Share

ตอนที่3

last update publish date: 2026-03-13 11:56:00

ทั้งสี่คนแยกย้ายกันกลับหลังเจรจาเรียบร้อย ราเชนอาสาไปส่งเธอ แต่คนตัวเล็กกลับปฏิเสธเพราะมีที่ที่ต้องไปก่อนกลับคอนโดโดยที่เธอไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนเดินตามเธอมาตั้งแต่ร้านอาหาร

ขาเรียวสวยเลี้ยวเข้าร้านหนังสือแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านอาหารมากนัก เธอจึงเดินเท้ามาแทนการนั่งรถประจำทางเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและยังได้ออกกำลังกายไปในตัว

"สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าที่นี่มีหนังสือเรื่องนี้ไหมคะ พอดีเห็นในเพจบอกร้านนี้มีขายน่ะค่ะ" เมื่อเดินหาจนรอบร้าน แต่ยังไม่เจอเรื่องที่หาเธอจึงเดินเข้าไปถามพนักงานหน้าร้าน

"เรื่องนี้ต้องสั่งจองค่ะ ที่วางหน้าร้านเพิ่งหมดไปเมื่อเช้าเองค่ะ"

"ถ้าสั่งจะได้รับวันไหนคะ"

"ประมาณเจ็ดวันค่ะ ทางร้านจะติดต่อไปถ้าหนังสือมาถึงค่ะ"

"ค่ะ ถ้างั้นขอสั่งไว้ก่อนค่ะ"

"ได้ค่ะ เดี๋ยวรบกวนกรอกรายละเอียดลงในใบนี้นะคะ" พนักงานยื่นกระดาษให้เธอเขียนรายละเอียดหนังสือที่ต้องการจะจองก่อนจะจ่ายเงินให้เรียบร้อย

พริมาเดินดูหนังสือเล่มอื่นอีกรอบ เธอรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังมองมาที่เธอ แต่พอหันไปก็ไม่เจอใคร ทำให้เธอสัมผัสได้ถึงความไม่ปลอดภัย การใช้ชีวิตตัวคนเดียวส่งผลให้เธอต้องระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา

หญิงสาวก้าวขาฉับๆ หนีคนที่ตามมา เธอไม่รู้ว่าเงาตะคุ่มที่ตามเธอติดนั้นเป็นใครและต้องการอะไร แม้จะเป็นช่วงกลางวันแสกๆ เธอก็ไม่ได้รู้สึกปลอดภัยเลยสักนิด

หมับ! จู่ๆ มือหนาของใครบางคนก็คว้าเข้าที่แขนเล็กของคนที่มัวแต่ก้มหน้าเดินตรงไม่สนใจใคร

"ปล่อยนะ!" พริมารีบสะบัดแขนออกไม่ทันได้หันมามองว่าใครที่จับแขนเธอ

"พี่พิม ผมเอง" น้ำเสียงของคนด้านหลังเอ่ยออกมาก่อนจะถอดหมวกเผยใบหน้าชัดๆ ให้เธอเห็น

"กาย!"

"จำผมได้ด้วยเหรอครับ" กรัณย์ยอมปล่อยแขนเธอออกแล้วยืนกอดอกทำหน้าบึ้งตึงใส่

"ก็เราเพิ่งเจอกันเมื่อกี้นี่คะ" คนตัวเล็กแกล้งทำไขสือ เธอเผลอลืมตัวเรียกชื่อเขาห้วนๆ ไปเสียแล้ว

"แน่ใจเหรอครับว่าเราแค่เพิ่งเจอกัน"

"ค่ะ ก็เราไม่รู้จักกันนี่คะ"

"หึ! แกล้งเนียนให้ได้ตลอดนะครับ"

"ฉันไม่ได้แกล้งเนียน แต่เราไม่ได้รู้จักกันจริงๆ" พริมายังคงเล่นละครต่อไปจนเนียนเสียกว่าคนเป็นนักแสดงอย่างกรัณย์

"ไม่รู้จักก็ไม่รู้จัก"

"ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัว"

"เฮ้ย! พี่ระวัง" เสียงทุ้มรีบร้องห้ามเมื่อหญิงสาวสะบัดหน้าหนี ด้วยความไม่ทันมองทำให้หน้าผากของเธอชนเข้ากับป้ายตรงหน้าเสียงดังโป๊ก!

"โอ๊ย! เจ็บๆ" พริมายกมือกุมหน้าผากตัวเอง

"พี่นี่เนอะ ยังซุ่มซ่ามเหมือนเดิม" กรัณย์ฉวยโอกาสจับใบหน้าของเธอให้เงยขึ้น สองสายตาสบกันโดยไม่ตั้งใจ แต่เป็นพริมาที่หลบตาเขาก่อน

"ทำไมไม่สบตาล่ะ"

"ไม่มีความจำเป็นนี่คะ"

"แล้วทำไมไม่ระวังล่ะ ถ้าชนแรงกว่านี้หัวแตกได้เลยนะ" คนตัวโตเผลอเอ็ดด้วยความเป็นห่วง ไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนนี้เธอก็ทำให้เขาเป็นห่วงได้ตลอด

"ก็ฉันมองไม่เห็นนี่"

"ผมถึงได้รีบจับมือพี่ไว้ไงไม่งั้นชนแรงกว่านี้ไปแล้ว" ที่เขารีบคว้ามือเธอก็เพราะคนตัวเล็กเล่นเดินก้มหน้าไม่สนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ถือว่าโชคยังดีที่ครั้งนี้ชนไม่แรงมาก

"ไม่ต้องมายุ่ง!"

"คนเขาอุตส่าห์หวังดี รู้แบบนี้ปล่อยให้เดินชนหัวแตกไปเลยดีกว่า"

"ทีหลังก็ไม่ต้องมายุ่ง เรารู้จักกันหรือไงคะ"

"จะแกล้งทำเป็นไม่รู้จักจริงๆ ใช่ไหม"

"ฉันไม่ได้แกล้งค่ะ ก็เราไม่รู้จักกันจริงๆ คุณก็เพิ่งบอกไปก่อนหน้านี้" พริมาเงยหน้าตอบอย่างมั่นใจ เธอกับเขาไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้วทำไมต้องเป็นคนรู้จักกันด้วย

"จะเอาแบบนี้จริงๆ ใช่ไหม"

"พูดเรื่องอะไรของคุณ"

"พี่ยังไม่ลืมเรื่องของเราใช่ไหม"

"..." ไร้คำตอบจากคนตรงหน้า ยิ่งทำให้คนใจร้อนไม่พอใจ

"ตอบมาสิ! ยังไม่ลืมใช่ไหม!" น้ำเสียงเข้มตะคอกเสียงดังเพื่อเค้นคำตอบจากเธอ

"เป็นบ้าอะไรของคุณ อยากให้คนอื่นมาเห็นหรือไง" พริมามองซ้ายมองขวาให้แน่ใจว่าไม่มีใครเห็น โชคดีตรงที่เธอยืนเป็นซอยเล็กๆ ไม่มีใครเดินผ่านไปผ่านมา

"ช่างคนอื่นสิ!"

"ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับคุณทั้งนั้น ช่วยปล่อยมือฉันด้วยค่ะ!" เธอพยายามสลัดแขนออกจากการกอบกุมของเขา แต่ก็ไม่เป็นผลเธอไม่สามารถต้านทานแรงของเขาได้

"ไม่ปล่อย!"

"มันจะมากไปแล้วนะคะ ถ้ายังไม่ปล่อยฉันจะโทรแจ้งตำรวจ" พริมาทำเป็นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาขู่ให้คนตรงหน้ากลัว

"แม่ง! พี่ก็เป็นแบบนี้ตลอด ทำไมชอบหนีอยู่เรื่อย"

"ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคุณพูดเรื่องอะไร แต่เราไม่ได้รู้จักกันค่ะ" หญิงสาวยังยืนยันคำเดิม เธอไม่ขอข้องเกี่ยวในชีวิตเขาอีกแล้ว ยิ่งตอนนี้เขาทั้งมีชื่อเสียงและเป็นที่ชื่นชอบของคนในสังคม เธอยิ่งต้องออกห่างเขา

"ได้! จะทำแบบนี้จริงๆ ใช่ไหม พี่คงไม่รู้สินะว่าพี่เป็นคนทำให้ผมไม่เชื่อในความรักอีก พี่ทำให้ผมรักใครไม่ได้อีก พี่เป็นคนผิดรู้ไว้ด้วย!" กรัณย์ระบายออกมาหวังให้คนตรงหน้าปลอบโยน แต่เปล่าเลยพริมาได้แต่ยืนมองเฉยๆ แววตาไร้ความรู้สึก แม้แต่ความสงสารก็ไม่มี

"ถ้าไม่มีอะไรจะพูดแล้วฉันขอตัวนะคะ"

คนใจแข็งหันหลังเดินออกจากตรงนั้นทันที แต่หารู้ไม่ว่าตอนที่เธอหันหนีเขามาได้ น้ำตาเม็ดใสที่กลั้นเอาไว้ไหลอาบแก้มทั้งสองข้างอย่างห้ามไม่ได้

"ฉันขอโทษ...ฮึก" เธอได้แต่ขอโทษเขาซ้ำๆ ในตอนที่อยู่คนเดียว ความผิดทั้งหมดเริ่มต้นมาจากเธอ

ในอดีตความสัมพันธ์ของเธอกับกรัณย์ค่อนข้างไปในทางที่ดี แม้ว่าครอบครัวเธอกับเขาจะเกลียดขี้หน้ากันก็ตาม ทว่าทั้งคู่ก็ได้แอบคบหากันโดยไม่บอกใครรู้ เขาเป็นรุ่นน้องเกือบสองปี แต่กลับรู้สึกถึงความโตเป็นผู้ใหญ่ที่คอยปกป้องเธอได้

"เรื่องของเรามันจบไปนานแล้วกาย ฉันขอโทษ" พริมาต้องเป็นทำใจแข็งแสร้งไม่รู้สึกอะไร ทั้งที่ในใจบอบช้ำแทบจะร้องไห้

หากให้ย้อนอดีตกลับไปได้เธอก็ยังมั่นใจว่าจะตัดสินแบบนี้ อย่างไรความสัมพันธ์ของเธอกับเขาไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนไหนมันก็ไม่มีทางไปรอดได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่8 (2)

    อาชีพนักเขียนบางคนอาจคิดว่าเป็นงานสบาย อยู่แต่บ้านไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องใช้แรงก็ได้เงิน แต่หารู้ไม่ว่าแต่ละประโยคต้องผ่านการร้อยเรียงและกลั่นกรองออกมาอย่างถี่ถ้วน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเขียนออกมาได้ และที่ยากกว่าคือไม่มีทางรู้เลยว่างานของเราจะถูกใจคนอ่านหรือเปล่า นักเขียนคนเดิมแต่เปลี่ยนแนวเขียนแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่ชอบในผลงานของเรา เธอจึงต้องพยายามรักษาฐานแฟนคลับของตัวเองเอาไว้ให้ได้มากที่สุด"โชคดีจังที่ร้านนี้ยังเปิดอยู่" พริมาโล่งใจหลังจากเดินหาร้านกาแฟหรือคาเฟ่ที่ยังเปิดในเวลานี้"รับอะไรดีคะ""ลาเต้เย็น แล้วก็พายข้าวโพดสองชิ้นค่ะ" คนตัวเล็กชี้นิ้วไปทางขนมหน้าตาน่ากินที่วางเรียงรายอยู่จนอดไม่ได้ แม้จะพยายามไม่กินช่วงดึก แต่วันนี้ขอหนึ่งวันแล้วกัน"ทั้งหมดสองร้อยสิบแปดบาทค่ะ"พริมาเดินเตร็ดเตร่เพื่อให้หัวสมองโล่งก่อนเริ่มทำงานอย่างจริงจังในคืนนี้ ปกติแล้วเธอชอบหมกตัวอยู่แต่ในห้องไม่ค่อยออกไปไหน ทว่าวันนี้ถ้าเธอไม่ออกมาข้างนอกหัวของเธอคงมีแต่เรื่องฟุ้งซ่านเต็มไปหมด"พอๆ เลิกคิดๆ" เธอต้องเลิกนึกถึงใบหน้าของกรัณย์เดี๋ยวนี้ ตลอดส

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่8 (1)

    ปัจจุบัน...มือหนาหยิบภาพถ่ายที่มีรูปของตนกับหญิงสาวอีกคนที่เพิ่งหวนกลับมาเจอกันในรอบสี่ปีขึ้นมา การบอกลาในวันนั้นยังคงตราตรึงในจิตใจแม้จะพยายามลืมแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้"พี่ไม่รักผมแล้วจริงเหรอ""คุยกับใครอยู่เหรอ" ผู้จัดการหนุ่มทำหน้ามึนงงเพราะจู่ๆ กรัณย์ก็พูดคนเดียว"คุยกับแม่ซื้อ""เป็นเอามากล่ะ แล้วจะถืออีกนานไหมที่มือน่ะ" อำพลเอ่ยถามเด็กในสังกัดตัวเองที่นั่งดูรูปใบหนึ่งอยู่นานสองนาน"รูปใคร ขอดูบ้างสิ""ไม่ได้!""ทำงกไปได้ แค่รูปทำไมต้องหวงด้วย" ตั้งแต่รู้จักกันมากรัณย์ไม่เคยอนุญาตให้ใครดูรูปที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์เลย แต่อำพลเคยเห็นผ่านๆ ว่าเป็นรูปนักศึกษาผู้หญิงกับผู้ชายที่ยังใส่ชุดมัธยม"ไม่ได้หวง แต่ไม่ให้ดู""ไม่ได้ก็ไม่ได้""แล้วเรื่องสัญญาล่ะ เรียบร้อยแล้วใช่ไหม" ชายหนุ่มเก็บรูปภาพใส่กระเป๋าดังเดิมแล้วหันไปถามผู้จัดการส่วนตัวที่รับหน้าที่จัดการเรื่องสัญญาหนังเรื่องใหม่ให้ตน"เรียบร้อยแล้ว ว่าแต่วันนั้นหลังคุยกับนักเขียนเสร็จนายหายไปไหน""ไปพิสูจน์อะไรบางอย่

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่7 (2)

    หลังจากแยกย้ายกันเข้าบ้านของตนเอง พริมามองบ้านที่เริ่มโล่งเมื่อข้าวของต่างๆ ถูกเก็บใส่ลังเป็นสัญญาณเตือนว่าเธอคงจะต้องบอกลาเขาเต็มที"พิม เก็บของหมดหรือยังลูก""ค่ะม๊า" เสียงหวานตอบสั้นๆ แล้วกลับเข้าห้องนอนของตัวเองหลายวันมานี้จู่ๆ กรัณย์ก็ติดต่อคนรักไม่ได้ เขาจะปีนรั้วข้ามไปหาเธอก็เสี่ยงเกินเพราะพ่อแม่ของเธออยู่บ้านแทบจะทั้งวัน ชายหนุ่มทำได้แค่ชะเง้อคอมองหาเงาของคนรักแต่ก็ยังไม่เจอติ๊ง~ เสียงการแจ้งเตือนโชว์ชื่อของคนที่คิดถึง เจ้าของเครื่องรีบหยิบขึ้นมาเปิดดูด้วยความดีใจปนความโล่งใจที่เธอไม่ได้เป็นอะไร[ออกมาเจอกันที่สวนหน่อยได้ไหม] ข้อความสั้นๆ ของพริมาที่ส่งมาเพื่อต้องการนัดเจอ กรัณย์อดสงสัยไม่ได้แต่ก็ยอมไปตามคำขอของเธอเมื่อมาถึงสวนสาธารณะที่ประจำของทั้งคู่ กรัณย์สังเกตเห็นเงาของร่างบางแสนคุ้นเคยที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาไม่รอช้ารีบเข้าไปกอดเธอจากด้านหลังทันที"พี่พิม ผมมาแล้ว""ขอโทษที่เรียกออกมาตอนนี้นะ""ตอนไหนผมก็มาได้" กรัณย์ในตอนนี้เหมือนสุนัขที่ดีใจส่ายหางเวลาที่เจ้าของเรียกหา"ฝนใกล้จะต

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่7 (1)

    นับวันกรัณย์ยิ่งตามติดเธอแจ ช่วงไหนที่พ่อแม่ของพริมาไม่อยู่เขาก็จะแอบปีนรั้วข้ามมาหาเธอ ทำแบบนี้อยู่บ่อยครั้งจนเธอเริ่มกังวลมากกว่าเดิม"กลับไปได้แล้ว ป๊าฉันจะกลับมาแล้ว" เสียงหวานเอ่ยบอกกับคนที่ไม่ยอมคลายอ้อมกอดออกเสียที"ขออยู่แบบนี้ต่อได้ไหม""ไม่ได้ ถ้าป๊ามาเจอนายหัวแตกแน่""ไม่อยากกลับเลย อยากนอนกอดพี่ทั้งคืนเลย" กรัณย์ทำเสียงอ้อนซุกหน้าเข้ากับหน้าอกนุ่มนิ่มของเธอ"ฉันจะไปอาบน้ำแล้ว เหนียวตัวจะแย่" เพราะทั้งคู่เพิ่งจะจบกิจกรรมเข้าจังหวะกันไปได้สักพัก เศษซากถุงยางอนามัยยังคงกองอยู่บนพื้น"ฟอด กลับก็ได้ พรุ่งนี้เจอกันนะครับ"ชายหนุ่มยอมคลายอ้อมกอดออกแล้วลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าลวกๆ ก่อนจะออกทางหน้าต่างไป โชคดีที่บ้านของเธอเป็นแบบชั้นเดียวทำให้กรัณย์ไม่ต้องเสี่ยงตายมากเท่าไร แค่ลำพังเสี่ยงโดนลูกปืนของพ่อเธอก็มากพอแล้วหลังจากคล้อยหลังคนรักไปไม่นานเจ้าของห้องก็เริ่มเก็บข้างของ ทำความสะอาดไม่ให้เหลือหลักฐานไว้มัดตัว สายตาพลันเห็นกางเกงบ็อกเซอร์ตัวหนึ่งที่กรัณย์ลืมเอาไว้ เธอหยิบขึ้นมาแล้วอมยิ้มน้อยๆ"เด็กบ้า ม

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่6 Nc (2)

    พริมาเห็นสีหน้าหงอยๆ ของคนรักก็อดสงสารไม่ได้ ถึงอย่างไรวิธีการป้องกันก็ไม่ได้มีวิธีเดียว และวันนี้ก็ค่อนข้างปลอดภัยเพราะประจำเดือนเธอเพิ่งหมดไปเมื่อวานนี้"ก็ได้ๆ แต่ต้องรีบเอาออกนะ" สุดท้ายเธอก็ต้องยอมให้เขาอีกจนได้ ด้านกรัณย์พอได้รับอนุญาตจากเธอ ความคึกคะนองก็กลับมาอีกครั้ง"อย่าเกร็งนะ" แก่นกายลำอวบเริ่มถูไถขึ้นลงช้าๆ ตรงบริเวณปากทางเข้าช่องเล็ก"อื้ม..." แค่ได้สัมผัสถึงแรงเสียดไปมาความเสียวก็เริ่มแล่นพล่านเข้ามามือหนาจับสองสองขาเล็กกางออกตั้งฉากเป็นรูปตัวเอ็มก่อนจะจัดท่าทางให้พอดี ส่วนคนใต้ล่างทำได้แค่นอนปิดหน้าไม่กล้าสบตากับเขาในเวลานี้"ถ้าพี่เจ็บผมจะหยุดนะ...ซี้ด" ความเป็นชายแข็งขืนแทรกซึมผ่านช่องทางคับแน่นช้าๆ อย่างยากลำบาก กรัณย์ก้มมองอีกคนที่แสดงสีหน้าเหยเก เขาจึงพยายามไม่ทำให้เธอเจ็บ"โอ๊ย...เจ็บ...อึก""ทนก่อนนะ อีกนิดเดียว...อ๊าส์" คำว่าอีกนิดเดียวไม่มีจริง แก่นกายอวบเข้าไปได้ยังไม่ถึงครึ่งลำและทางเดียวที่จะทำให้เธอเจ็บน้อยลงคือเขาต้องดันเข้ารวดเดียวจนสุดทาง"เจ็บ...ฮึก...เอาออกก่อน" เธอทั้งเจ็บทั้

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่6 Nc (1)

    เวลาผ่านไปจนถึงวันหยุดที่ทั้งคู่ได้มีโอกาสหยุดพร้อมกัน พริมาโกหกที่บ้านว่าจะมาทำรายงานที่หอเพื่อน ส่วนกรัณย์เองก็ไม่ต่างกัน พวกเขาจำเป็นต้องโกหกเพื่อให้ได้อยู่ด้วยกัน ไม่เช่นนั้นอย่าว่าแต่เข้าใกล้กันเลย แค่เดินผ่านหน้าบ้านยังแทบไม่ได้"จะไปไหนเนี่ย" เสียงหวานเอ่ยถามคนรักที่จู่ๆ ก็จูงมือเธอลากพาเดินไปที่ไหนสักแห่ง"ตามมาเถอะ" เขาไม่ยอมเฉลยแต่กลับจับมือเธอแน่นไม่ยอมปล่อยขาเรียวก้าวฉับๆ ตามคนขายาวที่ก้าวเดินไม่หยุดพักก่อนจะมาหยุดที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง พริมาเริ่มหน้าซีดไร้สีไม่คิดว่าสิ่งที่เธอกังวลจะมาเร็วขนาดนี้"ดะ...เดี๋ยว นี่มันโรงแรมนะ" ถึงจะไม่ใช่โรงแรมม่านรูดอย่างที่กังวล แต่การที่เขาพาเธอมาโรงแรมในเวลานี้ก็มีแค่เหตุผลเดียวเท่านั้น"ใช่ครับ" ตอบหน้าตาเฉยๆ ไม่ทุกข์ร้อนแต่อย่างใด"แล้วมาทำอะไรที่โรงแรม""พี่ก็น่าจะรู้นี่นา" กรัณย์เอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาอดทนรอมาหลายปี โอกาสได้คบกับเธอก็สำเร็จแล้วเหลือเพียงเรื่องนี้ที่ต้องอดกลั้นมานานระหว่างที่เป็นแฟนกัน แค่คิดถึงก็ตื่นเต้นแทบรอไม่ไหว"ฉะ...ฉันไม่ได้เตร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status