مشاركة

ความลับของหญิงงาม

last update تاريخ النشر: 2024-12-08 12:48:52

3

ความลับของหญิงงาม

นางใช้เวลาอยู่บนเขาสามวันจึงนั่งรถม้าลงจากเขา นอกจากเรียนวิชาแพทย์นางยังใช้เวลาฝึกการใช้อาวุธจากลุงจางในทุก ๆ เดือน พอครบวันก็ลงเขากลับหอสุรา หญิงสาวในหอสุราล้วนสงสัยที่นางทำแต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถาม

ลี่อินถอดหมวกมีผ้าคลุมออกเมื่อกลับถึงห้องพักตนเองในหอสุรา ผิงผิงรีบเข้ามารินชาอุ่น ๆ ให้ นางนั่งลงหยิบจอกชาขึ้นมาจรดริมฝีปากบางสีเดียวกับผลอิงเถา พักหายเหนื่อยครู่หนึ่งจึงถามเรื่องบุตรชายตระกูลสวี่ผู้นั้น

“คุณชายสวี่ได้มาหาข้าหรือไม่ผิงผิง”

“มาเจ้าค่ะพี่ลี่อิน ผิงผิงบอกคุณชายสวี่แล้วว่าพี่ลี่อินไม่พบผู้ใดหลังการประมูลเกรงคนจะกล่าวเล่าลื่อ โชคดีคุณชายมิได้ดึงดั้นเช่นผู้อื่นจึงกลับไป คุณชายยังกล่าวว่าเดือนหน้าจะมาพบพี่ลี่อินอีกครา” นางได้ฟังก็ยกยิ้มพอใจกับคำตอบ ทุกอย่างเป็นตามที่นางคาดไว้ อีกไม่นานนางจะต้องได้เข้าไปในตระกูลสวี่อย่างแน่นอน

“เช่นนั้นก็ดี ข้าจะรอ แต่วันนี้เจ้าเตรียมตัวหรือยัง”

“ผิงผิง เก็บข้าวของเรียบร้อยหมดแล้วเจ้าค่ะ รอพี่ลี่อินหายเหนื่อยเราก็ไปกันได้เลย” ลี่อินพยักหน้าให้ หันไปหยิบของสำคัญพร้อมเงินจำนวนหนึ่งใส่ห่อผ้าที่ผิงผิงเป็นผู้เตรียม หลังกลับจากวัดบนเขานางต้องไปแถบนอกเมืองเพื่อช่วยรักษาผู้ป่วยยากไร้ทุกเดือน ยิ่งอากาศหนาวเช่นนี้ ทั้งขอทาน คนไร้บ้าน ผู้อพยพต่างกันป่วยไม่มีเงินรักษา แม้แต่ข้าวปลาอาหารจะกินยิ่งไม่มี

ถึงจะรู้สึกว่าตนเองเหนื่อยจากการเดินทางหลายสิบลี้ เมื่อนึกได้ว่าคนพวกนั้นลำบากเพียงใด นางจึงมีแรงไปช่วย อีกทั้งตนเองยังได้ชื่อว่าหมออีก หากเมินเฉยเกรงจะทำผิดศีลธรรมในใจตน

“งั้นไปเถิด ช้ากว่านี้จะมืดกันเสียก่อน” หนึ่งเค่อผ่านไปนางเรียกผิงผิง หยิบห่อผ้าและหมวกคลุมหน้ามาสวม เดินออกจากห้องพักไปทางประตูด้านข้างของหอสุรา ยามออกไปข้างนอกนางไม่เคยใช้ประตูหน้า กลัวว่าจะมีผู้ใดจำกลิ่นหอมน้ำมันกุหลาบขาวผสมอิงฮวา กลิ่นประจำตัวที่นางทำขึ้นเอง ชาวบ้านทั่วไปคงจำกันไม่ได้ น้อยคนจะได้เจอนางใกล้จนได้กลิ่นหอมนี้ แต่หากออกทางประตูผลคงต่างกัน

เวลาหนึ่งก้านธูปหญิงสาวทั้งสองจึงเดินมาถึงเรือนไม้เก่านอกเมือง มีผู้คนรออยู่ไม่น้อยเลย คนเร่ร่อน ขอทานต่างพากันบอกปากต่อปากว่าที่นี่ในช่วงนี้ของเดือนจะมีหมอหญิงมาคอยรักษาทั้งยังเลี้ยงโจ๊กคนไม่มีที่ไปวันละมื้อ ทำให้มีคนมารอตั้งแต่เช้า ทั้งเด็กเล็ก หญิงชาย ผู้ชรา นางรักษาโดยไม่แบ่งแยก ให้อาหารทุกคนไม่มีข้อแม้ แต่ยามรักษานางใส่ผ้าคลุมหน้าไว้จึงไม่มีใครเคยเห็นหน้านาง มีเพียงกลิ่นหอมอ่อนติดจมูกนี้เท่านั้นที่บ่งบอกว่าเป็นนาง

“ผู้ใดมาหาหมอต่อแถวทางนี้ ผู้ใดหิวมาทางนี้ได้เลย” ผิงผิงพูดเสียงดังให้ผู้คนหน้าเรือนได้ยิน ผู้คนที่นั่งอยู่พากันขยับตัวไปคนละทาง ผู้ใดหิวก็ไปต่อแถวรอโจ๊ก ผู้ใดป่วยก็มายืนเข้าแถวรอตรวจกับหมอหญิง ท่ามกลางความอยากรู้อยากเห็นของบุรุษสองคนที่ยืนแอบดูอยู่หน้าเรือน เขาเดินตามนางตั้งแต่กลางตรอกจนถึงเรือนไม้เก่านี้ โดยนางไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย

“ท่านยายนั่งเถอะ ท่านเป็นสิ่งใดมาหรือ” หญิงสาวเอ่ยถามหญิงชราสวมเสื้อผ้าเก่า เนื้อตัวมอมแมม ที่ยืนอยู่ตรงหน้า หญิงชราค่อย ๆ เลิกแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อย หมอหญิงจึงเห็นรอยแผลเปรอะเลือดหลบอยู่ข้างใน

“ท่านยายไปทำสิ่งใดมาเหตุใดจึงปล่อยให้เป็นหนักถึงเพียงนี้” ว่าจบนางก็ลุกจากที่นั่งตนเองเดินไปหยิบอ่างไม้ใส่น้ำผสมผงเกลือมาวาง ใช้ผ้าแห้งชุบน้ำบิดหมาดถูไปรอบแผล รอยเลือดรอยดินหายไปเหลือเพียงรอยแผลแตกยาวเท่านิ้วชี้ เช็ดเสร็จก็โยนผ้าลงในอ่างไม้ไม่ใส่สิ่งใด หยิบผงสมานแผลใส่แผลหญิงชรา จากนั้นพันแผลให้

“เสร็จแล้ว ท่านยายอย่าให้แผลโดนน้ำ ไปกินโจ๊กตรงนู้นก่อนกลับเถิด”

“ขอบคุณท่านหมอหญิง ขอบคุณจริง ๆ” หญิงชรากล่าวพร้อมกับน้ำเสียงสั่นไหว หยดน้ำก่อเป็นม่าน นางรู้สึกขอบคุณหมอผู้นี้เหลือเกิน คนขอทาน คนยากไร้เช่นนี้จะมีผู้ใดมาสนใจกัน แม้แต่ทางการเองยังไม่เห็นอยู่ในสายตา หากไม่มีผู้ใจบุญเช่นหมอหญิงมิรู้ป่านนี้จะมีอีกสักกี่คนต้องหิวตาย

“ท่านยายมิต้องขอบคุณข้า ข้าเพียงทำเพื่อความสบายใจของตนเองเท่านั้น หากทำแล้วเป็นบุญจริงดังผู้อื่นว่า ข้าก็อยากให้ครอบครัวข้าในปรภพได้รับบุญนี้เช่นกัน”

“เช่นนั้นยายแก่อย่างข้าขอให้ท่านหมอหญิงสมปรารถนาทุกสิ่งที่หวัง”

“ขอบคุณท่านยาย ท่านไปกินโจ๊กเถิด” นางส่งหญิงชราไปต่อแถวรับโจ๊ก ส่วนตนเองกลับมานั่งตรวจผู้อื่นต่อ มีผู้มาหาหมอเกือบยี่สิบคนเกรงว่าวันนี้คงได้ตรวจจนค่ำแน่ จึงให้ผิงผิงไปดูแลที่นอนในเรือนให้ ส่วนโจ๊กก็ให้ผู้อพยพมาช่วยกันแจก ผู้หิวโหยย่อมเข้าผู้โหยหิว นางมั่นใจว่าผู้คนที่นี่จะไม่รังแกกันจึงให้คนมีแรงช่วยกันจัดหาอาหาร

“คุณชายกลับกันเถิดขอรับ คุณชายมาแอบดูคนขอทานเพื่อสิ่งใดกัน” ชายหนุ่มอายุน้อยกว่าถามอย่างสงสัย ผู้เป็นนายเดินตามหมอหญิงท่านนั้นตั้งแต่กลางตรอกมาถึงเรือนชานนอกเมือง แอบดูนางรักษาคนขอทาน คนอพยพอยู่ตรงนี้เกือบครึ่งชั่วยามแล้ว

ผู้ถูกถามหันกลับมามองคนถามตาเขียว ทั้งที่ก่อนจะถูกถามยังยิ้มมุมปากอยู่แท้ ๆ จะเข้าไปก็ไม่เข้าไป ไม่รู้แอบดูสิ่งใดกันแน่ หรือแอบมองหมอหญิงท่านนั้นแต่ก็ไม่เห็นหน้านางเสียหน่อย

“เจ้าสิแอบมองขอทาน เนี่ยนเจินเจ้ารู้หรือไม่หมอหญิงท่านนั้นเป็นผู้ใด”

“ไม่ขอรับคุณชาย ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามีหมอหญิงในเมืองนี้ด้วย โรงหมอมีกี่ที่ข้ารู้หมด แต่หมอหญิงผู้นี้ข้าไม่รู้เลยขอรับ เพียงแต่ได้ยินขอทานในตลาดกล่าวว่านางจะมารักษาผู้คนที่นี่ทุกเดือน วันที่เดิม ทั้งรักษาทั้งแจกอาหาร ครบสามวันนางก็จะไปไม่มีผู้ใดรู้ว่านางเป็นผู้ใด”

“เช่นนี้นี่เอง”

“คุณชายขอรับ หากไม่กลับตอนนี้เกรงว่าขนมที่ฮูหยินอยากกินคงขายหมดก่อนคุณชายจะไปซื้อ” เนี่ยนเจินกระซิบเบา ๆ ให้ผู้เป็นนายฟัง ทั้งคู่ออกมาจากบ้านเพื่อซื้อขนมให้ฮูหยิน หากไม่บังเอิญได้เจอนางที่ตรอกการค้าเวลานี้ฮูหยินคงได้ยินขนมแล้วกระมัง

“เช่นนั้นเจ้าก็ไปซื้อของก่อน”

“คุณชายยังไม่หายดี หากกลับช้าข้าว่าฮูหยินคงเป็นห่วงไม่น้อย”

“กลับก็กลับ เลิกพูดถึงท่านแม่ข้าเสียที”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • คณิกาผู้นี้เป็นบุตรีแม่ทักบฏ   ของขวัญนี้ข้ามอบแด่ท่าน [จบ]

    บทส่งท้ายของขวัญนี้ข้ามอบแด่ท่านเหมันตฤดูปีนี้แม้จะมีหิมะตกอยู่เสมอแต่กลับรู้สึกเย็นสบายไม่หนาวเท่าปีก่อน หิมะเกาะกิ่งไม้ ใบไม้จนกลายเป็นสีขาวทั่วบริเวณ หญิงสาวเปิดหน้าต่างห้องพักตนเองเพื่อรับลม ทั้งที่หิมะตกเช่นนี้บางครานางยังรู้สึกร้อนจนต้องเปิดหน้าต่างรับลมเช่นนี้“ฮูหยิน จะทำสิ่งใดหรือเจ้าคะ” ผิงผิงบ่าวคนสนิทเอ่ยถาม นางกำลังปักลายดอกท้อลงบนเสื้อแต่เสื้อนั้นกลับเล็กจนนางคิดว่าคงไม่มีผู้ใดในบ้านใส่ได้แน่ นางไม่ตอบเพียงหันมายิ้มอ่อนหวานให้สาวใช้เท่านั้น นางเพียรปักผ้าผืนนี้มาเกือบเจ็ดวันแล้วนางปักผ้าไปยิ้มไปใบหน้าบ่งบอกว่ามีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่มากนัก หากฮูหยินมีความสุขนางจะขัดไปใย นึกดี ๆ แล้วช่วงนี้ฮูหยินของนางอารมณ์ดีกว่าเมื่อก่อน เห็นสิ่งใดก็ดูดีดูงดงามไปเสียหมด“งามหรือไม่ผิงผิง”“งามเจ้าค่ะฮูหยิน แต่ผู้ใดจะใส่ได้หรือเจ้าคะ”“เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง ท่านพี่อยู่ที่ใดห

  • คณิกาผู้นี้เป็นบุตรีแม่ทักบฏ   ให้ข้าอยู่กับเจ้าไปตลอดชีวิต

    31ให้ข้าอยู่กับเจ้าไปตลอดชีวิต“ซิ่วอิง เจ้านั่งอยู่ตรงนี้มานานแล้ว ไม่คิดทำสิ่งอื่นบ้างหรือ” มู่โม่โฉวเอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงศาลาข้างสวนดอกไม้ นางนั่งอยู่ที่นี่มาเกือบสองชั่วยามแล้ว นานจนเขานึกเป็นห่วงกลัวนางต้องลมนานจะพาลป่วยไข้“ท่านว่าข้ายังมีสิ่งใดให้ทำอีกหรือ ข้าทวงความยุติธรรมให้ครอบครัวได้แล้ว ทุกสิ่งล้วนถูกที่ถูกทาง ก่อนนี้ข้าไม่เคยได้พัก ไม่เคยคิดเรื่องเหน็ดเหนื่อยสักครั้ง ยามนี้ไม่มีสิ่งใดต้องทำอีกแล้วข้าอยากพักสักหน่อย”“เจ้าว่าอย่างไรข้าก็ว่าอย่างนั้น เช่นนั้นให้ข้าอยู่ด้วยได้หรือไม่” นางละสายตาจากภาพทิวทิศน์เบื้องหน้ากลับไปมองผู้ที่ยืนพูดอยู่ด้านหลัง นึกสงสัยในคำกล่าวเมื่อครู่ มู่โม่โฉวไม่พูดสิ่งใดต่อทำเพียงยิ้มให้นาง“ท่านไม่มีสิ่งใดให้ทำหรือ มาอยู่กับข้าทั้งวันเช่นนี้ไม่เบื่อหรือ”“ข้าไม่เคยเบื่อคิดว่าเจ้าคงรู้ หากอยู่ด้วยจนตายได้ยิ่งดี” มู่โม่

  • คณิกาผู้นี้เป็นบุตรีแม่ทักบฏ   รางวัล

    30รางวัลหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างจากชานเมืองถูกเปลี่ยนเป็นโรงหมอ คอยรับผู้ป่วยจากในและนอกเมือง รับเพื่อไม่ให้เข้าไปแพร่เชื้อในเมือง ส่วนผู้อยู่ในเมืองที่ติดก็จำต้องออกมารับการรักษานอกเมืองโรงหมอในเมืองพากันปิดหมดเมื่อรู้ว่าผู้ที่มาหาหมอติดโรคประหลาด ด้วยวิชาแพทย์ที่แตกฉานของหวงเหว่ยถิงและลูกศิษย์สาวอย่างหวงซิ่วอิง โรคระบาดจึงมิได้ลุกลามไปไกลยังพอควบคุม รักษาได้ทันท่วงที คนเจ็บปวดได้รับการรักษาจนหายดี เด็ก ผู้ใหญ่ คนแก่ บุรุษ สตรี ล้วนได้รับการรักษาอย่างเท่าเทียมมิได้แบ่งแยกนางกักขังตนเองอยู่กับผู้ป่วยสามวันสามคืนจึงหาทางรักษาจนได้ ผู้ทดลองยามิใช่ใครอื่น มู่โม่โฉวกับสวี่เลี่ยงหรงล้วนติดโรคประหลาดจากการช่วยนางดูแลผู้ป่วยยากไร้นางคิดสูตรยาอยู่เกือบสามวัน ใช้อาการของโรคเทียบกับตัวยา ช่วงแรกที่มีอาการหนักนางรักษาไปตามอาการ ผลคือผู้ป่วยไม่ดีขึ้นเลย อาการยังคงเป็นเช่นเดิม จนสุดท้ายได้สูตรยามาแต่ไม่มีสิ่งใดรับรองว่ายานี้จะได้ผล ดังนั้นนา

  • คณิกาผู้นี้เป็นบุตรีแม่ทักบฏ   โรคระบาด

    29โรคระบาดการกลับคำของฮ่องเต้องค์ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ แต่การใส่ร้ายขุนนางซื่อสัตย์ไม่ใช่เรื่องถูกต้อง องค์จักรพรรดิทรงกล่าวกับนางเช่นนี้ ไม่นานจึงออกพระราชโองการลงโทษคนตระกูลสวี่ สวี่เฟยฮุ่ยและคนสนิทถูกประหาร ส่วนผู้อื่นถูกเนรเทศ สมบัติถูกริบเข้าคลัง ยศตำแหน่งถูกริบคืนทั้งหมด แม้แต่บุตรตระกูลสวี่ก็ถูกสั่งห้ามรับราชการอีกตลอดชีวิต ตำแหน่งจอหงวนของสวี่เลี่ยงหรงที่เพิ่งสอบได้ไม่นานก็ถูกยกเลิก“ข้านั้นอยากสั่งประหารสามชั่วโคตร แต่มีคำขอจากสตรีบอบบางผู้หนึ่ง นางกล่าวกับข้าว่าสวี่เลี่ยงหรงไม่ได้ทำผิดใดเขาเองก็ช่วยหาหลักฐานสำคัญเพื่อหยุดการกระทำของบิดา หากต้องโทษประหารไป ยังจะมีผู้ใดอยากทำสิ่งดีอีก ข้าจึงละเว้น เจ้าว่าข้าทำเช่นนี้เหมาะหรือไม่”“การกระทำของพระองค์ล้วนเหมาะสม หม่อมฉันขอขอบพระทัยที่พระองค์ทรงคืนความเป็นธรรมให้นาง”“เหตุใดเจ้าต้องขอบคุณแทนนาง รู้จักนางหรือ”“หม่อนฉันไม่รู้จัก

  • คณิกาผู้นี้เป็นบุตรีแม่ทักบฏ   ประทานรางวัล

    28ประทานรางวัลผู้คนล้วนรับรู้ว่าหวงกุ้ยเฟยเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้มากเพียงใด วันนี้จึงพากันมามอบของกำนัล อวยพร มู่โม่โฉวเองก็เช่นกันเขามาอวยพรหวงกุ้ยเฟยในฐานะตัวแทนตระกูลมู่“ข้าขออวยพรให้หวงกุ้ยเฟยมีสุขภาพแข็งแรงอายุยืนเป็นร้อยปี วันนี้ขอมอบระบำนี้ เพื่ออวยพรให้หวงกุ้ยเฟยและองค์จักรพรรดิ”“เช่นนั้นเจ้าเล่นฉินให้ข้าฟังด้วยได้หรือไม่ โฉวเอ๋อร์ข้าไม่ได้ฟังเพลงฉินของเจ้านานนัก”“หากเป็นประสงค์ข้าย่อมทำตาม” ข้าหลวงนำฉินมาวางกลางลานให้มู่โม่โฉวได้บรรเลง หวงซิ่วอิงค้อมตัวคารวะผู้สูงศักดิ์ตรงหน้าก่อนจะเริ่มระบำไปพร้อมเพลงฉินอันไพเราะ ทำนองเพลงฉินนี้ทั้งอ่อนหวานชวนเคลิบเคลิ้ม ระบำก็งดงามอ่อนช้อย ไม่มีผู้ใดละสายตาจากระบำตรงหน้าได้เลยความงดงามของนางระบำที่แม้จะปิดบังใบหน้าแต่กลับน่าค้นหา ทั้งหมดราวกับต้องมนตร์จนระบำจบลงมนตร์นี้จึงถูกคลาย“ดียิ่ง ดีจริง ๆ ข้าไม่เคยเห็นระบำงดงามเช่นนี้มาก่อน

  • คณิกาผู้นี้เป็นบุตรีแม่ทักบฏ   ไม่ได้ครอบครอง

    27ไม่ได้ครอบครองหลังเตรียมอาหารเสร็จหวงซิ่วอิงและหวงเหว่ยถิงช่วยกันยกอาหารไปวางที่โต๊ะกลางลานบ้าน ผ่านไปไม่กี่เฟินสวี่เลี่ยงหรงก็ตามออกมา ท่าเดินโซซัดโซเซดูไม่มีแรงมากนัก“ท่านยังไม่หายดี ออกมาข้างนอกทำไมกัน” หวงซิ่วอิงเดินไปประคองสวี่เลี่ยงหรงไปนั่งที่โต๊ะกลางลานบ้าน หวงเหว่ยถิง และจางหย่งนั่งมองนิ่ง ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกไป“คารวะท่านทั้งสอง” เป็นสวี่เลี่ยงหรงที่เอ่ยทั้งสองบุรุษที่โต๊ะกลางลานบ้านก่อน จางหย่งที่มักไม่ค่อยพูดยกมือขึ้นมาประสานรับคารวะแต่ไม่ได้กล่าวสิ่งใด หวงเหว่ยถิงพยักหน้ารับขยับชามโจ๊กไปให้คุณชายสวี่“กินข้าวเถอะ จะได้พักผ่อนท่านยังไม่หายต้องพักให้มากหน่อย ถ้าจะให้ดีไม่ควรฝืนขยับตัว”“พวกท่านกินกันไปก่อน ข้าจะเอาอาหารไปให้คุณชายมู่” กล่าวจบก็เดินถือถาดอาหารไปยังเรือนพักด้านข้าง ทิ้งให้บุรุษสามคนนั่งกินข้าวอยู่ด้วยกันเพราะมั่นใจว่าหวงเหว่ยถิงจะไม่ทำอันตรายสวี่เ

  • คณิกาผู้นี้เป็นบุตรีแม่ทักบฏ   ปิดหอ

    22ปิดหอ“เหตุใดหอสุราที่มิเคยหลับใหลจึงปิดเล่า ซ้ำยังปิดวันประมูลอีก” บรรดาบุรุษทั้งหลายที่มาเพื่อร่วมประมูลดอกไม้หนึ่งเดียวของหออิงฮวา กำลังร่วมพูดคุยกันด้วยความสนอกส

  • คณิกาผู้นี้เป็นบุตรีแม่ทักบฏ   ส่งท่านเท่านี้

    2ส่งท่านเท่านี้“คุณชายมาทำสิ่งใดในป่าเช่นนี้กัน”“ข้ามาตามหาหมอเทวดาที่ผู้คนล่ำลือแต่ไม่รู้หมอเทวดาท่านนั้นอยู่ที่ใด ระหว่างทางเจอเข้ากับโจรป่าจึงแยกกับผู้ติดตาม หนีตายจนตกเขา เหตุนี้ถึงได้แม่นางช่วยไว้ ข้าขอขอบคุณ หากข้ากลับถึงบ้านแล้วจะต้องมอบสิ่งตอบแทนให้แม่นางเป็นแน่” มู่โม่โฉวลุกขึ้นยืนยกมือ

  • คณิกาผู้นี้เป็นบุตรีแม่ทักบฏ   ข้าคือมู่โม่โฉว

    1ข้าคือมู่โม่โฉ่วเสื้อคลุมขนสัตว์สีขาวถูกถอดมาคลุมร่างไร้สติ ด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนาวตายก่อนถึงวัด โดยมีเจ้าของรถม้าคอยดูแลอยู่ นางใช้ผ้าเช็ดหน้าบรรจงเช็ดคราบโคลนที่เปื้อนหน้าเขาออกเบา ๆ คราบนี้ติดนานเกินไปจึงใช้ผ้าสะอาดแห้งเช็ดไม่ออก“อือ...” เสียงเจ็บครวญดังออกมาจากริมฝีปากซีดคล้ำเพราะความหนาว

  • คณิกาผู้นี้เป็นบุตรีแม่ทักบฏ   ล้างตระกูล

    บทนำล้างตระกูลกลางเหมันต์ฤดู คืนหิมะโปรยปราย คฤหาสน์ใหญ่โตตระกูลหวงกลับมีเสียงกรีดร้องโหยหวนมิขาดช่วง ไม่เว้นแม้ริมกำแพง ใต้ต้นไม้ ซอกมุมเรือน เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นบนหิมะขาวยิ่งเห็นยิ่งให้สลดใจ เด็กเล็กเด็กน้อย บ่าว ไพร่ อายุไม่เท่าไรก็ถูกคมดาบคมกระบี่ปลิดชีพจนสิ้นทั้งคฤหาสน์เมืองทั้งเมืองตกอย

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status