Masukสำหรับเอกแล้วเสี่ยภูริทัต คือพ่อที่อบอุ่นและเอาใจใส่เขาอย่างดีที่สุดเสมอมา ทว่าในสายตาคนนอก ชายผู้นี้คือบุคคลที่น่าเกรงขามและอันตรายเกินกว่าใครจะกล้าลองดี แม้แต่ลูกน้องผู้ซื่อสัตย์ยังต้องอยู่ด้วยความหวาดระแวง เพราะคำสั่งของเสี่ยมีเพียงกฎเดียวคือห้ามพลาด โอกาสแก้ตัวนั้นหาได้ยากยิ่ง แต่หากใครทำงานสำเร็จ ผลตอบแทนที่ได้รับก็มหาศาลพอที่จะเปลี่ยนชีวิตได้
ด้วยเหตุนี้ คนมีฝีมือมากมายจึงยอมสยบแทบเท้าเพื่อเป็นผู้ติดตามให้เสี่ยใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่โก้ เพื่อนรักในวัยเด็กของเอก ที่ยามนี้มุ่งมั่นปูทางเพื่อขึ้นเป็นมือขวาของเสี่ยให้ได้ โก้พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เอกพึงพอใจ เพราะเขารู้ดีว่าในอนาคต เอกคือผู้ที่จะสืบทอดอาณาจักรทั้งบนดินและใต้ดินต่อจากเสี่ยใหญ่
แม้เอกจะพอรู้ระแคะระคายเรื่องด้านมืดของพ่อมาบ้าง แต่เขาก็พยายามมองข้าม จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาบังเอิญไปพบเห็นเสี่ยใหญ่กำลังสั่งสอน ลูกน้องในห้องทำงาน
"กูบอกมึงแล้วใช่ไหม ว่างานนี้ห้ามพลาด!" เสียงคำรามของเสี่ยใหญ่ดังลั่น เขาฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของชายผู้นั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเลือดกบปาก สภาพของมันสั่นเทาราวกับลูกหมาที่กำลังจะถูกปลิดชีวิต
"ผมกลัวแล้ว... ยกโทษให้ผมเถอะครับ อย่าทำผมเลย" มันสะอึกสะอื้นไหว้วอน ไม่ใช่เพียงเพื่อตัวเอง แต่เพื่อชีวิตของลูกเมียที่อาจถูกลบหายไปจากโลกนี้ด้วย
"พ่อทำอะไรอยู่ครับ?" เอกตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป เขาคาดหวังว่าพ่อจะหยุดมือเพื่อเห็นแก่หน้าลูกชายอย่างเขาเสี่ยใหญ่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าจากเพชฌฆาตเป็นพ่อผู้ใจดีรวดเร็วราวกับกิ้งก่าเปลี่ยนสี
"อ้อ... พ่อกำลังคุยงานกับลูกน้องน่ะลูก มีอะไรหรือเปล่า?"
"แล้วทำไมลุงคนนี้ถึงหน้าบวมแดงแบบนั้นล่ะครับ?" เอกแกล้งถามด้วยท่าทีไร้เดียงสา
"เอ่อ... คือลุงเขาคันหน้าน่ะลูก พ่อเลยอาสาช่วยเกาให้แรงๆ หน่อย" เป็นคำแก้ตัวที่น้ำขุ่นที่สุดเท่าที่เอกเคยได้ยินมา เสี่ยใหญ่ตวัดสายตาคมกริบไปทางลูกน้อง เป็นเชิงข่มขู่ว่าหากไม่เออออไปด้วย ชีวิตมันได้จบลงที่นี่แน่
"ใช่ครับคุณหนู... ผมคันหน้ามาก นายท่านเลยช่วยเกาให้ครับ" มันตอบด้วยเสียงสั่นเครือ ใบหน้าโชกเลือดนั้นดูน่าเวทนาจนเอกทำได้เพียงภาวนาให้ความเจ็บปวดของชายผู้นี้ทุเลาลงโดยเร็ว
หลังจบเหตุการณ์ เสี่ยใหญ่ไล่ลูกน้องออกไปทันทีเพราะต้องการใช้เวลาส่วนตัวกับลูกชาย เขาเลือกใช้อำนาจและความหวาดกลัวเพื่อปกครองคนชั้นต่ำ แต่กับเอก... เขาคือพระเจ้าที่ใจดีที่สุด
"เราสองคนไม่ได้กินข้าวด้วยกันนานเลยนะ ตั้งแต่ลูกเข้ามหาลัย" เสี่ยใหญ่เปรยขึ้นขณะร่วมโต๊ะอาหารที่เรียบง่ายอย่างข้าวราดแกงตามที่เอกต้องการ
"ครับพ่อแต่นี้ไปผมเรียนจบแล้ว เราคงได้กินข้าวด้วยกันทุกวันจนกว่าพ่อจะเบื่อผมเลยล่ะ"
"ลูกโตแล้ว ถึงเวลาต้องมาช่วยงานพ่อเสียที พ่อเตรียมทุกอย่างไว้ให้พร้อมหมดแล้ว ทั้งเครือข่ายและมิตรสหายที่จะคอยสนับสนุนลูก" เสี่ยใหญ่กล่าวด้วยความคาดหวัง เขาไม่ปิดบังเลยว่าธุรกิจที่เอกต้องไปดูแลนั้นมีทั้งบ่อนคาสิโน อาบอบนวด และสถานบันเทิงในพัทยา ซึ่งล้วนเป็นธุรกิจสีเทาที่ทำกำไรมหาศาล
"แล้ว... ครอบครัวเรามีธุรกิจยาเสพติดบ้างไหมครับ?" เอกถามตรงๆ เพราะเรื่องนี้คือสิ่งที่เขาไม่อาจยอมรับได้
"เคยมี... แต่พ่อวางมือไปนานแล้ว แม้แต่โรงงานผลิตยาปลุกเซ็กส์พ่อก็เลิกทำ เหลือแค่ที่เอาไว้ใช้เองกับน้าศรีนวลของลูกนั่นแหละ ฮ่าๆ" เสี่ยใหญ่หัวเราะร่วน มองว่าลูกชายโตพอจะรับรู้ความวิปริตภายในบ้านได้แล้ว
"มิน่าล่ะครับ... ผมถึงรู้สึกว่าน้าศรีนวลชอบมองผมแปลกๆ บางทีผมก็แอบกลัวนะครับพ่อ ว่างๆ พาน้าไปหาหมอบ้างเถอะ ผมเป็นห่วง" เอกเอ่ยตามความจริง โดยหารู้ไม่ว่าน้าศรีนวลแอบติดตั้งกล้องแอบดูเขาอาบน้ำมานานแล้ว
"ฮ่าๆ ระวังเถอะ... ระวังน้าเขาจะจับลูกกินเข้าสักวัน" เสี่ยใหญ่พูดติดตลกโดยไม่มีท่าทีหึงหวง เพราะเขารู้ซึ้งถึงตัวตนของศรีนวลดี "แต่เอก... ที่น้าเขาเป็นแบบนี้มันเป็นเพราะพ่อเอง อย่ารังเกียจน้าเขาเลยนะ เธอเป็นผู้หญิงที่น่าสงสาร ถ้าวันหนึ่งไม่มีพ่อแล้ว ฝากลูกช่วยดูแลน้าเขาด้วยนะ"
เสี่ยใหญ่ยอมรับสารภาพอย่างหมดเปลือกว่าเขาคือต้นเหตุที่ทำให้ศรีนวลกลายเป็นสัตว์เลี้ยง ที่ถลำลึกในกามารมณ์ด้วยสารกระตุ้น ความรู้สึกผิดลึกๆ เริ่มผุดขึ้นในใจของชายผู้โหดเหี้ยม
"ครับพ่อ... ยังไงคุณน้าก็คือคนในครอบครัว ผมไม่มีวันทิ้งน้าแน่นอน"
เพียงผ่านพ้นราตรีอันเร่าร้อนมาได้ข้ามคืน ผลลัพธ์จากการบำบัด โดยหมอนวดมือหนึ่งอย่างเจ๊รินก็เห็นผลทันตา ท่อนเนื้อที่เคยเริ่มอ่อนล้าเสื่อมสภาพ กลับมาแข็งแกร่งและผงาดง้ำยิ่งกว่าเดิม ด้วยอานุภาพจากศาสตร์ลับแห่งการใช้มือและเรียวลิ้นของหญิงรุ่นแม่ที่ช่วยกระตุ้นเส้นประสาทที่เคยหลับใหลให้ตื่นตัวถึงขีดสุดในห้องนอนสุดหรูเวลานี้ สาวใช้คนเดิมกำลังก้มหน้าก้มตาปรนนิบัติเล้าโลมอาวุธคู่กายของเขาอย่างสุดฝีมือ เธอใช้ริมฝีปากดูดดื่มอย่างเร่าร้อนและรุนแรงเพื่อพิสูจน์ความเปลี่ยนแปลง"วันนี้... ของนายท่านแข็งแรงสู้มือดีจังเลยค่ะ"เธอเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงหยาดเยิ้มปนหอบพร่า เพราะในยามที่มันแข็งตัวเต็มพิกัดเช่นนี้ ขนาดที่มหึมาของมันทำให้เธอรู้สึกถึงความอัดแน่นจนเกือบจะล้นปาก สัมผัสที่ขยายตัวจนตึงเปรี๊ยะสร้างความกระสันให้ทั้งเจ้านายและลูกจ้างอย่างแสนสาหัส"พร๊วดดด... อ๊าาา..."ในที่สุด เอกก็ปลดปล่อยลาวาร้อนระอุออกมาอย่างทะลักทะลวง เขาเอนหลังพิงพนักเตียงพลางส่งเสียงร้องกระเส่าด้วยความสบายตัวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมานาน ความมั่นใจในความเป็นชายที่เคยสูญเสียไป บัดนี้ได้รับการเติมเต็มจนเต็มเปี่ยม พร้อมที่จะกลับไปเผชิญหน้
ทันทีที่เสียงสายน้ำจากฝักบัวในห้องน้ำดังขึ้น เป็นสัญญาณว่าไอ้โตกำลังเพลิดเพลินกับการอาบน้ำ เจ๊รินก็ไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป เธอพุ่งเข้าหาเอกด้วยท่าทางหิวกระหายราวกับเสือสาวที่เฝ้ารอขย้ำเหยื่อมาทั้งวัน"ไหน... ขอเจ๊ดูหน่อยซิ"เธอไม่พูดเปล่า แต่มือเรียวรีบจัดการงัดอาวุธลับของเอกออกมาจากกางเกงทันที เมื่อท่อนเนื้ออันเขื่องปรากฏสู่สายตา ดวงตาของแม่เพื่อนรักก็สั่นระริกด้วยความหลงใหลและตัณหาที่ปิดไม่มิด "โอ้โห... แข็งแรงมากเลยนะเรา ขนาดเจ๊แค่สะกิดนิดเดียวยังตั้งลำสู้มือขนาดนี้"มือของเธอเริ่มทำหน้าที่อย่างรู้งาน ชักขึ้นชักลงด้วยจังหวะที่เน้นหนักจนเอกถึงกับครางสั่นด้วยความเสียวกระสันไปทั้งร่าง "เจ๊... เบาหน่อย เดี๋ยวไอ้โตมันออกมาเห็นจะยุ่งนะ!" เอกกระซิบเตือนด้วยเสียงสั่นพร่า หัวใจเต้นโครมครามด้วยความหวาดระแวง เพราะแม่เพื่อนคนนี้ช่างหื่นกระหายจนน่ากลัวเหลือเกินทว่าเจ๊รินกลับหาได้ใส่ใจคำเตือนนั้นไม่ เธอแสยะยิ้มบางๆ ก่อนจะก้มลงใช้ริมฝีปากอุ่นชื้นบรรเลงบทเพลงดูดดื่มอย่างเร่าร้อน เสียงจ๊วบจาบดังคลอไปกับเสียงน้ำในห้องน้ำอย่างน่าหวาดเสียว เอกได้แต่ยืนตัวเกร็ง ขนลุกซูไปทั้งสรรพางค์กาย ทั้งหวาดกล
เจ๊รินไม่ได้ตอบคำถามนั้นด้วยวาจา ทว่าคำตอบของเธอกลับฉายชัดผ่านดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยแรงตัณหา เรือนร่างอวบอัดของเธอยังคงชุ่มโชกไปด้วยเม็ดเหงื่อที่สะท้อนแสงไฟรำไร เธอโน้มตัวเข้าหาแล้วใช้ริมฝีปากประกบดูดดื่มกับเด็กหนุ่มรุ่นลูกอย่างโหยหาและหิวกระหาย ราวกับจะสูบวิญญาณของเขาเข้าไปในร่างสัมผัสอันจาบจ้วงนั้นทำให้เอกถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาเคยผ่านสมรภูมิรักกับสตรีมาทุกรูปแบบ ทั้งสาวน้อยไร้เดียงสาไปจนถึงคุณหญิงผู้สูงศักดิ์ แต่กลับไม่เคยพบเจอใครที่มีความหื่นกระหายและเร่าร้อนได้เท่ากับแม่ของเพื่อนรักคนนี้เลย"ช่วยทำให้เจ๊หายคิดถึงหน่อยซิ... จัดให้หนักกว่าเมื่อกี้อีกนะ"เธอเอ่ยเสียงพร่าพลางใช้ร่างกายบดเบียดเรียกร้องการเติมเต็มอีกครั้ง เอกเองก็ไร้ซึ่งความคิดที่จะปฏิเสธ เมื่อ ท่อนเนื้อของเขาฟื้นคืนชีพขึ้นมาอย่างเต็มกำลังภายใต้ปลายนิ้วของเธอ เขาจึงโถมกายเข้าใส่เพื่อสานต่อบทเพลงกามที่ดุเดือดกว่าเดิม ในนาทีนั้นความผิดชอบชั่วดีถูกโยนทิ้งไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่สั่งการให้เขาตักตวงความสุขจากร่างอวบอัดนี้ให้คุ้มค่ากับเม็ดเงินและอารมณ์ที่พุ่งพล่านเวลาผ่านไปเนิ่นนานจนพายุสวาทมอดดับลง ทั้ง
เวลาล่วงเลยผ่านไปอีกสามเดือน ความเงียบสงบในคฤหาสน์กลับมาพร้อมกับเมฆหมอกแห่งความสับสน เอก เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นกับร่างกาย เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ความนิ่งเฉยในกามารมณ์นี้เกิดจากความอิ่มตัว ตามที่เขาเข้าใจ หรือแท้จริงแล้ว พยัคฆ์ร้ายคู่กายของเขากำลังเริ่มเสื่อมสมรรถภาพกันแน่ฉวบ... ฉวบ...เสียงที่เกิดจากความพยายามของสาวใช้คนสนิทดังระงมไปทั่วห้องนอน เธอปรนนิบัติเล้าโลม น้องชายของเขาอย่างเร่าร้อน หวังจะปลุกมังกรที่หลับใหลให้กลับมาผงาดง้ำอีกครั้ง ทว่ามันกลับยังคงนิ่งสงบ ไม่ยอมแข็งขืนท้าทายเหมือนเก่า"หนู... ทำให้นายท่านไม่ถูกใจหรือคะ?" สาวใช้เงยหน้าขึ้นถามด้วยสายตาสั่นไหว กลัวว่าตนเองจะทำหน้าที่บกพร่องเอกทำได้เพียงส่งยิ้มอ่อนแรงให้เธอ มือหนาลูบหัวสาวใช้อย่างปลอบประโลม "ไม่ใช่หรอก... ช่วงนี้ผมคงเหนื่อยกับงานมากไปหน่อย รบกวนเธอช่วยใช้ปากต่ออีกนิด... จนกว่าผมจะเสร็จนะ"สาวใช้รับคำบัญชาอย่างกระตือรือร้น เธอเร่งเร้าบทเพลงกามด้วยริมฝีปากและเรียวลิ้นอย่างสุดฝีมือ เอกหลับตาพริ้ม ความรู้สึกซ่านเสียวเริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆ แม้ร่างกายส่วนนั้นจะไม่ได้แข็งขึงเต็มที่ แต่สัมผั
วันเวลาหมุนเวียนผ่านไป เอกกลายเป็นชายหนุ่มผู้เจนจัดในกลวิธีซื้อใจผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นสาวน้อยแรกรุ่นหรือคุณหญิงคุณนายชั้นสูง ต่างก็เคยพ่ายแพ้ต่ออำนาจเงินและรสสวาทของเขามานับไม่ถ้วน ทว่าท่ามกลางความสัมพันธ์ฉาบฉวยเหล่านั้น มีเพียงคุณนายศรีนวลและข้าวหอม เท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์ให้อยู่ร่วมชายคาและได้รับความรักจากเขาอย่างเต็มที่ ส่วนคนอื่นๆ เป็นเพียงคู่ซ้อมแก้ขัดที่ผ่านเข้ามาเพื่อดับไฟกามชั่วคราวเท่านั้นมีอยู่วันหนึ่ง เอกแวะนั่งทานอาหาร ณ ร้านข้าวแกงริมทางแห่งหนึ่ง แต่เขากลับไม่ได้สนใจรสชาติของอาหารเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขาจับจ้องไปยังแม่ค้าข้าวแกง ผู้มีผิวพรรณขาวสะอาดยวนตาและสรีระอวบอัดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้ากันเปื้อน ท่อนเอ็นของเขาเริ่มแข็งขึงท้าทายด้วยความกระหายอยากทันทีที่เห็นกิริยาที่คล่องแคล่วของเธอ เขาเฝ้ารอจนกระทั่งลูกค้าคนสุดท้ายจากไป เพื่อที่จะหาจังหวะรุกรานเธอเพียงลำพัง"กับข้าวร้านพี่อร่อยดีนะครับ เปิดมานานหรือยัง?" เอกเริ่มต้นบทสนทนาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล"เปิดมานานแล้วจ้ะ น้องเพิ่งเคยมาทานหรือ คราวหน้ามาอุดหนุนใหม่นะ" แม่ค้าตอบด้วยรอยยิ้มอัธยาศัยดี เพราะประทับใจในรูปลักษณ์ที่ดูภูมิฐ
เดิมทีเอกไม่ใช่คนที่ติดโทรศัพท์มือถือ แต่ในยามที่ชีวิตก้าวเข้าสู่ความว่างเปล่าจนน่าเบื่อหน่าย เขาจึงเริ่มมองหากิจกรรมใหม่ๆ เพื่อปลุกเร้าสัญชาตญาณ กระทั่งเขาได้พบกับคลิปลับที่เป็นไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์ หญิงสาวสวมหน้ากากแฟนตาซีที่ซ่อนใบหน้าไว้ภายใต้ปริศนา ทว่าร่างกายที่ตั้งครรภ์ได้ 6 เดือนกลับสำแดงบทรักกับตนเองอย่างร่านสวาท ทรวงอกขนาดมหึมาตามธรรมชาติและลีลาที่จัดจ้านของเธอสะกดให้เอกจ้องมองจนลมหายใจหอบถี่ เขาเฝ้าจินตนาการถึงการครอบครองเธอ จนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจส่งข้อความไปหาหญิงสาวใจถึงรายนั้น"สวัสดีครับ ผมดูคลิปของคุณแล้วประทับใจมาก... สนใจจะมาพบกันไหม? ผมสัญญาว่าทุกอย่างจะเป็นความลับ"หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ข้อความตอบกลับก็ปรากฏขึ้น "ขอโทษนะคะ หนูไม่ได้ขายค่ะ หนูแค่ท้องแล้วอารมณ์เปลี่ยว แต่แฟนไม่ค่อยทำการบ้านเลยโพสต์เล่นๆ แก้เหงา หนูไม่อยากนอกใจแฟนค่ะ"แม้จะโดนปฏิเสธ แต่เอกรู้ดีว่ามนุษย์ทุกคนย่อมมีจุดอ่อน เขาจึงส่งรูปถ่ายตนเองคู่กับรถหรูที่มีฟ่อนเงินหนาเตอะวางอยู่อย่างจงใจ "น่าเสียดายจังครับ ผมนึกว่าเราจะได้ทำความรู้จักกันเสียอีก"เพียงไม่กี่นาทีต่อมา กำแพงศีลธรรมที่หญิงสาวพยายามรักษาก็พั







![เซ็กส์ในห้องสีดำ [PWP] - (SM) - [NC30+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)