เข้าสู่ระบบอยู่ๆก็ทะลุุมิติมาเป็นพระสนมของฮ่องเต้ไบโพล่า ซ้ำร้ายเขายังเกลียดชังนางอย่างกับอะไรดี เช่นนี้จะทำอย่างไรดีเล่า จะหาทางหนีออกจากวังหลวง หรือยื่นข้อเสนอที่แสนเร้าใจให้เขาดี? อยู่ๆ จิ่งรั่วอิง ก็ทะลุมิติมาเป็นพระสนมแสนชังของ เซี่ยเทียนอวี้ ฮ่องเต้ไบโพล่าที่อารมณ์ขึ้นๆลงๆ นางต้องคอยรับมือกับเขาจนปวดหัว ไม่เพียงเท่านั้น นางยังต้องคอยรับมือกับตัวร้ายที่จ้องจะหลอกใช้นางอีกด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้นางจึงยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจให้กับเซี่ยเทียนอวี้เพื่อขอให้เขาช่วยนางแก้แค้นคนผู้หนึ่ง และดูเหมือนเขาจะพอใจกับข้อเสนอนี้มากเสียด้วยเพราะเขาและนางมีศัตรูคนเดียวกัน มาเถอะเพคะฝ่าบาท มาแก้แค้นไปพร้อมกัน!
ดูเพิ่มเติม퇴근길의 만원 버스는 언제나 불쾌한 소음과 눅눅한 공기로 가득했다. 피로에 지친 사람들이 꾸역꾸역 밀려드는 좁은 공간 속에서, 유진은 그저 창밖으로 흘러가는 회색빛 도시의 풍경을 무표정하게 바라보고 있었다.
매일 반복되는 지루한 일상이었고, 오늘도 특별할 것 없는 하루의 마무리가 될 터였다. 버스가 정류장에 멈춰 서고, 앞문이 열리며 또 한 무리의 사람들이 쏟아져 들어오기 전까지는 말이다.
축 처진 어깨로 스마트폰만 들여다보던 유진의 시선이 한순간에 멎었다. 버스 계단을 밟고 올라온 그녀를 본 순간, 거짓말처럼 주변의 모든 소음이 아득해졌다.
단정하게 묶은 머리칼 아래로 드러난 하얀 목덜미, 살짝 찌푸려진 미간마저도 투명하게 빛나는 청초한 얼굴이었다.
짙은 네이비색 코트 자락을 가볍게 휘날리며 카드를 찍는 그녀의 움직임 하나하나가 유진의 눈동자에 느린 화면처럼 박혀 들었다. 심장이 덜컥 내려앉는 느낌이었다. 살면서 단 한 번도 이상형이라는 추상적인 단어를 진지하게 생각해 본 적이 없었건만, 유진은 직감적으로 알 수 있었다. 바로 저 여자다. 내가 오랫동안 기다려온 사람이 바로 저곳에 서 있었다.
'어떻게 사람이 저런 분위기를 풍길 수 있지?'
유진은 마른침을 삼켰다. 그녀는 만원 버스의 복도를 헤치고 들어와 유진이 서 있는 손잡이 기둥 근처에 자리를 잡았다. 거리가 가까워질수록 유진의 심장 박동은 통제 불능 상태로 빨라졌다.
코끝을 스치는 은은한 비누 향기가 그녀의 존재를 더욱 선명하게 각인시켰다. 손끝이 저릿할 정도로 긴장감이 밀려왔다. 시선을 어디에 두어야 할지 몰라 창문에 비친 그녀의 실루엣을 훔쳐보는 것이 유진이 할 수 있는 전부였다.
버스가 거칠게 덜컹거리며 출발했다. 좁은 공간에서 사람들의 몸이 이리저리 쏠렸다. 유진은 본능적으로 팔을 뻗어 그녀의 머리 위쪽 기둥을 단단히 붙잡았다. 밀려드는 인파로부터 그녀를 보호하려는 무의식적인 행동이었다. 그녀의 작은 어깨가 유진의 단단한 가슴팍과 닿을 듯 말 듯한 거리에 이르렀다. 숨결이 닿을 만큼 가까운 거리에서 유진은 숨을 죽였다.
그녀는 창밖에 비친 유진의 시선을 느꼈는지, 고개를 살짝 돌려 유진을 올려다보았다. 맑고 깊은 눈동자가 유진의 시선과 정면으로 부딪쳤다. 순간 유진의 숨이 멎었다. 가로등 불빛이 창문을 타고 흘러내려 그녀의 눈동자 속에서 잘게 부서지고 있었다. 유진은 터져 나오려는 심장 소리가 그녀에게 들릴까 봐 두려워졌다.
그때였다. 앞서가던 차량이 급정거를 했는지, 버스가 날카로운 굉음을 내며 급브레이크를 밟았다.
"어, 앗!"
중심을 잃은 그녀의 몸이 앞으로 크게 휘청였다. 유진은 생각할 겨를도 없이 기둥을 잡고 있던 손을 뻗어 그녀의 가녀린 허리를 단단히 감싸 안았다. 다른 한 손으로는 주변의 손잡이를 꽉 움켜쥐며 버티어 섰다. 둔탁한 충격과 함께 그녀의 부드러운 몸이 유진의 품에 완전히 안겨들었다.
시간이 멈춘 것만 같았다. 유진의 가슴에 닿은 그녀의 온기와 심장의 고동이 손바닥을 통해 고스란히 전해졌다. 그녀의 머리카락에서 풍기는 비누 향취가 유진의 이성을 마비시킬 정도로 짙게 풍겨왔다. 유진은 손에 힘을 주어 그녀를 흔들림 없이 받쳐주었다.
"괜찮으세요?"
유진의 목소리가 평소보다 낮고 가라앉아 있었다. 스스로도 놀랄 만큼 다정한 어조였다.
그녀는 놀란 토끼처럼 눈을 동그랗게 뜨고 유진을 바라보았다. 유진의 턱선과 넓은 어깨, 그리고 자신을 단단하게 지탱해 주고 있는 억센 팔뚝을 번갈아 바라보던 그녀의 뺨이 순식간에 붉게 물들었다. 그녀는 서둘러 중심을 잡으며 유진의 품에서 살짝 물러났다. 하지만 워낙 비좁은 공간 탓에 완벽히 떨어질 수는 없었다.
"네, 괜찮아요. 감사합니다. 하마터면 넘어질 뻔했네요."
그녀의 목소리는 맑고 청아했다. 귀를 간지럽히는 그 음성에 유진의 가슴 속에서 간지러운 파도가 일었다. 그녀는 수줍은 듯 고개를 숙이며 헝클어진 머리칼을 귀 뒤로 넘겼다. 그 사소한 손짓마저도 유진의 시선을 완벽히 사로잡았다.
"버스가 좀 거칠게 운행하네요. 제 옷자락이나 이쪽 기둥을 잡으세요. 위험하니까."
유진은 슬쩍 자신의 코트 자락을 내주며 말했다. 심장은 터질 것처럼 뛰고 있었지만, 겉으로는 최대한 덤덤하고 젠틀한 모습을 유지하려 애썼다.
지금 이 순간만큼은 그녀에게 가장 든든한 남자로 보이고 싶었다.
그녀는 유진이 내민 코트 자락을 가만히 바라보다가, 이내 수줍게 미소를 지으며 유진의 셔츠 소매 끝을 살짝 움켜쥐었다. 손가락 끝에 닿는 가벼운 힘이었지만, 유진에게는 거대한 전율로 다가왔다.
"그럼, 실례할게요."
그녀가 속삭이듯 말했다. 두 사람 사이에 묘한 기류가 흐르기 시작했다. 만원 버스의 불쾌했던 소음은 어느새 소거되고, 오직 서로의 숨소리와 미세한 살 부딪침만이 대기 속에 남았다. 유진은 그녀가 잡은 소매 끝이 타들어 갈 것만 같은 뜨거움을 느꼈다.
'이대로 시간이 멈췄으면 좋겠다.'
유진은 속으로 몇 번이고 되뇌었다. 버스는 몇 개의 정류장을 더 지나쳤고, 사람들이 내리고 탈 때마다 유진은 온몸으로 그녀의 공간을 확보해 주었다.
그녀 역시 그런 유진의 배려를 아는지, 가끔씩 고개를 들어 유진에게 감사와 신뢰가 담긴 눈빛을 보내왔다. 그 눈빛을 받을 때마다 유진의 가슴은 터질 듯 부풀어 올랐다. 이것이 말로만 듣던 썸의 시작일까? 아니, 유진에게는 이미 거대한 사랑의 서막이었다.
안내 방송에서 다음 정류장의 이름이 흘러나왔다. 유진이 내려야 하는 곳이었다. 그런데 그녀의 몸이 움찔하며 문 쪽을 향해 돌아섰다. 그녀 역시 같은 정류장에서 내리는 모양이었다. 유진의 심장이 다시금 요동치기 시작했다. 이대로 헤어질 수는 없었다. 오늘 이 기회를 놓치면 평생을 후회할 것 같다는 강렬한 예감이 들었다.
버스가 정류장에 멈춰 서고 문이 열렸다. 사람들이 내리기 시작하자 그녀가 유진의 소매를 놓고 먼저 걸음을 옮겼다. 유진은 그 뒤를 바짝 쫓았다. 버스 계단을 내려와 차가운 밤공기가 얼굴에 닿는 순간에도 유진의 시선은 오직 그녀의 뒷모습에 고정되어 있었다.
"ค่อยๆเดินนะเพคะฮองเฮา ดูแล้วเหมือนจะได้ลูกแฝดเลยเพคะ"หลิงซีและอันหรานช่วยประคองเจ้านายของตนมานั่งอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเอ่ยอย่างดีอกดีใจ จิ่งรั่วอิงเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็แย้มยิ้มเต็มใบหน้า คราวก่อนนางทดลองใช้แส้ฟาดเขา ไม่นานนางก็ตั้งครรภ์จริงๆ นับว่าเยี่ยมมากเลยหญิงสาวหยิบผลผูเถาขึ้นมากินอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับเอ่ยชมว่าเซี่ยเทียนอวี้ช่างทำดีทำถึงจริงๆ“ฝ่าบาทคงจะกำลังร่วมประชุมยามเช้าอยู่กระมัง"จิ่งรั่วอิงเอ่ยถามนางกำนัลทั้งสอง หลิงซีและอันหรานพยักหน้าพลางเอ่ยตอบ"เพคะ หม่อมฉันได้ยินมาว่า ขุนนางพวกนั้นจ้องแต่จะให้ฝ่าบาทรับพระสนมคนใหม่เข้าวังหลวง พวกเขาอ้างว่ายามนี้ฮองเฮาทรงตั้งพระครรภ์ไม่อาจปรนนิบัติฝ่าบาทได้ จึงยกเรื่องนี้ขึ้นมาอ้างเพคะ"จิ่งรั่วอิงรับฟังอย่างไม่ใส่ใจเท่าใดนัก"ช่างเถอะ""ช่างเถอะอะไรกันเพคะ เกิดฝ่าบาททรงรับสตรีอื่นเข้ามาจริงๆ ฮองเอามิทรงหนักพระทัยแย่หรือเพคะ"จิ่งรั่วอิงไม่ตอบแต่กลับยกยิ้มมุมปาก หากเขากล้าทำเช่นนั้น นางจะตัดหนอนน้อยของเขาทิ้งเสีย ตัดแล้วสับๆโยนไปให้นกพิราบกิน!ด้านเซี่ยเทียนอวี้ยามนี้ก็กำลังร่วมประชุมยามเช้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ตั้งแต่เซี่ยชินอ
เมื่อเรื่องราวทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้้วยดี เซี่ยเทียนอวี้ก็สั่งให้คนนำศพของสองพ่อลูกบัดซบไปแขวนประจานเอาไว้ที่หน้าประตูเมือง เพื่อให้ผู้คนได้ดูเป็นเยี่ยงอย่างว่าหากใครคิดทำชั่วจะต้องถูกลงโทษเช่นนี้ ส่วนคนของเซี่ยชินอ๋องก็ถูกฆ่าล้างบางไม่เหลือ ค่ายหทารเดนตายก็ถูกทำลายสิ้น นับว่าทุกอย่างจบสิ้นไปได้ด้วยดีส่วนเวินเมี่ยวและมู่ลี่ เขาก็ปลดนางออกจากการเป็นพระสนม คืนอิสะให้แก่พวกนางทั้งสองคน และรับพวกนางเป็นน้องสาวบุญธรรม อีกทั้งยังอนุญาตให้พวกนางแต่งงานกับบุรุษที่ตนพึงใจได้ เวินเมี่ยวและมู่ลี่แม้จะเสียใจเพียงใดแต่ก็ยอมรับได้ เพราะอย่างน้อยฝ่าบาทก็ยังเมตตาพวกนางสองคนอยู่บ้างเซี่ยเทียนอวี้แต่งตั้งจิ่งรั่วอิงขึ้นเป็นฮองเฮา ในวังหลังของเขามีนางเป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียวหลังจากเสร็จสิ้นพิธีการต่างๆแล้ว เขาและนางก็พากันกลับมาเยี่ยมจวนตระกูลจิ่ง เดิมทีนางจะกลับมาเยี่ยมบิดานานแล้ว แต่เพราะเซี่ยเทียนอวี้เล่นแง่ไม่ยอมปล่อยนางออกมาเสียทีนางจึงไม่อาจกลับบ้านได้ แต่พอนางโมโหจริงๆเขาจึงไม่กล้าขัดใจนางอีก และยังบอกว่าจะมาเยี่ยมจวนตระกูลจิ่งพร้อมกับนางอีกด้วย แม่ทัพใหญ่จิ่งและจิ่งรุ่ยเมื่อทราบว่าพวกนางจะกลับ
เซี่ยเทียนอวี้บาดเจ็บสาหัส แน่นอนว่าท่านหมอย่อมต้องทำการรักษาเขาอย่างรวดเร็ว เมื่ออาการของชายหนุ่มคงที่แล้ว จิ่งรั่วอิงจึงพาเขาเดินทางกลับเมืองหลวงในทันที อย่างไรเสียที่เมืองหลวงก็มีหมอฝีมือดีกว่าเมืองเยี่ยนจิง โชคดีที่หนนี้เดินทางมากับเรือ ภายในเรือมีห้องพักที่สะดวกสบายมากกว่ารถม้า จึงทำให้เซี่ยเทียนอวี้เดินทางกลับเมืองหลวงได้อย่างราบรื่นศพของเซี่ยซู่อันและเซี่ยชินอ๋องรวมไปถึงหวงซูเหยานั้นถูกนำขึ้นเรือกลับเมืองหลวงมาด้วย อย่างไรย่อมต้องรอให้เซี่ยเทียนอวี้ฟื้นขึ้นมาเสียก่อนจึงจะรู้ว่าควรต้องจะการเช่นไรต่อ ส่วนราชครูหวงนั้นเมื่อได้ทราบว่าบุตรสาวถูกเซี่ยซู่อันสังหารจนตายก็เสียใจจนเป็นบ้าเป็นหลัง จิ่งรั่วอิงอดเวทนาขึ้นมาไม่ได้ อีกทั้งยังด่าทอเซี่ยซู่อันว่าเขาช่างใจดำอำมหิตเกินคนยามนี้จิ่งรั่วอิงกำลังนั่งอยู่ข้างเตียงนอนของเซี่ยเทียนอวี้ ก่อนหน้านี้บิดาและพี่ชายของนางได้เข้ามาเยี่ยมดูอาการของเขารอบหนึ่งแล้ว ก่อนจะออกไปอารักขาอยู่ที่ด้านนอก ก่อนไปบิดาและพี่ชายยังเอ่ยปลอบใจนางหลายประโยค อีกทั้งยังย้ำว่าเซี่ยเทียนอวี้จะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอนจิ่งรั่วอิงยื่นมือไปลูบใบหน้าของเซี่ยเทียนอวี้เบ
ยามนี้เซี่ยซู่อันบ้าคลั่งจนไม่หลงเหลือความเป็นคนแล้ว หลังจากที่หนีออกมาจากเซี่ยเทียนอวี้ได้เขาก็เรียกรวมพลทหารเดนตายและสั่งให้ทหารพวกนั้นฆ่าคนบริสุทธิ์อย่าให้เหลือ เขาต้องการทำให้แผ่นดินอาบไปด้วยโลหิต เขาอยากเห็นนักว่าเซี่ยเทียนอวี้จะทำเช่นไร ในเมื่อเขาไม่ชนะ เซี่ยเทียนอวี้ก็ต้องพ่ายแพ้เช่นเดียวกัน“เซี่ยซู่อันเจ้าหยุดเถอะ!”เซี่ยเทียนอวี้พาทหารออกมาสมทบกับแม่ทัพใหญ่จิ่งและจิ่งรุ่ยเพื่อคุ้มกันชาวบ้าน ทหารทั้งสองฝั่งกำลังห่ำหั่นกันอย่างเอาเป็นตาย เซี่ยซู่อันหันมามองเซี่ยเทียนอวี้แล้วเอ่ยอย่างไม่รู้สึกผิด"เหตุใดข้าต้องหยุดด้วย ข้าจะทำลายทุกอย่างที่เจ้ารัก พรากทุกอย่างที่เป็นของเจ้าไปให้หมด หากข้าไม่ได้เป็นฮ่องเต้ เจ้าก็อย่าหวังจะได้นั่งบนบัลลังค์อย่างสงบสุขเลย อีกไม่นานหูเฟินจะนำกองกำลังเสริมมาสมทบ เจ้าคิดว่าในมือข้ามีแค่ทหารเดนตายอย่างนั้นหรือ เจ้าคิดผิดแล้ว!"เซี่ยเทียนอวี้เอ่ยอย่างภูมิอกภูมิใจ ทหารที่ว่าคือทหารของท่านพ่อที่มอบเอาไว้ให้กับเขา หากนำมาสมทบกับทหารเดนตายย่อมไม่ด้อยไปกว่าทหารของตระกูลจิ่ง เซี่ยเทียนอวี้มองเซี่ยซู่อันอย่างดูแคลนแล้วเอ่ยอย่างเวทนา"เจ้าคงผิดหวังแล้วล่ะซู่อ





