LOGIN“ที่รัก หนูอยากได้ไอโฟน 17 รึเปล่า” “หื้ม…ทำไมเหรอคะ” “ถ้าอยากได้ก็ขึ้นมาขย่มให้พี่
View Moreตอนที่ 1
เรื่องที่ซวยที่สุดในชีวิต ณ บ้านหลังใหญ่ ที่เงียบสงบจนได้ยินเพียงเสียงเข็มนาฬิกาโบราณที่เดินไปตามเวลาอย่างเชื่องช้า ประตูห้องด้านบนเปิดออกช้า ๆ ก่อนที่ลูกคลื่นจะปรากฏตัวร่างสูงโปร่งสมส่วนในชุดเชิ้ตเข้ารูปสีเข้มกับกางเกงสแลคที่ตัดเย็บอย่างเนี๊ยบ ใบหน้าหล่อชวนให้คนมองรู้สึกต้องมนตร์คิ้วเข้มได้รูปขับเน้นดวงตาคมลึกสีดำสนิทที่เหมือนเก็บความคิดนับร้อยไว้ภายใน จมูกโด่งคมชัดราวกับสลักด้วยช่างฝีมือ ริมฝีปากบางกระจับที่แม้ไม่จำเป็นต้องยกยิ้มก็ยังชวนให้ใจสั่น หากบังเอิญแย้มยิ้มเพียงนิดเดียวก็ราวกับทั้งห้องสว่างขึ้นทันที ชายหนุ่มสวมเพียงนาฬิกาข้อมือเรือนหรูบนข้อมือเรียวยาว แต่กลับยิ่งขับภาพลักษณ์ให้ดูภูมิฐาน เมื่อสายตาคมกริบสบกับมารดาที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขาเพียงพยักหน้าเล็กน้อยแทนคำทักทาย ก่อนจะนั่งลงร่วมโต๊ะด้วยท่วงท่าที่เรียบง่าย “ไม่คิดว่าแม่จะกลับมา” เขาเอ่ยขึ้นเพียงสั้น ๆ ไม่ได้เงยมองหน้าผู้เป็นแม่แต่อย่างใด “ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ แม่ก็มาหาลูกทุกเดือนอยู่แล้ว อย่าน้อยใจไปเลย นี่ก็จะขึ้นปีสามแล้ว ทำตัวให้มันดี ๆ หน่อย แม่มาตั้งแต่เมื่อคืน ไม่เห็นแกอยู่บ้านช่อง ไปหมกมุ่นอยู่แต่ในผับบาร์ กลางวันก็ยังจะออกไปอีก” “เวลากินข้าวอย่าพูด” “นี่...แม่รู้ว่าแกน่ะโกรธแม่ แต่ที่แม่ทำทั้งหมดก็เพื่อแกทั้งนั้น” เพล้ง เสียงช้อนซ้อมวางลงกระแทกจานอย่างแรงก่อนที่สายตาคมกริบจะจ้องมองผู้เป็นแม่อย่างจริงจัง “เพื่อผมงั้นเหรอ ตลกสิ้นดี แม่รวมหัวกันกับยัยนั่นทำทุกวิถีทางเพื่อให้เอวาไปจากผม นี่น่ะเหรอที่หวังดี” “ถ้าผู้หญิงคนนั้นมันดีจริง ต่อให้แม่จะให้เงินเธอมากแค่ไหนเธอก็ไม่รับ ก็ไม่ใช่ว่าเธอเห็นแก่เงินของแม่เหรอ เธอถึงทิ้งแกไป ผู้หญิงแบบนั้นไม่เหมาะกับแก ไม่เหมาะที่จะมาเป็นลูกสะใภ้แม่ด้วยซ้ำ” “รบกวนอย่ามาตัดสินใจแทนผม” “แต่แม่เป็นแม่แกนะ อาทิตย์หน้าเฌอรีนจะกลับจากต่างประเทศ จะมาเรียนมหาลัยที่เดียวกันกับแก แม่ฝากน้องด้วยนะ” “ฝากงั้นเหรอ ผมเกลียดเธอยิ่งกว่าอะไร แม่แน่ใจเหรอว่าจะฝากเธอไว้กับผมจริง ๆ” “ยังไงน้องก็เป็นคู่หมั้นแก” “เหอะน่าตลก บอกเอวาไม่เหมาะสมกับผม แล้วยัยนั่นไม่มีพ่อไม่มีแม่ เป็นหนูตกถังข้าวสารที่เพื่อนพ่อฝากให้ดูแลคนแบบนี้น่ะเหรอที่เหมาะสมกับผม” “แม่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมแกถึงเกลียดน้องนักหนา” “แม่รู้มั้ยว่าสิ่งที่ซวยที่สุดในชีวิตของผมคืออะไร คือการได้เจอเธอไง แค่รู้ว่าจะได้หายใจกับเธอในบ้านเดียวกันผมก็สะอิดสะเอียนจะตายอยู่แล้ว” “ลูกคลื่นต่อให้แกจะเกลียดน้องแค่ไหน สุดท้ายแกก็ต้องแต่งงานกับน้องอยู่ดี” “ถ้าวันไหนที่ผมยอมแต่งกับคนแบบเธอให้รู้เอาไว้เลยว่าวันนั้นผมเสียสติไปแล้ว” “งั้นแม่ก็จะรอวันที่แกเสียสติแล้วกัน” “ได้สิ...แต่ไม่รู้เหมือนกันนะว่าลูกสาวแม่จะทนคนเลวแบบผมได้รึเปล่า” “ถ้าแกกล้าทำร้ายน้องก็ลองดูแล้วกัน” เสียงของมารดาเด็ดขาดแม้จะไม่ได้ตะโกน แต่กลับสะกดบรรยากาศทั้งโต๊ะอาหารให้หนักอึ้ง เก้าอี้ถูกเลื่อนออกไปด้วยแรงกระชาก ร่างสูงใหญ่ของลูกคลื่นลุกขึ้นทันทีอย่างไม่แยแส เขาเดินก้าวออกจากห้องอาหารโดยไม่หันกลับมา สายตาคมยังวาววับด้วยโทสะที่เอ่อท้น แต่เขาก็เลือกจะไม่ระเบิดมันใส่แม่ เพียงแต่ปล่อยให้เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นไม้ดังก้องไปทั่วห้องแทน ทิ้งไว้เพียงผู้เป็นแม่ที่นั่งอยู่ตรงนั้น เธอส่ายหัวเบา ๆ อย่างระอาใจปนห่วงใย รู้ดีว่าลูกชายคนนี้แข็งกระด้างภายนอกเพียงใด แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ยังไม่ยอมเปิดเผยให้ใครเห็นเลยสักครั้ง อาทิตย์ต่อมา เสียงช้อนกระทบจานดังแผ่วในห้องอาหารกว้าง เฌอรีนที่เพิ่งกลับจากต่างประเทศ เธอนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแม่ของลูกคลื่น แววตายังอ่อนล้าเพราะการเดินทาง ไม่นานลูกคลื่นก็เดินเข้ามาในห้องอาหาร ดวงตาคมกริบแม้ไม่เหลือบแลไปทางหญิงสาวเขายืนนิ่งอยู่เพียงไม่กี่วิเสียงคนเป็นแม่ก็พูดขึ้น “มากินข้าวด้วยกันเถอะลูก” เฌอรีนรีบขยับช้อนตักข้าวเข้าปาก ทั้งที่แทบไม่รู้รสชาติ เธอเอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาผู้ชายคนนั้นแม้เพียงเสี้ยววินาที “ผมกินไม่ลง” “อย่าทำตัวเสียมารยาทนักเลย” “ทำไมผมต้องมีมารยาทกับคนคนนี้ด้วย ไม่ใช่คนสูงส่งที่ไหนหนิก็อีแค่คนจนที่โชคดีเท่านั้น” “ลูกคลื่น! เลิกพูดกับน้องแบบนี้สักที” “เข้าข้างกันเข้าไป ถ้ามีเธอนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารด้วย ผมยอมอดข้าวดีกว่า กินไม่ลงกลัวท้องเสีย” “งั้นจะไปไหนก็ไปเถอะ” “อย่าไปถือสาพี่เขาเลยนะลูก” แม่เอื้อมมือมาตักกับข้าวใส่จานตรงหน้าเธอ พลางยิ้มบาง ๆ ที่เต็มไปด้วยความเมตตา เฌอรีนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สายตาเธออ่อนลงแม้หัวใจยังบีบรัด เธอส่ายหน้าน้อย ๆ ก่อนตอบเสียงเบา “ไม่เป็นไรค่ะคุณน้า...หนูชินแล้วค่ะ” ตกดึก บ้านใหญ่เงียบสงัด มีเพียงแสงไฟอุ่นจากโคมบนผนังที่ส่องสลัวตามโถงทางเดิน เฌอรีนเดินช้า ๆ กลับขึ้นห้องหลังจากที่ลงมาดื่มน้ำ เธอก้าวมาถึงบันไดใหญ่ตรงกลางบ้านแต่ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าหนักก็ดังแว่วลงมาจากชั้นบน ลูกคลื่นกำลังก้าวลงมาในชุดสบาย ๆ แต่ท่วงท่าของเขากลับเต็มไปด้วยความเย็นชา ดวงตาคมวาวสะท้อนแสงไฟยามค่ำ ชายหนุ่มหยุดเดินเมื่อทั้งคู่สวนกันตรงขั้นบันได เสียงรองเท้าแตะพื้นไม้เงียบกริบ ทว่าความกดดันกลับหนาทึบจนเหมือนอากาศหยุดไหลเวียน ดวงตาคมกริบตวัดมองร่างเล็กเพียงเสี้ยววินาทีก่อนริมฝีปากหยักจะขยับเอ่ยเสียงห้วนและแรงกลบความเงียบ “ทำไมยังไม่ไปจากบ้านนี้อีก หรือคิดว่าพอทำตัวน่าสงสารแล้วใครจะเห็นใจ เลิกเพ้อฝันเถอะเฌอรีน...คนอย่างมึงไม่มีทางได้อะไรจากกูนอกจากความรังเกียจ” “หนูไม่เคยหวังอะไรในตัวพี่...ที่อยู่เพราะคุณน้าให้อยู่” “ถ้ามึงอยากไปจริง ๆ มึงคงไปนานแล้วไม่ต้องรอให้แม่กูบอกหรอก ตั้งแต่ก้าวเข้ามามึงได้อะไรไปจากบ้านนี้ไม่รู้กี่อย่างต่อกี่อย่าง ได้ไปเรียนถึงเมืองนอกยังไม่พออีกเหรอ มิหน่ำซ้ำมึงยังสาระแนไม่เข้าเรื่อง ทำให้กูกับเอวาต้องเลิกกัน จากที่กูเกลียดมึงอยู่แล้วกูยิ่งเกลียดมึงมากเข้าไปอีก” “เรื่องเอวา หนูไม่ได้ตั้งใจ เธอต่างหากที่มาขอร้องหนูบอกว่าอยากเจอแม่พี่เพราะต้องการเงิน” “มึงหุบปาก! คนอย่างมึงไม่มีสิทธิ์มาอธิบายอะไรทั้งนั้น” “ต่อให้พี่จะเกลียดหนูแค่ไหน....ยังไงหนูกับพี่ก็ต้องแต่งงานกันอยู่ดี” “ถุ้ย! กูยอมตายดีกว่าถ้าได้แต่งงานกับมึง จำเอาไว้เลยนะว่าอย่ามายุ่งกับกูไม่งั้นมึงได้เจ็บตัวแน่” ทันทีที่พูดจบ ชายหนุ่มก็ไถลไหล่กว้างชนเข้าใส่ร่างเล็กอย่างจงใจจนเฌอรีนเซถอยไปหนึ่งก้าว มือเล็กกำราวบันไดแน่นเพื่อพยุงตัว ความแสบแปลบตรงหัวไหล่ทำให้เธอเม้มปากแน่น แต่ไม่เอื้อนเอ่ยคำโต้ตอบแม้แต่คำเดียว ลูกคลื่นก้าวผ่านเธอลงบันไดไปอย่างไม่หันกลับมามองสักนิด เฉกเช่นเดียวกับท่าทีเย็นชาที่ทิ้งท้ายเอาไว้ เฌอรีนยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ใบหน้าก้มต่ำเพื่อซ่อนแววตาสั่นไหว มือเล็กลูบหัวไหล่ที่ปวดร้าวช้า ๆ ราวกับปลอบใจตัวเอง ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วก้าวต่อขึ้นบันไดโดยไม่เหลียวมองด้านล่างแม้แต่น้อยตอนที่ 60มีแค่หนูอย่างอื่นไม่สน (จบ)ภายในบ้านที่อบอุ่น ลูกคลื่นชายหนุ่มในวัย28 ปี ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว สวมผ้ากันเปื้อนสีเข้ม มือหนึ่งถือทัพพี อีกมือหนึ่งกำลังคนซุปในหม้อ กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้อง เด็กชายตัวน้อยวัยกำลังซนวิ่งวนไปรอบ ๆ ห้องรับแขก เสียงหัวเราะคิกคักดังก้องอย่างมีความสุข“คิริน อย่าวิ่งใกล้โต๊ะสิ เดี๋ยวหกล้มนะครับลูก” ลูกคลื่นเอ่ยเสียงเข้มแต่แฝงความเอ็นดู สายตายังคงหันกลับไปที่หม้อที่กำลังเดือด“ไม่เอา! จะวิ่ง ๆๆ” เด็กชายตอบเสียงใส ทั้งยังหัวเราะชอบใจ ยิ่งถูกห้ามก็ยิ่งวิ่งซนไปรอบโซฟาเฌอรีนนั่งเอนตัวพิงพนักโซฟา พลางหัวเราะเบา ๆ กับภาพตรงหน้า มือหยิบตุ๊กตาผ้าตัวเล็กมาเขย่าเรียกลูก “มานี่สิ มาหาแม่มา”เด็กน้อยชะงักเล็กน้อยก่อนจะวิ่งมากระโดดขึ้นตักแม่ ใบหน้าน้อย ๆ ซุกเข้าที่อกของเธออย่างอ้อน ๆ เฌอรีนก็ก้มลงหอมแก้มลูกฟอดใหญ่ พลางเงยหน้ามองไปทางครัวที่สามีกำลังตั้งใจทำกับข้าว“ที่รัก...จะเสร็จยังหนูหิวแล้ว” “จะเสร็จแล้ว....รอแป๊บ”เด็กชายคนโตอายุ 4 ขวบกำลังเล่นต่อบล็อกไม้เสียงดังลั่น พอไม่สำเร็จก็ปาขึ้นกลางอากาศอย่างไม่ใส่ใจ ข้าง ๆ กันมีน้องสาววัย 3 ข
ตอนที่ 59ที่รัก NCลูกคลื่นค่อย ๆ ประคองร่างอรชรของเฌอรีนลงบนเตียงอย่างอ่อนโยน แผ่นหลังบางสัมผัสกับผ้าปูสะอาด กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่ติดตามกายเธอลอยคลุ้งปนไปกับกลิ่นกายของเขา ริมฝีปากของลูกคลื่นยังไม่ยอมผละออกไปไกลนัก ก้มลงซุกไซ้ตามซอกแก้มและลำคอของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับจะจดจำทุกสัมผัสเอาไว้ในความทรงจำมือหนาของเขาลูบแผ่วผ่านเอวคอด ก่อนจะสอดประสานกับมือเล็กที่ยกขึ้นมากุมแน่น เฌอรีนหลับตาแน่น แก้มแดงจัด หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมาจากอกทุกครั้งที่เขาขยับใกล้“ที่รัก…” เสียงทุ้มกระซิบเอ่ยเรียกชื่อเธอเหมือนคำสวดที่ออกมาจากหัวใจ ก่อนที่ลูกคลื่นจะก้มลงมอบจุมพิตอีกครั้งมือหนาเข้าไปที่สาบเสื้อเชิ้ตของเฌอรีน ปลายนิ้วลากผ่านเนื้อผ้านุ่มจนเธอขนลุกวาบ เสื้อตัวบางถูกปลดกระดุมทีละเม็ดช้า ๆ ก่อนที่เขาจะดึงออกจากไหล่เล็กอย่างแผ่วเบา ร่างอรชรเผยผิวขาวนวลออกมาให้สายตาคมได้มองชัดเจนเฌอรีนเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าแดงจัดเมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาเขาที่จ้องมาไม่กะพริบ มือเล็กยกขึ้นดันอกเขาเบา ๆ “พี่… อย่ามองมองแบบนั้นสิ” ริมฝีปากร้อนเลื่อนไปตามแนวกราม ลากผ่านซอกคอ ก่อนจะหยุดที่อกอิ่มที่กระเพื่อมต
ตอนที่ 58ยกให้หนูหมดเลยสองอาทิตย์ต่อมาบรรยากาศเย็น ๆ ของร้านนั่งชิลในไทยเต็มไปด้วยเสียงดนตรีสดคลอเบา ๆ และกลิ่นอาหารหอม ๆ ลอยมาตามลมลูกคลื่นเดินจับมือเฌอรีนเข้ามาในร้าน สายตาหลายคู่เหลียวมอง เพราะไม่บ่อยนักที่จะเห็นคนหน้าตาดีควงสาวสวยเข้ามาด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า“ไอ้คลื่น!” เสียงชิม่อนตะโกนขึ้นทันทีที่เห็นเพื่อนเดินเข้ามา เขายกแก้วเบียร์ขึ้นสูงอย่างดีใจ “โผล่มาได้สักทีนะมึง กูนึกว่าจะฝังตัวอยู่แต่ต่างประเทศซะแล้ว”องศาที่นั่งไขว่ห้างอยู่ข้าง ๆ ก็หันมามองพร้อมยกยิ้ม “เออ แต่วันนี้ไม่ได้มาคนเดียวนะเว้ย มองดี ๆ สิ ใครควงมาด้วย”ทุกสายตาที่โต๊ะเลยหันไปมองเฌอรีนที่ยืนยิ้มเก้อ ๆ อยู่ข้าง ๆ ลูกคลื่น ชิม่อนถึงกับทำตาโตแล้วหันกลับมามองเพื่อน “เห้ย…จะแต่งยัง”ลูกคลื่นหัวเราะในลำคอ มือที่จับเฌอรีนอยู่ก็ยิ่งบีบแน่นขึ้นเล็กน้อยก่อนจะตอบ “ใกล้แล้ว”“สวัสดีครับน้องเฌอไม่ได้เจอกันนานเลย....สบายดีนะ”องศาที่เงียบมาตั้งแต่แรกทักขึ้น“สบายดีค่ะ พวกพี่ ๆ ก็สบายดีนะคะ”“ไม่ต้องห่วงหรอก”“นี่แฟนกูเป็นห่วงพวกมึงตั้งแต่เมื่อไหร่”“แหม๋....ทำมาเป็นหวงนะมึง”“แน่สิ ก็มีแฟนคนเดียวเนาะ ใ
ตอนที่ 57สิ่งที่รอมาตลอดสองปีต่อมาแสงแดดยามสายอาบไล้ทั่วบริเวณมหาวิทยาลัย เฌอรีนยืนอยู่หน้าตึกคณะบริหารด้วยรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้า ร่างเล็กสวม ชุดครุยสีดำตัวยาวทับเดรสสุภาพสีอ่อน ผ้าฮู้ดด้านหลังเป็นสีแดงเข้มแซมทอง ตามสัญลักษณ์ของสายบริหารธุรกิจ ตัดกับความเรียบสง่างามของชุดครุยได้อย่างโดดเด่นบนศีรษะมี หมวกสี่เหลี่ยมสีดำพร้อมพู่ห้อยที่พลิ้วไปตามแรงลม เธอยกมือขึ้นจับหมวกเบา ๆ กันไม่ให้หลุด เส้นผมที่ปล่อยไว้ปรกข้างแก้มทำให้ใบหน้าของเธอดูอ่อนหวานขึ้นไปอีก“ถ้าวันนี้มีพี่อยู่ด้วยก็คงดี ช่างเถอะพรุ่งนี้ก็กลับไปหาพี่แล้ว คิดถึงจัง”เสียงผู้คนคึกคักอยู่รอบสนามหญ้าหน้าคณะบริหาร เฌอรีนกำลังยืนถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ อยู่ พลันสายตาเหลือบไปเห็นสองร่างที่คุ้นเคยเดินเข้ามาหญิงผู้เป็นน้าของเธอและชายร่างสูงใหญ่ที่เป็นคุณลุงพ่อของลูกคลื่นทันทีที่มองเห็น เฌอรีนยิ้มกว้างอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนจะวางช่อดอกไม้ในมือลงแล้ววิ่งพุ่งไปหาทั้งสองอย่างไม่ลังเล“คุณน้า! คุณลุง!” เสียงเรียกดังใส ก่อนที่เธอจะโถมตัวเข้ากอดน้าแน่นด้วยความคิดถึงและความอบอุ่นที่เอ่อล้นออกมาจากหัวใจหญิงวัยกลางหัวเราะเบา ๆ พลางลูบห
ตอนที่ 9เปิดหูเปิดตาหลังจบกิจกรรม ทั้งสองเดินเรื่อย ๆ บนฟุตบาทหน้าโดมกีฬาเฌอรีนกวาดมือปัดแป้งขาวที่ยังติดแก้มตัวเองออก พลางถอนหายใจเบา ๆ“เหนื่อยจังเลย แต่ก็สนุกดีนะ”มีนหัวเราะคิกคัก“ใช่ สนุกสุด ๆ เลย แถมหน้าเธอนี่เลอะเป็นแพนด้าแล้วนะ”เฌอรีนหัวเราะตาม แต่ก็รีบเอามือปิดแก้ม“จริงเหรอ แย่จัง”มี
ตอนที่ 8ธาตุแท้เสียงเครื่องยนต์ของรถลีโอค่อย ๆ ขับออกไปจากหน้าบ้านเฌอรีนก้าวลงมาจากรถด้วยสีหน้าติดเกรงใจ เธอหันไปโค้งเล็กน้อยเป็นการขอบคุณ ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าบ้านทันทีที่ก้าวเข้ามาในโถง ร่างสูงในชุดช็อปก็ยืนกอดอกพิงเสาอยู่แล้วลูกคลื่นสายตาคมกริบจ้องร่างเล็กเหมือนรออยู่ก่อน น้ำเสียงทุ้มต่ำกระแ
ตอนที่ 7เป็นอะไรมากเปล่าเช้าวันใหม่แสงแดดลอดผ้าม่านลงบนโต๊ะอาหารลูกคลื่นนั่งกินข้าวเงียบ ๆ สวมเสื้อช็อปพาดไว้บนเก้าอี้ หลังตรง ดวงตาคมก้มมองจานตรงหน้าอย่างไม่รีบร้อนเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังลงมาจากบันไดเฌอรีนปรากฏตัวในชุดนักศึกษา กระโปรงพลีทยาวคลุมเข่า ผมถูกรวบเรียบร้อย เธอก้มหน้ากอดกระเป๋าแน่น ตั้ง
ตอนที่ 6บริสุทธิ์รุ่งเช้าแสงแดดลอดผ้าม่านเข้ามาในโถงบ้าน เสียงนกจากสวนดังแผ่ว ๆ ขณะที่บรรยากาศในบ้านยังเงียบงันประตูสองบานบนชั้นสองเปิดออกเกือบพร้อมกันเฌอรีนก้าวออกมาพร้อมหนังสือในมือ ส่วนอีกฝั่งลูกคลื่นเดินออกมาพร้อมเสื้อช็อปพาดบ่า สายตาทั้งคู่สบกันโดยบังเอิญ เฌอรีนสะดุ้งเล็กน้อย รีบก้มหน้าห