปี มารินมองสำรวจไปรอบห้องพักแคบๆ ของหอพักนักศึกษา บนโต๊ะมีเพียงกองหนังสือและแล็ปท็อปคู่ใจที่เธอใช้มันหาเลี้ยงอนาคต เธอรู้ดีว่าที่บ้านถึงทางตันแล้วจริงๆ พ่อที่เคยเป็นเสาหลักกลับต้องมานอนนิ่งอยู่บนเตียง และพี่ชายที่ต้องกลายเป็นหัวหน้าครอบครัวจำเป็นพร้อมกับลูกน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก
มารินสูดลมหายใจเข้าลึก ปาดหยดน้ำตาที่แก้มออกลวกๆ ก่อนจะฝืนยิ้มให้กล้องเพื่อไม่ให้แม่ต้องรู้สึกผิดไปมากกว่านี้
“ค่ะ มารินเข้าใจค่ะแม่...”
เธอตอบรับด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ฟังดูเข้มแข็งที่สุด
“งั้น เดี๋ยวมารินจะหางานพิเศษทำค่ะแม่ เงินที่มารินมีอยู่ก็พออยู่ได้ประมาณเดือนกว่าๆ คงไม่มีปัญหาอะไร แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ”
เมื่อสิ้นประโยค มารินเห็นแววตาของแม่ที่วูบไหวด้วยความสงสารและโล่งใจในเวลาเดียวกัน มันเป็นความรู้สึกที่บีบคั้นหัวใจเธออย่างบอกไม่ถูก...
มือที่ถือโทรศัพท์อยู่สั่นเทาจนเธอต้องกำมันไว้แน่น เธอไม่ได้บอกแม่ว่าการหางานพิเศษในกรุงปักกิ่งสำหรับนักศึกษาต่างชาตินั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และตารางเรียนปี 3 สายซอฟต์แวร์ของเธอก็แน่นขนัดจนแทบไม่มีเวลานอน
แต่ ณ วินาทีนี้...ประตูแห่งทางเลือกของเธอถูกปิดตายลงแล้ว เหลือเพียงทางเดียวคือต้องสู้เพื่อรักษาความฝันนี้ไว้ให้ได้ด้วยตัวคนเดียว...
แกร็ก!
แรงกดดันที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อครู่ยังไม่ทันจางหาย ประตูห้องพักก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง พร้อมกับเสียงเจื้อยแจ้วที่คุ้นเคยของ ‘หลิว เยว่รัน’ รูมเมทสาวชาวจีนร่างเล็กที่มักจะนำเอาพลังงานสดใสเข้ามาในห้องเสมอ
‘เยว่รัน’ ในชุดนักศึกษาที่ดูยับย่นเล็กน้อยจากการนั่งเรียนมาทั้งวัน สะพัดกระเป๋าเป้ลงบนเตียงของตัวเองก่อนจะหันมาหาเพื่อนสนิทด้วยดวงตากลมโตหลังกรอบแว่นหนา
“วันนี้เราไปกินหม้อไฟกันมั้ยมาริน! ฉันหิวมาก ร้านหน้ามหาวิทยาลัยเพิ่งเปิดน้ำซุปหม่าล่าสูตรใหม่ด้วยนะ”
เยว่รันพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นพลางทำท่าลูบท้อง
“...”
มารินรีบก้มหน้าลง พยายามหลบสายตาเพื่อนและปาดคราบน้ำตาที่ยังหลงเหลืออยู่ออกอย่างรวดเร็ว เธอฝืนทำเสียงให้ปกติที่สุดแต่ก็ยังแฝงไปด้วยความแหบพร่า
“วันนี้...ฉันคงไปกับเธอไม่ได้หรอกเยว่รัน”
ความร่าเริงของสาวจีนตัวเล็กชะงักกึกทันที เยว่รันขยับแว่นสายตาแล้วเดินตรงเข้ามาประชิดตัวมาริน เธอเอียงคอมองใบหน้าเพื่อนสาวชาวไทยที่พยายามก้มงุดอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์
“ทำไมล่ะ? เธอเป็นอะไร...”
เยว่รันถามพลางเอื้อมมือไปจับไหล่ของมารินให้หันมาสบตา พอเห็นดวงตาที่บวมแดงและร่องรอยความโศกเศร้าที่ปิดไม่มิด น้ำเสียงที่เคยร่าเริงก็เปลี่ยนเป็นจริงจังและร้อนรนขึ้นมาทันที
“แล้วทำไมถึงตาแดง? เธอร้องไห้เหรอมาริน! ใครทำอะไรเธอ บอกฉันมา เดี๋ยวนี้เลยนะ!”
ความหวังดีและอาการ พร้อมบวก ของเยว่รันทำให้น้ำตาที่มารินเพิ่งกลั้นไว้ทำท่าจะรื้นขึ้นมาอีกรอบ...
มารินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ความอัดอั้นแผ่ซ่านจนขอบตาร้อนผ่าวอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะตัดสินใจระบายความหนักอึ้งในใจออกมาให้เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในปักกิ่งฟัง
“ฉันมีปัญหาเรื่องทางบ้านน่ะเยว่รัน”
เสียงของเธอแผ่วเบาและสั่นเครือ
“ปัญหาทางบ้านที่ประเทศไทยของเธอเหรอ?”
เยว่รันถามย้ำด้วยสีหน้าตระหนก เธอรีบนั่งลงและเขยิบเข้าไปใกล้เพื่อนสาวชาวไทย
“ใช่ๆ...เมื่อเดือนก่อนพ่อฉันประสบอุบัติเหตุแล้วตอนนี้ยังทำงานไม่ได้น่ะ แม่ฉันเพิ่งจะโทรมาบอกฉัน ว่าให้ฉันดรอปเรียน”
“ไม่นะ! เธออยู่ปีสามแล้วนะมาริน จะดรอปทำไม หรือว่า...ไม่มีเงิน?”
เยว่รันโพล่งออกมาอย่างตกใจ
มารินทำได้เพียงพยักหน้าช้าๆ สายตาหลุบต่ำมองมือตัวเองที่ประสานกันแน่น
“อืม...แม่ฉันบอกไม่มีเงินส่งฉันแล้ว”
“ทำยังไงดีล่ะ ฉันไม่อยากให้เธอหยุดเรียนเลย เงื่อนไขนักศึกษาทุนที่นี่โหดมากนะ ป๊ากับม๊าฉันก็กำชับฉันตลอดว่าให้ฉันตั้งใจเรียนให้จบ ฐานะทางบ้านฉันก็ไม่ต่างจากเธอเลยนะมาริน ฉันเข้าใจความรู้สึกเธอเลย”
เยว่รันพูดพลางขยับแว่นสายตาหนาเตอะด้วยความร้อนใจแทนเพื่อน
“ฉันคิดว่าจะหางานพิเศษทำ เธอว่าโอเคมั้ยเยว่รัน”
มารินเงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยหม่นแสงเริ่มฉายแววเด็ดเดี่ยว
“ว้าว! ดีเลย เอาแบบนี้มั้ย ฉันจะช่วยเธอหางานทำเอง ฉันก็มีความคิดที่จะหางานพิเศษทำเหมือนกัน เราไปหาด้วยกันเถอะ แต่เดี๋ยวก่อนนะ...”
คำพูดของเยว่รันหยุดกะทันหัน เธอรีบลุกขึ้นยืนเต็มความสูงที่มีเพียง 158 เซนติเมตร แล้วเริ่มเดินวนรอบตัวมารินช้าๆ พลางหรี่ตามองเพื่อนรักอย่างพิจารณา ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
ในสายตาของเยว่รัน มารินไม่ใช่แค่เด็กไอทีธรรมดา แต่เธอคือความสมบูรณ์แบบที่พระเจ้าตั้งใจสร้าง มารินมีรูปร่างที่สูงระหงถึง 168 เซนติเมตร สัดส่วนโค้งเว้าชัดเจนในชุดลำลองเรียบๆ ทว่าดูแพงอย่างน่าประหลาด ผิวของเธอขาวนวลลออสะดุดตา ยิ่งอยู่ในแสงไฟสลัวของหอพัก ผิวเธอก็ยิ่งดูผุดผ่องราวกับหลอดไฟนีออนที่ส่องสว่างขึ้นมาท่ามกลางความมืด
ใบหน้าของมารินนั้นยิ่งมองก็ยิ่งเหมือนงานศิลปะ ดวงตากลมโตเป็นประกายดูมีเสน่ห์น่าค้นหา จมูกโด่งรันพุ่งตรงรับกับริมฝีปากอิ่มสวยที่ได้รูป เครื่องหน้าทุกอย่างดูลงตัวไปหมด จนเยว่รันอดคิดไม่ได้ว่าเพื่อนของเธอคนนี้ สวยจนเกินไป สำหรับการนั่งจมกองโค้ดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวันทั้งคืน
‘ให้ตายเถอะ...สวยขนาดนี้มาเรียนเขียนซอฟต์แวร์ทำไมเนี่ย’ เยว่รันอุทานในใจ
เธอละสายตาจากเพื่อนไม่ได้เลย พลางจินตนาการภาพมารินอยู่บนแคตวอล์กหรือบนหน้าจอทีวีขนาดใหญ่ใจกลางปักกิ่ง ในความคิดของเยว่รัน มารินคนนี้เหมาะกับการเป็นดาราหรือนางแบบที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากกว่าที่จะเป็นโปรแกรมเมอร์ด้วยซ้ำ!
………………………..
สองเดือนต่อมา...ประเทศไทย...ลมพัดเอื่อยๆ หอบเอาความสดชื่นของเมืองไทยมาต้อนรับการกลับมาของมาริน พร้อมด้วยแขกคนสำคัญอีกสองคน บรรยากาศภายในบ้านอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและกลิ่นหอมของอาหารไทยฝีมือแม่ที่ตั้งโต๊ะรอต้อนรับอย่างอบอุ่นทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้าน มารินก็น้ำตาซึมด้วยความดีใจ ภาพที่เห็นตรงหน้าคือผู้เป็นพ่อที่วันนี้สามารถยืดหยัดกลับมาเดินได้เกือบเป็นปกติแล้ว ข้างๆ กันมีแม่ที่กำลังอุ้มหลานตัวน้อยไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม โดยมีพี่สะใภ้คอยช่วยดูแลอยู่ไม่ห่าง และแน่นอน...พี่มารัน พี่ชายตัวแสบที่รีบวิ่งออกมาต้อนรับน้องสาวเป็นคนแรก“มาริน! พี่คิดถึงเธอจังเลย” มารันสวมกอดน้องสาว ก่อนจะผละออกเพื่อมองผู้มาเยือนใหม่หมิงฮ่าวที่วันนี้แต่งตัวสบายๆ ทว่าออร่าความหล่อเหลาระดับซูเปอร์สตาร์โลกยังคงเปล่งประกายจนทุกคนในบ้านถึงกับตาค้าง ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกรวมความมั่นใจจากที่ซุ่มซ้อมฝึกปรือภาษาไทยมานานสองเดือนเต็มเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เขาพนมมือขึ้นไหว้พ่อกับแม่ของมารินอย่างงดงาม นอบน้อมถ่อมตนผิดกับมาดเสือขี้หึงในกองถ่ายโดยสิ้นเชิง“สวัส-ดี-ครับ...คุณพ่อ...คุณแม่...”หมิงฮ่าวพยายามเค้นเสียงพูดภาษ
ร้านอาหารกึ่งคาเฟ่บรรยากาศอบอุ่นในเมืองจีน...แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบโต๊ะอาหารริมหน้าต่าง เยว่รันกับภาคินนั่งอยู่ตรงข้ามกัน บนโต๊ะมีอาหารจานโปรดวางอยู่ แต่ทว่าบรรยากาศกลับแฝงไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ เนื่องจากภาคินมีกำหนดการที่จะต้องเดินทางกลับประเทศไทยในวันพรุ่งนี้แล้ว ชายหนุ่มมองใบหน้าหวานของเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตาละห้อย“พรุ่งนี้ต้องกลับไทยแล้ว...ไม่อยากกลับเลยแฮะ”ภาคินทอดถอนใจพลางใช้ช้อนเขี่ยอาหารในจานเบาๆ“ช่วงเวลาสิบห้าวันที่ผมอยู่เมืองจีนมันผ่านไปเร็วชะมัด เพราะมีคุณคอยดูแล ทำแผลให้ แถมยังพาไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ มากมาย...รู้ไหมเยว่รัน ผมชอบประเทศจีนมากเลยนะ...และที่สำคัญ ผมชอบผู้หญิงจีนที่ชื่อเยว่รันที่สุดเลยด้วย” >vเยว่รันที่กำลังตักน้ำซุปถึงกับชะงักกึก ใบหน้าเนียนพลันขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะคำสารภาพรักแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของชายหนุ่ม เธอรีบวางช้อนลงแก้เขินก่อนจะแกล้งเฉไฉตอบไปเสียงเบา“เอ่อ...งั้น ถ้าคุณว่างๆ ก็...กลับมาเที่ยวที่นี่อีกสิคะ”“ผมต้องมาอีกแน่นอนอยู่แล้วครับ!”ภาคินตอบกลับแบบทันควัน แววตาขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังและหวานเชื่อม“เพราะหัวใจของผมมันดันตกหลุมรัก
ความเร่าร้อนของบทรักเพิ่งผ่านพ้นไป ทิ้งไว้เพียงความอบอวลของไอรักและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างแผ่วเบา หมิงฮ่าวนอนตะแคงกอดกุมร่างอวบอิ่มของมารินเอาไว้ในอ้อมแขนอันแข็งแกร่งบนเตียงกว้าง นิ้วหนาไล้ไปตามเส้นผมที่ชื้นเหงื่อของหญิงสาวด้วยความทะนุถนอม ก่อนที่เขาจะเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง“มาริน...ฉันอยากแต่งงานกับเธอแล้ว ไม่อยากรอให้เธอเรียนจบแล้วล่ะ”มารินชะงักไปชั่วครู่ ดวงตากลมโตเงยขึ้นสบตาคนตัวใหญ่ที่เอาแต่ใจทันที“ทำไมล่ะคะคุณหมิงฮ่าว? ทำไมถึงไม่รอให้ฉันเรียนจบก่อน ซึ่งจริงๆ มันก็เหลือเวลาอีกแค่ปีกว่าๆ เองนะคะ”“ฉันรอไม่ได้อีกแล้วมาริน...”หมิงฮ่าวขมวดคิ้ว แววตาคมกริบฉายความกังวลและกระแสความหึงหวงออกมาอย่างปิดไม่มิด“ฉันกลัวว่าจะมีคนอื่นมาแย่งเธอไปจากฉัน ทุกวันนี้ในกองถ่ายไม่ใช่ฉันไม่รู้นะว่ามีพวกนักแสดงชายบางคนแอบสนใจและมองเธออยู่บ่อยๆ ฉันหึง...หึงจนแทบบ้า ไม่ชอบและไม่อยากให้ผู้ชายหน้าไหนมามองเธออีกแล้ว”ชายหนุ่มกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกราวกับจะแสดงความเป็นเจ้าของ ก่อนจะเอ่ยขอร้องในสิ่งที่เขาปรารถนา“มาริน...เธอเลิกเป็นนักแสดงเถอะนะ”มารินถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอเข้
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา...กองถ่ายละคร (ฉากโถงกลางบ้านคฤหาสน์)บรรยากาศการถ่ายทำดำเนินมาถึงฉากที่มารินต้องปะทะอารมณ์กับตัวร้ายของเรื่อง บรรยากาศในกองถ่ายคึกคักเป็นพิเศษ และที่พิเศษไปกว่านั้นคือร่างสูงสง่าของ หลินหมิงฮ่าว ที่วันนี้ไม่มีคิวถ่าย แต่กลับมานั่งกอดอกทำหน้ายักษ์อยู่ข้างๆ มอนิเตอร์ของผู้กำกับ สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังกลางกองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ...“แอคชั่น!” เสียงผู้กำกับสั่งการมารินในบทบาทส่งอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม เธอเชิดหน้าสบตากับตัวร้ายชายที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวตามบท ตัวร้ายเอื้อมมือมาบีบข้อมือของมารินพร้อมตะคอกใส่หน้าด้วยอารมณ์โกรธแค้นกึก! เสียงเก้าอี้สนามของหมิงฮ่าวลั่นเอี๊ยด ชายหนุ่มขยับตัวทำท่าจะลุกขึ้น แววตาแดงก่ำด้วยความหึงหวงอย่างอดไม่ได้เมื่อเห็นชายอื่นมาถูกเนื้อต้องตัวคนรักของเขา“หมิงฮ่าว! นั่งลงเลยนะ”ผู้กำกับรีบเอื้อมมือไปกดไหล่ซูเปอร์สตาร์หนุ่มลงกับเก้าอี้พลางกระซิบดุ“นั่นมันการแสดง! เธอกำลังทำได้ดี อย่าเพิ่งสติหลุดไปพังกล้องฉันอีกรอบนะ!”“!!!”หมิงฮ่าวฮึดฮัดในลำคอ ยอมนั่งลงแต่สายตายังคงแผ่รังสีอำมหิตไปที่ตัวร้ายชายคนนั้นจนอีกฝ่ายเริ่มมือสั่นด้วยความผวาในขณ