Mag-log inหลินอวี่ซิน สายลับสาวเจ้าของรหัส “แบล็กโรส” ได้รับภารกิจให้ปลอมตัวเข้าไปเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของเสิ่นเหยียนเฉิน ประธานหนุ่มแห่งเสิ่นอวี้กรุ๊ป เพื่อขโมยข้อมูลลับที่สามารถสั่นคลอนอาณาจักรธุรกิจของเขาได้ ทว่าเธอไม่รู้เลยว่าเสิ่นเหยียนเฉินล่วงรู้ตัวตนและแผนการทั้งหมดตั้งแต่ก่อนการสัมภาษณ์ เขาเพียงเปิดประตูกรงทอง รอให้สายลับสาวเดินเข้ามาหาด้วยตัวเอง ภายใต้ภาพลักษณ์นักธุรกิจผู้เย็นชา เสิ่นเหยียนเฉินคือผู้ทรงอิทธิพลซึ่งควบคุมเครือข่ายมืดขนาดมหึมา เขาใช้ทั้งอำนาจ เล่ห์กล และความปรารถนาอันรุนแรงพันธนาการหลินอวี่ซินเอาไว้ ขณะที่เธอพยายามทำภารกิจให้สำเร็จโดยไม่ยอมสูญเสียอิสรภาพ ความใกล้ชิดกลับทำให้เส้นแบ่งระหว่างการหลอกลวงกับความรู้สึกจริงค่อย ๆ เลือนหาย เมื่อกู้ข่าย ชายผู้เคยปกป้องหลินอวี่ซิน ปรากฏตัวขึ้น สงครามระหว่างความรัก ความไว้ใจ และการครอบครองจึงปะทุรุนแรงขึ้น ทุกฝ่ายต่างมีความลับซ่อนอยู่ และทุกการตัดสินใจของเธออาจแลกมาด้วยชีวิตของคนสำคัญ ในเกมที่เต็มไปด้วยการหักหลัง ไม่มีใครรู้ว่าใครคือผู้ล่า และใครกันแน่คือเหยื่อ หลินอวี่ซินต้องเลือกระหว่างภารกิจที่แบกรับ อิสรภาพที่เฝ้าปรารถนา และผู้ชายอันตรายที่พร้อมเผาโลกทั้งใบเพื่อครอบครองเธอ
view moreชั้น 68 ของตึกระฟ้าใจกลางมหานคร สำนักงานใหญ่แห่ง 'เสิ่นอวี้กรุ๊ป' อาณาจักรเทคโนโลยีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ
หลินอวี่ซินนั่งไขว่ห้างด้วยท่วงท่าสง่างามอยู่บนโซฟาหนังแท้หน้าห้องประธานกรรมการบริหาร หญิงสาวในวัยยี่สิบหกปีอยู่ในชุดทำงานที่ดูเผิน ๆ เหมือนจะเรียบร้อย แต่กลับแฝงความเย้ายวนไว้อย่างจงใจ เสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีครีมเนื้อดีถูกปลดกระดุมบนออกหนึ่งเม็ด เผยให้เห็นช่วงคอระหงและไหปลาร้าสวยงาม กระโปรงทรงสอบสีดำเข้ารูปเน้นสัดส่วนโค้งเว้าและเรียวขาขาวเนียนที่โผล่พ้นรอยผ่าด้านข้างขึ้นมาเล็กน้อยยามขยับตัว
เธอคือผู้สมัครคนสุดท้ายสำหรับตำแหน่ง 'ผู้ช่วยส่วนตัวของ CEO' และเธอต้องได้งานนี้
ไม่ใช่เพราะเงินเดือนที่สูงลิ่ว แต่เพราะแฟลชไดรฟ์ขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าถือต่างหาก... หน้าที่ของเธอคือการแฝงตัวเข้าไปล้วงข้อมูลลับสุดยอดจากเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวของประธานบริษัท ตามคำสั่งของผู้ว่าจ้างที่จ่ายเช็คตัวเลขเจ็ดหลักให้เธอ
"คุณหลินอวี่ซิน เชิญด้านในครับ" เลขาชายวัยกลางคนเดินออกมาเปิดประตูบานใหญ่
หลินอวี่ซินคลี่ยิ้มการค้าที่ฝึกฝนมาอย่างดี ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและก้าวเดินด้วยจังหวะที่มั่นใจ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะหนักแน่น ทว่าเมื่อก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามา บรรยากาศภายในห้องกลับทำให้เธอต้องลอบสูดลมหายใจ
ห้องทำงานกว้างขวางตกแต่งด้วยโทนสีดำและเทาเป็นหลัก ผนังกระจกใสบานยักษ์มองเห็นวิวเมืองหลวงกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา แต่นั่นไม่ดึงดูดสายตาเท่ากับบุรุษที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่
เสิ่นเหยียนเฉิน
ชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปี ผู้กุมบังเหียนเสิ่นอวี้กรุ๊ป เขาสวมสูทสั่งตัดสีเข้มที่พอดีกับช่วงไหล่กว้างและแผงอกตึงแน่น ใบหน้าหล่อเหลาราวกับพระเจ้าลำเอียงสร้างนั้นเรียบเฉย เย็นชา สันกรามคมกริบรับกับริมฝีปากบางที่เม้มสนิท ดวงตาคมปลาบใต้กรอบแว่นสายตาสีเงินกำลังกวาดมองแฟ้มประวัติของเธอโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำ
"หลินอวี่ซิน จบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ ประวัติการทำงานสามปีที่ผ่านมาไร้ที่ติ..." เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังขึ้น มันเป็นเสียงที่ทำให้คนฟังรู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงกระดูกสันหลัง "ประวัติของคุณสมบูรณ์แบบเกินไป"
"สมบูรณ์แบบเกินไป เป็นข้อเสียด้วยหรือคะ บอส?" หลินอวี่ซินจงใจใช้น้ำเสียงหวานหูทอดสะพานบาง ๆ พลางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยให้คอเสื้อเปิดกว้างขึ้นอีกนิด เป็นจริตมารยาที่ผู้ชายร้อยทั้งร้อยต้องเผลอมอง
ทว่าเสิ่นเหยียนเฉินกลับปิดแฟ้มประวัติลงดังปั๊บ เขาวางมือประสานกันบนโต๊ะ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเธอตรง ๆ
ดวงตาคู่นั้นดำมืด ลึกล้ำ และไม่มีร่องรอยของความหวั่นไหวทางอารมณ์ใด ๆ แม้แต่น้อย มันเหมือนกับเครื่องสแกนเนอร์ที่กำลังชำแหละเธอออกเป็นชิ้น ๆ
"ตำแหน่งผู้ช่วยของผม ต้องพร้อมทำงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ต้องจัดการได้ทั้งเรื่องงานและ 'เรื่องส่วนตัว' ที่ผมมอบหมาย... คุณคิดว่าคุณมีคุณสมบัติพอที่จะรับมือกับความต้องการของผมหรือเปล่า?" เขาเน้นคำว่าความต้องการด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หลินอวี่ซินรู้สึกขนลุกซู่ประหลาด ๆ
"ดิฉันมั่นใจว่าสามารถตอบสนองความต้องการของท่านประธานได้ทุกรูปแบบค่ะ" เธอยิ้มมุมปาก ส่งสายตาท้าทายกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว
เสิ่นเหยียนเฉินจ้องมองรอยยิ้มนั้นนิ่งนาน ก่อนที่มุมปากของเขาจะกระตุกขึ้นเพียงมิลลิเมตรเดียว เป็นรอยยิ้มที่อ่านไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เขาเอื้อมมือไปกดปุ่มอินเตอร์คอมบนโต๊ะ
"คุณจาง เตรียมสัญญาจ้างงานให้คุณหลิน... เธอจะเริ่มงานตั้งแต่วันพรุ่งนี้"
หลินอวี่ซินลอบร้องไชโยในใจ สำเร็จ! แผนการเข้าถ้ำเสือราบรื่นกว่าที่คิด หมอนี่ก็แค่พวกบ้างานที่ใช้สายตาข่มขู่คนอื่นเท่านั้นแหละ
"ขอบคุณที่ให้โอกาสค่ะ บอส" เธอลุกขึ้นยืน โค้งตัวทำความเคารพอย่างสวยงามก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไป
คล้อยหลังประตูที่ปิดลง เสิ่นเหยียนเฉินถอดแว่นตาสีเงินออก โยนมันทิ้งไว้บนโต๊ะอย่างไม่ไยดี รังสีความเย็นชาเมื่อครู่มลายหายไป สันดานดิบเถื่อนที่ถูกซ่อนไว้ใต้คราบนักธุรกิจผู้สูงส่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในแว่นตาที่สะท้อนแสงไฟ
เขาเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักที่ล็อกรหัสผ่าน หยิบแฟ้มเอกสารลับปึกใหญ่ออกมาวาง บนหน้าปกคือรูปถ่ายของหลินอวี่ซินในอิริยาบถต่าง ๆ ทั้งภาพแอบถ่าย ภาพตอนที่เธอเจรจากับผู้ว่าจ้าง และรายละเอียดทุกตารางนิ้วเกี่ยวกับชีวิตของเธอ
นิ้วเรียวยาวที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนลากไล้ไปบนรูปถ่ายใบหน้าสวยหวานของเธออย่างหลงใหลและบ้าคลั่ง
"ตอบสนองได้ทุกรูปแบบงั้นหรือ... หลินอวี่ซิน" เขาพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความปรารถนาอันมืดมิด "แล้วเราจะได้เห็นกัน ว่าสายลับอย่างคุณ... จะทนให้ผม 'ใช้งาน' ได้นานแค่ไหน"
ร่างบางของหลินอวี่ซินถูกโยนลงบนเตียงคิงไซส์กลางห้องพักส่วนตัวอย่างไม่ออมแรง ฟูกหนานุ่มยุบตัวลงตามน้ำหนักก่อนจะดีดสะท้อนร่างของเธอขึ้นมาเล็กน้อย หญิงสาวพยายามพลิกตัวหนีตามสัญชาตญาณเอาตัวรอด ทว่าข้อมือที่ถูกมัดไพล่ไว้ด้านหน้าด้วยเนกไทเส้นหนากลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่ทำให้เธอเสียศูนย์ยังไม่ทันที่เธอจะตะเกียกตะกายลงจากเตียง ร่างสูงใหญ่ของเสิ่นเหยียนเฉินก็ทาบทับตามลงมากักขังเธอไว้เบื้องล่าง เขาดันเข่าแทรกเข้ามาระหว่างเรียวขาทั้งสองข้างของเธออย่างจาบจ้วง ตรึงสะโพกของเธอให้แนบชิดกับหน้าขาแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม"ถอยไปนะ!" หลินอวี่ซินตวาด เสียงของเธอเริ่มสั่นพร่าเมื่อตระหนักถึงความเสียเปรียบอย่างสมบูรณ์แบบ "คุณได้หลักฐานอะไรที่บ่งบอกว่าฉันเป็นสายลับ! คุณมันก็แค่พวกบ้าอำนาจที่หาเรื่องรังแกผู้หญิง!"เสิ่นเหยียนเฉินไม่ตอบโต้คำด่าทอนั้น เขาเพียงแค่ดึงแว่นสายตาสีเงินที่สวมใส่อยู่ออก แล้วโยนมันทิ้งไปบนพรมอย่างไม่ไยดีวินาทีที่กรอบแว่นถูกปลดเปลื้อง ดวงตาคมกริบที่เคยมองผ่านเลนส์ใสก็แปรเปลี่ยนเป็นนัยน์ตาของนักล่าที่มืดมิดและอันตราย รังสีความเยือกเย็นของประธานบริษัทหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญา
ห้าทุ่มสี่สิบห้านาที...บรรยากาศในสำนักงานใหญ่เสิ่นอวี้กรุ๊ปเงียบสงัดจนน่าขนลุก มีเพียงเสียงเม็ดฝนที่ยังคงสาดกระทบกระจกบานยักษ์อย่างบ้าคลั่ง ภายในห้องทำงานของประธานกรรมการบริหาร แสงไฟถูกหรี่ลงจนเหลือเพียงโคมไฟตั้งโต๊ะสองดวงที่ส่องสว่างหลินอวี่ซินนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่หน้าโต๊ะตัวเล็ก เธอถูกสั่งให้คัดลอกและสรุปรายงานการประชุมภาษาเยอรมันความยาวห้าสิบหน้าด้วย 'ลายมือ' โดยเสิ่นเหยียนเฉินอ้างว่าระบบพรินเตอร์ขัดข้อง และเขาต้องการอ่านสรุปนี้ก่อนเที่ยงคืนมันคือการกลั่นแกล้งชัด ๆ! เขาจงใจสูบพลังงานของเธอเพื่อไม่ให้เธอมีแรงไปซุกซนที่ไหนได้อีกหญิงสาววางปากกาลงพลางนวดขมับที่เต้นตุบ ๆ ก่อนจะรวบรวมกระดาษรายงานเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เสิ่นเหยียนเฉินยังคงนั่งอ่านเอกสารด้วยท่าทีผ่อนคลาย ราวกับว่าเขาไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับการอดหลับอดนอนเลยแม้แต่น้อย"สรุปรายงานเสร็จแล้วค่ะ บอส" เธอวางปึกกระดาษลงบนโต๊ะ น้ำเสียงเจือความเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิดเสิ่นเหยียนเฉินปรายตามองกระดาษเหล่านั้น ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาเปิดดูคร่าว ๆ เพียงไม่กี่หน้า เขาก็โยนมันกลับลงบนโต๊ะเสียงดังปึก!"คุณแปลศัพท์เทคนิคหน้าสิบสองผิ
"Thank you, gentlemen. Meeting adjourned." (ขอบคุณทุกท่าน เลิกประชุมได้)สิ้นคำกล่าวปิดการประชุมด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หน้าจอวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ก็ดับวูบลง เสิ่นเหยียนเฉินพับหน้าจอแล็ปท็อปลงช้า ๆ เสียง คลิก เบา ๆ ที่ดังก้องในห้องทำงานที่เงียบสงัด ทำเอาหลินอวี่ซินที่ขดตัวอยู่ใต้โต๊ะถึงกับสะดุ้งสุดตัวหญิงสาวรีบใช้จังหวะเพียงเสี้ยววินาทีนั้น ยัดแฟลชไดรฟ์โลหะกลับเข้าไปซ่อนในร่องอกภายใต้เสื้อเชิ้ตผ้าไหมอย่างรวดเร็วและแนบเนียนที่สุด"ออกมา"คำสั่งสั้น ๆ ดุดันหลุดจากริมฝีปากของประธานหนุ่ม ไม่มีการลูบไล้หยอกเย้าเหมือนเมื่อครู่อีกต่อไป มีเพียงบรรยากาศกดดันที่ทำให้หายใจแทบไม่ออกหลินอวี่ซินสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับสีหน้าให้เป็น 'ผู้ช่วยสาวจอมยั่ว' อีกครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ คลานเข่าออกมาจากใต้โต๊ะ ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือใหญ่ที่แข็งแรงดั่งคีมเหล็กก็คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเธอ แล้วออกแรงกระชากเพียงครั้งเดียว!"ว้าย!"ร่างบางลอยหวือขึ้นไปนั่งแหมะอยู่บนโต๊ะทำงานไม้มาฮอกกานีตัวใหญ่ เอกสารบางส่วนร่วงหล่นลงพื้น แต่เสิ่นเหยียนเฉินไม่สนใจ เขาก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเรียวขาทั้งสองข้างของเธอ ก
ริมฝีปากบางของเสิ่นเหยียนเฉินโฉบลงมาบดขยี้ริมฝีปากอวบอิ่มของหลินอวี่ซินอย่างดุดันและไร้การประนีประนอมมันไม่ใช่จุมพิตที่อ่อนหวาน แต่เป็นการประกาศกร้าวถึงอำนาจและการครอบครอง มือใหญ่ที่จับปลายคางของเธอเปลี่ยนเป็นสอดประสานเข้ากับท้ายทอย บังคับให้เธอแหงนหน้ารับสัมผัสที่ลึกล้ำยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนชื้นกวาดต้อนช่วงชิงลมหายใจของสายลับสาวจนสมองของเธอเริ่มเบลอ สติสัมปชัญญะที่เคยเฉียบคมถูกหลอมละลายด้วยไฟราคะที่เขาจงใจจุดขึ้น"อื้อ..." หลินอวี่ซินส่งเสียงประท้วงในลำคอ สองมือที่วางอยู่บนแผงอกเปลือยเปล่าพยายามออกแรงผลัก ทว่าร่างสูงกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เขายิ่งเบียดชิดจนแผ่นหลังของเธอแนบสนิทไปกับผนังเย็นเฉียบติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...เสียงเตือนจากแท็บเล็ตบนโต๊ะข้างเตียงดังขัดจังหวะขึ้นอย่างกะทันหัน!เสิ่นเหยียนเฉินผละริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า เขาก้มมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงจัดและหอบหายใจรุนแรง ดวงตาของเธอฉ่ำปรือและสับสน มุมปากของประธานหนุ่มกระตุกยิ้มพึงพอใจ ก่อนที่เขาจะถอยห่างออกไปครึ่งก้าว ปรับอารมณ์กลับมาเยือกเย็นราวกับคนละคน"อีกห้านาทีการประชุมจะเริ่ม" เขากล่าวเสียงเรียบ พลางโยนเสื้อเชิ้ตตัวเก