คณิกาผู้นี้เป็นบุตรีแม่ทักบฏ

คณิกาผู้นี้เป็นบุตรีแม่ทักบฏ

last updateDernière mise à jour : 2025-01-11
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
Notes insuffisantes
33Chapitres
3.6KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

หลังตระกูลหวงถูกป้ายสีจนต้องโทษฆ่าล้างตระกูล หวงซิ่วอิงที่รอดชีวิตมาได้เพราะถูกส่งไปรักษาตัวนอกจวนจึงแสร้งใช้ชีวิตเป็นคณิกา เพื่อลอบสืบข่าวหาทางคืนความยุติธรรมให้คนทั้งตระกูลที่ได้ตายไป

Voir plus

Chapitre 1

ล้างตระกูล

บทนำ

ล้างตระกูล

กลางเหมันต์ฤดู คืนหิมะโปรยปราย คฤหาสน์ใหญ่โตตระกูลหวงกลับมีเสียงกรีดร้องโหยหวนมิขาดช่วง ไม่เว้นแม้ริมกำแพง ใต้ต้นไม้ ซอกมุมเรือน เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นบนหิมะขาวยิ่งเห็นยิ่งให้สลดใจ เด็กเล็กเด็กน้อย บ่าว ไพร่ อายุไม่เท่าไรก็ถูกคมดาบคมกระบี่ปลิดชีพจนสิ้นทั้งคฤหาสน์

เมืองทั้งเมืองตกอยู่ภายใต้ความเงียบกลางลมหิมะ น่าสลดใจนักตระกูลหวงเคยมีความดีความชอบมากมายเป็นที่นับหน้าถือตา เพียงคืนเดียวเท่านั้นกลับกลายเป็นตระกูลผู้คิดก่อการกบฏ มีผู้คนมากมายไม่คิดเช่นนั้นแต่จะทำอย่างไรได้นี่คือพระบัญชาของกษัตริย์ กวาดล้างตระกูลหวงให้สิ้นมิเว้นผู้ใด

ไม่รู้โชคดีหรือร้ายบุตรสาวเพียงคนเดียวกลับไม่อยู่ในคฤหาสน์นางป่วยไข้อยู่หลายวัน มารดาจึงส่งไปรักษายังวัดบนเขา นางจึงรอดพ้นจากการฆ่าล้างตระกูลคืนนี้ คฤหาสน์หลังใหญ่ตกอยู่ภายใต้เปลวไฟ เช่นนั้นจึงไม่มีผู้ใดรู้ว่าบุตรสาวอย่างหวงซิ่วอิงยังมีชีวิตอยู่

7 ปีผ่านไป

หอสุราอิงฮวาในตอนนี้มีชื่ออย่างมากเรื่องหญิงงามล่มเมือง ผู้คนมากมายจึงพากันมายลโฉม วันนี้ของทุกเดือนตั้งแต่สี่ปีก่อนทำให้หอสุรานี้มีชื่อเสียงมากขึ้น ผู้คนแวะเวียนมามิขาดเพื่อให้ได้ชมการประมูลหญิงงาม ‘ลี่อิน’

การประมูลคณิกาจะเริ่มขึ้นหลังยามโหย่ว หากผู้ใดให้ราคามากที่สุดเมื่อเริ่มยามห้ายแม่นางลี่อินจะไปดูแล เล่นดนตรี คอยอยู่ปรนนิบัติจนกว่าจะถึงยามโฉ่ว แต่ผู้ประมูลมิสามารถแตะต้องร่างกายนางได้หากนางไม่ยินยอม

ผู้คนล้วนเล่าลือกันว่าจนป่านนี้ยังไม่มีบุรุษใดได้แตะนางแม้ปลายเส้นผม คำเล่าลือเหล่านี้ทำให้บุรุษมากมายทั้งเศรษฐี พ่อค้า ขุนนาง พากันมาประมูล หว่านล้อมอยากรับนางเป็นทั้งภรรยาเอก ทั้งอนุ เชื้อพระวงศ์เองก็มีไม่น้อยเลย

ยามสองเท้าเปล่าเปลือยก้าวไปเบื้องหน้า กำไลข้อเท้าที่มีกระพรวนเล็กติดอยู่ส่งเสียงดังเรียกสายตาบุรุษและสตรีทั้งหออิงฮวาให้หันมอง ร่างบอบบางสวมอาภรณ์สีชมพูอ่อนช่างเข้ากับลานหิมะกลางหอยิ่งนัก เสื้อคลุมตัวนอกสีขาวบางพลิ้วปลิวตามลม ผิวกายขาวราวหิมะ ระบำงดงามอ่อนช้อยไม่มีผู้ใดไม่หยุดมอง

งามล่มเมืองยังน้อยไปเมื่อเทียบกับความงามตรงหน้ายามนี้ เรือนผมดำยาวสลวย ผมถูกเกล้าขึ้นไว้ด้านบนครึ่งหนึ่งปักปิ่นหยกรูปดอกท้อ คิ้วสวยได้รูป ดวงตากลมโตเปล่งประกาย จมูกและปากถูกปิดไว้ด้วยผ้าคลุมหน้าผืนบาง แม้จะเห็นเพียงครึ่งหน้าก็ไม่ทำให้นางดูงดงามน้อยลง

ผู้คนมากมายยังคงเคลิบเคลิ้มไปกับระบำลี่อิน ระบำที่นางเป็นคนคิดขึ้นเองและระบำเองเพียงผู้เดียว หญิงคณิกาอื่นในหอล้วนไม่กล้าระบำเทียบเคียงนางจึงไม่มีผู้อื่นระบำอีก เมื่อระบำจบนางจึงเดินไปนั่งกลางลาน สองมือเล็ก ๆ อ่อนช้อยหยิบผีผาขึ้นมาบรรเลงต่อ

“งดงามดังคำร่ำลือจริง ๆ” ท่านโหวน้อยแห่งจวนสวี่กล่าวกับผู้ดูแลหอ หลังการบรรเลงผีผาของนางจบลง เขาเองมาที่แห่งนี้เพราะอยากรู้นางงามล่มเมืองงามอย่างผู้คนร่ำลือจริงหรือไม่ ผู้ดูแลหอรีบก้มตัวคำนับรับคำชมจากท่านโหวน้อย คืนนี้เห็นทีการประมูลนี้คงมีผู้ร่วมประมูลจนราคาสูงอีกกระมัง

ทุกวันคณิกาคนอื่นจำต้องดูแลบุรุษนับไม่ถ้วนต่างจากลี่อิน นางทำเพียงเดือนละครั้งเท่านั้น แต่หนึ่งครั้งของนางทำกำไรให้หอสุราแห่งนี้มากกว่าคณิกาผู้อื่นทำทั้งเดือนเสียอีก นางจึงได้รับการปฏิบัติที่พิเศษกว่าผู้อื่น

“เริ่มการประมูลได้” เข้าสู่ยามซวีสตรีวัยกลางคนกล่าวขึ้น นางยืนอยู่กลางลานหอสุรา บนแท่นไม้โดดเด่นกลางหิมะขาวโพลน ที่เดียวกับการบรรเลงผีผาก่อนนี้

“ห้าสิบตำลึง” นางยังไม่บอกราคาประมูลเริ่มต้นกลับมีผู้ร่วมประมูลให้มากกว่าเสียแล้ว ราคานี้มากกว่าราคาเริ่มต้นนางจึงเริ่มประมูลต่อไป

“หกสิบตำลึง”

“เจ็ดสิบ”

“แปดสิบ”

“หนึ่งร้อยตำลึง”

“สามร้อยตำลึง”

“ห้าร้อยตำลึง”

“ห้าร้อยตำลึง” ผู้ร่วมประมูลต่างพากันเงียบเมื่อมีคนประมูลราคาซ้ำกับบุรุษก่อนหน้า ท่านโหวน้อยลุกยืนสะบัดชายเสื้อตนเอง เขาเดินไปหยุดตรงริมระเบียงชั้นสอง มองลงไปกลางลานหิมะ ท่าทางเพียบพร้อมสง่างามทำให้ผู้คนพากันมองไม่น้อย “ทอง” เมื่อผู้คนพากันเงียบท่านโหวจึงเอ่ยคำต่อมาผู้คนพากันร้องฮือฮาทั่วหอ ตั้งแต่ประมูลมายังมิเคยเห็นผู้ประมูลมากเพียงนี้เลย

สุดท้ายไม่มีผู้ประมูลแข่ง ค่ำคืนนี้ท่านโหวน้อยจึงได้แม่นางลี่อินมาคอยอยู่ปรนนิบัติ หลังการประมูลจบเถ้าแก่ผู้ดูแลจึงขอตัวออกจากห้องไปพาหญิงสาวผู้นั้นเข้ามา

“ลี่อินคารวะท่านโหวน้อย” สตรีบอบบางอ่อนช้อยย่อตัวกล่าวคารวะลูกค้าคนสำคัญในคืนนี้ สวี่เลี่ยงหรงพยักหน้าพอใจกับสตรีตรงหน้า เขาลุกเดินไปหานางช้า ๆ หมายจะโอบประคอง นางขยับถอยหลังหนึ่งก้าวก่อนจะกล่าวกับบุรุษตรงหน้าด้วยท่าทีแช่มช้อยน่าทะนุถนอมจนมิอาจะกล่าวโทษเอาผิดใด

“ขอบคุณท่านโหวน้อยเจ้าค่ะ แต่ลี่อินมีกฎต้องรักษาหากท่านโหวมิทำตามกฎเกรงว่าต่อไปลี่อินคงมิอาจขัดขืนผู้ใดได้อีก ขอท่านโหวน้อยโปรดเมตตาลี่อินสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ” สตรีตรงหน้ากล่าวด้วยน้ำเสียงรื่นหู แบ่งรับแบ่งสู้ บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น น้ำเสียงอ่อนหวานของนางไม่ว่าบุรุษใดได้ฟังก็คงโกรธนางไม่ลง

“เช่นนั้นข้าต้องขออภัยแม่นางลี่อินด้วย เชิญนั่งเถอะ” สวี่เลี่ยงหรงกล่าวจบก็ผายมือให้นางเข้าไปด้านใน นางย่อตัวครั้งหนึ่งแล้วเดินเข้าไปภายในห้อง

“ท่านโหวน้อยบอกลี่อินได้หรือไม่เจ้าคะว่าชอบสิ่งใด”

“ก่อนข้าจะบอกว่าชอบสิ่งใด แม่นางควรถอดผ้าคลุมหน้าก่อนหรือไม่ ข้าประมูลเวลาของแม่นางมาราคามิใช่น้อยเลย”

“ขออภัยท่านโหวน้อย” หญิงสาวเบนใบหน้าค่อย ๆ ปลดผ้าคลุมออก จากนั้นจึงหันกลับมามองผู้เป็นลูกค้าในวันนี้ช้า ๆ ดวงตาเรียวคมเบิกขึ้นเมื่อเห็นดวงหน้างดงามทั้งหมดโดยปราศจากผ้าคลุม ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมช่างงดงามนัก ยิ่งไม่ถูกสิ่งใดบดบังยิ่งงดงาม

ผู้ชนะการประมูลเท่านั้นจึงมีโอกาสได้เห็นใบหน้าของนางอย่างเช่นตอนนี้ คำเล่าลือจึงยิ่งไปไกลเพราะผู้เห็นมีไม่มาก

“ท่านโหวน้อย” สวี่เลี่ยงหรงนิ่งเงียบตกอยู่ในห้วงความคิดของตนเองไปครู่หนึ่ง หากไม่ได้ยินเสียงหวานเรียกคงไม่อาจคืนสติได้ในตอนนี้ บุรุษรูปงามตรงหน้าแย้มยิ้มให้นางอย่างจริงใจ มิใช่ยิ้มปั้นแต่งอย่างเคย

สวี่เลี่ยงหรงเป็นบุตรชาติคนโตของตระกูลสวี่ที่มีหน้ามีตามากในเมืองจิงโจวหลังเหตุการณ์ปราบกบฏ เจ็ดปีก่อน เขาจึงรับสืบทอดบรรดาศักดิ์จากบิดา เขาไม่มีความคิดอยากรับราชการเหมือนบิดาแต่เขาเป็นบุตรชายคนโตจึงมิอาจขัดคำบิดาได้

ตระกูลสวี่มีบุตรเพียงสองคน บุตรชายคนโตสวี่เลี่ยงหรง บุตรสาวสวี่ลี่จูแต่น้องสาวได้พูดคุยหมั้นหมายกับตระกูลมู่ที่เป็นหนึ่งในสองตระกูลใหญ่ของเมือง ตระกูลมู่มิได้รับราชการแต่เป็นตระกูลใหญ่เพราะน้องสาวมู่ชิงอีเป็นถึงหวงกุ้ยเฟยในฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน และยังเป็นเจ้าของหอสุราแห่งนี้อีกด้วย

“งดงามสมคำร่ำลือจริง ๆ แม่นางคงฟังคำพูดนี่จนเบื่อแล้วกระมัง” ลี่อินยิ้มให้กับคำพูดเมื่อครู่ จากนั้นจึงหันไปเทสุราใส่จอกกระเบื้องเคลือบอย่างดีให้บุรุษหนุ่มตรงหน้า สวี่เลี่ยงหรงสังเกตทุกท่าทีทุกการกระทำของนาง

“หากท่านโหวน้อยไม่ยอมบอก เช่นนั้นลี่อินจะบรรเลงเพลงให้ท่านได้ฟัง” สิ้นเสียงหวานนิ้วมือขวากดลงบนสายเสียงของฉินไม้ขนาดกลางเนื้อไม้เงาวาวงดงาม มือซ้ายดีดสายเสียงตามบทเพลง เรียวนิ้วเคลื่อนไปมาพลิ้วไหวแผ่วเบาแต่ยังคงความอ่อนช้อยเอาไว้ ทำนองเพลงสุภาพอ่อนโยนเข้ากับภาพตรงหน้าเหมาะสมยิ่งเมื่อผู้บรรเลงคือหญิงงามผู้นี้

เขามิอาจละสายตาจากนางได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว แต่นี่แหละสิ่งที่นางต้องการ นางรู้ว่าต้องทำอย่างไร ทำสิ่งใดบุรุษมากมายจึงยอมศิโรราบแด่ตนเอง บุรุษผู้นี้ก็ไม่เว้นเช่นกัน

“พี่ลี่อิน จะออกไปอีกแล้วหรือ” ผิงผิงสาวงามนางหนึ่งเอ่ยถามนางถูกนำมาขายบังคับให้เป็นนางคณิกายังหออิงฮวา ด้วยความสงสารลี่อินจึงซื้อนางมาคอยรับใช้ หลังจากวันประมูลพี่สาวลี่อินมักจะออกไปนอกหอสุราเสมอ นางไม่รู้ว่าพี่สาวคนดีไปที่ไหน ไปทำไม แต่นางเห็นภาพแบบนี้มาตลอดสองปี

“ข้ามีบางอย่างต้องทำ เจ้าอยู่นี่คอยต้อนรับท่านโหวน้อยให้ข้าก็พอ เข้าใจหรือไม่”

“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ เช่นนั้นพี่ลี่อินท่านจะกลับมาเมื่อใด”

“อีกสองสามวันข้าจะกลับ”

“พี่ลี่อินดูแลตนเองด้วย เดินทางปลอดภัยนะเจ้าคะ” ลี่อินพยักหน้าให้หญิงสาว จากนั้นหยิบหมวกไม้ไผ่สานที่มีผ้าสีขาวผืนบางคลุมอยู่ขึ้นมาสวมปิดบังใบหน้าตนเองเอาไว้ หากนางไม่ปกปิดใบหน้าเกรงจะออกจากหอได้ยากยิ่ง

นางสวมอาภรณ์สีเขียวเหมือนสตรีทั่วไปจะได้ไม่สะดุดตามากนัก เดินออกไปถึงนอกชานเมืองก็มีรถม้ารออยู่แล้ว

“เชิญคุณหนู” ชายผู้นั้นเอ่ยเชิญนางขึ้นรถม้า เขามารอนางที่นี่ตั้งแต่ครึ่งชั่วยามก่อน ทุกเดือนเขาจะขับรถม้ามารอนางเพื่อไปวัดบนเขา เวลาช่วงหนึ่งก้านธูปบนถนนแถบนอกเมือง ป่าเขารกร้าง คนขับรถม้าสังเกตเห็นหลังพุ่มหญ้าสูงเทียบเข่าดูเหมือนมีคนนอนอยู่จึงหยุดรถม้า

“มีสิ่งใดหรือลุงจาง”

“ดูเหมือนมีคนบาดเจ็บ ข้าจะลงไปดูเสียหน่อย ท่านรอที่นี่เถิด” จางหย่งลงจากรถม้าเดินตรงไปพุ่มหญ้าสูง พลิกกายคนที่นอนคว่ำอยู่บนพื้น ตามร่างกายเปรอะเลือดไม่น้อย ดูท่าจะบาดเจ็บมานานแล้ว

“ให้ข้าดูหน่อยเถอะลุงจาง เผื่อช่วยสิ่งใดเขาได้” หลังพลิกตัวคนเจ็บให้นอนหงาย คนขับรถม้าจึงเบี่ยงตัวหลบให้สตรีด้านหลังเข้ามาดูอาการ

“ดูเหมือนจะหนักเอาการ ลุงจางพาเขาขึ้นรถม้าไปด้วยเถอะ ที่นี่หนาวเย็นเกินไปหากอยู่นานเกินไปเกรงจะหนาวตายเป็นแน่” หลังจากจับชีพจรคนเจ็บแล้วจึงหันไปบอกกับบุรุษด้านหลัง ใบหน้าเขาเปื้อนดินโคลน ตามเนื้อตัวมีบาดแผลจากการถูกครูดเกี่ยว เปื้อนเลือด เสื้อผ้ามีแต่รอยแห้งกรังของเลือด ตัวขาวซีดเย็นเฉียบ ไม่รู้ว่านอนอยู่นี่มานานเท่าใด จากอาภรณ์ที่เขาสวมคงเป็นบุตรผู้ดีมีเงินอย่างแน่นอน แต่มิรู้ว่าเป็นบุตรผู้ดีตระกูลใด

“คุณหนู นี่มิใช่หยกแขวนตระกูลมู่หรอกหรือ” จางหย่งเอ่ยขึ้นขณะพาเขาขึ้นรถม้าได้ บังเอิญเชือกแขวนหยกห้อยเอวขาด ทำให้หยกแขวนของเขาหล่นลงบนรถม้า

“เช่นนั้นบุรุษผู้นี้ก็คงเป็นบุตรชายของมู่ชิงอีกระมัง”

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
33
ล้างตระกูล
บทนำล้างตระกูลกลางเหมันต์ฤดู คืนหิมะโปรยปราย คฤหาสน์ใหญ่โตตระกูลหวงกลับมีเสียงกรีดร้องโหยหวนมิขาดช่วง ไม่เว้นแม้ริมกำแพง ใต้ต้นไม้ ซอกมุมเรือน เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นบนหิมะขาวยิ่งเห็นยิ่งให้สลดใจ เด็กเล็กเด็กน้อย บ่าว ไพร่ อายุไม่เท่าไรก็ถูกคมดาบคมกระบี่ปลิดชีพจนสิ้นทั้งคฤหาสน์เมืองทั้งเมืองตกอยู่ภายใต้ความเงียบกลางลมหิมะ น่าสลดใจนักตระกูลหวงเคยมีความดีความชอบมากมายเป็นที่นับหน้าถือตา เพียงคืนเดียวเท่านั้นกลับกลายเป็นตระกูลผู้คิดก่อการกบฏ มีผู้คนมากมายไม่คิดเช่นนั้นแต่จะทำอย่างไรได้นี่คือพระบัญชาของกษัตริย์ กวาดล้างตระกูลหวงให้สิ้นมิเว้นผู้ใดไม่รู้โชคดีหรือร้ายบุตรสาวเพียงคนเดียวกลับไม่อยู่ในคฤหาสน์นางป่วยไข้อยู่หลายวัน มารดาจึงส่งไปรักษายังวัดบนเขา นางจึงรอดพ้นจากการฆ่าล้างตระกูลคืนนี้ คฤหาสน์หลังใหญ่ตกอยู่ภายใต้เปลวไฟ เช่นนั้นจึงไม่มีผู้ใดรู้ว่าบุตรสาวอย่างหวงซิ่วอิงยังมีชีวิตอยู่7 ปีผ่านไปหอสุราอิงฮวาในตอนนี้มีชื่ออย่างมากเรื่องหญิงงามล่มเมือง ผู้คนมากมายจึงพากันมายลโฉม วันนี้ของทุกเดือนตั้งแต่สี่ปีก่อนทำให้หอสุรานี้มีชื่อเสียงมากขึ้น ผู้คนแวะเวียนมามิขาดเพื่อให้ได้ชมการประมู
Read More
ข้าคือมู่โม่โฉว
1ข้าคือมู่โม่โฉ่วเสื้อคลุมขนสัตว์สีขาวถูกถอดมาคลุมร่างไร้สติ ด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนาวตายก่อนถึงวัด โดยมีเจ้าของรถม้าคอยดูแลอยู่ นางใช้ผ้าเช็ดหน้าบรรจงเช็ดคราบโคลนที่เปื้อนหน้าเขาออกเบา ๆ คราบนี้ติดนานเกินไปจึงใช้ผ้าสะอาดแห้งเช็ดไม่ออก“อือ...” เสียงเจ็บครวญดังออกมาจากริมฝีปากซีดคล้ำเพราะความหนาว นางปรายตามองเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเขาลืมตาจึงขยับยื่นหน้าไปมองคนนอนราบอยู่บนที่นั่ง คนเจ็บพยายามหยัดกายลุกนั่งแม้ตาจะยังปิดอยู่“คุณชายอย่าขยับเลยเจ้าค่ะ ท่านยังเจ็บอยู่” เขายังนึกว่าตนเองถูกจับตัวมาเสียแล้วแต่พอได้ยินเสียงหวานจึงลืมตามองคนพูด ใบหน้างดงามเบื้องหน้าทำให้คนเจ็บเกือบลืมหายใจ ใบหน้าห่างเพียงช่วงเอื้อมมือเท่านั้น สีหน้าที่เคยซีดเซียวเพราะเพลียจากการเสียเลือดกลับกลายเป็นสีชมพูระเรื่อ“มะ...แม่นาง” คนเจ็บขยับปากพูดเสียงแผ่วเบา นางรู้ว่าบุรุษตรงหน้าอึดอัดท่าทางตอนนี้ จึงขยับไปนั่งพิงด้านในรถม้าเช่นเดิม เพื่อให้เขาได้ผ่อนคลายมากขึ้น“คุณชายไม่ต้องเกรงใจ นอนพักก่อนเถิด หากมีสิ่งใดอยากถามรอคุณชายดีขึ้นย่อมมีโอกาสได้ถาม” นางว่าเช่นนั้นเขาจึงไม่มีสิ่งใดอยากพูดอีก นอนราบไปกับที่นั่งเช่นเดิ
Read More
ส่งท่านเท่านี้
2ส่งท่านเท่านี้“คุณชายมาทำสิ่งใดในป่าเช่นนี้กัน”“ข้ามาตามหาหมอเทวดาที่ผู้คนล่ำลือแต่ไม่รู้หมอเทวดาท่านนั้นอยู่ที่ใด ระหว่างทางเจอเข้ากับโจรป่าจึงแยกกับผู้ติดตาม หนีตายจนตกเขา เหตุนี้ถึงได้แม่นางช่วยไว้ ข้าขอขอบคุณ หากข้ากลับถึงบ้านแล้วจะต้องมอบสิ่งตอบแทนให้แม่นางเป็นแน่” มู่โม่โฉวลุกขึ้นยืนยกมือทั้งสองข้างมาประสาน ขอบคุณหญิงสาวตรงหน้า หากไม่ได้นางเขาคงตายอยู่กลางป่ากลางเขาไม่มีใครหาเจอแล้วเป็นแน่นางเคยได้ยินแต่ผู้อื่นพูดถึงคุณชายใหญ่แห่งตระกูลมู่ว่าเป็นบุรุษรูปงาม เอาแต่ใจ ไม่น่าคบหา อ่อนแอ ชอบสัมมะเรเทเมา ไม่เอางานเอาการ หากไม่ใช่เพราะเป็นหลานชายหวงกุ้ยเฟยในองค์จักรรพรรดิ เกรงว่าคนคงกร่นด่ากันทั่วเมืองวันนี้ได้เจอตัวจริง ไม่เป็นดังที่ผู้อื่นกล่าวเลย บุรุษผู้นี้ทั้งอ่อนโยน เป็นสุภาพบุรุษ ทั้งยังรู้จักตอบแทนบุญคุณ พูดจาก็ดี ข่าวเล่าข่าวลือพวกนั้นเอามาจากที่ใดกัน“คุณชายไม่ต้องทำเช่นนี้ ข้าไม่ได้ต้องการสิ่งใดตอบแทน หลังจากนี้คุณชายจะทำอย่างไรต่อไปเจ้าคะ ข้ายังต้องอยู่ที่นี่อีกสองสามวัน”“หากเป็นเช่นนั้นข้าขอพักที่นี่สักวันได้หรือไม่ แล้วพรุ่งนี้เช้าข้าจะรีบไปไม่รบกวนเจ้าอย่างแน่นอน
Read More
ความลับของหญิงงาม
3ความลับของหญิงงามนางใช้เวลาอยู่บนเขาสามวันจึงนั่งรถม้าลงจากเขา นอกจากเรียนวิชาแพทย์นางยังใช้เวลาฝึกการใช้อาวุธจากลุงจางในทุก ๆ เดือน พอครบวันก็ลงเขากลับหอสุรา หญิงสาวในหอสุราล้วนสงสัยที่นางทำแต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถามลี่อินถอดหมวกมีผ้าคลุมออกเมื่อกลับถึงห้องพักตนเองในหอสุรา ผิงผิงรีบเข้ามารินชาอุ่น ๆ ให้ นางนั่งลงหยิบจอกชาขึ้นมาจรดริมฝีปากบางสีเดียวกับผลอิงเถา พักหายเหนื่อยครู่หนึ่งจึงถามเรื่องบุตรชายตระกูลสวี่ผู้นั้น“คุณชายสวี่ได้มาหาข้าหรือไม่ผิงผิง”“มาเจ้าค่ะพี่ลี่อิน ผิงผิงบอกคุณชายสวี่แล้วว่าพี่ลี่อินไม่พบผู้ใดหลังการประมูลเกรงคนจะกล่าวเล่าลื่อ โชคดีคุณชายมิได้ดึงดั้นเช่นผู้อื่นจึงกลับไป คุณชายยังกล่าวว่าเดือนหน้าจะมาพบพี่ลี่อินอีกครา” นางได้ฟังก็ยกยิ้มพอใจกับคำตอบ ทุกอย่างเป็นตามที่นางคาดไว้ อีกไม่นานนางจะต้องได้เข้าไปในตระกูลสวี่อย่างแน่นอน“เช่นนั้นก็ดี ข้าจะรอ แต่วันนี้เจ้าเตรียมตัวหรือยัง”“ผิงผิง เก็บข้าวของเรียบร้อยหมดแล้วเจ้าค่ะ รอพี่ลี่อินหายเหนื่อยเราก็ไปกันได้เลย” ลี่อินพยักหน้าให้ หันไปหยิบของสำคัญพร้อมเงินจำนวนหนึ่งใส่ห่อผ้าที่ผิงผิงเป็นผู้เตรียม หลังกลับจากวัด
Read More
ข้าไม่อยากแต่ง
4ไม่อยากแต่งบุรุษหนุ่มอายุเกือบยี่สิบรีบวิ่งตรงไปยังเรือนของฮูหยินใหญ่เมื่อกลับถึงคฤหาสน์ตระกูลมู่ ผู้เป็นมารดาเอ่ยปากว่าอยากกินแป้งย่างมีหรือบุตรชายแสนดีเช่นเขาจะไม่ตามใจ มู่โมโฉวรีบออกไปตลาดเพื่อซื้อแป้งย่าง ก่อนหน้านี้มารดาเขายังคงแข็งแรงดีจนกระทั่งได้รับรู้ว่าสหายสนิทเพียงคนเดียวตายในกองเพลิงไปแล้ว หลังจากนั้นมู่หยางซื่อจึงล้มป่วย เจ็บปวดอยู่เสมอ ต้องลมนานก็พาลจะป่วยไข้หมอทั่วทุกสารทิศได้มาทำการรักษาแต่นางก็ไม่ดีขึ้นเลย ผู้เป็นบุตรจะทนเห็นมารดาทุกข์ทรมานได้อย่างไร เช่นนี้เขาจึงเข้าป่าตามหาหมอเทวดาตั้งใจพามารักษามารดา“ลูกแม่เจ้าไปไหนมาหรือ เหตุใดจึงนานเพียงนี้”“ท่านแม่ข้าออกไปซื้อแป้งย่างให้ท่านแม่อย่างไรเล่า ท่านแม่ลองกินเถิดดีหรือไม่” มู่โม่โฉวตอบผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงอบอุ่น เขานั่งลงข้างเตียงผู้เป็นมารดายื่นแป้งย่างแผ่นสุดท้ายให้ อย่างที่เนี่ยนเจินกล่าวหากเขาไปช้ากว่านี้ทั้งตลาดก็คงไม่เหลือแป้งย่างแล้วสักร้านจะกล่าวให้ถูกคือเขาถูกกลิ่นหอมคุ้นจมูกล่อตาลวงใจต่างหาก กลิ่นหอมที่คงไม่มีผู้ใดในเมืองนี้ใช้อีกแล้ว แต่เขากลับจดจำใบหน้าเจ้าของกลิ่นนี้ได้ชัดเจน จึงได้เผลอเดินตามนางไป
Read More
สตรีน่ารังเกียจ
5สตรีน่ารังเกียจ “ถึงเวลาข้าต้องไปให้ผู้อื่นเล่าลือเสียบ้าง” หญิงสาวกล่าวขณะนั่งหวีผมอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ เตรียมตัวออกไปข้างนอกครั้งแรกในฐานะคณิกาแห่งหอสุราเพื่อให้ผู้คนได้ร่ำลือกันถึงความงดงามของหญิงงามอันดับหนึ่งหากชื่อเสียงยิ่งลือไกล ผู้คนจะยิ่งมาร่วมประมูลเช่นนั้นผู้ที่นางอยากให้รับรู้จึงจะรีบหานางในเร็ววัน“พี่ลี่อินจะไปที่ใดเจ้าคะ”“ไปซื้อผ้าสักพับสองพับ ไปกันเถอะ” นางปักปิ่นดอกท้อที่มวยผม เอื้อมมือไปหยิบผ้าปิดหน้าผืนบางมาคล้องหูสองข้าง ปิดหน้าไว้ครึ่งหนึ่งจากนั้นจึงเดินนำผิงผิงออกจากห้องไป“นั่นใช่แม่นางลี่อินหรือไม่”“เห็นเพียงครึ่งหน้ายังงดงามถึงเพียงนี้”“นางออกจากหอครั้งแรกใช่หรือไม่” ผู้คนภายนอกต่างพากันจับกลุ่มพูดคุยเรื่องนาง นางไม่เคยออกจากหอสุรามาก่อน ซ้ำยังน้อยคนนักจะได้เห็นหน้านางชัด ๆ ข่าวนี้แพร่ไปอย่า
Read More
ผู้ประมูลคนใหม่
6ผู้ประมูลคนใหม่ หญิงสาวปัดผมที่ปรกหน้าอยู่ออก นางยืนรับลมอยู่ริมระเบียงห้องพักวันนี้เป็นวันประมูลประจำเดือน เกรงว่าวันนี้คงจะมีคนมาร่วมประมูลมากกว่าทุกที เรื่องเล่าลือความงดงาม จริตมารยาอ่อนหวาน แต่ผู้ที่นางรอมีเพียงผู้เดียวเท่านั้น“วันนี้พี่ลี่อินจะสวมอาภรณ์สีใด” ผิงผิงเอ่ยถามในมือก็นำอาภรณ์งดงามตัดใหม่ของลี่อินออกมาวางเรียงดู อาภรณ์ใหม่พี่สาวบุตรธรรมของนางเป็นผู้คิดขึ้นเอง ทั้งแปลกตา ทั้งงดงามร่างบอบบางเดินกลับเข้ามาในห้องหยิบอาภรณ์สีม่วงขึ้นมาคลี่มันออกช้า ๆ วางมันลงบนเตียง อาภรณ์สีม่วงอ่อนท่อนบนเปิดหน้าท้องแผ่นหลัง ช่วงล่างส่วนมากมักเป็นผ้ายาวพริ้ว แต่นางให้ช่างทำเป็นกางเกงตัวใหญ่รัดข้อเท้า ติดกระพรวนเล็กตรงที่รัดข้อเท้า มีผ้าหนึ่งไว้ปิดไหล่เปลือย ผ้าปิดหน้าสีม่วงผืนบาง“ตัวนี้แหละ เจ้าไปเตรียมฉินวันนี้ข้าจะเล่นฉิน”“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน อีกเดี๋ยวข้าจะมาช่วยพี่ลี่อินแต่งตัว” ผิงผิง
Read More
บุรุษที่นางแตะต้อง
7บุรุษที่นางแตะต้อง “เช่นนั้นต้องขอบคุณคุณชายมู่แล้ว” นางกล่าวจบยกจอกสุราดื่มรวดเดียวหมด มู่โม่โฉวยื่นมือไปรับจอกสุรามาจากมือสตรีตรงหน้า เทอีกจอกยื่นให้นาง“เชิญแม่นาง วันนี้ข้าจะปรนนิบัติเจ้าเอง”“แต่ข้ามิได้อยากดื่มสุรา”“แล้วเจ้าอยากทำสิ่งใด”“ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน หากไม่ต้องปรนนิบัติผู้ใดข้าจะอยู่ในห้องนี้ไปเพื่อสิ่งใด” ทุกวันประมูลนางต้องคอยปรนนิบัตผู้ชนะอยู่เสมอ หากไม่ต้องทำนางเองก็ไม่รู้ต้องทำสิ่งใดต่อเช่นกัน อีกอย่างมิได้รู้จักกันถึงขนาดชวนพูดคุยเรื่องราวในชีวิตได้เลย“หากเจ้าไม่รู้เช่นนั้น ข้าเล่านิทานให้ฟังดีหรือไม่”“รบกวนคุณชายแล้ว” ลี่อินกล่าวพร้อมกับเทสุราใส่จอกให้มู่โม่โฉว เขารับมันมาถือเอาไว้ท่าท่างครุ่นคิดไม่รู้จะเริ่มตรงไหน“คืนหนึ่งในจวนตระกูลแม่ทัพผู้ซื่อสัตย์ คฤหาสน์ทั้งหลังเต็มไปด้วยเ
Read More
ความร่วมมือ
8ความร่วมมือ “เจ้า เจ้า เหตุใดทำเช่นนี้กัน” มู่โม่โฉวลนลานขยับกายหนีราวกับแตะของร้อน ใบหน้าแดงก่ำคงเพราะเมื่อครู่ถูกเห็นเข้าจึงลนลานเช่นนี้ ท่าทีของเขาทำหวงซิ่วอิงนิ่งเงียบ นางเดาความคิดเขาไม่ออกเลย ไม่รู้ว่าบุรุษผู้นี้ต้องการสิ่งใดจากนางกันแน่ เรือนร่างก็ไม่ใช่ เงินทองยิ่งไม่มีทางใช่คิ้วเล็กเรียวขมวดแน่น รวบรวมสติกลับมาก็ไม่รู้ว่าต้องพูดขอร้อง ข่มขู่ หรือบังคับเขาดี คุณชายมู่ผู้นี้เป็นคนแรกที่ทำให้นางอึกอักได้เช่นนี้ นิสัยก็ไม่ถึงกับเงียบขรึมแต่ก็มิได้เสเพล เป็นผู้ที่เดาได้ยากยิ่ง“หากท่านไม่ต้องการร่างกายข้า ท่านต้องการสิ่งใดจากคนต่ำต้อยเช่นข้า”“เจ้าจะต่ำต้อยได้อย่างไรกัน ผู้อื่นไม่รู้ว่าเจ้าสูงส่งเพียงใดแต่ใช่ว่าข้าเองก็ไม่รู้” ว่าจบก็หยิบเอาผ้าคลุมไหล่บนพื้นมาคลุมไหล่บอบบางเอาไว้ การกระทำของเขาทำให้นางแปลกใจไม่น้อยเลย ไหนจะคำพูดคำจาของเขาเมื่อครู่อีก เขากล่าวราวกับรู้ว่าเรื่องที่ผู้อื่นรู้ล้วน
Read More
คู่หมั้นคู่หมาย
9คู่หมั้นคู่หมาย เรื่องคืนวันประมูลเล่าลือกันทั่วเมือง เมื่อราคาประมูลสูงขึ้นทุกเดือน อีกทั้งผู้ประมูลยังเป็นบุตรชายเจ้าของหอสุราเองอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีคนพูดกันว่ามู่โม่โฉวเป็นบุรุษคนแรกที่ได้แตะต้องคณิกาอันดับหนึ่ง ไม่นานว่าที่คู่หมั้นคู่หมายอย่างสวี่ลี่จูได้ยินเรื่องนี้เข้า จึงรีบออกจากจวนโหวตรงมายังหอสุราเสียตั้งแต่เช้า“สตรีชั้นต่ำผู้นั้นอยู่ที่ใดกัน”“ไม่ทราบว่าคุณหนูมาที่นี่ด้วยเหตุใด” เถ้าแก่ผู้ดูแลรีบเดินเข้ามาถามเมื่อเห็นหญิงสูงศักดิ์เดินเข้าหอสุราตั้งแต่เช้าเช่นนี้ ท่าทีของนางไม่ให้เกียรติผู้ใด หากไม่ออกมารับหน้าเกรงจะพังหอสุราแห่งนี้“สตรีชั้นต่ำนั่นอยู่ที่ใด ไปตามนางมาให้ข้า” นอกจากขึ้นชื่อเรื่องความเอาแต่ใจสวี่ลี่จูผู้นี้หากไม่พอใจสิ่งใดยังมักให้คนใช้ไปทำลายข้าวของ ร้านรวงของผู้อื่นอีกด้วย ในเมืองจึงไม่มีผู้ใดอยากขัดใจนาง หากไม่ใช่เพราะบรรดาศักดิ์ของพ่อนางยังจะมีผู้ใดคบค้ากับนางอีก
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status