Masukสิ่นอวี้หลันตกหลุมรักมู่หยางโหวตั้งแต่แรกพบ จึงตามราวีสตรีทุกคนที่อยู่ข้างกายเขา หวังครอบครองเขาเพียงคนเดียว . นางเฝ้าทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อบีบบังคังให้มู่หยางโหวรับนางเป็นภรรยา กระทั่งนางสามารถแต่งเข้าจวนของเขาได้ ทว่าเขากลับเย็นชาผลักไสรังเกียจเดียดฉันท์นางยิ่งกว่าหนอนเน่า ๆ ตัวหนึ่ง . ต่อมาเขายังรับภรรยารองเข้าจวนเฝ้ารักถนอมภรรยารองและเห็นนางเป็นเพียงสตรีไร้ค่าในสายตา เขายังร้องขอหนังสือหย่าจากนางอยู่ร่ำไป . นางเจ็บปวดแต่ก็อดทนหวังว่าเมื่อนางทำดีแล้วจะทำให้เขาหันมามองนางบ้าง แต่สุดท้ายทุกสิ่งกลับไร้ค่าจนนางยอมตัดใจเขียนหนังสือหย่าแต่โดยดี มู่หยางโหวกลับเปลี่ยนไปราวเป็นคนละคน บัดนี้เขาตามตอแยไม่ห่าง ทั้งยังไม่ยอมลงนามในหนังสือหย่าอย่างที่เคยต้องการ . ให้ตายเถิด เขาเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร จึงได้หันกลับมาง้องอนนางเช่นนี้!
Lihat lebih banyakหลังจากที่มู่หยางหายดี ก็ถึงเวลาที่เขาต้องพาภรรยากลับจิ้งโหยว เสิ่นอวี้หลันจึงกลับจวนไปกล่าวลาบิดามารดาหลังได้รับคำอวยพรนางจึงจากลามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม การเดินทางไปจิ้งโหยวครานี้ล้วนดียิ่งนักเพราะสามีนั่งอยู่ในรถม้าคันเดียวกันกับนางไม่ห่างจากกายของนางเลยแม้แต่น้อยเมื่อไปถึงจิ้งโหยว จางเฟิ่นก็มารายงานว่าหลี่ซินกินยาพิษฆ่าตัวตายไปได้หลายวันแล้ว หลังจากที่นางได้ข่าวว่าพี่ชายของนางได้ตายไปในตอนเกิดเหตุการณ์แย่งชิงตัวประกันในครานั้นเสิ่นอวี้หลันคิดถึงความฝันของตนเอง ในฝันยามนั้นหลี่ซินใช้มีดแทงท่านโหวเพราะบอกว่าพี่ชายของนางตายด้วยเงื้อมมือของท่านโหวตอนนี้ความฝันของนางก็เป็นจริงเรื่องหนึ่งคือพี่ชายของนางถูกท่านโหวสังหารและตายไปแล้วจริง ๆเพราะกลับไปเมืองหลวงนาน เมื่อกลับมาท่านโหวจึงมีงานค่อนข้างมาก ยามนี้เขาไปที่ชายแดนเพื่อสะสางปัญหาโจรร้ายเสิ่นอวี้หลันอยู่กับแม่สามีและถิงถิงอย่างมีความสุข มู่หยางไม่ได้โกหกนางเรื่องที่เขาเปลี่ยนจวนสกุลมู่ที่จิ้งโหยวให้กลายเป็นสวนดอกไห่ถังไปแล้วดอกไห่ถังนานาชนิดจึงถูกปลูกเอาไว้ที่นี่ ทั้งเขายังปลูกดอกไม้ต้นไม้ที่ทนความหนาวหลายชนิดไว้จนเต็มจวนตื่นเช้าม
นายกองคนนั้นที่ห้ามเสิ่นอวี้หลันไม่ให้ไปพบมู่หยางโหวจึงอาสานำทางด้วยตนเองหวังทำความดีลบล้างความผิด เขาจึงรีบวิ่งตามเสิ่นอวี้หลันและนำทางสตรีนางนั้นอย่างนอบน้อมฝ่าบาทเองไม่ได้มาที่ค่ายทหารนอกวังหลวงนานแล้ว ค่ายแห่งนี้เป็นกองกำลังที่ตั้งเอาไว้คอยปกป้องวังหลวงเป็นด่านสุดท้ายเพื่อไม่ให้ศัตรูรุกรานเข้ามาพระองค์ทรงเดินดูรอบ ๆ ค่าย ยังให้เหล่านายกองเข้าเฝ้าใกล้ชิดร่วมดื่มสุราด้วยกันโดยไม่ถือพระองค์แม้แต่น้อยเพียงแต่สีหน้าของฝ่าบาทอ่อนเพลียยิ่งนัก เมื่อคืนทรงงานหนักทั้งคืนหลานสาวตัวดีก็คอยนั่งเฝ้าเช้ามาวันนี้พระองค์ไม่ได้ออกว่าราชการ เสิ่นอวี้หลันกลับกล้าหาญลากพระองค์มาที่นี่เพื่อพบคนเห็นแก่ความชอบของมู่หยางโหวที่ครานี้จับตัวการใหญ่สายลับซึ่งเป็นหัวหน้าและมีตำแหน่งเป็นถึงองค์ชายแห่งแคว้นเหลียนได้สำเร็จ พระองค์จึงทรงอยากมาเยี่ยมเขาด้วยตนเองประตูห้องพักของมู่หยางถูกเปิดออก ก่อนที่เขาจะได้รับคำสั่งให้ไปกินที่ดินศักดินาที่จิ้งโหยวเขาเคยคุมค่ายแห่งนี้มาก่อนถึงอำนาจจะเปลี่ยนมือแล้วทว่าทุกคนในค่ายทหารก็เคารพเขาประดุจเขาคือผู้ปกครองค่ายเช่นเดิมนางถลาเข้าไปภายในนายกองผู้นั้นก็สั่งให้ทหารที่คอย
เกือบสิบวันต่อมามู่หยางโหวก็ยังไม่กลับจวน เขาส่งข่าวให้นางเพียงแต่ว่าสบายดีทว่าเสิ่นอวี้หลันก็ยังร้อนรนยิ่งนัก และในที่สุดนางก็รู้แล้วว่ามู่หยางอยู่ที่ใด ที่แท้เป็นซู่หยวนที่หลุดปากเอ่ยออกไปยามมาเยี่ยมนางมู่หยางได้รับบาดเจ็บสาหัสที่แผ่นหลัง ไม่อยากให้นางกังวลจึงแอบรักษาตัวในค่ายทหารนอกเมืองหลวง หวังให้แผลทุเลาก่อนค่อยจะกลับมาหานางเสิ่นอวี้หลันเดือดดาลนักที่ทุกคนปกปิดข่าวเรื่องเขาได้รับบาดเจ็บไม่ให้นางรู้หลายวันมานี้นางได้แต่นอนกระสับกระส่ายเพราะเป็นห่วงเขาจนเกือบจะกรีดร้องออกมาคล้ายคนบ้าและแล้ววันนี้หลังรู้ว่าสามีของนางอยู่ที่ใดนางจึงไม่ทนแล้ว“ถิงถิงข้าจะไปค่ายทหารนอกเมือง”ถิงถิงสั่งให้คนขับรถม้าของจวนพาเสิ่นอวี้หลันออกไป ไม่มีผู้ใดสามารถปฏิเสธคำขอของเสิ่นอวี้หลันได้พวกเขาจึงพานางออกจากจวนพร้อมด้วยหน่วยอารักขานับร้อยที่ล้อมหน้าล้อมหลังขบวนของนางยิ่งใหญ่กว่าขบวนเสด็จของท่านอ๋องผู้หนึ่งเสียอีกเสิ่นอวี้หลันไปถึงค่ายทหารที่มู่หยางโหวพักรักษาตัวในเวลาเย็นย่ำทว่านางไม่อาจเข้าไปได้เพราะค่ายทหารแห่งนี้ไม่อนุญาตให้สตรีคนใดเข้าไป“แม้แต่ฮองเฮาก็ไม่อาจเข้าไปได้หากไม่มีคำสั่งจากฝ่าบาทขอ
ช่วงสายของวันสตรีร่างเล็กก็ไม่ยอมตื่น เขาปลุกนางเพราะห่วงกลัวนางจะหิว ช่วยปรนนิบัติให้นางล้างหน้าบ้วนปากด้วยท่าทางกระฉับกระเฉงเสิ่นอวี้หลันถูกสามีกอดประคองป้อนข้าวป้อนน้ำราวกับเด็กทารก เขาป้อนเสร็จก็จุมพิตนางหนึ่งครั้ง ป้อนน้ำเสร็จก็จูบนางอีกหลายที กินเสร็จแล้วนางก็นอน แทบไม่ขยับร่างกายด้วยความรู้สึกปวดเอวเจ็บสะโพกเมื่อคืนท่านโหวเห็นว่านางยินยอม เขาเองก็ติดใจยิ่งนักจึงได้ทำกับนางอีกหลายหนตอนทำครั้งแรกเจ็บยิ่ง ตอนหลังชักจะรู้สึกดีและสนุกคาดไม่ถึงว่าผลลัพธ์ในวันนี้จะทำให้นางรู้สึกปวดร้าวเหมือนจะมีไข้นางยังแสบช่วงระหว่างขา นั่นเพราะความใหญ่โตของเขาที่นางฝืนรับเข้ามาจึงทำให้คล้ายจะมีอาการป่วยท่านหมอซู่หยวนถูกเรียกเข้าจวน ทว่าเมื่อเสิ่นอวี้หลันรู้ว่าเป็นผู้ใดมารักษานาง มู่หยางก็ถูกนางปาหมอนใส่หน้าทันใดเขาปิดประตูแล้วอุ้มหมอนออกไปนอกห้อง เอ่ยอย่างร้อนรน“พี่ซู่ หลันเอ๋อร์ไม่ยอมให้ท่านตรวจร่างกาย ข้าไม่เข้าใจแค่ตรวจภายนอกเท่านั้น ไม่ได้ตรวจภายในสักหน่อย”ซู่หยวนหัวเราะ มองใบหน้าที่ถูกภรรยาข่วนของเขาแล้วเอ่ยว่า“ท่านโหว นางอายเพียงนั้นจะยอมให้ข้าตรวจได้อย่างไร ทว่าข้าจัดยานี่ไว้ให้นางแ
ยามเช้าวันนี้เสิ่นอวี้หลันไม่ได้ออกมาส่งเขาเช่นทุกวัน เขามองหานางด้วยความเคยชินกระทั่งมีบ่าวคนหนึ่งมารายงาน“ท่านโหว ฮูหยินล้มป่วยขอรับ ฮูหยินอันให้ข้าน้อยมาตามท่านไปดูอาการขอรับ”สีหน้ายามแรกที่ได้ยินข่าวดูเหมือนจะตกใจอยู่บ้าง ทว่าเวลาต่อมาก็สีหน้าก็ราบเรียบเย็นชาเช่นเดิม“ป่วยหรือ ไยป่วยได้”“เมื
ทั้งหมดนี้ล้วนทำเพื่อบุรุษเพียงคนเดียวนั่นก็คือมู่หยางโหวสามีที่ไม่เคยแตะต้องนางเลยแม้แต่คราเดียวเสิ่นอวี้หลันทำตามคำพูดของตนเอง บัดนี้นางเปลี่ยนตนเองครั้งใหญ่เพื่อให้เขาเห็นนางอยู่ในสายตากระทั่งถิงถิงสาวใช้ที่เติบโตมาพร้อมกันกับนางยังอดที่จะชื่นชมในความรักอันบ้าคลั่งของคุณหนูไม่ได้วันนี้มู่หยาง
หลังจากวันนั้นถิงถิงก็ไปคุกเข่าขอร้องฮูหยินใหญ่เงียบ ๆ เพื่อให้ช่วยสั่งสอนคุณหนูของตน“เจ้าเป็นบ่าวที่ดียิ่งนัก เอาเถิดอย่างไรนางก็เป็นลูกสะใภ้ ข้าเห็นนางยังพอขัดเกลาได้ด้วยเพราะมีใจให้แก่บุตรชายข้าจนยอมทำทุกสิ่ง เรื่องพวกนี้เจ้าไม่ต้องกังวลแล้ว ข้าจะสั่งสอนนางเอง เจ้ากลับไปดูแลคุณหนูของเจ้าเถิด”ถ
เช้าวันนี้ถิงถิงสาวใช้คนสนิทเข้ามาปลุกเสิ่นอวี้หลันแต่เช้ามืด“คุณหนูวันนี้ต้องไปคารวะแม่สามีนะเจ้าคะ”เสิ่นอวี้หลันนอนหันหลังยังคลุมโปง นางง่วงจนเกินทนกระทั่งถิงถิงเอ่ยว่า“คุณหนูเพิ่งแต่งวันแรกจะใช้นิสัยเดิมไม่ได้นะเจ้าคะ ท่านบอกจะทำให้ท่านโหวรักท่านมิใช่หรือ ตื่นเถิดเจ้าค่ะมิเช่นนั้นจะแพ้ญาติผู้












Ulasan-ulasan