Masukอยู่ๆก็ทะลุุมิติมาเป็นพระสนมของฮ่องเต้ไบโพล่า ซ้ำร้ายเขายังเกลียดชังนางอย่างกับอะไรดี เช่นนี้จะทำอย่างไรดีเล่า จะหาทางหนีออกจากวังหลวง หรือยื่นข้อเสนอที่แสนเร้าใจให้เขาดี? อยู่ๆ จิ่งรั่วอิง ก็ทะลุมิติมาเป็นพระสนมแสนชังของ เซี่ยเทียนอวี้ ฮ่องเต้ไบโพล่าที่อารมณ์ขึ้นๆลงๆ นางต้องคอยรับมือกับเขาจนปวดหัว ไม่เพียงเท่านั้น นางยังต้องคอยรับมือกับตัวร้ายที่จ้องจะหลอกใช้นางอีกด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้นางจึงยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจให้กับเซี่ยเทียนอวี้เพื่อขอให้เขาช่วยนางแก้แค้นคนผู้หนึ่ง และดูเหมือนเขาจะพอใจกับข้อเสนอนี้มากเสียด้วยเพราะเขาและนางมีศัตรูคนเดียวกัน มาเถอะเพคะฝ่าบาท มาแก้แค้นไปพร้อมกัน!
Lihat lebih banyakแคว้นเซิ่ง
รัชศกเทียนอวี้ปีที่สอง
"ลากนางไปโบยสิบไม้ แล้วเอาไปขังไว้ที่ตำหนักเย็นซะ จากนั้นก็ลดขั้นนางจากผินเป็นกุ้ยเหรินเสีย อย่าให้ข้าเห็นหน้านางอีก สตรีหน้าด้านไร้ยางอายเช่นนี้ ข้าไม่มีวันชายตาแลนาง!"
"ฝ่าบาทโปรดเมตตาด้วย ที่หม่อมฉันทำลงไปเพราะรักในตัวพระองค์นะเพคะ ฮือ"
เซี่ยเทียนอวี้ปรายตามองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาเย็นชา ก่อนจะสั่งให้คนลากนางไปรับโทษโดยไม่สนใจเสียงร้องขอความเมตตาของนางเลยแม้แต่น้อย ไป๋กงกงรีบส่งสายตาให้ทหารมาลากตัวพระสนมผู้โชคร้ายไปลงโทษ เมื่อคนถูกลากออกไปแล้ว เซี่ยเทียนอวี้ก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า
เขาคือฮ่องเต้แคว้นเซิ่งนามเซี่ยเทียนอวี้ หลังจากเสด็จพ่อสวรรคตจากไปเมื่อสองปีก่อนเขาที่เป็นองค์ชายองค์โตเพียงหนึ่งเดียวของราชวงศ์จึงได้ขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้แทนพระบิดา หากนับดูก็เป็นเวลาสองปีแล้วที่เขานั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรที่สูงส่งนี้ สองปีมานี้เขาเหนื่อยยิ่งนัก ต้องรับมือทั้งศึกในและศึกนอก หลังจากเสด็จพ่อสวรรคตศัตรูจากชายแดนก็รุกรานไม่หยุด โชคดีที่มีแม่ทัพใหญ่จิ่งคอยรับศึกอย่างห้าวหาญทำให้สามารถเอาชนะศึกมาได้ ส่วนศึกในเขาก็ต้องต่อสู้กับบรรดาเครือญาติที่จ้องจะโค่นล้มบัลลังก์ของเขา
หนึ่งเดือนก่อน เสด็จแม่ทรงคัดเลือกหญิงงามเข้าวังมาเป็นพระสนมของเขาถึงสามคน พวกนางล้วนมาจากตระกูลขุนนางชั้นสูงทั้งสิ้น แต่ทว่าเขาไม่ได้ถูกตาต้องใจพวกนางเลย เหล่าขุนนางก็เร่งเร้าให้เขาแต่งตั้งฮองเฮาได้แล้ว แต่เขาก็ปฏิเสธเรื่อยมา สตรีเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารำคาญที่สุดในความคิดของเขา เขาจึงไม่รีบร้อนแต่งสตรีใดเข้าวัง แต่เพราะยามนี้เสด็จแม่ออกปากด้วยตนเองให้รับสนมเข้าวังได้แล้ว เขาจึงไม่อยากขัดและให้เสด็จแม่จัดการเรื่องนี้ตามสมควร
แต่ผู้ใดจะรู้เล่าว่า หนึ่งในพระสนมตำแหน่งผินทั้งสามคน จะมีจิ่งรั่วอิงรวมอยู่ด้วย
หากเล่าท้าวความย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน เขาในยามนั้นเขายังเป็นเพียงองค์รัชทายาท และได้ตกหลุมรักสตรีนางหนึ่งนามว่าจิ่งรั่วอิง นางเป็นบุตรสาวจากตระกูลแม่ทัพ บิดาของนางคือแม่ทัพใหญ่จิ่งผู้จงรักภักดีและยังเป็นสหายรักกับเสด็จพ่อของเขา
เขาหลงรักนางตั้งแต่แรกพบ แต่ทว่าจิ่งรั่วอิงไม่เคยรู้ว่าเขารู้สึกเช่นไรต่อนาง เพราะเขาไม่เคยสารภาพรักกับนางเลยสักหน
เดิมทีเขาควรจะขึ้นครองราชย์อย่างราบรื่น ในเมื่อจิ่งรั่วอิงเข้าวังหลวงมาแล้วเขาก็ควรจะดีต่อนางและทำตัวเป็นพระสวามีที่ดี แต่ทว่าหลังจากที่นางเข้าวังมาไม่นานเขากลับฝันเห็นลางบอกเหตุล่วงหน้า ความฝันนั้นช่างน่าหวาดหวั่นไม่น้อยเลย
ในความฝันนั้น หลังจากที่เขาขึ้นครองราชย์ได้สองปีก็รับจิ่งรั่วอิงเข้ามาเป็นพระสนม เขาหลงรักนางมาก หลงนางจนโงหัวไม่ขึ้น ถึงขนาดมอบตำแหน่งฮองเฮาให้กับนาง คนที่แนะนำให้เขาแต่งตั้งนางเป็นฮองเฮาก็คือเซี่ยชินอ๋องเสด็จอาของเขา โดยให้เหตุผลว่านางมาจากตระกูลแม่ทัพ มีฐานะสูงส่ง เมื่อแต่งกับนางแล้วแม่ทัพใหญ่จิ่งย่อมสนับสนุนเขาเต็มกำลัง แม้แต่เซี่ยซู่อันญาติผู้พี่ของเขาก็ยังออกหน้าให้เขาและนางได้สมหวังกัน เขาหลงคิดว่าสองคนนี้จริงใจต่อเขาและหวังดีกับเขามาโดยตลอด แต่แท้จริงแล้วมันกลับไม่เป็นเช่นนั้น!
เซี่ยซู่อันเป็นซื่อจื่อชินอ๋อง บิดาของเซี่ยซูอันคือเสด็จอาของเขา เขาและเสด็จอาสนิทสนมกันมาก กับเซี่ยซู่อันเขาก็ยิ่งรักใคร่และให้เกียรติ เขาบอกเรื่องที่ตนเองมีใจรักต่อจิ่งรั่วอิงให้เซี่ยซู่อันทราบ เซี่ยซู่อันก็รับปากว่าจะช่วยให้เขาสมหวังกับนาง ยามนั้นเขาดีใจมาก
แต่แท้จริงแล้วสองพ่อลูกบัดซบนี่จ้องจะตระครุบบัลลังก์ของเขาตาเป็นมัน แกล้งทำดีให้เขาตายใจจากนั้นก็ตลบหลังเขาอย่างเลือดเย็น
ที่จิ่งรั่วอิงเข้าวังหลวงมานั้น แท้จริงแล้วนางมีจุดประสงค์มาตั้งแต่แรก อันที่จริงนางและเซี่ยซู่อันเป็นคนรักกัน นางรักเซี่ยซู่อันมากถึงขนาดยอมเข้าวังหลวงมาเป็นนกต่อให้กับเขา หลอกให้ฮ่องเต้อย่างเขารักและไว้ใจ จากนั้นนางก็หักหลังเขาอย่างอำมหิต
นางอดทนใช้ชีวิตอยู่ข้างกายเขาถึงห้าปี ค่อยๆเปิดทางให้คนของเซี่ยซู่อันแทรกซึมเข้ามาในวังหลวงของเขาอย่างแยบยล ทุกๆวันนางจะต้มน้ำแกงบำรุงมาให้เขาดื่ม นางบอกว่านี่คือน้ำแกงบำรุงชั้นยอด แต่ว่าแท้จริงในน้ำแกงนั้นกลับผสมยาพิษเอาไว้ นางให้เขาดื่มทุกวัน จนสุดท้ายเขาก็ล้มป่วยหนักด้วยน้ำมือของนาง
ก่อนตายเขาถามนางว่า เคยรักเขาบ้างหรือไม่ นางกลับตอบอย่างเย็นชาว่าไม่เคยรักเขาเลยแม้แต่น้อย นางรักเซี่ยซู่อัน อีกไม่นานนางก็จะได้เป็นฮองเฮาของเซี่ยซู่อันแล้ว เขาเจ็บแค้นใจเหลือจะกล่าว แต่นางกลับไม่รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังเปิดทางให้เซี่ยซู่อันเข้ามาสังหารเขาอีกด้วย เซี่ยซู่อันใช้ดาบยาวเชือดคอเขาจนตาย และยังกระซิบข้างหูเขาว่ายามนี้เสด็จแม่ของเขาได้ถูกเสด็จอาสังหารแล้ว เขาเสียใจจนแทบบ้าที่ไม่อาจปกป้องเสด็จแม่ได้ แต่ต่อให้เสียใจมากเพียงใดมันก็สายเกินไปเสียแล้ว สุดท้ายเซี่ยซู่อันก็แย่งบัลลังก์มังกรไปจากเขาได้สำเร็จ
เขาสะดุ้งตื่นจากความฝันที่แสนน่ากลัว เหงื่อกาฬไหลโทรมกายเต็มไปหมด เขารู้ได้ทันทีว่าตนเองฝันเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าที่ไม่ควรจะเห็นเข้าเสียแล้ว ที่เป็นเช่นนี้คงเพราะสวรรค์ต้องการให้เขาได้มีอยู่ชีวิตอยู่ต่อและระแวดระวังคนชั่วกระมัง
ตั้งแต่ได้ฝันเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าในครั้งนั้น เขาก็เปลี่ยนความคิดของตนเองใหม่ ไม่ใจอ่อนและไม่หลงกลสองพ่อลูกนั่นอีก แต่ผู้ใดจะรู้ว่าต่อให้เขาจะระวังมากเพียงใดก็ยังไม่อาจฝืนลิขิตสวรรค์ได้
สุดท้ายจิ่งรั่วอิงก็ได้เข้าวังหลวงมาจริงๆ
แต่ไม่เป็นอันใด ยามนี้นางยังไม่ได้เข้าใกล้เขา ยังไม่ได้เป็นถึงฮองเฮา เขาย่อมหาทางป้องกันได้
หลังจากนางเข้าวังหลวงมาเขาก็ทำตัวเย็นชากับนางมาโดยตลอด ต่อให้นางจะใช้เล่ห์กลใดเขาก็ไม่มีทางหลงใหลในตัวนางเพราะเขารู้แล้วว่านางไม่จริงใจ แต่ใครจะรู้ว่านางจะใจกล้าถึงขนาดยัดเยียดตนเองปีนขึ้นเตียงเขา อีกทั้งยังบอกว่ายินดีจะตกเป็นของเขาทั้งตัวและหัวใจ นางพยายามปลุกปล้ำเขาอย่างสุดกำลัง แต่เขากลับไม่ยินยอม จึงสั่งให้คนลงโทษโบยนางและเอานางไปขังไว้ในตำหนักเย็นเสีย
สตรีนางนี้คิดจะหลอกใช้เขาเป็นเครื่องมือ นางเอาคำหวานมาหลอกล่อให้เขาตายใจหวังจะใช้ประโยชน์จากเขา เขาไม่มีทางหลงกลนางอีก
แม้ในใจจะมีความรู้สึกดีดีต่อนางหลงเหลืออยู่บ้าง แต่เขาคงไม่อาจเอาความรู้สึกส่วนตัวมาเป็นที่ตั้งเพราะว่าเขาคือฮ่องเต้!
"ทูลฝ่าบาท ลงโทษโบยเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ ยามนี้นางหมดสติไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
เสียงของไป๋กงกงปลุกให้เซี่ยเทียนอวี้ตื่นจากภวังค์ความคิด เขายกยิ้มเย็นชาก่อนจะเอ่ย
"ดี ให้นางรู้สำนึกซะบ้าง!"
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ แล้วจึงหันมาเอ่ยกับไป๋กงกง
"อย่าให้นางตาย ข้าจะเก็บนางเอาไว้ ข้าอยากรู้นักว่าเซี่ยซู่อันจะทำเช่นไรต่อไปหากได้รู้ว่าคนรักของตนเองโดนโบยเช่นนี้ หึ!"
ไป๋กงกงเมื่อได้ยินก็ถอนหายใจออกมาอย่างคิดไม่ตก ไม่รู้เพราะเหตุใดอยู่ๆฝ่าบาทก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ทั้งอารมณ์หงุดหงิดง่าย และยังระแวงผู้คนไปทั่ว แม้กระทั่งเขาเองยังตามอารมณ์ของฝ่าบาทไม่ทัน
เซี่ยเทียนอวี้ปรายตามองไป๋กงกงทันที
"เจ้าถอนหายใจทำไม"
"ไม่มีอันใดพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเพียงรู้สึกว่าฝ่าบาทปากไม่ค่อยจะตรงกับใจสักเท่าใดนัก"
เซี่ยเทียนอวี้ฟังจบก็ถลึงตาใส่ไป๋กงกงทันที
“บิดาเจ้าสิปากไม่ตรงกับใจ เหตุใดข้าต้องสนใจสตรีบัดซบเช่นนางด้วย ไป๋กงกง ตาแก่ปากมาก วันนี้เจ้าจะไปตายที่ไหนก็ไปข้าไม่สนใจเจ้าแล้ว!"
เอ่ยจบเขาก็ไม่มองหน้าไป๋กงกงอีก ไป๋กงกงเองก็ไม่คิดจะอยู่รบกวนเจ้านายจึงรีบออกไปทันที เมื่ออยู่เพียงลำพังคนเดียวแล้ว เขาก็ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาตนเองอย่างขมขื่น
ใครปากไม่ตรงกับใจ ใครร้องไห้กัน เขาน่ะหรือจะร้องไห้ให้สตรีชั่วช้าเช่นนาง เขาแค่เมากำยานจนน้ำตาไหลต่างหาก ไม่ได้ร้องไห้เพราะนางจริงๆนะ!
ด้านจิ่งรั่วอิงนั้นหลังจากถูกโบยแล้ว ทหารก็เอาตัวนางมาขังเอาไว้ในตำหนักเย็น นางอดทนได้เพียงสองวันก็สิ้นใจตายจากไปทันที ตั้งแต่เล็กจนโตนางถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม โทษโบยสิบไม้สำหรับคนอื่นอาจจะไม่หนักเท่าไหร่ แต่สำหรับสตรีบอบบางเช่นนางย่อมไม่เหมือนกัน นางทนไม่ไหวจึงขาดใจตายไปทันที
เดิมทีเมื่อจิ่งรั่วอิงตายไปแล้วทุกอย่างก็ควรจะจบลงแต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนั้น
จิ่งรั่วอิงคนเก่าตายจากไปแล้วนั่นคือเรื่องจริง แต่ทว่ากลับมีวิญญาณจากโลกอนาคตมาสิงสู่อยู่ในร่างของนางแทน
สตรีจากโลกปัจจุบันมีชื่อแซ่เหมือนกับจิ่งรั่วอิงเจ้าของร่างเดิมและยังมีหน้าตาเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน หญิงสาวตกใจมาก นางกำลังนั่งกินบะหมี่เย็นอยู่ดีดีก็หมดสติไป จากนั้นก็ตื่นขึ้นมาอยู่ในร่างของสตรีนางนี้เสียแล้ว
ไม่เพียงเท่านั้นนางยังมองเห็นจุดจบของเจ้าของร่างเดิมในอีกห้าปีข้างหน้าอีกด้วย!
เจ้าของร่างเดิมนามว่าจิ่งรั่วอิงผู้นี้แท้จริงแล้วมิใช่คนดีอันใด นางแต่งกับฮ่องเต้รูปงามเพื่อเอาตัวเข้าแลก หวังปูทางให้ชายอันเป็นที่รักของตนแย่งชิงบัลลังก์มังกรได้สำเร็จ นางวางยาสามีตนจนป่วยหนัก จากนั้นก็เปิดทางให้ชายคนรักมาฆ่าสามีตน เมื่อชายคนรักได้สมปรารถนาขึ้นเป็นฮ่องเต้ดั่งใจหวัง กลับไม่ทำตามสัญญา เขาแต่งหวงซูเหยาสตรีอีกคนขึ้นเป็นฮองเฮาแทน จากนั้นก็ใช้เชือกรัดคอจิ่งรั่วอิงจนตาย ก่อนตายเขายังกระซิบบอกกับนางว่า
"เจ้าหมดประโยชน์แล้ว ยามนี้ข้าได้ในสิ่งที่ข้าต้องการแล้ว เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องม่ีชีวิตอยู่อีกต่อไป เจ้าทำเพื่อข้ามามากพอแล้ว โปรดจากไปอย่างสบายใจเถอะ ข้าจะส่งเจ้าไปเอง อ้อ ข้ายังไม่ได้บอกความจริงกับเจ้าอีกเรื่องหนึ่ง แท้จริงแล้วสตรีที่ข้ารักคือหวงซูเหยา ไม่ใช่เจ้า เจ้ามันก็แค่หมากบนกระดานของข้า!"
เขาหักหลังจิ่งรั่วอิงได้อย่างเลิือดเย็น ใช้นางเป็นหินรองเท้าเหยียบขึ้นไปสู่ตำแหน่งสูงสุด จิ่งรั่วอิงคนเก่ารักเทิดทูนเขายิ่งชีพ ไม่เพียงยอมตกเป็นของชายอื่นเพื่อเขา นางยังไปขโมยตราพยัคฆ์สั่งการทหารของบิดามามอบให้เขาอีกด้วย ทำให้เขาก่อกบฏสังหารเซี่ยเทียนอวี้ได้สำเร็จ
เมื่อจิ่งรั่วอิงตาย เซี่ยซู่อันก็สังหารคนตระกูลจิ่งทิ้งทั้งหมดเพื่อไม่ให้เป็นภัยในภายหลัง แต่ไหนแต่ไรแม่ทัพใหญ่จิ่งก็ไม่เคยชอบหน้าเขาอยู่แล้ว เขาย่อมไม่มีทางปล่อยให้คนผู้นี้มีชีวิตรอดมาแว้งกัดเขาได้ในภายหลัง
จิ่งรั่วอิงคนใหม่ มองเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าได้อย่างอัศจรรย์ นางตกใจไม่น้อย ไม่คิดเลยว่าบนโลกใบนี้จะมีเรื่องเหลือเชื่อเช่นนี้อยู่
อยู่ๆวิญญาณของนางก็ถูกแรงดึงดูดมหาศาลดูดกลืนอีกครั้ง ก่อนจะหมดสติไปอีกหน แต่ทว่าไม่นานนางก็ฟื้นขึ้นมาอีกรอบ
เห้อ สุดท้ายก็ยังวนกลับมาอยู่ในร่างของจิ่งรั่วอิงสตรีโง่เขลาผู้นั้นอีกเหมือนเดิม
สองสามวันมานี้นางสลบและฟื้นวนเวียนซ้ำๆอยู่เช่นนี้หลายครั้งหลายหนจนรู้สึกเหนื่อยใจ ยามที่สลบก็จะฝันเห็นเหตุการณ์ที่เจ้าของร่างเดิมถูกชายคนรักฆ่าตายวนอยู่ซ้ำๆ พอได้สติฟื้นกลับมาก็แทบอยากตายเพราะแผลที่หลังซึ่งได้มาจากการถูกโบยมันช่างเจ็บปวดทรมานยิ่งนัก
“พระสนม ทรงฟื้นแล้วหรือเพคะ ฮือ พระสนมบ่าวกลัวแทบแย่ หลายวันก่อนพระองค์ทรงไม่หายใจแล้ว แต่กลับฟื้นขึ้นมาได้ช่างเป็นเรื่องที่ดียิ่งนัก เร็วเข้าอันหราน เจ้ารีบเอาน้ำมาให้พระสนมดื่มดับกระหายเร็วเข้า!"
หลิงซีนางกำนัลคนสนิทของจิ่งรั่วอิงหันไปเอ่ยกับอันหรานนางกำนัลอีกคนด้วยน้ำเสียงดีอกดีใจ จิ่งรั่วอิงรู้แล้วว่าสองคนนี้คือนางกำนัลคนสนิทของนาง เพราะตอนที่นางทะลุมิติมาใหม่ๆก็มีสองคนนี้คอยดูแลมาโดยตลอด
ที่นางต้องตกมาอยู่ในสภาพนี้ก็เพราะจิ่งรั่วอิงคนเก่าพยายามปลุกปล้ำฝ่าบาท เขาจึงสั่งลงโทษ ช่างหาเรื่องซวยโดยแท้ ที่สำคัญชายคนรักที่เจ้าของร่างเดิมเทิดทูนนักหนายังไม่เคยมาดูดำดูดีเลยสักหน แม้แต่จะส่งคนมาถามไถ่สักคำเขายังไม่ทำ!
ทะลุมิติมาทั้งทีจะให้มาอยู่ในร่างคนดีหน่อยก็ไม่ได้ เหตุใดต้องให้นางมาอยู่ในร่างสตรีบัดซบเช่นนี้ด้วยนะ
เวรฉิบ! เทิดทูนความรักอย่างไม่ลืมหูลืมตาจนนำหายนะไปสู่ตระกูล ช่างโง่เขลาโดยแท้ ในเมื่อนางมาอยู่ในร่างนี้แล้ว นางจะไม่มีทางเดินซ้ำรอยเจ้าของร่างเดิมเป็นอันขาด
จิ่งรั่วอิงเจ็บหลังจนแทบทนไม่ไหว นางดื่มน้ำที่หลิงซีและอันหลานนำมาป้อนให้จนหมด จึงทำให้รู้สึกชุ่มคอไม่น้อย หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะหันมาเอ่ยถามนางกำนัลทั้งสองคน
“ข้าหิวมากเลย พวกเจ้าไปหาอาหารมาให้ข้ากินหน่อย ขอเป็นเนื้อเยอะๆนะ”
หลิงซีและอันหรานหันมาสบตากันทันที เป็นหลิงซีที่เอ่ยกับเจ้านายอย่างกล้าๆกลัวๆ
“เสวยเนื้อไม่ได้เพคะ ฝ่าบาททรงสั่งเอาไว้ว่าให้พระสนมกินเจสวดมนต์อยู่ในตำหนักเย็นจนกว่าจะรู้สำนึกเพคะ”
เสมือนฟ้าผ่าลงกลางใจของจิ่งรั่วอิง ดวงตาของนางเหม่อลอยไปชั่วขณะ
กินเจสวดมนต์หรือ?
ใครอยากกินเจกันข้าอยากกินเนื้อย่าง ได้โปรดเอาเนื้อย่างมาให้ที ข้าจะลงแดงแล้ว!
ด้านจิ่งรั่วอิงนั้นก็ติดฝนอยู่กับเซี่ยซู่อันไม่อาจหนีไปไหนได้ ระหว่างนี้นางต้องแสร้งทำเป็นรักใคร่เขาเสียเต็มประดาทั้งที่ในใจอยากจะกระโดดถีบสองขาคู่ รออยู่ราวครึ่งชั่วยามในที่สุดฝนก็หยุดตกเสียที นางแสร้งทำท่าทีร้อนใจก่อนจะหันมาเอ่ยกับเขา"พี่ซู่อัน ข้าคงต้องรีบกลับแล้ว เกรงว่าหากเขาสร่างเมาแล้วไม่เห็นข้าจะสงสัยเอาได้ ท่านก็รีบกลับไปเถอะ ระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ แล้วก็อย่าลืมคิดถึงข้าด้วยเล่า""ได้ ข้าจะคิดถึงเจ้าทุกคืนวัน”เขาเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แววตาที่ใช้มองนางก็หวานล้ำเป็นอย่างยิ่ง จิ่งรั่วอิงลอบปรบมืออยู่ในใจ ไอ้หมอนี่ถ้าอยู่ในยุคปัจจุบันมันจะต้องเป็นดาราดังแถวหน้าอย่างแน่นอน แสดงเก่งซะขนาดนี้เมื่อไม่มีสิ่งใดแล้วทั้งจิ่งรั่วอิงและเซี่ยซู่อันจึงแยกย้ายกันกลับไปยังที่ทางของตนเองทันทีระหว่างที่จิ่งรั่วอิงเดินกลับมาที่เรือนพักอารมณ์ของนางก็ไม่ใคร่จะดีเท่าใดนัก หญิงสาวถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกก่อนจะสั่งให้หลิงซีเอาไปเผาทิ้งเสีย หลิงซีสงสัยว่าเจ้านายจะเอาไปเผาทำไมชุดสวยขนาดนี้ช่างน่าเสียดายนัก แต่ว่านางกลับไม่กล้าเอ่ยถาม ทำได้เพียงรีบเอาเสื้อคลุมตัวนั้นไปเผาตามคำสั่งเมื่อจิ่งรั่วอิง
เย็นวันนั้นเซี่ยเทียนอวี้จัดงานเลี้ยงที่พระราชวังฤดูร้อนเพื่อให้เหล่าขุนนางและทุกคนที่รวมเดินทางมาได้ผ่อนคลายกันอย่างเต็มที่ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังมอบอาหารดีดีให้กับเหล่าข้ารับใช้อีกด้วยเสิ่นไทเฮานั้นอยู่พูดคุยกินดื่มด้วยเพียงชั่วครู่ก็ขอตัวกลับไปสวดมนต์ต่อ เซี่ยเทียนอวี้หันไปมองจิ่งรั่วอิงที่นั่งอยู่ข้างกันก็พบว่ายามนี้สตรีตัวแสบของเขากำลังนั่งรอให้นางกำนัลคีบอาหารเข้าปากให้อย่างสบายอารมณ์ เหอะ จะกินยังขี้เกียจคีบเองช่างเหลือเกินจริงเชียวจิ่งรั่วอิงหันมองไปโดยรอบ อยู่ๆสายตาก็สบประสานเข้ากับเซี่ยซู่อันที่มองมาพอดี เขาส่งสายตาบางอย่างให้กับนาง หญิงสาวจึงแสร้งพยักหน้าให้เขาเล็กน้อย ก่อนจะหันไปกินอาหารต่อ ที่เขาส่งสายตาให้นางคงเพราะเรื่องที่นัดพบกันวันนั้นสินะนางจำได้ ด้านเซี่ยเทียนอวี้ก็ทำเป็นมองไม่เห็นว่าเซี่ยซู่อันส่งสายตาให้จิ่งรั่วอิง เขาต้องข่มกลั้นตนเองอย่างมากเพื่อไม่ให้ระเบิดอารมณ์ออกมาจนทำให้เสียเรื่องเซี่ยซู่อันที่เห็นว่าจิ่งรั่วอิงพยักหน้าตอบรับแล้วจึงพอจะสบายใจขึ้นมาได้บ้าง แรกเริ่มเขารู้สึกกังวลใจมากที่นางไม่ปฏิกิริยาตอบสนองต่อเขาเลย แต่เมื่อได้เห็นว่าวันนี้นางพยักหน้าร
วันเวลาล่วงเลยมาจนถึงวันที่เซี่ยเทียนอวี้จะต้องเดินทางไปทำพิธีขอฝนที่พระราชวังฤดูร้อนบนเขาแล้ว ครั้งนี้เขาให้เหล่าขุนนางเตรียมการเอาไว้เป็นอย่างดีทุกอย่าง การเดินทางในครานี้เขาพาจิ่งรั่วอิงไปด้วย ส่วนเสิ่นไทเฮาก็ติดตามไปด้วยเช่นเดียวกันเวินเมี่ยวและมู่ลี่อย่างไรก็ได้ชื่อว่าเป็นคนของเชื้อพระวงศ์ เซี่ยเทียนอวี้จึงอนุญาตให้พวกนางติดตามไปด้วยได้ สตรีทั้งสองแม้จะไม่ชอบใจจิ่งรั่วอิงมากเพียงใด แต่เมื่อได้ทราบว่ายามนี้คนเขาเป็นถึงจิ่งเฟย พวกนางสองคนจึงไม่กล้าหาเรื่องใส่ตัวอีกการเดินทางครั้งนี้มีแม่ทัพใหญ่จิ่งและจิ่งรุ่ยถวายอารักขาอย่างเข้มงวด แม่ทัพใหญ่จิ่งควบม้านำอยู่ขบวนหน้าสุด ส่วนจิ่งรุ่ยคุ้มกันอยู่ที่ท้ายขบวน เซี่ยเทียนอวี้และจิ่งรั่วอิงนั้นนั่งอยู่ในรถม้าคันแรก ตามมาด้วยรถม้าของเสิ่นไทเฮา รถม้าของเวินเมี่ยว มูลี่ และรถม้าของเซี่ยซู่อันกับเซี่ยชินอ๋อง ตามมาด้วยรถม้าของบรรดาเหล่าขุนนางและฮูหยินที่ติดตามมาด้วยจิ่งรั่วอิงนั่งเอนกายอยู่บนรถม้าอย่างสบายอารมณ์ มือหนึ่งก็หยิบขนมเข้าปาก มือหนึ่งก็ถือถ้วยชาขึ้นจิบอย่างมีความสุข เซี่ยเทียนอวี้ปรายตามองนางหนหนึ่งแล้วจึงเอ่ยประชดประชัน"เจ้านี่สบ
เรื่องที่เซี่ยชินอ๋องและเซี่ยซู่อันปลดทุกข์กลางงานเลี้ยงสร้างความอับอายให้กับพวกเขาสองพ่อลูกเป็นอย่างมาก ทั้งสองคนถึงขนาดขอลาป่วยไม่มาร่วมประชุมยามเช้าอยู่หลายวัน เมื่อกลับมาร่วมประชุมยามเช้าอีกครั้งก็ต้องอับอายยิ่งกว่าเดิม เพราะเหล่าขุนนางต่างมองพวกเขาด้วยสายตาประหลาดเซี่ยซู่อันถึงกับลอบสบถในใจไม่เคยท้องเสียกันหรือไง!ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นวันนั้นพวกเขาก็สืบหาเบาะแสมาโดยตลอด แต่กลับไม่พบเรื่องผิดปกติใดเลย พวกเขาจึงถอดใจไม่สืบสาวราวเรื่องต่อการประชุมขุนนางยามเช้าในวันนี้เป็นเรีืองของการเดินทางไปทำพิธีขอฝนที่พระราชวังฤดูร้อนบนเขา เซี่ยเทียนอวี้มีกำหนดการเดินทางในอีกสามวันข้างหน้า โดยมีแม่ทัพใหญ่จิ่งเป็นคนคอยคุ้มกันขบวนเสด็จด้านแม่ทัพใหญ่จิ่งก็รอโอกาสเหมาะมาถึง แล้วจึงเดินขึ้นมาด้านหน้าท้องพระโรงก่อนจะคำนับต่อหน้าพระพักตร์อย่างนอบน้อม เซี่ยเทียนอวี้ที่เห็นอย่างนั้นก็มองแม่ทัพใหญ่จิ่งคราหนึ่ง"ท่านแม่ทัพมีสิ่งใดก็พูดมาได้เลย ไม่ต้องมากพิธี"แม่ทัพใหญ่จิ่งยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะล้วงหยิบตราพยัคฆ์และส่งให้ไป๋กงกงนำขึ้นไปมอบให้กับเซี่ยเทียนอวี้"ยามนี้บ้านเมืองสงบสุขแล้ว กระหม่อมขอส่งคืนกองกำ











