로그인เอก เด็กชายผู้ขึ้นชื่อเรื่องความยอดกตัญญู เขาปรนนิบัติเลี้ยงดูแม่ผู้พิการจนวินาทีสุดท้ายของลมหายใจ ความดีและความแกร่งกร้าวในแววตาของเด็กน้อยไปสะดุดตาเสี่ยใหญ่ ผู้ทรงอิทธิพล ชายผู้กุมบังเหียนอาณาจักรธุรกิจสีเทาที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั้งบนดินและใต้ดิน ภายใต้ภาพลักษณ์มหาเศรษฐี เสี่ยใหญ่ผู้นี้คือพญาเสือที่มักมากในกามราคะ เขาใช้อำนาจเงิน และ บารมีมืดเป็นกุญแจไขเข้าสู่ห้องนอนของหญิงสาวทั่วสารทิศ ไม่ว่าจะเป็นลูกใครหรือเมียใคร หากเขาหมายตา ย่อมไม่มีใครรอดพ้น เอกถูกชุบเลี้ยงขึ้นมาในฐานะทายาทเพียงคนเดียว เขาซึมซับวิชาความรู้จากพ่อบุญธรรมอย่างรอบด้าน ทั้งกลยุทธ์การทำธุรกิจและการเอาตัวรอดในโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก แต่บทเรียนที่สำคัญที่สุดที่เสี่ยใหญ่ถ่ายทอดให้ คือ ศาสตร์แห่งการล่า ผู้หญิงทุกคนมีรอยร้าว... และรอยร้าวนั้นคือจุดอ่อน พ่อบุญธรรมสอนให้เอกมองทะลุถึงความปรารถนาเบื้องลึกของสตรี ไม่ว่าเธอเหล่านั้นจะมีพันธะหรือซื่อสัตย์เพียงใด หากหาจุดเปราะบางนั้นเจอและใช้มันให้เป็น เอกจะสามารถครอบครองร่างกายและจิตใจของใครก็ได้ตามที่ใจต้องการ
더 보기ในมุมมืดของกรุงเทพมหานคร ท่ามกลางละอองฝุ่นและกลิ่นอับชื้นของสลัมที่ดูไร้อนาคต ผู้คนในนี้หายใจเข้าออกเป็นความแร้นแค้น ท่ามกลางเงาตะคุ่มของเหล่านักค้ายา มือปืน และหญิงสาวผู้เร่ขายเรือนร่างเพื่อความอยู่รอด ทว่าในซอกหลืบแคบๆ นั้น ยังมีเด็กน้อยคนหนึ่งที่ชื่อว่าเอก ผู้เป็นฟันเฟืองตัวเล็กๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยแรงกตัญญู
ภายในห้องเช่าผุพังท้ายซอย เสียงไอโขลกอย่างรุนแรงดังแทรกความเงียบ “เอก... น้ำให้แม่หน่อยลูก... แค่ก!” “น้ำครับแม่ ใจเย็นๆ นะครับ” เด็กชายวัย 7 ขวบ รีบประคองขันน้ำด้วยความลนลาน สายตาเต็มไปด้วยความกังวล
น้ำฝน แม่ค้าข้าวแกงผู้เคยมีรอยยิ้มสดใส บัดนี้กลายเป็นร่างซูบผอมที่ขยับเขยื้อนไม่ได้จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่พรากทุกอย่างไป มิหนำซ้ำ สามีที่เคยสาบานว่าจะดูแลกันกลับทิ้งเธอและลูกไปอย่างไร้เยื่อใยในวันที่เธอต้องการเขามากที่สุด มีเพียงข้าวไข่เจียว ฝีมือลูกชายตัวน้อยที่ประทังชีวิตสองแม่ลูกมาได้จนถึงทุกวันนี้ ความสู้ชีวิตของเอกชนะใจแม้กระทั่งเจ๊เจ้าของห้องเช่าจอมปากร้าย ให้พวกเขาสองคนซุกหัวนอนได้ฟรีโดยไม่เก็บเงินแม้แต่สลึงเดียว
“ลูกแม่... หากวันหนึ่งแม่ไม่อยู่แล้ว... หนูต้องเข้มแข็งนะลูก” น้ำฝนเอ่ยพลางลูบหัวลูกชายด้วยมือที่สั่นเทา เธอรู้ดีว่ากาลเวลาของเธอมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว “ไม่นะแม่! แม่ห้ามทิ้งหนูไปนะ!” เอกปล่อยโฮ กอดร่างมารดาไว้แน่นราวกับจะเหนี่ยวรั้งลมหายใจสุดท้ายเอาไว้
เพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น น้ำฝนก็จากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ เสียงกรีดร้องแทบขาดใจของเด็กน้อยที่กอดศพแม่ไว้ไม่ยอมปล่อย กลายเป็นภาพที่สะเทือนใจผู้พบเห็นและโด่งดังไปทั่วประเทศผ่านหน้าจอข่าว
ในขณะที่โลกของเอกพังทลายลง ภายในคฤหาสน์หรูใจกลางเมืองกลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและราคะ “อ๊า... แรงอีกค่ะที่รัก... สุดยอดเลย...” เสียงครางกระเส่าของหญิงสาวคู่ขาพร่ำบอกชายวัยกลางคนผู้มีบุคลิกเยือกเย็นและน่าเกรงขาม
เขาคือ เสี่ยใหญ่ผู้มีอิทธิพลอันดับต้นๆ ของประเทศ ชายผู้กุมบังเหียนธุรกิจสีเทาและล่วงรู้ความลับดำมืดของเหล่าชนชั้นสูง สายตาคมกริบของเขาจดจ้องไปที่โทรทัศน์ซึ่งกำลังนำเสนอข่าวเด็กน้อยยอดกตัญญู ในวัย 50 ปีที่เพียบพร้อมด้วยอำนาจและเงินทองแต่ไร้ซึ่งทายาทสืบสกุลเนื่องจากปัญหาสุขภาพ เขากลับรู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้อย่างประหลาด
“หนูน้อยคนนี้น่าสงสารจังเลยนะคะ... อยากให้มีคนใจบุญรับไปดูแลจัง” หญิงสาวพูดขึ้นพลางทำความสะอาดร่างกายให้ชายผู้ทรงอิทธิพล เสี่ยใหญ่นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงพลังที่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด
“ฉันตัดสินใจแล้ว... เจ้าหนูคนนี้แหละที่จะมาเป็นทายาทเพียงคนเดียวของฉัน ฉันจะชุบเลี้ยงมันเอง”
หญิงสาวชะงักด้วยความตกใจ “คนระดับคุณเนี่ยนะ... จะไปสนใจเด็กสลัม?” “อย่าพูดมาก... ทำงานของเธอต่อไป!”
ไม่มีใครรู้เลยว่า เส้นทางชีวิตใหม่ที่รอเอกอยู่ข้างหน้าจะเป็นสวรรค์ที่ชุบตัวให้เขากลายเป็นหงส์ หรือจะเป็นนรกขุมใหม่ในร่างคฤหาสน์หรู เมื่อเขาต้องเข้าไปอยู่ในเงื้อมมือของชายผู้กุมอำนาจมืดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย
เพียงผ่านพ้นราตรีอันเร่าร้อนมาได้ข้ามคืน ผลลัพธ์จากการบำบัด โดยหมอนวดมือหนึ่งอย่างเจ๊รินก็เห็นผลทันตา ท่อนเนื้อที่เคยเริ่มอ่อนล้าเสื่อมสภาพ กลับมาแข็งแกร่งและผงาดง้ำยิ่งกว่าเดิม ด้วยอานุภาพจากศาสตร์ลับแห่งการใช้มือและเรียวลิ้นของหญิงรุ่นแม่ที่ช่วยกระตุ้นเส้นประสาทที่เคยหลับใหลให้ตื่นตัวถึงขีดสุดในห้องนอนสุดหรูเวลานี้ สาวใช้คนเดิมกำลังก้มหน้าก้มตาปรนนิบัติเล้าโลมอาวุธคู่กายของเขาอย่างสุดฝีมือ เธอใช้ริมฝีปากดูดดื่มอย่างเร่าร้อนและรุนแรงเพื่อพิสูจน์ความเปลี่ยนแปลง"วันนี้... ของนายท่านแข็งแรงสู้มือดีจังเลยค่ะ"เธอเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงหยาดเยิ้มปนหอบพร่า เพราะในยามที่มันแข็งตัวเต็มพิกัดเช่นนี้ ขนาดที่มหึมาของมันทำให้เธอรู้สึกถึงความอัดแน่นจนเกือบจะล้นปาก สัมผัสที่ขยายตัวจนตึงเปรี๊ยะสร้างความกระสันให้ทั้งเจ้านายและลูกจ้างอย่างแสนสาหัส"พร๊วดดด... อ๊าาา..."ในที่สุด เอกก็ปลดปล่อยลาวาร้อนระอุออกมาอย่างทะลักทะลวง เขาเอนหลังพิงพนักเตียงพลางส่งเสียงร้องกระเส่าด้วยความสบายตัวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมานาน ความมั่นใจในความเป็นชายที่เคยสูญเสียไป บัดนี้ได้รับการเติมเต็มจนเต็มเปี่ยม พร้อมที่จะกลับไปเผชิญหน้
ทันทีที่เสียงสายน้ำจากฝักบัวในห้องน้ำดังขึ้น เป็นสัญญาณว่าไอ้โตกำลังเพลิดเพลินกับการอาบน้ำ เจ๊รินก็ไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป เธอพุ่งเข้าหาเอกด้วยท่าทางหิวกระหายราวกับเสือสาวที่เฝ้ารอขย้ำเหยื่อมาทั้งวัน"ไหน... ขอเจ๊ดูหน่อยซิ"เธอไม่พูดเปล่า แต่มือเรียวรีบจัดการงัดอาวุธลับของเอกออกมาจากกางเกงทันที เมื่อท่อนเนื้ออันเขื่องปรากฏสู่สายตา ดวงตาของแม่เพื่อนรักก็สั่นระริกด้วยความหลงใหลและตัณหาที่ปิดไม่มิด "โอ้โห... แข็งแรงมากเลยนะเรา ขนาดเจ๊แค่สะกิดนิดเดียวยังตั้งลำสู้มือขนาดนี้"มือของเธอเริ่มทำหน้าที่อย่างรู้งาน ชักขึ้นชักลงด้วยจังหวะที่เน้นหนักจนเอกถึงกับครางสั่นด้วยความเสียวกระสันไปทั้งร่าง "เจ๊... เบาหน่อย เดี๋ยวไอ้โตมันออกมาเห็นจะยุ่งนะ!" เอกกระซิบเตือนด้วยเสียงสั่นพร่า หัวใจเต้นโครมครามด้วยความหวาดระแวง เพราะแม่เพื่อนคนนี้ช่างหื่นกระหายจนน่ากลัวเหลือเกินทว่าเจ๊รินกลับหาได้ใส่ใจคำเตือนนั้นไม่ เธอแสยะยิ้มบางๆ ก่อนจะก้มลงใช้ริมฝีปากอุ่นชื้นบรรเลงบทเพลงดูดดื่มอย่างเร่าร้อน เสียงจ๊วบจาบดังคลอไปกับเสียงน้ำในห้องน้ำอย่างน่าหวาดเสียว เอกได้แต่ยืนตัวเกร็ง ขนลุกซูไปทั้งสรรพางค์กาย ทั้งหวาดกล
เจ๊รินไม่ได้ตอบคำถามนั้นด้วยวาจา ทว่าคำตอบของเธอกลับฉายชัดผ่านดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยแรงตัณหา เรือนร่างอวบอัดของเธอยังคงชุ่มโชกไปด้วยเม็ดเหงื่อที่สะท้อนแสงไฟรำไร เธอโน้มตัวเข้าหาแล้วใช้ริมฝีปากประกบดูดดื่มกับเด็กหนุ่มรุ่นลูกอย่างโหยหาและหิวกระหาย ราวกับจะสูบวิญญาณของเขาเข้าไปในร่างสัมผัสอันจาบจ้วงนั้นทำให้เอกถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาเคยผ่านสมรภูมิรักกับสตรีมาทุกรูปแบบ ทั้งสาวน้อยไร้เดียงสาไปจนถึงคุณหญิงผู้สูงศักดิ์ แต่กลับไม่เคยพบเจอใครที่มีความหื่นกระหายและเร่าร้อนได้เท่ากับแม่ของเพื่อนรักคนนี้เลย"ช่วยทำให้เจ๊หายคิดถึงหน่อยซิ... จัดให้หนักกว่าเมื่อกี้อีกนะ"เธอเอ่ยเสียงพร่าพลางใช้ร่างกายบดเบียดเรียกร้องการเติมเต็มอีกครั้ง เอกเองก็ไร้ซึ่งความคิดที่จะปฏิเสธ เมื่อ ท่อนเนื้อของเขาฟื้นคืนชีพขึ้นมาอย่างเต็มกำลังภายใต้ปลายนิ้วของเธอ เขาจึงโถมกายเข้าใส่เพื่อสานต่อบทเพลงกามที่ดุเดือดกว่าเดิม ในนาทีนั้นความผิดชอบชั่วดีถูกโยนทิ้งไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่สั่งการให้เขาตักตวงความสุขจากร่างอวบอัดนี้ให้คุ้มค่ากับเม็ดเงินและอารมณ์ที่พุ่งพล่านเวลาผ่านไปเนิ่นนานจนพายุสวาทมอดดับลง ทั้ง
เวลาล่วงเลยผ่านไปอีกสามเดือน ความเงียบสงบในคฤหาสน์กลับมาพร้อมกับเมฆหมอกแห่งความสับสน เอก เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นกับร่างกาย เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ความนิ่งเฉยในกามารมณ์นี้เกิดจากความอิ่มตัว ตามที่เขาเข้าใจ หรือแท้จริงแล้ว พยัคฆ์ร้ายคู่กายของเขากำลังเริ่มเสื่อมสมรรถภาพกันแน่ฉวบ... ฉวบ...เสียงที่เกิดจากความพยายามของสาวใช้คนสนิทดังระงมไปทั่วห้องนอน เธอปรนนิบัติเล้าโลม น้องชายของเขาอย่างเร่าร้อน หวังจะปลุกมังกรที่หลับใหลให้กลับมาผงาดง้ำอีกครั้ง ทว่ามันกลับยังคงนิ่งสงบ ไม่ยอมแข็งขืนท้าทายเหมือนเก่า"หนู... ทำให้นายท่านไม่ถูกใจหรือคะ?" สาวใช้เงยหน้าขึ้นถามด้วยสายตาสั่นไหว กลัวว่าตนเองจะทำหน้าที่บกพร่องเอกทำได้เพียงส่งยิ้มอ่อนแรงให้เธอ มือหนาลูบหัวสาวใช้อย่างปลอบประโลม "ไม่ใช่หรอก... ช่วงนี้ผมคงเหนื่อยกับงานมากไปหน่อย รบกวนเธอช่วยใช้ปากต่ออีกนิด... จนกว่าผมจะเสร็จนะ"สาวใช้รับคำบัญชาอย่างกระตือรือร้น เธอเร่งเร้าบทเพลงกามด้วยริมฝีปากและเรียวลิ้นอย่างสุดฝีมือ เอกหลับตาพริ้ม ความรู้สึกซ่านเสียวเริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆ แม้ร่างกายส่วนนั้นจะไม่ได้แข็งขึงเต็มที่ แต่สัมผั