LOGINเฟยห้าวซุนได้ยินเยว่ซูซินเรียกเขาว่า ‘เสด็จพี่องค์รัชทายาท’ ความใจเย็นก็ถูกโทสะอันร้อนระอุเผาไหม้จนละลาย ชายหนุ่มกำหมัดแน่นใบหน้าเขียวคล้ำขึ้นทันตา เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าเขากับนางจะโต้คารมกันรุนแรงมากเพียงใด แต่ญาติผู้น้องก็ไม่เคยเรียกตนเองห่างเหินเช่นนี้เลยสักครา“เสด็จพี่องค์รัชทายาทอย่างนั้นหรือ?” เฟยห้าวซุนแค่นยิ้มเย็นชา น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยความประชดประชันเยว่ซูซินรู้สึกถึงกระแสความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านมาจากร่างสูงสง่า ที่ยืนอยู่หลังฉากกั้นตรงหน้า ใจหนึ่งนางก็รู้สึกผิดแต่อีกใจกลับดื้อรั้นด้วยเหตุผลบางอย่างเฟยห้าวอันเห็นสีหน้าของผู้เป็นพี่ ก็รู้ดีว่าชายหนุ่มสายเลือดเดียวกันกำลังเดือดดาลมากเพียงใด และด้วยท่าทีอันเงียบเฉยของญาติผู้น้อง ก็ทำให้อ๋องหนุ่มรู้ว่านางคงไม่มีทางเอ่ยขอโทษออกมาเป็นแน่ เฟยห้าวอันจึงได้รีบเอ่ยตัดบทเพื่อไม่ให้ทุกคนต้องปะทะคารมกันมากไปกว่านี้“ข้าว่าพวกเราเลิกเถียงกันแล้วกลับเข้าไปในงานเลี้ยงได้แล้วกระมัง ป่านี้ทุกคนในงานคงสงสัยแล้วว่าเกิดอันใดขึ้น และอีกอย่างพวกเราจะต้องไปเก็บหลักฐานก่อนที่จะมีคนนำไปทำลาย” เฟยห้าวอันไม่รอฟังความคิดเห็นจากใครก็ออกคำสั่งต่อ“ฉุยฉ
“พวกท่านยังคิดว่าข้าลำเอียงอยู่หรือไม่?”เพียงเหล่าบุรุษได้ยินสาเหตุที่เยว่ซูซินเป็นโกรธเป็นแค้นแทนสหาย แต่กลับไม่แสดงท่าทีใด ๆ ยามที่รู้ว่าเฟยห้าวอันถูกวางยา ความรู้สึกผิดจาง ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของบุรุษหนุ่มทั้งสี่ทันทีทว่าเพียงครู่เดียวชายหนุ่มทั้งสามก็ต่างหันไปมองเฟยห้าวอันเป็นสายตาเดียวกัน สายตาของพวกเขาเจือแววตำหนิเบา ๆ ทั้งสามจ้องมองราวกับจะถามอ๋องหนุ่มว่า ‘เขาจะรับผิดชอบไหลเยี่ยนฟางอย่างไร’อ๋องหนุ่มเห็นสายตาสามคู่มองมาที่ตน ก็กระแอมขึ้นมาสองสามครา เพื่อหลบเลี่ยงสายตาจากคนทั้งสาม ก่อนจะเอ่ยชวนให้ทุกคนกลับเข้าไปในงานเลี้ยง ทว่ายังไม่ทันที่เสียงของอ๋องหนุ่มจะดังขึ้น เสียงของญาติผู้น้องก็ดังขึ้นมาเสียก่อน“จริงสิท่านองครักษ์หาน! ตอนที่ท่านยืนเฝ้าเรือนรับรองอยู่ มีผู้ใดมาที่เรือนรับรองบ้างหรือไม่” เยว่ซูซินเอ่ยเสียงขึงขังจริงจังปนความขุ่นเคืองจาง ๆเนื่องจากสตรีตระกูลเยว่รู้ว่ายากำหนัดไม่ใช่ยาพิษที่มุ่งหวังให้อีกฝ่ายถึงตาย ดังนั้นคนที่วางยา หรือผู้สมรู้ร่วมคิดย่อมกลับมาจัดการตามแผนที่วางเอาไว้ให้สำเร็จลุล่วงหานเปี๋ยหลีได้ยินคำถามก็หันไปมององครักษ์ถัง เมื่อเห็นท่าทีไร้กังวลของถั
“แล้วเหตุใดท่านองครักษ์หานจะต้องโกหกข้าด้วย?” เยว่ซูซินตะเบ็งเสียงดัง สีหน้าเปี่ยมไปด้วยโทสะ“ซินเอ๋อร์ เจ้าอย่าไปโทษเปี๋ยหลีเลย เพราะข้าถูกวางยากำหนัด จึงได้ให้เปี๋ยหลีไล่ทุกคนออกไปจากเรือนรับรอง แล้วอยู่ดี ๆ เจ้าก็มาถามหาสหายของเจ้า หากเขาตอบเจ้าไปว่าอยู่ในเรือนเดียวกับข้า เจ้าคิดว่าสหายของเจ้ากับข้าพรุ่งนี้จะมีข่าวลือเช่นไรแพร่ออกไปเล่า”เฟยห้าวซุน ถังอวี่หนิง และฉุยฉุยถึงกับเบิกตาโตอ้าปากค้าง เพราะไม่คิดว่าใครจะห้าวหาญไม่กลัวตายถึงขั้นลงมือกับเทพสงครามอย่างห้าวอันอ๋องเช่นนี้เมื่อเฟยห้าวซุนตั้งสติได้ ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง “ใครกันช่างกล้าบังอาจทำเช่นนี้ในงานเลี้ยงวันเกิดของท่านตา อีกทั้งยังกล้าลงมือกับเจ้า มันไม่กลัวตายเลยสินะ” แต่ครั้นเจ้าของตำหนักบูรพาได้ยินคำพูดของญาติผู้น้อง ความรู้สึกเดือดดาลก็แปรเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา เพราะคงมีเพียงเยว่ซูซินที่ไม่สนใจเรื่องที่เฟยห้าวอันถูกวางยากำหนัด แต่กลับสนใจเรื่องอื่นเสียมากกว่า“ท่านพี่ห้าวอันอย่าบอกนะว่า ท่านใช้สหายของข้าเป็นยาขับพิษ” คุณหนูสามเยว่ถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นใคร่อยากรู้คำตอบ เมื่อรู้ว่าสหายยังไ
ขณะที่ห้าวอันอ๋องกำลังช่วยแต่งกายให้หญิงสาวด้วยท่าทางเงอะงะไม่ช่ำชอง เสียงฝีเท้าของคนทั้งสี่ก็เดินมาถึงหน้าห้องรับรองที่เฟยห้าวอันกับไหลเยี่ยนฟางอยู่ อ๋องหนุ่มรู้ว่าเรื่องนี้คงไม่อาจปิดบังพี่ชายของเขาได้อยู่แล้ว และการที่เสด็จพี่ของเขารู้ก็ไม่ได้สร้างความลำบากหรือยุ่งยากให้กับเขา แต่กับญาติผู้น้องนั้นต่างกันเพราะหากเยว่ซูซินรู้ว่าเขารังแกสหายรักของนาง ญาติผู้น้องของเขาย่อมไม่มีทางรอจนเขาสืบสาวราวเรื่องให้กระจ่างได้เป็นแน่ ไม่เพียงเท่านั้นญาติผู้น้องคนนี้จะต้องรีบไปทูลฟ้องเสด็จแม่เสด็จพ่อของเขา เพื่อให้ทั้งสองพระองค์มากดดันให้เขารับผิดชอบสหายของนางอย่างแน่นอนเรื่องรับผิดชอบไหลเยี่ยนฟางอ๋องหนุ่มไม่คิดจะหลบหลีก เพียงแต่เขาไม่อยากให้ผู้คนล่วงรู้ว่าคุณหนูตระกูลไหลแอบลักลอบมีความสัมพันธ์กับเขาก่อนแต่งงาน เพื่อรักษาชื่อเสียงของหญิงสาวเอาไว้ ส่วนตัวเขานั้นมีเรื่องอื้อฉาวมากมายอยู่แล้ว แต่ก็ไม่มีเรื่องใดที่เขาเก็บเอามาใส่ใจสักครา ดังนั้นหากจะมีเพิ่มอีกสักเรื่อง ก็หาใช่เรื่องสลักสำคัญอันใดกับเขาไม่“คุณหนูไหล! เรื่องที่เจ้าถูกวางยากำหนัดมีใครรู้เรื่องหรือไม่” ห้าวอันอ๋องจงใจเอ่ยเรียกหญิงสาว เ
“เจ้าอย่ามัวแต่หลบหน้าข้าเลย” เฟยห้าวอันที่แสดงออกไม่ค่อยเก่ง อีกทั้งยังมิเคยเอ่ยปลอบผู้ใดยามมีสติ ครั้นครานี้ไร้ซึ่งฤทธิ์ยาใด ๆ จึงทำให้อ๋องหนุ่มทำตัวไม่ถูก ยามที่ได้เห็นสตรีผู้หนึ่งต้องหลั่งน้ำตาจนสะอึกสะอื้นเพราะเขา“เจ้ารีบแต่งตัวก่อนเถิด สหายของเจ้าใกล้มาถึงห้องนี้แล้ว” เฟยห้าวอันเอ่ยต่อเมื่อหญิงสาวยังไม่ยอมโผล่หน้าออกมาจากผ้าห่มไหลเยี่ยนฟางยิ่งรู้ว่าเยว่ซูซินกำลังจะมาถึง น้ำตาก็ไหลทะลักออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ไหล่ของหญิงสาวสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้นชายหนุ่มก้มหน้าผ่อนลมหายใจ พร้อมกับย้อนนึกถึงภาพที่เคยเห็นพี่ชายของเยว่ซูซินกับท่านน้าง้อภรรยา ก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้หญิงสาวพลางใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างช้อนตัวของนางมาวางบนตักด้วยความตกใจหญิงสาวรีบมุดหัวออกมาจากผ้าห่มทันที ครั้นออกมาจากผ้าห่มได้หญิงสาวก็พบว่า ใบหน้าของนางห่างจากใบหน้าของอีกฝ่ายเพียงหนึ่งฝ่ามือกั้นอ๋องหนุ่มโน้มหน้าลงไปจุมพิตที่ริมฝีปากของหญิงสาวเบา ๆ คล้ายจะปลอบประโลมให้สตรีตรงหน้าใจเย็นลง ก่อนจะผละปากออกอย่างช้า ๆ มือของเขายกขึ้นปาดน้ำตาให้กับหญิงสาวอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าใบหน้างามจะแตกสลายหากออกแรงมากกว่านี้ในขณะที
“ฤทธิ์ยาในตัวท่านอ๋องยังไม่หมดอีกหรือเพคะ?” หญิงสาวถามเสียงอ่อย ๆ ด้วยความเขินอายมุมปากของห้าวอันอ๋องกดลึกลงเมื่อได้ยินคำถามจากหญิงสาว ก่อนจะมีเสียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอตามมา ทว่าเขาไม่คิดแกล้งให้หญิงสาวต้องอายนานนัก เพราะกลัวว่าประเดี๋ยวจะมีคนมาที่เรือนรับรองมากยิ่งขึ้น เนื่องจากตัวเขาและสตรีตระกูลไหล ออกมาจากงานเลี้ยงนานเกินไปจนอาจมีคนจับสังเกตได้“เจ้ายังมีแรงพอกลับเข้าไปในงานเลี้ยงหรือไม่?”ถึงการร่วมรักครั้งนี้จะเป็นเพราะฤทธิ์ยา ทว่าชายหนุ่มก็ยังพอจดจำเรื่องที่ตนเองกระทำลงไปได้อยู่หลายส่วน จึงรู้ว่าตนเองนั้นไม่ได้เบามือกับหญิงสาวตรงหน้าอย่างที่ควรจะทำไหลเยี่ยนฟางพยักหน้าเนิบนาบอย่างอาย ๆ แต่ทันทีที่หญิงสาวลุกขึ้นนั่งก็ต้องร้องออกมา เพราะช่องทางด้านล่างที่บวมแดงจากการโดนรังแกอย่างหนักหน่วง“ไม่ไหวก็ไม่ต้องลุก ประเดี๋ยวข้าจะออกไปเอง ส่วนเจ้าก็พักผ่อนอยู่ที่นี่เถอะ” เฟยห้าวอันมองใบหน้าหญิงสาวสีหน้าเจือความรู้สึกผิดอยู่จาง ๆ น้ำเสียงของเขาค่อนข้างกระชับอย่างคนที่เคยชินกับการออกคำสั่งทหารมานาน“เพคะ” ไหลเยี่ยนฟางก้มหน้ามองต่ำ ในหัวได้แต่คิดหาคำพูดกับบุรุษตรงหน้าว่าจะเริ่มต้นเช่นไรดี จ
“หลานเอ๋อร์ แม่รู้ว่าเจ้าเป็นห่วงนาง แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นพี่สะใภ้ของเจ้า เจ้าควรระวังกิริยาเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่น วังหลังแห่งนี้ล้วนอันตรายการกระทำบางอย่างต่อให้เจ้าไม่คิด แต่คนอื่นอาจคิด เจ้าเข้าใจหรือไม่”“ลูกจะจำคำสอนของเสด็จแม่ไว้ ขอบพระทัยเสด็จแม่ที่ตักเตือน”เฟยห้าวหลานที่ยังรั้งรออยู่ในตำ
เมื่อหลี่ฟางซินเห็นว่าเยว่ลี่อิงเดินจากไป ก็รู้สึกเบิกบานที่ตนนั้นกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่ต้องถูกลงโทษ แถมเยว่ลี่อิงยังถูกลงโทษอีกด้วย ครั้งนี้ถือว่านางคุ้มค่ามากทีเดียว ‘ต่อไปเพียงข้าปล่อยข่าวว่าเยว่ลี่อิงตบหน้าตนเองเพื่อใส่ร้ายป้ายสีข้า แต่กลับโดนเฟยห้าวเทียนตบหลังจากนี้วังหลังก็จะไม่มีใครกล้าข่ม
ตำหนักคุนหนิงตลอดทางที่กลับมายังตำหนักเยว่ลี่อิงไม่ได้เอ่ยอันใด แต่มีบางเสี้ยวที่หันไปมองสตรีข้างกาย นางรับรู้ได้ว่าอี้หงคงคับแค้นใจมากเพราะตลอดทางที่มาแววตาของนางกำนัลคนสนิทเปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแต่กลับไร้เสียงสะอื้น และโชคดีที่หวังกงกงขันทีของไทเฮามาช่วยจัดการผู้คนที่อยู่ระหว่างทางให้ ทำให้ตลอ
"ไทเฮาเพคะ หมอหลวงมาถึงแล้วเพคะ" นางกำนัลของไทเฮารีบเข้ามารายงาน“ไทเฮาเพคะ หม่อมฉันขอกลับไปให้หมอหลวงตรวจที่ตำหนักนะเพคะ”“ได้สิ เราจะไปกับเจ้าด้วย” หญิงชราเอ่ยพร้อมยิ้มเฟยห้าวเทียนเห็นท่าทีมารดาของตนหมายจะเสด็จไปพร้อมเย่วลี่อิงจึงรีบเอ่ยถามขึ้น ถึงอย่างไรหากมารดาจะลงโทษหลี่ฟางซิน เขาก็ยังอยู่เพื







