Share

ตอนที่2

last update Tanggal publikasi: 2026-03-13 11:56:00

เมื่อถึงวันนัดพบ ชายหนุ่มนั่งหน้าขรึมยกนาฬิกาดูเวลาครั้งแล้วครั้งเล่าคนที่อยากเจอก็ยังไม่ปรากฏตัวมาเสียที จนเขาเริ่มมีน้ำโห

"นี่คุณผู้กำกับโทรตามนักเขียนของคุณสิ"

"แต่คุณกาย นี่ยังไม่ถึงเวลานัดเลยนะครับ พวกเรามาก่อนเวลาตั้งครึ่งชั่วโมงนะครับ"

"ก็โทรเร่งสิ" กรัณย์จี้ให้คนตรงหน้าเร่งอีกคนที่นัดมาโดยที่ลืมไปว่าเขาเป็นฝ่ายอยากเจอเธอ

"ใจเย็นสิกาย เราเป็นคนรบเร้าขอให้คุณนักเขียนเขาออกมาเจอนะ เราต้องเป็นฝ่ายรอสิ" อำพลรีบปรามเด็กในการดูแลของตนเอง กรัณย์จึงยอมอ่อนข้อลงแต่ท่าทางก็ยังไม่สบอารมณ์มากนัก

เข็มนาฬิกายังคงเดินต่อไป เจ้าของร่างหนาเดินวนไปวนมาหลายรอบด้วยความกระสับกระส่าย ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงได้ใจร้อนอยากเจอเธอคนนี้เร็วๆ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ชื่อก็ไม่รู้ หน้าตาก็ไม่เคยเห็น

"แฮ่กๆ ขอโทษที่มาสายค่ะพี่เชน พิมหาร้านอาหารไม่เจอเลยเสียเวลาไป แฮ่กๆ" เสียงหวานหอบหายใจเหนื่อยๆ รีบเอ่ยขอโทษรุ่นพี่ที่รู้จัก เมื่อเธอปล่อยให้คนที่นัดมานั่งรอก่อน

ร่างหนาที่หันหลังอยู่หยุดยืนนิ่งทันทีที่ได้ยินเสียงแสนคุ้นหูของผู้มาใหม่ ชายหนุ่มค่อยๆ หันหน้ากลับมามองช้าๆ ก่อนจะเจอหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ผมสั้นประบ่า ผิวพรรณขาวเนียน คนที่ยืนตรงหน้าทำให้กรัณย์ตกใจไม่น้อย

"พิม นี่คุณกายคนที่จะมารับบทพระเอก" หญิงสาวหันไปมองตามการผายมือของรุ่นพี่ที่แนะนำให้รู้จักคนที่อยากเจอเธอ

"กะ...กาย" คนตัวเล็กเอ่ยเสียงแผ่ว ชายหนุ่มร่างสูงคนที่เธอเคยสร้างบาดแผลไว้ให้เขา ทำไมถึงได้มาอยู่ตรงนี้

"พี่พิม!" กรัณย์แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าคนที่เจอวันนี้จะเป็นพริมา ผู้หญิงที่ทำให้เขารักและกรีดแทงหัวใจเขาจนเป็นแผลมาถึงทุกวันนี้

"อ้าว! รู้จักกันเหรอ?" ผู้กำกับถึงกับมึนงง ไม่คิดว่าทั้งคู่จะรู้จักกัน

"ไม่รู้จักครับ ไม่เคยรู้จัก" เสียงทุ้มตอบอย่างมั่นใจแล้วเมินหน้าหนีไม่ยอมสบตาเธอ

"ค่ะ ไม่รู้จัก"

"อ๋อ งั้นพิมนี่คุณกาย ส่วนคุณกายครับนี่พิม นักเขียนที่คุณอยากเจอครับ"

"ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ...คุณพิม" คำทักทายที่แฝงไปด้วยความประชดประชันของกรัณย์พร้อมกับมือหนาที่กำฝ่ามือเล็กแน่น

"รู้แล้วใช่ไหมคะว่าเรื่องที่เจอฉันวันนี้ต้องเป็นความลับ" พริมาเอ่ยเน้นย้ำกับทุกคนในวงสนทนาอีกครั้ง แต่ดูเหมือนจะมีคนหนึ่งไม่ได้สนใจฟังเท่าไหร่

"ทำตัวลึกลับจังเลยนะครับ ทำไมล่ะ กลัวคนจะรู้หรือไงว่าคุณไปทำอะไรมาบ้าง"

"คุณพูดเรื่องอะไรคะ ฉันแค่ต้องการความเป็นส่วนตัวเท่านั้นค่ะ" พริมาเถียงกลับทันควัน เขาเป็นฝ่ายขอร้องให้เธอมาเจอ ถ้ารู้ว่าคนที่อยากเจอจะเป็นเขา เธอคงไม่มาเด็ดขาด

"ผมก็แค่พูดเฉยๆ เผื่อว่าคุณไปทำให้ใครเขาเจ็บช้ำจนต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ"

"เข้าธุระเถอะค่ะ คุณอยากเจอฉันทำไมคะ" เธอแสร้งเปลี่ยนเรื่องทันควัน

"เรื่องที่คุณเขียน...มันตรงกับชีวิตของผมมาก ไม่ทราบว่าคุณเขียนจากจินตนาการหรือเคยเกิดขึ้นกับตัวเองครับ?"

"คุณอยากรู้เรื่องนั้นไปทำไมคะ มันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณเลยนี่คะ"

ชายอีกสองคนนั่งมองหน้ากันเลิ่กลั่กเมื่อเห็นทั้งคู่เถียงกันไปมาราวกับเคยสนิทกันมาก่อน ฝ่ายผู้จัดการส่วนตัวรีบห้ามปรามกรัณย์เพราะกลัวจะเกิดเรื่องบานปลายขึ้น

"เอ่อ...คือถ้าคุณนักเขียนไม่สะดวกที่จะบอกไม่ต้องบอกก็ได้ครับ"

"ขอบคุณที่เข้าใจนะคะ" พริมาหันไปยิ้มหวานส่งให้ผู้จัดการส่วนตัวของเขา

"ไหนๆ วันนี้เราก็ได้เจอนักเขียนที่อยากเจอแล้ว คุณกายจะตกลงเซ็นสัญญาเลยใช่ไหมครับ" ผู้กำกับเอ่ยถามคนตรงหน้าที่นั่งกอดอกทำหน้าบอกบุญไม่รับ

"เซ็นครับ แต่มีข้อแม้.."

"ข้อแม้อีกแล้วเหรอครับ?" ราเชนซึ่งเป็นผู้กำกับเรื่องนี้เริ่มหน้าซีดที่นักแสดงนำของเรื่องยื่นข้อตกลงอีกครั้ง

"คุณนักเขียนต้องมาคุมการถ่ายทำด้วย" พูดพลางส่งสายตาเจ้าเล่ห์ไปทางหญิงสาวคนเดียวในวงสนทนา

"ทำไมล่ะครับ"

"ก็ถ้ามีคุณนักเขียนคอยคุมอยู่ด้วยจะได้ช่วยเรื่องบทนี่ครับ ไม่ดีหรือไง บทจะได้ไม่ต่างจากต้นฉบับมาก"

"ขอปฏิเสธค่ะ นั่นไม่ใช่หน้าที่ของฉัน" พริมาปฏิเสธทันควันแบบไม่ต้องหยุดคิด

"งั้นผมก็ไม่เล่นเรื่องนี้"

"เรื่องของคุณ เราหาพระเอกใหม่ก็ได้ค่ะ!"

"เดี๋ยว!!! ขอเวลาสักครู่นะครับ" ราเชนรีบเบรกเอาไว้ก่อนแล้วลากแขนพริมาออกไปทันที

"อะไรคะพี่เชน"

"เราต้องให้เขาเป็นพระเอกนะพิม"

"ทำไมคะ นักแสดงคนอื่นมีตั้งมากมาย"

"แต่เบื้องบนเขาอยากได้น่ะสิ ถ้าดีลงานไม่ผ่านพี่แย่เลยนะ รู้ไหมว่ากว่าเขาจะตอบรับมันยากมาก พี่ตายแน่ๆ งานนี้"

"พี่เชน พี่ก็รู้ว่าฉันไม่อยากให้ใครรู้ แล้วเราก็คุยกันแล้วไงคะ" พริมาเท้าเอวไม่ยอมท่าเดียว

"พิมก็รู้นี่ว่าหนังเรื่องก่อนหน้านี้ของพี่มันล้มไม่เป็นท่า เพราะไม่มีสปอนเซอร์สนับสนุน พี่ไม่อยากหมดอนาคตกับงานที่พี่รักนะ"

ราเชนร่ายยาวแทบไม่หยุดพักหายใจ เขาเองก็ไม่ได้อยากให้กรัณย์มาเป็นพระเอกนักหรอก เพราะเคยมีปัญหากันเมื่อสองปีก่อน แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้หนังของเขาก็จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากนายทุนใหญ่แล้วก็จะเจ๊งเหมือนเรื่องก่อนหน้านี้

"แต่ก็ไม่เห็นเกี่ยวกับการที่พิมต้องไปคุมงานนี่คะ พิมขอปฏิเสธค่ะ"

"นะพิม ถือว่าช่วยพี่อีกแค่ครั้งเดียวก็ได้ พี่จะไม่บอกใครว่าพิมเป็นนักเขียนเรื่องนี้ ให้บอกว่าเป็นผู้ช่วยพี่ก็ได้ นะพิม ฮือ" ราเชนบีบน้ำตากุมมือรุ่นน้องไว้แน่น เพราะรู้ว่าพริมาเป็นคนขี้ใจอ่อน

"ครั้งสุดท้ายแล้วนะคะ เห็นแก่ที่พี่เคยช่วยพิมตอนเรียน ถ้ามีครั้งต่อไปเราตัดขาดกันแน่!"

พริมาชี้หน้าคาดโทษรุ่นพี่คนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เธอกับราเชนเป็นพี่รหัสและน้องรหัสกัน ตอนนั้นเธอได้ราเชนช่วยในหลายๆ อย่างถึงเรียนจบมาได้

"ขอบคุณนะน้องรัก" ชายหนุ่มโผกอดด้วยความดีใจ ทำเอาคนที่มองอยู่ไกลๆ ถึงกับกำหมัดแน่น

"แม่ง!" กรัณย์สบถออกมาด้วยความลืมตัว

"เป็นอะไรหรือเปล่ากาย"

"เปล่าครับ!" ปากบอกเปล่า แต่ในใจร้อนรุ่มจนอยากจะเข้าไปต่อยผู้กำกับคนนั้นให้รู้แล้วรู้รอด

"เอาเป็นว่าทางนักเขียนยอมตกลงครับ แต่ทางเรามีข้อแม้เล็กน้อยคือเราจะไม่เปิดเผยว่าพิมคือนักเขียน เธอจะมาทำในตำแหน่งผู้ช่วยของผม ขอให้ทั้งสองคนอย่าเปิดเผยเรื่องนี้ให้ใครรู้นะครับ" ราเชนพูดในสิ่งที่ตกลงกับพริมาเรียบร้อย แต่กรัณย์แทบไม่ได้ฟังเลยสักนิดเขามัวแต่นั่งจ้องหน้าเธอตาไม่กะพริบ

"ครับๆ ทางเราเข้าใจแล้วครับ ขอบคุณคุณนักเขียนมากๆ นะครับที่ยอมตอบรับ" อำพลก้มหัวน้อยๆ ให้นักเขียนคนสวยที่ดูใจดีเหมือนหน้าตา

"เรียกว่าพิมดีกว่าค่ะ เรียกคุณนักเขียนแล้วเขินยังไงไม่รู้" พริมาหัวเราะแห้งๆ แก้เขินก่อนจะรู้สึกขนลุกซู่เหมือนมีสายตาอาฆาตจ้องมองอยู่

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่8 (2)

    อาชีพนักเขียนบางคนอาจคิดว่าเป็นงานสบาย อยู่แต่บ้านไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องใช้แรงก็ได้เงิน แต่หารู้ไม่ว่าแต่ละประโยคต้องผ่านการร้อยเรียงและกลั่นกรองออกมาอย่างถี่ถ้วน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเขียนออกมาได้ และที่ยากกว่าคือไม่มีทางรู้เลยว่างานของเราจะถูกใจคนอ่านหรือเปล่า นักเขียนคนเดิมแต่เปลี่ยนแนวเขียนแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่ชอบในผลงานของเรา เธอจึงต้องพยายามรักษาฐานแฟนคลับของตัวเองเอาไว้ให้ได้มากที่สุด"โชคดีจังที่ร้านนี้ยังเปิดอยู่" พริมาโล่งใจหลังจากเดินหาร้านกาแฟหรือคาเฟ่ที่ยังเปิดในเวลานี้"รับอะไรดีคะ""ลาเต้เย็น แล้วก็พายข้าวโพดสองชิ้นค่ะ" คนตัวเล็กชี้นิ้วไปทางขนมหน้าตาน่ากินที่วางเรียงรายอยู่จนอดไม่ได้ แม้จะพยายามไม่กินช่วงดึก แต่วันนี้ขอหนึ่งวันแล้วกัน"ทั้งหมดสองร้อยสิบแปดบาทค่ะ"พริมาเดินเตร็ดเตร่เพื่อให้หัวสมองโล่งก่อนเริ่มทำงานอย่างจริงจังในคืนนี้ ปกติแล้วเธอชอบหมกตัวอยู่แต่ในห้องไม่ค่อยออกไปไหน ทว่าวันนี้ถ้าเธอไม่ออกมาข้างนอกหัวของเธอคงมีแต่เรื่องฟุ้งซ่านเต็มไปหมด"พอๆ เลิกคิดๆ" เธอต้องเลิกนึกถึงใบหน้าของกรัณย์เดี๋ยวนี้ ตลอดส

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่8 (1)

    ปัจจุบัน...มือหนาหยิบภาพถ่ายที่มีรูปของตนกับหญิงสาวอีกคนที่เพิ่งหวนกลับมาเจอกันในรอบสี่ปีขึ้นมา การบอกลาในวันนั้นยังคงตราตรึงในจิตใจแม้จะพยายามลืมแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้"พี่ไม่รักผมแล้วจริงเหรอ""คุยกับใครอยู่เหรอ" ผู้จัดการหนุ่มทำหน้ามึนงงเพราะจู่ๆ กรัณย์ก็พูดคนเดียว"คุยกับแม่ซื้อ""เป็นเอามากล่ะ แล้วจะถืออีกนานไหมที่มือน่ะ" อำพลเอ่ยถามเด็กในสังกัดตัวเองที่นั่งดูรูปใบหนึ่งอยู่นานสองนาน"รูปใคร ขอดูบ้างสิ""ไม่ได้!""ทำงกไปได้ แค่รูปทำไมต้องหวงด้วย" ตั้งแต่รู้จักกันมากรัณย์ไม่เคยอนุญาตให้ใครดูรูปที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์เลย แต่อำพลเคยเห็นผ่านๆ ว่าเป็นรูปนักศึกษาผู้หญิงกับผู้ชายที่ยังใส่ชุดมัธยม"ไม่ได้หวง แต่ไม่ให้ดู""ไม่ได้ก็ไม่ได้""แล้วเรื่องสัญญาล่ะ เรียบร้อยแล้วใช่ไหม" ชายหนุ่มเก็บรูปภาพใส่กระเป๋าดังเดิมแล้วหันไปถามผู้จัดการส่วนตัวที่รับหน้าที่จัดการเรื่องสัญญาหนังเรื่องใหม่ให้ตน"เรียบร้อยแล้ว ว่าแต่วันนั้นหลังคุยกับนักเขียนเสร็จนายหายไปไหน""ไปพิสูจน์อะไรบางอย่

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่7 (2)

    หลังจากแยกย้ายกันเข้าบ้านของตนเอง พริมามองบ้านที่เริ่มโล่งเมื่อข้าวของต่างๆ ถูกเก็บใส่ลังเป็นสัญญาณเตือนว่าเธอคงจะต้องบอกลาเขาเต็มที"พิม เก็บของหมดหรือยังลูก""ค่ะม๊า" เสียงหวานตอบสั้นๆ แล้วกลับเข้าห้องนอนของตัวเองหลายวันมานี้จู่ๆ กรัณย์ก็ติดต่อคนรักไม่ได้ เขาจะปีนรั้วข้ามไปหาเธอก็เสี่ยงเกินเพราะพ่อแม่ของเธออยู่บ้านแทบจะทั้งวัน ชายหนุ่มทำได้แค่ชะเง้อคอมองหาเงาของคนรักแต่ก็ยังไม่เจอติ๊ง~ เสียงการแจ้งเตือนโชว์ชื่อของคนที่คิดถึง เจ้าของเครื่องรีบหยิบขึ้นมาเปิดดูด้วยความดีใจปนความโล่งใจที่เธอไม่ได้เป็นอะไร[ออกมาเจอกันที่สวนหน่อยได้ไหม] ข้อความสั้นๆ ของพริมาที่ส่งมาเพื่อต้องการนัดเจอ กรัณย์อดสงสัยไม่ได้แต่ก็ยอมไปตามคำขอของเธอเมื่อมาถึงสวนสาธารณะที่ประจำของทั้งคู่ กรัณย์สังเกตเห็นเงาของร่างบางแสนคุ้นเคยที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาไม่รอช้ารีบเข้าไปกอดเธอจากด้านหลังทันที"พี่พิม ผมมาแล้ว""ขอโทษที่เรียกออกมาตอนนี้นะ""ตอนไหนผมก็มาได้" กรัณย์ในตอนนี้เหมือนสุนัขที่ดีใจส่ายหางเวลาที่เจ้าของเรียกหา"ฝนใกล้จะต

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่7 (1)

    นับวันกรัณย์ยิ่งตามติดเธอแจ ช่วงไหนที่พ่อแม่ของพริมาไม่อยู่เขาก็จะแอบปีนรั้วข้ามมาหาเธอ ทำแบบนี้อยู่บ่อยครั้งจนเธอเริ่มกังวลมากกว่าเดิม"กลับไปได้แล้ว ป๊าฉันจะกลับมาแล้ว" เสียงหวานเอ่ยบอกกับคนที่ไม่ยอมคลายอ้อมกอดออกเสียที"ขออยู่แบบนี้ต่อได้ไหม""ไม่ได้ ถ้าป๊ามาเจอนายหัวแตกแน่""ไม่อยากกลับเลย อยากนอนกอดพี่ทั้งคืนเลย" กรัณย์ทำเสียงอ้อนซุกหน้าเข้ากับหน้าอกนุ่มนิ่มของเธอ"ฉันจะไปอาบน้ำแล้ว เหนียวตัวจะแย่" เพราะทั้งคู่เพิ่งจะจบกิจกรรมเข้าจังหวะกันไปได้สักพัก เศษซากถุงยางอนามัยยังคงกองอยู่บนพื้น"ฟอด กลับก็ได้ พรุ่งนี้เจอกันนะครับ"ชายหนุ่มยอมคลายอ้อมกอดออกแล้วลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าลวกๆ ก่อนจะออกทางหน้าต่างไป โชคดีที่บ้านของเธอเป็นแบบชั้นเดียวทำให้กรัณย์ไม่ต้องเสี่ยงตายมากเท่าไร แค่ลำพังเสี่ยงโดนลูกปืนของพ่อเธอก็มากพอแล้วหลังจากคล้อยหลังคนรักไปไม่นานเจ้าของห้องก็เริ่มเก็บข้างของ ทำความสะอาดไม่ให้เหลือหลักฐานไว้มัดตัว สายตาพลันเห็นกางเกงบ็อกเซอร์ตัวหนึ่งที่กรัณย์ลืมเอาไว้ เธอหยิบขึ้นมาแล้วอมยิ้มน้อยๆ"เด็กบ้า ม

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่6 Nc (2)

    พริมาเห็นสีหน้าหงอยๆ ของคนรักก็อดสงสารไม่ได้ ถึงอย่างไรวิธีการป้องกันก็ไม่ได้มีวิธีเดียว และวันนี้ก็ค่อนข้างปลอดภัยเพราะประจำเดือนเธอเพิ่งหมดไปเมื่อวานนี้"ก็ได้ๆ แต่ต้องรีบเอาออกนะ" สุดท้ายเธอก็ต้องยอมให้เขาอีกจนได้ ด้านกรัณย์พอได้รับอนุญาตจากเธอ ความคึกคะนองก็กลับมาอีกครั้ง"อย่าเกร็งนะ" แก่นกายลำอวบเริ่มถูไถขึ้นลงช้าๆ ตรงบริเวณปากทางเข้าช่องเล็ก"อื้ม..." แค่ได้สัมผัสถึงแรงเสียดไปมาความเสียวก็เริ่มแล่นพล่านเข้ามามือหนาจับสองสองขาเล็กกางออกตั้งฉากเป็นรูปตัวเอ็มก่อนจะจัดท่าทางให้พอดี ส่วนคนใต้ล่างทำได้แค่นอนปิดหน้าไม่กล้าสบตากับเขาในเวลานี้"ถ้าพี่เจ็บผมจะหยุดนะ...ซี้ด" ความเป็นชายแข็งขืนแทรกซึมผ่านช่องทางคับแน่นช้าๆ อย่างยากลำบาก กรัณย์ก้มมองอีกคนที่แสดงสีหน้าเหยเก เขาจึงพยายามไม่ทำให้เธอเจ็บ"โอ๊ย...เจ็บ...อึก""ทนก่อนนะ อีกนิดเดียว...อ๊าส์" คำว่าอีกนิดเดียวไม่มีจริง แก่นกายอวบเข้าไปได้ยังไม่ถึงครึ่งลำและทางเดียวที่จะทำให้เธอเจ็บน้อยลงคือเขาต้องดันเข้ารวดเดียวจนสุดทาง"เจ็บ...ฮึก...เอาออกก่อน" เธอทั้งเจ็บทั้

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่6 Nc (1)

    เวลาผ่านไปจนถึงวันหยุดที่ทั้งคู่ได้มีโอกาสหยุดพร้อมกัน พริมาโกหกที่บ้านว่าจะมาทำรายงานที่หอเพื่อน ส่วนกรัณย์เองก็ไม่ต่างกัน พวกเขาจำเป็นต้องโกหกเพื่อให้ได้อยู่ด้วยกัน ไม่เช่นนั้นอย่าว่าแต่เข้าใกล้กันเลย แค่เดินผ่านหน้าบ้านยังแทบไม่ได้"จะไปไหนเนี่ย" เสียงหวานเอ่ยถามคนรักที่จู่ๆ ก็จูงมือเธอลากพาเดินไปที่ไหนสักแห่ง"ตามมาเถอะ" เขาไม่ยอมเฉลยแต่กลับจับมือเธอแน่นไม่ยอมปล่อยขาเรียวก้าวฉับๆ ตามคนขายาวที่ก้าวเดินไม่หยุดพักก่อนจะมาหยุดที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง พริมาเริ่มหน้าซีดไร้สีไม่คิดว่าสิ่งที่เธอกังวลจะมาเร็วขนาดนี้"ดะ...เดี๋ยว นี่มันโรงแรมนะ" ถึงจะไม่ใช่โรงแรมม่านรูดอย่างที่กังวล แต่การที่เขาพาเธอมาโรงแรมในเวลานี้ก็มีแค่เหตุผลเดียวเท่านั้น"ใช่ครับ" ตอบหน้าตาเฉยๆ ไม่ทุกข์ร้อนแต่อย่างใด"แล้วมาทำอะไรที่โรงแรม""พี่ก็น่าจะรู้นี่นา" กรัณย์เอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาอดทนรอมาหลายปี โอกาสได้คบกับเธอก็สำเร็จแล้วเหลือเพียงเรื่องนี้ที่ต้องอดกลั้นมานานระหว่างที่เป็นแฟนกัน แค่คิดถึงก็ตื่นเต้นแทบรอไม่ไหว"ฉะ...ฉันไม่ได้เตร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status