Share

ตอนที่2

last update Tanggal publikasi: 2026-03-13 11:56:00

เมื่อถึงวันนัดพบ ชายหนุ่มนั่งหน้าขรึมยกนาฬิกาดูเวลาครั้งแล้วครั้งเล่าคนที่อยากเจอก็ยังไม่ปรากฏตัวมาเสียที จนเขาเริ่มมีน้ำโห

"นี่คุณผู้กำกับโทรตามนักเขียนของคุณสิ"

"แต่คุณกาย นี่ยังไม่ถึงเวลานัดเลยนะครับ พวกเรามาก่อนเวลาตั้งครึ่งชั่วโมงนะครับ"

"ก็โทรเร่งสิ" กรัณย์จี้ให้คนตรงหน้าเร่งอีกคนที่นัดมาโดยที่ลืมไปว่าเขาเป็นฝ่ายอยากเจอเธอ

"ใจเย็นสิกาย เราเป็นคนรบเร้าขอให้คุณนักเขียนเขาออกมาเจอนะ เราต้องเป็นฝ่ายรอสิ" อำพลรีบปรามเด็กในการดูแลของตนเอง กรัณย์จึงยอมอ่อนข้อลงแต่ท่าทางก็ยังไม่สบอารมณ์มากนัก

เข็มนาฬิกายังคงเดินต่อไป เจ้าของร่างหนาเดินวนไปวนมาหลายรอบด้วยความกระสับกระส่าย ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงได้ใจร้อนอยากเจอเธอคนนี้เร็วๆ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ชื่อก็ไม่รู้ หน้าตาก็ไม่เคยเห็น

"แฮ่กๆ ขอโทษที่มาสายค่ะพี่เชน พิมหาร้านอาหารไม่เจอเลยเสียเวลาไป แฮ่กๆ" เสียงหวานหอบหายใจเหนื่อยๆ รีบเอ่ยขอโทษรุ่นพี่ที่รู้จัก เมื่อเธอปล่อยให้คนที่นัดมานั่งรอก่อน

ร่างหนาที่หันหลังอยู่หยุดยืนนิ่งทันทีที่ได้ยินเสียงแสนคุ้นหูของผู้มาใหม่ ชายหนุ่มค่อยๆ หันหน้ากลับมามองช้าๆ ก่อนจะเจอหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ผมสั้นประบ่า ผิวพรรณขาวเนียน คนที่ยืนตรงหน้าทำให้กรัณย์ตกใจไม่น้อย

"พิม นี่คุณกายคนที่จะมารับบทพระเอก" หญิงสาวหันไปมองตามการผายมือของรุ่นพี่ที่แนะนำให้รู้จักคนที่อยากเจอเธอ

"กะ...กาย" คนตัวเล็กเอ่ยเสียงแผ่ว ชายหนุ่มร่างสูงคนที่เธอเคยสร้างบาดแผลไว้ให้เขา ทำไมถึงได้มาอยู่ตรงนี้

"พี่พิม!" กรัณย์แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าคนที่เจอวันนี้จะเป็นพริมา ผู้หญิงที่ทำให้เขารักและกรีดแทงหัวใจเขาจนเป็นแผลมาถึงทุกวันนี้

"อ้าว! รู้จักกันเหรอ?" ผู้กำกับถึงกับมึนงง ไม่คิดว่าทั้งคู่จะรู้จักกัน

"ไม่รู้จักครับ ไม่เคยรู้จัก" เสียงทุ้มตอบอย่างมั่นใจแล้วเมินหน้าหนีไม่ยอมสบตาเธอ

"ค่ะ ไม่รู้จัก"

"อ๋อ งั้นพิมนี่คุณกาย ส่วนคุณกายครับนี่พิม นักเขียนที่คุณอยากเจอครับ"

"ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ...คุณพิม" คำทักทายที่แฝงไปด้วยความประชดประชันของกรัณย์พร้อมกับมือหนาที่กำฝ่ามือเล็กแน่น

"รู้แล้วใช่ไหมคะว่าเรื่องที่เจอฉันวันนี้ต้องเป็นความลับ" พริมาเอ่ยเน้นย้ำกับทุกคนในวงสนทนาอีกครั้ง แต่ดูเหมือนจะมีคนหนึ่งไม่ได้สนใจฟังเท่าไหร่

"ทำตัวลึกลับจังเลยนะครับ ทำไมล่ะ กลัวคนจะรู้หรือไงว่าคุณไปทำอะไรมาบ้าง"

"คุณพูดเรื่องอะไรคะ ฉันแค่ต้องการความเป็นส่วนตัวเท่านั้นค่ะ" พริมาเถียงกลับทันควัน เขาเป็นฝ่ายขอร้องให้เธอมาเจอ ถ้ารู้ว่าคนที่อยากเจอจะเป็นเขา เธอคงไม่มาเด็ดขาด

"ผมก็แค่พูดเฉยๆ เผื่อว่าคุณไปทำให้ใครเขาเจ็บช้ำจนต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ"

"เข้าธุระเถอะค่ะ คุณอยากเจอฉันทำไมคะ" เธอแสร้งเปลี่ยนเรื่องทันควัน

"เรื่องที่คุณเขียน...มันตรงกับชีวิตของผมมาก ไม่ทราบว่าคุณเขียนจากจินตนาการหรือเคยเกิดขึ้นกับตัวเองครับ?"

"คุณอยากรู้เรื่องนั้นไปทำไมคะ มันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณเลยนี่คะ"

ชายอีกสองคนนั่งมองหน้ากันเลิ่กลั่กเมื่อเห็นทั้งคู่เถียงกันไปมาราวกับเคยสนิทกันมาก่อน ฝ่ายผู้จัดการส่วนตัวรีบห้ามปรามกรัณย์เพราะกลัวจะเกิดเรื่องบานปลายขึ้น

"เอ่อ...คือถ้าคุณนักเขียนไม่สะดวกที่จะบอกไม่ต้องบอกก็ได้ครับ"

"ขอบคุณที่เข้าใจนะคะ" พริมาหันไปยิ้มหวานส่งให้ผู้จัดการส่วนตัวของเขา

"ไหนๆ วันนี้เราก็ได้เจอนักเขียนที่อยากเจอแล้ว คุณกายจะตกลงเซ็นสัญญาเลยใช่ไหมครับ" ผู้กำกับเอ่ยถามคนตรงหน้าที่นั่งกอดอกทำหน้าบอกบุญไม่รับ

"เซ็นครับ แต่มีข้อแม้.."

"ข้อแม้อีกแล้วเหรอครับ?" ราเชนซึ่งเป็นผู้กำกับเรื่องนี้เริ่มหน้าซีดที่นักแสดงนำของเรื่องยื่นข้อตกลงอีกครั้ง

"คุณนักเขียนต้องมาคุมการถ่ายทำด้วย" พูดพลางส่งสายตาเจ้าเล่ห์ไปทางหญิงสาวคนเดียวในวงสนทนา

"ทำไมล่ะครับ"

"ก็ถ้ามีคุณนักเขียนคอยคุมอยู่ด้วยจะได้ช่วยเรื่องบทนี่ครับ ไม่ดีหรือไง บทจะได้ไม่ต่างจากต้นฉบับมาก"

"ขอปฏิเสธค่ะ นั่นไม่ใช่หน้าที่ของฉัน" พริมาปฏิเสธทันควันแบบไม่ต้องหยุดคิด

"งั้นผมก็ไม่เล่นเรื่องนี้"

"เรื่องของคุณ เราหาพระเอกใหม่ก็ได้ค่ะ!"

"เดี๋ยว!!! ขอเวลาสักครู่นะครับ" ราเชนรีบเบรกเอาไว้ก่อนแล้วลากแขนพริมาออกไปทันที

"อะไรคะพี่เชน"

"เราต้องให้เขาเป็นพระเอกนะพิม"

"ทำไมคะ นักแสดงคนอื่นมีตั้งมากมาย"

"แต่เบื้องบนเขาอยากได้น่ะสิ ถ้าดีลงานไม่ผ่านพี่แย่เลยนะ รู้ไหมว่ากว่าเขาจะตอบรับมันยากมาก พี่ตายแน่ๆ งานนี้"

"พี่เชน พี่ก็รู้ว่าฉันไม่อยากให้ใครรู้ แล้วเราก็คุยกันแล้วไงคะ" พริมาเท้าเอวไม่ยอมท่าเดียว

"พิมก็รู้นี่ว่าหนังเรื่องก่อนหน้านี้ของพี่มันล้มไม่เป็นท่า เพราะไม่มีสปอนเซอร์สนับสนุน พี่ไม่อยากหมดอนาคตกับงานที่พี่รักนะ"

ราเชนร่ายยาวแทบไม่หยุดพักหายใจ เขาเองก็ไม่ได้อยากให้กรัณย์มาเป็นพระเอกนักหรอก เพราะเคยมีปัญหากันเมื่อสองปีก่อน แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้หนังของเขาก็จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากนายทุนใหญ่แล้วก็จะเจ๊งเหมือนเรื่องก่อนหน้านี้

"แต่ก็ไม่เห็นเกี่ยวกับการที่พิมต้องไปคุมงานนี่คะ พิมขอปฏิเสธค่ะ"

"นะพิม ถือว่าช่วยพี่อีกแค่ครั้งเดียวก็ได้ พี่จะไม่บอกใครว่าพิมเป็นนักเขียนเรื่องนี้ ให้บอกว่าเป็นผู้ช่วยพี่ก็ได้ นะพิม ฮือ" ราเชนบีบน้ำตากุมมือรุ่นน้องไว้แน่น เพราะรู้ว่าพริมาเป็นคนขี้ใจอ่อน

"ครั้งสุดท้ายแล้วนะคะ เห็นแก่ที่พี่เคยช่วยพิมตอนเรียน ถ้ามีครั้งต่อไปเราตัดขาดกันแน่!"

พริมาชี้หน้าคาดโทษรุ่นพี่คนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เธอกับราเชนเป็นพี่รหัสและน้องรหัสกัน ตอนนั้นเธอได้ราเชนช่วยในหลายๆ อย่างถึงเรียนจบมาได้

"ขอบคุณนะน้องรัก" ชายหนุ่มโผกอดด้วยความดีใจ ทำเอาคนที่มองอยู่ไกลๆ ถึงกับกำหมัดแน่น

"แม่ง!" กรัณย์สบถออกมาด้วยความลืมตัว

"เป็นอะไรหรือเปล่ากาย"

"เปล่าครับ!" ปากบอกเปล่า แต่ในใจร้อนรุ่มจนอยากจะเข้าไปต่อยผู้กำกับคนนั้นให้รู้แล้วรู้รอด

"เอาเป็นว่าทางนักเขียนยอมตกลงครับ แต่ทางเรามีข้อแม้เล็กน้อยคือเราจะไม่เปิดเผยว่าพิมคือนักเขียน เธอจะมาทำในตำแหน่งผู้ช่วยของผม ขอให้ทั้งสองคนอย่าเปิดเผยเรื่องนี้ให้ใครรู้นะครับ" ราเชนพูดในสิ่งที่ตกลงกับพริมาเรียบร้อย แต่กรัณย์แทบไม่ได้ฟังเลยสักนิดเขามัวแต่นั่งจ้องหน้าเธอตาไม่กะพริบ

"ครับๆ ทางเราเข้าใจแล้วครับ ขอบคุณคุณนักเขียนมากๆ นะครับที่ยอมตอบรับ" อำพลก้มหัวน้อยๆ ให้นักเขียนคนสวยที่ดูใจดีเหมือนหน้าตา

"เรียกว่าพิมดีกว่าค่ะ เรียกคุณนักเขียนแล้วเขินยังไงไม่รู้" พริมาหัวเราะแห้งๆ แก้เขินก่อนจะรู้สึกขนลุกซู่เหมือนมีสายตาอาฆาตจ้องมองอยู่

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่20

    กรัณย์พักรักษาตัวจนอาการดีขึ้นมาก ถึงแขนจะยังคงทิ้งแผลเป็นไว้ให้ดูต่างหน้า แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคอะไรสำหรับช่างแต่งหน้าที่สามารถกลบรอยแผลเป็นนั้นได้"โชคดีนะคะเนี่ยที่พี่กลบรอยแผลเป็นได้" ช่างแต่งหน้าสาวประเภทสองภาคภูมิใจอย่างมากถึงขั้นเอ่ยปากชมฝีมือตัวเองไม่หยุดหย่อน"แบบนี้ต้องไปเลเซอร์แล้วนะคะจะได้กลับมาแขนเนียนกริบเหมือนเดิม" ช่างทำผมอีกคนเสริมทัพขึ้นมาอีกคน"ไม่ดีกว่าครับ ให้มันเป็นแผลเป็นแบบนี้ไปดีแล้วแหละครับ" กรัณย์พูดอย่างยิ้มๆ พร้อมกับใช้มือแตะที่รอยแผลเป็นเบาๆ"ทำไมล่ะคะ สมัยนี้เลเซอร์ไม่กี่รอบก็หายแล้วนะ""ไม่ทำไมหรอกครับ ผมแค่อยากเก็บมันไว้"กรัณย์อยากให้รอยแผลเป็นนี้เป็นสัญลักษณ์ของความรักที่เขามีให้พริมา เป็นเครื่องเตือนใจว่าครั้งหนึ่งเขาได้ปกป้องคนที่รักเอาไว้ มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ ที่หลายคนมองข้าม แต่สำหรับกรัณย์แล้วเขาจะจดจำเหตุการณ์วันนั้นไปตลอด วันที่เป็นจุดเริ่มต้นให้พริมายอมมาดูแลจนทำให้เขาได้มีโอกาสคบกับเธออีกครั้ง"แต่อย่างน้องกายแผลเป็นแค่นี้ก็ทำอะไรไม่ได้หรอกค่ะ เพราะถูกความหล่อบดบังหมดแล้ว คิกๆ"

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่19 Nc (2)

    บทรักแสนหนักหน่วงดำเนินนานหลายนาที ก่อนที่ร่างเล็กจะถูกจับเปลี่ยนท่าใหม่ให้ขึ้นมาอยู่ด้านบนเป็นฝ่ายบังคับเกมรักในครั้งนี้แทน"ขยับแบบนั้นแหละ...อ๊าส์...ดี""อ๊ะ...ไม่ไหวแล้ว...อื้ม"ร่างเล็กที่อยู่ด้านบนเริ่มหมดแรง ดวงตาสวยปรือจวนจะหลับเต็มที ในขณะที่เธอเสร็จสมไปหลายครั้งหลายหน แต่กรัณย์ยังไม่มีท่าทีจะปลดปล่อยเสียทีจนเธอฝืนทำต่อไม่ไหวอีกแล้ว"เหนื่อยแล้วเหรอครับ" สะโพกสอบหยุดสวนกระแทกแล้วเอ่ยถามคนตัวเล็กที่เริ่มปวกเปียกเต็มที"อื้อ..." พริมาพยักหน้าแทนคำตอบ คอเธอแหบแห้งจนแทบไม่มีเสียงจะพูดคุยกับเขาได้"ถ้างั้นเดี๋ยวผมทำให้นะ...อ๊าส์"หญิงสาวที่ได้ยินดังนั้น ไม่ได้รู้สึกโล่งใจแม้แต่นิดเดียว เธอหมดแรงต่อต้านความเอาแต่ใจของเขาแล้ว ตอนนี้ต่อให้เขาจับเธอพลิกเปลี่ยนท่าขนาดไหนก็ไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น"พี่พิม...อ๊าง...ซี้ด" ร่างหนายังโหมอัดรัวๆ ใส่ร่างเล็กที่นอนนิ่งจนหัวสั่นหัวคลอนตามแรงกระแทกกระทั้นที่เขามอบให้กรัณย์อาศัยจังหวะตอนที่อีกคนกำลังเบลอๆ เร่งจังหวะถี่ยิบแล้วแช่แก่นกายค้างไว้สักพักก่อนจะฉีดพ่นน้ำสีขา

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่19 Nc (1)

    ใบหน้าหล่อคมค่อยๆ โน้มมามอบจุมพิตแสนอ่อนโยนให้เธอ พริมาสัมผัสได้ถึงความทะนุถนอมที่กรัณย์มีให้จนโอนอ่อนไปกับจูบของเขา ริมฝีปากบางเผลอจูบตอบอย่างลืมตัว ทว่าต่อให้รู้ตัวก็คงไม่มีทางปฏิเสธการกระทำของเขาได้"ไปที่ห้องกันนะ" ว่าจบก็รีบตวัดอุ้มคนตัวเล็กพาเดินตรงดิ่งไปที่ห้องนอนกว้าง ไม่รอให้อีกคนได้เอื้อนเอ่ยคำใดเสียก่อนร่างบางถูกวางลงบนเตียงอย่างเบามือก่อนที่ชายหนุ่มจะส่งมือมาลูบไล้กายของเธอ แล้วค่อยๆ ถอดเสื้อยืดตัวสวยออกช้าๆ อย่างไม่รีบร้อน"อ๊ะ" เสียงหวานร้องตกใจเมื่อมือหนาเริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าบนตัวของเธอกรัณย์เงียบไม่พูดไม่จาสักคำ เขากำลังตั้งอกตั้งใจกับการพินิจพิจารณากายขาวเนียนของคนตรงหน้าชนิดที่ว่าตาไม่กะพริบ ริมฝีปากขบเม้มเข้าหากันแววตาจ้องมองเธออย่างหื่นกระหาย แต่ก็พยายามข่มใจเอาไว้"อย่าจ้องแบบนั้นสิ""ก็พี่สวยนี่" คำตอบแบบตรงไปตรงมาของกรัณย์ทำให้พริมาเบือนหน้าหลบสายตาไม่ให้เขาเห็นว่าเธอกำลังเขิน"รีบทำสักที""อย่าใจร้อนสิครับ ของแบบนี้รีบร้อนได้ที่ไหนกัน" แม้ในใจอยากจะกระโจนเข้าใส่เธอเหลือเกิน แต่ก็ไม่อย

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่18 (2)

    "ผมจะไม่จากพี่ไปไหน เพราะฉะนั้นอย่ากลัวเลยนะ ผมจะอยู่กับพี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น""นายไม่รู้อนาคตนายก็พูดได้นี่""ต่อให้ผมไม่รู้อนาคต แต่ผมก็รู้ใจตัวเองนะ""...นายไม่เข้าใจหรอก" ความกลัวของพริมาคือกลัวการสูญเสียคนที่รักและผูกพันพริมาเคยเข้ารับการรักษาจิตใจอยู่ระยะหนึ่งจนดีขึ้นแต่ก็ยังกลัวที่จะมีความสัมพันธ์กับใครแบบใกล้ชิด ทำให้เธอพยายามเว้นระยะห่างจากทุกคน ไม่สนิทสนมกับใครเป็นพิเศษยกเว้นกับราเชนที่รายนั้นเข้าใจและเข้ามาทำความสนิทกับเธอก่อนทว่ายังมีอีกหนึ่งสิ่งที่เธอไม่เคยบอกใคร แม้แต่กรัณย์ก็ไม่เคยรับรู้เรื่องนี้มาก่อนนั่นคือ...หลังจากเธอบอกเลิกกับเขาและย้ายตามครอบครัวไปอยู่ต่างจังหวัด ตอนนั้นเธอเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองตั้งครรภ์ แม้จะไม่รู้ว่าท้องได้อย่างไรในเมื่อป้องกันมาตลอด แต่เพราะสถานการณ์ของที่บ้านกำลังย่ำแย่เธอจึงบอกพ่อแม่ไม่ได้ ไม่นานผู้เป็นพ่อก็จากไป พริมากลายเป็นเสาหลักครอบครัวต้องดูแลแม่ที่ป่วยและตรอมใจ ความเครียดเริ่มสะสมอีกทั้งร่างกายยังพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้เด็กในท้องหยุดการเจริญเติบโต เป็นเหตุให้เธอเสียลูกไปโดยที่เคยมีใครรู้ว่าเธอ

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่18 (1)

    หลังเหตุการณ์ครั้งนั้นทั้งกรัณย์และพริมาก็แทบไม่ได้คุยกันอีกเลย เธอทำหน้าที่ตามที่เคยบอกไว้ทั้งพยาบาลจำเป็นและยังเป็นคนช่วยปลอยประโลมความเหงาให้เขาในตอนกลางคืน แต่พอจบกิจกรรมก็ต่างหันหลังใส่กันทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนผ่านมาแล้วสามวัน ทั้งคู่ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม"พี่พิม..." เสียงทุ้มกำลังจะพูดต่อแต่พอเห็นสีหน้าเรียบนิ่งของอีกคน คำพูดก็ถูกกลืนลงคอไปจนหมด"ข้าวอยู่บนโต๊ะ รีบกินซะจะได้ไปโรงพยาบาล" พริมาเอ่ยบอกโดยไม่มองหน้าเขาด้วยซ้ำ เธอก็แค่ทำหน้าที่ของตนเองไม่ให้ขาดตกบกพร่องเป็นพอ"อืม" ตอบรับแค่สั้นๆ พร้อมใบหน้าสลดบรรยากาศในห้องชวนอึดอัดเสียยิ่งกว่าการถูกขังอยู่ในห้องแคบที่มืดสนิท ทั้งห้องเงียบสงัดมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงช้อนกระทบจานขณะรับประทานอาหาร ช่างเป็นมื้ออาหารที่เหงาเหลือเกิน"ฮัลโหลค่ะพี่ตุ๊ก ไฟล์ที่ส่งมาพิมตรวจแล้วนะคะ แต่ยังมีส่วนที่ต้องแก้ด้วยค่ะ" เสียงหวานคุยกับคนในสายซึ่งเป็นบรรณาธิการที่ดูแลเรื่องรูปเล่มของเธอ"ค่ะ เดี๋ยวพิมแก้แล้วส่งให้ใหม่ไม่เกินวันพรุ่งนี้ค่ะ""ถ้าพี่ไม่ว่างเดี๋ยวผมไปเองก

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่17 (2)

    สองชายหนุ่มมองหน้ากันตาขวาง ต่างฝ่ายต่างดูออกว่าอีกคนคิดอย่างไรกับพริมา พวกเขาเป็นผู้ชายเหมือนกันมีหรือจะแยกไม่ออก ยิ่งพอมีคู่แข่งก็ยิ่งฮึกเหิมขึ้น ทำให้ทั้งคู่ไม่ยอมแพ้กัน"คุณกายดูเด็กอยู่เลยนะครับ ปีนี้อายุเท่าไหร่เหรอครับ" แทนไทเริ่มเปิดประเด็นถามเรื่องอายุด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแถมยังเน้นคำว่าเด็กเสียงดังฟังชัด"อายุมันไม่สำคัญไม่ใช่เหรอครับ แล้วคุณล่ะครับอายุเท่าไหร่ ถ้าให้เดาคงสักสี่สิบหรือเปล่าครับ""ผมสามสิบครับ สงสัยผมจะดูเป็นผู้ใหญ่ใช่ไหมเนี่ยคุณถึงเข้าใจผิด""อ๋อเปล่าครับ ผมแค่จะบอกว่าหน้าแก่เกินวัย" กรัณย์ตอบออกมาด้วยใบหน้านิ่งๆ พลางยักคิ้วไปหนึ่งที"กาย!" พริมารีบปรามคนข้างๆ ทันควันที่เขาเสียมารยาทกับนักเขียนในดวงใจของเธอ"ไม่เป็นไรหรอกครับคุณพิม คุณกายยังเด็กอาจจะพูดอะไรไม่ทันคิดน่ะครับ" แทนไทยังเน้นคำว่าเด็กให้ได้ยินชัดๆ ชวนให้กรัณย์นึกโมโห"อายุน้อยกว่าแล้วไงวะ""กาย หยุดนะ" คนตัวเล็กฉุดแขนเขาให้นั่งลงเมื่อกรัณย์ทำท่าเหมือนจะโจมตีใส่แทนไท"ดูท่าผมคงทำให้คุณกายไม่พอใจสินะครับ ต้องขอโทษด้วยครั

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่5

    พอถึงเวลาบ่ายโมงนักศึกษาคณะมนุษย์ศาสตร์เดินออกจากตึกคณะเพื่อไปที่อื่นต่อ บางคนมีงานต้องไปทำ บางคนอาจจะมีเรียนต่อ หรือบางคนนัดกับคนรักเอาไว้"แหมๆ ช่วงนี้แฟนเด็กมารับ มาส่งทุกวันเลยนะ" เพื่อนในกลุ่มพากันแซวเมื่อเห็นชายหนุ่มในชุดมัธยมนั่งรอพริมาอยู่ที่รถมอเตอร์ไซต์คันใหญ่"แฟนเด็ก

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่4

    สี่ปีก่อนหน้านี้...สองครอบครัวไม่ค่อยลงรอยกัน แต่กลับอยู่บ้านข้างกันมีเพียงรั้วสูงแค่อกเท่านั้นที่กั้นเอาไว้ สองบ้านไม่ถูกกันด้วยเรื่องอะไรไม่มีใครรู้ เพราะเป็นแบบนี้มาเนิ่นนานจนจำไม่ได้ว่ากี่ปี ถ้าถามว่าทำไมเธอไม่ย้ายบ้านหนีคำตอบของพวกผู้ใหญ่ก็คงบอกว่าจะย้ายทำไมในเมื่อนี่เป็นบ้านของเรา

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่3

    ทั้งสี่คนแยกย้ายกันกลับหลังเจรจาเรียบร้อย ราเชนอาสาไปส่งเธอ แต่คนตัวเล็กกลับปฏิเสธเพราะมีที่ที่ต้องไปก่อนกลับคอนโดโดยที่เธอไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนเดินตามเธอมาตั้งแต่ร้านอาหารขาเรียวสวยเลี้ยวเข้าร้านหนังสือแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านอาหารมากนัก เธอจึงเดินเท้ามาแทนการนั่งรถประจำทางเพื่อ

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่1

    ชายหนุ่มใบหน้าหล่อคมคาย สันจมูกเด่นชัดรวมถึงสันกรามที่เข้ากับรูปหน้าอย่างไม่มีที่ติ บุคคลิกของเขาคือหนุ่มขี้เล่น ยิ้มเก่ง คอยแจกความสดใสให้กับคนรอบข้าง แต่ความจริงแล้วเขานั้นร้ายยิ่งกว่าซาตาน"โอ๊ย! บอกว่าไม่รับงานแล้วไง" น้ำเสียงไม่สบอารมณ์กระชากอย่างไม่พอใจก่อนจะโยนเอกสารในมือทิ้งลงพื้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status