Masukรามัญ ประธานหนุ่มที่กำลังจะลงเอยแต่งงานกับณัฐชาเลขาสาว แต่แล้วความสัมพันธ์ของทั้งสอง กลับทำให้รักแรกที่บริสุทธิ์ของพีรยาลูกสาวของรามัญและภูวริชลูกชายของณัฐชาต้องสั่นคลอน รามัญจะสามารถพิสูจน์ให้ลูกสาว เห็นได้อย่างไรว่าณัฐชา ไม่ได้มาแย่งความรักของพ่อไป? และในทางกลับกัน ภูวริชที่หวงแม่ของเขาอย่างกับอะไร ณัฐชาจะทำให้ลูกชายเชื่อได้อย่างไรว่า รามัญไม่ได้มาหลอกลวงแม่ของเขา เหมือนกับเจ้านายคนก่อน สุดท้ายเมื่อพ่อแม่ของทั้งสองแต่งงานกัน... ความสัมพันธ์ของลูก ๆ จะดำเนินต่อไปอย่างไร เมื่อทั้งสองกลายมาเป็นพี่น้องกัน
Lihat lebih banyak“นัตตี้!!! หนูทำอะไรอยู่ เดี๋ยวก็ไปเรียนสายหรอก ฝนตั้งเค้าแล้วนะลูก” เสียงตะโกนของผู้เป็นบิดาดังขึ้นจากบริเวณหน้าบ้าน ขณะที่เขากำลังขนกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ใส่ท้ายรถอย่างเร่งรีบ ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นมองบนฟ้า และเห็นถึงความหม่นเทาของก้อนเมฆที่พร้อมจะเทน้ำลงมาได้ทุกเมื่อ รามัญต้องไปส่งลูกสาวอันเป็นที่รักให้ถึงรั้วมหาวิทยาลัย ก่อนจะรีบเดินทางไปต่างจังหวัด ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาอยู่ที่นั่นสองถึงสามวัน
“ไม่สายหรอกค่ะพ่อ” เสียงหวานตอบกลับมาอย่างไม่สะทกสะท้าน ทำให้รามัญส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
“วันนี้เปิดเทอมวันแรกนะ ยังไงหนูก็ควรไปถึงเช้า ๆ นะ ”
ประตูรถข้างคนขับถูกเปิดออก บุตรสาวก้าวเข้ามานั่งข้าง ๆ ผู้เป็นบิดาในชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยม เสื้อนักศึกษาแขนสั้นสีขาวสะอาดถูกสวมทับด้วยกระโปรงพลีทสั้นเหนือเข่าเกือบสองนิ้ว
เรียวขาสวยของบุตรสาวถูกปกปิดด้วยถุงเท้าสีขาว แต่มันก็สูงขึ้นมาเพียงแค่ข้อเท้าเท่านั้น ทุกองค์ประกอบของเครื่องแบบที่ควรจะดูสุภาพกลับถูกปรับเปลี่ยนให้ดูมีสไตล์และแอบแฝงความเซ็กซี่ไว้อย่างลงตัว รามัญมองดูการแต่งกายของลูกสาวแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา ในที่สุดเขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากทักท้วง ถึงแม้จะรู้ดีว่า...มันไม่มีประโยชน์ก็ตาม!
“แต่งตัวผิดระเบียบแบบนี้ระวังรุ่นพี่จะหมั่นไส้เอานะ”
“หนูก็แต่งตามระเบียบทุกอย่างนี่คะพ่อ..” เด็กสาวเอ่ยตอบ เพราะเธอเพิ่งจะยืนพิจารณาตัวเองหน้ากระจกเมื่อสักครู่ว่ามันถูกต้องแล้วทุกอย่าง ยังไงวันนี้ก็ขอให้ได้แต่งตัวสวย ๆ สักวันเถอะ เพราะนี่คือการก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยวันแรกของเธอ!
“ไปค่ะหนู พร้อมแล้ว” เธอยิ้มกว้างให้ผู้เป็นบิดา สิ้นเสียงหวานของบุตรสาว รถหรูก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากบ้านหลังงาม
“พ่อกลัวหนูจะสายจังเลย ไม่รู้ว่าจะเจอฝนจะข้างหน้าหรือเปล่า ดูสิ!!!..มันครื้มมาโน่นแล้ว” เสียงของผู้เป็นบิดาเอ่ยขึ้นขณะที่รถของเขากำลังเคลื่อนรถออกจากซอยหน้าหมู่บ้านเพื่อเข้าสู่ถนนสายหลัก
“วันแรก คงยังไม่ได้เรียนจริงจังหรอกค่ะพ่อ ส่วนใหญ่ก็แค่ไปฟังอธิการบดีพูดเรื่องกฎระเบียบ แล้วก็รับคู่มือนักศึกษาเฉยๆ พ่อไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้”
“หนูรู้ได้ยังไง... หืม์? ทำไมถึงมั่นใจนักว่าอาจารย์จะยังไม่เริ่มสอน” รามัญเลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัย
นัตตี้วางศอกบนที่พักแขนภายในรถอย่างสบายใจ ก่อนจะนั่งเท้าคางมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างผ่อนคลาย ต่างจากผู้เป็นบิดาที่กำลังเร่งรีบเพราะกลัวจะไปไม่ทันเวลานัดหมาย
“ไม่ต้องรีบขนาดนั้นหรอกค่ะพ่อ ถ้าเราเจอฝน ทุกคนก็ต้องติดฝนเหมือนกันหมดนั่นแหละค่ะ”
“แล้วหนูต้องเข้าปฐมนิเทศกี่โมงล่ะ”
“สิบโมงเช้าคะ” นัตตี้ตอบ รามัญเหลือบมองนาฬิกาบนหน้าปัดอีกครั้ง เมื่อเห็นว่ายังเป็นเวลาแปดโมงเศษ ๆ เขาก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย แต่ถึงลูกสาวจะไม่เร่งรีบเท่าไหร่ แต่เขาเองก็ยังคงรีบอยู่ดี เพราะนัดเลขาฯ คนใหม่เอาไว้ให้ไปเจอกันที่ต่างจังหวัด
“แต่ถ้าหนูไปสายวันแรก รุ่นพี่อาจจะหมายหัวเอาก็ได้นะ” ผู้เป็นบิดาพยายามปลุกความกระตือรือร้นในตัวลูกสาว
“โอ๊ย!!! พ่อ! เพิ่งจะแปดโมงเองนะคะ”
รถซีดานคันหรูที่เคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้าท่ามกลางสายฝนที่เริ่มเทลงมา เสียงหวอของรถพยาบาลที่ดังแผ่วมาจากเส้นทางหลัก ทำให้ความเงียบสงบในรถสลายไปทันที
“ไม่ต้องรีบหรอกค่ะ ยังไงหนูก็ว่าพ่อไปถึงก่อนเวลาอยู่แล้ว” เด็กสาวจัดทรงผมที่บรรจงม้วนปลายให้เข้าที่ ก่อนจะหันไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมถ่ายเซลฟี่กับภาพบรรยากาศด้านนอกที่ฝนกำลังเริ่มโปรยปราย
ผู้เป็นบิดาหันมามองลูกสาว เขาสวมเสื้อเชิ้ตสบาย ๆ และมีแววตาอ่อนโยน เขาไม่ตอบคำถามใด ๆ เพียงได้แต่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะหันไปจ้องท้องมองถนนที่เปียกปอน
“บรรยากาศน่านอน ไม่น่าจะเป็นวันเปิดเทอมวันแรกเลย” พีรยาพึมพำ
การที่รามัญขับรถเองในวันที่เขาต้องไปต่างจังหวัด มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เขารู้ดีว่าในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลนั้น มีคนขับรถที่พร้อมรับใช้มากมาย แต่เขาก็ไม่เคยเรียกใช้ใครเลยสักคน
“พ่อไม่ต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นก็ได้ค่ะ! หนูรู้ว่าพ่อเป็นห่วงหนูมาก ช่วงที่พ่อไม่อยู่ ให้ลุงชาญไปรับไปส่งหนูก็ได้” รัญมัญเหลือบตามองลูกสาว ดวงตาของเขามีความรู้สึกบางอย่างที่หนักอึ้ง และเต็มไปด้วยความห่วงใย
“เดี๋ยวพ่อจะกำชับลุงชาญอีกที”
“ลุงชาญใจเย็นและก็ขับรถดีที่สุดแล้วค่ะ ถ้าคุณพ่อยังห่วง ก็ให้คุณย่าไปด้วยก็ได้นี่คะ”
“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกลูก คุณย่าไปไหนไม่ค่อยไหวแล้ว” รามัญพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันยาวนาน...
เขาถูกตัดขาดจากครอบครัวเมื่อครั้งอดีต เพราะรามัญเลือกที่่จะรับผิดชอบอยู่กินกับวิมลวรรณภรรยาของเขา จนกระทั่งเธอเสียชีวิตหลังคลอดพีรยาบุตรสาว
หลังจากสูญเสียภรรยา รามัญจึงยอมกลับเข้าไปบริหารงานในบริษัทอีกครั้ง และได้ขึ้นเป็นประธานอย่างเต็มตัวหลังจากผู้เป็นบิดาเสียชีวิต
ถึงแม้ในคฤหาสน์ของครอบครัวจะมีคนขับรถมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่รามัญไม่เคยละเลย ก็คือการขับรถไปส่งบุตรสาวด้วยตัวเองในทุก ๆ เช้า นี่คือพันธสัญญาที่เขาให้ไว้กับวิมลวรรณว่าเขาจะดูแลบุตรสาวอย่างดีที่สุด ตราบจนลมหายใจสุดท้าย
“หนูรู้มั้ย...การที่พ่อได้ไปส่งหนู ทุก ๆ วัน มันคือ เวลาที่เราจะได้อยู่ด้วยกันนะลูก” เขาเอ่ยขึ้นมาเมื่อนึกไปถึงเรื่องราวในอดีต
สาเหตุที่รามัญตัดสินใจแยกตัวออกมาจากตระกูลทันทีหลังสมรสกับวิมลวรรณ เพราะบิดามารดาของเขายืนกรานต่อต้านความสัมพันธ์ของเขาและภรรยา พวกท่านไม่อาจยอมรับการที่วิมลวรรณตั้งครรภ์ก่อนสมรส และเชื่อว่าเธอหวังจะใช้สถานะเข้าครอบครองทรัพย์สินของตระกูล
รามัญยอมตัดขาดจากวงศ์ตระกูล และเลือกความรักและความรับผิดชอบมากกว่าทรัพย์สินเงินทอง เขาใช้ชีวิตร่วมกับวิมลวรรณอย่างมีความสุขในบ้านหลังเล็ก ๆ จนกระทั่งเธอจากไปอย่างไม่มีวันกลับ
เมื่อสูญเสียภรรยาไปแล้ว รามัญจึงยอมกลับเข้าสู่สมรภูมิธุรกิจของครอบครัวอีกครั้งและการกลับไปครั้งนั้นก็ไม่ใช่เพื่อรับมรดก แต่เป็นการกอบกู้วิกฤตของบริษัท หลังจากที่บิดาของเขาทำธุรกิจผิดพลาด
รามัญใช้เวลาอยู่นานหลายปีในการฉุดรั้งอาณาจักรที่กำลังจะล่มสลายให้กลับมาผงาด เขากลายเป็นประธานบริษัทที่นำพาองค์กรกลับมามีกำไรและติดลมบนอย่างที่ใคร ๆ ต่างกล่าวขาน
กว่าที่รามัญจะสามารถกอบกู้สถานการณ์เลวร้าย และทำให้บริษัทกลับมายืนหยัดอย่างมั่นคงได้ถึงทุกวันนี้ เขาต้องทุ่มเทชีวิตและมันสมอง ให้กับการทำงานจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน แต่ท่ามกลางความสำเร็จทางธุรกิจอันยิ่งใหญ่
มีเพียงสิ่งเดียวที่เขาจะไม่ยอมแลก นั่นคือการดูแลบุตรสาวเพียงคนเดียวให้ดีที่สุด และการขับรถไปส่งลูกสาวในทุก ๆ เช้า จึงไม่ใช่เพียงหน้าที่ แต่เป็นสัญญาที่เคยให้ไว้กับภรรยาของเขาก่อนที่เธอจะเสียชีวิตหลังคลอดพีรยาได้เพียงสองวัน
ตอนที่ 34 ตอนจบหนึ่งเดือนต่อมาหลังจากมิ่งมญขึ้นรับตำแหน่งประธานบริษัทตามแผน อดิศรก็กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในพีระพัฒน์เรียลตี้กรุ๊ป เขาเบิกจ่ายเงินได้อย่างตามใจ จนบัญชีของบริษัทเริ่มมีปัญหา คุณสุมิตราที่สังเกตเห็นความผิดปกติของการเงินในบริษัทและอาการของบุตรสาวที่ดูซึมเศร้า จึงคาดคั้นความหาจริง สุดท้ายมิ่งมญก็ต้องยอมสารภาพด้วยน้ำตาถึงเรื่องราวทั้งหมดว่าเธอไม่ได้ต้องการคบหากับอดิศร แต่เธอถูกเขาบังคับคุณสุมิตราหัวใจสลายที่ลูกสาวสุดที่รักถูกแบล็กเมล์ แต่ด้วยความรักบริษัทและเกียรติยศของตระกูล เธอจำต้องยอมแบกหน้าไปอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากลูกชายคนโตที่กำลังแยกตัวไปก่อตั้งบริษัทใหม่“ราม แม่ขอร้องล่ะ บริษัทของเราถูกยักยอกเงินจากไอ้ผู้ชายคนนั้น แถมน้องสาวแกก็ยังถูกแบลคเมลจากมันอีก ถ้ารามไม่เห็นแก่แม่ ก็เห็นแก่น้องเถอะนะลูก!!” คุณสุมิตราวิงวอนอย่างน่าสงสาร“ผมไม่มีเวลาหรอกครับแม่ บริษัทของผมเพิ่งจะเริ่มต้น” รามัญปฏิเสธอย่างเย็นชา คุณสุมิตรากลับไปอย่างผิดหวัง ณัฐชาเห็นภาพแม่สามีที่ดูน่าเวทนาและหมดหนทาง เธอจึงสงสารและเข้าไปช่วยพูดกับรามัญ“คุณราม!!!“คุณมีอะไรณัฐชา”“ณัฐขอพูดอะไรหน่อยได้มั้ยคะ..เรื่
ตอนที่ 33 บทลงโทษที่แสนเร่าร้อน NCอดิศรไม่รอช้าที่จะครอบครองสิ่งที่เขาต้องการ มือหนาเข้าตะครุบทรวงอกคู่นั้นอย่างหิวกระหาย สองเต้านมของมิ่งมญมันช่างใหญ่โตถูกใจเขา แถมมันยังขาวนวลเนียนกลมกลึงอวบอัดได้รูปดูเต่งตึงไม่หย่อนคล้อยเลยสักนิด แถมยอดปทุมถันก็มีสีชมพูสดระเรื่อ มันเล็กสวยงามจนน่าดูดกลืนลงไปในลำคอ สมแล้วที่เขาลงทุนเฝ้าตามจีบเธอมาเป็นแรมปีหนุ่มใหญ่นิสัยไม่ต่างจากพ่อ รีบโน้มตัวลงใช้ปากครอบครองยอดอกสีหวานอย่างบ้าคลั่ง ดูดดึงสลับกับใช้ลิ้นตวัดเลียจนมิ่งมญต้องแอ่นอกหนีการสัมผัสนั้น“ทีแรกพี่ก็ไม่คิดว่าจะเอามญตอนที่ยังหลับหรอก แต่พอเห็นร่างเปลือยๆ ของมญแล้ว... มันอดใจไม่ไหวจริง ๆ ” อดิศรพึมพำเสียงพร่าหอบถี่ๆ ขณะที่ใบหน้ายังคงซุกอยู่กับซอกคอของเธอ“มญสวยถูกใจพี่ที่สุด!” มิ่งมญดิ้นรนอย่างอ่อนแรง“ปล่อย... ปล่อยนะคะ พี่ล้ง!!!” ถึงแม้ความรู้สึกจะเต็มไปด้วยความขยะแขยง แต่เธอก็ต้องทำเสียงอ่อนเสียงหวานเพื่ออ้อนวอนให้เขาปลดปล่อย แต่อดิศรไม่สนใจ เขากลับยิ่งบีบขย้ำเนินอกของเธอหนักขึ้น จนหญิงสาวต้องครางออกมา“พี่ขออีกรอบนะจ๊ะ ไหน ๆ มญก็ฟื้นแล้ว” เขาเอ่ยเสียงพร่า ก่อนจะใช้ฟันขบเม้มยอดถันสีสวยของเธ
ตอนที่ 32 ยังไม่ตื่นจากฝันร้าย NCมิ่งมญลืมตาตื่นอย่างสะลึมสะลือในความมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากในห้องน้ำที่เปิดทิ้งเอาไว้ ความรู้สึกแรกคือความปวดร้าวไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย มันเป็นความเจ็บปวดที่บาดลึกกว่าการเหนื่อยล้าในแบบทั่ว ๆ เนื้อตัวระบมและเมื่อยขบราวกับเพิ่งผ่านการออกกำลังกายมาอย่างหนักหน่วงหญิงสาวพยายามตั้งสติลำดับความคิดว่ามาอยู่บนเตียงนี้ได้อย่างไร และที่นี้คือที่ไหน เท่าที่เธอจำความได้ครั้งสุดท้าย เธอเพิ่งกลับจากงานมงคลสมรสของพี่ชาย และดื่มไวน์แก้วสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบในรถของอดิศรความตกใจเข้าจู่โจมจนเธอต้องรีบสำรวจตัวเอง ชุดเดรสเกาะอกสีขาวที่เธอสวมใส่อยู่ยับยู่ยี่และถูกเลื่อนลงมากองอยู่บริเวณเอวอย่างหลวมๆ เผยให้เห็นเนินอกขาวที่ไม่อาจซ่อนเร้น ร่องรอยแดงจางๆ จากการถูกบีบคั้นปรากฏอยู่ชัดเจน สายเสื้อชั้นในบางส่วนถูกปลดและเผยอออก ตอกย้ำถึงการถูกล่วงละเมิดอย่างทารุณที่น่ากลัวที่สุดคือ ความรู้สึกเปียกชื้นที่หว่างขา เธอสัมผัสได้ถึงน้ำรักที่เหนียวเหนอะหนะ ไหลเอ่อออกมาจากร่องรักอย่างไม่ขาดสาย ความร้อนรุ่มและอิ่มเอมที่ไม่ใช่ของเธอเองจึงทำให้มิ่งมญแน่ใจอย่างสิ้นสงสัยว่าเธอถูกล่วงละเมิด แ
ตอนที่ 31 เสพสุขแบบพี่น้อง NCภูรวิชเงยหน้าขึ้นมามองพีรยาในกระจก ภาพสะท้อนใบหน้าของน้องสาวที่บิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านทำให้เลือดในกายเขาเดือดพล่าน ความอดทนของเขามลายหายไปสิ้น ก่อนจะจับท่อนเอ็นอันใหญ่โตของตนเอง สอดแทรกเข้าไปในร่องหลืบอุ่นๆ ของพีรยาอย่างรุนแรงและมิดด้าม“อร๊ายยย!!!” พีรยาสะดุ้งเฮือก เธอร้องเสียงหลงเมื่อส่วนลึกที่สุดถูกรุกราน“จุกจังพี่ภู อื้ยยย!!!...แรงกับหนูอีกแล้วนะ”“ขอโทษครับ ก็นัตตี้ยั่วพี่นี่” ภูรวิชตอบเสียงพร่าหอบถี่ๆ“หนูยั่วอะไร หื้อ!!”“นัตตี้ยั่วพี่ อื้มมมม!!” ภูรวิชตอบด้วยการกดสะโพกกระแทกซ้ำเข้าไปอย่างหนักหน่วง เขาเร่งจังหวะให้เร็วและรุนแรงขึ้น“พี่ภูขา อร๊ายย หื้อๆๆ” เสียงครางหวานสลับกับเสียงสะอื้นจากความเสียวซ่านดังลั่นในห้องน้ำ“เสียวมั้ย!!!”“ท่านี้ทั้งเสียวทั้งลึกเลยค่ะ” พีรยาสารภาพขณะจ้องมองภาพสะท้อนของร่างกายที่ผสานกันในกระจก ภาพนั้นเร้าอารมณ์ของเธอจนแทบคลั่ง“ชอบมั้ย”“ชอบ... แต่... อย่าทำนานนะคะ”“ทำไมละ”“หนูเจ็บเข่า” พีรยาบอกเมื่อขาที่พาดอยู่บนเคาน์เตอร์เริ่มรับน้ำหนักไม่ไหว“งั้นลงมายืนสิ” ภูรวิชไม่รอช้า ชักท่อนเอ็นร้อนผ่าวออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อน





