Masuk“งั้นผมขอถามเรื่องส่วนตัวเล็กน้อย ตามประวัติที่คุณเขียนเอาไว้ มันไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่” เขาเงยหน้าขึ้นจากการอ่านประวัติย่อ ๆ ของเธอในใบสมัคร
“ได้ค่ะ” ณัฐชาตอบรับ แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ที่เจ้านายคนใหม่ ดูจะสนใจเรื่องส่วนตัวของเธอแทนเรื่องหน้าที่การงานอย่างที่มันควรจะเป็น
“คุณไม่ต้องคิดมากหรอก ผมแค่อย่างสัมภาษณ์เรื่องทั่ว ๆ ไป เป็นการทำความรู้จักเฉย ๆ “ เขาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเธอ
“ค่ะ” หญิงสาวตอบสั้น ๆ อย่างหนักแน่น
“คุณมีลูกมาแล้วกี่คน” และคำถามแรกของเขาที่บอกว่าเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไปก็ทำเอาเธอหน้าชา
“คนเดียวค่ะ” เธอสบตากับเขาแล้วตอบอย่างมั่นใจ
“อายุเท่าไหร่”
“ปีนี้ เค้าอายุ 22 แล้วค่ะ”
“ผู้ชายหรือว่าผู้หญิง”
“ผู้ชายค่ะ” รามัญเลิกคิ้วสูงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับค้นพบสมบัติล้ำค่า ก่อนจะเอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย แววตาของเขามีประกายบางอย่างที่ทำให้หัวใจของณัฐชาเต้นแรงขึ้นกว่าเดิม
“คุณอายุ 38 แต่ลูกชายคุณอายุ 22...เนี่ยนะ” รามัญ เลิกคิ้วสูงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะเอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองเธออย่างพิจารณา ราวกับไม่เชื่อในตัวเลขที่เห็นในใบสมัครงานของเธอ
ณัฐชารู้สึกร้อนผ่าวขึ้นทันที ความรู้สึกเหมือนถูกละลาบละล้วงในเรื่องส่วนตัว พุ่งสูงขึ้นจนเกือบจะทำให้ควันออกหู แต่ในฐานะที่เธอกำลังถูกสัมภาษณ์งานอยู่จึงไม่กล้าแสดงอะไรออกมามากนัก
ทว่า... เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นสบตา และได้เห็นรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าคมสันของเขา รอยยิ้มที่ไม่ได้ดูถูกหรือเหยียดหยาม แต่กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์และความชื่นชมอย่างเปิดเผย... ความรู้สึกขุ่นเคืองที่ก่อตัวขึ้นก็ค่อย ๆ ลดระดับลงอย่างรวดเร็ว
“อายุห่างกันแค่นี้ คุณเป็นพี่สาวของลูกคุณเลยก็กว่าได้” รามัญกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ที่เน้นย้ำถึงความอิจฉาในความอ่อนเยาว์ของเธอ
“ค่ะ คือตอนนั้น ฉันพลาดตั้งท้องในช่วงวัยเรียน” ณัฐชาตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้นิ่งที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกผิดพลาดในอดีต มันเป็นความจริงที่เธอไม่เคยคิดว่าจะต้องมาสารภาพกลางโต๊ะสัมภาษณ์งาน แต่สายตาที่พิจารณาและคาดคั้นของรามัญ ทำให้เธอตัดสินใจที่จะเปิดเผยทุกอย่างอย่างไม่ปิดบัง
เธอเล่าถึงรักในวัยเรียนช่วงมัธยมปลาย ว่าเธอตั้งท้องกับรุ่นพี่คนหนึ่ง ซึ่งครอบครัวของเขาก็ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบใด ๆ เลย ชีวิตของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในวัยสิบหกปีต้องแบกรับชีวิตเล็ก ๆ ไว้เพียงลำพัง เธอต้องหยุดเรียนและเผชิญหน้ากับคำครหาของสังคม
“ตอนนั้นดิฉันกับคุณแม่ช่วยกันเลี้ยงลูกชายคนนี้มาด้วยกันค่ะ” ณัฐชาพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย “ดิฉันต้องทำงานทุกอย่าง เพื่อให้ลูกมีกิน จนกระทั่งลูกชายโตพอช่วยเหลือตัวเองได้ ฉันก็เลยมาเลย กศน. และเมื่อสองปีที่แล้วคุณแม่ก็เพิ่งมาเสียไป...”
สีหน้าของเธอฉายแววของความเหนื่อยล้าที่สั่งสมมานานหลายปี แต่แววตาที่มองตรงมายังรามัญกลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและภาคภูมิใจ และนั่นคือแววตาของผู้หญิงที่ผ่านพายุชีวิตมาอย่างโชกโชน
รามัญมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างเงียบงัน เขาไม่ได้มองเธอด้วยความสมเพช แต่ด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
เรื่องราวของณัฐชาทำให้รามัญย้อนนึกถึงอดีตของตนเอง เมื่อครั้งที่วิมลวรรณ ภรรยาของเขาตั้งท้อง แม้ว่าบิดามารดาจะไม่เห็นด้วย และกล่าวหาว่าวิมลวรรณตั้งใจจะจับเขา แต่รามัญก็ยืนกรานที่จะรับผิดชอบเธอกับลูกและอยู่กินกับเธออย่างเปิดเผย การตัดสินใจของณัฐชาในการแบกรับภาระชีวิตในวัยเยาว์จึงคล้าย ๆ กับชีวิตของเขาที่ผ่านมา
รามัญมองเห็นความแข็งแกร่งในตัวของเธอ ซึ่งมันเป็นคุณสมบัติที่สำคัญกว่าใบปริญญาของเธอเสียอีก ความรับผิดชอบและความเด็ดเดี่ยวของเธอ... คือสิ่งที่เขารู้สึกประทับใจ
รามัญพิงพนักเก้าอี้พลางสบตาณัฐชา ดวงตาคมกริบของเขามองเห็นด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
“ขอบคุณนะครับที่เล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง” รามัญเอ่ยขอบคุณเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
“ถึงแม้จะเป็นความผิดพลาด แต่คุณก็มีความกล้าหาญและรับผิดชอบ”
“การที่คุณสามารถก้าวผ่านความยากลำบากเหล่านั้นมาได้ และยังสามารถเลี้ยงดูลูกชายให้เติบโต แถมยังสามารถส่งตัวเองเรียนจนมีความสามารถอย่างที่ผมเห็น... นั่นก็พิสูจน์ให้ผมเห็นแล้วว่าคุณคือผู้หญิงที่มีความรับผิดชอบและเข้มแข็งอย่างแท้จริง ซึ่งความสามารถในการรับผิดชอบแบบนี้แหละครับ คือคุณสมบัติที่ผมต้องการ” รามัญยิ้มออกมาอย่างจริงใจ ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่สร้างความรู้สึกปลอดภัยให้แก่ณัฐชามากกว่าคำมั่นสัญญาทางธุรกิจใด ๆ
“คุณยอดเยี่ยมมากครับ...คุณณัฐชา” เขากล่าวชมเธอหลังฟังจบ
“มันเป็นบทเรียนที่ทำให้ฉันจดจำมาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ”
“ผมแปลกใจอยู่เรื่องเดียวครับ คุณดูเหมือนเป็นคุณแม่เลยสักนิด...คุณณัฐชา”
คำพูดตรงไปตรงมาของรามัญ เป็นดั่งคำชมที่จริงใจที่สุดที่เธอเคยได้รับ มันปลดเปลื้องความรู้สึกผิดและตอกย้ำความพยายามในการดูแลตัวเองมาตลอดหลายปี ณัฐชารู้สึกได้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าคนนี้... แม้จะดูเย้ายวนและละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของเธอ แต่เขาก็เป็นคนที่มีเสน่ห์อย่างที่เธอไม่เคยเจอมาก่อน
คำพูดของเขาทำให้เธอรู้สึกภาคภูมิใจเล็กน้อยกับการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอมาตลอดหลายปี ไม่ว่าจะเป็นการเข้านอนแต่หัวค่ำ การเลือกรับประทานอาหารที่ดี และการออกกำลังกาย เพื่อรักษารูปร่างและผิวพรรณ ทั้งหมดนี้ได้ถูกตัดสินให้เป็นผลสำเร็จด้วยประโยคสั้น ๆ ของประธานหนุ่มสุดหล่อตรงหน้าเธอ
“แล้วตอนนี้คุณได้แต่งงานใหม่หรือยังครับ”
“ยังค่ะ”
“หมายความว่าคุณยังโสด”
“ค่ะ”
ความสนใจของรามัญฉายชัดในแววตาทันที แต่ไม่ได้ทำให้ณัฐชารู้สึกอึดอัด เพราะรามัญยังคงให้เกียรติเธอ และไม่มีกิริยาที่ลุ่มล่ามแม้แต่น้อย แต่แรงดึงดูดที่เขาส่งออกมานั้น ก็หนักแน่นพอจะทำให้เธอรู้สึกว่าการสัมภาษณ์งานครั้งนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องงานเพียงอย่างเดียว
“ที่ผมถามว่าคุณโสดหรือเปล่า มันก็ไม่ใช่อะไรหรอก”
“ผมต้องการเลขาฯ ที่จะออกไปทำงานต่างจังหวัดกับผมได้ และยิ่งรู้ว่าลูกชายของคุณโตแล้วก็ยิ่งดีเลย เพราะผมจะได้มั่นใจว่าคุณจะไม่มีภาระและกังวลเมื่อต้องเดินทาง” คำพูดนั้นทำให้ณัฐชาต้องย้ำถามอีกครั้ง
“งานเลขาฯ ต้องออกจากจังหวัดด้วยเหรอคะ”
“ที่อื่นผมไม่รู้นะ แต่ที่นี่มีแทบทุกเดือน เพราะทางบริษัทมีคอมมูนิตี้ มอลล์ อยู่ทั่วประเทศ” รามัญตอบทันที ดวงตาของเขาทอประกายแห่งความหวังบางอย่าง และมันก็ไม่พ้นที่เขาอยากครอบครองเธอ นานมาแล้วที่เขาไม่กล้าเปิดใจรับใครเข้ามา เพราะสงสารลูก แต่นี่พีรยาก็โตพอแล้ว มันถึงเวลาที่เขาควรจะได้คบหากับใครสักคนอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
“ผมต้องการคนที่ติดตามผมไปได้ทุกที่ และพร้อมทำงานได้ตลอดเวลา”
ในใจของณัฐชาเหมือนมีเสียงเตือนในหัวดังขึ้น หนีเสือปะจระเข้หรือเปล่า...ยังคงเป็นคำถาม แต่เมื่อมองใบหน้าหล่อเหลาที่ดูสุภาพและเต็มไปด้วยเสน่ห์ของรามัญ เธอก็ตัดสินใจที่จะก้าวต่อไป เพราะเธอได้ออกจากงานเดิมมาแล้ว และยังไงเสีย...เขาก็ดูดีกว่าอดีตเจ้านายที่คิดจะหาโอกาสเคลมเธออยู่ร่ำไป และการเสี่ยงครั้งนี้...มันอาจจะคุ้มค่ากับความมั่นคงที่เธอจะได้มาก็เป็นได้
ตอนที่ 34 ตอนจบหนึ่งเดือนต่อมาหลังจากมิ่งมญขึ้นรับตำแหน่งประธานบริษัทตามแผน อดิศรก็กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในพีระพัฒน์เรียลตี้กรุ๊ป เขาเบิกจ่ายเงินได้อย่างตามใจ จนบัญชีของบริษัทเริ่มมีปัญหา คุณสุมิตราที่สังเกตเห็นความผิดปกติของการเงินในบริษัทและอาการของบุตรสาวที่ดูซึมเศร้า จึงคาดคั้นความหาจริง สุดท้ายมิ่งมญก็ต้องยอมสารภาพด้วยน้ำตาถึงเรื่องราวทั้งหมดว่าเธอไม่ได้ต้องการคบหากับอดิศร แต่เธอถูกเขาบังคับคุณสุมิตราหัวใจสลายที่ลูกสาวสุดที่รักถูกแบล็กเมล์ แต่ด้วยความรักบริษัทและเกียรติยศของตระกูล เธอจำต้องยอมแบกหน้าไปอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากลูกชายคนโตที่กำลังแยกตัวไปก่อตั้งบริษัทใหม่“ราม แม่ขอร้องล่ะ บริษัทของเราถูกยักยอกเงินจากไอ้ผู้ชายคนนั้น แถมน้องสาวแกก็ยังถูกแบลคเมลจากมันอีก ถ้ารามไม่เห็นแก่แม่ ก็เห็นแก่น้องเถอะนะลูก!!” คุณสุมิตราวิงวอนอย่างน่าสงสาร“ผมไม่มีเวลาหรอกครับแม่ บริษัทของผมเพิ่งจะเริ่มต้น” รามัญปฏิเสธอย่างเย็นชา คุณสุมิตรากลับไปอย่างผิดหวัง ณัฐชาเห็นภาพแม่สามีที่ดูน่าเวทนาและหมดหนทาง เธอจึงสงสารและเข้าไปช่วยพูดกับรามัญ“คุณราม!!!“คุณมีอะไรณัฐชา”“ณัฐขอพูดอะไรหน่อยได้มั้ยคะ..เรื่
ตอนที่ 33 บทลงโทษที่แสนเร่าร้อน NCอดิศรไม่รอช้าที่จะครอบครองสิ่งที่เขาต้องการ มือหนาเข้าตะครุบทรวงอกคู่นั้นอย่างหิวกระหาย สองเต้านมของมิ่งมญมันช่างใหญ่โตถูกใจเขา แถมมันยังขาวนวลเนียนกลมกลึงอวบอัดได้รูปดูเต่งตึงไม่หย่อนคล้อยเลยสักนิด แถมยอดปทุมถันก็มีสีชมพูสดระเรื่อ มันเล็กสวยงามจนน่าดูดกลืนลงไปในลำคอ สมแล้วที่เขาลงทุนเฝ้าตามจีบเธอมาเป็นแรมปีหนุ่มใหญ่นิสัยไม่ต่างจากพ่อ รีบโน้มตัวลงใช้ปากครอบครองยอดอกสีหวานอย่างบ้าคลั่ง ดูดดึงสลับกับใช้ลิ้นตวัดเลียจนมิ่งมญต้องแอ่นอกหนีการสัมผัสนั้น“ทีแรกพี่ก็ไม่คิดว่าจะเอามญตอนที่ยังหลับหรอก แต่พอเห็นร่างเปลือยๆ ของมญแล้ว... มันอดใจไม่ไหวจริง ๆ ” อดิศรพึมพำเสียงพร่าหอบถี่ๆ ขณะที่ใบหน้ายังคงซุกอยู่กับซอกคอของเธอ“มญสวยถูกใจพี่ที่สุด!” มิ่งมญดิ้นรนอย่างอ่อนแรง“ปล่อย... ปล่อยนะคะ พี่ล้ง!!!” ถึงแม้ความรู้สึกจะเต็มไปด้วยความขยะแขยง แต่เธอก็ต้องทำเสียงอ่อนเสียงหวานเพื่ออ้อนวอนให้เขาปลดปล่อย แต่อดิศรไม่สนใจ เขากลับยิ่งบีบขย้ำเนินอกของเธอหนักขึ้น จนหญิงสาวต้องครางออกมา“พี่ขออีกรอบนะจ๊ะ ไหน ๆ มญก็ฟื้นแล้ว” เขาเอ่ยเสียงพร่า ก่อนจะใช้ฟันขบเม้มยอดถันสีสวยของเธ
ตอนที่ 32 ยังไม่ตื่นจากฝันร้าย NCมิ่งมญลืมตาตื่นอย่างสะลึมสะลือในความมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากในห้องน้ำที่เปิดทิ้งเอาไว้ ความรู้สึกแรกคือความปวดร้าวไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย มันเป็นความเจ็บปวดที่บาดลึกกว่าการเหนื่อยล้าในแบบทั่ว ๆ เนื้อตัวระบมและเมื่อยขบราวกับเพิ่งผ่านการออกกำลังกายมาอย่างหนักหน่วงหญิงสาวพยายามตั้งสติลำดับความคิดว่ามาอยู่บนเตียงนี้ได้อย่างไร และที่นี้คือที่ไหน เท่าที่เธอจำความได้ครั้งสุดท้าย เธอเพิ่งกลับจากงานมงคลสมรสของพี่ชาย และดื่มไวน์แก้วสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบในรถของอดิศรความตกใจเข้าจู่โจมจนเธอต้องรีบสำรวจตัวเอง ชุดเดรสเกาะอกสีขาวที่เธอสวมใส่อยู่ยับยู่ยี่และถูกเลื่อนลงมากองอยู่บริเวณเอวอย่างหลวมๆ เผยให้เห็นเนินอกขาวที่ไม่อาจซ่อนเร้น ร่องรอยแดงจางๆ จากการถูกบีบคั้นปรากฏอยู่ชัดเจน สายเสื้อชั้นในบางส่วนถูกปลดและเผยอออก ตอกย้ำถึงการถูกล่วงละเมิดอย่างทารุณที่น่ากลัวที่สุดคือ ความรู้สึกเปียกชื้นที่หว่างขา เธอสัมผัสได้ถึงน้ำรักที่เหนียวเหนอะหนะ ไหลเอ่อออกมาจากร่องรักอย่างไม่ขาดสาย ความร้อนรุ่มและอิ่มเอมที่ไม่ใช่ของเธอเองจึงทำให้มิ่งมญแน่ใจอย่างสิ้นสงสัยว่าเธอถูกล่วงละเมิด แ
ตอนที่ 31 เสพสุขแบบพี่น้อง NCภูรวิชเงยหน้าขึ้นมามองพีรยาในกระจก ภาพสะท้อนใบหน้าของน้องสาวที่บิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านทำให้เลือดในกายเขาเดือดพล่าน ความอดทนของเขามลายหายไปสิ้น ก่อนจะจับท่อนเอ็นอันใหญ่โตของตนเอง สอดแทรกเข้าไปในร่องหลืบอุ่นๆ ของพีรยาอย่างรุนแรงและมิดด้าม“อร๊ายยย!!!” พีรยาสะดุ้งเฮือก เธอร้องเสียงหลงเมื่อส่วนลึกที่สุดถูกรุกราน“จุกจังพี่ภู อื้ยยย!!!...แรงกับหนูอีกแล้วนะ”“ขอโทษครับ ก็นัตตี้ยั่วพี่นี่” ภูรวิชตอบเสียงพร่าหอบถี่ๆ“หนูยั่วอะไร หื้อ!!”“นัตตี้ยั่วพี่ อื้มมมม!!” ภูรวิชตอบด้วยการกดสะโพกกระแทกซ้ำเข้าไปอย่างหนักหน่วง เขาเร่งจังหวะให้เร็วและรุนแรงขึ้น“พี่ภูขา อร๊ายย หื้อๆๆ” เสียงครางหวานสลับกับเสียงสะอื้นจากความเสียวซ่านดังลั่นในห้องน้ำ“เสียวมั้ย!!!”“ท่านี้ทั้งเสียวทั้งลึกเลยค่ะ” พีรยาสารภาพขณะจ้องมองภาพสะท้อนของร่างกายที่ผสานกันในกระจก ภาพนั้นเร้าอารมณ์ของเธอจนแทบคลั่ง“ชอบมั้ย”“ชอบ... แต่... อย่าทำนานนะคะ”“ทำไมละ”“หนูเจ็บเข่า” พีรยาบอกเมื่อขาที่พาดอยู่บนเคาน์เตอร์เริ่มรับน้ำหนักไม่ไหว“งั้นลงมายืนสิ” ภูรวิชไม่รอช้า ชักท่อนเอ็นร้อนผ่าวออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อน
ตอนที่ 30 รักต้องห้าม NCแม้คืนนี้จะเป็นคืนวิวาห์ของพ่อกับแม่ แต่มันได้กลายเป็นคืนแห่งการเริ่มต้นความสัมพันธ์ลับๆ ของทั้งสองอีกครั้งไปโดยปริยาย พีรยาและภูรวิชเหมือนน้ำมันกับไฟ อยู่ใกล้กันเมื่อไหร่ก็เป็นจุดติดทันทีเมื่อเข้ามาในห้องนอน ภูรวิชไม่รอช้า ดึงตัวน้องสาวที่รักเข้ามากอดอย่างแนบแน่น“ให้กอดอย่างเดียวเหรอครับ... นัตตี้” เขาถามเสียงกระซิบ ขณะที่ริมฝีปากซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ“แต่พี่ไม่ไหวแล้ว” พีรยาอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขนของเขา จากนั้นข้อตกลงเรื่องพี่น้องถูกลืมเลือนไปในทันที“อย่าค่ะพี่ภู!!!!..ไหนว่าจะกอดหนูอย่างเดียวไง” แม้จะส่งเสียงร้องห้าม แต่เธอก็ตอบรับสัมผัสร้อนผ่าวที่เขามอบให้ พีรยาโน้มตัวไปหาพี่ชายอย่างไม่ปิดบังความต้องการ ตอนนี้ในตัวเธอร้อนรุ่มไปหมด แม้จะคบกันมาเกือบสองเดือน แต่ทั้งสองก็แทบไม่มีเวลาอยู่ด้วยกัน ความหิวโหยที่สะสมมานานจึงพร้อมจะปะทุในค่ำคืนนี้ภูรวิช โน้มตัวไปประกบปากรับริมฝีปากนุ่มของน้องสาว ก่อนจะดูดมันเบาๆ อย่างเย้ายวน ลิ้นร้อนๆ สอดแทรกริมฝีปากสีชมพูนั้นเข้าไปอย่างเร่งเร้าพีรยาก็ตอบรับและยื่นลิ้นของเธอไปพัวพันกับของพี่ชายอย่างดูดดื่มออกรสออกชาติ ภูรว
ตอนที่ 29 อดใจไม่ไหวหนึ่งเดือนต่อมาท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยดอกไม้สีขาวสะอาดตารามัญและณัฐชาได้ฤกษ์เข้าพิธีวิวาห์อย่างชื่นมื่น ณัฐชาในชุดเจ้าสาวเรียบหรูดูสง่างาม เคียงข้างเจ้าบ่าวผู้หล่อเหลาที่สายตาเต็มไปด้วยความรักและความอ่อนโยนแม้พิธีจะจัดขึ้นอย่างอบอุ่นเป็นงานเล็ก ๆ ไม่ได้ใหญ่โตอะไรตามความต้องการของคู่บ่าวสาว แต่บรรยากาศภายในงานก็ยังคงมีความตึงเครียดเล็กน้อย เมื่อคุณสุมิตรามารดาของรามัญและมิ่งมญน้องสาวของรามัญยอมเข้าร่วมงานในที่สุด และการเข้าร่วมของทั้งสองไม่ใช่เพราะการยินยอมด้วยหัวใจ แต่เป็นเพราะเงื่อนไขทางธุรกิจที่รามัญยอมแลกรามัญได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะให้มิ่งมญเลื่อนขึ้นเป็นประธานบริษัทแทนตนเอง เพื่อแลกกับการที่มารดาของเขายอมรับณัฐชาเข้าสู่ตระกูลในฐานะลูกสะใภ้ช่วงหัวค่ำเป็นการเลี้ยงฉลองงานมงคลสมรสของรามัญและณัฐชา บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขและความยินดี อดิศร หรือ ล้ง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเสี่ยซ้ง ยืนโดดเด่นภายใต้สูทภูมิฐานอยู่หน้างาน เขามีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์คล้ายผู้เป็นพ่อไม่มีผิด ท่าทางของเขาที่เดินเข้ามาในงานนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ ท่ามกลางแขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความย







