LOGIN“ตื่นแล้วเหรอ” คำถามที่ดังมาจากหน้าประตู ทำให้แสนรักมุดหน้าลงใต้ผ้าห่มด้วยความเขินอาย เขาออกไปไร่ตั้งแต่เช้าแล้วไม่ใช่เหรอ “ทำอะไรน่ะ อยากอาบน้ำไหม” เพราะเห็นว่าเธอยังอยู่ในชุดเดิม ต้นหมื่นจึงถาม “ไม่ไปทำงานเหรอคะ” เสียงอู้อี้ที่ดังมาจากใต้ผ้าห่ม ทำให้ต้นหมื่นหัวเราะให้กับความน่ารักของเธอ จะอายอะไรอีกเขาเห็นจนหมดแล้ว “ไปแล้ว แล้วก็กลับมาแล้ว ผมเป็นห่วงคุณ” ตอบจากใจจริง เพราะกังวลว่าเธอจะคิดมาก “ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ คุณกลับไปทำงานเถอะ” “ไม่เอา ไม่ไปแล้ว ไหนดูสิว่าตัวร้อนหรือเปล่า เจ็บแขนมากไหม” เดินมาข้างเตียงแล้วตลบผ้าห่มออก นางอายที่ซ่อนตัวอยู่ใต้นั้นตาโต เมื่อผ้าที่เธอใช้เป็นโล่กำบัง ร่อนลงไปกองอยู่ข้างเตียง “คุณต้น อย่าแกล้งสิคะ” ทั้งตัวของเธอมีแค่เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ที่เขาใส่ให้เมื่อตอนเช้ามืด ส่วนท่อนล่างนั้นไม่มีอะไรปกปิดเลยสักชิ้น
View Moreตาคมเข้มมองโฉนดที่ดินในมือ ก่อนจะกวาดตามองไปยังพื้นที่รกร้างตรงหน้า ที่ดินผืนนี้สวยมาก ด้านหน้าติดกับถนนสาธารณประโยชน์ ด้านหลังติดแม่น้ำสายหลัก และที่สำคัญที่แปลงนี้อยู่ติดกับที่ดินของเขา
“ตรวจสอบเอกสารดีแล้วใช่ไหม” ถามรุ่นน้องที่เขาสั่งให้ไปจัดการเอกสารเพื่อทำการซื้อขาย
“โฉนดเป็นของจริงครับพี่ต้น เจ้าของชื่อนางสาวแสนรัก บูรณาการ คนเดียวกับดาราที่ชื่อแสนรักนั่นแหละครับ มีใบมอบอำนาจ และลายเซ็นของเธอระบุมาในสำเนาบัตรประชนชัดเจน คนขายเป็นป้าแท้ ๆ ของเธอ ชื่อคุณอำภา คุณอำภาแจ้งว่าที่คุณแสนรักขาย เพราะเธอกำลังจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศครับพี่” คำตอบของวิชัยทำให้พี่ต้นหรือต้นหมื่นยกยิ้มมุมปาก ธรรมดาของคนรวยที่ทำตัวไม่ต่างกับไก่ได้พลอย มีของดีอยู่ในมือแต่กลับไม่เห็นคุณค่า สุดท้ายก็ขายทิ้ง ผลประโยชน์จึงตกไปเป็นของนายทุน จับที่ดินสวย ๆ ราคาถูกไปขายต่อ คนขายตั้งราคาที่สิบล้าน ราคาประเมินไม่สูงมาก เพราะตัวบ้านที่ตั้งอยู่ผุพัง ธนาคารจึงประเมินเป็นพื้นที่ว่างเปล่า ถ้าปรับภูมิทัศน์อีกนิด ที่แปลงนี้สามารถทำราคาได้อีกมาก แค่ซื้อไว้ก็ได้กำไรเป็นล้าน
“รีบขายขนาดนั้นเลย” เดาว่าที่เธอขายทิ้ง เพราะข่าวประกาศแต่งงานแบบสายฟ้าแลบของอดีตแฟนหนุ่ม หลังจากที่เธอและเค้าแถลงข่าวลดสถานะจากคนสนิทเป็นพี่น้องร่วมช่อง ได้เพียงสองเดือนเท่านั้น
“ตามข่าวนั่นแหละพี่ คงเสียใจที่ผู้ชายจะแต่งงาน” วิชัยเห็นด้วยกับความคิดของรุ่นพี่
“อืม...ถ้ามึงแน่ใจว่าเอกสารถูกต้อง ก็ซื้อเลย นัดวันโอนมาก็แล้วกัน” ไม่เสียเวลาคิดนาน เขาเกิดและทำมาหากินที่นี่ จะได้รวมที่ดินของบรรพบุรุษให้เป็นผืนเดียวกัน สงสัยมานานแล้วว่าทำไมที่ดินของดาราสาว ถึงอยู่ระหว่างกลางที่ดินของตระกูลเขา เมื่อถามถึงที่มาก็รู้คร่าว ๆ ว่า ปู่ทวดของเขาแบ่งขายที่ดินให้เพื่อน ๆ ทำกิน เมื่อสิ้นคนรุ่นเก่าลูกหลานจึงขายต่อไปเป็นทอด ๆ เมื่อคุณอำภามาเสนอขายให้ ต้นหมื่นจึงสั่งให้คนตรวจสอบ เพราะเห็นว่าคนขายกับเจ้าของที่เป็นคนละคนกัน เมื่อมีใบมอบอำนาจและสำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของมาแสดงอย่างชัดเจน จึงนำสำเนาโฉนดไปตรวจสอบที่กรมที่ดิน เมื่อเห็นว่าที่แปลงนี้ไม่ติดจำนอง หน้าและหลังโฉนดถูกต้องจึงตกลงซื้อเอาไว้
“พี่ต้นจะทำอะไรกับที่แปลงนี้ ขยายเป็นแปลงเมล่อนหรือจะปลูกอย่างอื่นพี่” วิชัยถามเพราะจะได้ดำเนินการขั้นตอนต่อไป
“ยังไม่มีแผน ไถปรับหน้าดินไว้ก่อนก็แล้วกัน อ่อ...เอาต้นมะกอกป่ากับต้นมะขวิดตรงหน้าบ้านไว้นะ”
“อ้าว”
“ให้ช่างมาดูโครงสร้างบ้านด้วย ถ้าพอรีโนเวทได้ก็ไม่ต้องรื้อทิ้ง ขุดบ่อข้างหน้าแล้วถมดินให้สูงเท่าถนน”
“ด้านหลังติดแม่น้ำ ผมว่าพี่รื้อตรงนี้ออกแล้วไปปลูกติดแม่น้ำดีกว่านะ” วิชัยเสนอเพราะไม่อยากให้ที่เสีย ถ้าไถให้เป็นผืนเดียวกัน จะได้ที่ทำแปลงเกษตรเพิ่มขึ้น บ้านหลังนี้อยู่ตรงกลาง มองยังไงก็ขวาง บ้านสวยก็จริงแต่เก่าและทรุดโทรมมาก รื้อทิ้งแล้วสร้างหลังใหม่น่าจะดีกว่า
“ทำตามที่สั่งก็พอ” อยู่ ๆ ก็นึกเสียดายบ้านชั้นเดียวทรงโบราณที่อยู่กลางสวนขึ้นมา เจ้าของเก่าสร้างเอาไว้พักผ่อน บ้านหลังนี้อายุน่าจะเกินห้าสิบปี เพราะเกิดมาเขาก็เห็นแล้ว เคยสวยและทันสมัยมาก โดยเฉพาะรั้วเหล็กดัดที่สร้างล้อมพื้นที่ทั้งหมดเอาไว้ แค่ราคารั้วก็มหาศาล ถูกเจ้าของปล่อยทิ้งร้างพอนานเข้าขโมยก็ตัดไปขาย ที่เหลือก็ปล่อยทิ้งจนผุพัง
....................................................................................
“เศรษฐีภูธรโอนเงินมายังแม่ มีเงินจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ แม่ไม่น่าขายให้มันเลย ขายให้คนอื่นป่านนี้ได้เงินครบแล้ว” คำถามที่มาพร้อมกับร่างอวบอัดที่เดินนวยนาดลงมาจากบันได ทำให้คุณอำภาต้องถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย ต้องตาลูกสาวคนเดียวของนาง ยังบ่นเรื่องที่นางขายที่ให้ต้นหมื่นไม่จบไม่สิ้น ที่นางขายให้ต้นหมื่นเพราะเขาเป็นคนเดียวที่ตกลงซื้อโดยไม่ต่อราคาสักบาท
“รออีกสองอาทิตย์”
“อะไรนะอีกสองอาทิตย์! ทำไมนานขนาดนี้ แม่ก็รู้ว่าหนูต้องใช้เงิน คุณต้นหมื่นอะไรนั่น มีเงินจริงหรือเปล่า ไม่ใช่พวกนายหน้ามาหลอกกินเปอร์เซ็นนะแม่”
“เรื่องนั้นแกไม่ต้องห่วงหรอก ว่าแต่แกเถอะเอาโฉนดไปไว้ให้ยายแสนหรือยัง แน่ใจนะว่ายายแสนจะไม่จับได้น่ะ” คุณอำภายังกังวลไม่หาย เพราะสิ่งที่ตัวเองกับลูกสาวร่วมมือกันทำเข้าข่ายปลอมแปลงเอกสาร ถ้าถูกจับได้คงติดคุกหัวโต
“นางแสนมันโง่จะตาย มันไม่สนใจโฉนดหรอก อีกอย่างมันลืมไปแล้วมั้งว่ามีที่แปลงนั้นอยู่ เสียดายมีแค่แปลงเดียว มันเซ็นบัตรประชาชนกับใบมอบอำนาจให้ตั้งหลายใบ ดูสิว่าจะเอาอะไรของมันไปขายได้อีก” พูดพร้อมกับครุ่นคิด ว่ายังมีสมบัติของแสนรักหลงเหลืออีกหรือไม่ รถคันที่แสนรักให้มาใช้ ก็ขายไปแล้ว
“พอเถอะยายตา แม่ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายนะ อย่าเอาอะไรของยายแสนไปขายอีกเลย” พูดด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด โทษตัวเองที่เลี้ยงลูกไม่ดี ต้องตาถึงได้เป็นแบบนี้ สมบัติและข้าวของที่แสนรักหามาให้ถูกขายไปจนหมด เพราะต้องตาไม่ทำงาน นางเองก็มีส่วนร่วมกับลูกเพราะจุดเริ่มต้นของเรื่องมาจากความคิดนาง
“แสนมันเป็นดารา มันรวยจะตาย มันไม่มาสนใจกับของแค่นี้หรอกแม่ ถ้าแม่ขอเงินมันเราก็คงไม่ต้องเอาที่ของมันไปขาย อย่าคิดมากเลยแม่ ถ้ามันว่าอะไรแม่ก็ทวงบุญคุณสิ ถ้าไม่มีแม่มันจะมีวันนี้ไหม แสนรักดารานางแบบ นี่ถ้านักข่าวรู้ว่ามันปล่อยให้ผู้มีพระคุณลำบาก คงโดนทัวร์ลง”
“อย่าทำอะไรน้องนะยายตา สิ่งที่น้องเจอก็แย่พอแล้ว แม่สงสารน้อง”
“แล้วมันสงสารเราไหม ปล่อยให้อยู่แบบอด ๆ อยาก ๆ ยืดคอเป็นนางพญาที่แท้ก็แค่ผู้หญิงผัวทิ้ง” ข่าวของแสนรักสร้างความสะใจให้ต้องตาไม่น้อย สวย เก่งแล้วไง สุดท้ายผู้ชายก็ไม่เอา
“ไม่คุยกับแม่แล้ว ถ้าได้เงินโอนเข้าบัญชีหนูด้วยนะ รอบนี้คงไปหลายวัน” พูดจบก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไป คุณอำภาส่ายหัวไปมา ถ้าต้องตาขยันได้ครึ่งของแสนรัก ครอบครัวของนางคงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้
“ป้าขอโทษนะแสน” นึกถึงเรื่องที่เอาที่ดินของแสนรักไปขายก็รู้สึกผิด ที่แปลงนั้นพ่อของนางตั้งใจยกให้พ่อของแสนรัก เมื่อน้องชายเสียชีวิตจึงตกไปเป็นของหลาน แสนรักเป็นดาราหาเงินง่าย เลยไม่สนใจข้าวของที่หามา นางและลูกสาวจึงขโมยไปขายอยู่บ่อยครั้ง
รีสอร์ทและร้านอาหารถูกเนรมิตขึ้น ท่ามกลางขุนเขาและสวนเมล่อน ช่างรับเหมาทำงานและส่งงานตามเวลา ห้าเดือนที่นี่แตกต่างไปจากเดิมมาก จากที่มีแค่ไร่เมล่อน ออฟฟิศ และร้านกาแฟ แต่ตอนนี้กลายเป็นรีสอร์ทที่สวยงาม ต้นหมื่นให้พรพรรณกับวิชัยจัดการเรื่องจัดหาพนักงานตำแหน่งต่าง ๆ ก่อนจะเปิดรับนักท่องเที่ยวในวันหยุดยาวที่กำลังจะมาถึง ทุกคนต่างก็วุ่นวายไปหมด “มีคนมาสมัครงานน่ะพี่ต้น” วิชัยบอกกับเจ้าของรีสอร์ทที่เอาแต่ทำงาน จนลืมวันลืมคืน คำบอกเล่าของลูกน้องทำให้หัวคิ้วเข้มขมวดมุ่น ปรกติก็พิจารณากันเองไม่เห็นต้องมาถามหรือปรึกษาเค้า “พรไปไหน” ถามเพราะหน้าที่นี้เป็นของพรพรรณ “อยู่ แต่พรไม่กล้าตัดสินใจเอง เลยให้ผมมาถามพี่” “ทำไม ปกติก็รับกันเอง ผู้หญิงหรือผู้ชาย มาสมัครตำแหน่งอะไร ทำไมถึงตัดสินใจไม่ได้” ใส่มาเป็นชุดเพราะไม่พอใจที่เรื่องแค่นี้ก็ตัดสินใจกันไม่ได้ “ผู้หญิง พี่ไปดูเองเถอะ ผมตัดสินใจไม่ได้ เพราะตำแหน่งที่เธอมาสมัครไม่เกี่ยวกับผม” “อะไรของมึง เธอมาสมัครตำแหน่งอะไร!” ยิ่งพูดก็ยิ่งโมโห รับไม่ได้หรือเต็มก็แค่ไล่ออกไป
แอนนี่ตามแสนรักออกไป และได้พูดคุยกัน แอนนี่อาสาเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้ ถ้าแสนรักอยากอยู่ต่อ แสนรักขอให้แอนนี่ช่วยแถลงข่าวให้ ตอนแรกตั้งใจว่าจะปล่อยผ่าน แต่เมื่อมาถึงจุดนี้คงต้องพูดออกมาบ้าง ใครจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ เพราะเธอตัดสินใจแล้วว่าจะไปให้พ้นจากวงการนี้ “แสนจะไปอยู่ที่ไหน” แอนนี่ถามเพราะรู้ว่าแสนรักไม่มีใคร ญาติที่มีก็เหมือนไม่ใช่ญาติ จ้องจะเอาเปรียบและหาผลประโยชน์กับแสนรักไปวัน ๆ “ยังไม่รู้เลยค่ะ พี่แอนไม่ต้องห่วงนะคะ แสนเอาตัวรอดได้” บอกกับสาวสองเพื่อให้เธอสบายใจ เพราะรู้ว่าแอนนี่เป็นห่วงเธอมาก “จะไม่ให้ห่วงได้ยังไง แสนมีบุญคุณกับพี่ พี่รักแสนนะคะ” “อย่าพูดแบบนี้สิคะ ถ้าไม่มีพี่คอยช่วยเหลือ แสนคงมาไม่ถึงวันนี้ พี่แอนนี่กลับบ้านเถอะค่ะ บอกคุณป้าด้วยนะคะว่าแสนคิดถึง” “แสนจะกลับไปที่อุทัยธานีหรือเปล่า” อุทัยธานีที่แอนนี้พูดคงหมายถึงบ้านหลังนั้น ที่เคยเป็นของเธอ “ป้าขายบ้านหลังนั้นไปแล้ว แสนคงไม่กลับไปอีก” “แล้วผู้ชายคนนั้นล่ะค่ะ พี่เห็นเขากอดและพยายามปกป้องแสน” ถามถึงต้นหมื่น วันนั้นแอนนี่
เมื่อภาพและข่าวของต้นหมื่นหลุดออกไป ส่งผลให้นักข่าวแห่กันมาเต็มไร่เพราะต้องการข่าวของผู้ชายปริศนาที่อยู่กับแสนรักในรูป ไร่เมล่อนของต้นหมื่นถูกนำไปออกรายการโทรทัศน์ สร้างความสนใจให้กับคนที่ติดตามข่าวของแสนรักเป็นอย่างมาก ต้นหมื่นกลายเป็นคนที่สื่อต้องการตัวมากที่สุด โทรศัพท์ในออฟฟิศดังไม่ขาดสายเพราะนักข่าวต้องการสัมภาษณ์เขา และเชิญไปออกรายการโทรทัศน์ สิ่งที่ไม่คาดคิดที่เป็นผลพวงมาจากข่าวก็คือ ยอดสั่งเมล่อนและแคนตาลูปจากสวนของเขาพุ่งขึ้นไปอีกเท่าตัว คนที่มีความสุขที่สุดน่าจะเป็นพิมพ์ศิริ ข่าวทำให้ยอดสั่งเมล่อนเพิ่มขึ้นจากที่เคยโมโหที่พรพรรณบอกนักข่าวก็หายเป็นปลิดทิ้ง เพราะผลที่สะท้อนกลับมาคือเรื่องดี และที่ทำให้สาวน้อยสะใจก็คือพรพรรณถูกต้นหมื่นตำหนิ เพราะวิชัยบอกให้ต้นหมื่นรู้ว่า พรพรรณเป็นคนบอกกับนักข่าวว่าแสนรักอยู่ที่นี่ ต้นหมื่นรู้ว่าที่เป็นแบบนี้น่าจะมาจากความหึงหวง เพราะพรพรรณชอบเขา ต่อไปนี้เค้าต้องระวังตัวให้มากขึ้น เว้นระยะห่าง และบอกกับพรพรรณไปตามตรง ว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอมากไปกว่าพี่น้องและเพื่อนร่วมงาน “พรขอโทษค่ะพี่ต้น พรทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ” คำสารภาพของพรพร
เสียงเอะอะโวยวายและเสียงรถที่ขับเข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้านปลุกคนทั้งสองให้ตื่นขึ้น แสนรักงัวเงียบิดขี้เกียจไปมาอยู่ในอ้อมแขนของคนที่นอนตาค้าง อยู่กับที่ เพราะตกใจกับภาพตรงหน้า “เสียงอะไรคะคุณ” คนในอ้อมแขนยังไม่ยอมลืมตา ขาเรียวสวยก่ายอยู่บนท่อนขาแกร่ง เมื่อตั้งสติได้ร่างสูงจึงพลิกตัวขึ้นไปบังคนตัวเล็กเอาไว้ เพื่อให้เธอพ้นจากกล้องนับสิบตัว ที่กำลังถ่ายรูปเธอกับเขารัว ๆ “อย่าถ่ายนะ! ฉันบอกว่าอย่าถ่ายไง!” แอนนี่ที่วิ่งตามมาทีหลังร้องโวยวาย ผลักนักข่าวออกไปให้พ้นทาง ก่อนจะแทรกตัวเข้าไปหาแสนรักที่ยังหลับอยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายปริศนา “แสน...แสนรัก ตื่นเถอะครับ” ต้นหมื่นเรียกหญิงสาว เมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้นักข่าวแห่มาที่บ้านของเขา แล้วถือวิสาสะขึ้นมาบนนี้ แอนนี่เองก็ตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นสภาพของแสนรัก เสื้อผ้ายังอยู่ครบชุดก็จริง แต่ภาพที่ออกมาก็ชวนให้คิดดีไม่ได้เลย ความวัวยังไม่ทันหายความควายเข้ามาแทรกอีกแล้ว เธอได้ข่าวว่ามีคนแจ้งกับนักข่าวสำนักหนึ่งว่าแสนรักอยู่กับผู้ชายที่นี่จึงรีบตามมา ดารารายก็ตามมาด้วยแต่ก็ช้ากว่าเธอ “หยุดถ่ายนะ ถ้ามี
ต้นหมื่นรู้สึกตัวตื่นเวลาเดิมทุกวัน ต่อให้นอนดึกแค่ไหน เมื่อได้เวลาร่างกายก็ตื่นตัวเพราะชินเสียแล้ว เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ที่เขาต้องรับผิดชอบกิจการของที่บ้าน พ่อกับแม่ย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดกับน้องสาว ตั้งแต่ตอนที่เขาเรียนจบ แล้ว กลับมาดูแลกิจการทั้งหมด อาชีพชาวไร่อยู่ในสายเลือด ต่อให้เรียนจบอะไรมาก็ต้อ
เมื่อเห็นว่าเธอเหนื่อยมาทั้งวัน ต้นหมื่นจึงยอมสงบศึกชั่วคราว อยู่รอจนเธออาบน้ำเสร็จจึงอาบต่อ จังหวะที่แสนรักเดินออกมาจากห้องน้ำ ก็มีเหตุให้ทั้งสองต้องสบตากันอีกครั้ง ตาคมเข้มจ้องค้างอยู่ที่ใบหน้าที่ปราศจากเครื่องสำอางของเธอ เวลาไม่แต่งหน้าแสนรักก็น่ามองไปอีกแบบ แก้มใสจนเห็นเส้นเลือดฝาด ริมฝีปากอิ่ม
สุดท้ายแสนรักก็ต้องเลือกโซฟาหน้าทีวีเป็นที่นอน หลังจากสำรวจหาปลั๊กไฟ และเปิดไฟจนสว่างทั่วบ้าน ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย มีเสื้อผ้าอยู่ในรถ แต่ไม่กล้าออกไปเอา มองไปด้านนอกเห็นเงาดำทะมึนของต้นไม้ใหญ่สองต้นนั่นทีไร ก็หวาดกลัวทุกที ไหนจะห้องปูนเปลือยที่อยู่หน้าบ้านนั่นอีก ไม่รู้ว่าเขาสร้างไว้ทำไม มองทีไ
ข่าวการหายตัวไปของดาราสาว ยังมีให้เห็นทุกวัน เมื่อเธอไม่รับสายดาราราย และไม่ตอบข้อความ ภาพและคลิปของเธอก็หลุดออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่แน่ใจว่าเป็นฝีมือของดาราราย หรือเสี่ยวินิชย์กันแน่ เพราะสองคนนั้นต่างก็ขู่อาฆาตเธอ ภาพและคลิปที่หลุดออกมาล้วนแต่เป็นภาพตัดต่อ ผู้หญิงในคลิปหุ่นใกล้เคียงกับเธอก็จริงแต่





