INICIAR SESIÓNเมื่อถึงวันนัดพบ ชายหนุ่มนั่งหน้าขรึมยกนาฬิกาดูเวลาครั้งแล้วครั้งเล่าคนที่อยากเจอก็ยังไม่ปรากฏตัวมาเสียที จนเขาเริ่มมีน้ำโห
"นี่คุณผู้กำกับโทรตามนักเขียนของคุณสิ" "แต่คุณกาย นี่ยังไม่ถึงเวลานัดเลยนะครับ พวกเรามาก่อนเวลาตั้งครึ่งชั่วโมงนะครับ" "ก็โทรเร่งสิ" กรัณย์จี้ให้คนตรงหน้าเร่งอีกคนที่นัดมาโดยที่ลืมไปว่าเขาเป็นฝ่ายอยากเจอเธอ "ใจเย็นสิกาย เราเป็นคนรบเร้าขอให้คุณนักเขียนเขาออกมาเจอนะ เราต้องเป็นฝ่ายรอสิ" อำพลรีบปรามเด็กในการดูแลของตนเอง กรัณย์จึงยอมอ่อนข้อลงแต่ท่าทางก็ยังไม่สบอารมณ์มากนัก เข็มนาฬิกายังคงเดินต่อไป เจ้าของร่างหนาเดินวนไปวนมาหลายรอบด้วยความกระสับกระส่าย ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงได้ใจร้อนอยากเจอเธอคนนี้เร็วๆ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ชื่อก็ไม่รู้ หน้าตาก็ไม่เคยเห็น "แฮ่กๆ ขอโทษที่มาสายค่ะพี่เชน พิมหาร้านอาหารไม่เจอเลยเสียเวลาไป แฮ่กๆ" เสียงหวานหอบหายใจเหนื่อยๆ รีบเอ่ยขอโทษรุ่นพี่ที่รู้จัก เมื่อเธอปล่อยให้คนที่นัดมานั่งรอก่อน ร่างหนาที่หันหลังอยู่หยุดยืนนิ่งทันทีที่ได้ยินเสียงแสนคุ้นหูของผู้มาใหม่ ชายหนุ่มค่อยๆ หันหน้ากลับมามองช้าๆ ก่อนจะเจอหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ผมสั้นประบ่า ผิวพรรณขาวเนียน คนที่ยืนตรงหน้าทำให้กรัณย์ตกใจไม่น้อย "พิม นี่คุณกายคนที่จะมารับบทพระเอก" หญิงสาวหันไปมองตามการผายมือของรุ่นพี่ที่แนะนำให้รู้จักคนที่อยากเจอเธอ "กะ...กาย" คนตัวเล็กเอ่ยเสียงแผ่ว ชายหนุ่มร่างสูงคนที่เธอเคยสร้างบาดแผลไว้ให้เขา ทำไมถึงได้มาอยู่ตรงนี้ "พี่พิม!" กรัณย์แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าคนที่เจอวันนี้จะเป็นพริมา ผู้หญิงที่ทำให้เขารักและกรีดแทงหัวใจเขาจนเป็นแผลมาถึงทุกวันนี้ "อ้าว! รู้จักกันเหรอ?" ผู้กำกับถึงกับมึนงง ไม่คิดว่าทั้งคู่จะรู้จักกัน "ไม่รู้จักครับ ไม่เคยรู้จัก" เสียงทุ้มตอบอย่างมั่นใจแล้วเมินหน้าหนีไม่ยอมสบตาเธอ "ค่ะ ไม่รู้จัก" "อ๋อ งั้นพิมนี่คุณกาย ส่วนคุณกายครับนี่พิม นักเขียนที่คุณอยากเจอครับ" "ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ...คุณพิม" คำทักทายที่แฝงไปด้วยความประชดประชันของกรัณย์พร้อมกับมือหนาที่กำฝ่ามือเล็กแน่น "รู้แล้วใช่ไหมคะว่าเรื่องที่เจอฉันวันนี้ต้องเป็นความลับ" พริมาเอ่ยเน้นย้ำกับทุกคนในวงสนทนาอีกครั้ง แต่ดูเหมือนจะมีคนหนึ่งไม่ได้สนใจฟังเท่าไหร่ "ทำตัวลึกลับจังเลยนะครับ ทำไมล่ะ กลัวคนจะรู้หรือไงว่าคุณไปทำอะไรมาบ้าง" "คุณพูดเรื่องอะไรคะ ฉันแค่ต้องการความเป็นส่วนตัวเท่านั้นค่ะ" พริมาเถียงกลับทันควัน เขาเป็นฝ่ายขอร้องให้เธอมาเจอ ถ้ารู้ว่าคนที่อยากเจอจะเป็นเขา เธอคงไม่มาเด็ดขาด "ผมก็แค่พูดเฉยๆ เผื่อว่าคุณไปทำให้ใครเขาเจ็บช้ำจนต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ" "เข้าธุระเถอะค่ะ คุณอยากเจอฉันทำไมคะ" เธอแสร้งเปลี่ยนเรื่องทันควัน "เรื่องที่คุณเขียน...มันตรงกับชีวิตของผมมาก ไม่ทราบว่าคุณเขียนจากจินตนาการหรือเคยเกิดขึ้นกับตัวเองครับ?" "คุณอยากรู้เรื่องนั้นไปทำไมคะ มันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณเลยนี่คะ" ชายอีกสองคนนั่งมองหน้ากันเลิ่กลั่กเมื่อเห็นทั้งคู่เถียงกันไปมาราวกับเคยสนิทกันมาก่อน ฝ่ายผู้จัดการส่วนตัวรีบห้ามปรามกรัณย์เพราะกลัวจะเกิดเรื่องบานปลายขึ้น "เอ่อ...คือถ้าคุณนักเขียนไม่สะดวกที่จะบอกไม่ต้องบอกก็ได้ครับ" "ขอบคุณที่เข้าใจนะคะ" พริมาหันไปยิ้มหวานส่งให้ผู้จัดการส่วนตัวของเขา "ไหนๆ วันนี้เราก็ได้เจอนักเขียนที่อยากเจอแล้ว คุณกายจะตกลงเซ็นสัญญาเลยใช่ไหมครับ" ผู้กำกับเอ่ยถามคนตรงหน้าที่นั่งกอดอกทำหน้าบอกบุญไม่รับ "เซ็นครับ แต่มีข้อแม้.." "ข้อแม้อีกแล้วเหรอครับ?" ราเชนซึ่งเป็นผู้กำกับเรื่องนี้เริ่มหน้าซีดที่นักแสดงนำของเรื่องยื่นข้อตกลงอีกครั้ง "คุณนักเขียนต้องมาคุมการถ่ายทำด้วย" พูดพลางส่งสายตาเจ้าเล่ห์ไปทางหญิงสาวคนเดียวในวงสนทนา "ทำไมล่ะครับ" "ก็ถ้ามีคุณนักเขียนคอยคุมอยู่ด้วยจะได้ช่วยเรื่องบทนี่ครับ ไม่ดีหรือไง บทจะได้ไม่ต่างจากต้นฉบับมาก" "ขอปฏิเสธค่ะ นั่นไม่ใช่หน้าที่ของฉัน" พริมาปฏิเสธทันควันแบบไม่ต้องหยุดคิด "งั้นผมก็ไม่เล่นเรื่องนี้" "เรื่องของคุณ เราหาพระเอกใหม่ก็ได้ค่ะ!" "เดี๋ยว!!! ขอเวลาสักครู่นะครับ" ราเชนรีบเบรกเอาไว้ก่อนแล้วลากแขนพริมาออกไปทันที "อะไรคะพี่เชน" "เราต้องให้เขาเป็นพระเอกนะพิม" "ทำไมคะ นักแสดงคนอื่นมีตั้งมากมาย" "แต่เบื้องบนเขาอยากได้น่ะสิ ถ้าดีลงานไม่ผ่านพี่แย่เลยนะ รู้ไหมว่ากว่าเขาจะตอบรับมันยากมาก พี่ตายแน่ๆ งานนี้" "พี่เชน พี่ก็รู้ว่าฉันไม่อยากให้ใครรู้ แล้วเราก็คุยกันแล้วไงคะ" พริมาเท้าเอวไม่ยอมท่าเดียว "พิมก็รู้นี่ว่าหนังเรื่องก่อนหน้านี้ของพี่มันล้มไม่เป็นท่า เพราะไม่มีสปอนเซอร์สนับสนุน พี่ไม่อยากหมดอนาคตกับงานที่พี่รักนะ" ราเชนร่ายยาวแทบไม่หยุดพักหายใจ เขาเองก็ไม่ได้อยากให้กรัณย์มาเป็นพระเอกนักหรอก เพราะเคยมีปัญหากันเมื่อสองปีก่อน แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้หนังของเขาก็จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากนายทุนใหญ่แล้วก็จะเจ๊งเหมือนเรื่องก่อนหน้านี้ "แต่ก็ไม่เห็นเกี่ยวกับการที่พิมต้องไปคุมงานนี่คะ พิมขอปฏิเสธค่ะ" "นะพิม ถือว่าช่วยพี่อีกแค่ครั้งเดียวก็ได้ พี่จะไม่บอกใครว่าพิมเป็นนักเขียนเรื่องนี้ ให้บอกว่าเป็นผู้ช่วยพี่ก็ได้ นะพิม ฮือ" ราเชนบีบน้ำตากุมมือรุ่นน้องไว้แน่น เพราะรู้ว่าพริมาเป็นคนขี้ใจอ่อน "ครั้งสุดท้ายแล้วนะคะ เห็นแก่ที่พี่เคยช่วยพิมตอนเรียน ถ้ามีครั้งต่อไปเราตัดขาดกันแน่!" พริมาชี้หน้าคาดโทษรุ่นพี่คนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เธอกับราเชนเป็นพี่รหัสและน้องรหัสกัน ตอนนั้นเธอได้ราเชนช่วยในหลายๆ อย่างถึงเรียนจบมาได้ "ขอบคุณนะน้องรัก" ชายหนุ่มโผกอดด้วยความดีใจ ทำเอาคนที่มองอยู่ไกลๆ ถึงกับกำหมัดแน่น "แม่ง!" กรัณย์สบถออกมาด้วยความลืมตัว "เป็นอะไรหรือเปล่ากาย" "เปล่าครับ!" ปากบอกเปล่า แต่ในใจร้อนรุ่มจนอยากจะเข้าไปต่อยผู้กำกับคนนั้นให้รู้แล้วรู้รอด "เอาเป็นว่าทางนักเขียนยอมตกลงครับ แต่ทางเรามีข้อแม้เล็กน้อยคือเราจะไม่เปิดเผยว่าพิมคือนักเขียน เธอจะมาทำในตำแหน่งผู้ช่วยของผม ขอให้ทั้งสองคนอย่าเปิดเผยเรื่องนี้ให้ใครรู้นะครับ" ราเชนพูดในสิ่งที่ตกลงกับพริมาเรียบร้อย แต่กรัณย์แทบไม่ได้ฟังเลยสักนิดเขามัวแต่นั่งจ้องหน้าเธอตาไม่กะพริบ "ครับๆ ทางเราเข้าใจแล้วครับ ขอบคุณคุณนักเขียนมากๆ นะครับที่ยอมตอบรับ" อำพลก้มหัวน้อยๆ ให้นักเขียนคนสวยที่ดูใจดีเหมือนหน้าตา "เรียกว่าพิมดีกว่าค่ะ เรียกคุณนักเขียนแล้วเขินยังไงไม่รู้" พริมาหัวเราะแห้งๆ แก้เขินก่อนจะรู้สึกขนลุกซู่เหมือนมีสายตาอาฆาตจ้องมองอยู่"แค่ช่วงนี้เท่านั้น! ห้ามต่อรอง ห้ามมีข้อแม้อีก และก็ห้ามล่วงเกินฉัน" พริมายื่นคำขาด เธอจะไม่ยอมเผลอตัวให้เขาอีกแล้ว ถึงครั้งก่อนจะจำไม่ได้เลยก็ตาม"แต่ถ้าพี่ยอมเองก็ไม่ถือว่าล่วงเกินใช่ไหมครับ""ถ้านายยังไม่หยุดพูดมาก ฉันจะยกเลิกข้อตกลงทั้งหมด""ครับๆ จะรูดซิปกางเกง เอ้ย! ซิปปากอย่างดีเลยครับ" คนกะล่อนทำหน้าทำตาทะเล้นใส่ แกล้งพูดผิดทั้งที่รู้ว่าต้องโดนโกรธ แต่ก็ยังอยากจะแกล้งให้เธอโมโห"ฉันจะถือว่าไม่ได้ยินแล้วกันนะ แล้วก็เมื่อกี้พี่เชนส่งข้อความมาบอกว่าให้นายกลับไปพักไม่ต้องไปถ่ายต่อแล้ว พวกเขาจะถ่ายฉากอื่นระหว่างที่นายยังไม่หายดีไปก่อน" พริมาร่ายยาวเหยียดแต่อีกคนกลับไม่ได้ฟังเสียงเธอเลย เขามัวแต่มองปากเล็กขมุบขมิบอยากจับมาจูบเสียให้สิ้นเรื่อง"นี่! ได้ฟังที่ฉันพูดไหม""ครับๆ ฟังครับ" ฟังที่ไหนกัน เขาไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเธอพูดเรื่องอะไรคนตัวโตทำเป็นสำออยเดินเองไม่ไหวต้องให้เธอช่วยพยุงมาจนถึงรถทั้งที่เขาเจ็บแขนไม่ได้เจ็บขาเสียหน่อย แต่พริมาไม่อยากค้านมากเพราะตอนนี้กรัณย์ถือเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเธอไว้"ไปหัดข
พริมาออกจากคอนโดแต่เช้าเพื่อเลี่ยงการเจอหน้าคนที่ไม่อยากเจอ ถึงจะพยายามหลบหน้าแค่ไหนถึงอย่างนั้นก็ต้องมาเจอกันที่กองถ่ายอยู่ดี แล้วแบบนี้เธอจะหนีเขาพ้นได้อย่างไร "เฮ้อ! หรือเราจะย้ายคอนโด แต่ค่ามัดจำก็ไม่ได้คืนน่ะสิ" คนตัวเล็กพึมพำคิดไม่ตกอยู่คนเดียว เธอจะหนีกรัณย์ไปเรื่อยๆ แบบนี้คงไม่ได้ มีแต่ต้องเผชิญหน้าและข่มใจตัวเองไม่ให้เผลอคิดเกินเลยกับเขาอีก ท่ามกลางกองถ่ายละครที่มีทีมงานพากันวิ่งวุ่นวาย พริมาที่ไม่มีหน้าที่ในส่วนนั้นทำได้แค่ยืนหลบมุมเงียบๆ ไม่ให้เป็นที่เกะกะของใคร เธอพยายามทำให้ตัวเองเป็นตัวถ่วงให้น้อยที่สุด แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น "พี่พิม!" เสียงเรียกของกรัณย์คือสิ่งสุดท้ายที่เธอได้ยินก่อนทุกอย่างจะเกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว โครม! เพล้ง! เสียงหลอดไฟในกองถ่ายหล่นลงมาแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ทีมงานพากันวิ่งมาดูความปลอดภัยของคนที่อยู่ใกล้บริเวณนั้น ทว่าคนที่ควรจะได้รับบาดเจ็บกลับไม่มีแผลแม้แต่รอยข่วน แต่เป็นชายหนุ่มอีกคนที่วิ่งเอาตัวเองมาขวางเอาไว้จนเศษจากหลอดไฟบาดที่แขนเป็นทางยาว เลือดไหลอาบเรียกความตกใจของท
"มีอะไรเปล่าครับคุณกาย?" เขาหันไปตามแขนที่ถูกดึงเอาไว้ก่อนจะเจอกับกรัณย์ที่กำแขนไว้แน่นแถมยังทำสีหน้าบึ้งตึงอีกต่างหาก"อ๋อ ผมจะให้ผู้กำกับดูบทตรงนี้ให้หน่อยน่ะครับ" ชายหนุ่มทำตีเนียนแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจบท ทั้งที่ความจริงเขาแค่ไม่อยากให้ราเชนโดนตัวพริมาอีก เรียกว่าหึงจนลืมตัวก็คงได้"ครับ ถ้างั้นเราไปที่ฉากเลยดีกว่าครับ"การถ่ายทำช่วงเย็นได้เริ่มขึ้นทันทีก่อนดวงอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้า นักแสดงที่หมดคิวถ่ายงานสำหรับวันนี้ได้ขอตัวกลับก่อน บางคนก็มีงานต่อจึงไม่ได้อยู่รอ ทำให้ตอนนี้เหลือเพียงกรัณย์ที่เป็นนักแสดงนำกับนางเอกของเรื่องที่กำลังเข้าฉากกันอยู่"ฉากนี้ขอให้ทั้งสองคนมองตากันซึ้งๆ นะคะ ก่อนจะโน้มหน้าเข้าหากัน" พริมาผู้เป็นคนเขียนออกมาจัดแจงท่าทางด้วยตนเอง เพราะซีนนี้เป็นตอนที่เธอชอบที่สุด"เหตุการณ์มันคุ้นๆ จังเลยนะครับ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาทำเอานักแสดงสาวคนข้างๆ มองด้วยความมึนงง"คุณกายเคยถ่ายซีนแบบนี้แล้วเหรอคะ""ไม่หรอกครับ แค่รู้สึกเหมือนเคยเกิดขึ้นจริงกับตัวเองน่ะครับ" กรัณย์พูดพลางส่งสายตาไปหาพริมาที่ทำเป็นไม่ใส่ใจคำ
"ไม่สบายหรือเปล่าพิม หน้าดูซีดๆ นะ" ราเชนถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง มือหนายกขึ้นแตะหน้าผากมนเพื่อวัดอุณหภูมิความร้อน"เปล่าค่ะ สงสัยเมื่อคืนจะนอนดึกมั้งคะ""ว่าแต่ เมื่อคืนกลับบ้านยังไง ทำไมไม่รอพี่ล่ะ""อ๋อ พิมเจอแท็กซี่มาส่งคนพอดีน่ะค่ะ" พริมาโกหกคำโต เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหลังจากออกจากร้านแล้วเกิดอะไรขึ้น รู้ตัวอีกทีก็คือเช้าวันใหม่"ทีหลังจะกลับก็บอกพี่ก่อนสิ พี่เป็นห่วงนะ""ขอโทษค่ะ พิมมึนหัวอยากกลับไปนอนเลยลืมบอกพี่เชน""แต่ก็ยังดีที่ส่งข้อความมาบอกกันก่อน""ข้อความเหรอคะ?""นี่มึนจนจำไม่ได้เลยเหรอว่าพิมส่งข้อความมาบอกพี่ว่าจะกลับน่ะ""อ๋อ ข้อความ แหะๆ เกือบลืมไปแหน่ะ" พริมาแกล้งหัวเราะแห้งๆ เธอไม่ได้ส่งข้อความไปแน่นอนเพราะภาษาที่ถูกส่งไปไม่มีทางที่เธอจะเป็นคนพิมพ์เอง"ไหวไหมเนี่ย""ไหวค่ะๆ"ทั้งคู่คุยกันอยู่พักใหญ่จนได้เวลาเริ่มถ่ายทำ นักแสดงและทีมงานเตรียมตัวเข้าประจำที่รวมถึงกรัณย์เองก็เช่นกัน เขาหันมองผู้กำกับที่ส่งยิ้มหวานให้พริมาแล้วรู้สึกหมั่นไส้"ยิ้มอยู
ชายหนุ่มยืนชักรูดลำเอ็นอวบใหญ่ต่อหน้าคนที่หลับไม่รู้เรื่อง เขาไม่ได้อยากจะทำแบบนี้ แต่ไม่มีทางออกที่ดีกว่านี้แล้ว จะให้ลักหลับคนไม่ได้สติก็ดูจะชั่วช้าเกินไป ขอแค่มองหน้าเธอแล้วช่วยตัวเองก็น่าจะเพียงพอแล้ว"อ๊าส์...พี่พิม...ซี้ด" แต่ใช้มือสาวชักมันจะไปรู้สึกดีเท่าส่วนนั้นของเธอได้อย่างไร"แม่ง! ซี้ด...อ๊าส์" แก่นกายใหญ่ถูกมือหนาชักรูดขึ้นลงเร็วๆ จนถี่ยิบ แต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกเสียวซ่านมากเท่าที่ต้องการ"ซี้ด...จะแตกแล้ว" ในไม่ช้าน้ำสีขาวขุ่นก็ถูกฉีดพ่นออกมาจนเลอะมือหนา และมีบางส่วนที่กระเด็นไปอยู่ตรงหน้าท้องของคนที่ยังคงหลับสนิท"ไม่สุดเลยว่ะ พี่ใจร้ายมากเลยนะ" กรัณย์บ่นอุบอิบอย่างท้อแท้ อุตส่าห์วาดภาพในหัวอย่างดีสุดท้ายก็ต้องมาจบด้วยการใช้แม่นางทั้งห้าต่อหน้าเธอ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น"หึ!" จู่ๆ คนเจ้าเล่ห์ก็คิดเรื่องดีๆ ขึ้นมาได้ แต่อาจจะเป็นเรื่องดีๆ สำหรับเขาคนเดียวแสงอาทิตย์โผล่ขึ้นจากท้องฟ้าเป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่ พริมาลุกขึ้นบิดตัวน้อยๆ เหมือนอย่างทุกวันตามความเคยชิน แต่วันนี้เธอกลับรู้สึกโล่งแปลกๆ แถมบรรยากาศรอบตัวก็ไม่เหมื
ร่างเล็กทิ้งตัวนอนราบกับเตียงอย่างคนไร้สติ เธอถูกอุ้มมาโดยที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ตอนนี้แค่ลืมตาภาพตรงหน้าก็หมุนเป็นลูกข่างจนอยากอาเจียน "อึก..อุก" แค่คิดสิ่งที่อยู่ภายในก็เริ่มออกมาอีกครั้ง พริมาปิดปากรีบวิ่งเข้าห้องน้ำด้วยท่าทีที่ยังไม่สร่างจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ "พี่พิม!" กรัณย์เห็นสภาพของเธอตอนนี้แล้วถึงกับส่ายหน้า จากนี้เธอห้ามดื่มเหล้าอีกเป็นอันขาดไม่ว่าจะปริมาณน้อยแค่ไหนก็ห้ามเด็ดขาด "แหวะ...อุก" "ไหวไหมเนี่ย" มือหนาลูบแผ่นหลังคนตัวเล็กให้อาเจียนออกมา "ผมว่าพี่ถอดเสื้อก่อนดีกว่า มันจะเลอะแล้วนะ" เขาไม่ได้ประสงค์ร้าย แค่หวังดีไม่อยากให้เธอรู้สึกอึดอัดก็เท่านั้น "ถอดให้หน่อย" ใบหน้าสวยหันมาทำหน้าอ้อนๆ ยกแขนขึ้นให้คนตรงหน้าถอดให้ "มาทำหน้าแบบนี้ผมก็แย่น่ะสิ" ชายหนุ่มหลับตาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เขาต้องข่มใจมากแค่ไหนเธอเคยรู้ไหม หลังอาเจียนจนหมดไส้หมดพุง กรัณย์ก็จับคนตัวเล็กล้างหน้าล้างตา บ้วนปากเสร็จสรรพ ก่อนที่พริมาจะทรุดนั่งกับพื้นตรงหน้าประตูห้องน้ำ "พี







