สตรีร้ายกาจผู้นี้จะเลิกรักท่านเอง!

สตรีร้ายกาจผู้นี้จะเลิกรักท่านเอง!

last updateLast Updated : 2026-03-06
By:  ซีไซต์Completed
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
45Chapters
6.7Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

สิ่นอวี้หลันตกหลุมรักมู่หยางโหวตั้งแต่แรกพบ จึงตามราวีสตรีทุกคนที่อยู่ข้างกายเขา หวังครอบครองเขาเพียงคนเดียว . นางเฝ้าทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อบีบบังคังให้มู่หยางโหวรับนางเป็นภรรยา กระทั่งนางสามารถแต่งเข้าจวนของเขาได้ ทว่าเขากลับเย็นชาผลักไสรังเกียจเดียดฉันท์นางยิ่งกว่าหนอนเน่า ๆ ตัวหนึ่ง . ต่อมาเขายังรับภรรยารองเข้าจวนเฝ้ารักถนอมภรรยารองและเห็นนางเป็นเพียงสตรีไร้ค่าในสายตา เขายังร้องขอหนังสือหย่าจากนางอยู่ร่ำไป . นางเจ็บปวดแต่ก็อดทนหวังว่าเมื่อนางทำดีแล้วจะทำให้เขาหันมามองนางบ้าง แต่สุดท้ายทุกสิ่งกลับไร้ค่าจนนางยอมตัดใจเขียนหนังสือหย่าแต่โดยดี มู่หยางโหวกลับเปลี่ยนไปราวเป็นคนละคน บัดนี้เขาตามตอแยไม่ห่าง ทั้งยังไม่ยอมลงนามในหนังสือหย่าอย่างที่เคยต้องการ . ให้ตายเถิด เขาเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร จึงได้หันกลับมาง้องอนนางเช่นนี้!

View More

Chapter 1

บทที่ 1 คุณหนูใหญ่สกุลเสิ่น

แคว้นฉิน

เสิ่นอวี้หลัน คุณหนูใหญ่ผู้เอาแต่ใจแห่งสกุลเสิ่นที่แม้จะมีความงามจนเลื่องลือไปทั่วแคว้น กระทั่งฝ่าบาทยังเคยดำริถึงความงามของนาง ว่าในแผ่นดินนี้ไม่มีผู้ใดเทียบได้

ว่ากันว่าหากนางมิใช่หลานสาวของฝ่าบาทซึ่งเป็นบุตรสาวของพระขนิษฐาที่สละฐานันดรเพื่อแต่งงานกับสามัญชนแล้ว ด้วยความงามล่มเมืองของนาง อาจจะได้ครองตำแหน่งฮองเฮาไปแล้ว

แต่นอกจากความงามของเสิ่นอวี้หลันแล้วสิ่งที่เลื่องลือไปไกลยังมีความโหดเหี้ยมเอาแต่ใจของนางที่ปฏิบัติต่อบ่าวรับใช้ด้วยใจคับแคบ

นางเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของท่านเสิ่นพ่อค้าผู้ร่ำรวยเป็นหลานของฝ่าบาทแม้ว่าจะไร้ฐานันดรผู้ใดก็รู้ว่านางมีตำแหน่งสำคัญเพียงใดในใจของพระองค์

แต่เมื่อเสิ่นอวี้หลันเติบโตขึ้นมา บิดามารดารักใคร่จึงเลี้ยงนางอย่างตามใจ ผู้ใดที่ขวางหูขวางตานาง เสิ่นอวี้หลันมักจะลงโทษคนผู้นั้นโดยไร้เมตตา

โทษเบาหน่อยก็เฆี่ยนตี มากหน่อยก็แล่เนื้อเถือหนัง ข่าวลือเรื่องความเหี้ยมโหดของนางไม่มีผู้ใดไม่รู้ ว่ากันว่าทาสของนางหวาดกลัวเสิ่นอวี้หลันมากกว่าความตายเสียอีก

เสิ่นอวี้หลันมีลูกพี่ลูกน้องซึ่งเป็นบุตรสาวของท่านน้าของนางอยู่ผู้หนึ่ง ญาติผู้พี่ของนางคนนี้มีนามว่าหลี่ซิน

หลี่ซินเป็นหลานสาวของท่านเซิ่นที่อาภัพนัก เดิมทีน้องสาวของท่านเซิ่นแต่งออกให้กับพ่อค้าผู้หนึ่งที่ต่างเมืองให้กำเนิดบุตรสาวนางหนึ่งซึ่งมีอายุมากกว่าเสิ่นอวี้หลันหนึ่งปี

เพราะท่านน้าย้ายไปอยู่ต่างเมืองห่างจากเมืองหลวงหลายร้อยลี้ นอกจากจดหมายที่ส่งมาเป็นระยะแล้วท่านน้าก็ไม่เคยได้หวนกลับมาเมืองหลวงเสียที

กระทั่งสองปีก่อนในขณะที่ท่านน้าและครอบครัวจะกลับมาเยี่ยมท่านเสิ่นและท่านแม่ที่เมืองหลวงก็ได้พบกับโจรปล้นจึงทำให้พวกเขาเสียชีวิตทั้งครอบครัว

ผู้คุ้มกันในยามนั้นจึงได้พาหลี่ซินหลานสาวของท่านเสิ่นที่เหลือเพียงคนเดียวมาส่งที่สกุลเสิ่นก่อนจะจากไป

นับตั้งแต่นั้นมาหลี่ซินจึงได้มาอาศัยอยู่ที่นี่ในความดูแลของท่านย่าและท่านเสิ่นผู้เป็นท่านลุง

หลี่ซินเป็นสตรีที่แม้จะไม่ได้มีความงามอันโดดเด่นเฉกเช่นเสิ่นอวี้หลันผู้เป็นญาติผู้น้อง ทว่าก็เป็นสตรีที่มีใบหน้าอ่อนหวานกิริยางดงามยิ่งนัก

นางมีความสามารถรอบกายและอ่อนน้อมถ่อมตนแตกต่างจากเสิ่นอวี้หลันราวฟ้ากับเหว ยิ่งหลี่ซินอ่อนหวานเพียงใดชื่อเสียงของเสิ่นอวี้หลันก็ย่ำแย่เพียงนั้น

เสิ่นอวี้หลันยังเคยหมั้นหมายกับบุตรชายของสกุลใหญ่ในเมืองหลวงมาแล้วถึงสองครั้ง

ทั้งสองครั้งเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่หารือ ทว่าการหมั้นหมายของเสิ่นอวี้หลันก็ล่มทั้งสองครั้งเมื่อบุรุษหน้าขาวทั้งสองล้วนพาสตรีในดวงใจหนีงานแต่งงานเพราะไม่มีผู้ใดต้องการแต่งงานกับนาง

ในวันหนึ่งเสิ่นอวี้หลันหนีออกไปเที่ยวเล่นนอกเมืองกับสาวใช้คนสนิทและบ่าวอีกสองคน ในระหว่างที่นางสั่งให้สาวใช้ลงน้ำจับปลาอยู่นั้นก็บังเกิดเรื่องขึ้น

จู่ ๆ ก็มีคนในชุดดำหลายคนเข้ามารุมล้อม องครักษ์ของเสิ่นอวี้หลันมีเพียงไม่กี่คนต่อสู้ปกป้องคุณหนูเสิ่นอย่างสุดชีวิตทว่าด้วยจำนวนคนที่น้อยกว่ามากไม่อาจต้านทานได้ในที่สุดเสิ่นอวี้หลันก็ถูกจับกุมตัว

สาวใช้ของนางล้วนถูกทำร้ายจนสลบอยู่ข้างแม่น้ำ เสิ่นอวี้หลันถูกจับตัวเข้าไปในรถม้ายังถูกมัดมือมัดเท้านอนอยู่ในหีบไม้ใบใหญ่ใบหนึ่ง นอกจากนางแล้วยังมีบุรุษร่างบอบบางผู้หนึ่งปลอมกายเป็นสตรีนั่งเฝ้าอยู่ข้างหีบ

 ระหว่างที่นางกำลังจะถูกนำตัวห่างออกจากเมืองหลวงจู่ ๆ รถม้าที่กักขังนางเอาไว้ก็ต้องหยุดลง

ข้างหน้าเป็นรอยต่อระหว่างเมืองหลวงและเมืองอี้จึงมาด่านตรวจตราคนออกนอกเมือง

เสิ่นอวี้หลันซึ่งบัดนี้ยังพอมีสติ ทว่ากลับถูกปิดปากมัดมือมัดเท้าจึงทำให้ไม่สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้หวาดกลัวยิ่งนัก

รถม้าเริ่มจะเคลื่อนออกนอกเมืองแล้ว ที่แท้คนที่ตรวจตราด่านนั้นบัดนี้รับสินบนจึงยอมปล่อยรถม้าที่มีเสิ่นอวี้หลันอยู่ภายในออกไปโดยไม่ตรวจตรา

“ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย”

น้ำเสียงของเสิ่นอวี้หลันเปล่งออกไปได้เพียงเสียงอู้อี้ในลำคอและเบาจนไม่มีผู้ใดได้ยิน

 นางโกรธแค้นคนพวกนั้นนักหากนางรอดไปได้คนแรกที่นางจะขอให้เสด็จลุงสังหารก็คงจะเป็นทหารคนที่รับสินบนคนนั้น

แต่ว่าก่อนที่จะมีโอกาสสังหารคนเสิ่นอวี้หลันจำต้องหาทางหนีเสียก่อน

รถม้าขยับออกจากเมืองหลวงได้ชั่วครู่ จู่ ๆ เสิ่นอวี้หลันก็ได้ยินเสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้น

“ช้าก่อน ไยเจ้าปล่อยรถม้าคันนั้นไปโดยไม่ตรวจตรา”

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
45 Chapters
บทที่ 1 คุณหนูใหญ่สกุลเสิ่น
แคว้นฉินเสิ่นอวี้หลัน คุณหนูใหญ่ผู้เอาแต่ใจแห่งสกุลเสิ่นที่แม้จะมีความงามจนเลื่องลือไปทั่วแคว้น กระทั่งฝ่าบาทยังเคยดำริถึงความงามของนาง ว่าในแผ่นดินนี้ไม่มีผู้ใดเทียบได้ว่ากันว่าหากนางมิใช่หลานสาวของฝ่าบาทซึ่งเป็นบุตรสาวของพระขนิษฐาที่สละฐานันดรเพื่อแต่งงานกับสามัญชนแล้ว ด้วยความงามล่มเมืองของนาง อาจจะได้ครองตำแหน่งฮองเฮาไปแล้วแต่นอกจากความงามของเสิ่นอวี้หลันแล้วสิ่งที่เลื่องลือไปไกลยังมีความโหดเหี้ยมเอาแต่ใจของนางที่ปฏิบัติต่อบ่าวรับใช้ด้วยใจคับแคบนางเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของท่านเสิ่นพ่อค้าผู้ร่ำรวยเป็นหลานของฝ่าบาทแม้ว่าจะไร้ฐานันดรผู้ใดก็รู้ว่านางมีตำแหน่งสำคัญเพียงใดในใจของพระองค์แต่เมื่อเสิ่นอวี้หลันเติบโตขึ้นมา บิดามารดารักใคร่จึงเลี้ยงนางอย่างตามใจ ผู้ใดที่ขวางหูขวางตานาง เสิ่นอวี้หลันมักจะลงโทษคนผู้นั้นโดยไร้เมตตาโทษเบาหน่อยก็เฆี่ยนตี มากหน่อยก็แล่เนื้อเถือหนัง ข่าวลือเรื่องความเหี้ยมโหดของนางไม่มีผู้ใดไม่รู้ ว่ากันว่าทาสของนางหวาดกลัวเสิ่นอวี้หลันมากกว่าความตายเสียอีกเสิ่นอวี้หลันมีลูกพี่ลูกน้องซึ่งเป็นบุตรสาวของท่านน้าของนางอยู่ผู้หนึ่ง ญาติผู้พี่ของนางคนนี้มีนามว่าห
Read more
บทที่ 2 วีรบุรุษช่วยสาวงามจึงทำให้สาวงามหลงใหล
ทหารผู้นั้นอึกอักเมื่อคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าก็คือมู่หยางโหวผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจตราเมืองหลวง เขาเองเพิ่งมารับตำแหน่งได้ไม่นานหลังจากที่ฝ่าบาทมีรับสั่งเรียกตัวเขากลับจากชายแดน“ท่านโหว คือว่าข้างในรถม้าเป็นเพียงคุณหนูจากเมืองอี้ที่เดินทางมาเยี่ยมญาติ บัดนี้กำลังจะกลับเท่านั้นขอรับ ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ”มู่หยางขี่ม้าเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยว่า“ข้ายังไม่เห็นเจ้าตรวจสอบเลยด้วยซ้ำ เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้างในรถม้าเป็นผู้ใด ระยะนี้อาวุธในเมืองหลวงถูกลักลอบขนออกไปนอกเมืองไม่น้อย ข้ากำชับทุกคนว่าให้ตรวจตราให้ละเอียดรอบคอบ วันนี้เห็นคาตาว่าพวกเจ้าทำงานเช่นไร หละหลวมยิ่งนัก”จากนั้นเขาก็สั่งให้ลูกน้องของเขาตรวจสอบรถม้าด้วยตนเองเสิ่นอวี้หลันรอคอยด้วยหัวใจระทึก นางหวังว่าท่านโหวผู้นี้คงจะฉลาดรอบคอบไม่ปล่อยให้คนร้ายจับตัวนางไปได้คุณหนูตัวปลอมถูกสั่งให้ลงจากรถม้า นางค่อย ๆ เดินราวกับสตรีผู้สูงศักดิ์ฝีเท้าเบายิ่งกว่าแมว ท่าทางอ้อนแอ้นอ่อนหวานลงจากรถโดยมีสาวใช้ช่วยประคอง“เจ้ามีนามว่าอย่างไร”คุณหนูตัวปลอมเอ่ยเสียงหวานยิ่งกว่าสตรี“ข้าน้อยแซ่จูนามหลีเจ้าค่ะ”“จูหลีหรือ”“เจ้าค่ะ”สาวใช้นางนั้นรีบเอ่ยขึ้น“
Read more
บทที่ 3 บุรุษคนเดียวกัน
เสิ่นอวี้หลันขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทซึ่งยามนี้พระองค์ทรงอยู่ที่ตำหนักไทเฮา เสิ่นอวี้หลันจึงได้ตามฝ่าบาทไปที่นั่นเพียงทุกคนเห็นเสิ่นอวี้หลันก็ประดุจว่าเห็นองค์หญิงผู้หนึ่งทุกคนล้วนทำความเคารพอย่างนอบน้อม“คุณหนูเสิ่นขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”เมื่อกงกงที่ถวายงานหน้าตำหนักเข้าไปรายงาน ไทเฮาแสดงสีหน้ายินดียิ่งนัก“หลานสาวคนนี้ช่างรู้ใจจริงว่ายายคนนี้เป็นห่วงยิ่งนัก เร็วเข้ารีบให้นางเข้ามา”เสิ่นอวี้หลันคุกเข่าถวายบังคมฝ่าบาทและไทเฮา ก่อนที่ไทเฮาจะอนุญาตให้ลุกขึ้นและบอกให้นางมานั่งข้างกาย“หลานรักเป็นอย่างไรบ้าง ยังตกใจอยู่หรือไม่”ไทเฮาตรัสถามด้วยความห่วงใย เสิ่นอวี้หลันกำลังกอดรอบเอวไทเฮาแล้วซบใบหน้าลงบนอกกล่าวออดอ้อน“เสด็จยายเพคะ ฝ่าบาทเพคะ หลันเอ๋อร์ยังคงตกใจอยู่เพคะ”จากนั้นก็ได้รับคำปลอบโยนมากมายจากผู้เป็นใหญ่ทั้งสองกระทั่งพระสนมที่ร่วมเสวยชายามบ่ายกับฝ่าบาทและไทเฮายังรู้สึกริษยา ด้วยกระทั่งองค์หญิงและองค์ชายของพวกนางก็ยังไม่ได้รับความโปรดปรานเพียงนี้ไทเฮาทรงตรัสว่า“หลันเอ๋อร์ของยายช่างน่าสงสารเสียจริง เช่นนั้นให้ยายปลอบขวัญเจ้าด้วยสิ่งใดดีเล่า”ด้วยไทเฮาทรงมีพระโอรสและพระธิดาเพียงสองคน พระโ
Read more
บทที่ 4 สมรสพระราชทาน
มู่หยางรีบเดินตามท่านเสิ่นออกมาจากโถงทันใดท่านเสิ่นและฮูหยินเข้ามาสอบถามเหตุการณ์ขายหน้าที่เกิดขึ้น วันนี้วันดีแท้ ๆ ทว่าบุตรสาวของพวกเขากลับตีคนส่งเดชอีกแล้วท่านเสิ่นเอ่ยเสียงเย็น“เกิดเรื่องอันใดขึ้น”สาวใช้ไม่พูดจารีบคุกเข่าน้ำตานองหน้า ในขณะที่หลี่ซินส่งเสียงร่ำไห้เอ่ยสะอึกสะอื้นตอบเบา ๆ ปกป้องสาวใช้ของตนเองทันใด“เป็นความผิดของข้าเองเจ้าค่ะท่านลุงท่านป้าสะใภ้ ที่ทำให้น้องหลันเอ๋อร์ไม่พอใจ ไม่เกี่ยวกับสาวใช้ของข้านะเจ้าคะ”เสิ่นอวี้หลันไม่สนใจผู้อื่น นางกลับจับจ้องบุรุษร่างสูงหล่อเหลาที่อยู่ตรงหน้า ทว่าสายตาของเขากลับจับจ้องอยู่ที่ใบหน้านองน้ำตาของหลี่ซินจู่ ๆ เสิ่นอวี้หลันก็รู้สึกเจ็บปวดหัวใจยิ่งนัก“หลันเอ๋อร์เจ้าทำอันใดหรือ”เสิ่นอวี้หลันเม้มปาก มองสตรีสองคนที่ร้องไห้ราวกับญาติเสียตรงหน้า ถิงถิงจึงเอ่ยแทนว่า“เรียนฮูหยิน บ่าวของคุณหนูหลี่กล่าววาจากำเริบเสิบสานคุณหนูเลยสั่งสอนไปเล็กน้อยเจ้าค่ะ บ่าวเองก็ไม่เข้าใจว่าเรื่องเพียงเท่านี้คุณหนูหลี่จะร้องไห้ด้วยเหตุผลใด คุณหนูหลี่มิได้ถูกตบเสียหน่อย”หลี่ซินรีบพูด“เป็นข้าที่สั่งสอนสาวใช้ไม่ดี อีกทั้งยังความผิดของข้าเองเจ้าค่ะที่อ่อ
Read more
บทที่ 5 เขาไม่เคยรักนางเลย
มู่หยางโหวแต่งภรรยาเอกจัดพิธีอย่างยิ่งใหญ่จนคนกล่าวถึงทั่วทั้งเมืองหลวง นั่นเป็นเพราะว่าคนที่ช่วยจัดการงานพิธีล้วนเป็นคนจากวังหลวงด้วยกันทั้งสิ้นความโปรดปรานที่ฝ่าบาทและไทเฮามีต่อเสิ่นอวี้หลันมีมากเพียงใดนั้นทุกคนล้วนประจักษ์ด้วยสินเดิมที่ยาวเหยียดเต็มถนนถึงสี่สายทว่าหลังจากผ่านพิธีการแต่งงานแล้ว คืนนั้นทั้งคืนมู่หยางที่เข้ามาในเรือนหอกลับไม่ยอมนอนร่วมเตียงกับนางเขาเปิดผ้าคลุมหน้าของนางออก เสิ่นอวี้หลันเอียงอายทว่าเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมนางต้องกลั้นหายใจด้วยเกรงว่าเขาจะใช้กระบี่แทงนางให้ตาย“เสิ่นอวี้หลันเป็นเจ้าใช่หรือไม่ที่ไปขอสมรสพระราชทานจากฝ่าบาท ไยต้องทำเช่นนั้น”“ท่านโหว...”เสิ่นอวี้หลันพูดไม่ออกแล้ว ไม่คิดว่าจู่ ๆ เขาจะพูดเรื่องนี้ขึ้นมา เขาจ้องนางเหมือนเป็นศัตรูตัวร้าย เสิ่นอวี้หลันกลืนความเจ็บปวดลงท้องเอ่ยเสียงแข็ง“ใช่เป็นข้าเอง ข้ารักท่าน รักตั้งแต่วันนั้นที่ท่านช่วยข้า ท่านโหวท่านไม่คิดเหมือนกันหรือว่าท่านกับข้ามีวาสนาต่อกัน”เขายกมุมปากคล้ายจะหยัน“วาสนาหรือ ชีวิตของข้ามู่หยางช่วยคนมามากมายนัก หากเจ้าคิดว่าข้าเพียงบังเอิญได้ช่วยเจ้าเอาไว้ในวันนี้เป็นวาสนา เช่นนั้นข้าก็
Read more
บทที่ 6 เอาอกเอาใจ
เช้าวันนี้ถิงถิงสาวใช้คนสนิทเข้ามาปลุกเสิ่นอวี้หลันแต่เช้ามืด“คุณหนูวันนี้ต้องไปคารวะแม่สามีนะเจ้าคะ”เสิ่นอวี้หลันนอนหันหลังยังคลุมโปง นางง่วงจนเกินทนกระทั่งถิงถิงเอ่ยว่า“คุณหนูเพิ่งแต่งวันแรกจะใช้นิสัยเดิมไม่ได้นะเจ้าคะ ท่านบอกจะทำให้ท่านโหวรักท่านมิใช่หรือ ตื่นเถิดเจ้าค่ะมิเช่นนั้นจะแพ้ญาติผู้พี่ได้นะเจ้าคะ”เมื่อสาวใช้เอ่ยถึงหลี่ซิน เสิ่นอวี้หลันจึงดีดตัวขึ้นมาทันใด“ก็ได้ ข้าไม่แพ้ ข้าตื่นแล้ว” เดิมทีนางเป็นคนที่ตื่นสายยิ่งนักทว่าเมื่อแต่งเข้ามาเป็นภรรยาของมู่หยางแล้วนางคิดจะปรับปรุงตัว“ท่านโหวเล่า”“บ่าวบอกว่าออกจากเรือนไปได้สักครู่แล้วเจ้าค่ะ”“เห๊อะ คนใจดำ ข้าไม่ยอมแพ้ท่านหรอก ข้าจะทำให้ท่านชอบข้าให้ได้”เมื่อนางล้างตัวผลัดอาภรณ์โดยมีถิงถิงช่วยเหลือนางก็เดินตรงไปยังเรือนของแม่สามีโดยปราศจากเงาของมู่หยางถิงถิงรู้สึกสงสารเสิ่นอวี้หลันเป็นอย่างมาก นางย่อมรู้ว่าคุณหนูของนางนั้นถูกท่านโหวหมางเมิน แต่คุณหนูเป็นคนไม่ชอบแสดงความอ่อนแอออกมาและยิ่งไม่ชอบให้ผู้ใดเอ่ยถึง ถิงถิงจึงไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้เช่นกันการที่คุณหนูยอมตื่นเช้าตั้งแต่ยามเหมา[1]เพื่อมาแต่งตัวเตรียมไปปรนนิบัติแม่สามี
Read more
บทที่ 7 กลับบ้านเดิม1
หลังจากวันนั้นถิงถิงก็ไปคุกเข่าขอร้องฮูหยินใหญ่เงียบ ๆ เพื่อให้ช่วยสั่งสอนคุณหนูของตน“เจ้าเป็นบ่าวที่ดียิ่งนัก เอาเถิดอย่างไรนางก็เป็นลูกสะใภ้ ข้าเห็นนางยังพอขัดเกลาได้ด้วยเพราะมีใจให้แก่บุตรชายข้าจนยอมทำทุกสิ่ง เรื่องพวกนี้เจ้าไม่ต้องกังวลแล้ว ข้าจะสั่งสอนนางเอง เจ้ากลับไปดูแลคุณหนูของเจ้าเถิด”ถิงถิงโขกศีรษะลงบนพื้น ดีใจยิ่งนักที่อย่างน้อยแม่สามีของคุณหนูก็เป็นคนที่ประเสริฐยิ่งนักตั้งแต่นั้นมากิริยาของเสิ่นอวี้หลันก็ถูกแม่สามีขัดเกลาอย่างหนัก เสิ่นอวี้หลันยามอยู่ที่จวนของตนทุกคนล้วนตามใจไม่มีผู้ใดกล้าสั่งสอนนางเพราะกลัวนางโกรธ ทว่ามาอยู่ที่จวนสกุลโหวเพื่อท่านโหวผู้เป็นสามีเสิ่นอวี้หลันกลับยอมทำทุกอย่างตามที่แม่สามีสั่งสอน“ห้ามบีบบังคับเขา ใช้น้ำเสียงอ่อนหวาน วาจาให้เหมาะสมดีกว่านี้”เสิ่นอวี้หลันเรียนรู้และยังพยายามเอาใจท่านโหว ผ่านมาหลายวันกิริยาของนางที่มีต่อเขาดีขึ้นมาก ทว่าเขาไม่เคยตอบรับน้ำใจของนางเลยแม้แต่น้อยเมื่อครบสิบวันที่ต้องกลับบ้านเดิมเพื่อเยี่ยมครอบครัว มู่หยางยินยอมกลับมาเป็นเพื่อนนาง พวกเขานั่งในรถม้าด้วยกันทว่าท่านโหวกลับไม่พูดคุยกับนางแม้แต่ประโยคเดียวนางจึงอ
Read more
บทที่ 8 กลับบ้านเดิม 2
ทั้งหมดนี้ล้วนทำเพื่อบุรุษเพียงคนเดียวนั่นก็คือมู่หยางโหวสามีที่ไม่เคยแตะต้องนางเลยแม้แต่คราเดียวเสิ่นอวี้หลันทำตามคำพูดของตนเอง บัดนี้นางเปลี่ยนตนเองครั้งใหญ่เพื่อให้เขาเห็นนางอยู่ในสายตากระทั่งถิงถิงสาวใช้ที่เติบโตมาพร้อมกันกับนางยังอดที่จะชื่นชมในความรักอันบ้าคลั่งของคุณหนูไม่ได้วันนี้มู่หยางโหวกลับดึกกว่าทุกครั้งด้วยมีงานค้างที่ต้องสะสาง เมื่อลงจากหลังม้าด้วยความเคยชินก็อดที่จะเหลือบสายตาไปยังบริเวณที่เสิ่นอวี้หลันเคยนั่งรอเขาอยู่ไม่ได้ทว่าวันนี้เขาไม่เห็นนาง มู่หยางขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว ใจหนึ่งก็นึกสงสัยว่านางไปที่ใด หรือว่านางจะเข้าเรือนนอนแล้วทุกวันที่เขากลับมาจากทำงานจะพบเสิ่นอวี้หลันนั่งรออยู่ที่หน้าประตูใหญ่ ในมือของนางจะเตรียมชาร้อนหรือไม่ก็ขนมของกินคอยต้อนรับเขาเสมอ และแน่นอนว่าเขาไม่เคยกินเลยแม้แต่ครั้งเดียวยังทำสีหน้ารำคาญนางอีกด้วย“เจ้าเลิกมารอข้าได้แล้ว เห็นแล้วรู้สึกรำคาญตา”วาจาเชือดเฉือนกล่าวออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า แต่นางก็ได้แต่ฟังแล้วอมยิ้ม พยายามไม่ทำสีหน้าไม่พอใจออกมาแรก ๆ เขารู้สึกว่านางฝืนทนทำเรื่องไร้สาระเหล่านี้ไม่น้อย ทว่าระยะหลังดูเหมือนว่านางจะชาชิน
Read more
บทที่ 9 เจ็บเกินทน
ยามเช้าวันนี้เสิ่นอวี้หลันไม่ได้ออกมาส่งเขาเช่นทุกวัน เขามองหานางด้วยความเคยชินกระทั่งมีบ่าวคนหนึ่งมารายงาน“ท่านโหว ฮูหยินล้มป่วยขอรับ ฮูหยินอันให้ข้าน้อยมาตามท่านไปดูอาการขอรับ”สีหน้ายามแรกที่ได้ยินข่าวดูเหมือนจะตกใจอยู่บ้าง ทว่าเวลาต่อมาก็สีหน้าก็ราบเรียบเย็นชาเช่นเดิม“ป่วยหรือ ไยป่วยได้”“เมื่อคืนไม่รู้ด้วยเหตุใดจู่ ๆ ฮูหยินก็นอนหลับอยู่ที่หิมะกองหนึ่ง ยังถูกทับถมด้วยหิมะที่ตกลงมาจนมองไม่เห็นกว่าจะหาตัวฮูหยินเจอร่างกายก็เย็นเฉียบแล้วขอรับ”มู่หยางมองกองหิมะ หัวใจกระตุกโดยไม่เข้าใจตัวเอง ทว่าสีหน้าของเขากลับเฉยชาทั้งเอ่ยว่า“นางป่วยไยต้องมาบอกข้า ไปตามท่านหมอมาดูอาการเสียสิ”“ตามแล้วขอรับ”“ตามแล้วก็หมดเรื่อง เจ้าไปเถิด”“คือว่า ท่านหมอมาแล้วแต่ฮูหยินกลับเพ้อหาท่านไม่หยุดขอรับ ท่านหมอบอกว่าหากต้องการให้ฮูหยินฟื้นก็ขอให้ท่านช่วยไปดูฮูหยินเสียหน่อย ท่านหมอบอกว่ากำลังใจจากสามีสำคัญที่สุดจะช่วยให้คนป่วยฟื้นขึ้นได้โดยเร็ว”เขาหยุดชั่วครู่ คิดในใจว่า นางไม่เคยเป็นภรรยาของข้า ทว่าคำที่เอ่ยออกไปก็คือ“นางเพ้อเรียกหาข้าหรือ”“ขอรับตั้งแต่เมื่อคืน เพ้อหาท่านไม่หยุดเอาแต่เรียกชื่อท่านขอรับ
Read more
บทที่ 10 ไม่ไหวก็หย่าเถิด
นางมองภาพที่ทำให้หัวใจราวกับแตกสลายนั้นเต็มสองตาก่อนจะเอ่ยเบา ๆ ว่า“ข้าควรเลิกดื้อรั้นได้แล้วใช่หรือไม่”“ท่านพยายามมานานมากแล้วนะเจ้าคะ บ่าวว่าพอเถิดเจ้าค่ะ”เสียงทอดถอนใจของสตรีนางหนึ่งพลันดังขึ้น เมื่อเสิ่นอวี้หลันหันไปมองจึงได้พบว่าเป็นแม่สามี“ท่านแม่”“ร่างกายยังอ่อนแอ ไยจึงออกมาข้างนอก”“ข้ามาดูคนเขารักกันเจ้าค่ะ”“ดูแล้วเป็นเช่นใด”น้ำตาของนางที่กลั้นเอาไว้บัดนี้จึงไหลออกมาเป็นสาย นางโผเข้าไปหาแม่สามีแล้วร้องไห้เบา ๆมารดาของมู่หยางลูบแผ่นหลังของนางอย่างอ่อนโยนแล้วเอ่ยว่า“เจ็บหัวใจมากใช่หรือไม่ ข้าไม่เคยเห็นผู้ใดจะเป็นเช่นเจ้า ยิ่งเจ็บก็ยิ่งอยากจะเห็น”“ท่านแม่ข้าทำมากเพียงนี้ไยท่านโหวจึงยังไม่มองข้าอีกเจ้าคะ”“ข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่าในโลกนี้หลายสิ่งล้วนอธิบายได้ ทว่าเรื่องของความรักนั้นกลับเป็นเรื่องที่อยู่เหนือเหตุผล ไม่อาจดึงดัน ไม่อาจดื้อรั้น ไม่อาจบีบบังคับ เพราะยิ่งฝืนทนสิ่งที่ได้รับกลับเป็นความเจ็บปวดที่นับวันจะทุกข์ทรมาน”แม่สามีเช็ดน้ำตาให้นางแผ่วเบา เสิ่นอวี้หลันสะอื้นเหมือนเด็กน้อย“ท่านแม่เจ้าคะ ท่านเองก็เคยเจ็บปวดมาเช่นกันหรือเจ้าคะ”แม่สามีคล้ายจะเหม่อลอย นางมองไป
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status