เข้าสู่ระบบความรักที่ต้องหลบซ่อน สถานะที่ต้องปิดบัง ปัญหาที่ถาโถมเข้ามาทำให้ทั้งคู่ต้องแยกจากกันไป แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาได้เล่นตลกกับพวกเขาทั้งสองคน
ดูเพิ่มเติม"ครับ ถ้างั้นขอตัวก่อนนะครับ" กรัณย์มาทิ้งระเบิดลูกใหญ่ให้ผู้กำกับหนุ่มสงสัย เพราะเขายังคิดว่าราเชนแอบมีใจให้พริมา"เดี๋ยวครับ!" ราเชนเรียกกรัณย์ไว้เพื่อไขข้อข้องใจที่เก็บเอาไว้นาน"ครับ?""คุณบอกว่าคุณมีแฟน แล้วพิมล่ะครับ""ผมไม่ได้อยากจะยุ่งเรื่องของคุณหรอกนะครับ แต่ผมเคยเห็นคุณกับพิม...ถ้าคุณไม่ได้คิดอะไรกับพิมทำไมถึงทำแบบนั้นครับ" ราเชนถามออกไปในสิ่งที่อึดอัดใจมานาน"ผมได้บอกหรือยังครับว่าแฟนผมชื่ออะไร?""แล้วชื่ออะไรล่ะครับ""ชื่อพิมครับ พิม พริมา" กรัณย์เฉลยความกระจ่างให้กับราเชนในทันใด"คุณกับพิม คบกัน?""ใช่ครับ เพราะฉะนั้นถ้าคุณคิดอะไรกับแฟนผมก็เลิกคิดได้แล้วครับ""ฮ่าๆๆ" ราเชนถึงกับกลั้นขำไม่อยู่ เขาหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังจนกรัณย์เริ่มมีน้ำโห"ขำอะไร?""นี่คุณกำลังหึงผมกับพิมเหรอครับ""ก็ใช่น่ะสิ เลิกทำตัวสนิทสนมกับแฟนคนอื่นได้แล้ว""ผมเคยบอกแล้วนี่ครับว่าไม่ได้คิดอะไรกับพิม""ใครจะไปเชื่อ ไม่ชอบแล้วทำไมต้องมาเป็นห่วงแฟนคนอื่นเกินหน้าเกินต
การถ่ายทำยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น ทว่าพริมาไม่ได้มาช่วยราเชนอีกแล้วเนื่องจากเธอมีงานเขียนเรื่องใหม่ที่ต้องเขียนให้จบ ราเชนไม่ได้คัดค้านอะไรส่วนคนอื่นๆ ดูจะสงสัยไม่น้อยกับการหายไปของพริมา แต่ก็ไม่มีใครกล้าถาม"ผมไปทำงานก่อนนะครับ แล้วจะรีบกลับมากินข้าวด้วยกัน ฟอด" กรัณย์ไม่ลืมที่จะหอมแก้มคนรักก่อนออกจากห้อง"ไปได้แล้ว คุณพลรอนานแล้ว" พริมารีบไล่ให้เขาออกไป ตอนนี้เธอย้ายมาอยู่กับกรัณย์แล้ว ส่วนห้องของตนเองก็ยังคงเก็บไว้ เพราะเธอคงอยู่กับเขาไม่ได้ตลอดชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเดินเคียงคู่มากับผู้จัดการส่วนตัวที่มัวแต่เดินก้มหน้าก้มตาดูสิ่งที่อยู่ในมือของตนเองจนไม่ได้สนใจคนที่ยืนโบกไม้โบกมือมาให้"ไม่เห็นเหรอวะ หรือแกล้งทำเมินกัน" ราเชนบ่นอุบอิบเมื่อคนที่เขาโบกมือให้เดินผ่านไปราวกับเห็นเขาเป็นอากาศธาตุ"ถ่ายเสร็จตอนสามโมง สี่โมงนายมีอีเวนต์ต่อนะ" อำพลไม่ได้มองใครเพราะมัวแต่เคลียร์งานของกรัณย์ที่ตารางแทบไม่ว่าง"ยกเลิกไปครับ""ห๊ะ? ให้ยกเลิกเหรอ""อืม วันนี้ผมมีนัดตอนเย็นแล้ว" คนเอาแต่ใจตอบกลับหน้าตาเฉย ผิดกับอำพ
[สนามบิน]สถานที่ที่คับคั่งไปด้วยผู้คนนับหลายพันชีวิตที่มายืนรอครอบครัวกลับสู่อ้อมกอดแสนอบอุ่น ทว่าหนึ่งในคนเหล่านั้นกลับไม่ได้มีสีหน้าตื่นเต้นหรือดีใจแต่อย่างใด เขาทำหน้าบอกบุญไม่รับเสียมากกว่า แถมยังต้องสวมหน้ากากอนามัยเพื่อปิดบังใบหน้าอีกต่างหาก"เมื่อไหร่จะมาสักทีเนี่ย" ชายหนุ่มยกมือดูนาฬิกาครั้งแล้วครั้งเล่าก็ยังไม่เห็นคนที่นัดไว้สักที ทั้งที่ผู้เป็นพ่อย้ำนักหนาว่าอีกฝ่ายค่อนข้างตรงต่อเวลา ให้มาก่อนเวลาเขาก็มาแล้ว แต่ทว่ายังไม่เห็นแม้แต่เงาของลูกสาวเพื่อนพ่อ"เสียเวลาจริงๆ" ร่างสูงบ่นอุบอิบพึมพำอยู่คนเดียวโดยไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนกำลังยืนอยู่ข้างหลังเขา"พี่กาย" เสียงหวานเอ่ยเรียกคนที่เห็นเพียงด้านหลังก็จำได้ขึ้นใจ"ครับ? เรียกผมเหรอครับ" กรัณย์หันกลับไปตามเสียงเห็นหญิงสาวตัวเล็กยืนตรงหน้า เขาจึงยกนิ้วชี้เข้าหาตัวเองให้แน่ใจว่าเธอเรียกจริงหรือเป็นเพียงแฟนคลับที่บังเอิญจำได้"จำหลินไม่ได้เหรอคะพี่กาย" หญิงสาวเผยรอยยิ้มกว้างจนตาปิดพลางกระโดดกอดเอวเขาหลวมๆ ให้หายคิดถึง"มาถึงแล้วก็ไปกันเถอะ ป๊ารอเจออยู่น่ะครับ" กรัณย์แ
กรัณย์พักรักษาตัวจนอาการดีขึ้นมาก ถึงแขนจะยังคงทิ้งแผลเป็นไว้ให้ดูต่างหน้า แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคอะไรสำหรับช่างแต่งหน้าที่สามารถกลบรอยแผลเป็นนั้นได้"โชคดีนะคะเนี่ยที่พี่กลบรอยแผลเป็นได้" ช่างแต่งหน้าสาวประเภทสองภาคภูมิใจอย่างมากถึงขั้นเอ่ยปากชมฝีมือตัวเองไม่หยุดหย่อน"แบบนี้ต้องไปเลเซอร์แล้วนะคะจะได้กลับมาแขนเนียนกริบเหมือนเดิม" ช่างทำผมอีกคนเสริมทัพขึ้นมาอีกคน"ไม่ดีกว่าครับ ให้มันเป็นแผลเป็นแบบนี้ไปดีแล้วแหละครับ" กรัณย์พูดอย่างยิ้มๆ พร้อมกับใช้มือแตะที่รอยแผลเป็นเบาๆ"ทำไมล่ะคะ สมัยนี้เลเซอร์ไม่กี่รอบก็หายแล้วนะ""ไม่ทำไมหรอกครับ ผมแค่อยากเก็บมันไว้"กรัณย์อยากให้รอยแผลเป็นนี้เป็นสัญลักษณ์ของความรักที่เขามีให้พริมา เป็นเครื่องเตือนใจว่าครั้งหนึ่งเขาได้ปกป้องคนที่รักเอาไว้ มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ ที่หลายคนมองข้าม แต่สำหรับกรัณย์แล้วเขาจะจดจำเหตุการณ์วันนั้นไปตลอด วันที่เป็นจุดเริ่มต้นให้พริมายอมมาดูแลจนทำให้เขาได้มีโอกาสคบกับเธออีกครั้ง"แต่อย่างน้องกายแผลเป็นแค่นี้ก็ทำอะไรไม่ได้หรอกค่ะ เพราะถูกความหล่อบดบังหมดแล้ว คิกๆ"
พอถึงเวลาบ่ายโมงนักศึกษาคณะมนุษย์ศาสตร์เดินออกจากตึกคณะเพื่อไปที่อื่นต่อ บางคนมีงานต้องไปทำ บางคนอาจจะมีเรียนต่อ หรือบางคนนัดกับคนรักเอาไว้"แหมๆ ช่วงนี้แฟนเด็กมารับ มาส่งทุกวันเลยนะ" เพื่อนในกลุ่มพากันแซวเมื่อเห็นชายหนุ่มในชุดมัธยมนั่งรอพริมาอยู่ที่รถมอเตอร์ไซต์คันใหญ่"แฟนเด็ก
สี่ปีก่อนหน้านี้...สองครอบครัวไม่ค่อยลงรอยกัน แต่กลับอยู่บ้านข้างกันมีเพียงรั้วสูงแค่อกเท่านั้นที่กั้นเอาไว้ สองบ้านไม่ถูกกันด้วยเรื่องอะไรไม่มีใครรู้ เพราะเป็นแบบนี้มาเนิ่นนานจนจำไม่ได้ว่ากี่ปี ถ้าถามว่าทำไมเธอไม่ย้ายบ้านหนีคำตอบของพวกผู้ใหญ่ก็คงบอกว่าจะย้ายทำไมในเมื่อนี่เป็นบ้านของเรา
ทั้งสี่คนแยกย้ายกันกลับหลังเจรจาเรียบร้อย ราเชนอาสาไปส่งเธอ แต่คนตัวเล็กกลับปฏิเสธเพราะมีที่ที่ต้องไปก่อนกลับคอนโดโดยที่เธอไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนเดินตามเธอมาตั้งแต่ร้านอาหารขาเรียวสวยเลี้ยวเข้าร้านหนังสือแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านอาหารมากนัก เธอจึงเดินเท้ามาแทนการนั่งรถประจำทางเพื่อ
เมื่อถึงวันนัดพบ ชายหนุ่มนั่งหน้าขรึมยกนาฬิกาดูเวลาครั้งแล้วครั้งเล่าคนที่อยากเจอก็ยังไม่ปรากฏตัวมาเสียที จนเขาเริ่มมีน้ำโห"นี่คุณผู้กำกับโทรตามนักเขียนของคุณสิ""แต่คุณกาย นี่ยังไม่ถึงเวลานัดเลยนะครับ พวกเรามาก่อนเวลาตั้งครึ่งชั่วโมงนะครับ""ก็โทรเร่งสิ" กรัณย์จี้ให้ค





